TH153143A - สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน - Google Patents

สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน

Info

Publication number
TH153143A
TH153143A TH1301007352A TH1301007352A TH153143A TH 153143 A TH153143 A TH 153143A TH 1301007352 A TH1301007352 A TH 1301007352A TH 1301007352 A TH1301007352 A TH 1301007352A TH 153143 A TH153143 A TH 153143A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
milk
protein
carbohydrate
reconstituted
formulation
Prior art date
Application number
TH1301007352A
Other languages
English (en)
Inventor
คัลลิโออิเนน
จาร์วิโอ
โซอิลิ
ฮาร์ริ
Original Assignee
นางสาวเอกดรุณ ศรีสนิท
นายเอนก ศรีสนิท
วาลิโอ้ แอลทีดี
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวเอกดรุณ ศรีสนิท, นายเอนก ศรีสนิท, วาลิโอ้ แอลทีดี filed Critical นางสาวเอกดรุณ ศรีสนิท
Publication of TH153143A publication Critical patent/TH153143A/th

Links

Abstract

DC60 (15/05/58) การประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง โดยมี อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 5.4% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้ เป็นสารเริ่มต้น และวิธีการสำหรับเตรียมสูตรตำรับนี้ สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานสามารถถูกนำมาใช้ใน การเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณแลคโตสที่ถูกรีดิวซ์ ซึ่งมีรสชาติของนมปกติครบถ้วนปราศจาก การขาดตกบกพร่องในคุณสมบัติทางประสาทสัมผัส แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 15/05/2558 การประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง โดยมี อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 5.4% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้ เป็นสารเริ่มต้น และวิธีการสำหรับเตรียมสูตรตำรับนี้ สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานสามารถถูกนำมาใช้ใน การเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณแลคโตสที่ถูกรีดิวซ์ ซึ่งมีรสชาติของนมปกติครบถ้วนปราศจาก การขาดตกบกพร่องในคุณสมบัติทางประสาทสัมผัส ------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 15/05/2558 การประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง โดยมี อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 5.4% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้ เป็นสารเริ่มต้น และวิธีการสำหรับเตรียมสูตรตำรับนี้ สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานสามารถถูกนำมาใช้ใน การเตรียมผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณแลคโตสที่ถูก ซึ่งมีรสชาติของนมปกติครบถ้วนปราศจาก การขาดตกบกพร่องในคุณสมบัติทางประสาทสัมผัส ---------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 30/4/2558 การประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง โดยมี อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 5.4% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้ เป็นสารเริ่มต้น และวิธีการสำหรับเตรียมสูตรตำรับนี้ สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานสามารถถูกนำมาใช้ใน การเตรียมผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณแลคโตสที่ถูกรีดิวซ์ ซึ่งมีรสชาติของนมปกติครบถ้วนปราศจาก การขาดตกบกพร่องในคุณสมบัติทางประสาทสัมผัส --------------------------------------------------------------------- การประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง โดยมี อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 5.4% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้ เป็นสารเริ่มต้น และวิธีการสำหรับเตรียมสูตรตำรับนี้ สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานสามารถถูกนำมาใช้ใน การเตรียมผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณแลคโตสที่ถูก ซึ่งมีรสชาติของนมปกติครบถ้วนปราศจาก การขาดตกบกพร่องในคุณสมบัติทางประสาทสัมผัส

Claims (30)

แก้ไข 30/04/2558 1. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง ซึ่งมีอัตราส่วนของ คาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และ อัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้เป็น สารเริ่มต้น 2. สูตรสำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อ โปรตีนมากที่สุด 0.9 3. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อ โปรตีนมากที่สุด 0.4 4. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อ โปรตีนมากที่สุด 0.4 4. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วน ของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 0.02 5. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วน ของแร่ธาตุแบบโมโนวาเลนท์ต่อโปรตีนเหมือนกับของวัตถุดิบที่เป็นนม 6. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผง 7. สูตรตำรับที่มีนมเป้นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วย โปรตีนนมเข้มข้นจากการกรองแลลอัลตราฟิลเลรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม 8. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพิ้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งประกอบด้วยสารเข้มข้นที่ผ่านรีเวิร์ สออสโมซิสของแร่ธาตุของนมที่ได้มาจากสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบนาโนฟิลเตรชันที่ได้มาจากการ กรองแบบนาโนฟิลเตรชันของสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม 9. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถื อสิทธิที่ 1 ถึง 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วยแฟรค ชันที่ประกอบด้วยโปรตีนและแร่ธาตุจากการแยกด้วยวิธีโครมาโตกราฟีของวัตถุดิบที่เป็นนม 10. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่ง ประกอบด้วยโปรตีน45 ถึง 65%, คาร์โบไฮเดรต 4.6 ถึง 41%, และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็ง ที่ไม่ใช่ไขมันรวม 1.0ถึง 14% 11. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่ง ประกอบด้วยโปรตีน 48ถึง 60% คาร์โบไฮเดรต 24 ถึง 43%, และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็ง ที่ไม่ใช่ไขมันรวมประมาณ 10 ถึง 13% 12. กระบวนการสำหรับการจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณ คาร์โบไฮเดรตที่ถูกลดลงของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยการเอาคาร์โบไฮเดรตออก จากวัตถุดิบที่เป็นนมเพื่อจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปรืมาณคาร์โบไฮเดตรที่ถูกลดลง 13. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ในที่ซึ่งการเอาคาร์โบไฮเดรตออกถูกดำเนินการ โดยอาศัยเอ็นไซม์, โครมาโตกราฟี, การตกตะกอน, เทคนิคการกรองด้วยเมมเบรน หรือวิธีเหล่านี้รวมกัน 14. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งประกอบด้วย a) การแยกส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เป็นนมเป็นแฟรคชันของโปรตีน, แฟรคชันของ คาร์โบไฮเดรต และแฟรคชันของแร่ธาต, b) การรวมกันอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของแฟรคชันของโปรตีนและของแฟรคชันของแร่ธาตุ เพื่อจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน 15. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 14 ในที่ซึ่งการแยกถูกดำเนินการสำเร็จได้โดยอัล ตราฟิลเตรชัน,นาโนฟิลเตรชัน และรีเวิร์สออสโมซิส 16. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 ในที่ซึ่งวัตถุดิบที่เป็นนมนำไปผ่านอัลตราฟิลเตร ชัน (UF) เพื่อจัดเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ UF, และแฟรคชันของโปรตีนเป็นสารที่กรองไม่ ผ่านเมมเบรนแบบ UF 17. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 16 ในที่ซึ่งสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบอัลตรา ฟิลเตรชันนำไปผ่านมาโนฟิลเตรชัน (NF) เพื่อจัดเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF , และแฟรคชัน ของคาร์โบไฮเดรตเป็นแบบสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบรนแบบ NF และสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF นั้น นำไปผ่านรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เพื่อจัดเตรียมแฟรคชันของธาตุเป็นสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบร นแบบ RO 18. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 14 ถึง 17 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งแฟรคชันของ โปรตีนและแฟรคชันของแร่ธาตุหนึ่งอย่างหรือทั้งสองอย่างถูกทำให้เข้มข้นให้ได้ปริมาณสารแห้งอย่างน้อย ที่สุด 17% 19. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 18 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งสูตรตำรับที่มีนม เป็นพื้นฐานถูกทำใหแข้มข้นจนเป็นผง 20. การใช้นมผงที่มีอัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณ โปรตีนอย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง สำหรับการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณ คาร์โบไฮเดรตลดลง 21. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 ในที่ซึ่งนมผงเป็นสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อ ถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือถูกจัดเตรียมขึ้นโดยข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 19 ข้อใดข้อหนึ่ง 22. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 หรือ 21 ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเป็นเครื่องดื่มนม 23. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งปริมาณของนมผงใน ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปมีค่า 0.5 ถึง 15% โดยน้ำหนัก นิยมเป็น 2 ถึง 7% โดยน้ำหนัก 24. กระบวนการสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง ซึ่งประกอบด้วย การคืนรูปนมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณโปรตีน อย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และของเหลวและส่วนประกอบสำคัญอื่นแบบเลือกได้เพื่อ จัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูกทำให้ลดลง 25. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ในที่ซึ่งนมคืนรูปเป็นเครื่องดื่ม 26. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 25 ในที่ซึ่งปริมาณคาร์โบไฮเดรตของ ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปมากที่สุด 3.1% โดยน้ำหนัก 27. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 26 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูป นำไปผ่านการทรีตด้วยความร้อน 28. กระบวนการของข้อถือสิทธฺที่ 24 หรือ 27 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งแลคโตสที่ เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์นมคืนรูปถูกไฮโดรไลซ์ 29. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 28 ในที่ซึ่งแลคโตสที่เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์นมคืน รูปถูกไฮโดรไลซ์หลังจากการทรีตด้วยความร้อน 30. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 14 ถึง 29 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งคุณสมบัติทาง ประสานสัมผัสของผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเหมือนกับของนมที่เอาไขมันออก --------------------------------------------- แก้ไข 15/05/58 1. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเตรตลดลง ซึ่งมีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรต ต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่ เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งลูกนำมาใช้เป็นสารเริ่มต้น 2. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่1 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีน มากที่สุด 0.9 3. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีน มากที่สุค 0.4 4. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วนของ คาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 0.02 5. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อโดยข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วนของแร่ ธาตุแบบโมโนวาเลนท์ต่อโปรตีนเหมือนกับของวัตถุดิบที่เป็นนม 6. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อคือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผง 7. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนนม เข้มข้นจากการกรองแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม 8. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งประกอบด้วยสารเข้มข้นที่ผ่านรีเวิร์สออสโม ซิสของแร่ธาตุของนมที่ได้มาจากสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบนาโนฟิลเตรชันที่ได้มาจากการกรองเเบบนา โนฟิลเตรชันของสารที่กรองผ่านเมมแบรนแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม 9. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยแฟรคชันที่ ประกอบด้วยโปรตีนและแร่ธาตุจากการแยกด้วยวิธีโครมาโตกราฟีของวัตถุดิบที่เป็นนม 10. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วยโปรตีน 45 ถึง 65%, คาร์โบไฮเดรต 4.6 ถึง 41%, และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็งที่ไม่ใช่ไขมันรวม 1.0 ถึง 14% 11. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ลึง 9 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งประกอบด้วยโปรตีน 45 ถึง 65% คาร์โบไฮเดรต 4.6 ถึง 41% และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็งที่ไม่ใช่ไขมันรวม ปริมาณ 10 ถึง 13% 12. กระบวนการสำหรับการจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูก ลดลงของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 1 1 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยการเอาคาร์โบไฮเดรตออกจากวัตถุดิบที่เป็น นมเมื่อจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเ ดรตที่ถูกลดลง 13. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ในที่ซึ่งการเอาคาร์โบไฮเดรตออกถูกดำเนินการโดยอาศัย เอ็นไซม์ ,โครมาโตกราฟี ,การตกตะกอน ,เทคนิคการกรองด้วยเมมเบรน หรือวิธีเหล่านี้รวมกัน 14. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งประกอบด้วย a) การแยกส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เป็นนมเป็นแฟรคชันของโปรตีน ,แฟรคชันของ คาร์โบไฮเดรต และแฟรคชันของแร่ธาตุ b) การรวมกันอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของแฟรคชันของโปรตีนและของแฟรคชันของแร่ธาตุเพื่อ จัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน 15. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 14 พื้นที่ซึ่งการแยกถูกดำเนินการสำเร็จได้โดยอัลตราฟิลเตรชัน นาโนฟิลเตรชัน และรีเวิร์สออสโมซิส 16. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 ในที่ซึ่งวัตถุดิบที่เป็นนมนำไปผ่านอัลตราฟิลเตรชัน (UF)เพื่อ จัดเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนเเบบ UF, และ แฟรคชันของโปรตีนเป็นแบบสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบร นแบบ UF 17. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 16 ในที่ซึ่งสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบอัลตราฟิลเตรชันนำไป ผ่านนาโนฟิลเตรชัน (NF) เพื่อจัตเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF, และ เฟรคชันของคาร์โบไฮเดรต เป็นแบบสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบรนแบบ NF และสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF นั้นนำไปผ่านรีเวิร์ สออสโมซิส (RO) เพื่อจัดเตรียมแฟรคชันของแร่ธาตุเป็นแบบสารที่กรองไมผ่านเมมเบรนแบบ RO 18. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่14 ถึง 17 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งแฟรคชันของโปรตีนและแฟรค ชันของเเร่ธาตุหนึ่งอย่างหรือทั้งสองอย่างถูกทำให้เข้มข้นให้ได้ปริมาณสารแห้งออย่างน้อยที่สุด 17% 19. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 18 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานถูก ทำให้เข้มข้นจนเป็นผง 20. การใช้นมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณโปรตีนอย่าง น้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง สำหรับการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต ลดลง 21. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 ในที่ซึ่งนมผงเป็นสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือถูกจัดเตรียมขึ้นโดยข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 19 ข้อใดข้อหนึ่ง 22. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 หรือ 21 ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเป็นเครื่องดื่มนม 23. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งปริมาณของนมผงในผลิตภัณฑ์นมคืน รูปมีรูป 0.5 ถึง 15% โดยน้ำหนัก นิยมเป็น 2 ถึง 7% โดยน้ำหนัก 24. กระบวนการสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง ซึ่ง ประกอบด้วย การคืนรูปนมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณโปรตีนอย่าง น้อยที่สุ่ด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และของเหลวและส่วนประกอบสำคัญอื่นแบบเลือกได้เพื่อจัดเตรียม ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูกทำให้ลดลง 25. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ในที่ซึ่งนมคืนรูปเป็นเครื่องดื่ม 26. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 25 ในที่ซึ่งปริมาณคาร์โบไฮเดรตของผลิตภัณฑ์นมคืน รูปมากที่สุด 3.1% โดยน้ำหนัก 27. กระบวบการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 26 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูปนำไปผ่านกา รทรีตด้วยความร้อน 28. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 27 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งแลคโตสที่เหลืออยู่ของ ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปถูกไฮโดรไลซ์ 29. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 28 ในที่ซึ่งเเลคโตสที่เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์นมคืนรูปถูกไฮโดร ไลซ์หลังจากการทรีตด้วยความร้อน 30. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 29 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของ ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเหมือนกับของนมที่เอาไขมันออก -------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไข 30/04/2558 1. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเตรตลดลง ซึ่งมีอัตราส่วนของ คาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และ อัตราส่วนของสิ่งที่เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งถูกนำมาใช้เป็น สารเริ่มต้น 2.สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่1 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อ โปรตีนมากที่สุด 0.9 3. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อ โปรตีนมากที่สุค 0.4 4. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วน ของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 0.02 5. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อโดยข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วน ของแร่ธาตุแบบโมโนวาเลนท์ต่อโปรตีนเหมือนกับของวัตถุดิบที่เป็นนม 6. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อคือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผง 7. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วย โปรตีนนมเข้มข้นจากการกรองแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม 8. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งประกอบด้วยสารเข้มข้นที่ผ่านรีเวิร์ สออสโมซิสของแร่ธาตุของนมที่ได้มาจากสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบนาโนฟิลเตรชันที่ได้มาจากการ กรองเเบบนาโนฟิลเตรชันของสารที่กรองผ่านเมมแบรนแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม 9. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยแฟรค ชันที่ประกอบด้วยโปรตีนและแร่ธาตุจากการแยกด้วยวิธีโครมาโตกราฟีของวัตถุดิบที่เป็นนม 10. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่ง ประกอบด้วยโปรตีน 45 ถึง 65%, คาร์โบไฮเดรต 4.6 ถึง 41%, และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็ง ที่ไม่ใช่ไขมันรวม 1.0 ถึง 14% 11. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ลึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่ง ประกอบด้วยโปรตีน 48 ถึง 60% คาร์โบไฮเดรต 24 ถึง 43% และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็ง ที่ไม่ใช่ไขมันรวมประมาณ 10 ถึง 13% 12. กระบวนการสำหรับการจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณ คาร์โบไฮเดรตที่ถูกลดลงของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 1 1 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยการเอาคาร์โบไฮเดรตออก จากวัตถุดิบที่เป็นนมเมื่อจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูกลดลง 13. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ในที่ซึ่งการเอาคาร์โบไฮเดรตออกถูกดำเนินการ โดยอาศัยเอ็นไซม์ ,โครมาโตกราฟี ,การตกตะกอน ,เทคนิคการกรองด้วยเมมเบรน หรือวิธีเหล่านี้รวมกัน 14. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งประกอบด้วย a) การแยกส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เป็นนมเป็นแฟรคชันของโปรตีน ,แฟรคชันของ คาร์โบไฮเดรต และแฟรคชันของแร่ธาตุ, b) การรวมกันอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของแฟรคชันของโปรตีนและของแฟรคชันของแร่ธาตุ เพื่อจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน 15. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 14 ในที่ซึ่งการแยกถูกดำเนินการสำเร็จได้โดยอัล ตราฟิลเตรชันนาโนฟิลเตรชัน และรีเวิร์สออสโมซิส 16. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 ในที่ซึ่งวัตถุดิบที่เป็นนมนำไปผ่านอัลตราฟิลเตร ชัน (UF)เพื่อจัดเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนเเบบ UF, และ แฟรคชันของโปรตีนเป็นแบบสารที่กรองไม่ ผ่านเมมเบรนแบบ UF 17. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 16 ในที่ซึ่งสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบอัลตรา ฟิลเตรชันนำไปผ่านนาโนฟิลเตรชัน (NF) เพื่อจัตเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF, และ เฟรคชัน ของคาร์โบไฮเดรตเป็นแบบสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบรนแบบ NF และสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF นั้น นำไปผ่านรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เพื่อจัดเตรียมแฟรคชันของแร่ธาตุเป็นแบบสารที่กรองไมผ่านเมมเบร นแบบ RO 18. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่14 ถึง 17 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งแฟรคชันของ โปรตีนและแฟรคชันของเเร่ธาตุหนึ่งอย่างหรือทั้งสองอย่างถูกทำให้เข้มข้นให้ได้ปริมาณสารแห้งอย่างน้อย ที่สุด 17% 19. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 18 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งสูตรตำรับที่มีนม เป็นพื้นฐานถูกทำให้เข้มข้นจนเป็นผง 20. การใช้นมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณ โปรตีนอย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง สำหรับการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณ คาร์โบไฮเดรตลดลง 21. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งนมผงเป็นสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อ ถือสิทธิที่ 1ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือถูกจัดเตรียมขึ้นโดยข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 19 ข้อใดข้อหนึ่ง 22. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 หรือ 21 ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเป็นเครื่องดื่มนม 23. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งปริมาณของนมผงใน ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปมีรูป 0.5 ถึง 15% โดยน้ำหนัก นิยมเป็น 2 ถึง 7% โดยน้ำหนัก 24. กระบวนการสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง ซึ่งประกอบด้วย การคืนรูปนมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณโปรตีน อย่างน้อยที่สุ่ด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และของเหลวและส่วนประกอบสำคัญอื่นแบบเลือกได้เพื่อ จัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูกทำให้ลดลง 25. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ในที่ซึ่งนมคืนรูปเป็นเครื่องดื่ม 26. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 25 ในที่ซึ่งปริมาณคาร์โบไฮเดรตของ ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปมากที่สุด 3.1% โดยน้ำหนัก 27. กระบวบการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 26 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูป นำไปผ่านการทรีตด้วยความร้อน 28. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 27 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งแลคโตสที่ เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์นมคืนรูปถูกไฮโดรไลซ์ 29. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 28 ในที่ซึ่งเเลคโตสที่เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์นมคืน รูปถูกไฮโดรไลซ์หลังจากการทรีตด้วยความร้อน 30. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 29 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งคุณสมบัติทาง ประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเหมือนกับของนมที่เอาไขมันออก ------------------------------------------------------------------------------
1. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเตรตลดลง ซึ่งมีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรต ต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1ปริมาณโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และอัตราส่วนของสิ่งที่ เหลือจากการเผาต่อโปรตีนเหมือนกันกับอัตราส่วนวัตถุดิบที่เป็นนมซึ่งลูกนำมาใช้เป็นสารเริ่มต้น
2. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่1 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีน มากที่สุด 0.9
3. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีน มากที่สุค 0.4
4. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วนของ คาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนอย่างน้อยที่สุด 0.02
5. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อโดยข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ซึ่งอัตราส่วนของแร่ ธาตุแบบโมโนวาเลนท์ต่อโปรตีนเหมือนกับของวัตถุดิบที่เป็นนม
6. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อคือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผง
7. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนนม เข้มข้นจากการกรองแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม
8. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งประกอบด้วยสารเข้มข้นที่ผ่านรีเวิร์สออสโม ซิสของแร่ธาตุของนมที่ได้มาจากสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบนาโนฟิลเตรชันที่ได้มาจากการกรองเเบบนา โนฟิลเตรชันของสารที่กรองผ่านเมมแบรนแบบอัลตราฟิลเตรชันของวัตถุดิบที่เป็นนม
9. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยแฟรคชันที่ ประกอบด้วยโปรตีนและแร่ธาตุจากการแยกด้วยวิธีโครมาโตกราฟีของวัตถุดิบที่เป็นนม
10. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วยโปรตีน 45 ถึง 65%, คาร์โบไฮเดรต 4.6 ถึง 41%, และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็งที่ไม่ใช่ไขมันรวม 1.0 ถึง 14%
11. สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ลึง 9 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งประกอบด้วยโปรตีน 48 ถึง 60% คาร์โบไฮเดรต 24 ถึง 43% และสิ่งที่เหลือจากการเผาบนพื้นฐานของแข็งที่ไม่ใช่ไขมันรวม ปริมาณ 10 ถึง 13%
12. กระบวนการสำหรับการจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูก ลดลงของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 1 1 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยการเอาคาร์โบไฮเดรตออกจากวัตถุดิบที่เป็น นมเมื่อจัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเ ดรตที่ถูกลดลง
13. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ในที่ซึ่งการเอาคาร์โบไฮเดรตออกถูกดำเนินการโดยอาศัย เอ็นไซม์ ,โครมาโตกราฟี ,การตกตะกอน ,เทคนิคการกรองด้วยเมมเบรน หรือวิธีเหล่านี้รวมกัน
14. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งประกอบด้วย a) การแยกส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เป็นนมเป็นแฟรคชันของโปรตีน ,แฟรคชันของ คาร์โบไฮเดรต และแฟรคชันของแร่ธาตุ b) การรวมกันอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของแฟรคชันของโปรตีนและของแฟรคชันของแร่ธาตุเพื่อ จัดเตรียมสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน
15. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 14 พื้นที่ซึ่งการแยกถูกดำเนินการสำเร็จได้โดยอัลตราฟิลเตรชัน นาโนฟิลเตรชัน และรีเวิร์สออสโมซิส
16. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 ในที่ซึ่งวัตถุดิบที่เป็นนมนำไปผ่านอัลตราฟิลเตรชัน (UF)เพื่อ จัดเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนเเบบ UF, และ แฟรคชันของโปรตีนเป็นแบบสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบร นแบบ UF
17. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 16 ในที่ซึ่งสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบอัลตราฟิลเตรชันนำไป ผ่านนาโนฟิลเตรชัน (NF) เพื่อจัตเตรียมสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF, และ เฟรคชันของคาร์โบไฮเดรต เป็นแบบสารที่กรองไม่ผ่านเมมเบรนแบบ NF และสารที่กรองผ่านเมมเบรนแบบ NF นั้นนำไปผ่านรีเวิร์ สออสโมซิส (RO) เพื่อจัดเตรียมแฟรคชันของแร่ธาตุเป็นแบบสารที่กรองไมผ่านเมมเบรนแบบ RO
18. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่14 ถึง 17 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งแฟรคชันของโปรตีนและแฟรค ชันของเเร่ธาตุหนึ่งอย่างหรือทั้งสองอย่างถูกทำให้เข้มข้นให้ได้ปริมาณสารแห้งออย่างน้อยที่สุด 17%
19. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 18 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานถูก ทำให้เข้มข้นจนเป็นผง
20. การใช้นมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณโปรตีนอย่าง น้อยที่สุด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง สำหรับการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต ลดลง
21. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 2 ในที่ซึ่งนมผงเป็นสูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐานของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือถูกจัดเตรียมขึ้นโดยข้อถือสิทธิที่ 12 ถึง 19 ข้อใดข้อหนึ่ง
22. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 หรือ 21 ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเป็นเครื่องดื่มนม
23. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 20 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งปริมาณของนมผงในผลิตภัณฑ์นมคืน รูปมีรูป 0.5 ถึง 15% โดยน้ำหนัก นิยมเป็น 2 ถึง 7% โดยน้ำหนัก
24. กระบวนการสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง ซึ่ง ประกอบด้วย การคืนรูปนมผงที่มีอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีนมากที่สุด 1.1 และปริมาณโปรตีนอย่าง น้อยที่สุ่ด 45% บนฐานของวัตถุแห้ง และของเหลวและส่วนประกอบสำคัญอื่นแบบเลือกได้เพื่อจัดเตรียม ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ถูกทำให้ลดลง
25. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ในที่ซึ่งนมคืนรูปเป็นเครื่องดื่ม
26. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 25 ในที่ซึ่งปริมาณคาร์โบไฮเดรตของผลิตภัณฑ์นมคืน รูปมากที่สุด 3.1% โดยน้ำหนัก
27. กระบวบการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 26 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งผลิตภัณฑ์นมคืนรูปนำไปผ่านกา รทรีตด้วยความร้อน
28. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 หรือ 27 ข้อใดข้อหนึ่ง ในที่ซึ่งแลคโตสที่เหลืออยู่ของ ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปถูกไฮโดรไลซ์
29. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 28 ในที่ซึ่งเเลคโตสที่เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์นมคืนรูปถูกไฮโดร ไลซ์หลังจากการทรีตด้วยความร้อน
30. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 ถึง 29 ข้อใดข้อหนึ่ง พื้นที่ซึ่งคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของ ผลิตภัณฑ์นมคืนรูปเหมือนกับของนมที่เอาไขมันออก
TH1301007352A 2012-06-19 สูตรตำรับที่มีนมเป็นพื้นฐาน TH153143A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH153143A true TH153143A (th) 2016-06-17

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
JP2014518084A5 (th)
RU2014104031A (ru) Композиция на основе молока
MX2019000881A (es) Producto lacteo y proceso.
CN105848486A (zh) 动物脱脂乳的人乳化的改进方法
JP2012500646A5 (th)
CN110113948A (zh) 无乳糖奶的制备方法
RU2018110798A (ru) Способ получения молочного продукта с пониженной активностью плазмина
RU2018132526A (ru) Способ получения композиций, содержащих бета-казеин, и соответствующих продуктов
JP2018519817A (ja) 特に有機分野に適した脱ミネラル乳タンパク質組成物を製造する方法及び脱ミネラル乳タンパク質組成物
RU2011111399A (ru) Низколактозный и безлактозный молочный продукт и способ его получения
EP3270702B1 (en) Methods and apparatuses for producing lactose reduced milk
CN114586847B (zh) 一种鲜奶级母乳化牛乳蛋白基料及其制备方法
RU2018125894A (ru) Модификация состава сухих веществ и/или содержания сухих веществ в молоке или сливках
LT2014027A (lt) Jogurtas 1,5 % riebumo, pagamintas iš rekombinuoto pieno, ir jo gamybos būdas
LT2014017A (lt) Tepamas 14 % riebumo sūris iš rekombinuoto pieno ir jo gamybos būdas
LT2014035A (lt) Rekombinuotas kondensuotas 31 % tirštumo pienas, apdorotas ypač aukštoje temperatūroje, ir jo gamybos būdas
LT2014028A (lt) Ilgo laikymo jogurto gėrimas 1,4 % riebumo ir jo gamybos būdas
LT2014016A (lt) Rekombinuotas, pasterizuotas 0,5% riebumo pienas ir jo gamybos būdas
LT2014025A (lt) Rekombinuotas 3,5 % riebumo, pasterizuotas pienas ir jo gamybos būdas
LT2014021A (lt) Rekombinuotas 3,5 % riebumo, sterilizuotas pienas ir jo gamybos būdas
SANTIAGO et al. Influence of microfiltration process on the anthocyanin pomegranate juice content.
LT2014037A (lt) Rekombinuotas saldintas kondensuotas pienas ir jo gamybos būdas
LT2014036A (lt) Rekombinuotas kondensuotas 26,5 % tirštumo pienas, apdorotas ypač aukštoje temperatūroje, ir jo gamybos būdas
LT2014014A (lt) Rekombinuotas, pasterizuotas 2,5% riebumo pienas ir jo gamybos būdas
LT2014015A (lt) Rekombinuotas, pasterizuotas 1,5% riebumo pienas ir jo gamybos būdas