TH81552A - การยับยั้งอาการที่นัยน์ตาโดยมี RNAi เป็นสื่อ - Google Patents

การยับยั้งอาการที่นัยน์ตาโดยมี RNAi เป็นสื่อ

Info

Publication number
TH81552A
TH81552A TH501006264A TH0501006264A TH81552A TH 81552 A TH81552 A TH 81552A TH 501006264 A TH501006264 A TH 501006264A TH 0501006264 A TH0501006264 A TH 0501006264A TH 81552 A TH81552 A TH 81552A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
seq
mrna
nucleotides
region
interference rna
Prior art date
Application number
TH501006264A
Other languages
English (en)
Other versions
TH81552B (th
Inventor
อี แชทเทอร์ทอน โจน
บี แวกซ์ มาร์ติน
อาร์ ชีพาร์ด อัลลาน
เอฟ คลาร์ค แอบบอท
Original Assignee
นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์
แอลคอน
Filing date
Publication date
Application filed by นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์, แอลคอน filed Critical นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์
Publication of TH81552A publication Critical patent/TH81552A/th
Publication of TH81552B publication Critical patent/TH81552B/th

Links

Abstract

DC60 (29/03/49) การกระตุ้น RNA นั้นทำเพื่อยับยั้งการแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตาเพื่อลดความดันที่เพิ่มขึ้นในลูกตาในผู้ป่วยที่มีต้อหินแบบมุมเปิดหรือความดันใน ลูกตาสูงเกินไป เป้าหมายความดันในลูกตาสูงเกินไปนั้นรวมถึงคาร์บอนิกแอนไฮเดรส II, IV และตัวรับชนิด เบตา1- และ เบตา 2- ของไต อะซิทิลคลอลีนเนสเตอเรส; Na+/K+- ATPase และตัวลำเลียงร่วม Na-K-2Cl อาการความดันในลูกตาสูงเกินไปดังกล่าวสามารถรักษาได้ โดยใช้ RNAs กระตุ้นของการประดิษฐ์นี้

Claims (27)

------16/02/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 11 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. องค์ประกอบสำหรับลด การแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดัน สูงในลูกตา องค์ประกอบนีประกอบด้วย RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิ โอไทค์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ RNA รบกวนที่ประกอบด้วย สายเซนส์นิวคลีโอไทค์ สายแอนติเชนส์นิวคลีโอไทดและ บริเวณของส่วนเสริมเถือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่างน้อยเท่ากับ 19 นิวคลิโอไทค์ ที่ชงสายแอนติเซนส์นิวคลีโอไทค์ดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพทางสรีร วิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID N0:3, SEQ ID N0:4, SEQ ID N0:5, SEQ ID N0:6, SEQ ID N0:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO.-124, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO: 126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:12S, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ ID NO:131, SEQ ID NO: 132 หรือ SEQ ID NO:133 และมีบริเวณของส่วนเสริมเถือบ สมบูรณ์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่างน้อย 19 นิวคลิโอไทด์ดังกล่าวกับส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3, SEQ ID NO:4, SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:6, SEQ ID NO:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:128, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ ID NO:131, SEQ ID NO:132 หรือ SEQ ID NO:133 ตามลำดับ 2. การใช้องค์ประกอบเพี่อเตรียมยาสำหรับรักษาอาการ ภาวะความดันใน ลูกตาสูงในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มี สายเซนสันิวคลีโอไทค์ สายแอนติเซนสํนิวคลีโอไทค์ และบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่าง น้อยเท่ากับ 19นิวคลิโอไฑค์ ที่ซึ่งสายแอนติเชนค์นิวคลีโอไทดัดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพทางสรีร วิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3, SEQ ID NO:4, SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:6, SEQ ID NO:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ IDNO:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:128, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ หน้า2ของจำนวน 11 หน้า ID NO: 131, SEQ ID NO: 132 หรือ SEQIDNO:133 และมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบ สมบูรณ์เป็นอย่างน้อย1ที่มือย่างน้อย 19 นิวคลิโอไทด์ดังกล่าวกับส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID N0:3, SEQ ID NON, SEQ ID N0:5, SEQ ID N0:6, SEQ ID N0:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ ID 140:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO: 127, SEQ IDNO:128, SEQ ID NO: 129, SEQ ID NO: 130, SEQ ID NO: 131, SEQ ID *;!.! NO:132 หรือ SEQIDNO:133 ตามลำคับ ’ 3. การใช้องค์ประกอบตามขอถือสิทธิ 2 ที่ซึ่ง สายเซนส์นิวคลีโอไทค์ และ สายแอนติเซนส์นิวคลีโอไทด์ นี้นเชื่อมต่อโดย ลำดับนิวคลิโอไทต์แบบวง 4. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ๋งองค์ประกอบดังกล่าวเตริยม ขึ้นเพื่อการนำไปใช้จัดการเฉพาะที่ 5. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าว ประกอบด้วยเวกเตอร์ที่มีการแสดงออกของ RNA 6. องค์ประกอบสำหรับลดการแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตา องค์ประกอบนี้ประกอบด้วย RNA รบกวนแบบสายเคียวที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทด้นละพาหะที่ยอมรับทางยาได้ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเคียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID N0:3 ที่ประกอบด้วย SEQ ID N0:3 468, 523, 799, 1563, 1565, 1569,1593, 1613, 1614, 1626, 310, 322,726, 769, 772, 801, 802, 1501,1576, 1577, 1579,1580, 1581, 1586, 1590, 1592, 1594, 1615, 1616, 1632, 1633 หรือ 1654 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์ เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ'SEQ ID N0;3 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแนบสายเคียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ หน้า 3 ของจำนวน 11 หน้า ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:4 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ'โอ- พ329,375,1031,1046,1149,1163,1371,1401,1426, 1880,283,607,608,609,619, 623, 722, 857, 1037, 1091, 1115, 1124, 1136, 1137, 1151, 1164, 1393, 1394, 1395, 1406, 1407,1427, 1428, 1429, 1442, 1725, 1726, 1756, 1757,1758, 1767, 1790, 1791, 1792, 1793, 1803, 1861, 1869, 1971, 1972, หเอ 1979 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของ ส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:4 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:123 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ,โอ- ไทค์1875,1890,1891,2011,2012,2133, หรือ2134และ RNA รบกวนดังกล่าวมี บริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรง กับ SEQ ID NO: 123 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:5 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ'โอ- ไทด์ 366, 370, 384,385,525,588,768, 1045, 1046, 1061, 1090, 1232, 1314, 1316, 1460, 1461,1462,1528, 1607,1705,1713,382,393,397,622,1131, 1459, 1530,2251,2885, 2886, 386, 1231, 1315, 2047, 2049,2053, 2055, 2057, 2125,2126,2127, 2250,2253, 2258, 2260, 2318, 2395, 2397,2404, 2405, 2643, 2645, หรือ 2887 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:5 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ หน้า4ของจำนวน 11 หน้า ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ rnRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 124 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไฑด้2208, 2275, 2307,2526,2538,2592, 2628, 2979, 2985,3093, 3474, 3504, 3505, 3506,3518,343,442,700,707,811,907,1059,1363,1594,1662,1758,1760,1896, 2037, หรือ 2147 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสรีมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่าง น้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:124 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 125 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ'โอ- ไทด์ 436,441,443, 552,617,701, 702, 832,2204,2291, หรือ 2495 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสรีมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:125 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 6 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด้471, 1990, 3080,3797,4037,4093,4225,4323, 5213,5285,214,467,470,472, 473, 632, 825, 946, 1693, 1767, 1768, 2157, 2263, 2589, 2590, 2765, 2988, 3094, 3144, 3145, 3344, 3345,3418,3666, 3828,3850,4040,404114061,4882,4894,4900,5040, 5114, 5115, 5128, 5129,5253, 5296, 5375, 5384,หรือ 5385 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมี บริเวณของส่วนเสรีมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรง กับ SEQ ID NO:6 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาฃึนกับส่วนของ mRNA ทํตรงกับ SEQ ID NO: 126 ทีประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด้ 240, 272, 362,1836, 1851,2103,2137,2138, 2139, 2157,2158, 2160, 2425,2580, 2601,2646, 2650, 2794, 2803, 3116, 3124,3126, 3129, หรือ 3377 และ RNA รบกวน หน้า5ของจำนวน 11 หน้า ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 126 หรือ ที่'ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 127 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ'โอ- ไทด์113,612,702,833,1101,1732,1733,1836,2070,2071,2143,2328,2475,2861, 2862, 2952,3203,3281,3377,3379,3470, 3471,3554,3614, 3615, 3616,3617,3625, 3626, 3642, 3646, 3647,3653, 3655, 3797, 3801,3803, 3809 หรือ 3810 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสม ของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:127 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแนบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 