TH3287B - วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ - Google Patents

วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์

Info

Publication number
TH3287B
TH3287B TH8701000511A TH8701000511A TH3287B TH 3287 B TH3287 B TH 3287B TH 8701000511 A TH8701000511 A TH 8701000511A TH 8701000511 A TH8701000511 A TH 8701000511A TH 3287 B TH3287 B TH 3287B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
compound
membrane
clause
enzyme
specified
Prior art date
Application number
TH8701000511A
Other languages
English (en)
Other versions
TH5188A (th
Inventor
เอ เอียโคบุซซี นายกิลเลอร์โม
Original Assignee
นายดำเนิน การเด่น
Filing date
Publication date
Application filed by นายดำเนิน การเด่น filed Critical นายดำเนิน การเด่น
Publication of TH5188A publication Critical patent/TH5188A/th
Publication of TH3287B publication Critical patent/TH3287B/th

Links

Abstract

การประดิษฐ์นี้เอาชนะปัญหาการตกตะกอนของสารเชิงซ้อนที่อยู่ระหว่างกลาง และ/หรือการเสื่อมฤทธิ์อย่างรวดเร็วของเอนไซม์ด้วยวิธีที่รู้จัก การประดิษฐ์นี้ให้วิธีใช้เยื่อสำหรับการสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ซึ่งทำสำเร็จโดยการเคลื่อนสมดุลเคมีในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาระหว่างอะมิโน แอซิดที่ทำปฏิกิริยาซึ่งประจุหรือแตกตัวเป็นไอออนและผลิตภัณฑ์เพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุหรือไม่แตกตัวเป็นไอออน เมื่อมีโพรทิโอลิทิค เอนไซม์เช่นเทอร์โมไลน์ปนอยู่ สมดุลนั้นเคลื่อนไปโดยการแพร่ของผลิตภัณฑ์เพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุผ่านเยื่อซึ่งไม่ยอมให้ไอออนผ่าน ซึ่งจะกำจัดเพพไทด์ที่ไม่มีประจุอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่สามารถแพร่กลับเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นอีกเพื่อว่าเพพไทด์ที่ไม่มีประจุจะได้รับการ "ดึง" ผ่านเยื่อนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนสปีซีซึ่งไม่มีประจุโดยใช้เอนไซม์ เอสเทอเรส เช่นอะมิโนแอซิเลส I นั้นได้เปิดเผยไว้สารเข้าทำปฏิกิริยาที่ซึมผ่านไปด้วยกันสามารถแยกออกจากสารผสมผลิตภัณฑ์และกลับคืนไปยังสารผสมที่เกิดปฏิกิริยานั้น เช่นเดียวกัน เยื่อซึ่งไอออนผ่านไม่ได้นั้นสามารถนำมาใช้แยกอิแนนซิโอเมอร์ของคาร์บอกซิลิค แอซิดที่เป็นราซิมิคซึ่งประกอบด้วย D,L -อะมิโน แอซิดได้ด้วย

Claims (4)

1.วิธีสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ ซึ่งประกอบด้วยขั้น การรวมตัว N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิค แอซิด ซึ่งมีหมู่ (สัญลักษณ์)-คาร์บอกซิเลทเข้ากับเฟนิลอาแลมีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็กที่มีหมู่ (สัญลักษณ์)-แอมโมเนียม ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำ ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวเพื่อให้เกิด N-แอซิล-L-แอสพาร์ทิล-(B-ซับสทิทิวเทด)-L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็ก) ซึ่งเป็นเพพไทด์ที่ไม่มีประจุ และ การขนส่งเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำผ่านเยื่อซึ่งไม่ยอมให้ไอออนผ่านไปยังสารผสมผลิตภัณฑ์ 2. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวคือโปรทีเอสซึ่งใช้สร้างเพพไทด์ที่มีฤทธิ์ในช่วงพีเอชประมาณ 4.0 ถึง 9.0 3.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการเปลี่ยนเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นไปเป็นสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น 4.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งได้เปลี่ยนเพพไทด์ที่ไม่มีประจุนั้นไปเป็นสปีซีที่มีประจุโดยการทำให้แตกออกด้วยเอนไซม์เอสเซอเรส 5.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งเอนไซม์เอสเทอเรสนั้นมีฤทธิ์ในช่วงพีเอชประมาณ 6.0 ถึง 7.0 6.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งเอนไซม์เอสเทอเรสนั้นคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยอะมิโนแอซิเลส I, (สูตร) -ไดโมทริพซินและซับทิลิซิน A 7.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งเอนไซม์ เอสเทอเรสนั้นคืออะมิโนแอซิเลส I และพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นคือประมาณ 7.0 8.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งเยื่อนั้นประกอบด้วยของเหลวอินทรีย์ซึ่งไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำที่อิมโมบิไลซ์ด้วยการซึมตามรูเล็กในรูในแผ่นไมโครพอรัสของเหลวอินทรีย์นั้นคือตัวทำละลายสำหรับเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุ 9.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 นั้นซึ่งแผ่นไมโครทอรัลนั้นทำมาจากวัสดุที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยโพลิเททราฟลออโรเอธิลีนและโพลิโพรพิลีนและตัวทำละลายซึ่งประกอบด้วยสารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่คัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย n-1-เดคานอล,n-เฮกซาเดคานอล,n-โดเดคานอล,N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด,โดเดเคน,2-อุนเดคาโนนและสารผสมของสารเหล่านั้น 1 0. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสนั้นประกอบด้วยเส้นใยโพลิโพรพิลีนที่มีโพรงและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วย N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด และโดเดเคน 1 1. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งเยื่อนั้นคือเบนด์, ไทพ์ 2 ฮอลโลว์ ไฟเบอร์ ซีเลคทิฟ ไดแอลลิซิส เมมเบรน 1 2. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งสารประกอบแรกคือ D,L-เฟนิลอาแลนีน เมธิลเฮเทอร์ และสารประกอบที่สองคือ N-แอซิล-E-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิค แอซิดที่มีหมู่ (สูตรเคมี)-คาร์บอกซิเลท 1 3. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 12 ซึ่งหมู่ N-แอซิล คัดเลือกมาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตรเคมี)CH2OCO-,-CH=O และ (สูตรเคมี) CH2CO- และหมู่แทนที่ที่ตำแหน่ง B คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตร)CH2O-, เทอร์ BuO-,CH3O-,NH2- 1 4. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นได้ฮิมโมบิไลซ์ไว้ 1 5. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งเอนไซม์สำหรับการรวมตัวนั้นคือเทอร์โมไลซินและพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นคือประมาณ 7.0 1 6. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการปรับพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นใหม่ให้ได้พีเอชประมาณ 5.0 ก่อนการขนส่งเพพไทด์ที่ไม่มีประจุนั้นจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่าน 1 7. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยก N-แอซิล-C-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ค แอซิด ซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านนั้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย 1 8. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกเฟนิลอาแลมีน เอสเทอร์ขนาดเล็กซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านขึ้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย 1 9. วิธีสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัว N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิค แอซิด ซึ่งมีหมู่ (สัญลักษณ์)-คาร์บอกซิเลทเข้ากับเฟนิลอาแลมีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็กที่มีหมู่ (สัญลักษณ์)-แอมโมเนียม ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำ ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวเพื่อให้เกิด N-แอซิล-L-แอสพาร์ทิล-(B-ซับสทิทิวเทด)-L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็ก) ซึ่งเป็นเพพไทด์ที่ไม่มีประจุ และ การขนส่งเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำผ่านเยื่อซึ่งไม่ยอมให้ไอออนผ่านไปยังสารผสมผลิตภัณฑ์ การเปลี่ยนเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นไปเป็นสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น และ การกำจัดสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับย่านเยื่อนั้นจากสารผสมผลิตภัณฑ์นั้น 2 0. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 19 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยก N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์คทิค แอซิด ซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านนั้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย 2 1. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกเฟนิลอาแลทีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็ก ซึ่งซึมผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านนั้นปนออกมาในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นด้วย 2 2. วิธีสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัวของสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดแรกและที่สองโดยใช้เอนไซม์ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้นเพื่อให้เกิดสารประกอบซึ่งไม่มีประจุ การขนส่งสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองผ่านเยื่อซึ่งจะไม่ขนส่งสารประกอบอะมิโนแอซิดนั้นปริมาณมาก ๆ การเปลี่ยนสารประกอบซึ่งไม่มีประจุที่ขนส่งไปแล้วให้อยู่ในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งกลับผ่านเยื่อนั้นไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาตอนเริ่มต้นนั้น, และ การกำจัดสารประกอบนั้นในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งกลับผ่านเยื่อนั้นไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาตอนเริ่มต้นนั้น 2 3. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดแรกซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองออกจากสารผสมที่ ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองนั้น 2 4. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดที่สองซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองออกจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองนั้น 2 5. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 23 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการย้อมกลับของสารประกอบอะมิโนชนิดที่หนึ่งซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบที่ไม่มีประจุไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้น 2 6. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 23 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการย้อนกลับของสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดที่สอง ซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมากับสารประกอบที่ไม่มีประจุไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้นนั้น 2 7. วิธีการแยกสารประกอบราซิมิคของคาร์บอกซิลิค แอซิด โดยใช้เอนไซม์ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การไฮโดรไลส์สารประกอบคาร์บอกซิลิค แอซิด เอสเทอร์ที่เป็นราซิมิคในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์สำหรับไฮโดรไลส์เพื่อให้เกิดสารประกอบอิแนนซิโอเมอร์ที่มีประจุและสารประกอบอิแนนซิโอเมอริค เอสเทอร์ที่ไม่ มีประจุในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำนั้น และ การขนส่งสารประกอบอิแนนซิโอเมอริค เอสเทอร์ที่ไม่มีประจุจากสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำนั้นผ่านเยื่อที่ไม่ยอมให้ไอออนผ่านไปยังสารผสมผลิตภัณฑ์นั้น 2 8. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่ง สารประกอบคาร์บอกซิลิค แอซิด เอสเทอร์ที่เป็นราซิมิคนั้นคือสารประกอบ D,L-อะมิโน แอซิด เอสเทอร์ สารประกอบอิแนนซิโอเมอร์ที่มีประจุนั้นคือสารประกอบ L-อะมิโน แอซิด และ สารประกอบอิแนนซิโอเมอร์ที่ไม่มีประจุนั้นคือสารประกอบ D-อะมิโน แอซิดเอสเทอร์ 2 9.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการเปลี่ยนสารประกอบ D-อะมิโน แอซิด เอสเทอร์ที่ไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นไปเป็น สปีชีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น 3 0.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งขั้นของการเปลี่ยนคือ การปรับพีเอชของสารผสมผลิตภัณฑ์นั้นให้มีพีเอชประมาณ 2.0 3 1.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งเอนไซม์สำหรับไฮโดรไลส์ คัดเลือก 15 มาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยอะมิโนแอซิเลส I,(สูตร)-ไดโมทริพชินและซับทิลิลซิน A 3 2. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งเอนไซม์สำหรับไฮโดรไลส์นั้นได้อิมโมบิไลซ์ไว้ 3 3. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งเยื่อนั้นประกอบด้วยของเหลวอินทรีย์ซึ่งไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำหี่อิมโมบิสไลซ์ไว้โดยการซึมตามรูเล็กในรูปในแผ่นไมโคร พอรัส ของเหลวอินทรีย์นั้นคือตัวทำละลายสำหรับเพพไทด์ที่ไม่ประจุ 3 4. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 33 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสนั้นทำจากวัสดุที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยโพลิเททราฟลูออโรเอธิลีนและโพลิโพรพิลีนและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วยสารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบ ด้วย D-1-เดคานอล,n-เฮกซาเดคานอล,n-โดเดคานอล,N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด,โดเดเดน,2-อุนเดคาโนน และสารผสมของสารเหล่านี้ 3 5. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 33 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสประกอบด้วยเส้นใยโพลิโพรพิลีนที่มีโพรงและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วย N,N-ไดเอธิล-โดเดคาแนมีด และโดเดเคน 3 6. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 33 ซึ่งเยื่อนั้นคือเบนด์,ไทพ 2 ฮอลโลว์ไฟเบอร์ ซีเลคทิฟ ไดแอลิซิส เมมเบรน 3 7. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งสารประกอบ D,L-อะมิโน แอซิด เอสเทอร์ คือ D,L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิล เอสเทอร์ขนาดเล็กที่มีหมู่ (สูตร)-แอมโมเนียม 3 8. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 37 ซึ่ง D,L-เฟนิลอาแลนีน แอลคิลเอสเทอร์ขนาดเล็กคือ D,L-เฟนิลอาแลนีน เมธิล เอสเทอร์ 3 9. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 29 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัวของสารประกอบ L-อะมิโน แอซิดที่มีประจุนั้นกับสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดที่สองโดยใช้เอนไซม์ในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำ ตอนเริ่มต้นเพื่อให้ได้สารประกอบที่ไม่มีประจุ การขนส่งสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองผ่านเยื่อซึ่งจะไม่ขนส่งสารประกอบอะมิโน แอซิดนั้นจำนวนมาก, และ การเปลี่ยนสารประกอบซึ่งไม่มีประจุขนส่งแล้วให้อยู่ในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งผ่านเยื่อนั้นไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาตอนเริ่มต้นนั้นได้อีก 4 0. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 39 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการแยกสารประกอบอะมิโน แอซิดซึ่งซึมผ่านเยื่อนั้นปนออกมาและเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกริยาในน้ำตอนที่สองนั้น 4 1. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งต่อมาประกอบด้วยขั้นของการเปลี่ยนเพพไทด์ซึ่งไม่มีประจุในสารผสมผลิตภัณฑ์ไปเป็นสปีซีซึ่งไม่สามารถแพร่กลับผ่านเยื่อนั้น 4 2. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเปลี่ยนเพพไทด์ที่ไม่มีประจุนั้นไปเป็นสปีซีที่มีประจุโดยทำให้แตกออกด้วยเอนไซม์ เอสเทอเรส 4 3. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้น คือ โปรทีเอสที่เป็นกรดหรือเป็นกลางซึ่งใช้สร้างเพพไทด์ที่มีฤทธิ์ในช่วงพีเอชประมาณ 4.0 ถึง 8.0 4 4. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นคือโปรทีเอสซึ่งคัดเลือกมาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยเซรีน โปรทีเนส ไธออล โปรทีเนส, คาร์บอกซิล โปรทีเนสและเมทัลโลโปรทีเนส 4 5. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นคัดเลือกมาจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยไดโมทริพซิน,ทริพซิน,ซัลทิลิซิน BMP\',Achromobacter โปรทีเอส,แพเพน,เพพซิน เทอร์โมไลซิน และโทรลิซิน,และพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นอยู่ระหว่างประมาณ 4.0 ถึง 8.0 4 6.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งเอนไซม์ที่ใช้ในการรวมตัวนั้นคือเทอร์โมไลซินและพีเอชของสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยานั้นคือประมาณ 5.5 4 7.วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งเยื่อนั้นประกอบด้วยของเหลวอินทรีย์ซึ่งมีผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำที่อิมโมบิไลซ์ไว้ด้วยการซึมตามรูเล็กในรูในแผ่นไมโครพอรัสของเหลวอินทรีย์นั้นคือตัวทำละลายสำหรับเพพอไทด์ซึ่งไม่มีประจุนั้น 4 8. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งแผ่นไมโครพอรัสทำมาจากวัสดุที่คัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยโพลิเททราฟลูออโรเอธิลีนและโพลิโพรพิลีนและตัวทำละลายนั้นประกอบด้วยสารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดซึ่งคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย n-1-เดคานอล,n-เฮกซาเดคานอล,n-โดเดคานอลและสารผสมของสารเหล่านี้ 4 9. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งเยื่อนั้นคือเบนด์, ไทพ์ 1 ฮอลโลว์ ไฟเบอร์ ซีเลคทิฟ ไดแอลิซิส เมมเบรน 5 0. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 44 ซึ่งพีเอชของสารละลายในน้ำนั้นอยู่ระหว่างประมาณ 4.0 และ 6.0 5
1. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งพีเอชของสารละลายในน้ำนั้นอยู่ระหว่างพีเอชประมาณ 4.0 และ 6.0 5
2. วิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 46 ซึ่งสารประกอบแรกคือ D,L-เฟนิลอาแลนีน เมธิล เอสเทอร์, และสารประกอบชนิดที่สองนั้นคือ N-แอซิล-B-ซับสทิทิวเทด-L-แอสพาร์ทิด แอซิดที่มีหมู่ (สูตร)-คาร์บอกซิเลท 5
3. กรรมวิธีตามที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 52 ซึ่งหมู่ N-แอซิล นั้นคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตร)CH2OCO-,-CH=O และ (สูตร) CH2CO-1 และหมู่แทนที่ตำแหน่ง B นั้นคัดเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย (สูตร) CH2O-,เทอร์ BuO-,CH30-,NH2- 5
4. วิธีสำหรับสังเคราะห์เพพไทด์โดยใช้เอนไซม์ซึ่งประกอบด้วยขั้นของ การรวมตัวของสารประกอบอะมิโน แอซิดชนิดแรกและชนิดที่สองในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนเริ่มต้นเพื่อให้เกิดสารประกอบซึ่งไม่มีประจุ การขนส่งสารประกอบซึ่งไม่มีประจุเข้าไปในสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในน้ำตอนที่สองผ่านเยื่อซึ่งจะไม่ขนส่งสารประกอบอะมิโน แอซิด จำนวนมาก และ การเปลี่ยนสารประกอบซึ่งไม่มีประจุที่ขนส่งมาแล้วให้อยู่ในรูปซึ่งไม่สามารถขนส่งผ่านเยื่อไปยังสารผสมที่ได้จากปฏิกิริยาในตอนเริ่มต้นได้อีก
TH8701000511A 1987-08-18 วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ TH3287B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH5188A TH5188A (th) 1988-10-03
TH3287B true TH3287B (th) 1993-07-18

