TH27462B - กระบวนการสำหรับการเตรียมสารสกัดจากดินชนิดสังเคราะห์และเวชภัณฑ์ที่ทำมาจากสารดังกล่าว - Google Patents

กระบวนการสำหรับการเตรียมสารสกัดจากดินชนิดสังเคราะห์และเวชภัณฑ์ที่ทำมาจากสารดังกล่าว

Info

Publication number
TH27462B
TH27462B TH9801000420A TH9801000420A TH27462B TH 27462 B TH27462 B TH 27462B TH 9801000420 A TH9801000420 A TH 9801000420A TH 9801000420 A TH9801000420 A TH 9801000420A TH 27462 B TH27462 B TH 27462B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
mixture
solution
forming agent
process according
procedure
Prior art date
Application number
TH9801000420A
Other languages
English (en)
Other versions
TH39737A (th
Inventor
เจ. ลอว์บ นายริชาร์ด
Original Assignee
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
นายธเนศ เปเรร่า
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า, นายธเนศ เปเรร่า, นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์ filed Critical นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Publication of TH39737A publication Critical patent/TH39737A/th
Publication of TH27462B publication Critical patent/TH27462B/th

Links

Abstract

DC60 (30/04/41) ฟีนอลิคโพลิเมอร์ที่เตรียมได้โดยการทำละลายตัวของฟีนอลชนิดอินทรีย์หนึ่งชนิดหรือมาก กว่าด้วยกันกับโซเดียมเพอริโอเดทในสารละลายด่างในน้ำที่ค่าความเป็นกรด/ด่าง (pH) 8 ถึง 11, และปล่อยให้ของผสมตั้งทิ้งไว้ที่ระหว่าง 35 ถึง 80 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีถึง 100 ชั่วโมง, ได้เติมสารประกอบอนินทรีย์หรือเกลือหนึ่งชนิดหรือมากกว่าและปล่อยให้สารละลายตั้งทิ้งไว้ที่ อุณหภูมิห้องนานระหว่าง 2 ถึง 48 ชั่วโมง, โมเลกุลของเกลือเช่นเดียวกันกับสารประกอบตั้งต้น และสารอื่นๆ ที่มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณต่ำกว่า 500 ถึง 10,000 ดัลทันส์ (daltons) ได้แยกขจัด ออกจากสารละลายผลิตภัณฑ์, ฟีนอลิคโพลิเมอร์ที่บริสุทธิ์ได้เตรียมในสารละลายในน้ำที่เข้มข้นหรือ ในรูปของผงที่แห้งในขั้นตอนสุดท้ายถ้าหากจำเป็น ฟีนอลิคโพลิเมอร์ที่ได้นั้นจะแสดงคุณสมบัติทาง เคมีฟิสิกส์อย่างเข้มงวดมากที่คล้ายคลึงกับคุณสมบัติต่างๆ ดังกล่าวเหล่านั้นของสารติดสกัดชนิดได้ จากธรรมชาติที่หาได้ในทางการค้า สารดังกล่าวจะเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสและต้านเชื้อ จุลินทรีย์, และให้ประสิทธิภาพในปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสในสารผสมผลิตภัณฑ์โลหิต, ในวิธีการ สำหรับการทำให้ลดลงหรือการขจัดออกซึ่งไวรัสในสารผสมผลิตภัณฑ์โลหิตและในสารผสมต้านเชื้อ ไวรัสและในสารผสมต้านเชื้อจุลินทรีย์สำหรับการบำบัดรักษาหรือป้องกันโรคในมนุษย์หรือสัตว์ที่เกิด จากเชื้อไวรัสหรือเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าว ฟีนอลิคโพลิเมอร์ที่เตรียมได้โดยการทำละลายตัวของฟีนอลชนิดอินทรีย์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าด้วยกันกับโซเดียมเพอริโอเดทในสารละลายด่างในน้ำที่ค่าความเป็นกรด/ด่าง (pH)8 ถึง 11, และปล่อยให้ของผสมตังทิ้งไว้ที่ระหว่าง 35 ถึง 80 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีถึง 100 ชั่วโมง, ได้เติมสารประกอบอนินทรีย์หรือเกลือหนึ่งชนิดหรือมากกว่าและปล่อยให้สารละลายตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานระหว่าง 2 ถึง 48 ชั่วโมง,โมเลกุลของเกลือเช่นเกียวกันกับสารประกอบตั้งต้นและสารอื่นๆ ที่มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณต่ำกว่า 500 ถึง 10,000 ดัลทันส์ (daltons) ได้แยกขจัดออกจากสารละลายผลิตภัณฑ์, ฟีนอลิคโพลิเมอร์ที่บริสุทธิ์ได้เตรียมในสารละลายในน้ำที่เข้มข้นหรือในรูปของผงที่แห้งในขั้นตอนสุดท้ายถ้าหากจำเป็น ฟีนอลิคโพลิเมอร์ที่ได้นั้นจะแสดงคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์อย่างเข้มงวดมากที่คล้ายคลึงกับคุณสมบัติต่างๆ ดังกล่าวเหล่านั้นของสารติดสกัดชนิดได้จากธรรมชาติที่หาได้ในทางการค้า สารดังกล่าวจะเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสและต้านเชื้อจุลินทรีย์, และให้ประสิทธิภาพในปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสในสารผสมผลิตภัณฑ์โลหิต, ในวิธีการสำหรับการทำให้ลดลงหรือการขจัดออกซึ่งไวรัสในสารผสมผลิตภัณฑ์โลหิตและในสารผสมต้านเชื้อไวรัสและในสารผสมต้านเชื้อจุลินทรีย์สำหรับการบำบัดรักษาหรือป้องกันโรคในมนุษย์หรือสัตว์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าว

Claims (9)

1. กระบวนการสหรับเตรียมสารฟีนอลิค โพลิเมอร์ชนิดสังเคราะห์ ซึ่งคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของมัน และคุณลักษณะที่สามารถผลิตซ้ำใหม่ได้อีกให้คงคุณสมบัติเดิมไว้(reproducible)และที่ซึ่งจะลอกเลียนคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ และคุณลักษณะของกรดฮิวมิคชนิดธรรมชาติที่หาได้ในทางการค้าและสารดินสกัดอื่นๆ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้จะประกอบด้วยขั้นตอนของ a) การละลายสารประกอบอินทรีย์ตั้งต้นหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่ได้เลือกสรรจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารประกอบดังต่อไปนี้ (สูตรเคมี) R1,R2,R3,R4,R5,R6= -H -CH3 -CH2CH3 -(CH2)2CH3 -CH(CH3)2 -OH -OCH3 -CHO -CO2H -CO2CH3 -CH2OH -CH2OCH3 -CH2CHO -CH2CO2H -CH2CO2CH3 -(CH2)2OH -(CH2)2OCH3 -(CH2)2CHO -(CH2)2CO2H -(CH2)2CO2CH3 -CH(CH3)OH -CH(CH3)OCH3 -CH(CH3)CHO -CH(CH3)CO2H -CH(CH3)CO2CH3 -CH(CH3)CH2OH -CH(CH3)CH2OCH3 -CH(CH3)CH2CHO -CH(CH3)CH2CO2H -CH(CH3)CH2CO2CH3 -CH(OH)2 -CH(OH)OCH3 -CH(OH)CHO -CH(OH)CO2H -CH(OH)CO2CH3 -CH(OCH3)OH -CH(OCH3)2 -CH(OCH3)CHO -CH(OCH3)CO2H -CH(OCH3)CO2CH3 -CH(OH)CH2OH -CH(OH)CH2OCH3 -CH(OH)CH2CHO -CH(OH)CH2CO2H -CH(OH)CH2CO2CH3 -CH(OCH3)CH2OH -CH(OCH3)CH2OCH3 -CH(OCH3)CH2CHO -CH(OCH3)CH2CO2H -CH(OCH3)CH2CO2CH3 -(CH2)3OH -(CH2)3OCH3 -(CH2)3CHO -(CH2)3CO2H -(CH2)3CO2CH3 -CHCHOH(cis or trans) -CHCHOCH3(cis or trans) -CHCHCHO(cis or trans) -CHCHCO2H(cis or trans) -CHCHCO2CH3(cis or trans) -CH2CHCHOH(cis or trans) -CH2CHCHOCH3(cis or trans) -CH2CHCHCHO(cis or trans) -CH2CHCHCO2H(cis or trans) -CH2CHCHCO2CH3(cis or trans) (สูตรเคมี) โดยที่ สารประกอบมีอย่างน้อยหนึ่งหมู่ไฮดรอกซี และอย่างน้อยหนึ่งหมู่คาร์บอกซิลิคในสารละลายในน้ำ ซึ่งประกอบด้วยน้ำกลั่นหรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ b) การปรับค่าความเป็นกรด/ด่าง(pH)ของสารละลายในน้ำที่ได้จากขั้นตอน a)ดังกล่าวให้เป็นระหว่าง 8 ถึง 11 ถ้าหากจำเป็น c) การเติมเกลืออัลคาไลน์เพอริโอเดทหรือเกลืออัลไคไลน์-เอิร์ธเพอริโอเดทไปในสารละลายในน้ำที่ได้จากขั้นตอน b)ดังกล่าว d) การรักษาให้คงไว้ซึ่งอุณหภูมิของสารละลายที่ได้จากขั้นตอน c)ให้อยู่ระหว่าง 35 ถึง 80 องศาเซลเซียส ในช่วงระยะเวลานานอย่างน้อย 30 นาที