TH83120B - กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออล - Google Patents

กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออล

Info

Publication number
TH83120B
TH83120B TH502004586F TH0502004586F TH83120B TH 83120 B TH83120 B TH 83120B TH 502004586 F TH502004586 F TH 502004586F TH 0502004586 F TH0502004586 F TH 0502004586F TH 83120 B TH83120 B TH 83120B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
tray
formula
distillation column
column
section
Prior art date
Application number
TH502004586F
Other languages
English (en)
Other versions
TH83120S (th
TH28987S1 (th
Inventor
มัทสึซาคิ นายคาซุฮิโคะ
ไฮด์ นายคริส ฟอร์คัสท์ นายเครก กลาสส์ นายแม็ทท์ ค็อทเทอริลล์ นายเควิน
Original Assignee
เดอะ โคคาโคลา คัมปะนี
อาซาฮี คาเซอิ คาบูชิกิ ไกชา
Filing date
Publication date
Application filed by เดอะ โคคาโคลา คัมปะนี, อาซาฮี คาเซอิ คาบูชิกิ ไกชา filed Critical เดอะ โคคาโคลา คัมปะนี
Publication of TH83120S publication Critical patent/TH83120S/th
Publication of TH28987S1 publication Critical patent/TH28987S1/th
Publication of TH83120B publication Critical patent/TH83120B/th

Links

Abstract

DC60 (21/03/50) วัตถุประสงค์ของการประดิษฐ์นี้ เป็นการจัดหาอุปกรณ์เฉพาะ และกระบวนการสำหรับผลิตได ออลด้วยการนำไซคลิก คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสารตั้งต้น, ทำการป้อน สารตั้งต้นอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A (a continuous multi-stage distillation column A) ซึ่งมีตัวเร่งปฏิกิริยาบรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A, ทำการดึงของ ผสมปฏิกิริยาจุดเดือดต่ำ AT ออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนต และอะ ลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ ออกจากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าซ, ทำการดึงของผสม ปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB ออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้ ออกจากส่วนล่าง ของคอลัมน์ A ในรูปของเหลว, ต่อมาป้อนของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB อย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่น แยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C, ทำการกลั่นแยกสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออล ที่อยู่ในของผสม ปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB โดยแยกออกที่ส่วนประกอบด้านบนของคอลัมน์ CT และที่ส่วนประกอบตรงส่วน ตัดด้านข้างของคอลัมน์ CS เพื่อให้ได้สารที่ส่วนประกอบด้านล่างสุดของคอลัมน์ CB, ทำการป้อนสารที่ อยู่ในส่วนประกอบด้านล่างสุดของคอลัมน์ CB ลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ทำให้ได้ ไดออลที่ส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้างของคอลัมน์ CS ตรงช่องทางไหลออกที่อยู่ตรงส่วนตัด ด้านข้างของหอกลั่นแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C อนึ่ง นับเป็นวัตถุประสงค์ในการจัดหาอุปกรณ์เฉพาะ ทางอุตสาหกรรม และกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม ที่มีราคาไม่แพง และยกตัวอย่างเช่น สามารถทำ ให้ผลิตไดออลได้ในปริมาณที่ไม่น้อยกว่า 1 ตัน/ชั่วโมง, ที่ดีคือไม่น้อยกว่า 2 ตัน/ชั่วโมง และจะดีมากขึ้น ถ้าไม่น้อยกว่า 3 ตัน/ชั่วโมง อย่างคงที่สำหรับช่วงเวลาการผลิตที่ยาวนานออกไป (ตัวอย่างเช่น ไม่น้อย กว่า 1000 ชั่วโมง, ที่ดีคือไม่น้อยกว่า 3000 ชั่วโมง และจะดีมากขึ้นหากไม่น้อยกว่า 5000 ชั่วโมง) ตาม การประดิษฐ์นี้นี้ วัตถุประสงค์ข้างต้น สามารถบรรลุได้ ด้วยการใช้หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ ต่อเนื่องกัน C ที่มีโครงสร้างตามที่กำหนด และทำการดึงองค์ประกอบที่เป็นของเหลวออกจากช่อง ทางออกที่อยู่ตรงส่วนตัดด้านข้างของคอลัมน์ ซึ่งได้รับการติดตั้งตรงชั้นล่างของถาดแบบปล่อง ซึ่งมี โครงสร้างที่กำหนดติดตั้งอยู่ ในส่วนเอ็นริชเม้นท์ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C วัตถุประสงค์ของการประดิษฐ์นี้ เป็นการจัดหาอุปกรณ์เฉพาะ และกระบวนการสำหรับผลิตได ออลด้วยการนำไซคลิก คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสารตั้งต้น, ทำการป้อน สารตั้งต้นอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A (a continuous multi-stage distillation column A) ซึ่งมีตัวเร่งปฏิกิริยาบรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A, ทำการดึงของ ผสมปฏิกิริยาจุดเดือดต่ำ AT ออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนต และอะ ลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ ออกจากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าซ, ทำการดึงของผสม ปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB ออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้ ออกจากส่วนล่าง ของคอลัมน์ A ในรูปของเหลว, ต่อมาป้อนของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB อย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่น แยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C, ทำการกลั่นแยกสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออล ที่อยู่ในของผสม ปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB โดยแยกออกที่ส่วนประกอบด้านบนของคอลัมน์ CT และที่ส่วนประกอบตรงส่วน ตัดด้านข้างของคอลัมน์ CS เพื่อให้ได้สารที่ส่วนประกอบด้านล่างสุดของคอลัมน์ CB ทำการป้อนสารที่ อยู่ในส่วนประกอบด้านล่างสุดของคอลัมน์ CB ลง

Claims (30)

  1. ------22/02/2562------(OCR)
    หน้า 1 ของจำนวน 5 หน้าข้อถือสิทธิ 1. กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออล ซึ่งไดออลถูกผลิตขึ้นโดยใช้ไซคลิกคาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสารตั้งต้น, ทำการป้อนสารตั้งต้นอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A (a continuous multi-stage dilation column)ซึ่งมีตัวเร่งปฏิกิริยาบรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A ดังกล่าว, ทำการดึงออกอย่างต่อเนื่องต่อของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดตํ่า At ซึ่งประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนตที่ผลิตได้ และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ดังกล่าว ให้ออกจากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าซ, ทำการดึงออกอย่างต่อเนื่องต่อของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ab ซึ่งประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้ ออกจากส่วนล่างของหอกลั่น A ในรูปของเหลว, จากนั้นป้อนของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ab ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C เพื่อทำการแยกสารที่มีจุดเดือดตํ่ากว่าไดออลที่อยู่ในของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ab ดังกล่าวออก, ทำให้ได้สารที่มีจุดเดือดตํ่ากว่าไดออลอย่างต่อเนื่อง ในฐานะเป็นส่วนประกอบด้านบนสุดของหอกลั่น CT และส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้าง Cs และทำให้ได้ไดออลที่ไม่เจือปนด้วยสารที่มีจุดเดือดตํ่ากว่าไดออลเป็นอย่างมาก อย่างต่อเนื่อง ในฐานะเป็นส่วนประกอบด้านล่างสุดของหอกลั่น CB โดยที่ การปรับปรุงนี้ประกอบรวมด้วย: (a) หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ประกอบรวมด้วย หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งประกอบรวมด้วยส่วนสตริปปิ้ง ที่มีความยาว L1 (เซนติเมตร), เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน D1 (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n1 อยู่ภายใน และส่วนเอ็นริชเม้นท์ ที่มีความยาว L2 (เซนติเมตร), เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน D2 (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n2 อยู่ด้านใน โดยที่ L1, D1, n1, L2, D2 และ n2 เป็นไปตามสูตร (1) ถึง (9) ต่อไปนี้: 300 ------------
    ------04/06/2561------(OCR)
    หน้า 1 ของจำนวน 5 หน้า
    ข้อถือสิทธิ
    1. ในกระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออล ซึ่งไดออลถูกผลิตขึ้นโดยใช้ไซ
    คลิก คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสารตั้งต้น, ทำการป้อนสารตั้งต้น
    อย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A (a continuous multi-stage dilation
    column) ซึ่งมีตัวเร่งปฏิกิริยาบรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A ดังกล่าว, ทำการดึง
    ออกอย่างต่อเนื่องต่อของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดต้า Ar ซึ่งประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนตที่ผลิตไต้
    และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ตังกล่าว ให้ออกจากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าซ
    , ทำการดึงออกอย่างต่อเนื่องต่อของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ag ซึ่งประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้
    ออกจากส่วนล่างของหอกลั่น A ในรูปของเหลว, จากนั้นป้อนของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ag
    ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C เพื่อทำการแยกสารที่มีจุด
    เดือดต่ำกว่าไดออลที่อยู่ในของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ag ดังกล่าวออก, ทำให้ได้สารที่มีจุดเดือด
