TH3060A - ขบวนการที่มีการเลือกทำปฏิกิริยาสูงสำหรับการดึงไฮโดรเจน?ออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟีน - Google Patents

ขบวนการที่มีการเลือกทำปฏิกิริยาสูงสำหรับการดึงไฮโดรเจน?ออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟีน

Info

Publication number
TH3060A
TH3060A TH8501000178A TH8501000178A TH3060A TH 3060 A TH3060 A TH 3060A TH 8501000178 A TH8501000178 A TH 8501000178A TH 8501000178 A TH8501000178 A TH 8501000178A TH 3060 A TH3060 A TH 3060A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
hydrocarbons
carbon atoms
stream
zone
hydrogen
Prior art date
Application number
TH8501000178A
Other languages
English (en)
Other versions
TH2474B (th
Inventor
เวอแพล โวรา นายไบพิน
Original Assignee
นายจิรวัธน์ โฆษะปัญญาธรรม
นายธเนศ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
ยูโอพี อินซ์
Filing date
Publication date
Application filed by นายจิรวัธน์ โฆษะปัญญาธรรม, นายธเนศ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า, ยูโอพี อินซ์ filed Critical นายจิรวัธน์ โฆษะปัญญาธรรม
Publication of TH3060A publication Critical patent/TH3060A/th
Publication of TH2474B publication Critical patent/TH2474B/th

Links

Abstract

ขบวนการที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อใช้ในการดังไฮโดรเจนออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราพินในแบบที่ใช้สารเร่งปฏิกิริยาไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่ป้อนเข้าจะถูกดึงเอาไฮโดรเจนออกจนได้ผลเป็นกระแสไอที่มีไอลีฟินอยู่ด้วย ซึ่งจะมีการควบแน่นเป็นบางส่วนแล้วได้กระแสของขบวนการส่วนที่เป็นของเหลวที่มีไดโอลีฟินอันเป็นผลพลอยได้ร่วมกับโมโนโอลีฟินซึ่งเป็นผลผลิตที่ต้องการกระแสของขบวนการส่วนที่เป็นของเหลวและไฮโดรเจนที่เติมลงไปจะผ่านเขตเลือกเติมไฮโดรเจน ซึ่งในเขตนี้ไดโอลีฟินจะถูกเปลี่ยนให้เป็นโมโนโอลีฟินโดยมีสารเร่งปฏิกิริยาเข้าช่วย การทำเช่นนี้เป็นการเพิ่มคุณภาพของกระแสโมโนโอลีฟินที่เป็นผลผลิต เขตเลือกเติมไฮโดรเจนี้มีตำแหน่งอยู่ระหว่างเครื่องแยกไอ-ของเหลวกับคอลัมน์ระเหยสารของเขตการดังไฮโดรเจนออก

Claims (17)