128 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ'โอ- ไทด 126,251,252,253,331,427,429,520, 521, 530, 601, 602, 603, 604, 664, 665, 666, 667, 675,676, 692, 696, 697, 702, 703, 705, 707, 847, 851, 853, 859, หรือ 860 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสม ของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:128 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 129 ที่ประกอบด้วยน้วคลิ,โอ- ไทด์ 1096, 1099, 1130,1131, 1167, 1299, 1441, 1450, 1451, 1564, 1746, 1750, 1751, 1752, 1795, 203, 204, 214, 222, 224, 225,226, 380, 525, 591, 612, 613,615, 635, 636, 663, 664, 669, 699, 765, 790, 839, 840, 841, 900, 909, 933, หรือ 947 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 129 หน้า 6ของจำนวน 11 หน้า หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 130 ที่ประกอบด้วยนิวคสิโอ- ไทด 1063,1102,1106,1107,1108,1109,1111,หรือ 1151และ RNA รบกวนดังกล่าวมี บริเวณของส่วนเส?มเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพรอมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรง กับ SEQ ID NO: 130 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 131 ที่ประกอบต้วยนิวคสิโอ- ไทด์ 653, 654, 771,773, 841, 849, 853, 917, 918,926, 927, 931,981, 983,984, 996,998, 1022, 1023, 1160, 1214,1355, 1356, 1381, 1394, 1425, 1474, 1550, 1620, 1707, 1740, 1753, 1825, 1956, 2598,2599, 2608, 2828, 2829, 3012, หรือ 3251 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:131 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเคียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 132 ที่ประกอบด้วยนิวคสิ'โอ- ไทค์ 292,434, 438, 457,459,488,490,498,499,592, 639,723, 774, 775, 788, 857, 858, 910,911,930,931,932,1009,1010,1023,1024, 1111,1146, 1147,1220,1246, 1321, 1325, 1326, 1327, 1331, 1437, 1548, 1571, 1785,1786, หรือ 1787 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ IDNO:132 หรือ ที่1ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเคียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ หน้า 7ของจำนวน 11 หน้า ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 7 ที่ประกอบด้วยนิวคลิ'โอ- ไทด', 675, 974, 1373, 1780,2102, 2151, 2315,2542, 2609, 3197, 67,71,73, 353,405, 864,911,912,913,1409,1748,1811,1935,1937, 1993,2012,2346,2388,2437,2586, 3007, 3008, 3022, 3130, 3210, 3237, หรือ 3271 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของ ส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:7 หรือ ที่ชึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 133 ที่ประกอบต้วยนิวคลิ'โอ- ไทด์ 748,749,753, 1119, 1169, 1499, 1509, 1820,2081,2118,2147,2615,2644,2659, 2663, 2671,2672,2793,2812,2914,2948, 3044, 3334, 3391, 3480, 3520,3549,3639, 3840, 3941, 3944,4001,4995,4997,5141,5143, 5249, 5375, 5834,5852,5981, หรือ 6678และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อม ส่วนพันธุผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO: 133 7. องค์ประกอบสำหรับลคการแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตา องค์ประกอบนี้ประกอบต้วย RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิ,โอ ใทค์และพาหะที่ยอมรับทางยาไต้ โดย RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณ'ของนิวคลิ'โอ1ไทค์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทด์ ของปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:33 - SEQ ID NO:82 และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง 8. องค์ประกอบที่ประกอบด้วย RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทค์และที่มีอนุกรมนิวคลิโอไทค์ฃอง SEQ ID NO:33 - SEQ ID NO:82, และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง หรือองค์ประกอบเสริมของอนุกรม ดังกล่าวและพาหะที่ยอมรับทางยาได้ หน้า8ของจำนวน 11หน้า 9, องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 8 ที่ซึ่ง RNA รบกวนคือ shRNA 10. การใเองค์ประกอบเพื่อเตรียมยาสำหรับรักษาอาการภาวะความดันใน ถูกตาสูงในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งองค์ประกอบตังกล่าวประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ใด้ผลที่มี RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 หิวคสิโอไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้และ RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณของนิวคสิโอไฑค์ต่อเนื่อง 13 หิวคลิโอไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอาเกรมอย่างน้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทค์ของปลาย 3’ ของรEQ ID NO:33 - SEQ ID NO:82 และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง ที่ซึ่งถูกนำไปรักษาความตันโลหิตสูงในลูกตา 11. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย90%ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:33 - SEQ ID NO:42, และ SEQ ID NO:220- SEQ ID NO:241 อันใดอันหนึ่ง 12. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13หิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:43 - SEQ ID NO:52, และ SEQ ID NO-.242 - SEQ ID NO:282 อันใดอันหนึ่ง 13. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ10ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของหิวคลิโอไทค์ต่อเนื่อง 13 หิวคลิ'โอ'ไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่'วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 หิวคลิโอไทค์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:53 - SEQ ID NO:62 และ SEQ ID NO:283 -333 อันใดอันหนึ่ง 14. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย 2 บริเวณของหิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 หิวคลิโอไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง ทน้า9ของจำนวน 11 หน้า น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทค์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:334 - SEQ ID NO:374 อันใดอันหนึ่ง 15. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณ'ของนิวกลิ'โอไทด์ด่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย90%ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:63 - SEQ ID NO:72 และ SEQ ID NO:375 - SEQ ID NO:416 อันใดอันหนึ่ง 16. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทค์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทค์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:417 - SEQ ID NO:440 อันใดอันหนึ่ง 17. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวดลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย90%ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย3’ของ SEQ ID NO:441- SEQ ID 1ง0:511อันใดอันหนึ่ง 18. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวดลิโอไทค์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิ'โอ1ไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่,วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับฟ้นุทิเมต 13 นิวคลิโอไทค์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:512 - SEQ ID NO:563 อันใดอันหนึ่ง 19. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:564 - SEQ ID NO:606 อันใดอันหนึ่ง 20. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทค์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง หน้า 10ฃองจำนวน 11 หน้า น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์'อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทค์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:607 - SEQ ID NO:648 อันใดอันหนึ่ง 21. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทค์ต่อณื่อง 13 นิวคลิโอไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวอลโอไทดฃอง ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:73 - SEQ ID NO:82 และ SEQ ID NO:649 - SEQ ID NO:675 อันใดอันหนึ่ง 22. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทค์ต่อเนื่อง 13 นิวดลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับ 13 นิวคลิโอไทค์ของ ปลาย 3’ ของ SEQ ID NO:676 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง 23. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนคือ shRNA 24. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวเตรียม ขึ้นเพื่อการนำไปใช้จัดการเฉพาะที่ 25. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่งองค์'ประกอบดังกล่าวคือทณตอร์ที่ มีการแสดงออกของ RNA 26. วิธีลดการแสคงออกของตัวแปรที่หนึ่งของ mRNA เป๋าหมายความดันสูง ในลูกตา mRNA โดยไม่ลดการแสดงออกของตัวแปรที่สองของ mRNA เป้าหมายความตัน สูงในลูกตา mRNA ในตัวอย่างทดสอบ ซึ่ง,วิธีการนี้ที่ประกอบด้วย การนำองค์ประกอบที่ประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มี RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทค์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ไป ใช้กับตัวอย่างทดสอบ โดย RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย หน้า 11 ของจำนวน 11 หน้า บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถึงหเอเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทค์ของปลาย 3’ ของตัวแปรที่หนึ่ง ที่ซึ่งการแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งนั้นลดลงโดยไม่ต้องลด การแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่สอง และที่ซึ่ง mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งคือ SEQ ID NO:5, SEQ ID NO: 124, SEQ ID NO:127, หรือ SEQ ID NO: 129 และ mRNA ของตัว แปรที่สองคือ SEQ ID NO: 123, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:12S, หรือ SEQ ID NO:130 ตามลำดับ 27. วิธีลดการแสดงออกของตัวแปรที่หนึ่งของ mRNA เป็าหมายความตันสูง ในลูกตา mRNA โดยไม่ลดการแสดงออกของตัวแปรที่สองของ mRNA เป้าหมายความดัน