TH5188A - วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่ง?เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ - Google Patents
วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่ง?เกี่ยวข้องกับเอนไซม์Info
- Publication number
- TH5188A TH5188A TH8701000511A TH8701000511A TH5188A TH 5188 A TH5188 A TH 5188A TH 8701000511 A TH8701000511 A TH 8701000511A TH 8701000511 A TH8701000511 A TH 8701000511A TH 5188 A TH5188 A TH 5188A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- uncharged
- membrane
- mixture
- compounds
- method specified
- Prior art date
Links
Abstract
การประดิษฐ์นี้เอาชนะปัญหาการตกตะกอนของสารเชิงซ้อนที่อยู่ระหว่างกลาง และ/หรือการเสื่อมฤทธิ์อย่างรวดเร็วของเอนไซม์ด้วยวิธีที่รู้จัก การประดิษฐ์นี้ให้วิธีใช้เยื่อสำหรับการสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ซึ่งทำสำเร็จโดยการเคลื่อนสมดุลเคมีในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาระหว่างอะมิโน แอซิดที่ทำปฏิกิริยาซึ่งประจุหรือแตกตัวเป็นไอออนและผลิตภัณฑ์เพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุหรือไม่แตกตัวเป็นไอออน เมื่อมีโพรทิโอลิทิค เอนไซม์เช่นเทอร์โมไลน์ปนอยู่ สมดุลนั้นเคลื่อนไปโดยการแพร่ของผลิตภัณฑ์เพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุผ่านเยื่อซึ่งไม่ยอมให้ไอออนผ่าน ซึ่งจะกำจัดเพพไทด์ที่ไม่มีประจุอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่สามารถแพร่กลับเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นอีกเพื่อว่าเพพไทด์ที่ไม่มีประจุจะได้รับการ "ดึง" ผ่านเยื่อนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนสปีซีซึ่งไม่มีประจุโดยใช้เอนไซม์ เอสเทอเรส เช่นอะมิโนแอซิเลส I นั้นได้เปิดเผยไว้สารเข้าทำปฏิกิริยาที่ซึมผ่านไปด้วยกันสามารถแยกออกจากสารผสมผลิตภัณฑ์และกลับคืนไปยังสารผสมที่เกิดปฏิกิริยานั้น เช่นเดียวกัน เยื่อซึ่งไอออนผ่านไม่ได้นั้นสามารถนำมาใช้แยกอิแนนซิโอเมอร์ของคาร์บอกซิลิค แอซิดที่เป็นราซิมิคซึ่งประกอบด้วย D,L -อะมิโน แอซิดได้ด้วย
Claims (54)
1.วิธีสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ ซึ่งประกอบด้วยขั้น การรวมตัว N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิค แอซิด ซึ่งมีหมู่ (สัญลักษณ์)-คาร์บอกซิเลทเข้ากับเฟนิลอาแลมีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็กที่มีหมู่ (สัญลักษณ์)-แอมโมเนียม ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำ ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวเพื่อให้เกิด N-แอซิล-L-แอสพาร์ทิล-(B-ซับสทิทิวเทด)-L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็ก) ซึ่งเป็นเพพไทด์ที่ไม่มีประจุ และ การขนส่งเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำผ่านเยื่อซึ่งไม่ยอมให้ไอออนผ่านไปยังสารผสมผลิตภัณฑ์
2. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวคือโปรทีเอสซึ่งใช้สร้างเพพไทด์ที่มีฤทธิ์ในช่วงพีเอชประมาณ 4.0 ถึง 9.0
3.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการเปลี่ยนเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นไปเป็นสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น
4.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งได้เปลี่ยนเพพไทด์ที่ไม่มีประจุนั้นไปเป็นสปีซีที่มีประจุโดยการทำให้แตกออกด้วยเอนไซม์เอสเซอเรส
5.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งเอนไซม์เอสเทอเรสนั้นมีฤทธิ์ในช่วงพีเอชประมาณ 6.0 ถึง 7.0
6.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งเอนไซม์เอสเทอเรสนั้นคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยอะมิโนแอซิเลส I, (สูตร) -ไดโมทริพซินและซับทิลิซิน A
7.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งเอนไซม์ เอสเทอเรสนั้นคืออะมิโนแอซิเลส I และพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นคือประมาณ 7.0
8.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งเยื่อนั้นประกอบด้วยของเหลวอินทรีย์ซึ่งไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำที่อิมโมบิไลซ์ด้วยการซึมตามรูเล็กในรูในแผ่นไมโครพอรัสของเหลวอินทรีย์นั้นคือตัวทำละลายสำหรับเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุ
9.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 นั้นซึ่งแผ่นไมโครทอรัลนั้นทำมาจากวัสดุที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยโพลิเททราฟลออโรเอธิลีนและโพลิโพรพิลีนและตัวทำละลายซึ่งประกอบด้วยสารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่คัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย n-1-เดคานอล,n-เฮกซาเดคานอล,n-โดเดคานอล,N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด,โดเดเคน,2-อุนเดคาโนนและสารผสมของสารเหล่านั้น
10. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสนั้นประกอบด้วยเส้นใยโพลิโพรพิลีนที่มีโพรงและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วย N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด และโดเดเคน
11. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งเยื่อนั้นคือเบนด์, ไทพ์ 2 ฮอลโลว์ ไฟเบอร์ ซีเลคทิฟ ไดแอลลิซิส เมมเบรน
12. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งสารประกอบแรกคือ D,L-เฟนิลอาแลนีน เมธิลเฮเทอร์ และสารประกอบที่สองคือ N-แอซิล-E-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิค แอซิดที่มีหมู่ (สูตรเคมี)-คาร์บอกซิเลท
13. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 12 ซึ่งหมู่ N-แอซิล คัดเลือกมาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตรเคมี)CH2OCO-,-CH=O และ (สูตรเคมี) CH2CO- และหมู่แทนที่ที่ตำแหน่ง B คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตร)CH2O-, เทอร์ BuO-,CH3O-,NH2-
14. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นได้ฮิมโมบิไลซ์ไว้
15. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งเอนไซม์สำหรับการรวมตัวนั้นคือเทอร์โมไลซินและพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นคือประมาณ 7.0
16. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการปรับพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นใหม่ให้ได้พีเอชประมาณ 5.0 ก่อนการขนส่งเพพไทด์ที่ไม่มีประจุนั้นจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่าน
17. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยก N-แอซิล-C-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ค แอซิด ซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านนั้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
18. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกเฟนิลอาแลมีน เอสเทอร์ขนาดเล็กซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านขึ้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
19. วิธีสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัว N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิค แอซิด ซึ่งมีหมู่ (สัญลักษณ์)-คาร์บอกซิเลทเข้ากับเฟนิลอาแลมีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็กที่มีหมู่ (สัญลักษณ์)-แอมโมเนียม ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำ ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวเพื่อให้เกิด N-แอซิล-L-แอสพาร์ทิล-(B-ซับสทิทิวเทด)-L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็ก) ซึ่งเป็นเพพไทด์ที่ไม่มีประจุ และ การขนส่งเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำผ่านเยื่อซึ่งไม่ยอมให้ไอออนผ่านไปยังสารผสมผลิตภัณฑ์ การเปลี่ยนเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นไปเป็นสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น และ การกำจัดสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับย่านเยื่อนั้นจากสารผสมผลิตภัณฑ์นั้น
20. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 19 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยก N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์คทิค แอซิด ซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านนั้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
21. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกเฟนิลอาแลทีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็ก ซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านนั้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
22. วิธีสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัวของสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดแรกและที่สองโดยใช้เอนไซม์ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้นเพื่อให้เกิดสารประกอบซึ่งไม่มีประจุ การขนส่งสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองผ่านเยื่อซึ่งจะไม่ขนส่งสารประกอบอะมิโนแอซิดนั้นปริมาณมาก ๆ การเปลี่ยนสารประกอบซึ่งไม่มีประจุที่ขนส่งไปแล้วให้อยู่ในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งกลับผ่านเยื่อนั้นไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาตอนเริ่มต้นนั้น, และ การกำจัดสารประกอบนั้นในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งกลับผ่านเยื่อนั้นไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาตอนเริ่มต้นนั้น
23. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดแรกซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองออกจากสารผสมที่ ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองนั้น
24. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดที่สองซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองออกจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองนั้น
25. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 23 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการย้อมกลับของสารประกอบอะมิโนชนิดที่หนึ่งซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบที่ไม่มีประจุไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้น
26. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 23 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการย้อนกลับของสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดที่สอง ซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบที่ไม่มีประจุไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้นนั้น
