TH34642A - กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น - Google Patents
กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้นInfo
- Publication number
- TH34642A TH34642A TH9701000122A TH9701000122A TH34642A TH 34642 A TH34642 A TH 34642A TH 9701000122 A TH9701000122 A TH 9701000122A TH 9701000122 A TH9701000122 A TH 9701000122A TH 34642 A TH34642 A TH 34642A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- carbon monoxide
- reaction
- partial pressure
- hydroformylation
- temperature
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (20/06/40) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวกับกรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิดหรือมากกว่าทำ ปฏิกิริยากันโดยมีตัว เร่งปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ -ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แก-โนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่ง ประกอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า ซึ่งทำปฏิกิริยาดังกล่าว ที่ความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งได้อัตราการเกิด ปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ลด ลง และอัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลงเมื่อความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้น, และเพียงพอต่อ การป้องกัน และ/หรือ ทำให้ความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท โลหะ-ออร์แก โนพอลิฟอสไฟท์ ลิ แกนด์, ลดลง การประดิษฐ์นี้เกี่ยวกับกรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิดหรือมากกว่าทำปฏิกิริยากันโดยมีตัว เร่งปฏิกิรยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์อยู่ด้วยและเลือกมีออร์แก-โนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า ซึ่งทำปฏิกิริยาดังกล่าว ที่ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งได้อัตราการเกิด ปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ลด ลงและอัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลงเมื่อความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้น,และเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ ทำให้ความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท โลหะ-ออร์แก โนพอลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ลลดลง
Claims (20)
1. กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยการให้ตัวทำปฏิกิริยา 1 ชนิดหรือมากกว่าทำปฏิกิริยากันโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทเชิง ซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อยู่ด้วย และเลือก ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระอยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลว ที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมาก กว่า ซึ่งทำปฏิกิริยาดังกล่าวที่ความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งได้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น เมื่อคาวมดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง และอัตราการเกิด ปฏิกิริยาลดลงเมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่ม ขึ้น,และเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือทำให้ความว่องไวของ ตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์,ลด ลง
2. กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชั่นซึ่งประกอบด้วยการให้สาร ประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอลิฟิน 1 ชนิด หรือมากกว่า ทำ ปฏิกิริยากับคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจน โดยมีตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือ มากกว่า ซึ่งทำปฏิกิริยาดัง กล่าวที่ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งได้อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่อควมดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไวด์ ลดลงและอัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลงเมื่อความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้น,และเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ ทำ ให้ความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทโลหะ-ออร์แกโนพอ ลิฟอสไฟท์ลิแกนด์,ลดลงและที่สภาพวะดังต่อไปนี้ 1 สภาวะ หรือมากกว่า (a) ที่อุณหภูมิซึ่งมีความแตกต่างของอุณหภูมิ ระหว่างอุณหภูมิของของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาและอุณหภูมิ ของตัวหล่อเย็นด้านเข้านั้นเพียงพอต่อการป้องกันและ/หรือ วงจรหมุนเวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดัน ย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิด ไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรืออุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์ มิเลชันดังกล่าว,นั้นมีน้อย (b) ที่ควรเปลี่ยน คาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ วงจร หมุนเวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อย ของไฮโดร เจน,ความดันรวมของปฏิกิริยาอัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดัง กล่าว(c)ที่การเปลี่ยนไฮโดรเจนนั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือวงจรหมุนเวียนของความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดัน ย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิด ไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์ มิเลชันดังกล่าว,และ(d)ที่ควรเปลี่ยนสารประกอบที่ไม่อิ่ม ตัวแบบโอลิฟินนั้นเพียงพอต่อการป้องกัน แล/หรือ วงจรหมุน เวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของ ไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์ มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าว
3. กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่ง ประกอบด้วยการให้สารประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอลิฟิน 1 ชนิด หรือมากกว่า ทำปฏิกิริยากับคาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนโดย มีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอส ไฟท์ลิแกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ อิสระอยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่ง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1ชนิด หรือมากกว่า ซึ่งทำปฏิกิริยาดัง กล่าวที่ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งได้ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่อความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง และอัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลงเมื่อ ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้น,และเพียงพอต่อการ ป้องกัน และ/หรือทำให้คามว่องไวขอตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทโลหะ-ออร์ แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ลดลง และที่อุณหภูมิซึ่งมีความแตก ต่างของอุณหภูมิระหว่างอุณหภูมิของของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยา และอุณหภูมิของตัวหล่อเย็นด้านเข้านั้นเพียงพอ ต่อการป้องกัน และ/หรือ วงจรหมุนเวียนของความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของ ปฏิกิริยา อัตรากาารเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าว,และที่ สภาวะดังต่อไปนี้ 1 สภาวะ หรือมากกว่า (a) ที่การเปลี่ยน คาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ วงจร หมุนเวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ควมดันย่อยของ ไฮโดร เจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าว (b) ที่การเปลี่ยนไฮโดรเจนนั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ วงจรหมุนเวียนของควมดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของ ปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิ ขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าว,และ(c)ทีควรเปลี่ยน สารปะกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอลิฟินนั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ วงจรหมุนเวียนของความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของ ปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชันและ/หรือ อุณหภูมิ ขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟิอร์มิ เลชันดังกล่าว
4. กรรมวิธีไฮโดรฟิร์มิเลชันที่ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วย (i) ทำปฏิกิริยาในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่ง ทำปฏิกิริยา กับคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจนโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยา ประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระอยู่ด้วย เพื่อ ผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า (ii) แยก,ในเขตการแยกอย่างน้อย 1 แห่ง หรือในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว,แอลดิไฮด์ 1 ชนิดหรือมากกว่าออกจากของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาดัง กล่าว,ซึ่งวิธีดีขึ้นประกอบด้วย การป้องกันการทำให้ความ ว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์ แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกรนด์,ลดลง และป้องกัน และ/หรือวงจรหมุน เวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของ ไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์ มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน ดังกล่าว,นั้นมีน้อย โดยทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน ดัง กล่าวที่ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งได้อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่อความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง และอัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลงเมื่อ ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้นและที่สภาวะดังต่อ ไปนี้ 1 สภาวะ หรือมากกว่า (a) ที่อุณหภูมิซึ่งมีความแตก ต่างของอุณหภูมิระหว่างอุณหภูมิของของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยา และอุณหภูมิของตัวหล่อเย็นด้านเข้า น้อยกว่าประมาณ 25 องศา ซ. (b) ที่การเปลี่ยนของคาร์บอนมอนอกไซด์มีมากกว่า ประมาณ 90% และ (c) ที่การเปลี่ยนของไฮโดรเจนซึ่งมากกว่าประมาณ 65% และ (b) ที่การเปลี่ยนของสารประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอ ลิฟินมีมากกว่า ประมาณ 50%
5. กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันซึ่งประกอบด้วยการให้สาร ประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอลิฟิน 1 ชนิด หรือมากกว่า ทำ ปฏิกิริยากับคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดนรเจนโดยมีตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือ มากกว่า ซึ่งทำปฏิกิริยาดัง กล่าวที่ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งได้อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่อความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ลดลงและอัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลงเมื่อ ความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้น,และเพียงพอต่อการ ป้องกัน และ/หรือ ทำ ให้ความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทโลหะ-ออร์แกโนพอ ลิฟอสไฟท์ลิแกนด์,ลดลง
6. กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันที่ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วย (i) ให้,ในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่ง ทำปฏิกิริยากับ คาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจนโดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาเชิง ซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อยู่ด้วย และเลือก มีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระอยู่ด้วย เพื่อผลิตของ เหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า (ii) แยก,ในเขตการแยกอย่างน้อย 1 แห่ง หรือใน เขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่งดังกล่าว,แอลอิไฮด์ 1 ชนิด หรือมากกว่าออกจากของเหลวที1เป็นผลปฏิกิริยาดังกล่าว,ซึ่ง ของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาดังกล่าวมีออร์แกโนนอนอฟอสไฟท์ อย่างน้อยบางชนิดเกิดขึ้นขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิ เลชันดังกล่าว,ซึ่งวิธีที่ดีขึ้นประกอบด้วย การป้องกันการ ทำให้ความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของ โลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกรนด์,ลดลงและป้องกัน และ/หรือ วงจรหมุนเวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดัน ย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิด ไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์ มิเลชันดังกล่าว,นั้นมีน้อย,โดยทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน ไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าวที่ความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งได้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น เมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง และอัตราการเกิด ปฏิกิริยาลดลงเมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่ม ขึ้น และที่สภาวะดังต่อไปนี้ 1 สภาวะหรือมากกว่า (a) ที่ อุณหภูมิซึ่งมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอุณหภูมิของ ของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยา และอุณหภูมิของตัวหล่อเย็นด้าน เข้านั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือ วงจรหมุนเวียนของ ความดันยอ่ยของคาร์บอนมอนอกไซด์ความดันย่อยของ ไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์ มิเลชั่น และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน ดังกล่าว,นั้นมีน้อย,(b)ที่การเปลี่ยนคาร์บอนมอนอกไซด์นั้น เพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือวงจรหมุนเวียนของความดันย่อย ของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวม ของปฎิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรืออุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าว(c) ที่เปลี่ยนไฮโดรเจนนั้นเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือวงจร หมุนเวียนของความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อย ของไฮโดรเจน,ความดันรวมของปฎิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์ มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน ดังกล่าว,และ(d)ที่ควรเปลี่ยนสารประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอ ลิฟินนั้นเพียงพอต่อเพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือวงจรหมุน เวียนของความดันย่อยของคาร์บอน-มอนอกไซด์,ความดันย่อยของ ไฮโดรเจน,คามดันรวมของปฎิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเล ชัน และ/หรือ อุณหภูมิขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดัง กล่าว
7. กรรมวิธีไฮโดรฟิอร์มิเลชันที่ดีขึ้น ตามข้อถือสิทธิข้อ 6 ซึ่งประกอบด้วย (i) ในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่ง ทำ ปฏิกิริยากับคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจน โดยมีตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระ อยู่ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือ มากกว่า (ii) แยก,ในเขตการแยก อย่างน้อย 1 แห่ง หรือในเขตทำปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 แห่งดัง กล่าว,แอลดิไฮด์ 1 ชนิดหรือมากกว่าออกจากของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยาดังกล่าว,ซึ่งวิธีที่ดีขึ้นประกอบด้วยการป้องกัน การทำให้ความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสาร เชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกรนด์ลดลง และป้อง กัน และ/หรือวงรหมุนเวียนของคาวมดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์,ความดันย่อยของไฮโดรเจน,ความดันรวมของ ปฏิกิริยา,อัตราการเกิดไฮโดรฟอร์มิเลชัน และ/หรือ อุณหภูมิ ขณะทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มเลชันดังกล่าว,นั้นมีน้อย,โดยทำ กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าวที่ความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งได้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น เมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง และอัตราการเกิด ปฏิกิริยาลดลงเมื่อความดันย่อยของคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่ม ขึ้น และที่สภาวะดังต่อไปนี้ 1 สภาวะ หรือมากกว่า (a) ที่ อุณหภูมิซึ่งมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอุณหภูมิของ ของเหลวที่ เป็นผลปฏิกิริยา และอุณหภูมิของตัวหล่อเย็นด้านเข้า น้อย กว่าประมาณ 25 องศา ซ. (b) ที่การเปลี่ยนของ คาร์บอนมอนอกไซด์มีมากกว่าประมาณ 90% และ(c) ที่การเปลี่ยน ของไฮโดรเจนซึ่งมากกว่าประมาณ 65% และ (d) ที่การเปลี่ยน ของสารประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอลิฟินมีมากกว่าประมาณ 50%
8. กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันซึ่งประกอบด้วยการให้สาร ประกอบที่ไม่อิ่มตัวแบบโอลิฟิน 1 ชนิด หรือมากกว่า ทำ ปฏิกิริยากับคาร์บอนมอนอกไซฏด์ และไฮโดรเจนโดยมีตัวเร่ง ปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์อยู่ด้วย และเลือกมีออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์อิสระ ด้วย เพื่อผลิตของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด หรือมากกว่า ซึ่งของเหลวที่เป็นปฏิกิริยา ดังกล่าวมีออร์แกโนมอนอฟอสไฟท์อย่างน้อยบางชนิดเกิดขึ้นขณะ ทำกรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าว,ซึ่งทำกรรมวิธี ไฮโดรฟอร์มิเลชันดังกล่าวที่ความดันย่อยของ คาร์บอนมอนอกไซด์ ที่เพียงพอต่อการป้องกัน และ/หรือทให้การ เกิดโคอร์ดิเคชันของออร์แก โนมอนอฟอสไฟท์กับตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทโลหะ-อร์แกโนพอ ลิฟอสไฟท์ ลิแกนด์ ดังกล่าวลดลง
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบด้วยกรรมวิธี ไฮโดรฟอร์มิเลชัน,ไฮโดรแอซิเลชัน(อินทราโมเลคิวลาร์ และอิน เตอร์โมเลคิวลาร์),ไฮโดรไซแอเนชัน,ไฮโดรแอมิเคชัน,ไอโดรเอส เทอริฟิเคชัน,อะมิโนไลซิส,แอลกอฮอไลซิส,คาร์บอนิเลชัน,ไอ โซเมอรไรเซชัน หรือทรานส์เฟอร์ไฮโดรจิเนชัน
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 6,7 และ 8 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งนำออร์แกโนฟอสไฟท์ลิแกนด์มาดำเนินการกับน้ำ,สารประกอบ ประเภทกรดอ่อน หรือน้ำ และสารประกอบประเภทกรดอ่อน
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิตข้อ 10 ซึ่งไฮโดรไลซ์ออร์แกโน มอนอฟอสไฟท์ลิแกด์ กลายเป็นสารประกอบฟอสฟอรัส แอซิดที่ ประกอบด้วยไฮดรอกซิแอลคิล ฟอสฟอนิค แอซิด
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งที่ อุณหภูมิซึ่งมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอุณหภูมิของ ของเหลวที่เป็นผปฏิกิริยา และอุณหภูมิของตัวหล่อเย็นด้าน เข้า น้อยกว่าประมาณ 20 องศา ซ. ที่การเปลี่ยนของคร์บอนมอ นอกไซด์มีมากกว่าประมาณ 75% ที่การเปลี่ยนของไฮโดรเจนซึ่ง มากกว่าประมาณ 85% และที่การเปลี่ยนของสารประกอบที่ไม่อิ่ม ตัวแบบโอลิฟินมีมากกว่าประมาณ 50%
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 6,7 และ 8 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งออร์แกโนมอนอฟอสไฟท์ลิแกนด์มี (a) แข็งแรงของโค ออร์ดิเนชันเทียบกับโลหะของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อน ของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ดังกล่าวน้อยกว่า คาร์บอนมอนอกไซด์และ(b)ความแข็งแรงาของโคออร์ดิเนชันเทียบ กับโลหะของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโน พอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ดังกล่าวน้อยกว่าออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิ แกนด์ของตัวเร่งปฏิกิริยาประเภท
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 2,8ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งของ เหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาดังมีตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทเชิง ซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์แบบฮอมอจิเนียส หรือเฮเทอโรจิเนียส หรืออย่างน้อยบางส่วนของของไหลที่เป็น ผลปฏิกิริยาดังกล่าว สัมผัสกับตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทสาร เชิงซ้อนของโลหะออร์แกโนทอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ แบบฟิวซ์เฮเทอ โรจิเนียสขณะทำกรรมวิธีดังกล่าว
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1,8 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งตัว เร่งปฏิกิริยาประเภทสารเชิงซ้อนของโลหะ-ออร์แกโนฟอสไฟท์ลิ แกนด์ ดังกล่าว ประกอบด้วยโลเดียม เกิดเป็นสารเชิงซ้อนกับ ออร์แกโนพอลิฟอสไฟท์ลิแกนด์ ซึ่งแทนด้วยสูตร (สูตรเคมี) ซึ่ง X คืออนุมูลที่เป็นหมู่เชื่อมอินทรีย์ที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ชนิด n-เวเลนท์ ที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่อินทรีย์ชนิดไดเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 4 ถึง 40 อะตอม,R1 แต่ละหมู่อาจเหมือนกัน หรือต่างกันคือ อนุมูลที่ เป็นหมู่ไฮโดรคาร์บอนที่ถูกแทนที่ หรือไม่ถูกแทนที่ชนิดมอ นอเวเลนท์ที่มีคาร์บอนจาก 1 ถึง 24 อะตอม ซึ่ง a และ b แต่ ละค่าเหมือนกัน หรือต่างกันคือ 0 ถึง 6 ซึ่งมีข้อกำหนดคือ ผลรวมของ a+b คือ 2 ถึง 6 และ n มีค่าเท่ากับ a+b
16. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งนำสารประกอบ ฟอสฟอรัส แอซิด ที่มีอยู่ในเของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาของ กรรมวิธีไฮโดรฟอร์มิเลชัน มาดำเนินการในสารละลายบัฟเฟอร์ใน น้ำ
17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ซึ่งสารละลายบัฟเฟอร์ใน น้ำประกอบด้วยเกลือของออกซิแอซิดที่มีพีเอช 4 ถึง 9
18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ซึ่งกำจัดสารประกอบ ฟอสฟอรัสแอซิด ที่มีอยู่ในของเหลวที่เป็นผลปฏิกิริยาโดยสาร ประกอบไนโตรเจนอินทรีย์ ซึ่งมีอยู่ในของเหลวที่เป็นผล ปฏิกิริยาดังกล่าวเช่นกัน,ซึ่งปริมาณอย่างน้อยบางส่วนของ สารประกอบฟอสฟอรัส แอซิด ของผลิตภัณฑ์ที่ได้ถูกเปลี่ยนไป ของปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบฟอสฟอรัส แอซิด ดังกล่าว และ สารประกอบไนโตรเจนอินทรีย์ดังกล่าว ถูกทำให้เป็นกลางเช่น กัน และถูกเอาออกโดยนำมาดำเนินการกับสารประกอบสารละ ลายบัฟเฟอร์ในน้ำ
19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งสารประกอบในโตรเจน อินทรีย์เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไดแอโซล,ไทรแอโซล,ไดแอ ซีนและไทรแอซีน
20. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 19 ซึ่งสารประกอบไนโตรเจน อินทรีย์คือเบนซิมิแดโซลหรือเบนโซไทรแอโซล (ข้อถือสิทธิ 20 ข้อ, 7 หน้า, 1 รูป)
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH34642A true TH34642A (th) | 1999-08-27 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US4717775A (en) | Transition metal complex catalyzed reactions | |
| US4774361A (en) | Transition metal complex catalyzed reactions | |
| EP0155508B1 (en) | Transition metal complex catalyzed reactions | |
| US5744650A (en) | Metal-Ligand complex catalyzed processes | |
| US5731472A (en) | Metal-ligand complex catalyzed processes | |
| CA2107192A1 (en) | Hydroformylation process | |
| SK278296B6 (en) | Manufacturing process of aldehydes by hydroformylation | |
| CA1243687A (en) | Process for preparing aldehydes | |
| JPS62116535A (ja) | 遷移金属錯体触媒方法 | |
| Ezhova et al. | Hydrogenation of CO2 to formic acid in the presence of the Wilkinson complex | |
| US4789753A (en) | Phosphite ligands | |
| PL128785B1 (en) | Method of removing triorganophospine from a liquid composition | |
| EP1017494B1 (en) | Hydroformylation process using novel phosphite-metal catalyst system | |
| EP2699350B1 (en) | Methods to store transition metal organophosphorous ligand based catalysts | |
| SA92120449B1 (ar) | إعادة تنشيط حفازات الهيدروفورميل | |
| SK68598A3 (en) | Improved metal-ligand complex catalyzed processes | |
| CZ175298A3 (cs) | Zlepšený způsob katalýzy komplexem kov-ligand | |
| CA1263407A (en) | Process for the preparation of aldehydes | |
| US6700021B2 (en) | Preparation of aldehydes | |
| TH32084A (th) | กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น | |
| TH32079A (th) | กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น | |
| JPH08268947A (ja) | アルデヒド類の製造方法 | |
| TH32081A (th) | กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น | |
| TH32083A (th) | กรรมวิธีซึ่งเร่งปฏิกิริยาด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะ-ลิแกนด์ที่ดีขึ้น | |
| Eiki et al. | Remarkable catalytic activity of 2-hydroxymethylimidazole-Zn (II) complexes in the hydrolysis of p-nitrophenyl picolinate |