TH83561B - วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติการหลอมเหลวและคุณสมบัติการตกผลึก - Google Patents

วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติการหลอมเหลวและคุณสมบัติการตกผลึก

Info

Publication number
TH83561B
TH83561B TH502000281F TH0502000281F TH83561B TH 83561 B TH83561 B TH 83561B TH 502000281 F TH502000281 F TH 502000281F TH 0502000281 F TH0502000281 F TH 0502000281F TH 83561 B TH83561 B TH 83561B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
polyester
molecular weight
mol
average molecular
concentration
Prior art date
Application number
TH502000281F
Other languages
English (en)
Other versions
TH83561S (th
TH83070A (th
Inventor
อัลแลน คูลเบิร์ต นายเบรนต์
สุดสีสังข์ นายสุเมธีร์
Original Assignee
บริษัท พิณ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
โพลีเมทริซ์ เอจี
Filing date
Publication date
Application filed by บริษัท พิณ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, โพลีเมทริซ์ เอจี filed Critical บริษัท พิณ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Publication of TH83070A publication Critical patent/TH83070A/th
Publication of TH83561S publication Critical patent/TH83561S/th
Publication of TH83561B publication Critical patent/TH83561B/th

Links

Abstract

------24/07/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้าบทสรุปการประดิษฐ์การประดิษฐ์ตังกล่าวสัมพันธ์กับวิธีการหนื่งสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ ด้วยการปรับปรุงคุณสมบตการหลอมเหลว (melting property) และการตกผลก (crystallization property) ทำการรวมขั้นตอนต่างๆ ต่อไปนี้เข้าด้วยกันก. การผลิตการหลอมเหลวพอลิเมอร์-ล่วงหน้า (pre-polymer melt) ที่มีนํ้าหนักโมเลกุลเฉลี่ย[เค็มเอีน (Mn)] 2000 ถึง 16000 กรัม/โมล ในที่ซึ่งนํ้าหนักโมเลกุลเฉลี่ย (Mn) นั้นได้จากการวัดความหนืดสัมพัทธ์ (R V) ที่ 25 ?ซ. ด้วยเครื่องวัดความหนืดอุบฌโลห์ (UbbelohdeViscometer)[อ้างอิงคู่มือ DIN Instruction เลขที่ 53728 ส่วนที่ 3 มกราคม 2528] ในส่วนผสมของขีเนอล(phenoD/ไดคลอโรเบนซีน (dichlorobenzene) (ร้อยละ 50/50 โดยน.น./น.น.) เป็นสารตัวทำละลาย คำนวณจากความหนืดสัมพัทธ์ (R.V.) ความหนืดแท้(I.V.) ตามสมการในที่ซึ่ง C เป็นค,ความเข้มข้นของโพลิเมอร์ในตัวอย่าง, Kh เป็นค่าคงที่ฮักกินส์ (Hugginsconstant) (KH = 0.35) และการคำนวณจากค่าความหนืดแท้ (I.V.) นั้าหนักโมเลกุลเฉลี่ย[เค็มเอีน (Mn)] ตามสมการ I. V. k.Mnในที่ซึ่ง k = 2.lxio4 และ a = 0.82ข. การทำให้แข็งตัวและเป็นรูปทรงในอนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle)ค. การให้ความร้อนอนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) ในสถานะของแข็งที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอร์ริทิแคชัน (transesterification catalyst) ในที่ซึ่งได้ นํ้าหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้น [เดลด้า เค็มเอีน (delta Mn)] มากกว่า 2000 กรัม/โมลในกรณีอนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) มีปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกซีล(carboxyl end group content) (Xc00H) ระหว่างร้อยละ 25 และร้อยละ 60 ก่อนขั้นตอน ค. และปฏิกิริยาเอสเทอร์ขิแคชัน (esterification reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นระหว่างร้อยละ 50 และร้อยละ 100 ของปฏิกิริยาการควบแน่นพอลิ (polycondensation reaction) [อี+ที (E+T)] ในระหว่างให้ความร้อนใน ขั้นตอน ค.รับรองคำแปลถูกต้อ3 ------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวกับวิธีการหนึ่งสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ที่มีการปรับปรุงคุณสมบัติการ หลอมละลาย (melting property) และคุณสมบัติการตกผลึก (crystallization property) ซึ่งครอบคลุม ขั้นตอนต่างๆ ต่อไปนี้ ก. การส้รางการหลอมละลายพรี-โพลีเมอร์ (pre-polymer melt) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น(Mn)] 2000 ถึง 16000 กรัม/โมล และ ข. การทำอนุภาคพรี-โพลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) ด้วยกระบวนการทำให้เป็น ของแข็ง (solidification) และการหล่อ และ ค. การบำบัดด้วยความร้อนของอนุภาคพรี-โพลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) ในสถานะ ของแข็ง ในที่ๆ มีตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) ซึ่งน้ำหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้น (molecular weight incerase) [เดลต้า เอ็มเอ็น (delta Mn)] มากกว่า 2000 กรัม/โมลเกิดขึ้น และ ซึ่งอนุภาคพรี-โพลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) มีปริมาณบรรจุกลุ่มสุดท้ายคาร์บอกซีล (carboxyl end group content) (XCOOH) ระหว่าง 0.25 ถึง 0.6 ก่อนขั้นตอน ค. และปฏิกิริยาเอสเทอร์ฟิเค ชัน (esterification reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นระหว่าง 0.5 ถึง 1 ขอบปฏิกิริยาการควบแน่นโพลี (polycondensation reaction) [อี+ที (E+T)] ในระหว่างการบำบัดด้วยความร้อนในขั้นตอน ค.