e) การเติมสารประกอบหรือเกลือหนึ่งชนิดหรือมากกว่าที่ได้เลือกสรรจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดบอริค,เกลือบอเรท,เกลือของโลหะอัลคาไลน์-เอิร์ธ,เกลือของโลหะทรานซิชั่น,ซัลไฟด์ของโลหะอัคลาไลน์,ซัลไฟด์ของโลหะอัลคาไลน์-เอิร์ธหรือซัลไฟด์ของโลหะทรานซิชั่น,ไปในสารละลายในน้ำที่ได้จากขั้นตอน d)ดังกล่าว f) การปล่อยให้สารละลายในน้ำที่ได้จากขั้นตอน e)นั้นตั้งทิ้งไว้โดยอาจจะมีหรือไม่มีการกวนผสมก็ได้ที่อุณหภูมิห้องนานระหว่าง 2 ถึง 48 ชั่วโมง g) การแยกเอาโมเลกุลออกจากสารละลายที่ได้จากขั้นตอน f)ที่มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณต่ำกว่า 500 ถึงประมาณ 10,000 ดัลทันส์ (daltons) h) การทำให้งวดขึ้นของสารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)และ i) การแยกเอาน้ำออกจากสารละลายที่ได้จากขั้นตอน h)ถ้าหากจำเป็น
2.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ ค่า pH ของสารละลายในน้ำที่ได้จากขั้นตอน a)นั้นได้ปรับให้อยู่ระหว่าง 8 ถึง 11 โดยการเติมแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ในน้ำ,หรือออกไซด์หรือไฮดรอกไซด์ในน้ำของโลหะอัลคาไลน์ชนิดอื่นๆ หรือออกไซด์หรือไฮดรอกไซด์ในน้ำของโลหะอัลคาไลน์-เอิร์ธ หรืออกไซด์หรือไฮดรอกไซด์ในน้ำของโลหะทรานซิชั่น หรือกรดไฮโดรคลอริคหรือกรดอนินทรีย์ชนิดอื่นๆ
3.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ ซัลไฟด์ของโลหะอัลคาไลน์หรืออัลคาไลน์-เอิร์ธได้เติมไปในสารละลายที่ได้จากขั้นตอน b)
4.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ซัลไฟด์ของโลหะทรานซิชั่นได้เติมไปในสารละลายที่ได้จากขั้นตอน b)
5.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ซัลไฟด์ของโลหะอัลคาไลน์หรืออัลคาไลน์-เอิร์ธ ได้เติมไปในสารละลายที่ได้จากขั้นตอน c)
6.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ซัลไฟด์ของโลหะทรานซิชั่นได้เติมไปในสารละลายที่ได้จากขั้นตอน c)
7.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ตะกอนใดก็ตามที่เกิดขึ้นจากสารละลายที่ได้จากขั้นตอน f) ได้ถูกแยกขจัดออกโดยการเหวี่ยงด้วยแรงหนีศูนย์ (centrifugation)
8.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ขั้นตอน g)ได้ทำให้บรรลุโดยการทำไดอะไลซิ่ง(dialyzing,การแยกโดยผ่านแผ่นบางๆ)ของในสารละลายที่ได้จากขั้นตอน f)ด้วยเครื่องสำเร็จชนิดไหลผ่านตลอด(flow-through apparatus)ซึ่งประกอบด้วยเมมเบรน(membrane, เยื่อผนังแผ่นบาง)ชนิดประกบเข้าหากันที่สามารถแยกขนาดน้ำหนักโมเลกุลออกได้ที่ 500 ถึง 10,000 ดัลทันส์(daltons)จนกระทั่งค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายที่ถูกกักกั้นเอาไว้นั้นได้ลดลงเป็น 200 ไมโครซีเมนส์หรือต่ำกว่า
9.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 8, โดยที่ สารละลายได้จากขั้นตอน g)ได้ทำให้งวดขึ้นในขั้นตอน h) โดยการใช้เครื่องสำเร็จในการทำไดอะไลซิสแบบไหลผ่านตลอดซึ่งจะทำให้ได้สารละลายที่ถูกกักกั้นเอาไว้เพื่อให้ปริมาตรของสารละลายที่ถูกกักกั้นเอาไว้ด้วยเครื่องสำเร็จในการทำใดอะไลซิสดังกล่าวนั้นได้ปล่อยให้ลดลง 1
0.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ถูกผ่านไปในไส้กรองที่มีขนาดของรูพรุนระหว่าง 0.2 ถึง 0.4 ไมครอนเพื่อผลิตสารละลายที่ปลอดเชื้อ 1
1.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ สารละลาที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ถูกทำให้ร้อนที่อุณหภูมิสูงภายใต้ความดัน(auto clave)ที่ระหว่าง 100 ถึง 150 องศาเซลเซียสนาน 5 ถึง 60 นาทีเพื่อทำให้ได้สารละลายที่ปลอดเชื้อดังกล่าว 1
