TH40846A - วิธีการแยกโทโคไตรอีนอลจากสารผสม ซึ่งมีโทคอลและองค์ประกอบของสิ่งเหล่านั้น - Google Patents
วิธีการแยกโทโคไตรอีนอลจากสารผสม ซึ่งมีโทคอลและองค์ประกอบของสิ่งเหล่านั้นInfo
- Publication number
- TH40846A TH40846A TH9901000221A TH9901000221A TH40846A TH 40846 A TH40846 A TH 40846A TH 9901000221 A TH9901000221 A TH 9901000221A TH 9901000221 A TH9901000221 A TH 9901000221A TH 40846 A TH40846 A TH 40846A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- tocopherol
- extraction
- solvent
- phase
- aqueous
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (23/04/42) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับแยก โทโคไตรอีนอล ออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลที่ หนึ่ง โดยการให้ความร้อนสารผสมเติมของโทคอล ที่หนึ่งที่ประกอบ ด้วย โทโคไตรอีนอล, อย่างน้อยหนึ่ง โทโคเฟรอล, กรดไขมัน, และสารประกอบที่เอสเตอ รีฟาย เพื่อเอสเตอรีฟายกรดไขมัน เพื่อผลิตสารผสม เติมของโทคอลที่สอง ซึ่งประกอบ ด้วย โทโคไตร อีนอล, โทโคเฟรอล, กรดไขมันที่ถูกเอสเตอรีฟาย, และกรดไขมันที่ไม่ถูก เอสเตอรีฟาย การกลั่นสารผสม เติมของโทคอลที่สองด้วยกรดไขมันที่ถูกเอสเตอรีฟาย เพื่อ กำจัดกรดไขมันที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟายออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลที่สอง เพื่อสร้างสาร ผสมเติมของ โทคอลที่สาม ที่ประกอบด้วย โทโคไตรอีนอล และ โทโคเฟรอล พร้อมด้วย กรดไขมันที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟาย ที่ถูกกำจัดออกเป็นส่วนใหญ่ การกลั่นสารผสมเติมของ โทคอลที่สามเป็นเวลา และที่อุณหภูมิที่เพียงพอ เพื่อ กำจัดโทโคไตรอีนอลและโทโคเฟ รอลออกจากสารผสม เติมของโทคอลที่สามอย่างแท้จริง เพื่อสร้างสารผสม เติมของโทคอล ที่สี่ ที่ประกอบด้วย โทโคไตรอีนอล, โทโคเฟรอล, และส่วนประกอบที่ไม่มีโทคอลที่ถูก กำจัดออก และการสกัดโทโคไตรอีนอลออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลที่สี่ด้วยตัวทำ ละลายของการสกัด ที่ประกอบด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้วที่สามารถ ผสมกับน้ำได้ เพื่อ ผลิตระบบที่มีสองเฟสที่ประกอบ ด้วยเฟสที่หนึ่ง ที่มีส่วนใหญ่ของตัวทำละลายของการ สกัดและเฟสที่สอง ในที่ซึ่งความสามารถในการ คัดเลือกตัวทำละลายของการสกัดสำหรับ โทโคไตร อีนอล ที่เกี่ยวกับโทโคเฟรอล จะใหญ่กว่าหน่วยและ การกำจัดเฟสที่หนึ่งออก จากเฟสที่สองโดยมีเงื่อนไข ว่าตัวทำละลายของการสกัดจะไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่มี การเจือปน การประดิษฐ์นี้ยังเกี่ยวข้องต่อไปกับองค์ ประกอบที่ผลิตโดยวิธีการของการประดิษฐ์นี้ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับแยกโทโคไตรอีนอล ออกจากสารผสมเติมของโทคอลที่ หนึ่ง โดยการให้ความร้อนสารผสมเติมของโทคอล ที่หนึ่งที่ประกอบด้วยโทโคไตรอีนอล, อย่างน้อยหนึ่ง โทโคเฟรอล, กรดไขมัน, และสารประกอบที่เอสเตอ รีฟาย เพื่อเอสเตอรีฟายกรดไขมัน เพื่อผลิตสารผสม เติมของโทคอลที่สอง ซึ่งประกอบด้วย โทโคไตร อีนอล, โทโคเฟรอล, กรดไขมันที่ถูกเอสเตอรีฟาย, และกรดไขมันที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟาย การกลั่นสารผสม เติมของโทคอลที่สองด้วยกรดไขมันที่ถูกเอสเตอรีฟาย