Claims (22)

แก้ไข 15/07/2564 หน้า 1 ของจำนวน 5 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ (polyester) ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติการหลอมเหลวและการตก ผลึกให้ดียิ่งขึ้น ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ของ ก. การผลิตพอลิเมอร์-ล่วงหน้าล่วงหน้า (pre-polymer melt) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] 2000 ถึง 16000 กรัม/โมล ในที่ซึ่งน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย (Mn) นั้นได้จากการวัดความหนืด สัมพัทธ์ (R.V.) ที่ 25 องศาซ. ด้วยเครื่องวัดความหนืดอุบเบโลห์ (Ubbelohde Viscometer)[อ้างอิงคู่มือ DIN Instruction เลขที่ 53728 ส่วนที่ 3 มกราคม 2528] ในส่วนผสมของฟีนอล(phenol)/ไดคลอโร เบนซีน (dichlorobenzene) (ร้อยละ 50:50 น.น./น.น.) เป็นสารตัวทำละลาย คำนวณจากความหนืด สัมพัทธ์ (R.V.) ที่วัดได้ ความหนืดแท้ (I.V.) ตามสมการ I.V. = (สมการ) ในที่ซึ่ง c เป็นค่าความเข้มข้นของโพลิเมอร์ในตัวอย่าง, KH เป็นค่าคงที่ฮักกินส์ (Huggins constant) (KH = 0.35) และการคำนวณจากค่าความหนืดแท้ (I.V.) น้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] ตาม สมการ IV= k.Mna ในที่ซึ่ง k = 2.1x10ยกกำลัง-4 และ a = 0.82 ข. การทำให้แข็งตัวและเป็นรูปทรงในอนุภากโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) ค. การให้ความร้อนอนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) ในสถานะของแข็งที่มี ตัวเร่งปฎิกิริยาทรานส์เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) ในที่ซึ่งได้น้ำหนักโมเลกุล เพิ่มขึ้น [เดลต้า เอ็มเอ็น (Delta Mn) มากกว่า 2000 กรัม/โมลเกิดขึ้น ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) แสดงปริมาณหมู่ ปลายคาร์บอกซีล (carboxyl end group content) (XcooH) ระหว่างร้อยละ 25 และร้อยละ 60 ก่อน ขั้นตอน ค. ในที่ซึ่งปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกชีล (XcooH) สามารถคำนวณจากน้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] ตามสูตร หน้า 2 ของจำนวน 5 หน้า EGN = 2x10ยกกำลัง6/Mn XcooH = CcooH/EGN และปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่น (esterifiication reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นระหว่างค่าร้อยละ 50 และ ร้อยละ 100 ของปฏิกิริยาการควบแน่นพอลิ (polycondensation reaction) [อี+ที(E+T) ระหว่างการ ให้ความร้อนในขั้นตอน ค. 2. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้าหลอมเหลว (pre-polyester melt) ด้วยน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] มากกว่า 4000 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า 7000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ก. 3. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ โพลีเอสเตอร์- ล่วงหน้าหลอมเหลว (pre-polyester melt) ด้วยน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] น้อยกว่า 14000 กรัม/ โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อยกว่า 9900 กรัม ถูกผลิตขึ้นในขั้นตอน ก. 4. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ น้ำหนักโมเลกุล เพิ่มขึ้น [เดลต้า เอ็มเอ็น (Delta Mn)] มากกว่า 4000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ค. 5. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ น้ำหนักโมเลกุล เพิ่มขึ้นถึงค่าหนึ่ง (เอ็มเอ็น (Mn)] ระหว่าง 16000 และ 34000 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าหนึ่ง [เอ็มเอ็น (Mn)] ระหว่าง 20000 และ 28000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ค. 6. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะคือ อนุภาคโพลีเอ สเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) แสดงปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกซีล (carboxyl end group content) (XCOOH) ระหว่างร้อยละ 30 และร้อยละ55 ก่อนขั้นตอน ค. 7. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคโพลีเอ สเตอร์-ล่วงหน้า (pre- polyester particle) แสดงปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกซีล (carboxyl end group content) (XCOOH) มากกว่า ร้อยละ 35 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่าร้อยละ 40 ก่อนขั้นตอน ก. หน้า 3 ของจำนวน 5 หน้า 8. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะคือ ปฏิกิริยาเอสเทอร์ ริฟิเคชัน (esterification reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นมากกว่าร้อยละ 65 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่าร้อยละ 80 ของปฏิกิริยาการควบแน่นพอลิ (polycondensation reaction) s (E+T) ในระหว่างการให้ความร้อนใน ขั้นตอน ค. 9. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวเร่งทรานส์ เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) เป็นสสารหนึ่งชนิดหรือมากกว่าบนพื้นฐานธาตุโลหะ (metallic element) ได้แก่แอนทิโมนี (antimony) เยอร์มาเนียม (germanium) อลูมินั่ม (aluminum) และไท ทาเนียม (titanium) และปริมาณดังกล่าวของธาตุโลหะ (metallic element) ในโพลีเอสเตอร์ (polyester) พิสัยระหว่าง 5 และ 400 ส่วนต่อล้านส่วน ในที่ซึ่งปริมาณแอนทิโมนี (antimony content) ระหว่าง 20 และ 300 ส่วนต่อล้านส่วน ปริมาณเยอร์มาเนียม (germanium content) ระหว่าง 10 และ 150 ส่วนต่อล้าน ส่วน ปริมาณอลูมินัม (aluminum content) ระหว่าง 10 และ 200 ส่วนต่อล้านส่วน หรือปริมาณไททาเนียม (titanium content) ระหว่าง 5 และ 20 ส่วนต่อล้านส่วนเป็นที่นิยม 10. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออนุภาคดังกล่าว นั้นเป็นเม็ดที่มีรูปทรงตามที่ถูกกำหนด ได้แก่ รูปทรงกลม รูปทรงคล้ายกลม รูปทรงกระบอกหรือรูปทรง ที่คล้ายคลึงกับรูปทรงดังกล่าว 11. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือโพลีเอสเตอร์ (polyester) นั้นเป็นพอลิเอทิลลีน เทียร์เลฟทาเลท (polyethylene terephthalate) หรืออย่างหนึ่งอย่างใดของ โคพอลิเมอร์ (copolymer) ของโพลีเอสเตอร์ (polyester) 12. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิ 11 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ การให้ความร้อนในขั้นตอน ค. จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่ อุณหภูมิอยู่ในช่วงตั้งแต่ 180 องศาซ. ถึง 230 องศาซ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแต่ 190 องศาซ. ถึง 220 องศาซ. 13. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 11 หรือ 12 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือการให้ความ ร้อนเพื่อให้อุณหภูมิสูงขึ้นระหว่าง 220 องศาซ. และจุดหลอมเหลวของโพลีเอสเตอร์ (polyester) โดยเฉพาะ อย่างยิ่งระหว่าง 230 องศาซ. และ 245 องศาซ. เกิดขึ้นที่เริ่มต้นของการให้ความร้อนในที่ซึ่งเวลาการกักในช่วง อุณหภูมิที่ยกสูงขึ้นส่วนมากวัดที่ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่ 30 นาที มากที่สุด 14. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือการให้ความร้อน ในขั้นตอน ค. เกิดขึ้นในบรรยากาศก๊าซเฉื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการเติมกระแสก๊าซเฉื่อย (inert gas stream) หน้า 4 ของจำนวน 5 หน้า 15. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือความเข้มข้นน้ำใน ก๊าซเฉื่อยถูกควบคุมให้ต่ำจนกระทั่งความเข้มข้นของน้ำในโพลีเอสเตอร์ระหว่างในขณะการจ่ายก๊าซเฉื่อย ต่ำกว่าร้อยล่ะ 50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ำกว่าร้อยละ 30 ของความเข้มข้นนั้นเกิดขึ้นได้ทางทฤษฎีจากหมู่ ปลาย (end group) ของโพลีเอสเตอร์ (polyester) ที่น้ำหนักโมเลกุลปลาย (end molecular weight) ของโพ ลิเอสเตอร์ 16. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือความเข้มข้นของ ผลิตภัณฑ์แยกอัลเคนไดออลโมเลกุล-น้อย (low-molecular alkane diol decomposition product) จาก ปฏิกิริยาการควบแน่นพอลิ (polycondensation reaction) ในก๊าซเฉื่อย (inert gas) ถูกควบคุมให้น้อย จนกระทั่งความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์แยกอัลเคนไดออล (alkane diol decomposition product) ในโพลีเอ สเตอร์ (polyester) ในขณะดำเนินการจ่ายก๊าซเฉื่อย (inert gas) น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อย กว่าร้อยละ 10 ของความเข้มข้นนั้นเกิดขึ้นในทางทฤษฎีก่อเกิดเป็นหมู่ปลาย (end group) ของโพลีเอ สเตอร์ (polyester) ที่น้ำหนักโมเลกุลปลาย (end molecular weight) ของโพลิเอสเตอร์ 17. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือตัวเร่งปฏิกิริยา เอสเทอร์ริฟิเคชัน (esterification catalyst) นั้นถูกเติมสำหรับการเร่งปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชัน (esterification reaction) ดังตัวอย่างเช่น สารประกอบโลหะ (metallic compound) บนพื้นฐานแมงกานีส (manganese) โคบอลท์ (cobalt) สังกะสี (zinc) หรือแคลลิคัม (calicum) 18. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือเอนทาลปี หลอมเหลว ดีเอสซี (DSC melting enthalpy) ดังกล่าวนั้นของโพลีเอสเตอร์ (polyester) น้อยกว่า 75 จูล/ กรัม 19. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออุณหภูมิสูงที่สุด ของการตกผลึก ดีเอสซี (DSC crystallization peak temperature) ในปฏิบัติการครั้งที่สองของโพลีเอ สเตอร์ (polyester) ดังกล่าวเกิน 155 ?