    ตากว่าไดออล อย่างต่อเนื่อง ในฐานะเป็นส่วนประกอบด้านบนสูดของหอกลั่น CT และ
    ส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้าง Cs และทำให้ได้ไดออลที่ไม่เจือปนด้วยสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าได
    ออลเป็นอย่างมาก อย่างต่อเนื่อง ในฐานะเป็นส่วนประกอบด้านล่างสุดของหอกลั่น CB โดยที่ การ
    ปรับปรุงนี้ประกอบรวมด้วย:
    (a) หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ประกอบรวมด้วย หอกลั่นแยก
    แบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งประกอบรวมด้วยส่วนสตริปปิ้ง ที่มีความยาว L, (เซนติเมตร), เส้น
    ผ่านศูนย์กลางด้านใน D, (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n1 อยู่ภายใน และส่วน เอ็น
    ริชเม้นท์ ที่มีความยาว L2 (เซนติเมตร), เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน D, (เซนติเมตร), และส่วนภายใน
    พร้อมจำนวนชั้น n2 อยู่ด้านใน โดยที่ L1, D1, n1, L2, D2 และ n2 เป็นไปตามสูตร (1) ถึง (9) ต่อไปนี้ :
    300 < L, < 3000 (1)
    50 < D, < 700 (2)
    3 < L1 /D1 < 30 (3)
    3 < n1 < 30 (4)
    1000 < L2 < 5000 (5)
    50 < D2 < 500 (6)
    10 < L2/ D2 < 50 (7)
    20 < n2 < 100 (8) และ
    D2
    (b) ส่วนเอ็นริชเม้นท์ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว มีถาดแบบ
    ปล่อง (a chimney tray) อย่างน้อยที่สุดหนึ่งถาดติดตั้งอยู่ในฐานะเป็นส่วนภายใน, ถาดแบบปล่อง
    หน้า 2 ของจำนวน 5 หน้า
    ดังกล่าวมีปล่องติดตั้งอยู่หนึ่งปล่องหรือมากกว่านั้นอยู่ภายใน โดยแต่ละปล่องมีช่องเปิดที่มี
    พื้นที่หน้าตัด S (ตารางเซนติเมตร) ที่เป็นไปตามสูตร (10) :
    200 < S < 1000 (10),
    และปล่องแต่ละอันเป็นลักษณะความสูง h (เซนติเมตร) นับจากช่องเปิดดังกล่าวของ
    ปล่องดังกล่าว ไปถึงทางออกของก๊าซของปล่องดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามสูตร (11):
    10 < h < 80 (11); และ
    (c) ทางไหลออกของส่วนตัดด้านข้างดังกล่าว ถูกต่อเข้ากับส่วนเก็บของเหลวของถาดแบบ
    ปล่องดังกล่าวในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว
  2. 2.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ ปริมาณไดออลที่ผลิตได้มีค่าไม่น้อยกว่า 1 ตัน/
    ชั่วโมง
  3. 3. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ จำนวนที่มากกว่าหนึ่ง (จำนวนชั้น n3) ของ
    ถาด K ยังได้รับการติดตั้งในส่วนล่างของส่วนภายในในส่วนต่ำสุดของส่วนสตริปปิ้ง ซึ่งอยู่ใน
    ส่วนล่างของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว, ของเหลวจะถูกดึงออกอย่าง
    ต่อเนื่องจากชั้นบนสุดของถาด K ดังกล่าว และหลังจากได้รับความร้อนที่ต้องการสำหรับการกลั่น
    แยกในหม้อต้มซํ้า (reboiler) ของเหลวที่ร้อนนี้ถูกทำให้กลับคืนสู่หอกลั่น C จากช่องป้อนที่
    จัดเตรียมไว้ระหว่างชั้นบนสุดของถาด K และส่วนภายในที่อยู่ในส่วนต่ำสุดของส่วนสตริปปิ้ง
    ในขณะที่ของเหลวที่ยังคงอยู่ในถาดจะถูกป้อนลงสู่ถาดที่อยู่ต่ำกว่าเป็นลำดับ
  4. 4.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ ถาด K แต่ละอันคือถาดแบบแผ่นกั้น (a baffle tray)
  5. 5.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน D3 ของหอกลั่นแยกแบบ
    หลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ซึ่งเป็นมีถาด K ปรากฎอยู่ จะเป็นไปตาม D1 < D3
  6. 6.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ L1, D1, L1 / D1, n1, L2, D2, L2 / D2, n2 และn3
    สำหรับหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว เป็นไปตามสูตรตามลำดับดังนี้ 500 <
    L1 < 2000, 70 < D1 < 500, 5 < L1 / D1 < 20, 5 < n1 < 20, 1500 < L2 < 4000, 70 < D2 <
    400, 1 5 < L2/ D, < 40, 30 < n2 < 90 และ 3 < n3 < 20
  7. 7. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ส่วนภายในในส่วนสตริปปิ้งของหอกลั่น
    แยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว และ ส่วนภายในที่ไม่รวมถาดแบบปล่องในส่วนเอ็นริช
    เม้นท์คือถาด และ/หรือวัสดุบรรจุ
  8. 8.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 7 โดยที่ ส่วนภายในในส่วนสตริปปิ้งของหอกลั่นแยกแบบ
    หลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าวคือ ถาด, และส่วนภายในที่ไม่รวมถาดแบบปล่องในส่วนเอ็นริช
    เม้นท์คือถาด และ/หรือวัสดุบรรจุที่มีโครงสร้าง
  9. 9.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อ 7 โดยที่ ถาดดังกล่าว คือถาดแบบตะแกรง
    หน้า 3 ของจำนวน 5 หน้า
  10. 10.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อ 9 โดยที่ ถาดแบบตะแกรงดังกล่าวมีรูจำนวน 100 ถึง