สูงในลูกตา mRNA ในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งวิธีการนี้ที่ประกอบด้วย การนำองค์ประกอบที่ประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มี RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทค์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ไป ใช้กับตัวอย่างทดสอบ โดย RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทค์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นํวคลิโอไทค์ของปลาย 3’ ของตัวแปรที่หนึ่ง ที่ซึ่งการแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งifนลดลงโดยไม่ต้องลด การแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่สอง และที่ซึ่ง mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งคือ SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO.-128, หรือ SEQ ID NO:130 และ mRNA ของ ตัวแปรที่สองคือ SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:127, หรือ SEQ ID NO:129 ตามลำดับ ------------
1. องค์ประกอบสำหรับลดเทาการแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดัน สูงในลูกตา องค์ประกอบนี้ประกอบด้วย RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิ โอไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ RNA รบกวนที่ประกอบด้วย สายนิวคลิโอไทด์รับความรู้สึก สายนิวคลิโอไทด์ต้านความรู้สึกและ บริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรร์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่างน้อยเท่ากับ 19 นิวคลิโอไทด์ ที่ซึ่งสายต้านความรู้สึกดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์พันธ์ผสมภายใต้สภาพทางสรีร วิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3, SEQ ID NO:4, SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:6, SEQ ID NO:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:128, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ ID NO:131, SEQ ID NO:132 หรือ SEQ ID NO:133 และมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบ สมบูรณ์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่างน้อย 19 นิวคลิโอไทด์ดังกล่าวกับส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3, SEQ ID NO:4, SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:6, SEQ ID NO:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:128, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ ID NO:131, SEQ ID NO:132 หรือ SEQ ID NO:133 ตามลำดับ
2. การใช้องค์ประกอบเพื่อเตรียมยาสำหรับรักษาอาการหมายความดันสูงใน ลูกตาในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มีสารนิวคลิโอไทด์รับความรู้สึก สาย นิวคลิโอไทด์ต้านความรู้สึกและบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่าง น้อยเท่ากับ 19 นิวคลิโอไทด์ ที่ซึ่งสายต้านความรู้สึกดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพทางสรีร วิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3, SEQ ID NO:4, SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:6, SEQ ID NO:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:128, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ ID NO:131, SEQ ID NO:132 หรือ SEQ ID NO:133 และมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบ สมบูรณ์เป็นอย่างน้อยที่มีอย่างน้อย 19 นิวคลิโอไทด์ดังกล่าวกับส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3, SEQ ID NO:4, SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:6, SEQ ID NO:7, SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:126, SEQ ID NO:127, SEQ ID NO:128, SEQ ID NO:129, SEQ ID NO:130, SEQ ID NO:131, SEQ ID NO:132 หรือ SEQ ID NO:133 ตามลำดับ
3. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่งสายนิวคลิโอไทด์รับความรู้สึก และสายนิวคลิโอไทด์ต้านความรู้สึกนั้นเชื่อมต่อโดยอนุกรมนิวคลิโอไทด์แบบวง
4. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวเตรียม ขึ้นเพื่อการนำไปใช้จัดการเฉพาะที่ ในตา รอบลูกตา เปลือกลูกตา เยื่อตาขาว ในเนื้อเยื่อ ตา ในลูกตา ใต้จอตา ใต้เยื่อตาขาว หลังลูกตาหรือภายในทางไหลเล็กๆ
5. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าว ประกอบด้วยตัวโรคแสดง RNA
6. องค์ประกอบสำหรับลดการแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตา องค์ประกอบนี้ประกอบด้วย RNA รบกวนแบบสายเดียวที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3 ที่ประกอบด้วย SEQ ID NO:3 468, 523, 799, 1563, 1565, 1569, 1593, 1613, 1614, 1626, 310, 322, 726, 769, 772, 801, 802, 1501, 1576, 1577, 1579, 1580, 1581, 1586, 1590, 1592, 1594, 1615, 1616, 1632, 1633 หรือ 1654 และ NRA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์ เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:3 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:4 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 329, 375, 1031, 1046, 1149, 1163, 1371, 1401, 1426, 1880, 283, 