27. วิธีการแยกสารประกอบราซิมิคของคาร์บอกซิลิค แอซิด โดยใช้เอนไซม์ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การไฮโดรไลส์สารประกอบคาร์บอกซิลิค แอซิด เอสเทอร์ที่เป็นราซิมิคในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์สำหรับไฮโดรไลส์เพื่อให้เกิดสารประกอบอิแนนซิโอเมอร์ที่มีประจุและสารประกอบอิแนนซิโอเมอริค เอสเทอร์ที่ไม่ มีประจุในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำนั้น และ การขนส่งสารประกอบอิแนนซิโอเมอริค เอสเทอร์ที่ไม่มีประจุจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำนั้นผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านไปยังสารผสมผลิตภัณฑ์นั้น
28. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่ง สารประกอบคาร์บอกซิลิค แอซิด เอสเทอร์ที่เป็นราซิมิคนั้นคือสารประกอบ D,L-อะมิโน แอซิด เอสเทอร์ สารประกอบอิแนนซิโอเมอร์ที่มีประจุนั้นคือสารประกอบ L-อะมิโน แอซิด และ สารประกอบอิแนนซิโอเมอร์ที่ไม่มีประจุนั้นคือสารประกอบ D-อะมิโน แอซิดเอสเทอร์
29.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการเปลี่ยนสารประกอบ D-อะมิโน แอซิด เอสเทอร์ที่ไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นไปเป็น สปีชีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น
30.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งขั้นของการเปลี่ยนคือ การปรับพีเอชของสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นให้มีพีเอชประมาณ 2.0
31.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งเอนไซม์สำหรับไฮโดรไลส์ คัดเลือก 15 มาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยอะมิโนแอซิเลส I,(สูตร)-ไดโมทริพชินและซับทิลิลซิน A
32. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งเอนไซม์สำหรับไฮโดรไลส์นั้นได้อิมโมบิไลซ์ไว้
33. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งเยื่อนั้นประกอบด้วยของเหลวอินทรีย์ซึ่งไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำหี่อิมโมบิสไลซ์ไว้โดยการซึมตามรูเล็กในรูปในแผ่นไมโคร พอรัส ของเหลวอินทรีย์นั้นคือตัวทำละลายสำหรับเพพไทด์ที่ไม่ประจุ
34. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 33 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสนั้นทำจากวัสดุที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยโพลิเททราฟลูออโรเอธิลีนและโพลิโพรพิลีนและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วยสารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบ ด้วย D-1-เดคานอล,n-เฮกซาเดคานอล,n-โดเดคานอล,N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด,โดเดเดน,2-อุนเดคาโนน และสารผสมของสารเหล่านี้
35. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 33 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสประกอบด้วยเส้นใยโพลิโพรพิลีนที่มีโพรงและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วย N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด และโดเดเคน
36. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 33 ซึ่งเยื่อนั้นคือเบนด์,ไทพ 2 ฮอลโลว์ไฟเบอร์ ซีเลคทิฟ ไดแอลิซิส เมมเบรน
37. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งสารประกอบ D,L-อะมิโน แอซิด เอสเทอร์ คือ D,L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็กที่มีหมู่ (สูตร)-แอมโมเนียม
38. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 37 ซึ่ง D,L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิลเอสเทอร์ขนาดเล็กคือ D,L-เฟนิลอาแลนีน เมธิล เอสเทอร์
39. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัวของสารประกอบ L-อะมิโน แอซิดที่มีประจุนั้นกับสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดที่สองโดยใช้เอนไซม์ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำ ตอนเริ่มต้นเพื่อให้ได้สารประกอบที่ไม่มีประจุ การขนส่งสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองผ่านเยื่อซึ่งจะไม่ขนส่งสารประกอบอะมิโน แอซิดนั้นจำนวนมาก, และ การเปลี่ยนสารประกอบซึ่งไม่มีประจุขนส่งแล้วให้อยู่ในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งผ่านเยื่อนั้นไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาตอนเริ่มต้นนั้นได้อีก
40. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 39 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกสารประกอบอะมิโน แอซิดซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมาและเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกริยาในน้ำตอนที่สองนั้น
41. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการเปลี่ยนเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์ไปเป็นสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น
42. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเปลี่ยนเพพไทด์ที่ไม่มีประจุนั้นไปเป็นสปีซีที่มีประจุโดยทำให้แตกออกด้วยเอนไซม์ เอสเทอเรส
43. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้น คือ โปรทีเอสที่เป็นกรดหรือเป็นกลางซึ่งใช้สร้างเพพไทด์ที่มีฤทธิ์ในช่วงพีเอชประมาณ 4.0 ถึง 8.0
44. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นคือโปรทีเอสซึ่งคัดเลือกมาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยเซรีน โปรทีเนส ไธออล โปรทีเนส, คาร์บอกซิล โปรทีเนสและเมทัลโลโปรทีเนส
45. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นคัดเลือกมาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยไดโมทริพซิน,ทริพซิน,ซัลทิลิซิน BMP',Achromobacter โปรทีเอส,แพเพน,เพพซิน เทอร์โมไลซิน และโทรลิซิน,และพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นอยู่ระหว่างประมาณ 4.0 ถึง 8.0
