TH80760A - อานาล็อกของราพาไมซินและการใช้อานาล็อกเหล่านี้ในการรักษาความผิดปกติทางประสาทวิทยา, ทางทวีจำนวนเซลและทางการอักเสบ - Google Patents

อานาล็อกของราพาไมซินและการใช้อานาล็อกเหล่านี้ในการรักษาความผิดปกติทางประสาทวิทยา, ทางทวีจำนวนเซลและทางการอักเสบ

Info

Publication number
TH80760A
TH80760A TH501005924A TH0501005924A TH80760A TH 80760 A TH80760 A TH 80760A TH 501005924 A TH501005924 A TH 501005924A TH 0501005924 A TH0501005924 A TH 0501005924A TH 80760 A TH80760 A TH 80760A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
substance
substituted
epoxy
epoxyimino
hexamethyl
Prior art date
Application number
TH501005924A
Other languages
English (en)
Inventor
อิดริส กราเซียนี นายเอ็ดมันด์
Original Assignee
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า
ไวเอ็ธ
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า, ไวเอ็ธ filed Critical นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า
Publication of TH80760A publication Critical patent/TH80760A/th

Links

Abstract

DC60 (14/03/49) การประดิษฐ์นี้ทำให้มีสารที่มีโครงสร้างต่อไปนี้ซึ่ง R1, R2, R4, R4, R6, R7 และ R15 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน (สูตรเคมี) สารเหล่านี้มีประโยชน์ในการรักษาความผิดปกติทางประสาทวิทยา หรือโรค แทรกซ้อน อันเนื่องมาจากโรคสโตรก (เส้นโลหิตในสมองตีบหรือแตก) หรือการบาดเจ็บของศรีษะ, โรคเนื้องอกที่ไม่เป็นเนื้อร้ายหรือที่เป็นเนื้อร้าย, โรคคาร์ชิโนมา และโรคอาดีโนคาร์ซิโนมา และ ความผิดปกติด้านการอักเสบ ดังนั้นสารเหล่านี้จึงมีประโยชน์เป็นสารป้องกันประสาท, สารทำให้เกิด ประสาทขึ้นใหม่, สารต่อต้านการทวีจำนวนเซล และสารต่อต้านการอักเสบ การประดิษฐ์นี้ทำให้มีสารที่มีโครงสร้างต่อไปนี้ซึ่ง R1, R2, R4, R4, R6, R7 และ R15 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน (สูตรเคมี) สารเหล่านี้มีประโยชน์ในการรักษาความผิดปกติทางประสาทวิทยา หรือโรค แทรกซ้อน อันเนื่องมาจากโรคสโตรก (เส้นโลหิตในสมองตีบหรือแตก) หรือการบาดเจ็บของศรีษะ, โรคเนื้องอกที่ไม่เป็นเนื้อร้ายหรือที่เป็นเนื้อร้าย, โรคคาร์ชิโนมา และโรคอาดีโนคาร์ซิโนมา และ ความผิดปกติด้านการอักเสบ ดังนั้นสารเหล่านี้จึงมีประโยชน์เป็นสารป้องกันประสาท, สารทำให้เกิด ประสาทขึ้นใหม่, สารต่อต้านการทวีจำนวนเซล และสารต่อต้านการอักเสบ

Claims (45)

1. สารสูตร I (สูตรเคมี) I ซึ่ง R1 และ R2 คือหมู่ที่แตกต่างกันที่เป็นอิสระต่อกัน และเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย OR3 และ N(R3')(R3") ; หรือ R1 และ R2 แตกต่างกัน, ต่อกันผ่านพันธะเดี่ยว และเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย O และ NR3 R3, R3' และ R3" เลือกได้อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย H, C1 ถึง C6 อัคคิล, C1 ถึง C6 อัลคิลที่ถูกแทนที่, C3 ถึง C8 ไซโคลอัลคิล, C3 ถึง C8 ไซโคลอัลคิลที่ถูกแทนที่, อาริล, อาริลที่ถูกแทนที่, เฮทเทอโรอาริล และเฮทเทอโรอาริลที่ถูกแทนที่ R4 และ R4' (a) เลือกได้อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย H, OH, O(C1 ถึง C6 อัลคิล) O(C1 ถึง C6 อัลคิลที่ถูกแทนที่), O(เอริล), O(อาริล), O(อาริลที่ถูกแทนที่) และ ฮาโลเจน หรือ (b) ร่วมกันแล้วเกิดพันธะคู่กับ O R5, R6 และ R7 เลือกได้อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย H, OH และ OCH3; R8 และ R9 เชื่อต่อกันผ่าน (i) พันธะเดี่ยว และเป็น CH2 หรือ (ii) พันธะคู่ และ เป็น CH; R15 เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย C=O, CHOH และ CH2 n คือ 1 หรือ 2 หรือเกลือที่ใช้ได้ทางเภสัชกรรมของสารนี้
2. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 ดังกล่าวเชื่อต่อกันผ่าน พันธะเดี่ยว
3. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 2 ซึ่ง R1 คือ O, R2 คือ NR3
4. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 คือ OR3 และ R2 คือ N(R3') (NR3")
5. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ซึ่ง R3, R3' หรือ R3" คืออาริล หรืออาริลที่ถูกแทนที่
6. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งอาริลที่ถูกแทนที่ ดังกล่าวคือ วงแหวนเบนซีนที่ถูกแทนที่
7. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 6 ซึ่งอาริล หรืออาริลที่ถูกแทนที่ดังกล่าว มีโครงสร้างดังนี้ (สูตรเคมี) ซึ่ง : R10, R11, R12, R13 และ R14 เลือกได้อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย H, C1 ถึง C6 อัลคิล, C1 ถึ C6 อัลคิลที่ถูกแทนที่, อาริล, อาริลที่ถูกแทนที่, เฮทเทอโรอาริล, เฮทเทอโรอาริล ที่ถูกแทนที่, ฮาโลเจน, เอซิล, OH, O(อัลคิล), O(อัลคิลที่ถูกแทนที่), O(อาริล), O(อาริลที่ถูกแทนที่), O(เอซิล), NH2, NH(อัลคิล), NH(อัลคิลที่ถูกแทนที่), NH(อาริล), NH(อาริลที่ถูกแทนที่) และ NH (เอซิล)
8. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ซึ่ง R8 และ R9 ยึดติดกันผ่านพันธะเดี่ยว
9. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ซึ่ง R8 และ R9 ยึดเหนี่ยวกันผ่านพันธะคู่
10. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ซึ่ง R4 หรือ R4, คือ OH
11. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ซึ่ง R4 หรือ R4' คือ O(เอซิล)
12. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งเอซิลดังกล่าวคือ (สูตรเคมี)
13. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 12 ซึ่ง R5, R6 และ R7 คือ OCH3
14. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 13 ซึ่ง n คือ 2
15. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 14 ซึ่ง R15 คือ C=O
16. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิ 1 ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 9, 27- ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21-ไดเมท ธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-37-เฟนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด[2,1-C] [1,4]-ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน: 9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21- ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-37-เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34a-เฮนนิโคซา-ไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15- (อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด [2,1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 3H)-เพนโทน; 37-(4-คลอโร-3-เมทธิลเฟนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3- เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26- เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34a-โนนาเดค คาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด[2,1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคล เฮนไตรอาคอนทีน -1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; 37-(2, 6-ไดคลอโรเฟนนิล)-9, 27- ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล }-10, 21- ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; 9, 27- ไดไฮดรอกซี-3-{-2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล }-10, 21- ไดเมทธิกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน ) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; 9, 27- ไดไฮดรอกซี-3-{-2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล }-10, 21- ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-37-เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซี อิมิโน) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4]-ออกซาซาไซโคลเฮนโตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)- เพนโทนเอสเทอร์ที่เกิดขึ้นกับ 2, 2-ไดเมทธิล-3-(ไพริดิน-2-อิล)-โปรปิโอนิคแอซิด และ 37-(2, 6- ไดคลอโรเฟนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิล เอทธิล}-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15- (อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4]-ออกซาซาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15- (อีพอกซีอิมิโน ) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4]-ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; หรือ เกลือที่ใช้ได้ในทางเภสัชกรรมของสารเหล่านี้แต่ละชนิด
17. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 เชื่อมต่อกันผ่านพันธะ เดี่ยว ; R1 คือ O; R2 คือ NR3: R3 คือ เฟนนิล ; R4 คือ OH; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ HC=CH
18. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 คือ OR3; R2 คือ N(R3') (R3"); R3 คือ H; R3' คือ H; R3" คือเฟนนิล ; R4 คือ OH; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ H2C-CH2
19. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 เชื่อมต่อกันผ่านพันธะ เดี่ยว ; R1 คือ O; R2 คือ NR3; R3 คือ เฟนนิล; R4 คือ OH; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ H2C-CH2
20. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 เชื่อมต่อกันผ่านพันธะ เดี่ยว ; R1 คือ O; R2 คือ NR3; R4 คือ OH; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ HC-CH; และ R3 คือ
21. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 เชื่อมต่อกันผ่านพันธะ เดี่ยว ; R1 คือ O; R2 คือ NR3; R4 คือ OH; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ HC-CH; และ R3 คือ (สูตรเคมี)
22. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 เชื่อมต่อกันผ่านพันธะ เดี่ยว ; R1 คือ O; R2 คือ NR3; R3 คือ เฟนิล; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ HC-CH; และ R4 คือ (สูตรเคมี)
23. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง R1 และ R2 เชื่อมต่อกันผ่านพันธะ เดี่ยว ; R1 คือ O; R2 คือ NR3; R4 คือ OH; R5-R7 คือ OCH3; และ R8 และ R9 คือ H2C-CH2; และ R3 คือ (สูตรเคมี)
24. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย : (สูตรเคมี) และ (สูตรเคมี)
25. สารสูตร Ia (สูตรเคมี) R1 และ R2 คือหมู่ที่แตกต่างที่เป็นอิสระต่อกัน และเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย OH และ N(R3') (R3"); หรือ R1 และ R2 แตกต่างกัน และเชื่อมต่อกันผ่านพันธะเดี่ยว และเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย O และ NR3; R3' และ R3" เลือกได้อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย H, C1 ถึง C6 อัลคิล, C1 ถึง C6 อัลคิลที่ถูกแทนที่, C3 ถึง C8 ไซโคลอัลคิล, C3 ถึง C8 ไซโคลอัลคิลที่ถูกแทนที่, อาริล, อาริลที่ถูก แทนที่, เฮทเทอโรอาริล และเฮทเทอโรอาริลที่ถูกแทนที่ R8 และ R9 เชื่อมต่อกันผ่าน (i) พันธะเดี่ยว และเป็น CH2 หรือ (ii) พันธะคู่ และ เป็น CH; หรือเกลือที่ใช้ได้ในทางเภสัชกรรมของสารนี้
26. สารสูตร Ib (สูตรเคมี) Ib ซึ่ง R เลือกได้อย่างอิสระจากกลุ่มที่ประกอบด้วย H, C1 ถึง C6 อัลคิลที่ถูกแทนที่, อาริล, อาริลที่ถูกแทนที่, เฮทเทอโรอาริล, เฮทเทอโรอาริลที่ถูกแทนที่, ฮาโลเจน, เอซิล, OH, O(อัลคิล), O(อัลิลที่ถูกแทนที่), O(อาริล), O(อาริลที่ถูกแทนที่), O(เอซิล), NH2, NH(อัลคิล), NH(อัลคิลที่ถูก แทนที่), NH(อาริล), NH(อาริลที่ถูกแทนที่) และ NH (เอซิล) และ m คือ 1 ถึง 5
27. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 26 ซึ่ง เป็นสารป้องกันประสาท