607, 608, 609, 619, 623, 722, 857, 1037, 1091, 1115, 1124, 1136, 1137, 1151, 1164, 1393, 1394, 1395, 1406, 1407, 1427, 1428, 1429, 1442, 1725, 1726, 1756, 1757, 1758, 1767, 1790, 1791, 1792, 1793, 1803, 1861, 1869, 1971, 1972, หรือ 1979 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของ ส่วนเสริมเกอบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:4 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:123 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 1875, 1890, 1891, 2011, 2012, 2133, หรือ 2134 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมี บริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรง กับ SEQ ID NO:123 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:5 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 366, 370, 384, 385, 525, 588, 768, 1045, 1046, 1061, 1090, 1232, 1314, 1316, 1460, 1461, 1462, 1528, 1607, 1705, 1713, 382, 393, 397, 622, 1131, 1459, 1530, 2251, 2885, 2886, 386, 1231, 1315, 2047, 2049, 2053, 2055, 2057, 2125, 2126, 2127, 2250, 2253, 2258, 2260, 2318, 2395, 2397, 2404, 2405, 2643, 2645, หรือ 2887 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:5 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:124 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 2208, 2275, 2307, 2526, 2538, 2592, 2628, 2979, 2985, 3093, 3474, 3504, 3505, 3506, 3518, 343, 442, 700, 707, 811, 907, 1059, 1363, 1594, 1662, 1758, 1760, 1896, 2037, หรือ 2147 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่าง น้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:124 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:125 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 436, 441, 443, 552,617, 701, 702, 832, 2204, 2291, หรือ 2495 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:125 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:6 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 471, 1990, 3080, 3797, 4037, 4093, 4225, 4323, 5213, 5285, 214, 467, 470, 472, 473, 632, 825, 946, 1693, 1767, 1768, 2157, 2263, 2589, 2590, 2765, 2988, 3094, 3144, 3145, 3344, 3345, 3418, 3666, 3828, 3850, 4040, 4041, 4061, 4882, 4894, 4900, 5040, 5114, 5115, 5128, 5129, 5253, 5296, 5375, 5384, หรือ 5385 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมี บริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรง กับ SEQ ID NO:6 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:126 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 240, 272, 362, 1836, 1851, 2103, 2137, 2138, 2139, 2157, 2158, 2160, 2425, 2580, 2601, 2646, 2650, 2794, 2803, 3116, 3124, 3126, 3129, หรือ 3377 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:126 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:127 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 113, 612, 702, 833, 1101, 1732, 1733, 1836, 2070, 2071, 2143, 2328, 2475, 2861, 2862, 2952, 3203, 3281, 3377, 3379, 3470, 3471, 3554, 3614, 3615, 3616, 3617, 3625, 3626, 3642, 3646, 3647, 3653, 3655, 3797, 3801, 3803, 3809, หรือ 3801 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสม ของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:127 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:128 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 126, 251, 252, 253, 331, 427, 429, 520, 521, 530, 601, 602, 603, 604, 664, 665, 666, 667, 675, 676, 692, 696, 697, 702, 703, 705, 707, 847, 851, 853, 859, หรือ 860 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสม ของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:128 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:129 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 1096, 1099, 1130, 1131, 1167, 1129, 1441, 1450, 1451, 1564, 1746, 1750, 1751, 1752, 1795, 203, 204, 214, 222, 224, 225, 226, 380, 525, 591, 612, 613, 615, 635, 636, 663, 664, 669, 699, 765, 790, 839, 840, 841, 900, 909, 933, หรือ 947 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:129 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:130 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 1063, 1102, 1106, 1107, 1108, 1109, 1111, หรือ 1151 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมี บริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรง กับ SEQ ID NO:130 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:131 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 653, 654, 771, 773, 841, 849, 853, 917, 918, 926, 927, 931, 981, 983, 984, 996, 998, 1022, 1023, 1160, 1214, 1355, 1356, 1381, 1394, 1425, 