2.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน h)ได้ถูกผ่านไปในไส้กรองที่มีขนาดของรูพรุนระหว่าง 0.2 ถึง 0.4 ไมครอนเพื่อผลิตสารละลายที่ปลอดเชื้อ 1
3.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน h)ได้ถูกทำให้ร้อนที่อุณหภูมิสูงภายใต้ความดันที่ระหว่าง 100 ถึง 150 องศาเซลเซียส นาน 5 ถึง 60 นาทีเพื่อทำให้ได้สารละลายที่ปลอดเชื้อดังกล่าว 1
4.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ได้เติมแมนโนสหรือสารชนิดอื่นที่ช่วยลดกระแสไฟฟ้าสถิตลงไปในสารละลายที่ได้จากขั้นตอน h) ก่อนการแยกขจัดน้ำออกจากสารละลายดังกล่าวในขั้นตอน i) 1
5.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ขั้นตอน i)ได้ทำให้บรรลุได้โดยการพ่นด้วยลมร้อนทำให้แห้งหรือโดยการระเหยให้เป็นไอโดยการเหนี่ยวนำด้วยความร้อนหรือโดยการทำให้เย็นแห้งแข็งตัวภายใต้สูญญากาศ 1
6.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ผงที่แห้งที่ได้จากขั้นตอน i) ได้ถูกทำให้ร้อนที่อุณหภูมิสูงภายใต้ความดันที่ระหว่าง 100 ถึง 150 องศาเซลเซียส นาน 5 ถึง 60 นาทีเพื่อทำให้ได้สารละลายที่ปลอดเชื้อดังกล่าว 1
7.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ ได้ใช้แมมเบรนในการทำไดอะไลซิสที่เป็นลักษณะท่อ, หลอดเรียวเล็ก, ขดเกลียว, หรือระนาบในขั้นตอน g)สำหรับในการแยกโมเลกุลออกจากสารละลายที่ได้จากขั้นตอน f) 1
8.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ถูกผ่านไปในไส้กรองที่มีขนาดของรูพรุนระหว่าง 0.2 ถึง 0.4 ไมครอนเพื่อผลิตสารละลายที่ปลอดเชื้อ 1
9.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ถูกทำให้ร้อนที่อุณหภูมิสูงภายใต้ความดันที่ระหว่าง 100 ถึง 150 องศาเซลเซียส นาน 5 ถึง 60 นาทีเพื่อทำให้ได้สารละลายที่ปลอดเชื้อดังกล่าว 2
0.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ทำให้งวดขึ้นในขั้นตอน h)โดยการใช้เครื่องสำเร็จในการทำไดอะไลซิสแบบไหลผ่านตลอดซึ่งจะทำให้ได้สารละลาจยที่ถูกกักกั้นเอาไว้ที่ซึงปริมาตรของสารละลายที่ถูกกักกั้นเอาไว้ด้วยเครื่องสำเร็จในการทำไดอะไลซิสดังกล่าวนั้นได้ปล่อยให้ลดลง 2
1.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ยังคงถูกทำไดอะไลซ์ต่อไปด้ยเครื่องสำเร็จชนิดไหลผ่านตลอดซึ่งประกอบด้วยเมมเบรนชนิดประกบเข้าหากันที่สามารถแยกขนาดน้ำหนักโมเลกุลออกได้ที่ 30,000 ถึง 100,000 ดัลทันส์เพื่อทำให้ได้สารละลายในน้ำที่กรองได้ที่มีสารฟีนอลิคโพลิเมอร์ชนิดสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำสุดระหว่าง 500 ถึง 10,000 และที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงสุดระหว่าง 30,000 ถึง 100,000 ดัลทันส์ 2
2.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 21, โดยที่ ได้ใช้ไดอะไลซิสเมมเบรนที่เป็นลักษณะท่อ,หลอดเรียวเล็ก,ขดเกลียว,หรือระนาบสำหรับในการทำไดอะไลซิสต่อไปอีกดังกล่าว 2
3.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 22, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ผ่านไปในไส้กรองที่มีขนาดรูกรองระหว่าง 0.2 ถึง 0.4 ไมครอนเพื่อผลิตสารละลายที่ปลอดเชื้อดังกล่าว 2
4.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 22, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ถูกทำให้ร้อนที่อุณหภูมิสูงภายใต้ความดันที่ระหว่าง 100 ถึง 150 องศาเซลเซียส นาน 5 ถึง 60 นาทีเพื่อทำให้ได้สารละลายที่ปลอดเชื้อดังกล่าว 2