1. ขบวนการสำหรับดึงไฮโดรเจนออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอมให้เป็นไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลิฟิน โดยมีปริมาณไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลิฟินอยู่น้อยที่สุด ซึ่งประกออบไปด้วยขั้นตอนของ (a) การนำไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอมดังกล่าว และไฮโดรเจนเป็นกระแสสารป้อนเข้าไปผ่านเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกกที่รักษาให้อยู่ในสภาพของปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกเพื่อผลิตกระแสสารขาออกในเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกที่เป็นส่วนไอ ซึ่งประกอบไปด้วย (i) ไฮโดรเจน (ii)ไฮโดรคาร์บอนเบาที่เป็นผลพลอยได้ที่มีจำนวนอะตอมคาร์บอนต่อโมเลกุลน้อยกว่าสี่อะตอม (iii)ไฮโดรคาร์บอนประภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอมที่ไม่ถูกดึงไฮโดรเจนออก (iv)ไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอม และ (v) ไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอม (b) การทำกระแสสารขาออกของเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกให้เย็นลงเพื่อให้กระแสสารขาออกของเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกควบแน่นเป็นบางส่วนให้เป็นกระแสส่วนที่เป็น ไอ-ของเหลว (c) การแยกสารขาออกของเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกส่วนที่เป็นไอ-ของเหลวที่เย็นลงแล้วดังกล่าวในเขตแยกไอ-ของเหลวที่คงไว้ที่สภาพแยกไอ-ของเหลวให้เป็นกระแสไอส่วนบนของเขตแยกซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและกระแสของเหลวที่ส่วนล่างของเขตแยกซึ่งประกอบด้วย i) ไฮโดรเจนที่ละลายอยู่ ii) ไฮโดรคาร์บอนเบาที่เป็นผลพลอยได้ซึ่งมีคาร์บอนน้อยกว่าสี่อะตอม iii) ไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนมากว่า 4 อะตอม iv)ไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนมากว่า 4อะตอม และ v) ไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนมากกว่า 4 อะตอมการปรับปรุงซึ่งประกอบด้วยการ ผ่านกระแสของเหลวส่วนล่างของเขตแยกดังกล่าวและกระแสไฮโดรเจนป้อนเข้าในปริมาณที่ควบคุมไว้เข้าไปในเขตปฏิกิริยาเลือกเติมไฮโดรเจน ซึ่งอยู่ที่ด้านปลายกระแสของเขตแยกไอ-ของเหลวดังกล่าว และที่ต้นกระแสของเขตระเหยสารซึ่งจะบรรยายต่อไปในขั้นตอน(d) เขตเติมไฮโดรเจนดังกล่าวมีสารเร่งปฏิกิริยาเลือกเติมไฮโดรเจนและคงไว้ที่ สภาพการเปลี่ยนการเลือกเติมไฮโดรเจนให้แก่ไดโอลีฟิน ปริมาณไฮโดรเจนดังกล่าวเลือกเพื่อให้ผลในการเลือกเปลี่ยนไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินให้เป็นไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟิน และเพื่อผลิตกระแสสารขาออกในเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนที่จัดได้ว่าปราศจากไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินชนิดที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอม และ (d) การระเหยกระแสสารขาออกในเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนดังกล่าวในเขตระเหยที่คงไว้ที่สภาพการระเหยที่จะยังผลให้เกิดการผลิตกระแสสารส่วนบนของเขตระเหยที่มีไฮโดรเจนและไฮโดคาร์บอนเบาแทบทั้งหมดที่มีอยู่ในกระแสสารขาออกของเขตเติมไฮโดรเจนดังกล่าว และกระแสสารส่วนล่างของเขตระเหย ซึ่งจัดได้ว่าปราศจากไดโอลีฟิน และมีไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินชนิดที่มีคาร์บอนเกินกว่า 4 อะตอม เป็นกระแสผลผลิตของ ขบวนการดังกล่าว
2. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่สภาพในการเลือกเติมไฮโดรเจน รวมถึงการมีไฮโดรเจนอยู่น้อยกว่า 2.0 เท่าของปริมาณไฮโดรเจนที่ต้องใช้อย่างพอดีในการเลือกเติมไฮโดรเจนให้แก่ไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่อยู่ในกระแสสารของขบวนการส่วนทีเป็ษนของเหลวให้กลายเป็นไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟิน
3. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 2ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่มีการรักษาอัตราส่วนเมื่อคิดเป็นโมลของไฮโดรเจนที่เติมต่อไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินในกระแสสารส่วนล่างที่เป็นของเหลวของเขตแยกไอ-ของเหลวที่ผ่านเข้าสู่เขตปฏิกิริยาส่วนไฮโดรเจนไว้ที่ระหว่าง 1.0: 1.0 ถึง 1.8: 1.0
4. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 3 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่สารเร่งปฏิกิริยาการเลือกเติมไฮโดรเจนแก่ไดโอลีฟินประกอบด้วยนิคเกิลและกำมะถันและสารรองรับอนินทรีย์ชนิดทนทาน
5. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 2 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่สารเร่งปฏิกิริยาการเลือกเติมไฮโดรเจนแก่ไดโอลีฟินประกอบด้วยพัลเลเดียมและสารรองรับอนินทรีย์ชนิดทนทาน
