TH14766A - อนุพันธ์ไซโคลเอกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ - Google Patents

อนุพันธ์ไซโคลเอกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่

Info

Publication number
TH14766A
TH14766A TH9301001035A TH9301001035A TH14766A TH 14766 A TH14766 A TH 14766A TH 9301001035 A TH9301001035 A TH 9301001035A TH 9301001035 A TH9301001035 A TH 9301001035A TH 14766 A TH14766 A TH 14766A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
straight
carbon atoms
chain
branched
hydrogen
Prior art date
Application number
TH9301001035A
Other languages
English (en)
Inventor
เดรสเซล นายจูร์เกน
เฟย์ นายปีเตอร์
เอชแอนโก นายรูดอล์ฟ
ริช อีมูลเลอร์ นายอัล
Original Assignee
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
เบเยอร์ ฮัทติงเกลเซลล์ชาฟต์
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า, เบเยอร์ ฮัทติงเกลเซลล์ชาฟต์ filed Critical นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Publication of TH14766A publication Critical patent/TH14766A/th

Links

Abstract

เตรียมอนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ได้ด้วยการทำปฏิกิริยาอนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่เหมาะสมด้วยอิมิ ดาโซลอิล ที่มีการเข้าแทนที่ และทำการเปลี่ยนแปลงต่อไปแก่ หมู่เข้าแทนที่ดังกล่าว อนุพันไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ สามารถนำมา ใช้เป็นสารประกอบแสดงฤทธิ์ในตัวยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ การรักษาโรคความดันสูงในหลอกเลือด และผนังหลอดเลือดแดงหนา ได้

Claims (10)

