TH50679B - สารผสมออพติคัลเรซิน - Google Patents

สารผสมออพติคัลเรซิน

Info

Publication number
TH50679B
TH50679B TH1004456A TH0001004456A TH50679B TH 50679 B TH50679 B TH 50679B TH 1004456 A TH1004456 A TH 1004456A TH 0001004456 A TH0001004456 A TH 0001004456A TH 50679 B TH50679 B TH 50679B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
group
monomer
chemical formula
polymerized
photochromic
Prior art date
Application number
TH1004456A
Other languages
English (en)
Other versions
TH50196A (th
Inventor
เอ สมิธ นายโรเบิร์ต
ดี เฮอโรลด์ นายโรเบิร์ต
โอ โอโคโรเฟอร์ นายไมเคิล
เจ เกรแฮม นายมาร์วิน
Original Assignee
นางสาวมณฑนา สีตสุวรรณ
นายกฤชวัชร์ ชัยนภาศักดิ์
นายสัตยะพล สัจจเดชะ
นายสัตยะพล สัจจเดชะ นายกฤชวัชร์ ชัยนภาศักดิ์ นางสาวมณฑนา สีตสุวรรณ
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวมณฑนา สีตสุวรรณ, นายกฤชวัชร์ ชัยนภาศักดิ์, นายสัตยะพล สัจจเดชะ, นายสัตยะพล สัจจเดชะ นายกฤชวัชร์ ชัยนภาศักดิ์ นางสาวมณฑนา สีตสุวรรณ filed Critical นางสาวมณฑนา สีตสุวรรณ
Publication of TH50196A publication Critical patent/TH50196A/th
Publication of TH50679B publication Critical patent/TH50679B/th

Links

Abstract

DC60 (21/04/58) การประดิษฐ์นี้ มุ่งไปที่สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ชนิดใหม่ ที่ประกอบรวม ด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น ที่มีอย่างน้อยหนึ่งโม โนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล มีอย่างน้อยสองหมู่(เมท)อะคริโลอิล ซึ่งมีส่วน เชื่อมต่อของโซ่หลัก ที่เลือกจากส่วนเชื่อมต่อของไทโอยูรีเทน, ส่วนเชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน, การรวมกันของส่วนเชื่อมต่อไทโอยูรีเธน และส่วนเชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน การประดิษฐ์นี้ถูกมุ่ง ไปที่โพลีเมอไรเซท ที่ถูกเตรียมจากสารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้, ชิ้นงานที่ทำให้เป็น รูปร่าง ที่ถูกเตรียมจากสารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ และชิ้นงานโฟโตโครมิกที่อาจถูกเตรียม จากสารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ของการประดิษฐ์นี้ แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 21/04/2558 การประดิษฐ์นี้ มุ่งไปที่สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ชนิดใหม่ ที่ประกอบรวม ด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น ที่มีอย่างน้อยหนึ่งโม โนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล มีอย่างน้อยสองหมู่(เมท)อะคริโลอิล ซึ่งมีส่วน เชื่อมต่อของโซ่หลัก ที่เลือกจากส่วนเชื่อมต่อของไทโอยูรีเทน, ส่วนเชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน, การรวมกันของส่วนเชื่อมต่อไทโอยูรีเธน และส่วนเชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน การประดิษฐ์นี้ถูงมุ่ง ไปที่โพลีเมอไรเซท ที่ถูกเตรียมจากสารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้, ชิ้นงานที่ทำให้เป็น รูปร่าง ที่ถูกเตรียมจากสารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ และชิ้นงานโฟโตโครมิฟที่อาจถูกเตรียม จากสารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ของการประดิษฐ์นี้ ------------------------------------------------------- การประดิษฐ์นี้ มุ่งไปที่สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ชนิดใหม่ ที่ประกอบรวม ด้วย โม โนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งชนิด ที่มีอย่างน้อยหนึ่ง โมโน เมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล มีอย่าง น้อยสองหมู่(เมท)อะคริโลอิล ซึ่งมีพันธะ ของโซ่ หลัก ที่เลือกจากพันธะของไทโอยูรีเธน, พันธะ ของไดไทโอยูรีเธน, การรวมกันของพันธะไท โอยู รีเธน และพันธะของไดไทโอยูรีเธน การประดิษฐ์ นี้ถูกมุ่งไปที่โพลีเมอไรเซท ที่ถูกเตรียมจาก สาร ผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้, ชิ้นงานที่ ทำให้เป็นรูปร่าง ที่ถูกเตรียมจากสารผสมที่ สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ และชิ้นงานโฟโตโครมิก ที่อาจถูกเตรียมจากสารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพ ลี เมอไรซ์ได้ของการประดิษฐ์นี้

Claims (7)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 21/04/2558 1. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอร์ไรซ์ได้ ซึ่งประกอบรวมด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอร์ไรซ์ ได้แบบอนุมูลหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งชนิดของมันเป็นโมโนเมอร์ที่หนึ่งที่มีอย่าง น้อยสองหมู่ (เมท) อะคริโลอิล และที่ประกอบรวมด้วย ส่วนเชื่อมต่อ (linkages) ของโซ่หลักหนึ่ง ส่วนหรือมากกว่านั้น ซึ่งถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบรวมด้วยส่วนเชื่อมต่อของไทโอยูรีเธน และ ส่วน เชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน, ที่ซึ่ง พรีเคอร์เซอร์โมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว ถูกเตรียมได้จาก ปฏิกิริยาของวัสดุสารไฮโดรเจนที่ รีแอคทีฟ ที่ประกอบรวมด้วยโพลีไทออลโมโนเมอร์ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไทออล และโมโนเมอร์ที่มี อย่างน้อยสองหมู่ฟังก์ชัน ซึ่งถูกเลือกจากอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ประกอบด้วยไอโซไซยาเนท และ ไอโซ ไทโอไซยาเนท, และที่ซึ่ง วัสดุสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ยังประกอบรวมด้วยโพลีเอมีน ซึ่งถูกเลือก จากหมู่ที่ประกอบด้วยเอธิลีนเอมีน , C1-C3 ไดแอลคิลโทลูอีนไดเอมีน, เมธิลีนไดอะนิลีน, ไตรเมธิลีน ไกลคอล ได(พารา-อะมิโนเบนโซเอท), ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (A): (สูตรเคมี) (A) ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (B): (สูตรเคมี) (B) และ ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (C): (สูตรเคมี) (C) 2. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ของข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งโพลีเอมีนประกอบรวมด้วย ไดเอมีนที่ ถูกเลือกจากหนึ่งหมู่หรือมากกว่านั้นที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3 แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 3. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ของข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งโพลีเอมีนประกอบรวมด้วย ไดเอมีนที่ ถูกเลือกจากหนึ่งหมู่หรือมากกว่านั้นที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล , และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 4. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ของข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งโพลีเอมีนประกอบรวมด้วย ไดเอมีนที่ ถูกเลือกจากหนึ่งหมู่หรือมากกว่านั้นที่ประกอบรวมด้วย (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 5. โพลีเมอไรเซทที่ถูกสร้างโดยการโพลีเมอไรซ์สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ของข้อถือ สิทธิข้อ 1 6. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 5 ที่ซึ่งวัสดุสารที่มีไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟประกอบรวมด้วย ไดเอ มีนที่ถูกเลือกจากหนึ่งหมู่หรือมากกว่านั้นที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) (VIII) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3 แอลคิล , และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดมีนดังกล่าว 7. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 5 ที่ซึ่งวัสดุสารที่มีไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟประกอบรวมด้วย ไดเอ มีนที่ถูกเลือกจากหนึ่งหมู่หรือมากกว่านั้นที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3 แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 8. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 5 ที่ซึ่งวัสดุสารที่มีไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟประกอบรวมด้วย ไดเอ มีนที่ถูกเลือกจากหนึ่งหมู่หรือมากกว่านั้นที่ประกอบรวมด้วย (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล , และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 9. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ที่ประกอบรวมด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ ได้แบบอนุมูลหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งชนิดของมันคือโมโนเมอร์ที่หนึ่งที่มีอย่าง น้อยสองหมู่ (เมท) อะคริโลอิล และที่ประกอบรวมด้วย ส่วนเชื่อมต่อของโซ่หลักหนึ่งส่วนหรือ มากกว่านั้น ซึ่งถูกเลือกจากส่วนเชื่อมต่อไทโอยูรีเธน และ ส่วนเชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน ที่ ซึ่งพรีเคอเซอร์ของโมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว ถูกเตรียมจากปฏิกิริยาขอวัสดุสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ และโมโนเมอร์ ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ฟังก์ชัน ที่เลือกจากอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ประกอบด้วยไอโซไซ ยาเนท และ ไอโซไทโอไซยาเนท ที่ซึ่งวัสดุสารไฮโดรเจนรีแอคทีฟ ประกอบรวมด้วย (a) โพลีไทออลโมโนเมอร์; และ/หรือ สารประกอบที่มีหนึ่งหมู่ไทออลหรือมากกว่านั้น และ หนึ่งหมู่ไฮดรอกซิลหรือมากกว่านั้น (b) วัสดุสารซึ่งประกอบรวมด้วยอย่างน้อยสองหมู่ไพรมารีเอมีน และ/หรือ หมู่เซคคัลดารี เอมีน และ (c) โดยทางเลือกแล้ววัสดุสาร ซึ่งประกอบรวมด้วยสองหมู่ไฮดรอกซิล 1 0. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 9 ที่ซึ่ง หมู่ไทออลของโพลีไทออลดังกล่าว ประกอบรวมด้วยอย่างน้อย 50 % โดยโมล ที่มีพื้นฐานมาจาก โมลาร์สมมูลโดยรวมของหมู่ไทออล, หมู่ไฮดรอกซิล, หมู่ไพรมารีเอมีน และ หมู่เซคคัลดารีเอมีน ของโพลีไทออลโมโนเมอร์ดังกล่าว และ วัสดุสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟดังกล่าว 1 1. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 9 ที่ซึ่ง หมู่ไทออลของโพลีไทออลโมโนเมอร์ ประกอบรวมด้วย อย่างน้อย 50 %โดยโมล มีพื้นฐานมาจากโมลาร์สมมูลรวมของหมู่ไทออล, หมู่ไฮดรอกซิล, หมู่ไพร มารีเอมีนและ หมู่เซคคัลดารีเอมีน ของโพลีไทออลโมโนเมอร์ดังกล่าว และวัสดุสารไฮโดรเจนที่รี แอคทีฟดังกล่าว 1 2. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ซึ่งประกอบรวมด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ ได้แบบอนุมูลหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งชนิดของมันคือโมโนเมอร์ที่หนึ่งที่มีอย่าง น้อยสองหมู่ (เมท) อะคริโลอิล และที่ประกอบรวมด้วย ส่วนเชื่อมต่อของโซ่หลักหนึ่งส่วนหรือ มากกว่านั้น ซึ่งถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบรวมด้วยส่วนเชื่อมต่อของไทโอยูรีเธน และ ส่วนเชื่อมต่อ ของไดไทโฮยูรีเธน, ที่ซึ่งพรีเคอเซอร์ของโมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว ถูกเตรียมจากปฏิกิริยาของ (a) วัสดุสารไฮโดรเจนที่รี แอคทีฟ ซึ่งประกอบรวมด้วย โพลีไทออลโมโนเมอร์ซึ่งมีอย่างน้อยสองหมู่ไทออล และ (b) โมโน เมอร์ซึ่งมีสูตรทั่วไป: (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R10 และ R11 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกันคือ C1 ถึง C3แอลคิล และที่ซึ่งโพลีเมอไรเซทของสาร ผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอร์ไรซ์ดังกล่าวซึ่งมีดัชนีหักเหตั้งแต่ประมาณ 1.57 ถึงประมาณ 1.80 1 3. โพลีเมอไรเซทที่ถูกสร้างโดยการโพลีเมอร์ไรซ์สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ซึ่ง ประกอบรวมด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอร์ได้แบบอนุมูลหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, ซึ่งอย่าง น้อยหนึ่งชนิดของมันคือโมโนเมอร์ที่หนึ่งที่มีอย่างน้อยสองหมู่ (เมท) อะคริโลคิล และที่ประกอบรวม ด้วย ส่วนเชื่อมต่อของโซ่หลักหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น ซึ่งถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบรวมด้วยส่วน เชื่อมต่อทองของไทโอยูรีเธน และส่วนเชื่อมต่อของไดไทโอยูรีเธน ที่ซึ่งพรีเคอเซอร์ของโมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว ถูกเตรียมจากปฏิกิริยาดังกล่าวของวัสดุสารไฮโดรเจนที่มีรี แอคทีฟที่ประกอบรวมด้วย (a) โพลีไทออลโมโนเมอร์ซึ่งมีอย่างน้อยสองหมู่ไทออล และ (b) โมโน เมอร์ซึ่งมีสูตรทั่วไป: (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R10 และ R11 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกันคือ C1 ถึง C3 แอลคิล และ ที่ซึ่ง โพลีเมอไรเซทมีดัชนีหักเหตั้งแต่ประมาณ 1.57 ถึงประมาณ 1.80 -------------------------------------------------------- 1.สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ซึ่งประกอบรวมด้วย โมโนเมอร์ที่สามารถ โพลีเมอ ไรซ์ได้แบบอนุมูลหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิด, อย่างน้อยหนึ่งของโมโนเมอร์ที่สามารถโพลี เมอ ไรซ์ได้แบบอนุมูล คือโมโนเมอร์ที่หนึ่งที่มีอย่าง น้อยสองหมู่ (เมท)อะคริโลอิล และประกอบ รวม ด้วย พันธะของโซ่หลักหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง ชนิด ซึ่งถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย พันธะ ของไทโอยูรีเธน และ พันธะของไดไทโอยูรีเธน 2. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 1 ประกอบเพิ่มเติมด้วย อย่างน้อยหนึ่งโมโนเมอร์ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย (a) โมโนเมอร์ที่สามารถฌพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่สอง ซึ่งแตกต่างจากโมโน เมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว และมีอย่างน้อยสองหมู่ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่ไม่อิ่มตัวแบบเอ ธิลีน ซึ่งถูกเลือกจาก ไวนิล, แอลลิล และ (เมท)อะคริโลอิล (b) โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่สาม ที่มีอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน ซึ่งแตกต่างจากโมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว และโมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว ซึ่งถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย (i) โมโนเมอร์ที่ไม่อิ่มตัวแบบโมโน เอธิลีน และ (ii) โมโนเมอร์แอนด์ไฮไดรดื ที่มีอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน ที่ซึ่งแตกต่าง จากโมโนเมอร์ (i) และ (c) โมโนเมอร์โพลีไทออล ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไทออล 3. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่ง พรีเคอร์เซอร์ของโมโนเมอร์ ที่หนึ่งดังกล่าว ถูกเตรียมได้จาก ปฏิกิริยาของสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ซึ่งโมโนเมอร์โพลีไทออลมี อย่างน้อยสองหมู่ไทออล และโมโนเมอร์โพลีไซยาเนทมีอย่างน้อยสองหมู่ฟังก์ชันนัล ซึ่งถูกเลือก จากอย่างน้อยหนึ่งหฒุ่ที่ประกอบด้วย ไอโซไซยาเนท และ ไอโซไทโอไชยาเนท 4. สารผสมที่สามาระโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 3 ที่ซึ่ง พรีเคอร์เซอร์ ของโมโน เมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว มีหมู่ไฮโดรเจนรีแอคทีฟที่ปลาย ถูกฟังก์ชันนัลไลซ์โดยปฎิกิริยาที่มีหนึ่งหรือ มากกว่าหนึ่งชนิดที่เลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย (เมท)อะครีลิกแอนด์ไฮไดรด์ ,(เมท) อะครีลิล คลอไรด์ ,ไกลซิดิล ( เมท) อะครีเลท, ไอโซไซยานาโตแอลคิล( เมท) อะครีเลท, ไฮดรอกซีแอลคิล (เมท)อะครีเลท คลอโรฟอร์เมท เอสเทอร์ และ ไฮดรอกซีเอทธิลเมทธาคริเลท คลอโรฟอร์เมท เอสเทอร์ 5. สารผสมทีสามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 3 ที่ซึ่ง อัตราส่วนโมลาร์สมมูลของ (NCO + NCS)/(SH)มีค่าตั้งแต่ 0.25:1 ถึง 4:1 6. สารผสมทีสามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 3 ที่ซึ่ง สารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ประกอบเพิ่มเติมด้วยอย่างน้อยสองหมู่ไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ที่ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮดรอกซิล, ไพรมารี เอมีน, เซคคัลดารี เอมีน และสารประกอบที่มีหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งหมู่ไท ออล และ หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งหมู่ไฮดรอกซิล 7. สารผสมทีสามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 6 ที่ซึ่งสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ คือโพลีเอมีน ซึ่งถูกเลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย เอธิลีนเอมีน ,C1-C3 ไดแอลคิลโทลูอีนไดเอมีน, เมธีลีนไดอะนีลีน , ไตรเมธิลีนไกลคอล ได(พารา- อะมีโนเบนโซเอท), ไดเอมีนที่แทนที่โดยสูตรทั่วไป (A) : (A) (สูตรเคมี) ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (B): (B) (สูตรเคมี) และไดเอมีนมี่แทนที่โดยสูตรทั่วไป (C): (C) (สูตรเคมี) 8. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 7 ไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (A) ถูก เลือกจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิดของกลุ่มที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 9. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 7 ที่ซึ่งไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (B) ถูกเลือกจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่มที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 1 0. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 7 ที่ซึ่งไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (C) ถูกเลือกจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่มที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 1 1.ถึง 4 : 1 1 2. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อที่ 6 ที่ซึ่ง หมู่ไทออลของ โมโน เมอร์โพลีไทออลดังกล่าว ประกอบด้วย อย่างน้อย 50 %โดยโมล บนพื้นฐานของโมลาร์สมมูลรวม ของหมู่ไทออล, หมู่ไดรอกซิล, หมู่ไพรมารีเอมีน และ หมู่เซคคัลดารีเอมีน ของโมโนเมอร์โพลีไท ออลดังกล่าว และสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟดังกล่าว 1 3. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 2 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว คือ อะโรมาติกโมโนเมอร์ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไวนิล และถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย ไดไวนิล เบนซีน, ไดไอโซโพรพินิลเบนซีน, ไตรไวนิลเบนซิน, ไดไวนิลเนฟทาลีน, อนุพันธ์ของไดไวนิลเบน ซีนที่ถูกแทนที่ด้วยฮาโลเจน, ไดไอโซโพรพินิลเบนซีน, ไตรไวนิลเบนซีน, ไดไวนิลแนฟทาลีน และ ของผสมของสิ่งเหล่านี้ 1 4. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 2 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว มีหมู่ (เมท) อะคริโลอิล และถูกเลือกมาจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่ม ที่ประกอบด้วย (i) โมโนเมอร์ที่แทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง m และ n แต่ละตัวเป็นจำนวนบวก ผลรวมของ m และ n มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 70, R3 และ R4 แต่ละตัวคือ ไฮโดรเจน หรือ เมทธิล , R5 และ R6 แต่ละตัวคือ ไฮโดรเจน หรือ C1-C2 แอลคิล, และ A คือหมู่ที่เชื่อมด้วยพันธะไดวาเลนท์ ซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย โซ่ตรง หรือ ที่เป็นกิ่งของ แอลคิลีน , ไซคลิคแอลคิลีน, ฟีนิลีน , ฟีนิลีนที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9 แอลคิล, และกลุ่มซึ่งแทนโดย สูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R7 และ R8 แต่ละตัวคือ C1-C4 แอลคิล, คลอรีน หรือ โบรมีน,p และ q แต่ละตัวเป็นจำนวน เต็มตั้งแต่ 0 ถึง 4 (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน หรือ หมู่ไดวาเลน์ไซโคลเฮกเซนหมู่ใด หมู่หนึ่ง, เมื่อ (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน, X ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย O, S, -S(O2)-, -C(O)-, -CH2-, -CH=CH-, -C(CH3)2-, -C(CH3)(C6H5)- และ (สูตร) ; เมื่อ (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์ไซโคลเฮกเซน, X ถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย O, S, -CH2-, และ -C(CH3)2- (ii) บิส [(เมท)อะคริโลอิล-เทอมิเนเทค] โพลิ(เอธิลีนไกลคอล) โมโนเมอร์ ซึ่งแตก ต่างจากโมโนเมอร์ (i) ทีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยจำนวนตั้งแต่ 200 ถึง 2,000 กรัม/โมล และ (iii ) โพลี(เมท) อะครีโลอิล เทอมิเนเทคโมโนเมอร์ แทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ : (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R\' คือ อนุมูลโพลีวาเลนท์ ของโพลีออล, R9 คือ ไฮโดรเจน หรือ เมทธิล, R5 คือไฮโดรเจน หรือ C1 ถึง C2 แอลคิล, d คือจำนวนตั้งแต่ 0 ถึง 20 และ j คือ จำนวนทั้งหมด ตั้งแต่ 3 ถึง 6 1 5. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 14 ที่ซึ่ง ) คือ -C(CH3)2-, (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน, p และ q แต่ละตัวคือ 0, R3 และ R4 แต่ละตัวคือ เมทธิล ,R5 และ R6 แต่ละตัว คือ ไฮโดรเจน, ผลรวมของ m และ n มีค่าตั้งแต่ 5 ถึง 20, R\' เป็นอนุมูลของ เพนตะอีริทริทอล, j คือ 3, R9 คือ ไฮโดรเจน และ d คือ 0 1 6. สารผสมที่สามารถโพลีเมอร์ไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 2 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว มีหมู่แอลลิล และถูกแทนที่โดยสูตรทั่วไปดังนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R เป็นอนุมูลที่ได้จากโพลีออล, R10 เป็นอนุมูลที่ได้จากแอลลิล หรือ หมู่แอลลิลที่ถูกแทนที่ และ i คือ จำนวนทั้งหมดตั้งแต่ 2 ถึง 6 1 7. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 16 ที่ซึ่ง R ได้มาจากโพลีออล คือ 4,4\'-ไอโซโพรพิลิดินไดฟีนอล, i เป็น 2 และ R10 คืออนุมูลที่ได้มาจากหมู่แอลลิล 1 8. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 2 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์โพลีไทออลดัง กล่าว คือหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิดที่ถูกเลือกมาจาก กลุ่มที่ระกอบด้วย 2,5-ไดเมอเคพโค เมทธิล-1,4- ไดไธเอน, 2,2\'- ไทโอไดอีเธนไทออล, เพนตะอีริทริทอล เตตระคิส(3- เมอเคพโตโพรพิโอ เนท), เพนตะอีริทริทอล เตตระคิส(2- เมอเคพโตอะซีเตท ), ไตรเมทธิลอลโพรเพน ทริส(3- เมอเคพ โตโพรพิโอเนท), ไตรเมทธิลอลโพรเพน ทริส(2- เมอเคพโตอะซีเตท, 4- เมอเคพโตเมทธิล-3,6-ไดไธ อะ-1,8-ออกเทนไดไทออล, 4-tert-บิวทิล-1,2-เบนซีนไดไทออล, 4,4\'- ไทโอไดเบนซีนไทออล , เบน ซีนไดไทออล, เอธิลีนไกลคอลไค (2-เมอเคพโตอะซีเตท), เอธิลีนไกลคอล ได(3-เมอแคพโต โพรพิโอเนท), โพลี( เอธิลีนไกลคอล) ได(2-เมอแคพโตอะซีเตท), โพลี(เอธิลีนไกลคอล) ได(3-เมอ แคพโตโพรพิโอเนท), โพลิไทออลถูกแทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R1 และ R2 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกัน ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย โซ่ตรงหรือกิ่งของแอล คิลีน, ไซคลิกแอลคิลีน, ฟีนิลิน และ ฟินิลีนที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9 แอลคิล และ โอลิโกเมอร์ของโพ ลีไทออลดังกล่าว 1 9. วิธีของข้อถือสิทธิที่ 18 ที่ซึ่ง โพลีไทออลโอลิโกเมอร์ดังกล่าว ถูกแทนโดยสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R1 และ R2 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกัน ถูกเลือกจากโซ่ตรง หรือกิ่งของแอลคิลีน, ไซคลิกแอลคิ ลีน, ฟีนิลีน และ ฟีนิลินที่ถูกแทนที่ด้วย C1-Cg แอลคิล n และ m เป็นอิสระต่อกัน คือจำนวนเต็ม ตั้งแต่ 0 ถึง 21 ในทางที่ทำให้ n+m มีค่าอย่างน้อย 1 2 0. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 18 ที่ซึ่งโพลีไทออลโอลิ โกเมอร์ดังกล่าว ถูกแทนโดยสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง n เป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 21 2 1. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 2 ที่ซึ่งโมโนเมอร์ที่ไม่อิ่ม ตัวแบบโมโนเอธิลีนดังกล่าว คือหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิด ที่ถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สไตรีน, เมทธิลเมทธาคริเลท, ไอโซบอนิลเมทธาคริเลท, ฟีนอกซีเอทธิลเมทธาคริเลท, ไซโคลเฮก ซิลเมทธาคริเลท, ไวนิลอะซีเตท, ไวนิลคลอไรด์, เมอแคพโตเอทธิล(เมท)อะครีเลท, ไวนิลเมอแคพ แทน และ แอลลิลเมอแคพแทน 2 2. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 2 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์แอนไฮไดรด์ ดังกล่าว ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย เมทธาคริลิกแอนไฮไดรด์, อะคริลิกแอนไฮไดรด์, มาเล อิกแอนไฮไดรด์, 1-ไซโคลเพนทีน-1,2-ไดคาร์ชิลิกแอนไฮไดรด์, ไอทาโคนิกแอนไฮไดรด์ และ ของ ผสมของโมโนเมอร์ดังกล่าว 2 3. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 3 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์โพลีไซ ยาเนท มีอย่างน้อยที่สุดสองหมู่ฟังก์ชันนัล มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งอะตอมซัลเฟอร์ ในโซ่หลักของ มัน 2 4. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 23 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์โพลีไซ ยาเนท มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งของอะตอมซัลเฟอร์ ในโซ่หลักของมันมีสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R10 และ R11 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกันคือ C1 ถึง C3แอลคิล 2 5. โพลีเมอไรเซท ถูกสร้างโดยการโพลีเมอไรซ์ สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ประกอบด้วย หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งโมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล, อย่างน้อยหนึ่ง ของโมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล เป็นโมโนเมอร์ที่หนึ่งที่มีอย่างน้อยสองหมู่(เมท) อะคริโอลิส และ ประกอบด้วย หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งพันธะของโซ่หลัก ที่ถูกเลือกจาก กลุ่มที่ ประกอบด้วย พันธะของไทโอยูรีเธน และพันธะของไดไทโอยูรีเธน 2 6. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 25 ประกอบเพิ่มเติมด้วยอย่างน้อยหนึ่งโมโนเมอร์ ที่ ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย (a) โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ แบบอนุมูลที่สอง แตกต่างจากโมโนเมอร์ ที่หนึ่งดังกล่าว และมีอย่างน้อยสองหมู่ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน ที่ถูกเลือกจาก ไวนิล, แอลลิล และ (เมท) อะคริโลอิล (b) โมโนเมอร์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่สาม มีอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ สามารถโพลีเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน, ที่ซึ่งแตกต่างจากโมโนเมอร์ที่หนึ่งดัง กล่าว และโมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย, (i) โมโนเมอร์ที่ไม่อิ่มตัว แบบโมโนเอธิลีน และ (ii) โมโนเมอร์แอนไฮไดรด์ที่มีอน่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน ซึ่ง แตกต่างจากโมโนเมอร์ (i;: และ (c) โมโนเมอร์โพลีไทออล ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไทออล 2 7. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิข้อ 25 ที่ซึ่งพรีเคอเซอของโมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว ถูก เตรียมจากปฏิกิริยาของสารไฮโดรเจนรีแอคทีฟ ซึ่งโมโนเมอร์โพลีไทออล มีอย่างน้อยสองหมู่ไท ออล และโมโนเมอร์โพลีไซยาเนท ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ฟังก์ชั่น ที่เลือกจากอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ ประกอบด้วย ไอโซไซยาเนท และ ไอโซไทโอไอยาเนท 2 8. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิข้อ 25 ที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์สมมูล ของ (NCO+NCS)/ (SH) มีค่าตั้งแต่ 0.25:1 ถึง 4:1 2 9. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิข้อ 27 ที่ซึ่ง สารไฮโดรเจนรีแอคทีฟ ประกอบเพิ่มเติม ด้วย อย่างน้อยสองหมู่ไฮโดรเจนรีแอคทีฟ ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮดรอกซิล, ไพรมารี เอ มีน, เชคคัลดารี เอมีน และสารประกอบที่มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งหมู่ไทออล และ หนึ่งหรือมาก กว่าหนึ่งหมู่ไฮดรอกซิล 3 0. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิ ข้อ 29 ที่ซึ่ง สารไฮโดรเจนรีแอคทีฟ คือ โพลีเอลีมีน ที่ถูก เลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยเอธิลีนเอมีน, C1-C3 ไดแอลคิลโทลูอีนไดเอมีน, เมธิลีนไดอะนีลีน, ไตร เมธีลีนไกลคอล ได(พารา-อะมิโนเบนโซเอท), ไดเอมีนที่แทนที่โดยสูตรทั้วไป (A) : (A) (สูตรเคมี) ไดเอมีนที่แทนทีโดยสูตรทั่วไป (B) : (B) (สูตรเคมี) ไดเอมีนที่แทนทีโดยสูตรทั่วไป (C) : (C) (สูตรเคมี) 3 1. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิข้อ 30 ที่ซึ่ง ไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (A) ถูกเลือกจากหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งหมู่ที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3 แอลคิล และ R5 ถูกเลือกจาก ไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 3 2. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ตามข้อถือสิทธิข้อ 30 ที่ซึ่งไดเอมีน ที่มีสูตรทั่วไป (B) ถูกเลือกจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งหมู่ที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3 แอลคิล และ R5 ถูกเลือกจาก ไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 3 3. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิข้อ 30 ที่ซึ่ง ไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (C) ถูกเลือกจากหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งหมู่ที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3 แอลคิล และ R5 ถูกเลือกจาก ไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 3 4. โพลีเมอไรเซท ของข้อถือสิทธิข้อ 25 ที่ซึ่งอัตราส่วนโมลาร์สมมูล ของ (NCO+NCS)/ (SH+OH+NH2+-NH-) 3 5. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 29 ที่ซึ่ง หมู่ไทออลของโมโนเมอร์โพลีไทออลดัง กล่าว ประกอบด้วยอย่างน้อย 50 % โดยโมล ที่มีพื้นฐานมาจาก โมลาร์สมมูลรวมของหมู่ไทออล หมู่ไฮดรอกซิล หมู่ไพรมาเอมีน และ หมู่เซคคัลดารีเอมีน ของโมโนเมอร์ไทออลดังกล่าว และสารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟดังกล่าว 3 6. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว คือ อะโรมาติกโม โนเมอร์ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไวนิล และถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย ไดไวนิลเบนซีน, ไดไอโซ โพรพินิลเบนซิน, ไตรไวนิลเบนซีน, ไดไวนิลแนฟธาลีน, อนุพันธ์ของไดไวนิลเบนซินที่ถูกแทนที่ ด้วยฮาโลเจน , ไดไอโซโพรพินิลเบนซิน, ไตรไวนิลเบนซิน, ไดไวนิลแนฟธาลีน และของผสมของสิ่ง เหล่านี้ 3 7. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว มีหมู่ (เมท)อะคริ โลอิล และถูกเลือกมาจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่ม ที่ประกอบด้วย (i) โมโนเมอร์ที่แทนที่โดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง m และ n แต่ละตัวเป็นจำนวนบวก ผลรวมของ m และ n เป็น 0 ถึง 70, R3 และ R4 แต่ละตัว คือ ไฮโดรเจน หรือ เมทธิล, R5 และ R6 แต่ละตัวคือ ไฮโดรเจน หรือ C1-C2 แอลคิล, และ A คือหมู่ ที่เชื่อมด้วยพันธะไดวาเลนท์ ซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย โซ่ตรง หรือ ที่เป็นกิ่งของ แอลคิลิน, ไซคลิคแอลคิลีน, ฟีนิลีน, ฟีนิลีนที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9แอลคิล, และกลุ่มซึ่งแทนโดยสูตรทั่วไปดัง ต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R7 และ R8 แต่ละตัวคือ C1-C4 แอลคิล, คลอรีน หรือ โบรมีน, p และ q แต่ละตัวเป็นจำนวน เต็มตั้งแต่ 0 ถึง 4 (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน หรือ หมู่ไดวาเลนท์ไซโคลเฮกเซนหมู่ใด หมู่หนึ่ง , เมื่อ (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน, X ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย O, S, -S(O2)-, -C(O)-, -CH2-, -CH=CH-, -C(CH3)(C6H5)- และ (สูตรเคมี) ; เมื่อ (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์ไซโคลเฮกเซน, X ถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย O, S, -CH2-, และ -C(CH3)2- (ii) บิส [(เมท)อะครีโลอิล-เทอมิเนเทด] โพลิ(เอธิลีนไกลคอล) โมโนเมอร์ ซึ่งแตก ต่างจากโมโนเมอร์ (i) มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยจำนวนตั้งแต่ 200 ถึง 2,000 กรัม/โมล และ (iii) โพลี(เมท) อะคริโลอิล เทอมิเนเทดโมโนเมอร์ แทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้; (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R\' คือ อนุมูลโพลีวาเลนท์ ของโพลิออล, R9 คือ ไฮโดรเจน หรือเมทธิล, R5 คือ ไฮโดรเจน หรือ C1 ถึง C2แอลคิล ,d คือ จำนวนตั้งแต่ 1 ถึง 20 และ j คือ จำนวนทั้งหมด ตั้งแต่ 3 ถึง 6 3 8. โพลิเมอไซเซทของข้อถือสิทธิข้อ 37 ที่ซึ่ง X คือ -C(CH3)2-, (Z) แทนหมูไดวาเลนท์เบนซีน, p และ q แต่ละตัวคือ 0, R3 และ R4 แต่ละตัวคือเมทธิล, R5 และ R6 แต่ละตัว คือ ไฮโดรเจน, ผลรวมของ m และ n มีค่าจาก 5 ถึง 20 , R\' เป็นอนุมูลของเพนตะอีริทริ ทอล, j คือ 3, R9 คือ ไฮโดรเจน และ d คือ 0 3 9. โพลิเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว มีหมู่แอลลิล และ ถูกแทนโดยสูตรทั่วไปดังนี้ R-[-O-C(O)-O-R10]1 ที่ซึ่ง R เป็น อนุมูลที่ได้จากโพลีออล, R10 เป็นอนุมูลที่ได้จากแอลลิล หรือ หมู่แอลลิลที่ถูกแทนที่ และ i คือ จำนวนทั้งหมดตั้งแต่ 2 ถึง 6 4 0. โพลิเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 39 ที่ซึ่ง R ได้มาจากโพลิออล คือ 4,4\'-ไอโซโพรพิลิ ดีนไดฟีนอล, i เป็น 2 และ R10 คืออนุมูลที่ได้มาจากหมู่แอลลิล 4 1. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์โพลีไทออลดังกล่าว คือหนึ่งหรือ มากกว่าหนึ่งชนิดที่เลือกมาจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย 2,5-ไดเมอเคพโตเมทธิล-1,4-ไดไธเอน, 2,2\'-ไทโอไดอีเธนไทออล, เพนตะอีริทริทอล เตตระคิส(3-เมอเคพโตโพรพิโอเนท), เพนตะอีริทริ ทอล เตตระคิส(2-เมอเคพโตอะซีเตท) , ไตรเมทธิลอลโพรเพน ทริส(3-เมอเคพโตโพรพิโอเนท), ไตรเมทธิลอลโพรเพน ทริส(2-เมทเคพโตอะซีเตท), 4-เมอเพโตเมทธิล-3,6-ไดไธอะ- 1,8-ออกเทน ไดไทออล, 4-tert-บิวทิล-1,2-เบนซีนไดไทออล, 4,4\'-ไทโอไดเบนซีนไทออล, เบนซีนไดไทออล, เอธิ ลีนไกลคอลได (2-เมอเคพโตอะซีเตท), เอธิลีนไกลคอล ได(3-เมอเคพโตโพรพิโอเนท)ม โพลี(เอธิ ลีนไกลคอล) ได(2-เมอแคพโตอะซีเตท), โพลี(เอธิลีนไกลคอล) ได(3-เมอแคพโตโพรพิโอเนท), โพ ลีไทออลถูแทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R1 และ R2 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกัน ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย โซ่ตรงหรือกิ่งของแอล คิลีน, ไซคลิกแอลคิลีน, ฟีนิลีน และ ฟีลินีนที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9 แอลคิล และ โอลิโกเมอร์ของโพ ลีไทออลดังกล่าว 4 2. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 41 ที่ซึ่ง โพลีไทออลโอลิโกเมอร์ดังกล่าว ถูกแทนโดย สูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R1 และ R2 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกัน ถูกเลือกจากโซ่ตรง หรือกิ่งของแอลคิลิน, ไซคลิกแอลคิ ลีน, ฟีลินิน และ ฟีลินินที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9 แอลคิล n และ m เป็นอิสระต่อกัน คือ จำนวนเต้ม ตั้งแต่ 0 ถึง 21 ในทางที่ทำให้ n+m มีค่าอย่างน้อย 1 4 3. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 41 ที่ซึ่ง โพลีไทออลโอลิโกเมอร์ดังกล่าว ถูกแทนโดย สูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง n เป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 21 4 4. สารผสมโพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่ไม่อิ่มตัวแบบโมโนเอธิ ลีนดังกล่าว คือหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิด ที่ถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สไตรีน, เมทธิล เมทธาคริเลท, ไอโซบอนิลเมทธาคริเลท, ฟีนอกซีเอทธิลเมทธาคริเลท, ไซโคลเฮกซิลเมทธาคริเลท, ไวนิลอะซีเตท, ไวนิลคลอไรด์, เมอแคพโตเอทธิล(เมท)อะครีเลท, ไวนิลเมอเคพแทน และ แอลลิล เมอแคพแทน 4 5. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์แอนไฮไดรด์ดังกล่าว ถูกเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วย เมทธาคริลิกแอนไฮไดรด์, อะครีลิกแอนไฮไดรด์, มาเลอิกแอนไฮไดรด์, 1- ไซโคลแพนทีน-1, 2-ไดคาร์ซิลิกแอนไฮไดรด์, ไอทาโคนิกแอนไฮไดรด์ และ ของผสมของโมโนเมอร์ ดังกล่าว 4 6. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 25 มีความแข็งบาร์คอลตั้งต้นอย่างน้อย 1, ดัชนีหัก เหตั้งแต่ประมาณ 1.57 ถึงประมาณ 1.80 และจำนวน Abbe อย่างน้อยประมาณ 30 4 7. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 25 ที่ซึ่ง ประกอบเพิ่มเติมด้วยสารเติมแต่ง หนึ่งหรือมาก กว่าชนิดหนึ่ง ที่ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สารสร้างเสถียรภาพต่อแสง, สารสร้างเสถียร ภาพต่อความร้อน, สารต้านการออกซิเดซัน, สารดูดซับแสงอัลตราไวโอเล็ต, สารคลายแม่แบบ, สี ย้อมสเตติก(นอน-โฟโตโครมิก), สารสี และ สารเติมแต่งเพิ่มการดักงอ และ สารเติมแต่งต่อต้าน การเป็นสีเหลือง 4 8. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 47 ที่ซึ่ง สารเติมแต่งมีอยู่ในปริมาณ 10% โดยน้ำ หนัก ของโพลีเมอไรเซทดังกล่าว 4 9. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 25 ประกอบเพิ่มเติมด้วย สารโฟโตโครมิก 5 0. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 25 ที่ซึ่ง โพลีเมอไรเซชันของสารผสมอินทรีย์ที่ สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ได้มาโดยการเพิ่มผสม ปริมาณตั้งต้นของสารสามารถก่อให้เกิดอนุมูล อิสระ 5 1. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 50 ที่ซึ่ง สารที่สามารถก่อให้เกิดเป็นอนุมูลอิสระ ถูก เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สารประกอบเปอร์ออกซีอินทรีย์, สารประกอบอะโซบิส(ออร์แกโนไน ไตร์) และ ตัวตั้งต้นโฟโตโพลีเมอไรเซชัน 5 2. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 51 ที่ซึ่ง สารประกอบเปอร์ออกซีอินทรีย์ ถูกเลือก จากกลุ่มที่ปนะกอบด้วย เทอร์เชียร์รีบิวทิลเปอร์ออกซี 2-เอธิลเฮกซิลคาร์บอเนท, เทอร์เชียร์รีปิว ทิลเปอร์ออกซี ไอโซโพรพิลคาร์บอเนต, 1,1-ได-(t-บิวทิลเปอร์ออกซี)-3,3,5-ไตรเมธิลไซโคลเฮก เซน, ได(2-เอธิลเฮกซิล) เปอร์ออกซีไดคาร์บอเนต, ได(เซคคัลดารีบิวทิล)เปอร์ออกซีไดคาร์บอเนท, ไดไอโซโพรพิลเปอร์อออกซี ไดคาร์บอเนท, 2,4-ไดคลอโรเบนโชอิลเปอร์ออกไซด์, ไอโซบิวทิริลเปอร์ ออกไซด์, เดคะโนอิลเปอร์ออกไซด์, ลอโรอิลเปอร์ออกไซดื, โพรพิโดนิลเปอร์ออกไซดื, อะเซทิล เปอร์ออกไซดื, เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์, p-คลอโรเบลโซอินเปอร์ออกไซด์, t-บิวทิลเปอร์ออกซีไพวา เลท, t-บิวทิลเปอร์ออกซีออกทิเลท, t-ยิวทิลเปอร์ออกซีไอโซบิวทิเรท, เมธิลเอธิลคีโดนเปอร์ ออกไซด์ และ อะเซทิลไซโคลเฮกเซนซัลโฟนิลเปอร์ออกไซด์ 5 3. โพลีเมอไรเซทขิงข้อถือสิทธิข้อ 51 ที่ซึ่ง สารประกอบอะโซบิส (ออร์แกโนไนไตรล์) ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย อะโซบิส(ไอโซบิวทิโรไนไตรล์) และ อะโซบิส(2,4-ไดเมธิลแวร์ลีโร ไนไตรล์) 5 4. โพลิเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 51 ที่ซึ่งสารตั้งตนโฟโตโพลีเมอไรเซซัน ถูกเลือกจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย เบนโซอิน, เบนโซอินเมธิลอีเทอร์, เบนโซอินไอโซบิวทิลอีเทอร์, เบนโซฟีโนน, อะซีโตฟีโนน, 4,4\'-ไดคอลโรเบนโซฟีโนน, ไดอีธอกซีอะเซทโตฟีโนน, 2-ไฮดรอกซี-2-เมธิล-1-ฟีนิล โพรเพน-1-โอน, 1-ไฮดรอกซีไซโคลเฮกซิลฟีนิลคีโตน, 2-ไอโซโพรพิลไธแซนโธน และ 2,4,6-ไตรเม ธิลเบนโซอิลไดฟีนิลฟอสไฟท์ออกไซด์ 5 5. ชิ้นงานที่ทำเป็นรูปร่าง ถูกก่อรูปโดยการโพลิเมอไรซ์ สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลี เมอไรซ์ได้ของข้อถือสิทธิข้อ 1 5 6. ชิ้นงานโฟโตโนมิก ถูกก่อรูปโดยการโพลิเมอไรซ์ สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลิเมอ ไรซ์ได้ของข้อถือสิทธิข้อ 1 5 7. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 56 ประกอบเพิ่มเติมด้วยอย่างน้อยหนึ่งโมโน เมอร์ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย (a) โมโนเมอร์ที่สามารถโพลิเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่สอง ซึ่งแตกต่างจากโมโน เมอร์ที่หนึ่งกดังกล่าว และมีอย่างน้อยสองหมู่ที่สามารถโพลิเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่ไม่อิ่มตัวแบบเอ ธิลีน ซึ่งถูกเลือกจากไวนิล, แอลลิล และ (เมท)อะคริโลอิล (b) โมโยเมอร์ที่สามารถโพลิเมอไรซ์ได้แบบอนุมูลที่สาม ที่มีอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ สามารถโพลิเมอไรซ์ได้แบบอนุมูล ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน ซึ่งแตกต่างจากโมโนเมอร์ที่หนึ่งดังกล่าว และโมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว ซึ่งถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย (i) โมโนเมอร์ที่ไม่อิามตัวแบบโมโน เอธิลีน และ (ii) โมโนเมอร์แอนไฮไดรด์ ที่มีอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีน ที่ซึ่งแตกต่าง จากโมโนเมอร์ (i) และ (c) โมโนเมอร์โพลีไทออล ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไทออล 5 8. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 56 ที่ซึ่ง พรีเคอร์เชอร์ของโมโนเมอร์ที่หนึ่งดัง กล่าว ถูกเตรียมได้จาก ปฏิกิริยาของไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ซึ่งโมโนเมอร์โพลีไทออลมีอย่าง น้อยสองหมู่ไทออล และโมโนเมอร์โพลีไชยาเนทมีอย่างน้อยสองหมู่ฟังก์ชันนัล ซึ่งถูกเลือกจาก อย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่ประกอบด้วย ไอโซไชยาเนท และ ไอโชไทโอไชยาเนท 5 1. 6 0. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 58 ที่ซึ่ง สารไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ประกอบเพิ่ม เติมด้วยอย่างน้อยสองหมู่ไฮโดรเจนที่รีแอคทีฟ ที่ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกวิล ไพรมารี เอมีน , เซคคัลดารี เอมีน และสารประกอบที่มีหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งหมู่ไทออล และ หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งหมู่ไฮดรอกซิล 6 1. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 60 ที่ซึ่งสารไโดรเจนที่รีแอคทีฟ คือ โพลีเอมีน ซึ่งถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย เอธิลีนเอมีน ,C1-C3 ไดแอลคิลโทลูอีนไดเอมีน, เมธิลีนไดอะ นีลิน, ไตรเมธิลีนไกลคอล ได(พารา-อะมิโนเบนโซเอท), ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (A) : (A) (สูตรเคมี) ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (B) (B) (สูตรเคมี) และ ไดเอมีนที่แทนโดยสูตรทั่วไป (C) (C) (สูตรเคมี) 6 2. สารผสมที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 61 ที่ซึ่งไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (A) ถูกเลือกจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิดของหมู่ที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 6 3. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 61 ที่ซึ่งไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (B) ถูกเลือกจาก หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่มที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 6 4. สารผสมที่สามารถโพลีเมอรไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 61 ที่ซึ่งไดเอมีนที่มีสูตรทั่วไป (C) ถูกเลือกจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่มที่ประกอบด้วย (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R3 และ R4 แต่ละตัวเป็นอิสระจากกันคือ C1-C3แอลคิล, และ R5 ถูกเลือกจากไฮโดรเจน และ ฮาโลเจน และของผสมของไดเอมีนดังกล่าว 6 1. 6 6. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 60 ที่ซึ่ง หมู่ไทออลของ โมโนเมอร์โพลีไทออล ดังกล่าว ประกอบด้วย อย่างน้อย 50 %โดยโมล มีพื้นฐานมาจากโมลาร์สมมูลรวมของหมู่ไทออล , หมู่ไฮดรอกซิล, หมู่ไพรมารีเอมีนและ หมู่เซคัลดารีเอมีน ของโมโนเมอร์พลีไทออลดังกล่าว และสารไฮโดรเจนที่พีแอคทีฟดังกล่าว 6 7. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่ง โมโรเมอร์ที่สองดังกล่าว คือ อะโร มาติกโมโนเมอร์ที่มีอย่างน้อยสองหมู่ไวนิล และถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไดไวนิลเบนซีน, ไดไอโซโพรพินิลเบนซีน, ไตรไวนีลเบนซีน, ไดไวนิลแนฟธาลีน, อนุพันธ์ของไดไวนิลเบนซีนที่ถูก แทนที่ด้วยฮาโลเจน, ไดไอโซโพรพินีลเบนซิน, ไตรไวนีลเบนซีน, ไดไวนีลแนฟทาลีน และของผสม ของสิ่งเหล่านี้ 6 8. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว มีหมู่ (เมท) อะคริโลอิล และถูกเลือกมาจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่ม ที่ประกอบด้วย (i) โมโนเมอร์ที่แทนที่โดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง m และ n แต่ละตัวเป็นจำนวนบวก ผลรวมของ m และ n มีค่า 0 ถึง 70, R3 และ R4 แต่ละ ตัวคือไฮโดรเจน หรือ เมทธิล, R4 และ R6 แต่ละตัวคือ ไฮโตรเจน หรือ C1-C2แอลคิล และ A คือ หมู่ที่เชื่อมด้วยพันธะไดวาเลนท์ ซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย โซ่ตรง หรือ เป็นกิ่งของ แอลคิ ลีน, ไซคลิคแอลคิลีน, ฟีนิลีน, ฟินิลีนที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9แอลคิล, และกลุ่มซึ่งแทนโดยสูตรทั่ว ไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R7 และ R8 แต่ละตัวคือ C1-C4 แอลคิล, คลอรีน หรือ โบรมีน,p และ q แต่ละตัวเป็นจำนวน เต็มตั้งแต่ 0 ถึง 4 (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน หรือหมู่ไดวาเลนท์ไซโคลเฮกเซนหมู่ใด หมู่หนึ่ง, เมื่อ (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน, X ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย O,S, -S(O2)-, -C(O)-, -CH2-, -CH=CH-, -C(CH3)(C6H5)- และ (สูตรเคมี) ; เมื่อ (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์ไซโคลเฮกเซน, X ถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย O,S,-CH2-, และ -C(CH3)2- (ii) บิส [(เมท) อะคริโลอิส-เทอมิเนเทด] โพลี(เอธิลีนไกลคอล) โมโนเมอร์ ซึ่งแตก ต่างจากโมโนเมอร์(i)มีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยจำนวนตั้งแต่ 200 ถึง 2.000 กรัม/โมล และ (iii) โพลี(เมท) อะคริโลอิล เทอมิเนเทคโมโนเมอร์ แทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ : (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R\' คือ อนุมูลโพลีวาเลนท์ ของโพลีออล, R9 คือไฮโดรเจน หรือ เมทธิล ,R5 คือไฮโดรเจน หรือ C1 ถึง C2 แอลคิล, d คือ จำนวนตั้งแต่ 0 ถึง 20 และ j คือจำนวนทั้งหมด ตั้งแต่ 3 ถึง 6 6 9. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 68 ที่ซึ่ง X คือ -C(CH3)2-, (Z) แทนหมู่ไดวาเลนท์เบนซีน, p และ q แต่ละตัวคือ 0, R3 และ R4 แต่ละตัวคือ เมทธิล , R5 และ R6 แต่ละตัว คือ ไฮโดรเจน, ผลรวมของ m และ n มีค่าจาก 5 ถึง 20, R\' เป็นอนุมูลของเพนตะอีริทริ ทอล, j คือ 3 , R9 คือไฮโดรเจน และ d คือ 0 7 0. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ที่สองดังกล่าว มีหมู่แอลลิล และถูกแทนโดยสูตรทั่วไปดังนี้ R-[-O-C(O)-O-R10], ที่ซึ่ง R เป็นอนุมูลที่ได้จากโพลีออล, R10 เป็นอนุมูลที่ได้จากแอลลิล หรือ หมู่แอลลิลที่ถูกแทนที่ และ i คือ จำนวนทั้งหมดตั้งแต่ 2 ถึง 6 71 ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 70 ที่ซึ่ง R ได้มาจากโพลีออล คือ 4,4\'-ไอโซ โพรพิลิดีนฟีนอล, i เป็น 2 และ R10 คืออนุมูลที่ได้มาจากแอลลิล 7 2. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์โพลีไทออลดังกล่าว คือหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งชนิดที่ถูกเลือกมาจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย 2,5-ไดเมอเคพโตเมทธิล-1,4-ไดไธ เอน, 2,2\'-ไทโอไดอีเธนไทออล, เพนตะอีทริทอล เตตระคิส(3-เมอเคพโตโพรพิโอเนท), เพนตะอี ริทริทอล เตตระคิส (2-เมอเคพโตอะซีเตท), ไตรเมทธิลอลโพรเพน ทริส(3-เมอเคพโตโพรพิโอเนท), ไตรเมทธิลอลโพรเพน ทริส(2-เมอเคพโตอะซีเตท), 4- เมอเคพโตเมทธิล-3,6- ไดไธอะ-1,8- ออกเทน ไดไทออล, 4-tert-บิวทิล-1,2- เบนซีนไดไทออล, 4,4\'- ไทโอไดเบนซีนไทออล, เบนซีนไดไทออล, เอธิ ลีนไกลคอลไค (2- เมอเคพโตอะซีเตท), เอธิลีนไกลคอล ได(3- เมอแคพโตโพรพิโอเนท), โพลี(เอธิ ลีนไกลคอล ได(2- เมอแคพโตอะซีเตท), โพลี( เอธิลีนไกลคอล) ได(3- เมอแคพโตโพรพิโอเนท), โพ ลีไทออล ถูกแทนโดยสูตรทั่วไปดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R1 และ R2 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกัน ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย โซ่ตรงหรือกิ่งของแอล คิลีน, ไซคลิกแอลคิลีน, พินิลีน และ ฟินิลีนที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9 แอลคิล และ โอลิโกเมอร์ของโพ ลีไทออลดังกล่าว 7 3. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 72 ที่ซึ่ง โพลีไทออลโอลิโกเมอร์ดังกล่าว ถูกแทนโดยสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R1 และ R2 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกัน ถูกเลือกจากโซ่ตรง หรือกิ่งของแอลคิลิน, ไซคลิกแอลคิ ลีน, ฟีนีลีน และ ฟีนีลินที่ถูกแทนที่ด้วย C1-C9 แอลคิล n และ m เป็นอิสระต่อกัน คือจำนวนเต็ม ตั้งแต่ 0 ถึง 21 ในทางที่ทำให้ n+m มีค่าอย่างน้อย 1 7 4. สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ของข้อถือสิทธิข้อ 72 ที่ซึ่งโพลีไทออลโอลิ โกเมอร์ดังกล่าว ถูกแทนโดยสูตรทั่วไป (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง n เป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 21 7 5. สารผสมชิ้นงานโฟโตเครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่งโมโนเมอร์ที่ไม่อิ่มตัวแบบโมโน เอธิลีนดัลก่าว คือหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิด ที่ถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สไตรีน, เม ทธิลเมทธาตริเลท, ไอโซบอนิลเมทธาคริเลท, ฟีนอกซีเอทธิลเมทธาคริเลท, ไซโคลเฮกชิลเมทธาคริ เลท, ไวนิลอะซีเตท, ไวนิลคลอไรด์, เมอแคพโตเอทธิล(เมท)อะครีเลท, ไวนิลเมอแคพแทน และ แอลลิลเมอแคพแทน 7 6. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์แอนไฮไดรด์ดังกล่าว ถูก เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย เมทธาคริลิกแอนไฮไดรด์, อะคริลิกแอนไฮไดร์, มาเลอิกแอนไฮ ไดรด์, 1-ไซโคลเพนทีน-1, 2-ไดคาร์ซิลิกแอนไฮไดรด์, ไอทาโคนิกแอนไฮไดรด์ และ ของผสมของ โมโนเมอร์ดังกล่าว 7 7.ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 56 มีความแข็งบาร์คอลตั้งต้นอย่างน้อย 1, ดัชนี หักเหตั้งแต่ประมาณ 1.57 ถึงประมาณ 1.80 และ จำนวน Abbe อย่างน้อยประมาณ 30 7 8. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 56 ประกอบ เพิ่มเติมด้วยสารเติมแต่งหนึ่งหรือ มากกว่าหนึ่งชนิด ที่ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สารสร้างเสถียรภาพต่อแสง, สารสร้าง เสถียรภาพต่อความร้อน, สารต้านการออกซิเดซัน, สารดูดซับแสงอัลตราไวโอเลต, สารคล้ายแม่ แบบ, สีย้อม สเตติก(นอน-โฟโตโครมิก),สารสี และสารเติมแต่งเพิ่มการดัดงอ และ สารเติมแต่ง ต่อต้านการเป็นสีเหลือง: และของผสมของสารเติมแต่งดังกล่าว 7 9. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 78 ที่ซึ่ง สารเติมแต่งมีอยู่ในปริมาณถึง 10% โดยน้ำหนัก ของโพลีเมอไรเซทดังกล่าว 8 0. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 56 ที่ซึ่ง สารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลิเมอไรซ์ ได้ ที่ถูกโพลีเมอไรซ์ ประกอบเพิ่มเติมด้วย สารโฟโตโครมิก 8
1. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตเครมิก ถูกใช้กับพื้นผิวที่มี สาร ผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ที่ถูกโพลีเมอไรซ์ 8
2. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตเครมิก ถูกใช้กับสารผสม อินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ ที่ถูกโพลีเมอไรซ์ ตั้งแต่ 0.15 ถึง 0.35 มิลลิกรัม/ซม.2 ของพื้นที่ผิว ของชิ้นงานโฟโตเครมิกดังกล่าว 8
3. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตเครมิกดังกล่าว ถูกเลือกจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยสไปโร(อินโดลีน)แนฟโธซาซิเนส, สไปโร(อินโดลีน)เบนโซซาชิเนส, โครมิเนส, เบนโซไพเรน, แนฟโธไพแรน, ออร์แกโน-เมทอล ไดไธโอเนท, (แอริลาโซ)- ไทโอฟอร์มิก แอริล ไฮดราซิเดท, เมอร์คิวรีไดไธโซเนท, ฟัลไจน์, ฟัลจิไมด์, 3-ฟิริลฟัลไจด์, 3-ไทอีนิลฟังไจด์, 3- ฟีริลฟัล จิไมด์ และ 3-ไทอีนิลฟัลจิไมด์ และของผสมของ สารโฟโตโครมิก ดังกล่าว 8
4. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตโครมิก มีการดูดกลืนที่ถูก กระตุ้นสูงสุดภายในขอบเขตที่เห็นได้ตั้งแต่ 590-700 นาโนเมตร 8
5. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตโครมิก มีการดูดกลืนที่ถูก กระตุ้นสูงสุดภายในขอบเขตที่เห็นได้ตั้งแต่ 400-500 นาโนเมตร 8 6. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตโครมิก มีการดูดกลืนที่ถูก กระตุ้นสูงสุดภายในขอบเขตที่เห็นได้ตั้งแต่ 500-700 นาโนเมตร 8 7. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตโครมิก ถูกใช้ หรือ ถูกใส่ไปใน ชิ้นงานโฟโตโครมิกดังกล่าว โดยใช้วิธีการที่เลือกจากรายการที่ประกอบด้วย การทำให้ละลาย ภายในโพลีเมอไรเซท, การกระจายตัวภายในโพลีเมอไรเซท, การหุ้มภายในเมทริกซ์ของโพลีเมอไร เซทอินทรีย์ และการใส่ไปในสารผสมอินทรีย์ที่สามารถโพลีเมอไรซ์ได้ก่อนการบ่ม 8 8. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตโครมิก ถูกใช้โดยการดูดอุ้ม ชิ้นงานโฟโตโครมิก เช่น การซึมผ่านของสารโฟโตโครมิก ไปสู่โพลีเมอไรเซทที่ได้ 8 9. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 88 ที่ซึ่งกระบวนการดูดอุ้ม รวมถึง ตัวดูด ซับขนิดถ่ายโอน ที่ช่วยในการละลาย 9 0. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 88 ที่ซึ่งกระบวนการดูดอุ้ม รวมถึง การถ่าย โอนวัฎภาคไอ 9 1. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งสารโฟโตโครมิก ถูกใช้เป็นสารเคลือบ พื้นผิวของชิ้นงานโฟโตโครมิก 9 2. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 88 ที่ซึ่งกระบวนการดูดอุ้ม รวมถึงขั้นตอน ของ : การเคลือบชิ้นงานโฟโตโครมิก : การให้ความร้อนแก่พื้นผิวของชิ้นงานโฟโตโครมิก และ การกำจัดสารเคลือบที่เหลือ จากพื้นผิวของชิ้นงานโฟโตโครมิก 9 3. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 80 ที่ซึ่งชิ้นงานโฟโตโครมิก คือ ออพติคัลเลนส์ สำหรับแก้ไขปัญหาทางสายตา 9 4. โพลีเมอไรเซทของข้อถือสิทธิข้อ 27 ที่ซึ่ง โพลีไชยาเนทโมโนเมอร์มีอย่างน้อยสองหมู่ ฟังก์ชันนัล มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งอะตอมซัลเฟอร์ในโซ่หลักของมัน 95 ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 94 ที่ซึ่ง โพลีไชยาเนทโมโนเมอร์มีอย่างน้อยสองหมู่ ฟังก์ชันนัล มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งอะตอมซัลเฟอร์ในโซ่หลักของมัน มีสูตรทั่วไป : (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R10 และ R11 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกันคือ C1 ถึง C3แอลคิล 9
6. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 58 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์ โพลีไชยาเนท ที่มีอย่างน้อย สองหมู่ฟังก์ชันนัล มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งอะตอมซัลเฟอร์ในโซ่หลักของมัน 9
7. ชิ้นงานโฟโตโครมิกของข้อถือสิทธิข้อ 96 ที่ซึ่ง โมโนเมอร์โพลีไซยาเนท มีหนึ่งหรือมาก กว่าหนึ่งอะตอมซัลเฟอร์ ในโช่หลักของมันมีสูตรทั่วไป : (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง R10 และ R11 แต่ละตัวเป็นอิสระต่อกันคือ C1 ถึง C3 แอลคิล
TH1004456A 2000-11-17 สารผสมออพติคัลเรซิน TH50679B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH50196A TH50196A (th) 2002-03-18
TH50679B true TH50679B (th) 2016-08-05

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
AU2007298219B2 (en) Resin composition for optical material and optical material using the same
KR900007871B1 (ko) 고 굴절률 플라스틱 렌즈용 수지의 제조방법
JP3130555B2 (ja) プラスチックレンズ材料、プラスチックレンズおよび眼鏡用レンズ
WO2021241596A1 (ja) 光学材料用化合物、硬化性組成物、硬化体、及び光学物品
US6699953B2 (en) Lens made of synthetic resin and process for producing the same
US6573348B2 (en) Curable resin composition
JP5458478B2 (ja) 高屈折率高強度樹脂用組成物
KR0165863B1 (ko) 고속중합성수지조성물 및 렌즈
TH50679B (th) สารผสมออพติคัลเรซิน
TH50196A (th) สารผสมออพติคัลเรซิน
JP4009700B2 (ja) ラジカル重合体の製造方法
KR100285889B1 (ko) 주형중합용수지조성물및광학재료
JPH09132563A (ja) 含硫(メタ)アクリレート化合物およびその用途
JPH06294901A (ja) プラスチックレンズ材料
JPH0384031A (ja) ポリスルフィド系樹脂およびその樹脂よりなるレンズ
KR102901099B1 (ko) 감소된 리플링을 갖는 콘택트 렌즈 및 콘택트 렌즈 제제
KR101813258B1 (ko) 광학 재료용 실록산 티올 올리고머
KR20020002342A (ko) 저 비중, 고굴절률 광학 렌즈용 조성물 및 그 제조방법
JPH01309001A (ja) プラスチックレンズ材料
JPH0480213A (ja) プラスチックレンズ用組成物
JPH01103616A (ja) プラスチックレンズ材料
JPS63199210A (ja) プラスチツクレンズ材料の製造方法
JP7287819B2 (ja) 眼鏡レンズおよび眼鏡
KR101883811B1 (ko) 광학 재료용 실록산 티올 올리고머
JPH01209401A (ja) プラスチツクレンズ