TH32083A - กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น - Google Patents

กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น

Info

Publication number
TH32083A
TH32083A TH9701000120A TH9701000120A TH32083A TH 32083 A TH32083 A TH 32083A TH 9701000120 A TH9701000120 A TH 9701000120A TH 9701000120 A TH9701000120 A TH 9701000120A TH 32083 A TH32083 A TH 32083A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
organopolyphosphite
carbon atoms
different
same
metal
Prior art date
Application number
TH9701000120A
Other languages
English (en)
Inventor
โรเบิร์ต ไบรแอนท์ นายเดวิด
บิลลิก นายเอิร์นส์ท
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
ยูเนียน คาร์ไบด์ เคมิคอลส์ แอนด์ พลาสติค เทคโนโลยี คอร์ปอเรชัน
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา, ยูเนียน คาร์ไบด์ เคมิคอลส์ แอนด์ พลาสติค เทคโนโลยี คอร์ปอเรชัน filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH32083A publication Critical patent/TH32083A/th

Links

Abstract

DC60 (07/08/40) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวกับกรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิดหรือมากกว่า ทำปฏิกิริยา กันโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อยู่ด้วยเพื่อ ผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า, ซึ่งทำกรรมวิธีดังกล่าว ที่ มีความเข้มข้นของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อิสระ, ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือลดการ สลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และลดความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยา ประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวกับกรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิดหรือมากกว่า ทำปฏิกิริยากันโดยมีตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์ อยู่ด้วยเพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาที่ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า, ซึ่งทำกรรมวิธี ดังกล่าวที่มีความเข้มข้นของออร์แกโนพฟลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ อิสระ, ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือลดการสลายตัวแบบ ไฮโดรไลทิคของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ และลดความว่องไว ของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอ ลิฟอสไฟท์ลิแกนด์

Claims (20)

1. กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิด หรือมากกว่าทำปฏิกิริยากันโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสาร เชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า, ซึ่งทำกรรมวิธีดังกล่าว ที่ความเข้ม ข้นของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อิสระ, ซึ่เพียงพอต่อ การป้องกัน และ/หรือ ลดการสลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์แกโน พอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์
2. กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิด หรือมากกว่าทำปฏิกิริยากันโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสาร เชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า, ซึ่งทำกรรมวิธีดังกล่าว (a) ที่ความ เข้มข้นของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อิสระ, ซึ่งเพียงพอ ต่อการป้องกัน และ/หรือ ลดการสลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์ แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไวของตัว เร่งปฏิกิริยาประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และ (b) ที่, เขตทำปฏิกิริยา และ/หรือเขตการ แยก, ช่วงเวลาอยู่ในเครื่องทำปฏิกิริยา นั้น เพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือลดการสลายตัวแบบไฮโดรไลทิค ของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไว ของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอ ลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์
3. กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิด หรือมากกว่าซึ่งกรรมวิธีประกอบด้วย (i) ให้, ในเขตทำ ปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่ง, ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิด หรือมาก กว่าทำปฏิกิริยากันโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อน ของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อยู่ด้วย เพื่อผลิต ของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า, และ (ii) แยกในเขตการแยกอย่างน้อย 1 แห่ง หรือในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว, ผลิตภัณฑ์ 1 ชนิดหรือมากกว่าออกจากของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาดัง กล่าว, ซึ่งวิธีที่ดีขึ้นประกอบด้วยการป้องกัน และ/หรือ ลด การสลายตัวแบบไฮโดรไลทิค ของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ ดังกล่าวใด ๆ และ/หรือ ป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิ แกนด์ โดยทำกรรมวิธีดังกล่าว (a) ที่ความเข้มข้นของออร์แก โนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อิสระ, ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ ลดการสลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยา ประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และ (b) ที่, เขตทำปฏิกิริยา และ/หรือเขตการแยก, ช่วงเวลาอยู่ ในเครื่องทำปฏิกิริยา นั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือลด การสลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์; และโดย, ในเขตการกำจัดกรดอย่างน้อย 1 แห่ง, นำของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยาดังกล่าวอย่างน้อยบางส่วนที่ได้จากกรรมวิธีดัง กล่าวซึ่งมีสารประกอบฟอสฟอรัสแอซิดที่เกิดขึ้นขณะทำกรรม วิธีดังกล่าวอยู่ด้วย เช่นกัน, มาดำเนินการกับสารกำจัดกรด ซึ่งเพียงพอต่อการกำจัด ปริมาณอย่างน้อยบางส่วนของสาร ประกอบฟอสฟอรัสแอซิด 1 ชนิดหรือมากกว่า ออกจากของเหลวที่ เป็นผลปฏิกิริยาดังกล่าว
4. กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิด หรือมากกว่าซึ่งกรรมวิธีประกอบด้วย (i) ให้, ในเขตทำ ปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่ง, ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิด หรือมาก กว่าทำปฏิกิริยากันโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อน ของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อยู่ด้วย เพื่อผลิต ของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า, และ (ii) แยกในเขตการแยกอย่างน้อย 1 แห่ง หรือในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว, ผลิตภัณฑ์ 1 ชนิดหรือมากกว่าออกจากของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาดัง กล่าว, ซึ่งวิธีที่ดีขึ้นประกอบด้วยการป้องกัน และ/หรือ ลด การสลายตัวแบบไฮโดรไลทิค ของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ ดังกล่าวใด ๆ และ/หรือ ป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิ แกนด์ โดยทำกรรมวิธีดังกล่าว (a) ที่ความเข้มข้นของออร์แก โนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ อิสระ, ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ ลดการสลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยา ประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และ (b) ที่, เขตทำปฏิกิริยา และ/หรือเขตการแยก, ช่วงเวลาอยู่ ในเครื่องทำปฏิกิริยา นั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือลด การสลายตัวแบบไฮโดรไลทิคของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ และป้องกันการลดความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท สารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์; และโดย, แยกสารประกอบฟอสฟอรัสแอซิดออกจากของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยา ดังกล่าวที่ได้จากกรรมวิธีดังกล่าวโดย (a) ถ่ายโอนผล ปฏิกิริยาดังกล่าวอย่างน้อยบางส่วนที่ได้จากกรรมวิธีดัง กล่าวซึ่งมีสารประกอบฟอสฟอรัสแอซิดที่เกิดขึ้นขณะทำกรรม วิธีดังกล่าวอยู่ด้วย, ออกจากเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว หรือเขตการแยกอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว (b) นำ, ในเขตกำจัดกรดอย่างน้อย 1 แห่ง, ของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยาที่ถ่ายโอนออกมาอย่างน้อยบางส่วนที่ได้จากกรรม วิธีดังกล่าวซึ่งมีสารประกอบฟอสฟอรัสแอซิด ที่เกิดขึ้นขณะ ทำกรรมวิธีดังกล่าวอยู่ด้วย เช่นกัน, มาดำเนินการกับสาร กำจัดกรด ซึ่งเพียงพอต่อการกำจัด ปริมาณอย่างน้อยบางส่วนของสาร ประกอบฟอสฟอรัสแอซิด 1 ชนิด หรือมากกว่า ออกจากของเหลวที่ เป็นผลปฏิกิริยา ดังกล่าว และ (c) นำของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยาที่ผ่านการดำเนินการแล้วกลับเข้าสู่เขตทำ ปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่ง ดังกล่าวหรือเขตการแยกอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน, ไฮโดรแอซิเล ชัน(อินทราโมเลคิวลาร์ และอินเตอร์โมเลคิวลาร์), ไฮโดรไซ แอเนชัน, ไฮโดรแอมิเดชัน, ไฮโดรเอสเทอริฟิเคชัน, อะมิโนไล ซิส, แอลกอฮอไลซิส, คาร์บอนิเลชัน, ไอโซเมอไรเซซัน หรือ ท รานส์เฟอร์ ไฮโดรจิเนชัน
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งความเข้มข้นของออร์แกโนพอลิฟอสท์ไฟท์ลิแกนด์ อิสระมี ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ จากประมาณ 0.1 โมล หรือน้อย กว่าถึง ประมาณ 4 โมล ต่อโมลของโลหะ
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งความเข้มข้นของออร์แกโนพอลิฟอสท์ไฟท์ลิแกนด์ อิสระ มี จาก 0 ถึง ประมาณ 16 กรัมต่อลิตร ของของเหลวที่เป็นผลของ ปฏิกิริยา
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีความเข้มข้นของออร์แกโนพอลิฟอสท์ไฟท์ลิแกนด์ อิสระ ซึ่งสามารถทำกรรมวิธีดังกล่าว ต่ำกว่าขีดจำกัดสำหรับ การ เกิดไฮโดรไลซิส โดยอัตโนมัติของออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอ ลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ดังกล่าวเป็นแบบ ฮอมอจิเนียส หรือ เฮเทอ โรจิเนียส
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อ หนึ่งซึ่งของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาดังกล่าวมีตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพฟลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์แบบฮอมอจิเนียส หรือเฮเทอโรจิเนียส หรือให้ของไหลที่ เป็นผลปฏิกิริยาดังกล่าวอย่างน้อยบางส่วน สัมผัสกับตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนฟอสไฟท์ ลิ แกนด์ แบบฟิกซ์เฮเทอโรจิเนียสขณะทำกรรมวิธีดังกล่าว