1. อนุพันธ์ไซโคลเอกเซนที่มีอิมิดาโซลฮิลเข้าแทนที่ (สูตร เคมี) โดยที่ A คืออัลคิล หรืออัลคีนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่ต่างก็ มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม หรือ คือไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม B คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน หรือเปอร์ฟลูออโรอัลคิลที่มีคาร์บอน ได้ถึง 5 อะตอม D คือ หมู่ของสูตร -CH2-OR3 หรือ -CO-R4 โดยที่ R3 คือไฮโดรเจน หรืออัลคิลชนิโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม R4 คือไฮโดรเจน ไฮดรอกซิล หรืออัลคอกซีชนิดโซ่ตรงหรือแยก แขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 แะตอม R1 คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน ไนโตร ไฮดรอกซิล ไตรฟลูออโรเมทิล ไดรฟลูออโรเมทธอกซี อัลคิล ชนิดโซ่ตรงหรือแยกแขนง หรืออัล คอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่ต่างก็มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ไซยาโนหรือคาร์บอนบอกซิล R2 คืออนุมูลของสูตร -CO-R5, CO-NR6R7 หรือ (สูตรเคมี) R5 คือไฮดรอกซิล หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม R6 คือไฮโดรเจน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม R7 คืออนุมูลของสตร -SO2R9 หรือ (สูตรเคมี) R9 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยเฟนนิล หรือ โทลอิล หรือ คือเฟนนิล ซึ่งเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยฮาโลเจน หรือ โดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม R10 คือ ไฮโดรเจน อัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม หรือหมู่ป้องกันไฮดรอกิล R8 คือไฮโดรเจน อัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม หรืหมู่ไตรเฟนนิลเมทิล และเกลือของสารนี้
2. อนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ดังใน ข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ A คืออัลคิล หรืออัลคีนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่ต่างก็ มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม หรือ คือไซดคลโพรพิล ไซโคลบิวทิล ไซโคลเพนทิล ไซโคลเฮกซิลหรือไซ โคลเฮพทิล B คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน หรือเปอร์ฟลูออโรอัลคิลที่มีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม D คือ หมู่ของสูตร -CH2-OR3 หรือ -CO-R4 โดยที่ R3 คือไฮโดรเจน หรืออัลคิลชนิโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม R4 คือไฮโดรเจน ไฮดรอกซิล หรืออัลคอกซีชนิดโซ่ตรงหรือแยก แขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 6แะตอม R1 คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน ไนโตร ไฮดรอกซิล ไตรฟลูออโรเมทิล ไดรฟลูออโรเมทธอกซี อัลคิล ชนิดโซ่ตรงหรือแยกแขนง หรืออัล คอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่ต่างก็มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม R2 คืออนุมูลของสูตร -CO-R5, CO-NR6R7 หรือ (สูตรเคมี) R5 คือไฮดรอกซิล หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 6อะตอม R6 คือไฮโดรเจน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม R8 คืออนุมูลของสตร -SO2R9 หรือ (สูตรเคมี) R9 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 6อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยเฟนนิล หรือ โทลอิล หรือ คือเฟนนิล ซึ่งเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยฮาโลเจน หรือ โดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง4อะตอม R10 คือ ไฮโดรเจนหรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือหมู่ป้องกันไฮดรอกิล R8 คือไฮโดรเจน เมทธิล เอทธิล หรืหมู่ไตรเฟนนิลเมทิล และเกลือของสารนี้
3. อนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ดังใน ข้อถือสิทธิ 1 A คืออัลคิล หรืออัลคีนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่ต่างก็ มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ คือไซดคลโพรพิล ไซโคลบิวทิล หรือไซโคลเฮกซิล B คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน หรือเปอร์ฟลูออโรอัลคิลที่มีคาร์บอน ได้ถึง 3 อะตอม D คือ หมู่ของสูตร -CH2-OR3 หรือ -CO-R4 โดยที่ R3 คือไฮโดรเจน หรืออัลคิลชนิโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม R4 คือไฮโดรเจน ไฮดรอกซิล หรืออัลคอกซีชนิดโซ่ตรงหรือแยก แขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม R1 คือไฮโดรเจน ฟลูออรีน คลอรีน โบรมีน ไตรฟลูออโร เมทธิล หรือเมทธิล R2 คืออนุมูลของสูตร -CO-R5 หรือ (สูตรเคมี) R5 คือไฮดรอกซิล หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม R6 คือไฮโดรเจน เมทธิล หรือเอทธิล R7 คืออนุมูลของสตร -SO2R9 หรือ (สูตรเคมี) โดยที่ R9 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยเฟนนิล หรือ โทลอิล หรือ คือเฟนนิล หรือโทลอิล R10 คือ ไฮโดรเจน เมทธิล หรือเอทธิล R8 คือไฮโดรเจน เมทธิล หรืหมู่ไตรเฟนนิลเมทิล และเกลือของสารนี้
4. อนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ดังใน ข้อถือสิทธิ 1 ที่ใช้สำหรับการรักษาโรค
5. ขบวนการสำหรับการเตรียมอนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดา โซลอิลเข้าแทนที่ดังในข้อถือสิทธิ 1 โดยมีลักษณะว่าให้สาร ประกอบไซโคลเฮกเซนของสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) โดยที่ E คือหมู่หลุดออกโดยทั่วไป เช่นคลอรีน โยรมีน ไอโอดีนโทล ซิลเลท หรือเมสซิเท โดยที่เหมาะคือโบรมีน R1 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น และ R11 คือ C1-C4 คัลดอกซีคาร์อนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงหรือ หมู่ไตรเฟนนิลเมทธิล เททตรมโซล -1-อิล มาทำปฏิกิริยาขั้นแรก กับอิมิดาโซลของสูตรทั่วไป (III) (สูตรเคมี) โดยที่ A,B และ D มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ในสารทำละลายเฉื่อย ถ้าเหมาะสมก็จะมีเบสอยู่ด้วยได้ และถ้า เหมาะสมก็จะทำภายใต้บรรยากาศก๊าซป้องกัน เพื่อให้ได้สาร ประกอบสูตรทั่วไป (IV) (สูตรเคมี) โดยที่ A,B,D,R1 และ R11 มีความหมายดังกล่าวกำหนดข้างต้น ในกรณีของกรดดังกล่าว (R2=CO2H) จะทำการไฮโดรไลช์เอสเทอร์ ดังกล่าว และในกรณ์ของเอไมด์ และซัลโฟนาไมด์ดังกล่าว โดยเริ่มต้นจาก กรดคร์บอกซิลิคที่สอดคล้องกัน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะทำอะ มิเดทเต็ดในสารทำละลายเฉื่อย หลังการแอ็ดติเวชั่นก่อนหน้า ด้วยสารประกอบของสูตรทั่วไป (V) (สูตรเคมี) โดยที่ R6 และ R7 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ถ้าเหมาะสม ก็จะมีเบสอยู่ด้วยได้ และ/หรือมีสารช่วยเช่นสาร ดีไฮเดรทติ้งอยู่ด้วยได้ และในกรณีของเททตราโซลอิล จะทำการแยกหมู่ไตรทิลโดยการใช้ กรดต่างๆ โดยที่เหมาะสมคือกรดไตรฟลูออโรอะซีติดหรือ กรด ไฮโดรคลอริค ในไดออกเซน และถ้าเหมาะสม จะใส่หมู่เข้าแทนที่ A,B,D และ R1 หรือทำการ เปลี่ยนไปเป็นหมู่อื่นๆ โดยวิธีการในเชิงพาณิชย์ทั่วไป เช่นโดยการรีดักชั่น ออกซิเดชั่น อัลคิลเลชั่น หรือไฮโดรลิ ซิส และถ้าเหมาะสม ก็ทำการแยกไอโซเมอร์ออกมา แะในกรณีของการ เตรียมเกลือดังกล่าว ก็จะให้ทำปฏิกิริยากับเบส หรือกรดที่ เหมาะสม
6. ขบวนการดังในข้อถือสิทธิ 5 โดยที่จะทำปฏิกิริยาในช่วง อุณหภูมิจาก -30 57'' +100 :
7. ตัวยาที่มีอนุพันธ์ไซโคลเฮกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทน ที่ดังในข้อถือสิทธิ 1
8. การใช้อนุพันธ์ไซโคลเฮกเชนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ ดังในข้อถือสิทธิ 1 สำหรับการผลิตตัวยา
9. สารประกอบไซโคลเฮกเชนของสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) โดยที่ R1 คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน ไนโตร ไฮดรอกซิลไดรฟลูออโรเมทธิล ไตรฟลูออโรเมทธอกซี อัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงอัลคอกชี ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคอกซีคาร์บอนิลชนิดโซ่ตรง หรือ แยกแขนงที่ต่างก็มีคาร์บอนได้อีก 6 อะตอม ไซยาโน หรือ คาร์บอกซิล E คือหมู่หลุดออกโดยทั่วไป เช่นคลอรีน โบรมีน ไอโอดีน โทล ซิลเลท หรือเมสซิลเลท และ R11 คือ C1-C4 อัลคอกซีคาร์บอนิลชนิดโซ่ตรง หรือ แยกแขนง
10. ขบวนการสำหรับการเตรียมอนุพันธ์ไซโคลเฮกเชนดังในข้อถือ สิทธิ 9 โดยมีคุณลักษณะที่ว่า ทำการเปลี่ยนแปลงสารประกอบ ตามสูตรทั่วไป (VI) (สูตรเคมี) โดยที่ R1 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ถูกเปลี่ยนแปลงขั้นตอนแรกโดยการไฮโดรเจนเจนเนชั่นด้วยพัล ลาเดียม/C ในหนึ่งของสารทำละลายดังกล่าวข้างต้น ที่เหมาะสม คือเมทธานอลในบรรยากาศไฮโดรเจนให้เป็นสารประกอบสูตรทั่วไป (VII) (สูตรเคมี) ในขั้นตอนทีสองถ้า R2 เททตราโซลจะทำการเอสเทอริฟายอิ้งผลิต ภัณฑ์ดังกล่าวตามวิธีการทั่วไป ถ้า R2 คืออนุมูลเททตรา โซอิลก็ทำปฏิกิริยาด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วยคลอโรซัลโฟนิล ไอโซไซยาเตไนไดคลอโรมีเธนได้เป็นสารประกอบไซยาโนที่สอด คล้องกันแล้วใส่หมู่เททตรมโซอิล โดยการใช้โซเดียมเอ ไซด์/ไตรเอทธิลแอมโมเนีมคลอไรด์ โดยมีเบสดังกล่าวข้างต้น อยู่ด้วย โดยเหมาะคื N,N-ไดเมทิลฟอร์มาไมด์ ภายใต้บรรยากาศ ไนโตรเจน ทำการใส่หมู่ไตรเฟนนิลเมทธิลโดยมีสารทำละลายดัง กล่าวข้างต้นอยู่ด้วยและเบสต่างๆ โดยเหมาะคือไดคลอโรมีเธน และไตรเอทธิลามีน และในขั้นตอนสุดท้ายทำการโบร มิเนชั่นเมทธีลีนดังกล่าวถ้าเหมาะสมโดยมีแคทาลิสท์อยู่ด้วย (ข้อถือสิทธิ 10 ข้อ, 16 หน้า, 0 รูป)
TH9301001035A 1993-06-15 อนุพันธ์ไซโคลเอกเซนที่มีอิมิดาโซลอิลเข้าแทนที่ TH14766A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH14766A true TH14766A (th) 1994-09-30