6. ขบวนการสำหรับดึงไฮโดรเจนออกจากไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมให้เป็นไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า10 อะตอม โดยมีไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมอยู่น้อยกว่า 0.4 % เมื่อคิดเป็นโมลซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) การนำไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า10 อะตอมดังกล่าว และไฮโดรเจนเป็นกระแสป้อนเข้าไปผ่านเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกที่รักษาในสภาพของปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกเพื่อผลิตกระแสสารขาออกในเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกที่เป็นส่วนไอ ซึ่งประกอบด้วย i) ไฮโดรเจน ii)ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงที่เป็นผลพลอยได้ซึ่งมีคาร์บอนน้อยกว่า 8 อะตอม ซึ่งถูกดึงเอาไฮโดรเจนออก iii)ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า10 อะตอมซึ่งไม่ได้ถูกดึงเอาไฮโดรเจน ออก iv)ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม และ v) ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม (b) การทำกระแสสารขาออกของเขตปฏิกิรยาการดึงไฮโดรเจนออกให้เย็นลงเพื่อให้กระแสสารขาออกจากการดึงไฮโดรเจนออกควบแน่นเป็นบางส่วนให้เป็นกระแสส่วนที่เป็น ไอ-ของเหลว (c) การแยกสารขาออกของเขตปฏิกิริยาการดึงไฮโดรเจนออกส่วนที่เป็นไอ-ของเหลวที่เย็นลงแล้วดังกล่าวในเขตแยกไอ-ของเหลวที่คงไว้ที่สภาพการแยกให้เป็นกระแสไอส่วนบนของเขตแยก ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและกระแสของเหลวที่ส่วนล่างของเขตแยกซึ่งประกอบด้วย i) ไฮโดรเจนที่ละลายอยู่ ii) ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงที่เป็นผลพลอยได้ซึ่งมีคาร์บอนน้อยกว่า 8 อะตอม ซึ่งถูกดึงเอาไฮโดรเจนออก iii) ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า10 อะตอม iv)ไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม และ v) ไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม การปรับปรุงซึ่งประกอบด้วยการผ่านกระแสของเหลวส่วนล่างของเขตแยกดังกล่าวและกระแสไฮโดรเจนป้อนเข้าไปในเขตปฏิกิริยาเลือกเติมไฮโดรเจน ซึ่งอยู่ที่ด้านปลายกระแสของเขตแยกไอ-ของเหลวดังกล่าว และที่ต้นกระแสของเขตระเหยสารซึ่งจะบรรยายต่อไปในขั้นตอน(d) เขตเติมไฮโดรเจนดังกล่าวมีสารเร่งปฏิกิริยาเลือกเติมไฮโดรเจนและคงไว้ที่สภาพการเปลี่ยนการเลือกเติมไฮโดรเจนให้แก่ไดโอลีฟิน ปริมาณไฮโดรเจนดังกล่าวเลือกเพื่อให้ผลในการเลือกเปลี่ยนไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงชนิดไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมดังกล่าวให้เป็นไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม เพื่อผลิตกระแสสารขาออกในเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนที่มีไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทไดโอลีฟินชนิดที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมอยู่น้อยกว่า 0.4 % เมื่อคิดเป็นโมล และ (d) การระเหยกระแสสารขาออกในเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนดังกล่าวในเขตระเหยที่คงไว้ที่สภาพการระเหยที่จะยังผลให้เกิดการผลิตกระแสสารส่วนบนของเขตระเหยที่มีไฮโดรเจนและไฮโดรคาร์บอนที่เป็นผลพลอยได้ซึ่งมีคาร์บอนน้อยกว่า 8 อะตอมแทบทั้งหมดที่มีอยู่ในสารขาออกของเขตปฏิกิริยาดังกล่าว และกระแสสารส่วนล่างของเขตระเหย ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินน้อยกว่า0. 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อคิดเป็นโมลและของผสมของไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม และไฮโรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมเป็นกระแสผลผลิตของขบวนการดังกล่าว
7. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 6 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่ไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินประกอด้วยพาราฟินที่มีคาร์บอน 15 ถึง 20 อะตอม
8. บวนการของข้อถือสิทธิ 6 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่ไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินประกอด้วย c ของผสมของไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอน10ถึง15อะตอม
9. บวนการของข้อถือสิทธิ 6 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่ระบบไฮโดรเจนป้อนเข้าที่เติมเข้าในเขตการเติมไฮโดรเจนดังกล่าวประกอบด้วยส่วนหนึ่งของกระแสไอด้านบนของเขตแยกซึ่งแยกออกจากเขตแยกไอ-ของเหลว
10. บวนการของข้อถือสิทธิ 9 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่สารเร่งปฏิกิริยาเติมไฮโดรเจนประกอบด้วยนิคเกิลกำมะถัน และสารรองรับอนินทรีย์ชนิดทนทาน
11.บวนการของข้อถือสิทธิ 10 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่อัตราส่วนโมลของไฮโดรเจนที่เติมต่อไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมในกระแสของเหลวด้านล่างที่ได้จากเขตแยกมีค่าระหว่าง 1.0 :1.0 และ1.8: 1.0
12. บวนการของข้อถือสิทธิ 6 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่สารเร่งปฏิกิริยาเติมไฮโดรเจนประกอบด้ยพัลเลเดียมและสารรองรับอนินทรีย์ชนิดทนทาน
13. บวนการของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่กระแสสารป้อนเข้าประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินชนิดที่มีคาร์บอนเกินกว่า 9 อะตอม อย่างน้อยหนึ่งชนิด และมีการผ่านกระแสผลผลิตเข้าไปในเขตเติมหมู่อัลคิลที่รักษาไว้ในสภาพที่ส่งเสริมให้เกิดปฏิกิริยาการเติมหมู่อัลคิล ซึ่งรวมถึงการมีไฮโดรคาร์บอนประเภทอาโรแมติคและสารเร่งปฏิกิริยาการเติมหมู่อัลคิลและการผลิตกระแสสารขาออกของเขตเติมหมู่อัลคิลซึ่งประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนประเภทอัลคิลอาโรแมติค และมีการแยกเอาไฮโดรคาร์บอนประเภทอัลคิลอาโรแมติคจากกระแสสารขาออกของเขตเติมหมู่อัลคิล