    1000รู/ตารางเมตร ในส่วนตะแกรงของถาดนั้น และมีพื้นที่หน้าตัดต่อรูในช่วงจาก 0.5 ถึง 5 ตาราง
    เซนติเมตร
  11. 11.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อ 9 โดยที่ อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัด
    ทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรงดังกล่าวในส่วนเอ็นริชเม้นท์
    ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก 2 ถึง 15%
  12. 12.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อ 9 โดยที่ อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าดัด
    ทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรงดังกล่าวในส่วนเอ็นริชเม้นท์
    ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก 1.5 ถึง 12%
  13. 13. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของ
    พื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของช่องเปิดในปล่อง ต่อพื้นที่ของถาดแบบปล่องที่รวมทั้งพื้นที่หน้าตัด
    ทั้งหมดของช่องเปิด) ของถาดแบบปล่องดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก 10 ถึง 40%
  14. 14. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C
    ดังกล่าว มีอุณหภูมิตรงด้านล่างสุดของหอกลั่นอยู่ในช่วงจาก 150 ถึง 250?ซ
  15. 15. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C
    ดังกล่าว มีความดันด้านบนสุดของหอกลั่นอยู่ในช่วงจาก 50000 ถึง 300000 Pa
  16. 16.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C
    ดังกล่าว มีอัตราส่วนการริฟลักซ์ (reflux ratio) อยู่ในช่วงจาก 0.3 ถึง 5
  17. 17.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ ปริมาณของไดออลในส่วนประกอบด้าน
    บนสุดของหอกลั่น CT ดังกล่าว ไม'มากกว่า 100 ส่วนในล้านส่วน
  18. 18.กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 โดยที่ปริมาณของไดออลในส่วนประกอบตรง
    ส่วนตัดด้านข้าง Cs ดังกล่าว ไม,มากกว่า 0.5% ของไดออลที่ป้อนเข้าไปในหอกลั่นแยกแบบหลาย
    ชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว
  19. 19.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน ที่เป็นหอกลั่นแยกแนบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C
    ใช้สำหรับผลิตไดออล โดยใช้ไซคลิก คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสาร
    ตั้งต้น, ทำการป้อนสารตั้งต้นอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A ซึ่งมี
    ตัวเร่งปฏิกิริยาบรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A ดังกล่าว, ทำการดึงอย่างต่อเนื่องต่อ
    ของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดต่ำ At ซึ่งประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนตที่ผลิตได้ และอะลิฟาติก โม
    โนไฮดริก แอลกอฮอล์ ออกจากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าซ, ทำการดึงอย่างต่อเนื่องต่อ
    ของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ag ซึ่งประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้ ออกจากส่วนล่างของหอกลั่น A
    ในรูปของเหลว, จากนั้นป้อนต่ออย่างต่อเนื่องต่อของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง Ag ดังกล่าวลงในหอ
    กลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C เพื่อทำการแยกวัสดุที่มีจุดเดือดตากว่าไดออลที่อยู่ในของ
    หน้า 4 ของจำนวน 5 หน้า
    ผสม ปฏิกิริยา จุด เดือด สูง AB ดัง กล่าว ออก, ทำให้ได้สาร ที่มี จุด เดือด ต่ำก ว่า ได ออ ล อย่างต่อเนื่อง ใน
    ฐานะเป็น ส่วนประกอบด้านบนสุดของหอกลั่น CT และส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้าง Csและ
    ทำให้ได้ไดออลที่ไม่เจือปนด้วยสารที่มีจุดเดือดตากว่าไดออลเป็นอย่างมาก อย่างต่อเนื่อง ในฐานะ
    เป็น ส่วนประกอบด้านล่างสูดของหอกลั่น CB โดยที่ การปรับปรุงนี้ประกอบด้วย:
    (a) หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ประกอบรวมด้วย หอกลั่นแยก ซึ่ง
    ประกอบรวมด้วย ส่วนสตริปปิ้ง ที่มีความยาว L1 (เซนติเมตร), เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน D,
    (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n1 อยู่ภายใน และส่วน เอ็นริชเม้นท์ ที่มีความยาว L2
    (เซนติเมตร), เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน D2 (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n2 อยู่
    ด้านใน โดยที่ L1, D1, n1, L2, D2 และ n2 เป็นไปตามสูตร (1) ถึง (9) ต่อไปนี้ :
    300 < L1 < 3000 (1)
    50 < D1 < 700 (2)
    3 < L1/D1 < 30 (3)
    3 < n1 < 30 (4)
    1000 < L2 < 5000 (5)
    50 < D2 < 500 (6)
    10 < L2/D2 < 50 (7)