เพื่อกำจัดกรดไขมันที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟายออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลที่สอง เพื่อสร้างสารผสมเติมของ โทคอลที่สาม ที่ประกอบด้วย โทโคไตรอีนอล และ โทโคเฟรอล พร้อมด้วยกรดไขมันที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟาย ที่ถูกกำจัดออกเป็นส่วนใหญ่ การกลั่นสารผสมเติมของ โทคอลที่สามเป็นเวลา และที่อุณหภูมิที่เพียงพอ เพื่อ กำจัดโทโคไตรอีนอลและโทโคเฟรอลออกจากสารผสม เติมของโทคอลที่สามอย่างแท้จริง เพื่อสร้างสารผสม เติมของโทคอลที่สี่ ที่ประกอบด้วย โทโคไตรอีนอล, โทโคเฟรอล, และส่วนประกอบที่ไม่มีโทคอลที่ถูก กำจัดออก และการสกัดโทโคไตรอีนอลออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลที่สี่ด้วยตัวทำละลายของการสกัด ที่ประกอบด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้วที่สามารถ ผสมกับน้ำได้ เพื่อผลิตระบบที่มีสองเฟสที่ประกอบ ด้วยเฟสที่หนึ่ง ที่มีส่วนใหญ่ของตัวทำละลายของการ สกัดและเฟสที่สอง ในที่ซึ่งความสามารถในการ คัดเลือกตัวทำละลายของการสกัดสำหรับโทโคไตร อีนอล ที่เกี่ยวกับโทโคเฟรอล จะใหญ่กว่าหน่วยและ การกำจัดเฟสที่หนึ่งออกจากเฟสที่สองโดยมีเงื่อนไข ว่าตัวทำละลายของการสกัดจะไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่มี การเจือปนการประดิษฐ์นี้ยังเกี่ยวข้องต่อไปกับองค์ ประกอบที่ผลิตโดยวิธีการของการประดิษฐ์นี้
Claims (67)
1. วิธีการสำหรับแยกโทโคไตรอีนอล ออกจากสารผสมเติมที่หนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อย หนึ่ง โทโคไตรอีนอล และอย่างน้อยหนึ่งโทโคเฟรอล, กรดไขมันที่หนึ่ง และสารประกอบที่เอสเตอรีฟาย ซึ่งประกอบด้วย (a) การให้ความร้อนสารผสมเติมของโทคอล ที่หนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยโทโคไตรอีนอล, โทโคเฟรอล, กรดไขมันที่หนึ่ง, และสารประกอบที่เอสเตอรีฟาย เป็นระยะเวลา และที่อุณหภูมิที่เพียงพอเพื่อเอสเตอ รีฟาย กรดไขมันที่หนึ่งอย่างแท้จริงด้วยสารประกอบ ที่เอสเตอรีฟาย เพื่อผลิตสารผสมเติมของโทคอลที่ สอง ซึ่งประกอบด้วย โทโคไตรอีนอล, โทโคเฟรอล, กรดไขมันที่หนึ่งที่ถูกเอสเตอรีฟายและกรดไขมัน ที่หนึ่งที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟาย (b) การกลั่นสารผสมของโทคอลที่สองเป็น ระยะเวลาและที่อุณหภูมิที่เพียงพอเพื่อกำจัดกรดไขมัน ที่หนึ่งที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟายออกจากสารผสมเติมของ โทคอลที่สองเพื่อผลิตสารผสมเติมของโทคอลที่สาม ซึ่งประกอบด้วย โทโคไตรอีนอล, กรดไขมันที่หนึ่งที่ ถูกเอสเตอรีฟาย และโทโคเฟรอล ด้วยกรดไขมันที่ หนึ่งที่ไม่ถูกเอสเตอรีฟายที่ถูกกำจัดอย่างแท้จริง (c) การกลั่นสารผสมเติมของโทคอลที่สาม เป็นเวลาและที่อุณหภูมิที่เพียงพอเพื่อกำจัดโทโคไตร อีนอล และโทโคเฟรอลอย่างแท้จริงออกจากสารผสม เติมโทโคไตรอีนอล ของโทคอลที่สามเพื่อผลิตสาร ผสมเติมของโทคอลที่สี่ ซึ่งประกอบด้วยโทโคไตร อีนอล ที่ถูกกำจัดออก, โทโคเฟรอล และส่วน ประกอบที่ไม่ใช่โทคอล (d) การสกัด โทโคไตรอีนอล ออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลที่สี่ ด้วยตัวทำละลายของการสกัด ซึ่งประกอบด้วยตัวทำละลาย อินทรีย์แบบมีขั้ว ที่ผสม กับน้ำได้ เพื่อสร้างระบบที่มีสองเฟส ซึ่งประกอบด้วย เฟสที่หนึ่ง ซึ่งมีส่วนใหญ่ของตัวทำละลายของการ สกัด และเฟสที่สอง ในที่ซึ่งความสามารถในการ คัดเลือกของตัวทำละลายของการสกัดสำหรับโทโค ไตรอีนอล ที่เกี่ยวกับโทโคเฟรอลที่ใหญ่กว่าหน่วย และการกำจัดเฟสที่หนึ่งออกจากเฟสที่สอง โดยมีเงื่อนไขว่าตัวทำละลาย ของการสกัด จะไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่มีการเจือปนในที่ซึ่ง ขั้นตอน (b) สามารถถูกดำเนินการก่อนขั้นตอน (c) หรือ ขั้นตอน (c) สามารถถูกดำเนินการก่อนขั้นตอน (b) ในที่ซึ่งขั้นตอน (b) และ (c) ถูกดำเนินการหลัง ขั้นตอน (a) และก่อนขั้นตอน (d)
2. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะไม่ประกอบด้วยแอลกอฮอลล์
3. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่ง (b) ถูกดำเนิน การก่อนขั้นตอน (c)
4. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งโทโคไตรอีนอล คือ แกมมา-โทโคไตรอีนอล
5. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งโทโคเฟรอล คือ แอลฟา-โทโคเฟรอล
6. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 สารประกอบที่เอสเตอรีฟาย จะประกอบด้วย สเตอรอล, เอสเตอร์ ของกรดไขมัน, สเตอรอล์, ไตรเตอร์เพนอยด์, แอลกอฮอล์ล, เมธีล- สเตอรอล, โมโนไกลเซอไรด์, หรือไตรกลีเซอไรด์ หรือ การรวมกันของสิ่งนั้น
7. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ขั้นตอนการให้ความร้อน (a) ถูกดำเนินการที่อุณหภูมิ ตั้งแต่ 70 ถึง 300ํC ที่ ความดันตั้งแต่ 20 ถึง 760 ทอรร์
8. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ขั้นตอนการให้ความร้อน (a) ถูกดำเนินการที่อุณหภูมิ ตั้งแต่ 150 ถึง 230ํC ที่ความดันตั้งแต่ 20 ถึง 200 ทอรร์
9. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบต่อไปด้วย การกำจัดน้ำ ระหว่างขั้นตอนการให้ความร้อน
10. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบต่อไปด้วย การ เติมแคทาลิสต์ เข้ากับสารผสมเติมของโทคอล ที่หนึ่งก่อนขั้นตอนการให้ความร้อน
11. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 10 ในที่ซึ่งแคทาลิสต์ จะประกอบด้วยสารประกอบอัลคีลทิน, เกลือสังกะสี ของกรดอินทรีย์, ออกไซด์ของสังกะสี, ไทเทเนียม (IV) อัลคอกไซด์ หรือ กรดแร่ธาตุ หรือการรวมกัน ของสิ่งนั้น
12. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบต่อไปด้วย การเติม กรดไขมันที่สองเข้ากับสารผสมเติมของโทคอล ที่หนึ่งก่อนขั้นตอนการให้ความร้อน (a)
13. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 12 ในที่ซึ่งกรดไขมันที่สอง จะประกอบด้วยกรดไขมัน C14 ถึง C22
14. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งก่อนขั้นตอนการให้ ความร้อน (a) แอลกอฮอล์จะไม่ถูกเติมเข้ากับสารผสม เติมของโทคอลที่หนึ่ง
15. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งสารผสมเติมของ โทคอลที่สองถูกกลั่นในขั้นตอน (b) ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 125 ถึง 320ํC ที่ความดันตั้งแต่ 0.01 ถึง 10 ทอรร์
16. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งสารผสมเติมของ โทคอลที่สองถูกกลั่นในขั้นตอน (b) ที่อุณหภูมิตั้องแต่ 150 ถึง 200 ํC ที่่ความดันตั้งแต่ 0.01 ถึง 10 ทอรร์
17. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งหลังขั้นตอน การกลั้น (b) และก่อนขั้นตอนการกลั้น (c) ซึ่ง กลั้นสารผสมเติมของโทคอลที่สามต่อไปที่อุณหภูมิตั้งแต่ 150 ถึง 300ํC ที่ความดันตั้งแต่ 0.01 ถึง 5 ทอรร์
18. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งสารผสมเติม ของโทคอลที่สามจะถูกกลั่นในขั้นตอน (c) ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 170 ถึง 270ํC ที่ความดันตั้งแต่ 0.005 ถึง 2 ทอรร์
19. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งขั้นตอน (a)-(c) ถูกดำเนินการเป็นชุด
20. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งขั้นตอน (a)-(c) ถูกดำเนินการตั้งแต่ 1 ถึง 24 ชั่วโมง
21. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งขั้นตอน (a)-(c) ถูกดำเนินการตั้งแต่ 2 ถึง 10 ชั่วโมง
22. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งสารผสมเติมของ โทคอลที่สี่จะมีตั้งแต่ 1 ถึง 50% โดยน้ำหนักของโทคอล
23. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะเป็นองค์ประกอบที่เป็นน้ำ
24. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วยกรดอะซีติก, กรดโพรพิออนิก, อะซีโตน, เมธานอลที่เป็นน้ำ, อีธานอลที่เป็นน้ำ, อะซีโต- ไนไทรล์, 2-เมธอกซีเอธานอลที่มีน้ำ, 2-เอธอกซีเอธานอล ที่เป็นน้ำ, 2-โพรพอกซีเอธานอลที่เป็นน้ำ, 1,4-ไดออกเซน, ไดเมธีลาเซตาไมด์, ไดเมธีลฟอร์มาไมด์, N-เมธีล ไพร์รอลีดีโนน, บิวทิลไดอีน ซัลโฟน, ไดเมธล ซัลฟอกไซด์, 2-เมธอกซีเอธีล อีเธอร์, ไดเมธอกซีเอเธน, หรือ ตัวทำ ละลายที่เป็นน้ำของสิ่งนั้น หรือการรวมกันของสิ่นนั้น
25. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของการ สกัดที่ประกอบด้วยกรดอะซีติก, กรดอะซีติกที่เป็นน้ำ, กรด โพรพิออนิค, กรดโพรพิออนิกที่เป็นน้ำ, อะซีโตนที่เป็นน้ำ, อะซีโตไทโทรล์ที่เป็นน้ำ,1,4-ไดออกเซนที่เป็นน้ำ, ไดเมธีลลาซีทาไมด์ที่เป็นน้ำ, ไดเมธีลฟอร์มาไมด์ที่เป็น น้ำ หรือการรวมกันของสิ่งนั้น
26. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วยอะซีโตนที่เป็นน้ำ
27. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วยอะซีโตนที่เป็นน้ำ และ อะซีโตที่เป็น น้ำประกอบด้วย ตั้งแต่ 15 ถึง 30% โดยน้ำหนักของน้ำ และ ตั้งแต่ 70 ถึง 85% โดยน้ำหนักอะซีโตน ในที่ซึ่ง ยอดรวมของอะซีโตนและน้ำจะเท่ากับ 100%
28. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วยอะซีโตนที่เป็นน้ำ และ อะซีโตนที่เป็นน้ำจะอยู่ตั้งแต่ 20 ถึง 26% โดยน้ำหนัก และตั้งอต่ 74 ถึง 80% โดยน้ำหนักอะซีโตนในที่ซึ่งยอด รวมของอะซีโตนและน้ำจะเท่ากับ 100%
29. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วยอะซีโตไนไทรล์ที่เป็นน้ำ
30. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วยอะซีโตไนไทรล์ที่เป็นน้ำ และอะซีโตไนไทรล์ที่เป็นน้ำ จะประกอบด้วยตั้งแต่ 5 ถึง 25% โดยน้ำหนักน้ำ และตั้งแต่ 75 ถึง 95% โดยน้ำหนักอะซีโตไนไทรล์ ในที่ซึ่งยอดรวมของ อะซีโตไนไทรล์ และน้ำจะเท่ากับ 100%
31. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วยกรดอะซีติกที่มีน้ำ
32. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วยกรดอะซีติก และกรด อะซีติกที่เป็นน้ำจะประกอบด้วยตั้งแต่ 5 ถึง 15% โดย น้ำหนักน้ำและตั้งแต่ 85 ถึง 95% โดยน้ำหนักกรด อะซีติกในที่ซึ่งยอดรวมของกรดอะซีติกในที่ซึ่งยอดรวมของ กรดอะซีติกและน้ำจะเท่ากับ 100%
33. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของการ สกัดจะประกอบด้วยกรดอะซีติกที่ไม่มีการเจือปน
34. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของการ สกัดจะประกอบด้วยกรดโพรพิออนิกที่เป็นน้ำ
35. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วยกรดโพรพิออนิกที่เป็นน้ำ และกรดโพรพิออนิกที่เป็นน้ำ ซึ่งประกอบด้วยตั้งแต่ 21 ถึง 30% โดยน้ำหนักน้ำ และตั้งแต่ 70 ถึง 79% โดยน้ำหนัก กรดโพรพิออนิก ในที่ซึ่งยอดรวม ของกรด โพรพิออนิกและน้ำจะเท่ากับ 100%
36. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วยเมธานอลที่เป็นน้ำ
37. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วยเมธานอลที่เป็นน้ำ และเมธานอล ที่เป็นน้ำจะประกอบด้วยตั้งแต่ 7 ถึง 15% โดยน้ำหนักน้ำ และตั้งแต่ 85 ถึง 93% โดยน้ำหนักเมธานอล ในที่ซึ่ง ยอดรวมของเมธานอลและน้ำจะเท่ากับ 100%
38. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วย เอธานอลที่เป็นน้ำ
39. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วย เอธานอลที่เป็นน้ำ และ เอธานอลที่เป็นน้ำ จะประกอบด้วยตั้งแต่ 17 ถึง 30% โดยน้ำหนักน้ำ และตั้งแต่ 70 ถึง 83% โดยน้ำหนัก เอธานอล ในที่ซึ่งยอดรวมของเอธานอลและน้ำจะ เท่ากับ 100%
40. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วย ไอโซโพรพานอลที่เป็นน้ำ
41. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วย ไอโซโพรพานอลที่เป็นน้ำ และ ไอโซโพรพานอลที่เป็นน้ำจะประกอบด้วย ตั้งแต่ 25 ถึง 40% โดยน้ำหนักน้ำและตั้งแต่ 60 ถึง 75% โดย น้ำหนักไอโซโพรพานอลในที่ซึ่งยอดรวมของไอโซโพรพานอล และน้ำจะเท่ากับ 100%
42. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดจะประกอบด้วย 2-เมธอกซีเอธานอลที่เป็นน้ำ
43. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดจะประกอบด้วย 2-เมธอกซีเอธานอลที่เป็นน้ำ และ 2-เมธอกซีเอธานอลที่เป็นน้ำจะประกอบด้วย ตั้งแต่ 5 ถึง 20% โดยน้ำหนักน้ำ และตั้งแต่ 80 ถึง 95% โดยน้ำหนัก 2-เมธอกซีเอธานนอล ในที่ซึ่งยอดรวมของ 2-เมธอกซี เอธานอล และน้ำจะเท่ากับ 100%
44. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลายของ การสกัดยังประกอบต่อไปด้วยตัวทำละลายของไฮโดรคาร์บอน ที่ถูกฮาโลจีเนตและไม่ถูกฮาโลจีเนต
45. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 44 ในที่ซึ่งอัตราส่วนของ ตัวทำละลายของสารสกัดต่อตัวทำละลายของไฮโดรคาร์บอน จะเป็นตั้งแต่ 1:20 ถึง 20:1
46. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งขั้นตอนการสกัด ถูกดำเนินการตั้งแต่ที่ 0 ถึง 100ํC
47. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งขั้นตอนการ สกัดถูกดำเนินการตั้งแต่ที่ 45 ถึง 55ํC
48. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งขั้นตอนการ สกัดจะเป็นการสกัดทวนกระแสที่ต่อเนื่อง
49. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดต่ออัตราส่วนของสารที่ป้อนจะเป็นตั้งแต่ 20:1 ถึง 1:20
50. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบต่อไป หลังการกำจัดเฟสที่หนึ่งออกจากเฟสที่สอง ซึ่งกำจัด ตัวทำละลายของการสกัดออกจากเฟสที่หนึ่งโดยการ ทำให้ระเหยหรือกลั่น
51. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งสารผสมเติมโทคอล ที่หนึ่งซึ่งประกอบด้วย สิ่งที่ได้จากการสกัดของสารดับกลิ่น จากน้ำมันพืช
52. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 42 ในที่ซึ่งสิ่งที่ได้จากการ สกัดของสารดับกลิ่นจากน้ำมันพืช จะประกอบด้วยน้ำมัน ปาล์ม, น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง
53. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งสารผสมเติม ของโทคอลที่หนึ่งซึ่งประกอบด้วยสิ่งที่ได้จากการสกัด ของสารดับกลิ่นจากน้ำมันรำข้าว
54. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่ง (1) สารผสม เติมของโทคอลที่หนึ่งจะประกอบด้วยสิ่งที่ได้จากการกลั่น ของสารดับกลิ่นจากน้ำมันรำข้าว (2) ตัวทำละลายของการ สกัดจะประกอบด้วย อะซีโตนที่เป็นน้ำ ซึ่งประกอบด้วย 74 ถึง 80% โดยน้ำหนักอะซีโตน และตั้งแต่ 20 ถึง 26% โดยน้ำหนักน้ำ (3) โทโคไตรอีนอล คือ แกมมา-โทโค- ไตรอีนอล และ (4) ขั้นตอนการสกัดจะต่อเนื่องและทวน กระแส
55. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ในที่ซึ่งประกอบต่อไป หลังการกำจัดเฟสที่หนึ่งออกจากเฟสที่สองในขั้นตอน (d) ซึ่งสกัดเฟสที่สองด้วยตัวทำละลายของสารสกัดของเฟส ที่สอง ซึ่งประกอบด้วยตัวทำละลายอินทรีย์แบบมีขั้วที่ สามารถผสมได้กับน้ำเพื่อผลิตระบบที่มีสองเฟส ซึ่งประกอบ ด้วยเฟสที่สามที่มีส่วนใหญ่ของตัวทำละลายของการสกัด สองเฟสที่สอง และเฟสที่สี่ ในที่ซึ่งความสามารถในการ คัดเลือกของตัวทำละลายของการสกัดที่สองสำหรับ โทโคเฟรอล ที่เกี่ยวกับส่วนประกอบที่ไม่มีโทคอล ที่ใหญ่กว่าหน่วย และการกำจัดเฟสที่สามออกจากเฟส ที่สี่โดยมีเงื่อนไขว่าตัวทำละลายของการสกัดเฟสที่ สองจะไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่มีการเจือปน
56. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 55 ในที่ซึ่งโทโคเฟรอล คือ อัลฟาโทโคเฟรอล
57. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 55 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดของเฟสที่สองจะประกอบด้วยอะซีโตนที่เป็นน้ำ
58. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 55 ในที่ซึ่งตัวทำละลาย ของการสกัดของเฟสที่สองจะประกอบด้วยอะซีโตนที่ เป็นน้ำ และอะซีโตนที่เป็นน้ำ จะประกอบด้วยตั้งแต่ 81 ถึง 93% โดยน้ำหนักอะซีโตน และตั้งแต่ 7 ถึง 19% โดยน้ำหนักน้ำในที่ซึ่งยอดรวมของอะซีโตน และ น้ำจะเท่ากับ 100%
59. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 55 ในที่ซึ่ง (1) สารผสม เติมของโทคอลที่หนึ่งจะประกอบดด้วยสิ่งที่ได้จากการกลั่น ของสารดับกลิ่นจากน้ำมันรำข้าว (2) ตัวทำละลายของ การสกัดของเฟสที่สองจะประกอบด้วยอะซีโตนที่เป็นน้ำ และอะซีโตนที่เป็นน้ำจะประกอบตั้งแต่ 83 ถึง 87% โดย น้ำหนักอะซีโตนและตั้งแต่แ 13 ถึง 17% โดยน้ำหนักน้ำ (3) โทโคเฟรอล คือ อัลฟา-โทโคเฟรอล และ (4) ขั้นตอนการสกัดต่อเนื่องและทวนกระแส
60. วิธีการสำหรับแยก โทโคไตรอีนอล ออกจากสาร ผสมเติมของโทคอลซึ่งประกอบด้วยโทโคไตรอีนอล และ อย่างนอ้ยหนึ่งโทโคเฟรอล ซึ่งประกอบด้วย โทโคไตร- อีนอล ที่สกัดจากสารผสมเติมของโทคอล กับตัวทำละลาย ของการสกัด ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่เป็นน้ำ ซึ่ง ประกอบด้วยน้ำ และตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้วที่สามารถ ผสมกับน้ำได้ เพื่อผลิตระบบที่มีสองเฟส ซึ่งประกอบ ด้วยเฟสที่หนึ่ง ซึ่งมีส่วนใหญ่ของตัวทำละลายของการ สกัด และเฟสที่สอง ในที่ซึ่งความสามารถในการคัดเลือก ของตัวทำละลายของการสกัด โทโคไตรอีนอล ที่เกี่ยวกับ โทโคเฟรอลจะใหญ่กว่าหน่วย และการกำจัดเฟสที่หนึ่ง ออกจากเฟสที่สอง โดยมีข้อแม้ว่าตัวทำละลายของการ สกัดจะไม่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์