5.กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 22, โดยที่ สารละลายที่ได้จากขั้นตอน g)ได้ทำให้งวดขึ้นในขั้นตอน h)โดยการใช้เครื่องสำเร็จในการทำไดอะไลซิสแบบไหลผ่านตลอดซึ่งจะทำให้ได้สารละลาจยที่ถูกกักกั้นเอาไว้ที่ซึงปริมาตรของสารละลายที่ถูกกักกั้นเอาไว้ด้วยเครื่องสำเร็จในการทำใดอะไลซิสดังกล่าวนั้นได้ปล่อยให้ลดลง 2
6.สารผสมผลิตภัณฑ์โลหิตที่ประกอบด้วยปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสของสารฟีนอลิคโพลิเมอร์ชนิดสังเคราะห์ที่ผลิตโดยกรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่รวมเข้าด้วยกันกับผลิตภัณฑ์โลหิต 2
7.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่ ผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าวจะเป็นโลหิตของมนุษย์โดยทั้งหมด 2
8.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่ ผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าวจะเป็นเกล็ดเลือดของมนุษย์ 2
9.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 28, โดยที่ ปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสจะเป็นปริมาณที่เพียงพอในการลดปฏิกิริยาของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV) ในมุษย์ 3
0.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 28, โดยที่ ปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสจะเป็นปริมาณที่เพียงพอในการลดปฏิกิริยาของเชื้อไวรัสชนิดที่ไม่ได้ถูกหุ้มเอาไว้ 3
1.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 30, โดยที่ เชื้อไวรัสชนิดที่ไม่ได้ถูกหุ้มเอาไว้จะเป็นพาร์โวไวรัส(parvovirus) 3
2.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 30, โดยที่ เชื้อไวรัสชนิดทีไม่ได้ถูกหุ้มเอาไว้จะเป็นไซโตเมกาโลไวรัส(cytomegalovirus) 3
3.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่ ผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าวนั้นจะเป็นเซรุ่มเลือดของมนุษย์ 3
4.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่ ผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าวนั้นจะเป็นโปรตีนจากเลือดของมนุษย์ 3
5.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่ โปรตีนจากเลือดของมุนษย์ดังกล่าวจะเป็นเซรุ่มอัลบูมินของมุนษย์หรือเซรุ่มแกมมา-โกลบูลินของมนุษย์ 3
6.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่ ผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าวนั้นจะเป็นฮีโมฟิเลียแฟคเตอร์ (haemophiliafactor) ของมนุษย์ 3
7.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 36, โดยที่ ฮิโมฟิเลียแฟคเตอร์ของมนุษย์นั้นจะเป็นแฟคเตอร์ VIII 3
8.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 36, โดยที่ ฮิโมฟิเลียแฟคเตอร์ของมนุษย์นั้นจะเป็นแฟคเตอร์ IX 3
9.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 36, โดยที่ ปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสจะเป็นปริมาณที่เพียงพอในการลดปกิกิริยาของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง(HIV)ในมนุษย์ 4
0.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 36, โดยที่ ปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสจะเป็นปริมาณที่เพียงพอในการลดปกิกิริยาของเชื้อไวรัสชนิดที่ไม่ได้ถูกหุ้มเอาไว้ 4
1.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 40, โดยที่ โดยที่เชื้อไวรัสชนิดที่ไม่ได้ถูกหุ้มเอาไว้จะเป็นพาร์โวไวรัส(parvovirus) 4
2.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 40, โดยที่ เชื้อไวรัสชนิดทีไม่ได้ถูกหุ้มเอาไว้จะเป็นไซโตเมกาโลไวรัส(cytomegalovirus) 4