46.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นคือเทอร์โมไลซินและพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นคือประมาณ 5.5
47.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งเยื่อนั้นประกอบด้วยของเหลวอินทรีย์ซึ่งมีผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำที่อิมโมบิไลซ์ไว้ด้วยการซึมตามรูเล็กในรูในแผ่นไมโครพอรัสของเหลวอินทรีย์นั้นคือตัวทำละลายสำหรับเพพอไทด์ซึ่งไม่มีประจุนั้น
48. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสทำมาจากวัสดุที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยโพลิเททราฟลูออโรเอธิลีนและโพลิโพรพิลีนและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วยสารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดซึ่งคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย n-1-เดคานอล,n-เฮกซาเดคานอล,n-โดเดคานอลและสารผสมของสารเหล่านี้
49. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งเยื่อนั้นคือเบนด์, ไทพ์ 1 ฮอลโลว์ ไฟเบอร์ ซีเลคทิฟ ไดแอลิซิส เมมเบรน
50. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 44 ซึ่งพีเอชของสารละลายในน้ำนั้นอยู่ระหว่างประมาณ 4.0 และ 6.0
51. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งพีเอชของสารละลายในน้ำนั้นอยู่ระหว่างพีเอชประมาณ 4.0 และ 6.0
52. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 46 ซึ่งสารประกอบแรกคือ D,L-เฟนิลอาแลนีน เมธิล เอสเทอร์, และสารประกอบชนิดที่สองนั้นคือ N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิด แอซิดที่มีหมู่ (สูตร)-คาร์บอกซิเลท
53. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 52 ซึ่งหมู่ N-แอซิล นั้นคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตร)CH2OCO-,-CH=O และ (สูตร) CH2CO-1 และหมู่แทนที่ตำแหน่ง B นั้นคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตร) CH2O-,เทอร์ BuO-,CH30-,NH2-
54. วิธีสำหรับสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัวของสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดแรกและชนิดที่สองในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้นเพื่อให้เกิดสารประกอบซึ่งไม่มีประจุ การขนส่งสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองผ่านเยื่อซึ่งจะไม่ขนส่งสารประกอบอะมิโน แอซิด จำนวนมาก และ การเปลี่ยนสารประกอบซึ่งไม่มีประจุที่ขนส่งมาแล้วให้อยู่ในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งผ่านเยื่อไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในตอนเริ่มต้นได้อีก
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH5188A true TH5188A (th) | 1988-10-03 |
| TH3287B TH3287B (th) | 1993-07-18 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| DE69937036D1 (de) | Verfahren zur Herstellung von L-Aminosäuren | |
| KR900004070B1 (ko) | 펩티드의 합성 및 분리를 위한 효소막법 | |
| RU2167937C2 (ru) | Способ стабилизации водного раствора или суспензии металлопротеазы и стабилизированный водный раствор или суспензия металлопротеазы | |
| ATE87664T1 (de) | Verfahren zur herstellung von optisch aktiven 2- arylpropionsaeuren. | |
| US5350681A (en) | Enzymatic membrane method for the synthesis and separation of peptides | |
| US5037741A (en) | Enzymatic method for the synthesis and separation of peptides | |
| TH3287B (th) | วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่ง?เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ | |
| US5336601A (en) | Enzymatic membrane method for the snythesis and separation of peptides | |
| Sztajer et al. | Capillar membranes for purification of Pseudomonas fluorescens lipase | |
| KR850002993A (ko) | 발효에 의한 아미노산 생성방법 및 장치 | |
| AU641161B2 (en) | Enzymatic membrane method for the synthesis and separation of peptides | |
| US5202235A (en) | Enzymatic method for the synthesis and separation of peptides | |
| ATE250081T1 (de) | Verfahren zur aufbereitung von molke aus der milchsäurevergärung mittels elektrodialyse | |
| JPS5750900A (en) | Preparation of modified protein-like composition | |
| JPS61205490A (ja) | 酵素的合成法並びに装置 | |
| CA1314254C (en) | Enzymatic membrane method for the synthesis and separation of peptides | |
| DE69812645D1 (de) | Verfahren zur herstellung von kontrastmitteln | |
| JPS60118190A (ja) | 酵素反応方法 | |
| Ueoka et al. | Dramatically enhanced enantioselective hydrolysis of amino acid esters with tripeptide nucleophile by controlling the reaction field at room temperature | |
| ES8505932A1 (es) | Procedimiento para la preparacion de fenilalanina opticamente activa | |
| JPS521092A (en) | Method of concentrating lysine solution | |
| NO172064B (no) | Fremgangsmaate for enzymatisk syntese av peptider og fremgangsmaate for enzymatisk separering av racemiske karboksylsyreforbindelser | |
| JP2855596B2 (ja) | 成分分離方法 | |
| Rolland-Fulcrandr et al. | The use of a glutamic acid specific endopeptidase in peptide synthesis | |
| GB1472491A (en) | Purification of waste water |