61. องค์ประกอบที่ถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อถือสิทธิข้อ 1
62. องค์ประกอบที่ถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อถือ สิทธิข้อ 4
63. องค์ประกอบที่ถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อถือ สิทธิข้อ 28
64. องค์ประกอบที่ถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อ ถือสิทธิข้อ 54
65. องค์ประกอบที่ถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อ ถือสิทธิข้อ 56
66. องค์ประกอบที่ถูกผลิตโดยกระบวนการของข้อ ถือสิทธิข้อ 59
67. องค์ประกอบซึ่งประกอบด้วย แกมมา-โทโคโตรอีนอล และอัลฟาโทโคเฟรอลในที่ซึ่งอัตราส่วนของแกมมา- โทโคไตรอีนอล ต่อ อัลฟา-โทโคเฟรอลจะเป็นตั้งแต่ 1:1 ถึง 10:1 (ข้อถือสิทธิ 67 ข้อ, รูปเขียน - รูป)
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH40846A3 TH40846A3 (th) | 2000-10-25 |
| TH40846A true TH40846A (th) | 2000-10-25 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| EP1051412B1 (en) | Methods for separating a tocotrienol from a tocol-containing mixture and compositions thereof | |
| JP2002501916A5 (th) | ||
| EP1394144B1 (en) | Extraction of vitamin E, phytosterols and squalene from palm oil | |
| EP1689353B1 (en) | Recovery of phytonutrients from oils | |
| US5660691A (en) | Process for the production of tocotrienol/tocopherol blend concentrates | |
| JP3746292B2 (ja) | トコフェロールおよびステロールの回収 | |
| EP0171009B1 (en) | Purification of tocopherols by extraction | |
| EP1363895B1 (en) | Process for the production of tocotrienols | |
| WO2000043095A3 (en) | Methods for separating a tocopherol from a tocopherol-containing mixture and compositions thereof | |
| JP2002194381A (ja) | 植物油および脂肪の少量成分の回収並びに精製 | |
| US4550183A (en) | Purification of tocopherols | |
| CN105492006B (zh) | 从脂类混合物中分离或纯化维生素e、生育酚和生育三烯酚的方法 | |
| EP1226157B1 (en) | Process for the purification of phytosterol from fatty acids and their esters | |
| KR20010101669A (ko) | 토코페롤 함유 혼합물로부터 토코페롤을 분리하는 방법 및이 방법에 의해 제조된 조성물 | |
| RU1771474C (ru) | Способ концентрировани природных токоферолов из дистиллатов растительного масла | |
| TH40845A (th) | วิธีการสำหรับการแยกโทคอลออกจากของผสมที่มีโทคอล | |
| JP2003508345A (ja) | トコフェロール含有混合物からトコフェロールを分離するための方法およびその組成物 | |
| JPS5934191B2 (ja) | 植物油脂よりトコフェロ−ル類及びトコトリエノ−ル類の濃縮法 | |
| MXPA01007577A (en) | Methods for separating a tocopherol from a tocopherol-containing mixture and compositions thereof | |
| WO1999043316A1 (en) | Production of coenzyme q | |
| TH42383B (th) | การสกัดแยกไฟโตนิวเทรียนท์ออกจากน้ำมัน | |
| TH74291A (th) | การสกัดแยกไฟโตนิวเทรียนท์ออกจากน้ำมัน | |
| JP6365905B2 (ja) | 尿素類またはチオ尿素類の存在下においてキラルピロリジン類を使用するキラル4−クロマノン類の生成 |