ซ. 20. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออุณหภูมิสูงที่สุด ของการตกผลึก ดีเอสซี (DSC crystallization peak temperature) ในปฏิบัติการครั้งที่สองเกิน 155 องศาซ. 21. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือเอนทาลปี หลอมเหลว ดีเอสซี (DSC melting enthalpy) น้อยกว่า 75 จุล/กรัม ---------------------------------------------------------------------------------------------------- ------24/07/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 5 หน้าข้อถือสิทธิ1. วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ (polyester) ด้วยการปรับปรุงคุณสมบํตการหลอมเหลวและการตกผลึกให้ดียิ่งขึ้น ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ของก. การผลิตพอลิเมอร์-ล่วงหน้าล่วงหน้า (pre-polymer melt) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] 2000 ถึง 16000 กรัม/โมล ในที่ซํ่งน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย (Mn) นั้นได้จากการวัดความหนืดสัมพัทธ์ (R.V.) ที่ 25 ?ซ. ด้วยเครื่องวัดความหนืดอุบฌโลห์ (UbbelohdeViscometer)[อ้างอิงคู่มือ DIN Instruction เลขที่ 53728 ส่วนที่ 3 มกราคม 2528] ในส่วนผสมของธีเนอล(phenol)/!ดคลอโรเบนซีน (dichlorobenzene) (ร้อยละ 50:50 น.น./น.น.) เป็นสารตัวทำละลาย คำนวณจากความหนืดสัมพัทธ์ (R.V.) ที่วัดได้ ความหนืดแห้(I.V.) ตามสมการVl+4KH(R.V.-1)-1I.V. = 2* c* Khในที่ซํ่ง C เป็นค่าความเข้มข้นของโพลิเมอร์ในตัวอย่าง, Kh เป็นค่าคงที่ฮักกินส์ (Hugginsconstant) (KH = 0.35) และการคำนวณจากค่าความหนืดแท้ (I.V.) นั้าหนักโมเลกุลเฉลี่ย[เอ็มเอ็น (Mn)] ตามสมการIV = k.Mnaในที่ซํ่ง k = 2.1xl04 และ a = 0.82ข. การทำให้แข็งตัวและเป็นรูปทรงในอนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle)ค. การให้ความร้อนอนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) ในสถานะของแข็งที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) ในที่ซํ่งได้น้ำหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้น [เดลต้า เอ็มเอ็น (Delta Mn)] มากกว่า 2000 กรัม/โมลเกิดขึ้นที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) แสดงปริมาณหมู่ปลายคารบอกซล (carboxyl end group content) (xc00H) ระหว่างรอยละ 25 และรอยละ 60 ก่อนขั้นตอน ค. ในที่ซึ๋งปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกซีล (XC00H) สามารถคำนวณจากนั้าหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] ตามสูตร รับรองคํๅแปลถูกฅ้0งม.ล. มล เกชม*รัหน้า 2 ของจำนวน 5 หน้าEGN = 2xl06/Mn= Crnrm/EGNและปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่น (esterifiication reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นระหว่างค่าร้อยละ 50 และร้อยละ 100 ของปฏิกิริยาการควบแน่นพอลิ (polycondensation reaction) [อี+'ที(E+T)] ระหว่างการให้ความร้อนในขั้นตอน ค.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้าหลอมเหลว (pre?polyester melt) ด้วยน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] มากกว่า 4000 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า 7000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ก.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนํ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ โพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้าหลอมเหลว (pre-polyester melt) ด้วยน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] น้อยกว่า 14000 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อยกว่า 9900 กรัม ถูกผลิตขึ้นในขั้นตอน ก.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ น้ำหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้น [เดลด้า เอ็มเอ็น (Delta Mn)] มากกว่า 4000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ค.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ น้ำหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้นถึงค่าหนี้ง [เอ็มเอ็น (Mn)] ระหว่าง 16000 และ 34000 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าหนี้ง [เอ็มเอ็น (Mn)] ระหว่าง 20000 และ 28000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ค.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะคือ อนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) แสดงปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกซีล (carboxyl endgroup content) (XCOOH) ระหว่างร้อยละ 30 และร้อยละ55 ก่อนขั้นตอน ค.