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อ หนึ่งซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แก โนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ดังกล่าว ประกอบด้วย โรเดียมที่เกิด เป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ ซึ่ง แทนด้วยสูตร : สูตรเคมี ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมไฮโดรคาร์บอนชนิด n-เว เลนท์ ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม, R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูล ที่เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม, R2 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนชนิดมอนอเวเลนท์ ที่ถูกแทนที่หรือไม่ ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม, ซึ่ง a และ b แต่ละค่าเหมือนกัน หรือต่างกันคือ 0 ถึง 6, ซึ่งมีข้อกำหนด คือผลรวมของ a + b คือ 2 ถึง 6 และ n มีค่าเท่ากับ a + b
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 11, ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยา ประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ดัง กล่าว ประกอบด้วย โรเดียมที่เกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับ ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ ซึ่งแทนด้วยสูตร: สูตรเคมี ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมไฮโดรคาร์บอนชนิด n-เว เลนท์ ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม, R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูล ที่เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม, R2 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนชนิดมอนอเวเลนท์ ที่ถูกแทนที่หรือไม่ ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม,
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 11, ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยา ประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ดัง กล่าว ประกอบด้วย โรเดียมที่เกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับ ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ ซึ่งแทนด้วยสูตร: สูตรเคมี ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมไฮโดรคาร์บอนชนิด n-เว เลนท์ ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม, R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูล ที่เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม, R2 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนชนิดมอนอเวเลนท์ ที่ถูกแทนที่หรือไม่ ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม, Ar แต่ละหมู่อาจ เหมือนกัน หรือต่างกัน คืออนุมูลที่เป็นหมู่แอริลที่ถูกแทน ที่ หรือไม่ถูกแทนที่, y แต่ละหมู่ อาจเหมือนกัน หรือต่าง กัน และมีค่า 0 หรือ 1, Q คือหมู่เชื่อมชนิดไดเวเลนท์ที่ เลือกจาก -C(R3)2-,-O-S-,-NR4-,Si(R5)2- -CO-, ซึ่ง R3 แต่ละหมู่ อาจเหมือนกัน หรือต่างกัน คือ ไฮโดรเจน, อนุมูลที่เป็นหมู่แอลคิลที่มีคาร์บอน 1 ถึง 12 อะตอม, เฟนิล, ทอลิล, และ แอนิซิล, R4 คือ ไฮโดรเจน,อนุมูล ที่เป็นหมู่เมธิล, R5 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกัน คือไฮโดรเจน หรืออนุมูลที่เป็นหมู่เมธิล, และm คือ 0 หรือ 1
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อ หนึ่งซึ่งออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระดังกล่าว แทนด้วย สูตร : สูตรเคมี ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมไฮโดรคาร์บอนชนิด n-เว เลนท์ ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม, R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูล ที่เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม, R2 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนชนิดมอนอเวเลนท์ ที่ถูกแทนที่หรือไม่ ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม, ซึ่ง a และ b แต่ละค่าเหมือนกัน หรือต่างกันคือ 0 ถึง 6, ซึ่งมีข้อกำหนด คือผลรวมของ a + b คือ 2 ถึง 6 และ n มีค่าเท่ากับ a + b
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 14, ซึ่งออร์แกโนพอลิฟอส ไฟท์ลิแกนด์อิสระดังกล่าว แทนด้วยสูตร: สูตรเคมี ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมไฮโดรคาร์บอนชนิด n-เว เลนท์ ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม, R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูล ที่เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม, R2 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนชนิดมอนอเวเลนท์ ที่ถูกแทนที่หรือไม่ ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม
16. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 14, ซึ่งออร์แกโนพอลิฟอส ไฟท์ลิแกนด์อิสระดังกล่าวแทนด้วยสูตร: สูตรเคมี ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมไฮโดรคาร์บอนชนิด n-เว เลนท์ ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม, R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูล ที่เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม, R2 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนชนิดมอนอเวเลนท์ ที่ถูกแทนที่หรือไม่ ถูกแทนที่ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม, Ar แต่ละหมู่อาจ เหมือนกัน หรือต่างกัน คืออนุมูลที่เป็นหมู่แอริลที่ถูกแทน ที่ หรือไม่ถูกแทนที่, y แต่ละหมู่ อาจเหมือนกัน หรือต่าง กัน และมีค่า 0 หรือ 1, Q คือหมู่เชื่อมชนิดไดเวเลนท์ที่ เลือกจาก -C(R3)2-,-O-S-,-NR4-,Si(R5)2- -CO-, ซึ่ง R3 แต่ละหมู่ อาจเหมือนกัน หรือต่างกัน คือ ไฮโดรเจน, อนุมูลที่เป็นหมู่แอลคิลที่มีคาร์บอน 1 ถึง 12 อะตอม, เฟนิล, ทอลิล, และ แอนิซิล, R4 คือไฮโดรเจน, อนุมูล ที่เป็นหมู่เมธิล, R5 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกัน คือไฮโดรเจน หรืออนุมูลที่เป็นหมู่เมธิล, และm คือ 0 หรือ 1
17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,2,3 และ 4, ข้อใดข้อ หนึ่งซึ่งนำของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาที่มีสารประกอบ ฟอสฟอรัสแอซิด มาดำเนินการกับสารละลายบัฟเฟอร์ในน้ำ, น้ำ, เรซินแลกเปลี่ยนไอออน หรือออกไซด์, ไฮดรอกไซด์, คาร์บอเนท, ไบคาร์บอเนท หรือ คาร์บอกซิเลท ของโลหะหมู่ 2,11, หรือ 12
18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 17, ซึ่งกำจัดสารประกอบสาร ประกอบฟอสฟอรัสแอซิด ที่มีอยู่ในของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยา โดยสารประกอบไนโตรเจนอินทรีย์ ซึ่งมีอยู่ในของเหลวที่เป็น ผลปฏิกิริยาดังกล่าวเช่นกัน, ซึ่งปริมาณอย่างน้อยบางส่วน ของสารประกอบฟอสฟอรัสแอซิด ของผลิตภัณฑ์ที่ได้ถูกเปลี่ยนไป ของปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบฟอสฟอรัสแอซิดดังกล่าว และสาร ประกอบไนโตรเจนอินทรีย์ดังกล่าว ซึ่งถูกทำให้เป็นกลาง หรือ ถูกกำจัดออกเช่นกันโดยนำมาดำเนินการกับสารละลายบัฟเฟอร์ใน น้ำ, น้ำ, เรซินแลกเปลี่ยนไอออน หรือออกไซด์, ไฮดรอกไซด์, คาร์บอเนท, ไบคาร์บอเนท หรือคาร์บอกซิเลท ของโลหะหมู่ 2,11, หรือ 12
19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 18, ซึ่งสารประกอบไนโตรเจน อินทรีย์ เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไดแอโซล, ไทรแอโซล, ได แอซีน และไทรแอซีน
20. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 19, ซึ่งสารประกอบไนโตรเจน อินทรีย์คือ เบนซิมิแด-โซลหรือเบนโซไทรแอโซล (ข้อถือสิทธิ 20 ข้อ, 9 หน้า, 1 รูป)
TH9701000120A 1997-01-13 กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น TH32083A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH32083A true TH32083A (th) 1999-02-20

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CA2230561C (en) Improved metal-ligand complex catalyzed processes
MX9804496A (es) Procesos mejorados catalizados por complejo metal-ligando.
WO1987007261A2 (en) Transition metal complex catalyzed hydroformulation
PL131753B1 (en) Method of reactivation of rhodium catalyst of hydroformylation
US4396551A (en) Method for the recovery of Group VIII noble metal solid complexes
EP0846098B2 (en) Improved metal-ligand complex catalyzed processes
MX9804493A (es) Procesos mejorados catalizador por complejo metal-ligando.
JPWO2019098242A1 (ja) アルデヒドの製造方法及びアルコールの製造方法
US5936130A (en) Process for preparing a rhodium complex solution and process for producing an aldehyde
JPH0237215B2 (th)
JP3864668B2 (ja) アルデヒド類の製造方法
TH32082A (th) กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น
US5294415A (en) Process for the separation and recovery of rhodium from the products of the oxo synthesis
TH32081A (th) กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น
US5206000A (en) Process for the recovery of rhodium from aqueous solutions containing rhodium complexes
TH32079A (th) กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น
KR950003422B1 (ko) 옥소법 생성물의 증류 잔류물로부터 로듐을 회수하는 방법
TH34642A (th) กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น
JP3794202B2 (ja) ロジウムの回収方法
TH32084A (th) กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น
JP3899688B2 (ja) アルデヒドの製造法
JP2000302452A (ja) ロジウムの回収方法
JP4122534B2 (ja) カルボニル化反応液から第viii族金属を回収する方法
JP3796841B2 (ja) カルボニル化反応液から第viii族金属を回収する方法
JPH10324525A (ja) ロジウム錯体溶液の調製方法