TH17937U - กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว - Google Patents

กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว

Info

Publication number
TH17937U
TH17937U TH1803001302U TH1803001302U TH17937U TH 17937 U TH17937 U TH 17937U TH 1803001302 U TH1803001302 U TH 1803001302U TH 1803001302 U TH1803001302 U TH 1803001302U TH 17937 U TH17937 U TH 17937U
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
base
primer
dipstick
isoniazid
mutation
Prior art date
Application number
TH1803001302U
Other languages
English (en)
Other versions
TH17937C3 (th
TH17937Y (th
TH17937A3 (th
Inventor
ขำดี นายจัตุรงค์
แก้วพินิจ นายธงชัย
พัฒนาอุตสาหกิจ นายพิสุทธิ์
สันติวัฒนกุล นายสมชาย
เหรียญทอง นายสมศักดิ์
Original Assignee
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Filing date
Publication date
Application filed by มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ filed Critical มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication of TH17937C3 publication Critical patent/TH17937C3/th
Publication of TH17937U publication Critical patent/TH17937U/th
Publication of TH17937Y publication Critical patent/TH17937Y/th
Publication of TH17937A3 publication Critical patent/TH17937A3/th

Links

Abstract

------16/12/2563------(OCR) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง โพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซีเปลี่ยนเป็นเบสที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์ 1 เส้นติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin)หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์อีก 1 เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิอุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่าในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบสที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์(PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา ------------ หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอช เอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อวัณโรค ดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง โพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบสที (C-15-T) ขอยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์ 1 เส้นติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์อีก 1 เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตาม ปฏิกิริยาที่เกิดชื้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป๋าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพส ติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบสที (C-15-T) ของ ยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้ เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา

Claims (5)