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคโพลีเอสเตอร์-ล่วงหน้า (pre-polyester particle) แสดงปริมาณหมู่ปลายคาร์บอกซีล (carboxyl endรบรอ/เคํไแปลฎกฅ้0J1ที่/,/0 r*-"* c/i7____ม.ล, ศฺสืวมล ๓ชมศ'รีหน้า 3 ของจำนวน 5 หน้าgroup content) (XCOOH) มากกว่า ร้อยละ 35 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่าร้อยละ 40 ก่อนขั้นตอนค.8. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนีอย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะคือ ปฏิกิริยาเอสเทอร้ริพิเคชัน (esterification reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นมากกว่าร้อยละ 65 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่าร้อยละ 80 ของปฏิกิริยาการควบแน่นพอสิ (polycondensation reaction) ร (E+T) ในระหว่างการให้ความร้อนในขั้นตอน ค.9.วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนึอย่างน้อยทีสุดข้อใดข้อหนึง ทีมีลักษณะเฉพาะคือตัวเร่งทรานส์เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) เป็นสสารหนี้งชนิดหรือมากกว่าบนพนฐานธาตุโลหะ (metallic element) โดัแก่แอนทโมน (antimony) เยอรมาเนยม (germanium) อลูมินํ่ม (aluminum) และไททาเนียม (titanium) และปริมาณดังกล่าวของธาตุโลหะ (metallicelement) ในโพลีเอสเตอร์ (polyester) พิสัยระหว่าง 5 และ 400 ส่วนต่อล้านส่วน ในที่ซํ่งปริมาณแอนทิโมนี (antimony content) ระหว่าง 20 และ 300 ส่วนต่อล้านส่วน ปริมาณเยอร์มาเนียม(germanium content) ระหว่าง 10 และ 150 ส่วนต่อล้านส่วน ปริมาณอลูมินิม (aluminum content)ระหว่าง 10 และ 200 ส่วนต่อล้านส่วน หรือปริมาณไททาเนียม (titanium content) ระหว่าง 5 และ20 ส่วนต่อล้านส่วนเป็นที่นิยม10. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออนุภาค ต่างๆ ดังกล่าวนั้นเป็นเม็ดที่มีรูปทรงตามที่ถูกกำหนด ได้แก่ รูปทรงกลม รูปทรงคล้ายกลม รูปทรงกระบอกหรือรูปทรงอื่นๆ11. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือโพลีเอสเตอร์ (polyester) นั้นเป็นพอลิเอทิลลีน เทียร์เลฟทาเลท (polyethylene terephthalate) หรืออย่าง หนี้งอย่างใดของโคพอสิเมอร์ (copolymer) ของโพลีเอสเตอร์ (polyester)12. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิ 11 ที่มีลักษณะเฉพาะคือการให้ความร้อนในขั้นตอน ค. จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่อุณหภูมิอยู่ในช่วงตั้งแต่ 180 ซ. ถึง 230 ซ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแต่ 190 ซ. ถึง220 ๐ซ- รับรองคํนเปลถูกต้องม:ล. rtflwล เกษมศไ'หน้า 4 ของจำนวน 5 หน้าวิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนํ่งของข้อถือสิทธิ 11 หรือ 12ที่มีลักษณะเฉพาะคือการให้ความร้อนเพื่อให้อุณหภูมิสูงขึ้นระหว่าง 220 ๐ซ. และจุดหลอมเหลวของโพลีเอสเตอร์(polyester) โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง 230 ?ซ. และ 245 ๐ซ. เกิดขึ้นที่เริ่มต้นของการให้ความร้อนในที่ซํ่งเวลาการกักในช่วงอุณหภูมิที่ยกสูงขึ้นส่วนมากวัดที่ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่ 30นาที มากที่สุดวิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือการให้ความร้อนในขั้นตอน ค. เกิดขึ้นในบรรยากาศก๊าซเฉื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการเติมกระแสก๊าซเฉอย (inert gas stream)วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือความเข้มข้นน้ำในก๊าซเฉื่อยถูกควบคุมให้ต้าจนกระทั่งความเข้มข้นของน้ำในโพลีเอสเตอร์ระหว่างในขณะการจ่ายก๊าซเฉื่อยตรกว่าร้อยล่ะ 50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งตากว่าร้อยละ 30 ของความเข้มข้นนั้นเกิดขึ้นได้ทางทฤษฎีจากหมู่ปลาย (end group) ของโพลีเอสเตอร์ (polyester) ที่นั้าหนักโมเลกุลปลาย (end molecular weight) ของโพลิเอสเตอรวิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อห,นง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือความเขมขนของผลตภัณฑแยกภัลเคน เดออลโมเลกุล-นอย (low-molecular alkane diol decompositionproduct) จากปฏิกรยาการควบแน่นพอลิ (polycondensation reaction) ในกาซเฉือย (inert gas) ถูกควบคุมให้น้อยจนกระทั่งความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์แยกอัลเคนไดออล (alkane dioldecomposition product) ในโพลีเอสเตอร์ (polyester) ในขณะดำเนินการจ่ายก๊าชเฉื่อย (inert gas)น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อยกว่าร้อยละ 10 ของความเข้มข้นนั้นเกิดขึ้นในทางทฤษฎีก่อเกิดเข็เนหมู่ปลาย (end group) ของโพลีเอสเตอร์ (polyester) ที่นั้าหนักโมเลกุลปลาย (endmolecular weight) ของโพลิเอสเตอรวิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนีอย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนี้ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือตัวเร่งปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชัน (esterification catalyst) นั้นถูกเติมสำหรับการเร่งปฏิกิริยาเอสเทอร์ริทิเเคชัน (esterification reaction) ดังตัวอย่างเช่น สารประกอบโลหะ (metallic compound) บนพนฐานแมงกานส (manganese) โคบอลท (cobalt) ลังกะส (zinc) หรอแคลลิคัม (calicum)รับรองคำแปลถูกฅ้03ม.