    20 < n2 < 100 (8) และ
    d2
    (b) ส่วนเอ็นริชเม้นท์ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว มีถาดแบบปล่อง
    อย่างน้อยที่สุดหนึ่งถาดติดตั้งอยู่นั้น ในฐานะเป็นส่วนภายใน ถาดแบบปล่องนั้นมีปล่องหนึ่งปล่อง
    หรือมากกว่าติดตั้งอยู่ภายใน โดยแต่ละปล่องมีช่องเปิดที่มีพื้นที่หน้าตัด S (ตารางเซนติเมตร)
    เป็นไปตามสูตร(10)ดังต่อไปนี้:
    200 < S < 1000 (10),
    และปล่องแต่ละอันเป็นลักษณะที่ความสูง h (เซนติเมตร) นับจากช่องเปิดดังกล่าวของปล่อง
    ดังกล่าว ไปถึงทางออกของก๊าซของปล่อง ที่เป็นไปตามสูตร (11):
    10 < h < 80 (11); และ
    (c) ช่องทางไหลออกของส่วนตัดด้านข้างถูกต่อเข้ากับส่วนเก็บของเหลวของถาดแบบ
    ปล่องดังกล่าวของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว,
  20. 20. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิ์ข้อที่ 19 โดยที่ จำนวนที่มากกว่า
    หนึ่ง (จำนวนชั้น n3) ของถาด K ได้รับการติดตั้งในส่วนล่างของส่วนภายในในส่วนตาสูดของส่วน
    สตริปปิ้ง ซึ่งอยู่ในส่วนล่างของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว, ของเหลวจะถูก
    ดึงออกอย่างต่อเนื่องจากชั้นบนสุดของถาด K และหลังจากได้รับความร้อนที่ต้องการสำหรับการ
    หน้า 5 ของจำนวน 5 หน้า
    กลั่นแยกในหม้อต้มซํ้าแล้ว ของเหลวที่ร้อนนี้ถูกทำให้กลับคืนสู่หอกลั่น C ทางช่องป้อนที่จัดเตรียม
    ไว้ระหว่างชั้นบนสุดของถาด K และส่วนภายในที่อยู่ในส่วนตาสุดของส่วนสตริปปิ้ง ในขณะที่
    ของเหลวส่วนที่เหลือได้ถูกป้อนลงสู่ถาดที่อยู่ต่ำกว่าเป็นลำดับ
  21. 21.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 20 โดยที่ ถาด K แต่ละถาด คือ
    ถาดแบบแผ่นกั้น
  22. 22.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 20 หรือ 21 โดยที่ เส้นผ่าน
    ศูนย์กลางด้านใน D, ของหอกลั่นดังกล่าว ที่มีถาด K ปรากฎอยู่ จะเป็นไปตาม D1 < D3
  23. 23.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อที่ 19 ถึง 21
    โดยที่ L1, D1, L1 / D1, n1, L2, D2, L2 / D2, ืn2 และ n3 เป็นไปตามสูตรตามลำดับดังนี้ 500 < L1 <
    2000, 70 < D, < 500, 5 < L1/ D, < 20, 5 < n1 < 20, 1500 < L2 < 4000, 70 < D2 < 400, 15
    < L2/ D2 < 40, 30 < n2 < 90 และ 3 < n3 < 20
  24. 24.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 19 ถึง 21
    โดยที่ ส่วนภายในในส่วนสตริปปิ้งของส่วนสตริปปิ้ง และส่วนภายในที่ไม่รวมถาดแบบปล่องใน
    ส่วนเอ็นริชเม้นท์ คือถาด และ/หรือวัสดุบรรจุ
  25. 25. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ ส่วนภายในในส่วน
    สตริปปิ้ง คือถาด และส่วนภายในที่ไม่รวมถาดแบบปล่องในส่วนเอ็นริชเม้นท์คือถาด และ/หรือ
    วัสดุบรรจุที่มีโครงสร้าง
  26. 26. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ ถาดดังกล่าว คือถาด
    แบบตะแกรง
  27. 27. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 26 โดยที่ ถาดแบบตะแกรง
    ดังกล่าว มีรูจำนวน 100 ถึง 1000 รู/ตารางเมตรในส่วนตะแกรง และมีพื้นที่หน้าตัดต่อรูอยู่ในช่วง
    จาก 0.5 ถึง 5 ตารางเซนติเมตร
  28. 28.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 26 โดยที่ อัตราส่วนของรูเปิด
    (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรง
    ดังกล่าวในส่วนสตริปปิ้ง อยู่ในช่วงจาก 2 ถึง 15%
  29. 29.หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิที่ 26 โดยที่ อัตราส่วนของรูเปิด
    (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรง
    ดังกล่าวในส่วนเอ็นริชเม้นท์อยู่ในช่วงจาก 1.5ถึง 12%
  30. 30.หอกลั่นแยกแบนหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อที่ 19 ถึง 21
    โดยที่ อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของช่องเปิดในปล่อง ต่อพื้นที่ของ
    ถาดแบบปล่อง รวมทั้งพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของช่องเปิด) ของถาดแบบปล่องดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก
    10 ถึง 40%
    ------------
    1.ในกระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออล ไดออลถูกผลิตขึ้นโดยใช้ไซคลิก
    คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสารตั้งต้น, ทำการป้อนสารตั้งต้นอย่างต่อเนื่อง
    ลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A (a continuous multi-stage dilation column) ซึ่งมีตัวเร่ง
    ปฏิกิริยาบรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A ดังกล่าว, ทำการดึงของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดต่ำ
    Ar ออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก
    แอลกอฮอล์ดังกล่าว ออกจากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าซ, ทำการดึงของผสมปฏิกิริยาจุดเดือด
    สูง Aa ออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้ ออกจากส่วนล่างของหอกกลั่น A ใน
    รูปของเหลว, จากนั้นป้อนของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบ
    หลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C เพื่อทำการแยกสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออลที่อยู่ในของผสมปฏิกิริยาจุดเดือด
    สูง AB ดังกล่าวออก, ทำให้ได้สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออล อย่างต่อเนื่อง แยกออกที่ส่วนประกอบด้าน
    บนสุดของคอลัมน์ Ct แลพที่ส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้างขอวคอลัมน์ Cs และทำให้ได้ไดออลที่ไม่
    เจือปนด้วยสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออลอย่างมาก อย่างน่อเนื่อง ที่ส่วนประกอบด้านล่างสุดของ
    คอลัมน์ Ca โดยาการปรับปรุงนี้ประกอบด้วย:
    (a) หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ประกอบด้วยหอกลั่นแยกแบบหลายชั้น
    ที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งประกอบด้วยส่วนสตริปปิ้ง ที่มีความยาว L, (เซนติเมตอ), เส้นผ่าศูนย์กลางด้านใน D1
    (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n, อยู่ภายใน และส่วน เอ็มริชเม้นท์ ทั่ทีความยาว L;
    (เซนติเมตร), เส้นผาศูนย์กลางด้านใน D22 (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชิ้น n2 อยู่ด้านใน
    โดยที่ L.,Dt, n1, L2, D2 และ n2 เป็นไปตามสูตร (1) ถึง (9) ต่อไปนี้ :
    300 (สูตร) L1 (สูตร) 3000 (1)
    50 (สูตร) D1 (สูตร) 700 (2)
    3 (สูตร) L1/D1 (สูตร) 30 (3)
    3 (สูตร) n1 (สูตร) 30 (4)
    1000 (สูตร) L2 (สูตร) 5000 (5)
    50 (สูตร) L2 (สูตร) 500 (6)
    10 (สูตร) L2/D2 (สูตร) 50 (7)
    20 (สูตร) n2 (สูตร) 100 (8) และ
    D2 (สูตร) D1 (9) ;
    (b) ส่วนเอ็นริชเม้นท์ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ส่วนภายในมีถาด
    แบบปล่อง (a chimney tray) อย่างน้อยที่สุดหนึ่งถาดติดตั้งอยู่ ถาดแบปล่องดังกล่าวมีปล่องติดตั้งอยู่หนึ่ง
    ปล่องหรือมากกว่า โดยแต่ละปล่องมีช่องเปิดที่มีพื้นที่หน้าตัด S (ตารางเซนติเมตร) ที่เป็นไปตามสูตร
    (10) ;
    11. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อ 9 หรือ 10, อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัด
    ทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรงดังกล่าวในส่วนเอ็นริชเม้นท์ ของ
    หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก 2 ถึง 15%
    12. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 9 ถึง 11, อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของ
    พื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรงดังกล่าวในส่วน เอ็น
    ริชเม้นท์ ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก 1.5 ถึง 12%
    13. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 1 ถึง 12, อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของ
    พื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของช่องเปิดในปล่อง ต่อพื้นที่ของถาดแบบปล่อง รวมทั้งพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของ
    ช่องเปิด) ของถาดแบบปล่องดังกล่าว อยู่ในช่วงจาก 10 ถึง 40%
    14. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 1 ถึง 13, หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่
    ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว มีระดับอุณหภูมิตรงด้านล่างสุดของคอลัมน์อยู่ในช่วง 150 ถึง 250 ํC
    15. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 1 ถึง 14, หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่
    ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว มีความดันด้านบนสุดของคอลัมน์อยู่ในช่วง 50000 ถึง 300000 Pa
    16. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 1 ถึง 15, หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่
    ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว มีอัตราส่วนการรีฟลักซ์ (reflux ratio) อยู่ในช่วงจาก 0.3 ถึง 5
    17. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 1 ถึง 16, องค์ประกอบของไดออลใน
    ส่วนประกอบด้านบนสุดของคอลัมน์ C1 ดังกล่าว ไม่มากกว่า 100 ส่วนในล้านส่วน
    18. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 1 ถึง 17, องค์ประกอบที่เป็นไดออลใน
    ส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้างของคอลัมน์ Cs ดังกล่าว ไม่มากกว่า 0.5% ของไดออลที่ป้อนเข้าไปใน
    หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ตอเนื่องกัน C ดังกล่าว
    19. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน คือหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ใช้
    สำหรับผลิตไดออล โดยใช้ไซคลิก คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์ เป็นสารตั้งต้น,
    ทำการป้อนสารตั้งต้นอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน A ซึ่งมีตัวเร่งปฏิกิริยา
    บรรจุอยู่, ดำเนินการกลั่นปฏิกิริยาในหอกลั่น A ดังกล่าว, ทำการดึงของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดต่ำ AT ออก
    อย่างต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดอัลคิล คาร์บอเนต และอะลิฟาติก โมโนไฮดริก แอลกอฮอล์
    ออก จากส่วนบนของหอกลั่น A ในรูปของก๊าว, ทำการดึงของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB ออกอย่าง
    ต่อเนื่อง ซึ่งของผสมนี้ประกอบด้วยไดออลที่ผลิตได้ ออกจากส่วนล่างของหอกลั่น A ในรูปของเหลว,
    จากนั้นป้อนของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องลงในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่
    ต่อเนื่องกัน C เพื่อทำการแยกวัสดุที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออลที่อยู่ในของผสมปฏิกิริยาจุดเดือดสูง AB
    ดังกล่าวออก, ทำให้ได้สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออลอย่างต่อเนื่อง แยกออกที่ส่วนประกอบด้านบนสุด
    ของคอลัมน์ CT และที่ส่วนประกอบตรงส่วนตัดด้านข้างของคอลัมน์ Cs และทำให้ได้ออลที่ไม่เจือ
    ด้วยสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าไดออลเป็นอย่างมาก อย่างต่อเนื่อง ที่ส่วนประกอบด้านล่างสุดของคอลัมน์ CB
    โดยการปรับปรุงนี้ประกอบด้วย:
    (a) หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ประกอบด้วยหอกลั่นแยกแบบหลายชั้น
    ที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งประกอบด้วยส่วนสตริปปิ้ง ที่มีความยาว L1 (เซนติเมตร), เส้นผ่าศูนย์กลางด้านใน D1
    (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น nt อยู่ภายใน และส่วน เอ็นริชเม้นท์ ที่มีความยาว L2
    (เซนติเมตร), เส้นผ่าศูนย์กลางด้านใน D2 (เซนติเมตร), และส่วนภายในพร้อมจำนวนชั้น n2 อยู่ด้านใน
    โดยที่ : L1,D1,n1,L2,D2 และ n2 เป็นไปตามสูตร (1) ถึง (9) ต่อไปนี้ :
    300 (สูตร) L1 (สูตร) 3000 (1)
    50 (สูตร) D1 (สูตร) 700 (2)
    3 (สูตร) L1/D1 (สูตร) 30 (3)
    3 (สูตร) n1 (สูตร) 30 (4)
    1000 (สูตร) L2 (สูตร) 5000 (5)
    50 (สูตร) L2 (สูตร) 500 (6)
    10 (สูตร) L2/D2 (สูตร) 50 (7)
    20 (สูตร) n2 (สูตร) 100 (8) และ
    D2 (สูตร) D1 (9) ;
    (b) ส่วนเอ็นริชเม้นท์ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว ส่วนภายในมีถาด
    แบบปล่องอย่างน้อยที่สุดหนึ่งถาดติดตั้งอยู่ ถาดแบบปล่องมีปล่องหนึ่งปล่องหรือมากกว่าติดตั้งอยู่ โดย
    แต่ละปล่องมีช่องเปิดที่มีพื้นที่หน้าตัด S (ตารางเซนติเมตร) เป็นไปตามสูตร (10) ดังต่อไปนี้ :
    200 (สูตร) S (สูตร) 1000 (10),
    และปล่องแต่ละอันมีความสูง h (เซนติเมตร) นับจากช่องเปิดดังกล่าวของปล่องดังกล่าว ไปถึงทางออก
    ของก๊าซของปล่อง ที่เป็นไปตามสูตร (11) :
    10 (สูตร) h (สูตร) 80 (11); และ
    (c) ช่องทางไหลออกของส่วนตัดด้านข้างดังกล่าว ถูกต่อเข้ากับส่วนเก็บของเหลวของถาดแบบ
    ปล่องดังกล่าวในหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว,
    20. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 19, จำนวนชุด (จำนวนชั้น n3)
    ของถาด K ได้รับการติดตั้งในส่วนล่างของส่วนภายในในส่วนต่ำสุดของส่วนสตริปปิ้ง ซึ่งอยู่ในส่วนล่าง
    ของหอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกัน C ดังกล่าว, ของเหลวจะถูกดึงออกอย่างต่อเนื่องจากชั้น
    บนสุดของถาด K และหลังจากได้รับความร้อนที่เพียงพอสำหรับการกลั่นแยกในหม้อต้มซ้ำแล้ว
    ของเหลวที่ร้อนนี้จะกลับคืนสู่หอกลั่น C ทางช่องป้อนที่จัดเตรียมไว้ระหว่างชั้นบนสุดของถาด K และ
    ส่วนภายในที่อยู่ในส่วนต่ำสุดของส่วนสตริปปิ้ง ในขณะเดียวกันของเหลวที่ยังอยู่ในถาดจะถูกป้อนลงสู่
    ถาดที่อยู่ต่ำกว่าเป็นลำดับ
    21. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 20, ถาด K แต่ละถาด คือถาดแบบ
    แผ่นกั้น
    22. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 20 หรือ 21, เส้นผ่าศูนย์กลางด้าน
    ใน D3 ของคอลัมนืดังกล่าว ที่มีถาด K ปรากฏอยู่ จะเป็นไปตาม D1 (สูตร) D3
    23. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อที่ 19 ถึง 22, โดย
    L1,D1,L1 / D1, n1,L2,D2,L2 / D2, n2 และ n3 เป็นไปตามสูตรตามลำดับดังนี้ 500 (สูตร) L1 (สูตร) 2000, 70 (สูตร)