1474, 1550, 1620, 1707, 1740, 1753, 1825, 1956, 2598, 2599, 2608, 2828, 2829, 3012, หรือ 3251 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:131 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:132 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 292, 434, 438, 457, 459, 488, 490, 498, 499, 592, 639, 723, 774, 775, 788, 857, 858, 910, 911, 930, 931, 932, 1009, 1010, 1023, 1024, 1111, 1146, 1147, 1220, 1246, 1321, 1325, 1326, 1327, 1331, 1437, 1548, 1571, 1785, 1786, หรือ 1787 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:132 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:7 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 675, 974, 1373, 1780, 2102, 2151, 2315, 2542, 2609, 3197, 67, 71, 73, 353, 405, 864, 911, 912, 913, 1409, 1748, 1811, 1935, 1937, 1993, 2012, 2346, 2388, 2437, 2586, 3007, 3008, 3022, 3130, 3210, 3237, หรือ 3271 และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของ ส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อมส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:7 หรือ ที่ซึ่งRNA รบกวนแบบสายเดียวดังกล่าวทำให้เกิดพันธุ์ผสมภายใต้สภาพ ทางสรีรวิทยาขึ้นกับส่วนของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:133 ที่ประกอบด้วยนิวคลิโอ- ไทด์ 748, 749, 753, 1119, 1169, 1499, 1509, 1820, 2081, 2118, 2147, 2615, 2644, 1659, 2663, 2671, 2672, 2793, 2812, 2914, 2948, 3044, 3334, 3391, 3480, 3520, 3549, 3639, 3840, 3941, 3944, 4001, 4995, 4997, 5141, 5143, 5249, 5375, 5834, 5852, 5981,หรือ 6687และ RNA รบกวน ดังกล่าวมีบริเวณของส่วนเสริมเกือบสมบูรณ์เป็นอย่างน้อยพร้อม ส่วนพันธุ์ผสมของ mRNA ที่ตรงกับ SEQ ID NO:133
7. องค์ประกอบสำหรับลดการแสดงออกของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตา องค์ประกอบนี้ประกอบด้วย RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอ ไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ โดย RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพิทูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของปลาย 3' ของ SEQ ID NO:33 - SEQ ID NO:82 และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง
8. องค์ประกอบที่ประกอบด้วย RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทด์และที่มีอนุกรมนิวคลิโอไทด์ของ SEQ ID NO:33 - SEQ ID NO:82 และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง หรือองค์ประกอบเสิรมของอนุกรม ดังกล่าวและพาหะที่ยอมรับได้ทางยาได้
9. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 8 ที่ซึ่ง RNA รบกวนคือ shRNA
10. การใช้องค์ประกอบเพื่อเตรียมยาสำหรับรักษาอาการหมายความดันสูงใน ลูกตาในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งประกอบดังกล่าวประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มีRNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้และ RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของปลาย 3' ของSEQ D NO:33 - SEQ ID NO:82 และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง ที่ซึ่งถูกนำไปรักษาความดันโลหิตสูงในลูกตา
11. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่าางน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอยาง น้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:33 - SEQ ID NO:42 และ SEQ ID NO:220 - SEQ ID NO:241 อันใดอันหนึ่ง
12. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:43 - SEQ ID NO:52 และ SEQ ID NO:242 - SEQ ID NO:282 อันใดอันหนึ่ง
13. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:53 - SEQ ID NO:62 และ SEQ ID NO:283 -333 อันใดอันหนึ่ง
14. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:334 - SEQ ID NO:374 อันใดอันหนึ่ง
15. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:63 - SEQ ID NO:72 และ SEQ D NO:375 - SEQ ID NO:416 อันใดอันหนึ่ง
16. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:417 - SEQ ID NO:440 อันใดอันหนึ่ง
17. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:441 - SEQ ID NO:411อันใดอันหนึ่ง
18. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:512 - SEQ ID NO:563 อันใดอันหนึ่ง
19. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:564 - SEQ ID NO:606 อันใดอันหนึ่ง
20. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:607 - SEQ ID NO:648 อันใดอันหนึ่ง
21. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ ID NO:73 - SEQ ID NO:82 และ SEQ D NO:649 - SEQ ID NO:675 อันใดอันหนึ่ง
22. การใช้องค์ประกอบตามข้อถอสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วนเสริมอนุกรมอย่าง น้อย 90% ถึงเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของ ปลาย 3' ของ SEQ D NO:676 - SEQ ID NO:717 อันใดอันหนึ่ง
23. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง RNA รบกวนคือ shRNA