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
KR940019708A (ko) 헤테로시클릭 치환된 페닐-시클로헥산-카르복실산 유도체
JP7232780B2 (ja) リフィテグラスト及びその中間体を調製するための方法
JPH02149577A (ja) トコフェロール アミノアルキルカルボン酸エステルおよびその塩
JP7406692B2 (ja) 可溶性グアニル酸シクラーゼ刺激薬を調製するための方法
KR100540888B1 (ko) 피-아미노벤조산의 제조방법
KR940000435A (ko) 이미다졸릴 치환 시클로헥산 유도체
KR940000434A (ko) 이미다 졸릴 치환 페닐프로피온산 및 신남산 유도체
CA1047504A (en) N-(2-pyrrolidinyl alkyl) substitutes and derivatives thereof
KR20220145631A (ko) 시타글립틴 인산염의 개선된 제조방법
MC593A1 (fr) Nouveaux benzène sulfonyl-semicarbazides et leur préparation
JP3261190B2 (ja) 2−ヒドロキシ−3,5−ジニトロピリジン類の製造法
CN117658866B (zh) 一种叠氮氨基酸衍生物的合成方法
US3445447A (en) Tert-amyloxycarbonyl derivatives of amino acids
JPS6360969A (ja) イミダゾ−ル誘導体の製造方法
CH620678A5 (en) Process for the preparation of a derivative of piperidine
JPH06340623A (ja) ベンジルコハク酸誘導体の製造方法およびその製造中間体
JPS6144854A (ja) N−ジクロロアルキル安息香酸アミド及びその製造方法
US3712906A (en) Derivatives of 4-(aminoethane-sulfonylamino)-antipyrine
CN120607488A (zh) N-Cbz-L-组氨酰肼的制备方法
KR970001473B1 (ko) 피라졸 설포닐클로라이드 유도체의 제조방법
KR810000463B1 (ko) 치환 안식향산 아미드의 신규 제조방법
JP3538889B2 (ja) アルキルチオアセタミドの製造方法
FR2705345A1 (fr) Procédé de synthèse de 1-alkyl-3-hydroxy-5-halogéno-1,2,4-triazoles et nouveaux dérivés d'hydrazine.
JPH0285235A (ja) 光学活性アミノアルコール類の製法
JPS6270344A (ja) ニトロフエノキシアミン類の製造方法