3.การใช้สารฟีนอลิคโพลิเนอร์ชนิดสังเคราะหที่ผลิตโดยกระบวนการของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 สำหรับการลด ซึ่งปริมาณไวรัสในผลิตภัณฑ์โลหิตโดยการสัมผัสสารดังกล่าวกับผลิตภัณฑ์โลหิต 4
4.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ การสัมผัสกันดังกล่าวจะประกอบด้วยการทำให้ส่นปิดผนึกแน่นนั้นแตกออกอย่างปลอดเชื้อที่เชื่อมต่อกับช่องผ่านระหว่างช่องทั้งสองที่แยกกันนี้ ช่องแรกจะมีผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าวที่อยู่ในรูปปลอดเชื่อบรรจุอยู่ และอีกช่องหนึ่งจะมีปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสดังกล่าวของสารฟีนอลิคโพลิเมอร์ชนิดสังเคราะห์ดังกล่าวที่อยู่ในรุปที่ปลอดเชื้อบรรจุอยู่ 4
5.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ การสัมผัสกันดังกล่าวจะประกอบด้วยการฉีดสารละลายที่ปลอดเชื้อที่มีปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสดังกล่าวไปในผลิตภัณฑ์โลหิตดังกล่าว 4
6.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง(HIV) ในมุษย์ 4
7.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิด A 4
8.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิด B 4
9.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิด C 5
0.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อพาร์โซไวรัส (parvovirus) 5
1.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส (cytomegalovirus) 5
2.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 43 โดยที่ ได้ใช้วิธีการเสริมเพิ่มในการบำบัดโลหิตหนึ่งวิธีการหรือมากกว่าสำหรับทำให้ลดลงซึ่งปฏิกริริยาเชื้อไวรัสดังกล่าว 5
3.การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 52 โดยที่ วิธีการเสริมเพิ่มในการบำบัดโลหิตนั้นจะเป็นวิธีการใช้สารตัวทำละลาย/สารทำความสะอาด (solvent/detergent, S/D method) 5
4.สารผสมสำหรับบำบัดรักษาหรือป้องกันโรคในมนุษย์หรือสัตว์ที่เป็นสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสที่ประกอบด้วยปริมาณในการต้านเชื้อไวรัสของสารฟีนอลิคโพลิเมอร์ชนิดสังเคราะห์ที่ผลิตโดยกระบวนการของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 และอย่างน้อยที่สุดสารตัวพาหรือสารช่วยขึ้นรูปยาหนึ่งชนิดที่ยอมรับในทางการรักษาโรค 5
5.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง(HIV) ในมุษย์ 5
6.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ เชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริ่มชนิด I และ II 5
7.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ เชื้อไวรัสจะเป็นฟิคอร์นาไวรัส (picornavirus) 5
8.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเป็นสารละลายขึ้นรูปยาที่สามารถฉีดได้ 5
9.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเป็นตำรับสูตรสารช่วยขึ้นรูปยาที่ให้เฉพาะที่ 6
0.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่สามารถกินได้ 6
1.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่ใช้พ่นเข้าทางจมูก 6
2.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่ใช้สูดดมชนิดวัดปริมาณได้ 6
3.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่ใช้เหน็บทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก 6
4.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางการรักษาโรคนั้นจะเหมาะสำหรับในการฆ่าเชื้อหรือทำการกันเสียให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ 6
