TH18959U - กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว - Google Patents
กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวInfo
- Publication number
- TH18959U TH18959U TH1803001301U TH1803001301U TH18959U TH 18959 U TH18959 U TH 18959U TH 1803001301 U TH1803001301 U TH 1803001301U TH 1803001301 U TH1803001301 U TH 1803001301U TH 18959 U TH18959 U TH 18959U
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- primer
- dipstick
- isoniazid
- primers
- tuberculosis
- Prior art date
Links
Abstract
------25/06/2564------(OCR) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด(isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคพจี (katG) ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์ 1 เส้นติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์อีก 1 เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดชื้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิอุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี (katG) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์(PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา ------------ หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีใน ขั้นตอนเดียว เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)c) ของยีนแคทจี (katG) ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์ 1 เส้นติดฉลาก ด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์อีก 1 เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณ ภายใต้อุณหภูมิอุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วอ่าน ผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบ ควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)C) ของยีนแคทจี (katG) แต่ถ้าผลลบ จะ ปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วย กระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา
Claims (5)
1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะชิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว ที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค (dipstick) ในการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 50 พิโคโมล,ไพรเมอร์ 1 ไพรเมอร์ 2 และไพรเมอร์ 5 อย่างละ 5 พิโคโมล, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 0.8 มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ บีเอสที ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส(Bst DNA polymerase) 8 U และสารละลายบัฟเฟอร์ โดยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ทำที่อุณหภูมิ 61องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน 5 ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ 100 ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นจุ่มแผ่นดีพสติค (dipstick) ลงในสารละลาย 5 นาที แล้วอ่านผล บนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม(C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี (katG) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้ใช้ในการตรวจลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315(G-->C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค ในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อวัณโรคที่ดื้อยานี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องพีซีอาร์ (PCR thermalcycler) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า กรรมวิธีนี้มีการออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์(LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP)ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี (katG)ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์ 3 ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซีเจนิน (Digoxigenin) โดยกำหนดให้เบสตัวสุดท้ายของปลาย 3'ในไพรเมอร์ 3 ตรงกับตำแหน่งเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี(katG) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดชื้นบนแผ่นดิพสติค(dipstick) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5'-3') CgTCggCggTCACACT ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5'-30) AgCAgggCTCTTCgTcAg ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5'-3') ไบโอติน (biotin)/ไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) CAAgCCCATCT gCT CCAgCggTTTTTT CggT AAg ACCC AT ggCg ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5'-30) CggTAAggACgCgATCACCTTTTCATACgACCTCgATgCCAg ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5'-3') FITC-CgggTTCggggCCgACCAg ------------ แก้ไข 04/12/2561 หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ
1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีใน ขั้นตอนเดียว ที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค (dipstick) ใน การทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 50 พิโคโมล, ไพรเมอร์ 1 ไพรเมอร์ 2 และไพรเมอร์ 5 อย่างละ 5 พิโคโมล, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 0.8 มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตา อีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ บีเอสที ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst DNA polymerase) 8 U และสารละลายบัฟเฟอร์ โดยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ทำที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน 5 ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลาย บัฟเฟอร์ 100 ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค (dipstick) ลงในสารละลาย 5 นาที แล้วอ่านผล บนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี (katG) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏ เส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้ใช้ในการตรวจลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->c) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค ในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อวัณโรคที่ดื้อยานี้ เพื่อการตรวจวินิฉัย และป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องพีซีอาร์ (PCR thermal cycler) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า กรรมวิธีนี้มีการออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์ 3 ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) โดยกำหนดให้ เบสตัวสุดท้ายของปลาย 3' ในไพรเมอร์ 3 ตรงกับตำแหน่งเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G-->C) ของยีนแคทจี (katG) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5'-3') CgTCggCggTCACACT ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5'-3') AgCAgggCTCTTCgTcAg ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5'-3') Biotin/Dig-CAAgCCCATCTgCTCCAgCgg TTTTTT CggTAAgACCCATggCg ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5'-3') CggTAAggACgCgATCACC TTTTCATACgACCTCgATgCCAg ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5'-3') FITC-CgggTTCggggCCgACCAg Dig = Digoxigenin ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ
1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีใน ขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค (dipstick) ภายในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 50 พิโคโมล, ไพรเมอร์ 1 ไพรเมอร์ 2 และไพรเมอร์ 5 อย่างละ 5 พิโคโมล, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 0.8 มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตา อีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgS04) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์ บีเอสที ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst DNA polymerase) 8 U และสารละลายบัฟเฟอร์ ใช้ในการตรวจลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรค การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจ เชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G~^C) ของยีนแคทจี (katG) ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์ 3 ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) โดยกำหนดให้เบสตัวสุดท้ายของปลาย 3' ใน ไพรเมอร์ 3 ตรงกับตำแหน่งเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)C) ของยีนแคทจี (katG) และให้ไพรเมอร์ 5 ติด ฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5'-3') CgTCggCggTCACACT ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5'-3') AgCAgggCTCTTCgTcAg ไพรเมอร์ 3 ลำดับเบส (5'-3') Biotin/Dig-CAAgCCCATCTgCTCCAgCgg TTTTTT CggTAAgACCCATggCg ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5'-3') CggTAAggACgCgATCACC TTTTCATACgACCTCgATgCCAg ไพรเมอร์ 5 ลำดับเบส (5'-3') FITC-CgggTTCggggCCgACCAg Dig = Digoxigenin
2. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีใน ขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) บนแผ่นดิพสติค (dipstick) มีลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้ว ดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน 5 ไมโครลิตรใสในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ 100 ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค (dipstick) ลงในสารละลาย 5 นาที แล้วอ่านผล
3. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีใน ขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) มีขั้นตอนการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณ โรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส โดยให้ไพรเมอร์ 3 ติด ฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์ 5 ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นด้วยการอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้น ทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 315 (G(สัญลักษณ์)C) ของยีนแคทจี (katG) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า
4. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีใน ขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR thermal cycler) และ เครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า
5. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสี ใน ขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อวัณโรคดื้อยานี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกัน การระบาดของโรค
Publications (4)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH18959Y TH18959Y (th) | 2021-12-16 |
| TH18959A3 TH18959A3 (th) | 2021-12-16 |
| TH18959C3 TH18959C3 (th) | 2021-12-16 |
| TH18959U true TH18959U (th) | 2021-12-16 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Rijpens et al. | Molecular methods for identification and detection of bacterial food pathogens | |
| Barreda-García et al. | Attomolar quantitation of Mycobacterium tuberculosis by asymmetric helicase-dependent isothermal DNA-amplification and electrochemical detection | |
| Joon et al. | Evaluation of improved IS6110 LAMP assay for diagnosis of pulmonary and extra pulmonary tuberculosis | |
| WO2003014704A2 (en) | Rapid and specific detection of campylobacter | |
| Nguyen et al. | Establishment of Recombinase Polymerase Amplification assay for rapid and sensitive detection of Orientia tsutsugamushi in Southeast Asia | |
| TH18959Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| AU2004221678B2 (en) | Method and kit for a specific detection of M.tuberculosis | |
| TH19454U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolone) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| TH19454Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolone) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| TH17935U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| TH17935Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| TH20107Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี | |
| TH20107U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี | |
| RU2831277C1 (ru) | Способ выявления ДНК микроорганизмов класса Mollicutes в крови и других биоматериалах методом ПЦР-РВ | |
| RU2781855C1 (ru) | Способ исследования микробиоты толстого кишечника методом полимеразной цепной реакции с флуоресцентной детекцией в режиме реального времени и набор реагентов для его осуществления | |
| CN107110864B (zh) | 用于检测高毒力艰难梭菌菌株的存在的方法 | |
| TH19326Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยากานามัยซิน (kanamycin) ด้วยแถบสีขั้นตอนเดียว | |
| TH19326U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยากานามัยซิน (kanamycin) ด้วยแถบสีขั้นตอนเดียว | |
| TH20199U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนอะโพอี (apoe) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี | |
| TH20199Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนอะโพอี (apoe) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี | |
| TH19325U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนองในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี | |
| TH19325Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนองในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี | |
| TH17934U (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิด มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| TH17934Y (th) | กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิด มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว | |
| WO2009087688A2 (en) | Method for detection of nucleic acid of mycobacterium and uses thereof |