24. การใช้องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวเตรียม ขึ้นเพื่อการนำไปใช้จัดการเฉพาะที่ ในตา รอบลูกตา เปลือกลูกตา เยื่อตาขาว ในเนื้อเยื่อ ตา ในลูกตา ใต้จอตา ใต้เยื่อตาขาว หลังลูกตาหรือภายในทางไหลเล็กๆ
25. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวคือตัวนำโรค แสดง RNA รบกวน
26. วิธีลดการแสดงออกของตัวแปรที่หนึ่งของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตา mRNA โดยไม่ลดการแสดงออกของตัวแปรที่สองของ mRNA เป้าหมายความดัน สูงในลูกตา mRNA ในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งวิธีการนี้ที่ประกอบด้วย การนำองค์ประกอบที่ประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มี RNA รบกวนที่มีความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิโอไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ไป ใช้กับตัวอย่างทดสอบ โดย RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถึงหรือเอกลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของปลาย 3' ของตัวแปรที่หนึ่ง ที่ซึ่งการแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งนั้นลดลงโดยไม่ต้องลด การแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่สอง และที่ซึ่ง mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งคือ SEQ ID NO:5, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:127, หรือ SEQ ID NO:129 และ mRNA ของตัว แปรที่สองคือ SEQ D NO:123, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:128, หรือ SEQ ID NO:130 ตามลำดับ
27. วิธีลดการแสดงออกของตัวแปรที่หนึ่งของ mRNA เป้าหมายความดันสูง ในลูกตา mRNA โดยไม่ลดการแสดงออกของตัวแปรที่สองของ mRNA เป้าหมายความดัน สูงในลูกตา mRNA ในตัวอย่างทดสอบ ซึ่งวิธีการนี้ที่ประกอบด้วย การนำองค์ประกอบที่ประกอบด้วย RNA รบกวนในปริมาณที่ได้ผลที่มี RNA รบกวนที่มาความยาวเท่ากับ 19 ถึง 49 นิวคลิอไทด์และพาหะที่ยอมรับทางยาได้ไป ใช้กับตัวอย่างทดสอบ โดย RNA รบกวนดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณของนิวคลิโอไทด์ต่อเนื่อง 13 นิวคลิโอไทด์เป็นอย่างน้อยที่มีส่วน เสริมอนุกรมอย่างน้อย 90% ถภึงหรือลักษณ์อนุกรมอย่างน้อย 90% กับพินูทิเมต 13 นิวคลิโอไทด์ของปลาย 3' ของตัวแปรที่หนึ่ง ที่ซึ่งการแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งนั้นลดลงโดยไม่ต้องลด การแสดงออกของ mRNA ของตัวแปรที่สอง และที่ซึ่ง mRNA ของตัวแปรที่หนึ่งคือ SEQ ID NO:123, SEQ ID NO:125, SEQ ID NO:128, หรือ SEQ ID NO:130 และ mRNA ของ ตัวแปรที่สองคือ SEQ D NO:5, SEQ ID NO:124, SEQ ID NO:127, หรือ SEQ ID NO:129 ตามลำดับ
TH501006264A 2005-12-30 การยับยั้งอาการที่นัยน์ตาโดยมี RNAi เป็นสื่อ TH81552B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH81552A true TH81552A (th) 2006-11-30
TH81552B TH81552B (th) 2006-11-30

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Guzman‐Aranguez et al. Small‐interfering RNA s (siRNA s) as a promising tool for ocular therapy
Ovsepian et al. Gene therapy for chronic pain: emerging opportunities in target-rich peripheral nociceptors
EP1699924B1 (en) Inhibitory compounds targeted to connexin 43 and methods of use thereof in the treatment of corneal eye trauma
KR20180134931A (ko) 안 질환 치료용 올리고뉴클레오타이드
RU2011124528A (ru) ОПОСРЕДОВАННОЕ PHKI ИНГИБИРОВАНИЕ Rho-КИНАЗЫ ДЛЯ ЛЕЧЕНИЯ ГЛАЗНЫХ НАРУШЕНИЙ
JP2010501188A5 (th)
RU2007132848A (ru) Опосредуемое rnai ингибирование мишеней глаза
RU2008130857A (ru) Опосредованное phkи ингибирование hif1a для лечения глазного ангиогенеза
AU2013207601B2 (en) RNAi-mediated inhibition of spleen tyrosine kinase-related inflammatory conditions
KR20080018858A (ko) 녹내장 치료용 플리즐 관련 단백질―1의 RNAⅰ-중재저해
KR20090042297A (ko) IOP―관련 증상을 치료하기 위한 그렘린의 RNAi 매개 억제
JP2009533475A5 (th)
US20080255065A1 (en) Small Interfering Rna Molecules Against Ribonucleotide Reductase and Uses Thereof
KR20130028966A (ko) Rhoa에 대한 이중 가닥 rna 및 그의 용도
EP1597365B1 (en) Antisense oligonucleotides directed to ribonucleotide reductase r2 and uses thereof in the treatment of cancer
WO2020198678A1 (en) Priming with targeted activated t cells can enhance chemo responsiveness of cancer cells
TW200914052A (en) RNAi-related inhibition of TNFα signaling pathway for treatment of glaucoma
JP2009533466A5 (th)
US20080311126A1 (en) Antisense Oligonucleotides Directed to Ribonucleotide Reducatase R2 and Uses Thereof in Combination Therapies for the Treatment of Cancer
KR20180039760A (ko) siRNA, 및 NRARP 유전자의 발현을 억제하기 위한 방법 및 조성물에서의 이의 용도
JP2012254095A (ja) 眼血管形成の治療のためのIGF1RのRNAi媒介抑制
CN115515968A (zh) 使用短干扰RNA对具有R124H突变的转化生长因子β诱导基因的等位基因特异性沉默
KR101292924B1 (ko) GCH1을 표적으로 하는 siRNA를 포함하는 재조합 벡터 및 이를 함유하는 신경병증성 통증 완화용 약제학적 조성물
EP2904102A1 (en) Modulation of rna activity and vascular permeability
KR102643127B1 (ko) MyD88을 표적으로 하는 RNAi 제제 및 이의 용도