ล./Jfftjia เกtnjศ่รํหน้า 5 ของจำนวน 5 หน้า18. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือเอนทาลปีหลอมเหลว ดีเอสซี (DSC melting enthalpy) ดังกล่าวนั้นของโพลีเอสเตอร์ (polyester) น้อยกว่า 75จูล/กรัม 19. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนี้อย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออุณหภูมิสูงทสุดของการตกผลก ดเอสซ (DSC crystallization peak temperature) ในปฎิบตการครังทสองของโพลีเอสเตอร์ (polyester) ดังกล่าวเกิน 155 ๐ซ.20. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนีอย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออุณหภูมิ สูงที่สุดของการตกผลึก ดีเอสซี (DSC crystallization peak temperature) ในปฎิบติการครั้งที่สองเกิน 155 ๐ซ.21. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิก่อนนีอย่างน้อยที่สุดข้อใดข้อหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือเอนทาลปีหลอมเหลว ดีเอสซี (DSC melting enthalpy) น้อยกว่า 75 จูล/กรัมรบรองคํนเปลถูกฅ้0สุ ------------
1. วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ (polyester) ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติการหลอมเหลว และ คุณสมบัติการตกผลึก ซึ่งครอบคลุมถึงขั้นตอนต่างๆ ต่อไปนี้ ก. การประดิษฐ์การหลอมละลายพรี-โพลีเมอร์ (pre-polymer melt) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] 2000 ถึง 16000 กรัม/โมล และ ข. การทำอนุภาคพรี-โพลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) ด้วยกระบวนการทำให้เป็น ของแข็งและการหล่อ และ ค. การบำบัดด้วยความร้อนอนุภาคพรี-โพลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) ในสถานะ ของแข็งที่ๆ มีตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) ซึ่ง น้ำหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้น [เดลต้า เอ็มเอ็น (delta Mn)] มากกว่า 2000 กรัม/โมลเกิดขึ้น ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคพรี-โพลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) มีปริมาณบรรจุกลุ่ม สุดท้ายคาร์บอกซีล (carboxyl end group content) ระหว่าง 0.25 ถึง 0.6 ก่อนขั้นตอน ค. และ ปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชัน (esterification reaction) [อี (E)] เกิดขึ้นระหว่าง 0.5 ถึง 1 ขอบปฏิกิริยา การควบแน่นโพลี (polycondensation reaction) [อี+ที(E+T)] ในระหว่างการบำบัดภายใต้ความ ร้อนในขั้นตอน ค.
2. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ในการหลอมละลายพรี-โพลีเอสเทอร์ (pre-polyester melt) ด้วยน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] มากว่า 400 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยมากกว่า 7000 กรัม/โมล ถูกผลิตขึ้น
3. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ พรี-โพลีเอ สเตอร์หลอมเหลว (pre-polyester melt) ด้วยน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ย [เอ็มเอ็น (Mn)] น้อยกว่า 14000 กรัม/โมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อยกว่า 9900 กรัม/โมล ถูกผลิตในขั้นตอน ก.
4. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งของ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ การเพิ่ม น้ำหนักโมเลกุล [เดลต้า เอ็มเอ็น (delta Mn)] มากกว่า 4000 กรัม/โมล เกิดขึ้นในขั้นตอน ค.
5. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนหน้านี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ การเพิ่ม น้ำหนักโมเลกุลถึงค่า [เอ็มเอ็น (Mn)] ระหว่าง 16000 กรัม/โมล ถึง 34000 กรัม/โมล โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ค่าระหว่าง 20000 กับ 28000 กรัม/โมง เกิดขึ้นในขั้นตอน ค.
6. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคพรี-โพ ลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) มีปริมาณบรรจุกลุ่มสุดท้ายคาร์บอกซีล (carboxyl end group contenl) (XCOOH) ระหว่าง 0.30 ถึง 0.55 ก่อนขั้นตอน ค.
7. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคพรี-โพ ลีเอสเตอร์ (pre-polyester particle) มีปริมาณบรรจุกลุ่มสุดท้ายคาร์บอกซีล (carboxyl end group contenl) (XCOOH) มากกว่า 0.35 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า 0.40 ก่อนขั้นตอน ค.
8. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ปฏิกิริยาเอส เทอร์ริฟิเคชัน (esterification reaction) [อี (E)] มีจำนวนมากกว่า 0.65 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า 0.8 ของปฏิกิริยาการควบแน่นโพลี (polycondensation reaction) s (E+T) ในระหว่างการบำบัด ด้วยความร้อนในขั้นตอน ค.
9. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะ คือ ตัวเร่งทรานส์ เอสเทอร์ริฟิเคชัน (transesterification catalyst) เกี่ยวข้องกับสสารหนึ่งสสารหรือหลายสสารบน พื้นฐานธาตุโลหะ (metallic element) อาทิ เช่น แอนทิโมนี (antimony) เยอรมาเนียม (germanium) อลูมินั่ม (aluminum) หรือไททาเนียม (titanium) และปริมาณบรรจุดังกล่าวของธาตุโลหะ (metallic element) ในโพลีเอสเตอร์ (polyester) พิสัยอย่างสามัญอยู่ที่จาก 5 ถึง 400 ส่วนต่อล้าน ส่วน ซึ่งมีปริมาณบรรจุแอนทิโมนี (antimony content) อยู่ที่ระหว่าง 20 ถึง 300 ส่วนต่อล้านส่วน ปริมาณบรรจุเยอรมาเนียม (germanium content) อยู่ที่ระหว่าง 10 ถึง 150 ส่วนต่อล้านส่วน ปริมาณบรรจุอลูมิเนียม (aluminum content) อยู่ที่ระหว่าง 10 ถึง 200 ส่วนต่อล้านส่วน หรือ ปริมาณบรรจุไททาเนียม (titanium content) อยู่ที่ระหว่าง 5 ถึง 20 ส่วนต่อล้านส่วน เป็นที่นิยม
10. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อนุภาคต่างๆ ดังกล่าวนั้นเป็นเม็ดที่มีรูปทรงที่ถูกกำหนด อาทิ เช่น ทรงกระบอก ทรงกลม ทรงกระบอก เป็น ต้น
11. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ โพลีเอสเตอร์ (polyester) นั้นเป็นโพลีเอทิลลีน เทเรฟทาเลท (polyethylene terephthalate) หรือเป็นหนึ่งในโค โพลีเมอร์ (copolymer) ของโพลีเอสเตอร์ (polyster)
12. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิ 11 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ การบำบัดในความร้อนในขั้นตอน ค. ต้อง เกิดขึ้นโดยพื้นฐานที่อุณหภูมิอยู่ในช่วงจาก 180 ํซ. ถึง 230 ํซ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระหว่าง 190 ถึง 220 ํซ.
13. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิหนึ่งของข้อถือสิทธิ 11 ถึง 12 ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ การบำบัดด้วย ความร้อนถูกนำหน้าโดยการให้ความร้อนถึงอุณหภูมิสูงขึ้นระหว่าง 220 ํซ. จนถึงจุดหลอมเหลว ของโพลีเอสเตอร์ (polyester) โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง 230 ํซ. ถึง 245 ํซ. ซึ่งเวลาที่ใช้ในช่วง อุณหภูมิที่ยกสูงขึ้นส่วนมากวัดได้ที่ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะวัดได้ที่ 30 นาทีมากที่สุด
14. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ การบำบัดด้วย ความร้อนในขั้นตอน ค. เกิดขึ้นในบรรยากาศเฉื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการเติมกระแสก๊าซ เฉื่อย (inert gas stream)
15. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ความเข้มข้น ของน้ำในก๊าซเฉื่อยถูกควบคุมให้ต่ำจนกระทั่งความเข้มข้นของน้ำในโพลีเอสเตอร์ในระหว่างการ จ่ายก๊าซเฉื่อย (inert gas) วัดได้น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อยกว่าร้อยละ 30 ของ ความเข้มข้นซึ่งสามารถก่อตัวขึ้นได้ในทางทฤษฏีจากกลุ่มท้าย (end groups) ต่างๆ ของโพลีเอ สเตอร์ (polyester) ที่น้ำหนักโมเลกุลท้าย (end molecular weight) ของโพลีเอสเตอร์ดังกล่าว
16. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ความเข้มข้น ของผลิตภัณฑ์ที่มีรอยแยกอัลเคนไดออลที่มีโมเลกุล-ต่ำ (low-molecular alkanediol cleavage product) ของปฏิกิริยาการควบแน่นโพลี (polycondensation reaction) ในก๊าซเฉื่อย (inert gas) ถูก ควบคุมให้ต่ำจนกระทั้งความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ที่มีรอยแยกอัลเคนไดออล (alkanediol cleavage product) ในโพลีเอสเตอร์ (polyester) ในระหว่างการจ่ายก๊าซเฉื่อย (inert gas) วัดได้ น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้อยละ 10 ของความเข้มข้นซึ่งในทางทฤษฏีสามารถก่อตัว ขึ้นได้จากกลุ่มสุดท้าย (end group) ของโพลีเอสเตอร์ (polyester) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลท้าย (end molecular weight) ของโพลีเอสเตอร์ดังกล่าว
17. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ตัวเร่งปฏิกิริยา เอสเทอร์ริฟิเคชัน (esterification catalyst) นั้นถูกเติมสำหรับการเร่งปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชัน (esterification reaction) อาทิ เช่น สารประกอบโลหะ (metallic compound) บนพื้นฐานของ แมงกานีส (manganese) โคบอลท์ (cobalt) สังกะสี (zinc) หรือแคลเซียม (calcium)
18. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ เอนทาลปี หลอมเหลวของดีเอสซี (DSC melting enthalpy) ดังกล่าวนั้นของโพลีเอสเตอร์ (polyster) ต่ำกว่า 75 จูล/กรัม
19. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออุณหภูมิสูง ที่สุดของการตกผลึก ดีเอสซี (DSC crystallization peak temperature) ของโพลีเอสเตอร์ (polyster) ในปฏิบัติการครั้งที่สองของโพลีเอสเตอร์ (polyster) ดังกล่าวเกิน 155 ํซ.
20. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คืออุณหภูมิสูง ที่สุดของการตกผลึก ดีเอสซี (DSC crystallization peak temperature) ในปฏิบัติการครั้งที่สองของ โพลีเอสเตอร์ (polyster) ดังกล่าวเกิน 155 ํซ.
21. วิธีการดังกล่าวตามข้อถือสิทธิต่างๆก่อนนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ เอนทาลปี การ หลอมเหลว ดีเอสซี (DSC melting enthalpy) น้อยกว่า 75 จูล/กรัม
22. โพลีเอสเตอร์ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีการหนึ่งวิธีการใดตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 21 อย่างน้อยหนึ่งข้อ
TH502000281F 2006-03-09 วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติการหลอมเหลวและคุณสมบัติการตกผลึก TH83561B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH83070A TH83070A (th) 2007-02-15
TH83561S TH83561S (th) 2007-03-15
TH83561B true TH83561B (th) 2021-07-15

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Irska et al. Poly (butylene terephthalate)/polylactic acid based copolyesters and blends: miscibility-structure-property relationship
Kint et al. Synthesis, characterization, and properties of poly (ethylene terephthalate)/poly (1, 4-butylene succinate) block copolymers
RU2014132207A (ru) Способ получения высокомолекулярного гетероароматического сложного полиэфира или сложного сополиэфира
Kricheldorf et al. High molar mass cyclic poly (L-lactide) via ring-expansion polymerization with cyclic dibutyltin bisphenoxides
KR102865839B1 (ko) 말단 개질 물질을 이용한 폴리(3-하이드록시프로피오네이트)의 제조방법
CN101535372A (zh) 基于二失水己糖醇的聚酯的制备方法
Díaz et al. Study on the crystallization of poly (butylene azelate-co-butylene succinate) copolymers
Kamran et al. Structure-property insights of semi-aromatic polyamides based on renewable furanic monomer and aliphatic diamines
RU2017112700A (ru) Способ стабилизации композиции конденсированной фазы, содержащей циклический сложный эфир, в процессе производства сложного полиэфира из лактида
WO2011084702A4 (en) Polyester compositions with good melt rheological properties
Atkinson et al. Thermal Properties and Degradation Behavior of Linear and Branched Poly (L‐lactide) s and Poly (L‐lactide‐co‐glycolide) s
RU2009132932A (ru) Полиэфирные полимеры с низкой нормой образования ацетальдегида и высокой концентрацией концевых винильных групп
JP2024500958A (ja) 2,5-フランジカルボキシレート単位を含むポリエステルの製造方法
CN115746295B (zh) 一种高强度高韧性高阻隔性的聚酯酰胺及其制备方法
CN119301177A (zh) 嵌段共聚物
González‐Vidal et al. Poly (ethylene‐co‐1, 4‐cyclohexylenedimethylene terephthalate) copolyesters obtained by ring opening polymerization
JPH06172503A (ja) 加水分解安定性の優れたポリブチレンテレフタレート重合体の製造方法
TH83070A (th) วิธีการสำหรับการผลิตโพลีเอสเตอร์ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติการหลอมเหลวและคุณสมบัติการตกผลึก
Ibrahim et al. High molecular weight of polylactic acid (PLA): A review on the effect of initiator
JPH08193123A (ja) ポリ乳酸の製造方法
JPH11116666A (ja) ポリグリコール酸の製造方法
JP4390273B2 (ja) 生分解性樹脂組成物
EP3814399B1 (en) Process for the preparation of lactide and polylactide mixture
JP2009510212A (ja) ポリ乳酸の調製のための新規方法
KR20140001523A (ko) 지방족 폴리에스터 수지의 제조 방법