    D1 (สูตร) 500, (สูตร) 5 (สูตร) L1 / D1 (สูตร) 20,5 (สูตร) n1 (สูตร) 20,1500 (สูตร) L2 (สูตร) 4000,70 (สูตร) D2 (สูตร) 400,15 (สูตร) L2 / D2 (สูตร) 40,
    30 (สูตร) n2 (สูตร) 90 และ 3 (สูตร) n3 (สูตร) 20
    24. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ 19 ถึง 23, ส่วน
    ภายในในส่วนสตริปปิ้งของส่วนสตริปปิ้ง และส่วนภายในที่ไม่รวมถาดแบบปล่องในส่วนเอ็นริชเม้นท์
    คือถาด และ/หรือวัสดุบรรจุ
    25. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 24, ส่วนภายในในส่วนสตริปปิ้ง
    คือถาด และส่วนภายในที่ไม่รวมถาดแบบปล่องในส่วนเอ็นริชเม้นท์ คือถาด และ/หรือวัดสุบรรจุที่มี
    โครงสร้าง
    26. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 24 หรือ 25, ถาดดังกล่าว คือถาด
    แบบตะแกรง
    27. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 26, ถาดแบบตะแกรงดังกล่าว มีรู
    จำนวน 100 ถึง 1000 รู/ตารางเมตรในส่วนที่เป็นรู และมีพื้นที่หน้าตัดต่อรูอยู่ในช่วง 0.5 ถึง 5 ตาราง
    เซนติเมตร
    28. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อที่ 26 หรือ 27, อัตราส่วนของรูเปิด
    (อัตราส่วนของพื้นชที่หน้าตัดทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาดแบบตะแกรง
    ดังกล่าวในส่วนสตริปปิ้ง อยู่ในช่วงจาก 2 ถึง 15%
    29. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อที่ 26 ถึง 28,
    อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของรูในถาดหนึ่งชั้น ต่อพื้นที่ของถาด) ของถาด
    แบบตะแกรงดังกล่าวในส่วนเอ็นริชเม้นท์ อยู่ในช่วงจาก 1.5 ถึง 12%
    30. หอกลั่นแยกแบบหลายชั้นที่ต่อเนื่องกันตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อที่ 19 ถึง 29,
    อัตราส่วนของรูเปิด (อัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของช่องเปิดในปล่อง ต่อพื้นที่ของถาดแบบ
    ปล่อง รวมทั้งพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของช่องเปิด) ของถาดแบบปล่องดังกล่าว อยู่ในช่วง 10 ถึง 40%
TH502004586F 2007-01-24 กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออล TH83120B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH83120S TH83120S (th) 2007-02-22
TH28987S1 TH28987S1 (th) 2010-10-20
TH83120B true TH83120B (th) 2021-06-16

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN101370757B (zh) 高纯度二醇的工业制备方法
CN108137475B (zh) 用于纯化甲基丙烯酸甲酯的方法
CN101374790B (zh) 高纯度二醇的工业制备方法
KR101942347B1 (ko) 디알킬 카보네이트, 물 및 알칸올의 분리방법 및 장치
CN101006069A (zh) 用于精馏高沸点的对空气和/或温度敏感的有用产品的混合物的方法
CN101027275A (zh) 芳香族碳酸酯的工业制备方法
JPH11315051A (ja) 2,2,4−トリメチル−1,3−ペンタンジオールイソブチレート類の蒸留装置及び蒸留方法
TH89227B (th) กระบวนการเชิงอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตของไดออลที่มีความบริสุทธิ์สูง
TH91117A (th) กระบวนการเชิงอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตของไดออลที่มีความบริสุทธิ์สูง
TH91153A (th) กระบวนการเชิงอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตของไดออลที่มีความบริสุทธิ์สูง
TH91148A (th) กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดออลความบริสุทธิ์สูง
TWI806278B (zh) 碳酸二烷基酯類及二醇類的工業上的製造方法及連續多段蒸餾塔
EP4311827A1 (en) Method and plant for purifying a fatty acid isopropyl ester and for producing pure fatty acid isopropyl ester
TH64307B (th) กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิต อะโรมาติก คาร์บอเนต
TH74365A (th) กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิต อะโรมาติก คาร์บอเนต
EP4212226A1 (en) Plant and process for fractionating fatty acid mixtures
TH74564A (th) กระบวนการในทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตเกี่ยวกับ อะโรมาติก คาร์บอเนต
TH91797A (th) กระบวนการสำหรับการผลิตไดแอริลคาร์บอเนตที่มีความบริสุทธิ์สูงในระดับอุตสาหกรรม
TH91798A (th) กระบวนการเชิงอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตของอะโรมาติกคาร์บอเนตคุณภาพสูง
TH72300B (th) กระบวนการสำหรับการผลิตไดแอลคิลคาร์บอเนต และไดออลในเชิงอุตสาหกรรม
TH89672A (th) กระบวนการสำหรับการผลิตไดแอลคิลคาร์บอเนต และไดออลในเชิงอุตสาหกรรม
TH89673A (th) กระบวนการสำหรับการผลิตเชิงอุตสาหกรรมไดแอลคิลคาร์บอเนตและไดออล
TH68229B (th) กระบวนการสำหรับการแยกไดแอลคิล คาร์บอเนทออกมาในเชิงอุตสาหกรรม
TH76977A (th) กระบวนการทางอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตไดเอริลคาร์บอเนตที่มีความบริสุทธิ์สูง
TH74566A (th) กระบวนการเชิงอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตแอโรแมติกคาร์บอเนท