5.สารผสมสำหรับบำบัดรักษาหรือป้องกันโรคในมนุษย์หรือสัตว์ที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ที่ประกอบด้วยปริมาณในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ของสารฟีนอลิคโพลิเมอร์ชนิดสังเคราะห์ที่ผลิตโดยกรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 และอย่างน้อยที่สุดสารช่วยขึ้นรูปยาหนึ่งชนิดที่ยอมรับในทางสรีรวิทยา 6
6.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเป็นสารละลายช่วยขึ้นรูปยาที่สามารถฉีดได้ 6
7.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเป็นตำรับสูตรสารขึ้นรูปยาที่ให้เฉพาะที่ 6
8.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่สามารถกินได้ 6
9.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเป็นช่วยขึ้นรูปยาที่พ่นเข้าทางจมูก 7
0.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่ใช้สูดดมชนิดวัดปริมาณได้ 7
1.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเป็นสารช่วยขึ้นรูปยาที่ใช้เหน็บทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก 7
2.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่ สารช่วยขึ้นรูปยาที่ยอมรับในทางสรีรวิทยานั้นจะเหมาะสำหรับในการฆ่าเชื้อหรือทำการกันเสียให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ 7
3.สารผสมของข้อถือสิทธิข้อที่ 72, โดยที่ อุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นเป็นคอนแทคเลนซ์
TH9801000420A 1998-02-09 กระบวนการสำหรับการเตรียมสารสกัดจากดินชนิดสังเคราะห์และเวชภัณฑ์ที่ทำมาจากสารดังกล่าว TH27462B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH39737A TH39737A (th) 2000-08-18
TH27462B true TH27462B (th) 2010-02-16

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US5945446A (en) Process for preparing synthetic soil-extract materials and medicaments based thereon
DE69419244D1 (de) Zusammensetzungen und methoden zur anwendung von reaktiven antiviralen polymeren
ME00556A (en) Freeze-dried pantoprazole preparation and pantoprazole injection
CN114224771B (zh) 一种免洗洗手液及其制备方法
WO1992004031A1 (en) Preservation of blood, tissues and biological fluids
ATE20309T1 (de) Pharmazeutische zubereitung.
JPS6011429A (ja) アジュバント生ワクチンの製造方法
WO2002083157A1 (fr) Plasma sanguin humain exempt de groupe sanguin et son procede de preparation
EP0253313B1 (en) Process for heat treating chemically unmodified gamma-globulin
TH27462B (th) กระบวนการสำหรับการเตรียมสารสกัดจากดินชนิดสังเคราะห์และเวชภัณฑ์ที่ทำมาจากสารดังกล่าว
TH39737A (th) กระบวนการสำหรับการเตรียมสารสกัดจากดินชนิดสังเคราะห์และเวชภัณฑ์ที่ทำมาจากสารดังกล่าว
JPH06511013A (ja) 血液、組織および生物流体のアルブミンーヨウ素保存
JP2594453B2 (ja) 抗感染症剤
JPS59130819A (ja) 血しようタンパク製品の溶媒処理法
JPH0643330B2 (ja) 麦類青汁系血糖降下剤
CN111803650B (zh) 酪胺-岩藻聚糖在预防病毒经黏膜传播中的应用及其制备方法、药剂
DE60118175T2 (de) Methode zur herstellung einer immunotropischen antiviralen zusammensetzung
RU2057535C1 (ru) Способ получения растворимого в воде порошка фибрина
CN108096562B (zh) 20s蛋白酶体抑制剂在制备治疗日本乙型脑炎病毒感染的药物中的用途
CN113350487A (zh) 一种抗病毒组合物及其制备方法和应用
JPS59190921A (ja) 抗ウイルス活性物質
RU2209086C1 (ru) Способ получения диуретического средства
JPS62501069A (ja) ジエチルジオチオカルバメ−ト(dtc)の薬剤の調製への適用およびその調製方法
JPH06510067A (ja) 血液、組織および生物流体のデンプン−ヨウ素保存
JPH06511040A (ja) 血液、組織および生物流体のデンプン−ヨウ素−過酸化物による保存