28. สารดังที่ถือสิทธิไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 27 สำหรับใช้เป็นยา
29. การใช้สารดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 27 ในการเตรียมยาสำหรับรักษาความผิดปกติทางประสาทวิทยาในผู้ป่วยที่ควรแก่การรักษาเช่นนั้น
30. สารตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งความผิดปกติทางประสาทวิทยา ดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย : โรคอัลไซเมอร์; โรคลมบ้าหมู่; โรคฮันทิงตัน; โรค พาร์คินสัน; โรคสโตรก (เส้นโลหิตในสมองตีบหรือแตก); การบาดเจ็บของไขสันหลัง; การบาดเจ็บ ของสมองที่มีบาดแผล; โรคจิตเสื่อม; โรคพิคส์; โรคนิวแมนน์-พิคส์; โรคอามีลอยด์แอนจิโอพาธี; โรคอามีลอยด์แอนจิโอพาธีของสมอง; โรคอาลีลอยโดซิสที่เป็นกับทั้งระบบ; โรคตกเลือดในสมอง ที่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ที่มีอามีลอยโดซิสประเภทดัทซ์; โรคกล้ามเนื้ออักเสบที่มีอินคลูซันบอดี ; ความบกพร่องในการเรียนรู้อย่างอ่อน; กลุ่มอาการดาวน์, โรคอามีโลโทรฟิคแลคเทอราลเคลอโรซิส (ALS), โรคมัลติเพิลสเคลอโรซิส; โรคดูชีนดิสโทรฟี, กล้ามเนื้อสลายแบบเบคเกอร์, โรคกล้ามเนื้อสลายแบบเฟชิโอสแคปปูโลฮิมเมอราล (แลนดาวชี-ดีเจอรีน), โรคกล้ามเนื้อสลาย และ โรคกล้ามเนื้อของแขนขาและตะโพกสลาย (LGMD)
31. การใช้สารดังที่ถือสิทธิไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 27 ในการเตรียมยาสำหรับรักษาโรคแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากโรคสโตรก หรือการบาดเจ็บของศรีษะ ในผู้ป่วยที่ควรแก่การรักษาเช่นนี้ หรือสำหรับรักษาความผิดปกติทางด้านการอักเสบในผู้ป่วยที่ควร แก่การรักษาเช่นนี้
32. การใช้ดังที่ถือสิทธิไว้ในข้อถือสิทธิที่ 31 ซึ่งความผิดปกติทางด้านการอักเสบ ดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โรคลูปัส, โรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์, โรคข้ออักเสบ ที่มีผื่นแดงตกสะเก็ด, โรคข้อเสื่อม, โรคกระดูกสันหลังสลายที่ทำให้ข้อกระดูกติดกัน, โรคผื่นแดง ตกสะเก็ด, โรคผิวหนังอักเสบ, โรคสเคลอโรเดอร์มา, โรคลำไส้อักเสบ, โรคโครนส์ และโรคลำไส้ ใหญ่อักเสบที่มีแผลเปื่อย
33. การใช้สารดังที่ถือสิทธิไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 27 ในการเตรียมยาสำหรับรักษาความผิดปกติที่เลือก ได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โรคอุณหภูมิสูงผิดปกติ จากเนื้อร้าย, โรคแกนกลาง, โรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติชนิดแคทธี โคลลามีนเนอร์จิคโพลีมาร์ฟิค เวนตริคิวลาร์แทคคีคาร์เดีย และโรคดิสเพลเซียของเวนตริเคิลขวาที่มีการเต้นผิดจังหวะประเภท 2 (ARVD-2) ในผู้ป่วยที่ควรแก่การรักษาเช่นนี้ หรือการรักษาความผิดปกติของหัวใจ และเส้นเลือด ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยโรคหัวใจล้มเหลวแบบเลือดคั่ง, โรคหัวใจเต้นเร็วแบบพารอกซี โซมาลแทคคีคาร์เดีย, การดีโพลาไรซ์ในภายหลังถูกหน่วยเวลาออกไป, อาการหัวใจเต้นเร็วเกินไป ในส่วนของเวนตริเคิล, อาการหัวใจเต้นเร็วเกินไปแบบทันทีทันควัน, การเต้นของหัวใจผิดปกติที่ถูก หน่วงนำให้เกิดขึ้นโดยการออกกำลัง, กลุ่มอาการ QT ยาว, การเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติแบบ สองทิศทาง, ความผิดปกติที่เป็นการอุดตันเส้นเลือด โดยลิ่มเลือดที่หลุดออกมาจากที่อื่น, ความผิดปกติ ที่เป็นการอุดตันของเส้นเลือดดำของระบบหัวใจ และเส้นเลือดจากลิ่มเลือดที่หลุดออกมาจากที่อื่น, ความผิดปกติที่เป็นการอุดตันของช่องในหัวใจจากลิ่มเลือดที่หลุดออกมาจากที่อื่น, โรคไขมันอุดตัน เส้นเลือด, โรคการตีบของเส้นเลือดที่เกิดขึ้นซ้ำอีก, โรคของเส้นเลือดแดงรอบนอก, การผ่าตัดกราฟท์ ทางเบี่ยงของเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจ, โรคของเส้นเลือดแดงคาโรติค, โรคเส้นเลือดแดงอักเสบ, โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, โรคอักเสบของหัวใจ และเส้นเสือด, โรคอักเสบของเส้นเลือดทั่วไป, โรคของเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจ (CHD), โรคหัวใจแบบแองไจนาที่ไม่เสถียร (UA), โรคหัวใจแบบ แองไจนาที่ไม่เสถียรที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา, โรคหัวใจแบบแองไจนาที่เสถียร (SA), โรคหัวใจ แบบแองไจนาเรื้อรังทีเสถียร, กลุ่มอาการของความผิดปกติของเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจแบบ เฉียบพลัน (ACS), โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดหล่อเลี้ยงครั้งแรกหรือที่เกิดขึ้นซ้ำอีก, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจาการขาดเลือดหล่อเลี้ยงเฉียบพลัน (AMI), โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการ ขาดเลือดหล่อเลี้ยง, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดหล่อเลี้ยงแบบไม่ใช่ Q เวฟ, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากากรขาดเลือดหล่อเลี้ยงแบบไม่ใช่ STE, โรคของเส้นเลือดแดงหล่อเลี้ยง หัวใจ, โรคหัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยง, การขาดเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจ, การขาดเลือดหล่อเลี้ยงอวัยวะ, การตายทันทีทันใดจากการขาดเลือดหล่อเลี้ยงอวัยวะ, การป่วยเฉียบพลันจากากรขาดเลือดหล่อเลี้ยง อวัยวะชั่วคราว, โรคสโตรก, โรคเส้นเลือดรอบนอกอุดตัน, โรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดดำ, โรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดดำที่อยู่ลึก, โรคเส้นเลือดดำอักเสบอันเนื่องมาจากการอุดตันของลิ่มเลือด, โรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงเฉียบพลัน, โรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงหล่อเลี้ยงหัวใจ, โรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงของสมอง, การอุดตันเส้นเลือดของสมองโดยลิ่มเลือดที่หลุดออกมา จากที่อื่น, การอุดตันเส้นเลือดของไต โดยลิ่มเลือดที่หลุดออมาจากที่อื่น, การอุดตันของเส้นเลือดของ ปอดโดยลิ่มเลือดที่หลุดออกจากที่อื่น, โรคลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือด, การเต้นผิดจังหวะของหัวใจแบบ ซุปราเวนตริคิวลาร์, การเต้นผิวจังหวะของเอเตรียม, การเต้นแบบฟลัตเตอร์ของเอเตรียม และการเต้น แบบฟิบริเลชันของเอเตรียม ในผู้ป่วยที่ความแก่การรักษาเช่นนี้
34. วิธีการเตียมสารดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 27 ที่ประกอบด้วยขั้นตอนของ (i) การผสมรวามพาราไมซิน หรืออานาลอกของสารนี้กับไนโตรโซเบนซีนที่อาจ เลือกให้ถูกแทนที่ และ (ii) การแยกผลผลิตของ (i)
35. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 34 ซึ่งอานาลอกของราพาไซซินดังกล่าว คือ นอร์ราพาไมซิน, ดีออกซีราพาไมซิน หรือเดสเมทธิลราพาไมซิน
36. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 34 หรือ 35 ซึ่งขั้นตอน (i) ได้รับการ ดำเนินการที่อุณหภูมิสูง
37. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 34 ถึง 36 ซึ่งขั้นตอน (ii) ได้รับการดำเนินการโดยการใช้โครมาโตกราฟี
38. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 34 ถึง 37 สำหรับเตรียมสารที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3- เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล }-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26- เฮกซาเมทธิล-37-เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4]- ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน : 9, 27-ไดไฮดรอกซี-3- {2-[4- ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล }-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-37-เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-เฮนนิโคซาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน ) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; 37- (4-คลอโร-3-เมทธิลเฟนนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{-2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]- 1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี- 18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; 37-(2, 6-ไดคลอโรเฟนนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3- เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซา เมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคา ไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน ) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคล เฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; 9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{-2-[4- ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-37-เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน ) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซ โคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทนเอสเทอร์ที่เกิดขึ้นกับ -2, 2-ไดเมทธิล-3-(ไพริดิน-2-อิล)-โปรปิโอนิคแอซิด และ 37-(2, 6-ไดคลอโรเฟนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{-2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21- ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4]-ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน
39. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 34 ถึง 38 ซึ่งในโตรโซเบนซีนที่อาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้นั้นเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไนโตรโซเบนซีน, 2, 6-ไดคลอโรไนโตรโซเบนซีน และ 1-คลอโร-2-เมทธิล-4-ไนโตรเบนซีน
40. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 34 ถึง 39 ซึ่งมีส่วนเพิ่มเติมที่ประกอบด้วย : (iii) การผสมรวมผลผลิตของ (ii) กับสารของการทำปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจน และ (iv) การแยกผลผลิตของ (iii)
41. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิ 40 ซึ่งสารของการทำปฏิกิริยาการเติม ไฮโดรเจนดังกล่าวประกอบด้วย สารเร่งปฏิกิริยาที่เป็น Pd/c และแกสไฮโดรเจน
42. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิ 40 หรือ 41 ซึ่งผลผลิตของ (iii) คือ (สูตรเคมี) หรือเกลือที่ใช้ได้ในทางเภสัชกรรมของสารนี้
43. การใช้สารที่เลือกได้จาก (i) 9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3- เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล }-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26- เฮกซาเมทธิล-37-เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26,27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน ) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4]- ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน และ (ii) 37-(4-คลอโร- 3-เมทธิลเฟนนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิล เอทธิล }-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15- (อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5-, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน; ในการเตรียมยาที่มีประโยชน์ในการรักษาโรคเนื้องอกที่ไม่เป็นเนื้อร้าย หรือ ที่เป็นเนื้อร้ายในผู้ป่วยที่ควรแก่การรักษาเช่นนี้
44. ใช้สารที่เลือกได้จาก (i) 9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซี ไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21-ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-37- เฟนนิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26,27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคา ไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด[2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคล เฮนไตรอาคอนทีน-1, 5, 11, 28, 29 (6H, 31H)-เพนโทน และ (ii) 37-(4-คลอโร-3-เมทธิล เฟนนิล)-9, 27-ไดไฮดรอกซี-3-{2-[4-ไฮดรอกซี-3-เมทธอกซีไซโคลเฮกซิล]-1-เมทธิลเอทธิล}-10, 21- ไดเมทธอกซี-6, 8, 12, 14, 20, 26-เฮกซาเมทธิล-4, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 32, 33, 34, 34a-โนนาเดคคาไฮโดร-3H-23, 27-อีพอกซี-18, 15-(อีพอกซีอิมิโน) ไพริโด [2, 1-C] [1, 4] ออกซาซาไซโคลเฮนไตรอาคอนทีน-1, 5-, 11, 28, 29(6H, 3H)-เพนโทน; ในการ เตรียมยาสำหรับรักษาโรคคาร์ชิโนมา และโรคอาดีโนคาร์ชิโนมาในผู้ป่วยที่ควรแก่การรักษาเช่นนี้
45. การใช้ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่งโรคคาร์ซิโนมา หรือโรคอาดีโน คาร์ชิโนมาดังกล่าวเป็นของเยื่อบุมดลูก, รังไข่, เต้านม, ลำไส้ใหญ่, ต่อมลูกหมาก, ต่อพิทูอิทารี, เนื้องอกของเยื่อหุ้มสมอง หรือเนื้องอกที่ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนอื่นๆ
TH501005924A 2005-12-15 อานาล็อกของราพาไมซินและการใช้อานาล็อกเหล่านี้ในการรักษาความผิดปกติทางประสาทวิทยา, ทางทวีจำนวนเซลและทางการอักเสบ TH80760A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH80760A true TH80760A (th) 2006-10-31

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
IL183664A (en) Rapamycin analogues and the uses thereof in the treatment of neurological, proliferative and inflammatory disorders
JP6622205B2 (ja) チエノピペリジン誘導体およびその使用
CN109776509B (zh) 一种n-取代咪唑甲酸酯类衍生物及其用途
JPS5912677B2 (ja) キサンチン誘導体の製法
HU229005B1 (en) Induction of pharmacological stress with adenosine receptor agonists
US3879554A (en) Use of 1,6-dimethyl-8-{62 -(5-bromonicotinoyloxymethyl)-10 {60 -methoxyergoline in treating cerebral and peripheral metabolic vascular disorders
HU228937B1 (en) Compositions for treating inflammatory response
HU210764B (en) Process for producing pyrazolo- and triazolotriazine derivatives and pharmaceutical compositions containing them
JPS60136592A (ja) N↑6‐(1‐および2‐ベンゾシクロアルキル)アデノシンおよびその製法
SU1151209A3 (ru) Способ получени @ -токофериловых эфиров 5-замещенной пиколиновой кислоты
CN105367582A (zh) 银杏内酯b衍生物及其在药物中的应用
RU2105554C1 (ru) N-(2,4,6-триметилфенилкарбамоилметил)-n-аллилморфолиний бромид, проявляющий противоишемическое и антиаритмическое действие при ишемической болезни сердца и способ его получения
CN102477012B (zh) 可抑制人2型11β-羟基类固醇脱氢酶活性的姜黄素类似物的制备及其应用
PT78491B (en) Process for the preparation of new 5-acyl-2-(1h)-pyridinones useful as cardiotonic agents
RU98119955A (ru) Сульфонамидзамещенные бензопирановые производные, способ их получения, их применение в качестве лекарственного средства, а также содержащие их фармацевтические композиции
TW200914055A (en) Use of phenyloxyaniline derivatives for imaging cardiovascular diseases
HUE024560T2 (hu) Pantenil-dokozahexanoát, valamint ennek alkalmazása szív-érrendszeri betegségek kezelésére és megelõzésére
JPH0514708B2 (th)
RU2007115859A (ru) КРИСТАЛЛИЧЕСКИЕ ФОРМЫ ПИРАЗОЛО[3,4-c]ПИРИДИНА В КАЧЕСТВЕ ИНГИБИТОРОВ ФАКТОРА ХА
JPS62174060A (ja) 5−フルオロウラシル誘導体およびこれを含有する医薬製剤
JPS58210063A (ja) 新規なジヒドロピリジン類
AU2013249868B2 (en) Fluorinated benzofuran derivatives
CN113754725B (zh) 二甲基二氧六环-四氢-β-咔啉-3-甲酰-RGDV的合成,生物活性和应用
JP2004506719A (ja) サリポルフィンまたはその誘導体の心臓疾患治療への応用およびその製法
PL147351B1 (en) Method of obtaining novel racemic or optically active derivatives of interfuranyleno-prostacyclin