------16/12/2563------(OCR)
1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค (dipstick) ในการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์4 อย่างละ 50 พิโคโมล, ไพรเมอร์ 1 ไพรเมอร์ 2 และไพรเมอร์ 5 อย่างละ 5 พิโคโมล, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 0.8 มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ บีเอสที ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst DNA polymerase) 8 U และสารละลายบัฟเฟอร์ โดยการทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP) ทำที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน 5ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ 100 ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค (dipstick) ลงในสารละลาย 5 นาที แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ขอยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้ใช้ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด(isoniazid) ในยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว ในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) โดยไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCRthermal cycler) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า กรรมวิธีนี้มีการออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์(LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ขอยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์ 4 ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) โดยกำหนดให้เบสตัวสุดท้ายของปลาย 3' ในไพรเมอร์ 4ตรงกับตำแหน่งเบสกลายพันธุที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T)ขอยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5'-3') gCTgAgTCACACCgACAAAC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5'-3') CCggTTTCCTCCggTAACC ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5'-3') CCACg AgC gTAACgT g gCT gCTTTT gT CAC g AgC gT AACCCC A ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5'-3') ไบโอติน (biotin)/ไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) AT CgCAgCCACgTTACgCT CTTTT gT CACCCCgAC AACCTATTT ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5'-3') FITC-TggACATACCgATTTCggCCC ------------ แก้ไข 04/12/2561 หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ
1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ แผ่นดิพสติค (dipstick) ในการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 50 พิโคโมล, ไพรเมอร์ 1 ไพรเมอร์ 2 และไพรเมอร์ 5 อย่างละ 5 พิโคโมล, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 0.8 มิลลิ โมลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ บีเอส ที ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst DNA polymerase) 8 U และสารละลายบัฟเฟอร์ โดยการทำปฏิกิริยาแลป์ (LAMP) ทำที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน 5 ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ 100 ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค (dipstick) ลง ในสารละลาย 5 นาที แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณ แถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (peomoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้ใช้ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว ในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจ วินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) โดยไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR thermal cycler) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า กรรมวิธีนี้มีการออกแบบไพรเมอร์สำหรับ เทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ขอยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์ 3 ติดฉลาก ด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) โดยกำหนดให้เบสตัวสุดท้ายของปลาย 3' ในไพรเมอร์ 4 ตรงกับตำแหน่งเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ iinhA) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น บนแผ่นดิพสติค (dipstick) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5'-3') gCTgAgTCACACCgACAAAC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5'-3') CCggTTTCCTCCggTAACC ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5'-3') CCACgAgCgTAACgTggCTgCTTTTTCACgAgCgTAACCCCA ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5'-3') Biotin/Dig-ATCgCAgCCACgTTACgCTCTTTTgTCACCCCgACAACCTATTT ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5'-3') FITC-TggACATACCgATTTCggCCC Dig = Digoxigenin ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ
1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ แผ่นดิพสติค (dipstick) ภายในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 50 พิโคโมล, ไพรเมอร์ 1 ไพรเมอร์ 2 และไพรเมอร์ 5 อย่างละ 5 พิโคโมล, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 0.8 มิลลิโม ลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgS04) 4มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ บีเอสที ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst DNA polymerase) 8 บ และสารละลายบัฟเฟอร์ ใช้ในการตรวจลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ของ เชื้อวัณโรค การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียง หนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ขอยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ของ เชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์ 3 ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) โดยกำหนดให้เบส ตัวสุดท้ายของปลาย 3' ในไพรเมอร์ 4 ตรงกับตำแหน่งเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่ง เบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ขอยีนไอเอ็นเอชเอ iinhA) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5'-3') gCTgAgTCACACCgACAAAC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5'-3') CCggTTTCCTCCggTAACC ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5'-3') CCACgAgCgTAACgTggCTgCTTTTTCACgAgCgTAACCCCA ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5'-3') Biotin/Dig-ATCgCAgCCACgTTACgCTCTTTTgTCACCCCgACAACCTATTT ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5'-3') FITC-TggACATACCgATTTCggCCC Dig = Digoxigenin
2. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) บนแผ่นดิพสติค (dipstick) มีลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้ว ดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน 5 ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ 100 ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค (dipstick) ลงในสารละลาย 5 นาที แล้วอ่านผล
3. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) มีขั้นตอนการเพิ่มปริมาณ สารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส โดยให้ไพรเมอร์ 4 ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลาก ด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นด้วยการอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุที่ ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเนินเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) แต่ถ้า ผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า
4. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR thermal cycler) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า
5. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีฟ่อเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งใช้สำหรับการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณ โรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีที่เปลี่ยนแปลง ในผู้ป่วยที่สงสัยการ ติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid)
TH1803001302U 2018-06-07 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด(isoniazid)บนยีนไอเอ็นเอชเอ(inhA)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว TH17937A3 (th)

Publications (4)

Publication Number Publication Date
TH17937C3 TH17937C3 (th) 2021-06-25
TH17937U true TH17937U (th) 2021-06-25
TH17937Y TH17937Y (th) 2021-06-25
TH17937A3 TH17937A3 (th) 2021-06-25

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
JP2017530710A (ja) 結核菌(Mycobacterium Tuberculosis)のためのポリメラーゼ連鎖反応プライマーおよびプローブ
US20090098558A1 (en) Detection, identification and differentiation of proteus species using the spacer region
CA2822953C (en) Selective detection of haemophilus influenzae
TH17937Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TWI872321B (zh) 鑑別敗血症之原因細菌之方法及套組
EP2421969A2 (en) Selective detection of bordetella species
JP6873903B2 (ja) 強毒型クロストリジウムディフィシル株の存在を検出するための方法
TH17935U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH17935Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH18959Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH18959U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH19454Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolone) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH19454U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolone) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
RU2831277C1 (ru) Способ выявления ДНК микроорганизмов класса Mollicutes в крови и других биоматериалах методом ПЦР-РВ
TH17934Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิด มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH17934U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิด มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH20199U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนอะโพอี (apoe) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH20199Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนอะโพอี (apoe) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH19325Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนองในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH19325U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนองในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH20107U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH20107Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH19326U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยากานามัยซิน (kanamycin) ด้วยแถบสีขั้นตอนเดียว
TH19326Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยากานามัยซิน (kanamycin) ด้วยแถบสีขั้นตอนเดียว
TH17934A3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิดมัยโคแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส(Mycobacteriumtuberculosis)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว