TH88281A - สารยึดเหนี่ยว - Google Patents
สารยึดเหนี่ยวInfo
- Publication number
- TH88281A TH88281A TH601001992A TH0601001992A TH88281A TH 88281 A TH88281 A TH 88281A TH 601001992 A TH601001992 A TH 601001992A TH 0601001992 A TH0601001992 A TH 0601001992A TH 88281 A TH88281 A TH 88281A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- seq
- bone
- cdr
- bone loss
- disease
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (28/07/49) สารผสม และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับอีพิโทปของโปรตีนสเคลอโรสติน และสาร ยึดเหนี่ยวสเคลอโรสติน เช่นแอนติบอดีที่สามารถยึดเหนี่ยวกับสเคลอโรสตินได้รับการจัดทำขึ้น สารผสม และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับอีพิโทปของโปรตีนสเคลอโรสติน และสาร ยึดเหนี่ยวสเคลอโรสติน เช่นแอนติบอดีที่สามารถยึดเหนี่ยวกับสเคลอโรสตินได้รับการจัดทำขึ้น
Claims (72)
1. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินซึ่งถูกแยกที่ประกอบด้วยลำดับ CDR ดังต่อไปนี้: CDR-H1: DYNMH (SEQ ID NO:245); CDR-H2: EINPNSGGAGYNQKFKG (SEQ ID NO:246); CDR-H3: LGYDDIYDDWYFDV (SEQ ID NO:247); CDR-L1: RASQDISNYLN (SEQ ID NO:78); CDR-L2: YTSRLLS (SEQ ID NO:79); และ CDR-L3: QQGDTLPYT (SEQ ID NO:80)
2. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ประกอบด้วยเชนหนักที่ ประกอบด้วยลำดับโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับของ SEQ ID NO: 378
3. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ประกอบด้วยเชนเบา ที่ประกอบด้วยลำดับโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับของ SEQ ID NO: 376
4. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 ที่ ประกอบด้วยทั้งเชนหนักที่ประกอบด้วยลำดับโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับของ SEQ ID NO: 378 และ เชนเบาที่ประกอบด้วยลำดับโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือน อย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับของ SEQ ID NO: 376
5. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ซึ่ง ประกอบด้วยบริเวณคงที่ของเชนเบา และ/หรือ ของเชนหนัก
6. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งเป็น IgG
7. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งประกอบด้วยบริเวณคงที่ IgG4 ของมนุษย์หรือบริเวณคงที่ IgG2 ของมนุษย์
8. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่มีเชนหนักของ SEQ ID NO: 137 และเชนเบาของ SEQ ID NO: 133
9. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่มีเชนหนักของ SEQ ID NO: 145 หรือ 392 และเชนเบาของ SEQ ID NO: 141
10. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ซึ่ง แอนติบอดีดังกล่าวเป็นส่วนย่อยของแอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ประกอบด้วยหก CDR ที่ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้าในข้อถือสิทธิที่ 1
11. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ซึ่งเป็น แอนติบอดีสมบูรณ์ หน้า 2 ของจำนวน 6 หน้า
12. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งแอนติบอดีดังกล่าวเป็น ส่วนย่อย F(ab')2, Fab, Fab’ หรือ Fv
13. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ซึ่งเป็น แอนติบอดีที่ถูกฮิวมาไนซ์ หรือ ไคเมอริคแอนติบอดี
14. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิก่อนหน้า ซึ่ง แอนติบอดีดังกล่าวมีค่าคงที่ในการแตกตัวสำหรับสเคลอโรสตินมนุษย์ดังที่ทำการวัดแบบ เรโซแนนซ์พลาสมอนผิวหน้าน้อยกว่า หรือ เท่ากับ 1 x 10-9 M, น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 1 x 10-10 M, น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 1 x 10-11 M หรือ น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 1 x 10-12 M
15. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิก่อนหน้า ซึ่ง โมเลกุลของเอฟเฟคเตอร์หรือรีพอร์ตเตอร์หนี่งโมเลกุลหรือมากกว่าเชื่อมต่ออยู่ด้วย
16. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิก่อนหน้า ซึ่ง แอนติบอดีดังกล่าวสามารถเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการเกิดกระดูก, ความหนาแน่นของแร่ธาตุ ของกระดูก, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูก, มวลกระดูก, คุณภาพของกระดูก หรือ ความแข็งแรง ของกระดูกในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
17. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิก่อนหน้า ซึ่ง แอนติบอดีดังกล่าวสามารถขัดขวางผลในการยับยั้งของสเคลอโรสตินในการวิเคราะห์การสะสมแร่ ธาตุที่ใช้เซลล์
18. ลำดับโพลีนิวคลีโอไทด์ซึ่งถูกแยกที่เข้ารหัสแอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตาม ข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17
19. เวคเตอร์ของการโคลน หรือ เวคเตอร์ของการแสดงออกที่ประกอบด้วยหนึ่งลำดับโพลี นิวคลีโอไทด์ หรือ มากกว่าตามข้อถือสิทธิที่ 18
20. เวคเตอร์ของข้อถือสิทธิที่ 19 ซึ่งเวคเตอร์ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งลำดับที่ให้มาใน SEQ ID NO: 134, 136, 138, 140, 142, 144, 146, 148 และ 379
21. โฮสต์เซลล์ที่ประกอบด้วยหนึ่งเวคเตอร์ของการโคลน หรือ เวคเตอร์ของการแสดงออก หรือ มากกว่าตามข้อถือสิทธิที่ 19 หรือ ข้อถือสิทธิที่ 20
22. กระบวนการสำหรับการผลิตแอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของ ข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17 ที่ประกอบด้วยการเลี้ยงโฮสต์เซลล์ของข้อถือสิทธิที่ 21 และการแยกแอนติบอดี ยึดเหนี่ยวสเคลอโรสติน
23. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ประกอบด้วยแอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตาม ข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17 ในการรวมกันกับสารเสริม, สารทำให้เจือจาง หรือ สารพาหะ ที่สามารถยอมรับได้ในทางเภสัชกรรมหนึ่งชนิด หรือ มากกว่า
24. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 นอกจากนี้ยังประกอบรวมด้วยสาร ออกฤทธิ์อื่นๆ หน้า 3 ของจำนวน 6 หน้า
25. แอนติบอดียึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17 หรือ องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 หรือ ข้อถือสิทธิที่ 24 สำหรับใช้ในวิธีการบำบัด ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูกที่เกี่ยวข้องกับอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการเกิดกระดูกต่ำ, ความ หนาแน่นของแร่ธาตุของกระดูกต่ำ, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูกต่ำ, มวลกระดูกต่ำ, คุณภาพ ของกระดูกต่ำ และ ความแข็งแรงของกระดูกต่ำในเป้าหมายที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งวิธีการ ประกอบด้วยการให้แอนติบอดีดังกล่าวแก่เป้าหมายที่ต้องการการบำบัดดังกล่าวในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการเกิดกระดูก, ความหนาแน่นของแร่ธาตุของกระดูก, ปริมาณของ แร่ธาตุของกระดูก, มวลกระดูก, คุณภาพของกระดูก และ ความแข็งแรงของกระดูก
26. แอนติบอดี หรือ องค์ประกอบทางเภสัชกรรมตามข้อถือสิทธิที่ 25 สำหรับการใช้ดังกล่าว ซึ่งความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูก คือ โรคมวลกระดูกลด, โรคกระดูกพรุน, การสูญเสียของ กระดูก หรือ การเจริญเติบโตผิดปกติ หรือ พัฒนาการของกระดูก ที่เกิดจากอย่างน้อยหนึ่งชนิดของ โรคการเกิดกระดูกอ่อนผิดปกติ, โรคการเกิดกระดูกไคลโดเครเนียลผิดปกติ, โรคกระดูกอ่อนที่ปลาย กระดูกเจริญมากแบบไม่ใช่เนื้อร้าย, โรคความผิดปกติของการพัฒนาแบบเป็นเส้นใย, โรคของเกา เชอร์, โรคกระดูกอ่อนที่เกิดจากการมีฟอสเฟตในเลือดต่ำ, กลุ่มอาการของมาร์แฟน, โรคกระดูกโปน ออกมาหลายแห่งที่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์, โรคนิวโรไฟโบรมาโทซิส, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติ อันเนื่องมาจากความผิดปกติของการสังเคราะห์คอลลาเจน, โรคกระดูกที่มีจุดบกพร่องชนิดออสตีโอ พอยคิโลซิส, การมีรอยโรคแบบสเคลอโรสติน, โรคข้อชนิดซูโดอาร์โธราซิส, โรคกระดูกอักเสบชนิด ที่เกิดหนอง, โรคของเนื้อเยื่อรองรับฟัน, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยยา ต่อต้านโรคลมบ้าหมู, โรคพาราไธรอยด์ฮอร์โมนสูงเกินไปชนิดปฐมภูมิ และทุติยภูมิ, กลุ่มอาการ ของสภาพที่มีพาราไธรอยด์สูงเกินไปที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม,การสูญเสียของกระดูกที่ถูก เหนี่ยวนำโดยสภาพไร้น้ำหนัก, โรคกระดูกพรุนในผู้ชาย, การสูญเสียของกระดูกหลังหมด ประจำเดือน, โรคข้อเสื่อม, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติจากโรคไต, ความผิดปกติของกระดูกแบบ อินฟิลเตรชัน, การสูญเสียของกระดูกบริเวณปาก, โรคเซลล์กระดูกของกรามตาย, โรคของพาร์เจต ในเด็ก, โรคสเคลอโรซิสของกระดูกชนิดมีโลรีโอสโตซิส, โรค ทางเมตาโบลิซึมของกระดูก, โรคที่มี การสะสมมาสท์เซลล์, โรคโลหิตจาง/โรคที่เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเดียว, การสูญเสียของกระดูก จากการปลูกถ่ายอวัยวะ, การสูญเสียของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายไต, โรคลูปัสอีริธีมาโทซัส ที่เป็นกับทั้งระบบ, โรคกระดูกสันหลังอักเสบที่ทำให้กระดูกยึดติดกัน, โรคลมบ้าหมู, ข้ออักเสบ ในเด็ก (เค้าแปลมาว่า การเกิดผื่นบนผิวหนังจากโรคเกาท์), โรคธาลลาสซีเมีย, โรคที่เกิดจากความ ผิดปกติของเมตาโบลิซึมของมิวโคโพลีแซคคาไรด์, โรคเฟบรี, กลุ่มอาการเทอร์นเนอร์, กลุ่มอาการ ดาวน์, กลุ่มอาการไคลน์เฟลเทอร์, โรคเรื้อน, โรคเปอร์เธส, โรคกระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุ ของวัยรุ่น, โรคอักเสบของหลายระบบที่เริ่มเป็นตั้งแต่เป็นเด็กอ่อน, กลุ่มอาการวินเชสเตอร์, โรคเมงเคส, โรคของวิลสัน, โรคกระดูกขาดเลือดหล่อเลี้ยง (เช่นโรค Legg-Calve-Perthes, โรค กระดูกพรุนที่ย้ายบริเวณ), สภาพโลหิตจาง, สภาพที่มีสาเหตุมาจากสเตอรอยด์, โรคการสูญเสีย หน้า 4 ของจำนวน 6 หน้า ของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยกดูโคคอร์ติคอยด์, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำ ให้เกิดขึ้นโดยเฮปปาริน, ความผิดปกติของไขกระดูก, โรคลักปิดลักเปิด, โรคขาดสารอาหาร, การขาด แคลเซียม, โรคพิษสุรา, โรคตับเรื้อรัง, สภาพหมดประจำเดือน, สภาพอักเสบเรื้อรัง, โรคข้ออักเสบ ชนิดรูมาตอยด์, โรคลำไส้อักเสบ, โรคโคลอนอักเสบที่มีแผลเปื่อย, โรคโคลอนอักเสบ, โรคโครนส์, โรคประจำเดือนห่างผิดปกติ, โรคประจำเดือนขาดหาย, การตั้งครรภ์, โรคเบาหวาน, โรคไธรอยด์ ฮอร์โมนสูงผิดปกติ, ความผิดปกติของต่อมไธรอยด์, ความผิดปกติของต่อมพาราไธรอยด์, โรคของ คุชชิง, โรคอะโครเมกกัลลี, การทำหน้าที่ของโกแนดต่ำกว่าปกติ, การเคลื่อนไหวไม่ได้หรือการไม่ได้ ใช้อวัยวะมานาน, กลุ่มอาการรีเฟลกซ์ซินพาเธติคดิสโทรฟี, โรคกระดูกพรุนที่เป็นกับบางบริเวณ, โรคกระดูกนิ่ม, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการเปลี่ยนข้อ, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับ HIV, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการสูญเสียฮอร์โมนของการเจริญเติบโต, การสูญเสียของ กระดูกที่ร่วมมากับโรคซิสติคไฟโบรซิส, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการรักษาแบบเคมีบำบัด, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยเนื้องอก, การสูญเสียของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง, การสูญเสียของกระดูกจากการขาดฮอร์โมน, โรคเนื้อร้ายชนิดมัลติเพิลไมอีโลมา, การสูญเสียกระดูก ที่ถูกเหนี่ยวนำโดยยา, โรคเบื่ออาหารชนิดอะนอเรกเซียเนอร์โวซา, การสูญเสียของกระดูกใบหน้าที่ ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกะโหลกศีรษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสีย ของกระลูกกรามที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระลูกกะโหลกศีรษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสีย ของกระดูกที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกใบหน้าที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การ สูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกะโหลกศีรษะที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูก กรามที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกของกะโหลกศีรษะที่ร่วมมากับการมีอายุ มาก และการสูญเสียของกระดูกร่วมมากับการเดินทางในอวกาศ
27. แอนติบอดี หรือ องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 25 สำหรับการใช้ ดังกล่าว ซึ่งความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูก คือ โรคกระดูกพรุน
28. แอนติบอดีของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17 หรือองค์ประกอบทางเภสัช กรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 หรือ 24 สำหรับใช้ในวิธีการของการปรับปรุงผลสุดท้ายของสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมที่ได้รับการดำเนินวิธีการอย่างหนึ่งหรือมากกว่าที่เป็นวิธีการทางศัลยกรรมกระดูก, วิธีการ ทางทันตกรรม, ศัลยกรรมปลูกถ่าย, การเปลี่ยนข้อ, การกราฟต์กระดูก, ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกเพื่อ ความสวยงาม หรือ การซ่อมแซมกระดูก เช่น การสมานรอยหัก, การสมานของกระดูกที่ไม่เชื่อม ต่อกัน, การสมานส่วนเชื่อมต่อแบบหน่วงเวลา หรือ การสร้างหน้าใหม่ ซึ่งวิธีการดังกล่าวประกอบ ด้วยการให้แอนติบอดี หรือ องค์ประกอบดังกล่าวแก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดังกล่าว ก่อน, ระหว่าง และ/หรือ หลังวิธีการ, การเปลี่ยน, การกราฟต์, ศัลยกรรม หรือ การซ่อมแซมดังกล่าว หน้า 5 ของจำนวน 6 หน้า
29. ชุดตรวจวินิจฉัยที่ประกอบด้วยแอนติบอดีของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17
30. การใช้แอนติบอดีของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17 เพื่อใช้ในการผลิตยา สำหรับใช้บำบัดความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูกที่เกี่ยวข้องกับอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการ เกิดกระดูกต่ำ, ความหนาแน่นของแร่ธาตุของกระดูกต่ำ, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูกต่ำ, มวล กระดูกต่ำ, คุณภาพของกระดูกต่ำ และ ความแข็งแรงของกระดูกต่ำในเป้าหมายที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม
31. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 30 ซึ่งความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูก คือ โรคมวล กระดูกลด, โรคกระดูกพรุน, การสูญเสียของกระดูก หรือ การเจริญเติบโตผิดปกติ หรือ พัฒนาการ ของกระดูก ที่เกิดจากอย่างน้อยหนึ่งชนิดของโรคการเกิดกระดูกอ่อนผิดปกติ, โรคการเกิดกระดูก ไคลโดเคนนียลผิดปกติ, โรคกระดูกอ่อนที่ปลายกระดูกเจริญมากแบบไม่ใช่เนื้อร้าย, โรคความ ผิดปกติของการพัฒนาแบบเป็นเส้นใย, โรคของเกาเชอร์, โรคกระดูกอ่อนที่เกิดจากการมีฟอสเฟต ในเลือดต่ำ, กลุ่มอาการของมาร์แฟน, โรคกระดูกโปนออกมาหลายแห่งที่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์, โรคนิวโรไฟโบรมาโทซิส, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติ อันเนื่องมาจากความผิดปกติของการ สังเคราะห์คอลลาเจน, โรคกระดูกหนาแน่นผิดปกติ อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์, โรคกระดูกที่มี จุดบกพร่องชนิดออสตีโอพอยคิโลซิส, การมีรอยโรคแบบสเคลอโรสติน, โรคข้อชนิดซูโดอาร์ โธราซิส, โรคกระดูกอักเสบชนิดที่เกิดหนอง, โรคของเนื้อเยื่อรองรับพัน, โรคการสูญเสียของกระดูก ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยยาต่อต้านโรคลมบ้าหมู, โรคพาราไธรอยด์ฮอร์โมนสูงเกินไปชนิด ปฐมภูมิ และทุติยภูมิ, กลุ่มอาการของสภาพที่มีพาราไธรอยด์สูงเกินไปที่เป็นความผิดปกติทาง พันธุกรรม, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยสภาพไร้น้ำหนัก, โรคกระดูกพรุนในผู้ชาย, การสูญเสียของกระดูกหลังหมดประจำเดือน, โรคข้อเสื่อม, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติจากโรคไต, ความผิดปกติของกระดูกแบบอินฟิลเตรชัน, การสูญเสียของกระดูกบริเวณปาก, โรคเซลล์กระดูกของ กรามตาย, โรคของพาร์เจตในเด็ก, โรคสเคลอโรซิสของกระดูกชนิดมีโลรีโอสโตซิส, โรคทางเมตา โบลิซึมของกระดูก, โรคที่มีการสะสมมาสท์เซลล์, โรคโลหิตจาง/โรคที่เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูป เดียว, การสูญเสียของกระดูกจากการปลูกถ่ายอวัยวะ, การสูญเสียของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการปลูก ถ่ายไต, โรคลูปัสอีริธีมาโทซัสที่เป็นกับทั้งระบบ, โรคกระดูกสันหลังอักเสบที่ทำให้กระดูกยึดติดกัน, โรคลมบ้าหมู, ข้ออักเสบในเด็ก, โรคธาลลาสซีเมีย, โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเมตาโบลิซึมของ มิวโคโพลีแซคคาไรด์, โรคเฟบรี, กลุ่มอาการเทอร์นเนอร์, กลุ่มอาการดาวน์, กลุ่มอาการไคลน์ เฟลเทอร์, โรคเรื้อน, โรคเปอร์เธส, โรคกระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุของวัยรุ่น, โรคอักเสบ ของหลายระบบที่เริ่มเป็นตั้งแต่เป็นเด็กอ่อน, กลุ่มอาการวินเชสเตอร์, โรคเมงเคส, โรคของวิลสัน, โรคกระดูกขาดเลือดหล่อเลี้ยง (เช่นโรค Legg-Calve-Perthes, โรคกระดูกพรุนที่ย้ายบริเวณ), สภาพ โลหิตจาง, สภาพที่มีสาเหตุมาจากสเตอรอยด์, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้น โดยกลูโคคอร์ติคอยล์, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยเฮปปาริน, ความ ผิดปกติของไขกระดูก, โรคลักปิดลักเปิด, โรคขาดสารอาหาร, การขาดแคลเซียม, โรคพิษสุรา, หน้า 6 ของจำนวน 6 หน้า โรคตับเรื้อรัง, สภาพหมดประจำเดือน, สภาพอักเสบเรื้อรัง, โรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์, โรคลำไส้ อักเสบ, โรคโคลอนอักเสบที่มีแผลเปื่อย, โรคโคลอนอักเสบ, โรคโครนส์, โรคประจำเดือนห่าง ผิดปกติ, โรคประจำเดือนห่างผิดปกติ, โรคประจำเดือนขาดหาย, การตั้งครรภ์, โรคเบาหวาน, โรค ไธรอยด์ฮอร์โมนสูงผิดปกติ, ความผิดปกติของต่อมไธรอยด์, ความผิดปกติของต่อมพาราไธรอยด์, โรคของคุชชิง, โรคอะโครเมกกัลลี, การทำหน้าที่ของโกแนดต่ำกว่าปกติ, การเคลื่อนไหวไม่ได้หรือ การไม่ได้ใช้อวัยวะมานาน, กลุ่มอาการริเฟลกซ์ซิมพาเธติคดิสโทรฟี, โรคกระดูกพรูนที่เป็นกับบาง บริเวณ, โรคกระดูกนิ่ม, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการเปลี่ยนข้อ, การสูญเสียของกระดูกที่ ร่วมมากับ HIV, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการสูญเสียฮอร์โมนของการเจริญเติบโต, การ สูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับโรคซิสติคไฟโบรซิส,การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการรักษา แบบเคมีบำบัด, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำ โดยเนื้องอก, การสูญเสียของกระดูกที่เกี่ยวข้อง กับโรคมะเร็ง, การสูญเสียของกระดูกจากการขาดฮอร์โมน, โรคเนื้อร้ายชนิดมัลติเพิลไมอีโลมา, การสูญเสียกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยยา,โรคเบื่ออาหารชนิดอะนอเรกเซียเนอร์โวซา,การสูญเสียของ กระดูกใบหน้าที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกะโหลกศีรษะที่ร่วมมา กับโรค, การสูญเสียของกระดูกกรามที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกกะโหลกศีรษะที่ร่วมมา กับโรค, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกใบหน้าที่ร่วมมากับ การมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกะโหลกศีรษะที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกกรามที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกของกะโหลกศีรษะ ที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกร่วมมากับการเดินทางในอวกาศ
32. การใช้ของข้อถือสิทธิที่ 30 ซึ่งความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูก คือ โรคกระดูกพรุน
33. การใช้แอนติบอดีของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 17 เพื่อใช้ในการผลิตยา สำหรับปรับปรุงผลสุดท้ายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ได้รับการดำเนินวิธีการอย่างหนึ่งหรือมากกว่า ที่เป็นวิธีการทางศัลยกรรมกระดูก, วิธีการทางทันตกรรม, ศัลยกรรมปลูกถ่าย, การเปลี่ยนข้อ, การ กราฟต์กระดูก, ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกเพื่อความสวยงาม หรือ การซ่อมแซมกระดูก เช่น การสมาน รอยหัก, การสมานของกระดูกที่ไม่เชื่อมต่อกัน, การสมานส่วนเชื่อมต่อแบบหน่วงเวลา หรือ การสร้าง หน้าใหม่ ซึ่งยานั้นสำหรับการให้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดังกล่าว ก่อน, ระหว่าง และ/หรือ หลังวิธีการ, การเปลี่ยน, การกราฟต์, ศัลยกรรม หรือ การซ่อมแซมดังกล่าว ------------
1. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ครอส-บล็อคการยึดเหนี่ยวของแอนติบอดีอ้างอิงอย่างน้อย หนึ่งชนิดของ Ab-A, Ab-B, Ab-C, Ab-D, Ab-1, Ab-2, Ab-3, Ab-4,Ab-5, Ab-6, Ab-7, Ab-8, Ab-9, Ab-10, Ab-11, Ab-12, Ab-13, Ab-14, Ab-15, Ab-16,Ab-17, Ab-18, Ab-19, Ab-20, Ab-21, Ab-22, Ab-23 และ Ab-24 กับสเคลอโรสติน
2. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งสารยึดเหนี่ยวสเคลอโร สตินถูกครอส-บล็อคจากการยึดเหนี่ยวกับสเคลอโรสตินโดยแอนติบอดีอย่างน้อยหนึ่งชนิดของ แอนติบอดี Ab-A, Ab-B, Ab-C, Ab-D, Ab-1, Ab-2, Ab-3, Ab-4, Ab-5, Ab-6, Ab-7, Ab-8, Ab-9, Ab-10, Ab-11, Ab-12, Ab-13, Ab-14, Ab-15, Ab-16, Ab-17, Ab-18, Ab-19, Ab-20, Ab-21, Ab-22, Ab-23 และ Ab-24
3. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ถูกครอส-บล็อคจากการยึดเหนี่ยวกับสเคลอโร สตินโดยแอนติบอดีอย่างน้อยหนึ่งชนิดของแอนติบอดี Ab-A, Ab-B, Ab-C, Ab-D, Ab-1, Ab-2, Ab-3, Ab-4, Ab-5, Ab-6, Ab-7, Ab-8, Ab-9, Ab-10, Ab-11, Ab-12, Ab-13, Ab-14, Ab-15, Ab-16, Ab-17, Ab-18, Ab-19, Ab-20, Ab-21, Ab-22, Ab-23 และ Ab-24
4. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 3 ซึ่งความสามารถของ สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินดังกล่าวในการครอส-บล็อคหรือในการถูกครอส-บล็อคนั้นตรวจหาได้ ในการวิเคราะห์แบบ Biacore
5. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 3 ซึ่งความสามารถของ สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินดังกล่าวในการครอส-บล็อคหรือในการถูกครอส-บล็อคนั้นตรวจหาได้ ในการวิเคราะห์แบบ ELISA
6. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 3 ซึ่งสารยึดเหนี่ยว สเคลอโรสตินดังกล่าวคือ แอนติบอดี
7. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 3 ซึ่งสารยึดเหนี่ยว สเคลอโรสตินดังกล่าวสามารถเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการเกิดกระดูก, ความหนาแน่นของ แร่ธาตุของกระดูก, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูก, มวลกระดูก, คุณภาพของกระดูก และความ แข็งแรงของกระดูก ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
8. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 3 ซึ่งสารยึดเหนี่ยว สเคลอโรสตินดังกล่าวสามารถขัดขวางผลในการยับยั้งของสเคลอโรสตินในการวิเคราะห์การ สะสมแร่ธาตุที่ใช้เซลล์
9. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินซึ่งสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินดังกล่าวสามารถ ขัดขวางผลในการยับยั้งของสเคลอโรสตินในการวิเคราะห์การสะสมแร่ธาตุที่ใช้เซลล์
10. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ยึดเหนี่ยวกับอีพิโทปของห่วง 2
11. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ยึดเหนี่ยวกับอีพิโทปของ T20.6
12. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ยึดเหนี่ยวกับอีพิโทปของ ''อนุพันธ์ 1 ของ T20.6 (ปมซิสตีน+4 แขน)
13. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 7-12 ซึ่งสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินดังกล่าวคือ แอนติบอดี
14. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ประกอบด้วยลำดับ CDR อย่างน้อยหนึ่งลำดับ ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 75% เทียบกับ CDR ที่เลือกได้จาก SEQ ID NOs: 39, 40, 41, 42, 43, 44, 45, 46, 47, 48, 49, 50, 51, 52, 53, 54, 55, 56, 57, 58, 59, 60, 61, 62, 78, 79, 80, 81, 99, 100, 101, 102, 103, 104, 105, 106, 107, 108, 109, 110, 111, 112, 113, 114, 115, 116, 237, 238, 239, 240, 241, 242, 243, 244, 245, 246, 247, 248, 249, 250, 251, 252, 253, 254, 255, 256, 257, 258, 259, 260, 261, 262, 263, 264, 265, 266, 267, 268, 269, 270, 271, 272, 273, 274, 275, 276, 277, 278, 279, 280, 281, 282, 283, 284, 285, 286, 287, 288, 289, 290, 291, 292, 293, 294, 295, 296, 297, 298, 351, 352, 353, 358, 359 และ 360
15. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 14 ที่ประกอบด้วยอย่างน้อย สอง CDR ของ CDR ดังกล่าว
16. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 14 ที่ประกอบด้วยหก CDR ของ CDR ดังกล่าว
17. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่ง เปอร์เซ็นต์ความเหมือนดังกล่าวเท่ากับ 85 เปอร์เซ็นต์
18. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่ง เปอร์เซ็นต์ความเหมือนดังกล่าวเท่ากับ 95 เปอร์เซ็นต์
19. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 14 ที่ ประกอบด้วย a) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 39, 40 และ 41 b) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 42, 43 และ 44 c) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 45, 46 และ 47 d) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 48, 49 และ 50 e) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 51, 52 และ 53 f) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 54, 55 และ 56 g) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 57, 58 และ 59 h) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 60, 61 และ 62 i) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 275, 276 และ 277 j) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 287, 288 และ 289 k) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 278, 279 และ 280 l) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 290, 291 และ 292 m) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 78, 79 และ 80 n) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 245, 246 และ 247 o) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 81, 99 และ 100 p) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 248, 249 และ 250 q) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 101, 102 และ 103 r) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 251, 252 และ 253 s) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 104, 105 และ 106 t) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 254, 255 และ 256 u) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 107, 108 และ 109 v) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 257, 258 และ 259 w) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 110, 111 และ 112 x) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 260, 261 และ 262 y) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 281, 282 และ 283 z) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 293, 294 และ 295 aa) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 113, 114 และ 115 bb) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 263, 264 และ 265 cc) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 284, 285 และ 286 dd) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 296, 297 และ 298 ee) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 116, 237 และ 238 ff) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 266, 267 และ 268 gg) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 239, 240 และ 241 hh) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 269, 270 และ 271 ii) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 272, 273 และ 274 jj) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 242, 243 และ 244 kk) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 351, 352 และ 353 หรือ ll) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 358, 359 และ 360
20. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 14 ที่ ประกอบด้วย : a) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 54, 55 และ 56 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 51, 52 และ 53 b) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 60, 61 และ 62 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 57, 58 และ 59 c) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 48, 49 และ 50 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 45, 46 และ 47 b) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 42, 43 และ 44 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 39, 40 และ 41 e) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 275, 276 และ 277 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 287, 288 และ 289 f) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 278, 279 และ 280 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 290, 291 และ 292 g) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 78, 79 และ 80 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 245, 246 และ 247 h) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 81, 99 และ 100 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 248, 249 และ 250 i) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 101, 102 และ 103 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 251, 252 และ 253 j) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 104, 105 และ 106 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 254, 255 และ 256 k) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 107, 108 และ 109 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 257, 258 และ 259 l) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 110, 111 และ 112 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 260, 261 และ 262 m) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 281, 282 และ 283 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 293, 294 และ 295 n) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 113, 114 และ 115 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 263, 264 และ 265 o) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 284, 285 และ 286 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 296, 297 และ 298 p) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 116, 237 และ 238 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 266, 267 และ 268 q) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 239, 240 และ 241 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 269, 270 และ 271 r) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 242, 243 และ 244 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 272, 273 และ 274 และ s) ลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 351, 352 และ 353 และลำดับ CDR ของ SEQ ID NO: 358, 359 และ 360
21. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 14-20 ซึ่งสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินดังกล่าวคือ แอนติบอดี
22. สารผสมทางเภสัชกรรมที่ประกอบด้วยสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตาม ที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ 1-12 และ 14-20
23. สารผสมของข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่งสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินดังกล่าวคือ แอนติบอดี
24. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งลำดับ CDR ที่มี ความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ CDR ที่เลือกได้จาก SEQ ID NO: 245, 246, 247, 78, 79, 80, 269, 270, 271, 239, 240 และ 241
25. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งลำดับ CDR ที่มี ความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ CDR ที่เลือกได้จาก CDR-H1, CDR-H2, CDR-H3, CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 ซึ่ง CDR-H1 มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 245 หรือ SEQ ID NO: 269, CDR-H2 มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 246 หรือ SEQ ID NO: 270, CDR-H3 มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 247 หรือ SEQ ID NO: 271, CDR-L1 มีลำดับ ดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 78 หรือ SEQ ID NO: 239, CDR-L2 มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ IS NO: 79 หรือ SEQ ID NO: 240 และ CDR-L3 มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 80 หรือ SEQ ID NO: 241
26. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 25 ที่ ประกอบด้วยสาม CDR ที่เป็น CDR-H1, CDR-H2 และ CDR-H3 ซึ่ง (a) CDR-H1 คือ SEQ ID NO: 245, CDR-H2 คือ SEQ ID NO: 246 และ CDR-H3 คือ SEQ ID NO: 247 หรือ (b) CDR-H1 คือ SEQ ID NO: 269, CDR-H2 คือ SEQ ID NO: 270 และ CDR-H3 คือ SEQ ID NO: 247
27. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 25 ที่ ประกอบด้วยสาม CDR ที่เป็น CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 ซึ่ง (a) CDR-L1 คือ SEQ ID NO: 78, CDR-L2 คือ SEQ ID NO: 79 และ CDR-L3 คือ SEQ ID NO: 80 หรือ (b) CDR-L1 คือ SEQ ID NO: 239, CDR-L2 คือ SEQ ID NO: 240 และ CDR-L3 คือ SEQ ID NO: 241
28. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 25 ที่ ประกอบด้วยหา CDR ที่เป็น CDR-H1, CDR-H2, CDR-H3, CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 ซึ่ง (a) CDR-H1 คือ SEQ ID NO: 245, CDR-H2 คือ SEQ ID NO: 246 และ CDR-H3 คือ SEQ ID NO: 247, CDR-L1 คือ SEQ ID NO: 78, CDR-L2 คือ SEQ ID NO: 79 และ CDR-L3 คือ SEQ ID NO: 80 หรือ (b) CDR-H1 คือ SEQ ID NO: 269, CDR-H2 คือ SEQ ID NO: 270 และ CDR-H3 คือ SEQ ID NO: 271, CDR-L1 คือ SEQ ID NO: 239, CDR-L2 คือ SEQ ID NO: 240 และ CDR-L3 คือ SEQ ID NO: 241
29. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 24-28 ซึ่งเป็นแอนติบอดี
30. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 29 ที่ประกอบด้วยเชนหนัก หนึ่งเชน ซึ่งเชนหนักดังกล่าวประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 333, SEQ ID NO: 378, SEQ ID NO: 327, SEQ ID NO: 329 หรือ SEQ ID NO: 366
31. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 29 ที่ประกอบด้วยเชนเบา หนึ่งเชน ซึ่งเชนเบาดังกล่าวประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับ ลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 332, SEQ ID NO: 376, SEQ ID NO: 314, SEQ ID NO: 328 หรือ SEQ ID NO: 364
32. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 29 ที่ประกอบด้วยเชนหนัก หนึ่งเชน และเชนเบาหนึ่งเชนซึ่ง (a) เชนหนักประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:333 และเชนเบาประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือน อย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:332 หรือ (b) เชนหนักประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:378 และเชนเบาประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือน อย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:376 หรือ (c) เชนหนักประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:327 และเชนเบาประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือน อย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:314 หรือ (d) เชนหนักประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:329 และเชนเบาประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือน อย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:328 หรือ (e) เชนหนักประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือนอย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์ กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:366 และเชนเบาประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีความเหมือน อย่างน้อย 85 เปอร์เซ็นต์กับลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:364 หรือ
33. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 24-32 ซึ่งประกอบด้วยบริเวณคงที่ของเชนเบา และ/หรือของเชนหนัก
34. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งประกอบด้วยบริเวณคงที่ IgG4 หรือบริเวณคงที่ IgG2
35. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-H1, CDR-H2 และ CDR-H3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:137 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ ซึ่ง CDR ทั้งหลายดังกล่าวมีความเหมือน อย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:245, 246 และ 247 ตามลำดับ และเชนเบาหนึ่งเชนที่ ประกอบด้วย CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ ให้ไว้ใน SEQ ID NO:133 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ ซึ่ง CDR ทั้งหลายดังกล่าวมี ความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:78, 79 และ 80 ตามลำดับ
36. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-H1, CDR-H2 และ CDR-H3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:145 หรือ 392 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับเหล่านี้ ซึ่ง CDR ทั้งหลายดังกล่าวมีความ เหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:245, 246 และ 247 ตามลำดับ และเชนเบา หนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:141 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ซึ่ง CDR ทั้งหลาย ดังกล่าวมีความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:78, 79 และ 80 ตามลำดับ
37. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-H1, CDR-H2 และ CDR-H3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:335 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับเหล่านี้ซึ่ง CDR ทั้งหลายดังกล่าวมีความเหมือน อย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:269, 270 และ 271 ตามลำดับ และเชนเบา หนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:334 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ซึ่ง CDR ทั้งหลาย ดังกล่าวมีความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:239, 240 และ 241 ตามลำดับ
38. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-H1, CDR-H2 และ CDR-H3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:331 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ซึ่ง CDR ทั้งหลายดังกล่าวมีความเหมือน อย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:269, 270 และ 271 ตามลำดับ และเชนเบา หนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:330 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ซึ่ง CDR ทั้งหลาย ดังกล่าวมีความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:239, 240 และ 241 ตามลำดับ
39. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-H1, CDR-H2 และ CDR-H3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:345 หรือ 396 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ซึ่ง CDR ทั้งหลายดังกล่าวมีความ เหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:269, 270 และ 271 ตามลำดับ และเชนเบา หนึ่งเชนที่ประกอบด้วย CDR-L1, CDR-L2 และ CDR-L3 และที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:341 หรือแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของลำดับนี้ซึ่ง CDR ทั้งหลาย ดังกล่าวมีความเหมือนอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์กับ SEQ ID NO:239, 240 และ 241 ตามลำดับ
40. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:137 และเชนเบาหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:133
41. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:145 หรือ 392 และเชนเบาหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลี เพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:141
42. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:335 และเชนเบาหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:334
43. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:331 และเชนเบาหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ที่มี ลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:330
44. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินที่มีเชนหนักหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลีเพปไทด์ ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:345 หรือ 396 และเชนเบาหนึ่งเชนที่ประกอบด้วยโพลี เพปไทด์ที่มีลำดับดังที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO:341
45. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใด ของข้อถือสิทธิที่ 24-44 ซึ่งมีโมเลกุลของเอฟเฟคเตอร์หรือของรีพอร์ตเตอร์หนึ่งโมเลกุลหรือ มากกว่าเชื่อมต่ออยู่ด้วย
46. ลำดับโพลีเพปไทด์ที่แยกได้ที่กำหนดรหัสสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่ กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 24-44
47. พาหะของการโคลนหรือพาหะของการแสดงออกที่ประกอบด้วยลำดับโพลี นิวคลีโอไทด์ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 46
48. พาหะตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 47 ซึ่งพาหะนั้นประกอบด้วยอย่างน้อย หนึ่งลำดับที่ให้ไว้ใน SEQ ID NO: 134, 136, 138, 140, 142, 144, 146, 148, 308, 310, 312, 342, 344, 346, 348, 349, 365, 367, 373, 375 และ 379
49. โฮสต์เซลล์ที่ประกอบด้วยพาหะของการโคลนหรือพาหะของการแสดงออก ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 47 หรือข้อถือสิทธิที่ 48 หนึ่งพาหะหรือมากกว่า
50. กระบวนการสำหรับผลิตสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินของข้อถือสิทธิข้อหนึ่ง ข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 24-44 ที่ประกอบด้วยการเลี้ยงโฮลต์เซลล์ของข้อถือสิทธิที่ 49 และการแยก สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินออกมา
51. สารผสมทางเภสัชกรรมที่ประกอบด้วยสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสติน ตามที่ กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 24-45 ร่วมกับสารเสริม, สารทำให้เจือจาง หรือสารพาหะที่ใช้ได้ในทางเภสัชกรรมหนึ่งชนิดหรือมากกว่า
52. สารผสมทางเภสัชกรรมตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 51 ที่มีส่วนเพิ่มเติม ที่ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ชนิดอื่น
53. สารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อหนึ่งข้อใดข้อของข้อถือสิทธิ ที่ 24-45 หรือสารผสมทางเภสัชกรรมตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 51 หรือข้อถือสิทธิที่ 52 สำหรับใช้ในการรักษาหรือการป้องกันความผิดปกติพยาธิวิทยาที่มีสเคลอโรสตินเป็นสื่อกลาง หรือที่ร่วมมากับการมีระดับของสเคลอโรสตินเพิ่มขึ้น
54. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 22 ในการเตรียมยาสำหรับ รักษาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูกในผู้ป่วยที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
55. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 ในการเตรียมยาสำหรับ รักษาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูกในผู้ป่วยที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
56. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 51 ในการเตรียมยาสำหรับ รักษาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระดูกในผู้ป่วยที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
57. การใช้ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกคือ โรคอย่างน้อยหนึ่งชนิดของโรคการเกิดกระดูกอ่อนผิดปกติ, โรคการเกิดกระดูกไคลโดเครเนียล ผิดปกติ, โรคกระดูกอ่อนที่ปลายกระดูกเจริญมากแบบไม่ใช่เนื้อร้าย, โรคความผิดปกติของการ พัฒนาแบบเป็นเส้นใย, โรคของเกาเชอร์, โรคกระดูกอ่อนที่เกิดจากการมีฟอสเฟตในเลือดต่ำ, กลุ่มอาการของมาร์แฟน, โรคกระดูกโปนออกมาหลายแห่งที่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์, โรคนิวโรไฟ โบรมาโทซิส, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติ อันเนื่องมาจากความผิดปกติของการสังเคราะห์ คอลลาเจน, โรคกระดูกหนาแน่นผิดปกติ อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์, โรคกระดูกที่มีจุดบกพร่อง ชนิดออสตีโอพอยคิโลซิส, การมีรอยโรคแบบสเคลอโรสติน, โรคข้อชนิดซูโดอาร์โธราซิส และ โรคกระดูกอักเสบชนิดที่เกิดหนอง, โรคของเนื้อเยื่อรองรับฟัน, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูก เหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยยาต่อต้านโรคลมบ้าหมู, โรคพาราไธรอยด์ฮอร์โมนสูงเกินไปชนิดปฐมภูมิ และทุติยภูมิ, กลุ่มอาการของสภาพที่มีพาราไธรอยด์สูงเกินไปที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยสภาพไร้น้ำหนัก, โรคกระดูกพรุนในผู้ชาย, การสูญเสีย ของกระดูกหลังหมดประจำเดือน, โรคข้อเสื่อม, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติจากโรคไต, ความผิดปกติของกระดูกแบบอินฟิลเตรชัน, การสูญเสียของกระดูกบริเวณปาก, โรคเซลล์กระดูก ของกรามตาย, โรคของพาร์เจตในเด็ก, โรคสเคลอโรซิสของกระดูกชนิดมีโลรีโอสโตซิส, โรค ทางเมตาโบลิซึมของกระดูก, โรคที่มีการสะสมมาสท์เซลล์, โรคโลหิตจาก/โรคที่เซลล์เม็ดเลือดแดง เป็นรูปเดียว, การสูญเสียของกระดูกจากการปลูกถ่ายอวัยวะ, การสูญเสียของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับ การปลูกถ่ายไต, โรคลูปัสอีริธีมาโทซัสที่เป็นกับทั้งระบบ, โรคกระดูกสันหลังอักเสบที่ทำให้ กระดูกยึดติดกัน, โรคลมบ้าหมู, การเกิดผื่นบนผิวหนังจากโรคเกาท, โรคธาลลาสซีเมีย, โรคที่เกิด จากความผิดปกติของเมตาโบลิซึมของมิวโคโพลีแซคคาไรด์, โรคเฟบรี, กลุ่มอาการเทอร์เนอร์, กลุ่มอาการดาวน์, กลุ่มอาการไคลน์เฟลเทอร์, โรคเรื้อน, โรคเปอร์เธส, โรคกระดูกสันหลังคดที่ไม่ ทราบสาเหตุของวัยรุ่น, โรคอักเสบของหลายระบบที่เริ่มเป็นตั้งแต่เป็นเด็กอ่อน, กลุ่มอาการ วินเชสเตอร์, โรคเมงเคส, โรคของวิลสัน, โรคกระดูกขาดเลือดหล่อเลี้ยง (เช่นโรค Legg-Calve- Perthes, โรคกระดูกพรุนที่ย้ายบริเวณ), สภาพโลหิตจาง, สภาพที่มีสาเหตุมาจากสเตอรอยด์, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยกลูโคคอร์ติคอยด์, โรคการสูญเสียของ กระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยเฮปปาริน, ความผิดปกติของไขกระดูก, โรคลักปิดลักเปิด, โรคขาดสารอาหาร, การขาดแคลเซียม, โรคกระดูกพรุน, โรคมวลกระดูกลด, โรคพิษสุรา, โรคตับ เรื้อรัง, สภาพหมดประจำเดือน, สภาพอักเสบเรื้อรัง, โรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์, โรคลำไส้อักเสบ , โรคโคลอนอักเสบที่มีแผลเปื่อย, โรคโคลอนอักเสบ, โรคโครนส์, โรคประจำเดือนห่างผิดปกติ, โรคประจำเดือนห่างผิดปกติ, โรคประจำเดือนขาดหาย, การตั้งครรภ์, โรคเบาหวาน, โรคไธรอยด์ ฮอร์โมนสูงผิดปกติ, ความผิดปกติของต่อมไธรอยด์, ความผิดปกติของต่อมพาราไธรอยด์, โรคของ คุชชิง, โรคอะโครเมกกัลลี, การทำหน้าที่ของโกแนดต่ำกว่าปกติ, การเคลื่อนไหวไม่ได้หรือการ ไม่ได้ใช้อวัยวะมานาน, กลุ่มอาการรีเฟลกซ์ซิมพาเธติคดิสโทรฟี, โรคกระดูกพรุนที่เป็นกับ บางบริเวณ, โรคกระดูกนิ่ม, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการเปลี่ยนข้อ, การสูญเสียของ กระดูกที่ร่วมมากับ HIV, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการสูญเสียฮอร์โมนของการ เจริญเติบโต, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับโรคซิสติคไฟโบรซิส, ความผิดปกติในการพัฒนา ที่เป็นแบบเส้นใย, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการรักษาแบบเคมีบำบัด, การสูญเสียของ กระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยเนื้องอก, การสูญเสียของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง, การสูญเสียของ การดูกจากการขาดฮอร์โมน, โรคเนื้อร้ายชนิดมัลติเพิลไมอีโลมา, การสูญเสียกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำ โดยยา, โรคเบื่ออาหารชนิดอะนอเรกเซียเนอร์โวซา, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกระโหลกศรีษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูก กรามที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกกระโหลกศีรษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของ กระดูกที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกใบหน้าที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกระโหลกศรีษะที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของ กระดูกกรามที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกของกระโหลกศรีษะที่ร่วมมากับ การมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกร่วมมากับการเดินทางในอวกาศ
58. การใช้ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งโรคที่เกี่ยวกับกระดูกคือ โรคอย่างน้อยหนึ่งชนิดของโรคการเกิดกระดูกอ่อนผิดปกติ, โรคการเกิดกระดูกไคลโดเครเนียล ผิดปกติ, โรคกระดูกอ่อนที่ปลายกระดูกเจริญมากแบบไม่ใช้เนื้อร้าย, โรคความผิดปกติของการ พัฒนาแบบเป็นเส้นใย, โรคของเกาเชอร์, โรคกระดูกอ่อนที่เกิดจากการมีฟอสเฟตในเลือดต่ำ, กลุ่มอาการของมาร์แฟน, โรคกระดูกโปนออกมาหลายแห่งที่เป็นโรคทางพันธุกรรม, โรคบิวโรไฟ โปรมาโทซิส, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติ อันเนื่องมาจากความผิดปกติของการสังเคราะห์ คอลลาเจน, โรคกระดูกหนาแน่นผิดปกติ อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์, โรคกระดูกงอกที่มี จุดบกพร่องชนิดออสตีโอพอยดิโลซิส, การมีรอยโรคแบบสเคลอโรซิส, โรคข้อชนิดซูโดอาร์ โธรซิส และโรคกระดูกอักเสบชนิดเกิดหนอง, โรคของเนื้อเยื่อรองรับฟัน, โรคการสูญเสียของ กระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยยาต่อต้านโรคลมบ้าหมู, โรคพาราไธรอยด์ฮอร์โมนสูงเกินไป ชนิดปฐมภูมิ และทุติยภูมิ กลุ่มอาการของสภาพที่มีพาราไธรอยด์สูงเกินไปที่เป็นความผิดปกติทาง พันธุกรรม, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยสภาพไร้น้ำหนัก, โรคกระดูกพรุนในผู้ชาย, การสูญเสียของกระดูกหลังหมดประจำเดือน, โรคข้อเสื่อม, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติจาก โรคไต, ความผิดปกติของกระดูกแบบอินฟิลเตรชัน, การสูญเสียของกระดูกบริเวณปาก, โรคเซลล์ กระดูกของกรามตาย, โรคของพาร์เจตในเด็ก, โรคสเคลอโรซิสของกระดูกชนิดมีโลรีโอสโตซิส, โรคทางเมตาโบลิซึมของกระดูก, โรคที่มีการสะสมมาสท์เซลล์, โรคโลหิตจาง/โรคที่เซลล์เม็ดเลือด แดงเป็นรูปเดียว, การสูญเสียกระดูกจากการปลูกถ่ายอวัยวะ, การสูญเสียกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการ ปลูกถ่ายไต, โรคลูปัสอีริธีมาโทซัสที่เป็นกับทั้งระบบ, โรคกระดูกสันหลังอักเสบที่ทำให้กระดูก ยึดติดกัน, โรคลมบ้าหมู, การเกิดผื่นบนผิวหนังจากโรคเกาท์, โรคาลลาสซีเมีย, โรคที่เกิดจากความ ผิดปกติของเมตาโบลิซึมของมิวโคโพลีแซคคาไรด์, โรคเฟบรี, กลุ่มอาการเทอร์เนอร์, กลุ่มอาการ ดาวน์, กลุ่มอาการไคลน์เฟลเทอร์, โรคเรื้อน, โรคเปอร์เธส, โรคกระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุ ของวัยรุ่น, โรคอักเสบของหลายระบบที่เริ่มเป็นตั้งแต่เป็นเด็กอ่อน, กลุ่มอาการวินเชสเตอร์, โรคเมงเคส, โรคของวิลสัน, โรคกระดูกขาดเลือดหล่อเลี้ยง (เช่นโรค Legg-Calve-Perthes, โรคกระดูกพรุนที่ย้ายบริเวณ), สภาพโลหิตจาง, สภาพที่มีสาเหตุมาจากสเตอรอยด์, โรคการสูญเสีย ของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยกลูโคคอร์ติคอยด์ โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูก เหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยเฮปปาริน, ความผิดปกติของไขกระดูก, โรคลักปิดลักเปิด, โรคขาด สารอาหาร, การขาดแคลเซียม, โรคกระดูกพรุน, โรคมวลกระดูกลด, โรคพิษสุรา, โรคตับเรื้อรัง, สภาพหมดประจำเดือน, สภาพอักเสบเรื้อรัง, โรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์, โรคลำไส้อักเสบ, โรคโคลอนอักเสบที่มีแผลเปื่อย, โรคโคลอนอักเสบ, โรคโครนส์, โรคประจำเดือนห่างผิดปกติ, โรคประจำเดือนขาดหาย, การตั้งครรภ์, โรคเบาหวาน, โรคไธรอยด์ฮอร์โมนสูงผิดปกติ, ความผิดปกติของต่อมไธรอยด์, ความผิดปกติของต่อมพาราไธรอยด์, โรคของคุชชิง, โรค อะโครเมกกัลลี, การทำหน้าที่ของโกแนดต่ำกว่าปกติ, การเคลื่อนไหวไม่ได้หรือการไม่ได้ใช้อวัยวะ มานาน, กลุ่มอาการรีเฟลกซ์ซิมพาเธติคดิสโทรฟี, โรคกระดูกพรุนที่เป็นกับบางบริเวณ, โรคกระดูก นิ่ม, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการเปลี่ยนข้อ, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากันกับ HIV, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการสูญเสียฮอร์โมนของการเจริญเติบโต, การสูญเสียของกระดูก ที่ร่วมมากับโรคซิสติคไฟโบรซิส, ความผิดปกติในการพัฒนาที่เป็นแบบเส้นใย, การสูญเสียของ กระดูกที่ร่วมมากับการรักษาแบบเคมีบำบัด, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยเนื้องอก, การสูญเสียขอกงระดูกที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง, การสูญเสียของกระดูกจากการขาดฮอร์โมน, โรคเนื้อร้ายชนิดมัลติเพิลไมอีโลมา, การสูญเสียของกระดูกที่เหนี่ยวนำโดยยา, โรคเบื่ออาหาร ชนิดอะนอเรกเซียเนอร์โวซา, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกส่วน เครเนียมของกระโหลกศรีษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกกรามที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกกระโหลกศรีษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการ มีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกใบหน้าที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกส่วน เครเนียมของกระโหลกศีรษะที่ร่วมมากับการมีอายุมาก การสูญเสียของกระดูกกรามที่ร่วมมากับ การมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกของกระโหลกศีรษะที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการ สูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการเดินทางในอวกาศ
59. การใช้ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 56 ซึ่งโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกคือ โรคอย่างน้อยหนึ่งชนิดของโรคของการเกิดกระดูกอ่อนผิดปกติ, โรคการเกิดกระดูกไคลโด เครเนียลผิดปกติ, โรคกระดูกอ่อนที่ปลายกระดูกเจริญมากแบบไม่ใช้เนื้อร้าย, โรคความผิดปกติของ การพัฒนาแบบเป็นเส้นใย, โรคของเกาเชอร์, โรคกระดูกอ่อนที่เกิดจากการมีฟอสเฟตในเลือดต่ำ, กลุ่มอาการของมาร์แฟน, โรคกระดูกโปนออกมาหลายแห่งที่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์, โรคนิวโรไฟ โบรมาโทซิส, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติ อันเนื่องมาจากความผิดปกติของการสังเคราะห์ คอลลาเจน, โรคกระดูกหนาแน่นผิดปกติ อันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์, โรคกระดูกที่มีจุดบกพร่อง ชนิดออสตีโอพอยคิโลซิส, การมีรอยโรคแบบสเคลอโรซิส, โรคข้อชนิดซูโดอาร์โธรซิส และโรค กระดูกอักเสบชนิดเกิดหนอง, โรคของเนื้อเยื่อรองรับฟัน, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำ ให้เกิดขึ้นโดยยาต่อต้านโรคลมบ้าหมู, โรคพาราไธรอยด์ฮอร์โมนสูงเกินไปชนิดปฐมภูมิ และทุติย ภูมิ กลุ่มอาการของสภาพที่มีพาราไธรอยด์สูงเกินไปที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม, การสูญเสีย ของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยสภาพไร้น้ำหนัก, โรคกระดูกพรุนในผู้ชาย, การสูญเสียของกระดูก หลังหมดประจำเดือน, โรคข้อเสื่อม, โรคการพัฒนากระดูกผิดปกติจากโรคไต, ความผิดปกติของ กระดูกแบบอินฟิลเตรชัน, การสูญเสียของกระดูกบริเวณปาก, โรคเซลล์กระดูกของกรามตาย, โรคของพาร์เจตในเด็ก, โรคสเคลอโรซิสของกระดูกชนิดมีโลรีโอสโตซิส, โรคทางเมตาโบลิซึม ของกระดูก, โรคที่มีการสะสมมาสท์เซลล์, โรคโลหิตจาง/โรคที่เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเดียว, การสูญเสียกระดูกจากการปลูกถ่ายอวัยวะ, การสูญเสียกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายไต, โรคลูปัสอีริธีมาโทซัสที่เป็นกับทั้งระบบ, โรคกระดูกสันหลังอักเสบที่ทำให้กระดูกยึดติดกัน, โรคลมบ้าหมู, การเกิดผื่นบนผิวหนังจากโรคเกาท์, โรคาลลาสซีเมีย, โรคที่เกิดจากความผิดปกติ ของเมตาโบลิซึมของมิวโคโพลีแซคคาไรด์, โรคเฟบรี, กลุ่มอาการเทอร์เนอร์, กลุ่มอาการดาวน์, กลุ่มอาการไคลน์เฟลเทอร์, โรคเรื้อน, โรคเปอร์เธส, โรคกระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุของ วัยรุ่น, โรคอักเสบของหลายระบบที่เริ่มเป็นตั้งแต่เป็นเด็กอ่อน, กลุ่มอาการวินเชสเตอร์, โรคเมงเคส โรคของวิลสัน, โรคกระดูกขาดเลือดหล่อเลี้ยง (เช่นโรค Legg-Calve-Perther, โรคกระดูกพรุน ที่ย้ายบริเวณ), สภาพโลหิตจาง, สภาพที่มีสาเหตุมาจากสเตอรอยด์, โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูก เหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดยกลูโคคอร์ติคอยด์ โรคการสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นโดย เฮปปาริน, ความผิดปกติของไขกระดูก, โรคลักปิดลักเปิด, โรคขาดสารอาหาร, การขาดแคลเซียม, โรคกระดูกพรุน, โรคมวลกระดูกลด, โรคพิษสุรา, โรคตับเรื้อรัง, สภาพหมดประจำเดือน, สภาพ อักเสบเรื้อรัง, โรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์, โรคลำไส้อักเสบ, โรคโคลอนอักเสบที่มีแผลเปื่อย, โรคโคลอนอักเสบ, โรคโครนส์, โรคประจำเดือนห่างผิดปกติ, โรคประจำเดือนขาดหาย, การตั้งครรภ์, โรคเบาหวาน, โรคไธรอยด์ฮอร์โมนสูงผิดปกติ, ความผิดปกติของต่อมไธรอยด์, ความผิดปกติของต่อมพาราไธรอยด์, โรคของคุชชิง, โรคอะโครเมกกัลลี, การทำหน้าที่ของ โกแนดต่ำกว่าปกติ, การเคลื่อนไหวไม่ได้หรือการไม่ได้ใช้อวัยวะมานาน, กลุ่มอาการรีเฟลกซ์ ซิมพาเธติคดิสโทรฟี, โรคกระดูกพรุนที่เป็นกับบางบริเวณ, โรคกระดูกนิ่ม, การสูญเสียของกระดูก ที่ร่วมมากับการเปลี่ยนข้อ, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับ HIV, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วม มากับการสูญเสียฮอร์โมนของการเจริญเติบโต, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับโรคซิสติค ไฟโบรซิส, ความผิดปกติในการพัฒนาที่เป็นแบบเส้นใย, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการ รักษาแบบเคมีบำบัด, การสูญเสียของกระดูกที่ถูกเหนี่ยวนำโดยเนื้องอก, การสูญเสียของกระดูก ที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง, การสูญเสียของกระดูกจากการขาดฮอร์โมน, โรคเนื้อร้ายชนิดมัลติเพิล ไมอีโลมา, การสูญเสียของกระดูกที่เหนี่ยวนำโดยยา, โรคเบื่ออาหารชนิดอะนอเรกเซียเนอร์โวซา, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกระโหลกศีรษะ ที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกกรามที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกกระโหลก ศีรษะที่ร่วมมากับโรค, การสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูก ในหน้าที่ร่วมมากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกส่วนเครเนียมของกระโหลกศีรษะที่ร่วม มากับการมีอายุมาก, การสูญเสียของกระดูกกรามที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการสูญเสียของ กระดูกของกระโหลกศีรษะที่ร่วมมากับการมีอายุมาก และการสูญเสียของกระดูกที่ร่วมมากับการ เดินทางในอวกาศ
60. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 22 ในการเตรียมยาสำหรับ การเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่เป็นการเกิดกระดูก, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูก, มวลกระดูก, ความหนาแน่นของแร่ธาตุกระดูก, คุณภาพของกระดูก และความแข็งแรงของกระดูกในสัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนม
61. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 ในการเตรียมยาสำหรับ การเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่เป็นการเกิดกระดูก, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูก, มวลกระดูก, ความหนาแน่นของแร่ธาตุกระดูก, คุณภาพของกระดูก และความแข็งแรงของกระดูกในสัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนม
62. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 51 ในการเตรียมยาสำหรับ การเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่เป็นการเกิดกระดูก, ปริมาณของแร่ธาตุของกระดูก, มวลกระดูก, ความหนาแน่นของแร่ธาตุของกระดูก, คุณภาพของกระดูก และความแข็งแรงของกระดูกในสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม
63. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 22 ในการเตรียมยาสำหรับ การปรับปรุงผลสุดท้ายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ได้รับการดำเนินวิธีการอย่างหนึ่งหรือมากกว่าที่ เป็นวิธีการทางศัลยกรรมกระดูก, วิธีการทางทันตกรรม, ศัลยกรรมปลูกถ่ายการเปลี่ยนข้อ, การ กราฟต์กระดูก, ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกเพื่อความสวยงาม และการซ่อมแซมกระดูก เช่นการสมาน รอยหัก, การสมานของกระดูกที่ไม่เชื่อมต่อกัน, การสมานส่วนเชื่อมต่อแบบหน่วงเวลา และการ สร้างหน้าใหม่ โดยที่ยาดังกล่าวถูกให้ก่อน, ในระหว่าง และ/หรือ หลังจากวิธีการ, การเปลี่ยน, การ กราฟต์, ศัลยกรรม หรือการซ่อมแซมดังกล่าว
64. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 23 ในการเตรียมยาสำหรับ การปรับปรุงผลสุดท้ายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ได้รับการดำเนินวิธีการอย่างหนึ่งหรือมากกว่าที่ เป็นวิธีการทางศัลยกรรมกระดูก, วิธีการทางทันตกรรม, ศัลยกรรมปลูกถ่ายการเปลี่ยนข้อ, การ กราฟต์กระดูก, ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกเพื่อความสวยงาม และการซ่อมแซมกระดูก เช่นการสมาน รอยหัก, การสมานของกระดูกที่ไม่เชื่อมต่อกัน, การสมานส่วนเชื่อมต่อแบบหน่วงเวลา และการ สร้างหน้าใหม่ โดยที่ยาดังกล่าวถูกให้ก่อน, ในระหว่าง และ/หรือหลังจากวิธีการ, การเปลี่ยน, การ กราฟต์, ศัลยกรรม หรือการซ่อมแซมดังกล่าว
65. การใช้สารผสมทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิที่ 51 ในการเตรียมยาสำหรับ การปรับปรุงผลสุดท้ายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ได้รับการดำเนินวิธีการอย่างหนึ่งหรือมากกว่าที่ เป็นวิธีการทางศัลยกรรมกระดูก, วิธีการทางทันตกรรม, ศัลยกรรมปลูกถ่ายการเปลี่ยนข้อ, การ กราฟต์กระดูก, ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกเพื่อความสวยงาม และการซ่อมแซมกระดูก เช่นการสมาน รอยหัก, การสมานของกระดูกที่ไม่เชื่อมต่อกัน, การสมานส่วนเชื่อมต่อแบบต่างเวลา และการสร้าง หน้าใหม่ โดยที่ยาดังกล่าวถูกให้ก่อน, ในระหว่าง และ/หรือหลังจากวิธีการ, การเปลี่ยน, การกราฟต์, ศัลยกรรม หรือการซ่อมแซมดังกล่าว
66. แอนติบอดีชนิดหนึ่ง ซึ่งแอมติบอดีดังกล่าวคือ Ab-A, Ab-B, Ab-C, Ab-D, Ab-1, Ab-2, Ab-3, Ab-4, Ab-5, Ab-6, Ab-7, Ab-8, Ab-9, Ab-10, Ab-11, Ab-12, Ab-13, Ab-14, Ab-15, Ab-16, Ab-17, Ab-18, Ab-19, Ab-20, Ab-21, Ab-22, Ab-23 และ Ab-24
67. ชุดวินิจฉัยที่ประกอบด้วยสารยึดเหนี่ยวสเคลอโรสตินตามที่กำหนดไว้ในข้อ ถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1, 3, 9-12 และ 14-20
68. ชุดวินิจฉัยที่ประกอบด้วยแอนติบอดีตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 6
69. ชุดวินิจฉัยที่ประกอบด้วยแอนติบอดีตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 21
70. ชุดวินิจฉัยที่ประกอบด้วยแอนติบอดีตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 29
71. โพลีเพปไทด์ที่ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งลำดับของ SEQ ID NO: 39, 40, 41, 42, 43, 44, 45, 46, 47, 48, 49, 50, 51, 52, 53, 54, 55, 56, 57, 58, 59, 60, 61, 62, 78, 79, 80, 81, 99, 100, 101, 102, 103, 104, 105, 106, 107, 108, 109, 110, 111, 112, 113, 114, 115, 116, 237, 238, 239, 240, 241, 242, 243, 244, 245, 246, 247, 248, 249, 250, 251, 252, 253, 254, 255, 256, 257, 258, 259, 260, 261, 262, 263, 264, 265, 266, 267, 268, 269, 270, 271, 272, 273, 274, 275, 276, 277, 278, 279, 280, 281, 282, 283, 284, 285, 286, 287, 288, 289, 290, 291, 292, 293, 294, 295, 296, 297, 298, 351, 352, 353, 358, 359 และ 360
72. โพลีเพปไทด์ตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 71 ที่ถูกคอนจูเกตกับอย่างน้อย หนึ่งชนิดของ Fc, PEG, อัลบูมิน และทรานสเฟอริน
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH88281A true TH88281A (th) | 2008-01-31 |
| TH81834B TH81834B (th) | 2021-03-24 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| ME02085B (me) | Sklerostin vezujuća sredstva | |
| JP7242449B2 (ja) | ヘテロ二量体免疫グロブリン | |
| EP2681242B1 (en) | Sclerostin and dkk-1 bispecific binding agents | |
| JP2008539726A5 (th) | ||
| RU2009136913A (ru) | Биспецифические связывающие агенты с межвидовой специфичностью | |
| US20130195871A1 (en) | Dual variable domain immunoglobulins and uses thereof | |
| RU2009147758A (ru) | Аминокислотные последовательности, направленные на rank-l, и полипептиды, включающие их, для лечения заболеваний и нарушений костей | |
| CN102143760B (zh) | 前列腺素e2结合蛋白及其用途 | |
| RU2008129787A (ru) | Фармацевтические композиции с устойчивостью к растворимому сеа | |
| TW201917135A (zh) | 抗TNF/抗IL-23 IgG雙特異性抗體 | |
| RU2015115956A (ru) | Антитела, специфичные в отношении фактора роста тромбоцитов в, и их композиции и применения | |
| CN104619342A (zh) | 骨疾病的治疗 | |
| JP7654849B2 (ja) | 抗rankl抗体およびその使用 | |
| CA2981115C (en) | Anti-dkk-1-anti-rankl bispecific antibody compounds | |
| AU2017214277B2 (en) | Parathyroid hormone – anti-RANKL antibody fusion compounds | |
| TH81834B (th) | สารยึดเหนี่ยว | |
| RU2020123300A (ru) | Антитела | |
| HK40015379A (en) | Therapeutic anti-cd40 ligand antibodies | |
| HK40008572B (en) | Anti-rankl antibodies and uses thereof | |
| HK40008572A (en) | Anti-rankl antibodies and uses thereof | |
| NZ784569B2 (en) | Bispecific T Cell Engaging Antibody Constructs | |
| HK1194748A (en) | Sclerostin and dkk-1 bispecific binding agents |