14. บวนการของข้อถือสิทธิ 13 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่ไฮโรคาร์บอนประเภทอาโรแมติคนั้นคือเบนซีน
15. บวนการของข้อถือสิทธิ 13 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมอยู่ที่กระแสสารขาออกของเขตเติมหมู่อัลคิลมีส่วนประกอบที่เป็นไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินชนิดที่มีคาร์บอนเกินกว่า 8อะตอมอยู่ด้วย และอยู่ที่มีการแยกเอาไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินขนิดที่มีคาร์บอนเกินกว่า 8 อะตอมนั้นออกจากกระแสสารขาออกของเขตเติมหมู่อัลคิล และป้อนกลับเข้าสู่เขตการดดึงเอาไฮโดรเจนออก
16. ขบวนการสำหรับดึงเอา"ฮโดรเจนออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินดังในข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) การนำกระแสป้อนไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประะเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมไปผ่านเขตปฏิกิริยาดึงไฮโดรเจนออกที่ให้ผลในการผลิตกระแสสารขาออกจากปฏิกรณ์การดึงไฮโดรเจนออกที่เป็นส่วนไอ ซึ่งประกอบไปด้วย (i) ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า10 อะตอม (ii)ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมดังกล่าว (iii) ไฮโดรคาร์บอนโซ่ตรงประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม (iv)ไฮโดรคาร์บอนเบาที่เป็นผลพลอยได้ที่มีคาร์บอนน้อยกว่า10 อะตอม และ (v) ไฮโดรเจน (b) การทำให้สารขาออกจากเขตปฏิกรณ์การดึงไฮโดรเจนออกดังกล่าวเย็นลงและควบแน่นเป็นบางส่วนเพื่อให้เป็นกระแสส่วนที่เป็น ไอ-ของเหลว (c) การผ่านสารขาออกจากเขตปฏิกรณ์การดึงไฮโดรเจนออกส่วนที่เป็นไอ-ของเหลวดังกล่าวไปยังเขตแยกไอ-ของเหลวเพื่อแยกสารขอออกจากเขตปฏิกรณ์ การดึงไฮโดรเจนออกที่เป็นไอ-ของเหลวดังกล่าวให้เป็นกระแสของขบวนการที่เป็นส่วนไอ ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและกระแสสารของขบวนการที่เป็นของเหลวซึ่งประกอบด้วย (i) ไฮโดรเจนที่ละลายอยู่ (ii) ไฮโดรคาร์บอนเบาที่เป็นผลพลอยได้ที่มีคาร์บอนน้อยกว่า10 อะตอม (iii) ไฮโดรคาร์บอนโประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม (iv)ไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม และ (v) ไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม (d) การนำกระแสของขบวนการส่วนของเหลวที่ได้จากเขตแยกไอ-ของเหลวดังกล่าว และกระแสสารป้อนไฮโดรเจนในปริมาณควบคุมไปผ่านเขตปฏิกิริยาการเลือกเติมไฮโดรเจนที่อยู่ด้านปลายกระแสของเขตแยกไอ-ของเหลวดังกล่าวและด้านต้นกระแสของเขตระเหยที่จะกล่าวต่อไปในขั้นตอน(e )ซึ่งเขตเลือกเติมไฮโดรเจนดังกล่าว มีสารเร่งปฏิกิริยาเลือกเติมไฮโดรเจนและรักษาไว้ที่สภาพการเลือกเติมไฮโดรเจน ที่ซึ่งปริมาณดังกล่าวของไฮโดรเจนในกระแสสารป้อนไฮโดรเจนเลือกไว้เพื่อเปลี่ยนไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมที่ตรงกันเพื่อให้ได้เป็นสารขาออกจากเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนที่มีไฮโดรคาร์บอนประเภทไดโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอมอยู่น้อยกว่า0.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อคิดเป็นโมล และประกอบด้วย (i) ไฮโดรเจน (ii) ไฮโดรคาร์บอนเบาที่เป็นผลพลอยได้ที่มีคาร์บอนน้อยกว่า10 อะตอมที่ละลายอยู่ (iii) ไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10อะตอม (iv)ไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม (e) การผ่านกระแสสารขาออกจากเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนดังกล่าวเข้าไปในเขตระเหยซึ่งปฏิบัติงานที่สภาพซึ่งจะเลือกแยกและกำจัดไฮโดรเจนดังกล่าวและไฮโดรคาร์บอนเบาที่เป็นผลพลอยได้ที่มีคาร์บอนน้อยกว่า 10 อะตอมจากเขตปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนดังกล่าวและเพื่อผลิตกระแสสารส่วนล่างงในเขตระเหยซึ่งประกอบด้วย (i) ไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม และ (ii)ไฮโดรคาร์บอนประเภทโมโนโอลีฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10 อะตอม (f) การผ่านกระแสสารขาออกส่วนล่างของเขตระเหยดังกล่าวและเบนซีนเข้าไปในเขตเติมอัลคิลที่รักษาไว้ที่สภาพส่งเสริมการเติมอัลคิลเพื่อผลิตกระแสสารขาออกจากเขตเติมอัลคิลที่ประกอบด้วย (i) ไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟินที่มีคาร์บอนเกินกว่า 10อะตอม และ (ii) อัลคีนเบนซีนโซ่ตรง และ (g) การแยกอัลคีนเบนซีนโซ่ตรงดังกล่าวออกจากกระแสสารขาออกจากเขติตมอัลคิลดังกล่าว
17. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 16 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเติมอยู่ที่สารเร่งปฏิกิริยาการเติมอมู่อัลคิลขั้นประกอบด้วย HF
TH8501000178A 1985-04-04 ขบวนการที่มีการเลือกทำปฏิกิริยาสูงสำหรับการดึงไฮโดรเจน?ออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟีน TH2474B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH3060A true TH3060A (th) 1986-02-03
TH2474B TH2474B (th) 1991-08-21

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CA1270859A (en) Dehydrocyclodimerization process
CA1231981A (en) Dehydrocyclodimerization process
US10358396B2 (en) Method for the production of butadiene and hydrogen from ethanol in two low-water and low-energy-consumption reaction steps
EP2376405A1 (en) Process for obtaining high-purity 1-butene from c4 hydrocarbon mixtures
US5258563A (en) Process for the production of benzene from light hydrocarbons
EP0502265B1 (en) Integrated process for producing iso-butene and alkyl tert-butyl ethers
KR102181461B1 (ko) 액상 isomar 공정 통합
WO1997028874A1 (en) Etherification-hydrogenation process
CN101287689A (zh) 由甲醇和/或甲醚制备c2-c4烯烃的工艺和设备
JP4471977B2 (ja) 希薄エチレン流からのプロピレンおよびアルキル芳香族化合物の製造プロセス
GB2068408A (en) Production of 1-butene
WO2002022542A1 (en) Process for the production of mibk using cd technology
EP0175823B1 (en) Alkylaromatic hydrocarbon dehydrogenation process
TH2474B (th) ขบวนการที่มีการเลือกทำปฏิกิริยาสูงสำหรับการดึงไฮโดรเจน?ออกจากไฮโดรคาร์บอนประเภทพาราฟีน
US4237327A (en) Process for HF-catalyzed alkylation of aromatic hydrocarbons
US4410754A (en) Butylene isomerization process
CN106588597A (zh) 提纯聚甲醛二甲基醚的方法
KR20230154947A (ko) C4-탄화수소 혼합물로부터 이소부텐을 얻는 공정
KR20230154948A (ko) C4-탄화수소 혼합물로부터 이소부텐을 얻는 공정
KR20230154945A (ko) C4-탄화수소 혼합물로부터 이소부텐을 얻는 공정
US5750800A (en) Process for producing diisopropyl ether from propane
US2974175A (en) Process of producing alcohol of improved odor from ether hydration
US3539623A (en) Separation of diethylbenzene
KR890001849B1 (ko) 알킬방향족 탄화수소의 탈수소화공정
CA1226587A (en) Alkylaromatic hydrocarbon dehydrogenation process