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
AU610520B2 (en) Enzymatic membrane method for the synthesis and separation of peptides
EP0278787B1 (en) A process for enzymatic production of dipeptides
Ueoka et al. Remarkable steric control for the enantioselective cleavage of amino acid esters
DE69125614T2 (de) Verfahren zur herstellung c-terminal amidierter peptide
JP2000502060A (ja) 有機溶媒にタンパク質を溶解するための方法
TH3287B (th) วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์
TH5188A (th) วิธีใช้เยื่อเพื่อการสังเคราะห์และแยกเพพไทด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอนไซม์
SEKIZAKI et al. Tripsin-Catalyzed Peptide Synthesis with Various p-Guanidinophenyl Esters as Acyl Donors
US5037741A (en) Enzymatic method for the synthesis and separation of peptides
US5336601A (en) Enzymatic membrane method for the snythesis and separation of peptides
Yoshikawa et al. Transport of amino acids through synthetic polymer membranes containing pyridinium cationic charge sites
Chen et al. Protease-catalyzed synthesis of precursor dipeptides of RGD with reverse micelles
JPS5750900A (en) Preparation of modified protein-like composition
KR100270257B1 (ko) 피혁 폐기물을 이용한 저분자량 단백질 용액의 제조방법
JPS61205490A (ja) 酵素的合成法並びに装置
US5202235A (en) Enzymatic method for the synthesis and separation of peptides
Stepanov Proteinases as catalysts in peptide synthesis
Sannier et al. Stability of a mineral membrane ultrafiltration reactor for peptide hydrolysis of hemoglobin
EP0273679A2 (en) Improved method for effecting enzymatic reactions and an enzymatic reactor useful therein
Kuhl et al. On the use of carboxamidomethyl esters in the protease-catalyzed peptide synthesis
AU641161B2 (en) Enzymatic membrane method for the synthesis and separation of peptides
CA1314254C (en) Enzymatic membrane method for the synthesis and separation of peptides
Ohkubo et al. Enantioselective hydrolysis of N-Acyl Amino Acid Esters by Tripeptide-type L-Histidine Derivative in a Bilayer Vesicular System.
Miyazawa et al. α-Chymotrypsin-catalysed peptide synthesis using activated esters as acyl donors
West et al. Enzyme-catalysed synthesis of peptides containing D-amino acids