TH90875B - กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ - Google Patents

กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์

Info

Publication number
TH90875B
TH90875B TH601006294A TH0601006294A TH90875B TH 90875 B TH90875 B TH 90875B TH 601006294 A TH601006294 A TH 601006294A TH 0601006294 A TH0601006294 A TH 0601006294A TH 90875 B TH90875 B TH 90875B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
lanthanide
molecular sieve
carboxylate
solution
carboxylic acid
Prior art date
Application number
TH601006294A
Other languages
English (en)
Other versions
TH102916A (th
TH90875A (th
Inventor
ฮิโรกิโคอิเกะ นาย ทาเคชิฮานาซาวะ นาย
เบียจินี เปาโล
คามบิซี่ ฟรานโก
ซัลวาลักกิโอ มาริโอ
กีล่า ลีลิเอน่า
โบนอลดี้ ลูเซีย
Original Assignee
โพลิเมอรี่ ยูโรปา เอสพีเอ
ไฟเซอร์ อิงค์ ไฟเซอร์ อิงค์
Filing date
Publication date
Application filed by โพลิเมอรี่ ยูโรปา เอสพีเอ, ไฟเซอร์ อิงค์ ไฟเซอร์ อิงค์ filed Critical โพลิเมอรี่ ยูโรปา เอสพีเอ
Publication of TH90875A publication Critical patent/TH90875A/th
Publication of TH102916A publication Critical patent/TH102916A/th
Publication of TH90875B publication Critical patent/TH90875B/th

Links

Abstract

DC60 (09/11/59) ได้อธิบายถึงกรรมวิธีสำหรับทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มี คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำมาทรีต กับสารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฎภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 และ/ หรือขั้นตอนซึ่งนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมาทรีตกับของแข็งซึ่งเลือก จาก Na2SO4, MgSO4, Mg (ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3อังสตรอม, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 อังสตรอม, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 อังสตรอม และ โมเลคิวลาร์ซีฟ 13X ได้อธิบายถึงวิธีวิเคราะห์ด้วย ซึ่งให้การวัดความบริสุทธิ์ของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทโดยไม่ ทำลายสาร แก้ไข 09/11/2559 ได้อธิบายถึงกรรมวิธีสำหรับทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มี คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำมาทรีต กับสารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฎภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 และ/ หรือขั้นตอนซึ่งนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมาทรีตกับของแข็งซึ่งเลือก จาก Na2SO4, MgSO4, Mg (ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3(สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 (สูตร) และ โมเลคิวลาร์ซีฟ 13X ได้อธิบายถึงวิธีวิเคราะห์ด้วย ซึ่งให้การวัดความบริสุทธิ์ของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทโดยไม่ ทำลายสาร ---------------------------------- ได้อธิบายถึงกรรมวิธีสำหรับทำแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มี คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำมากระทำ กับสารละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 และ/ หรือขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็งซึ่ง เลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X ได้อธิบายถึงวิธีวิเคราะห์ด้วย ซึ่งให้การวัดความบริสุทธิ์ของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทโดยไม่ ทำลายสาร

Claims (27)

แก้ไข 07/11/2561 ข้อถือสิทธิ 1. กรรมวิธีสำหรับการทำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์ บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ ซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทดังกล่าวและสิ่งเจือปนของคาร์ บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำซึ่งประกอบรวมด้วย การทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอน ซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับ สารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฎภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 11.0 ถึง 11.8 และ อาจเลือกให้ทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอก ซิเลทกับของแข็งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย Na2SO4, MgSO4, Mg(ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3 (สัญลักษณ์), โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 (สัญลักษณ์), โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 (สัญลักษณ์) และโมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X ---------- แก้ไข 09/11/2559 1. กรรมวิธีสำหรับการทำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์ บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ ซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทดังกล่าวและสิ่งเจือปนของคาร์ บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำซึ่งประกอบรวมด้วย การทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอน ซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับ สารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฎภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 11.0 ถึง 11.8 และ อาจเลือกให้ทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอก ซิเลทกับของแข็งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย Na2SO4, MgSO4, Mg(ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 (สูตร) และโมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X 2. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วย การทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอน ซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับ สารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้สารละลายไฮโดรคาร์บอนที่สองที่มี pH ของวัฎภาคเอเควียสอยู่ ในช่วงจาก 11.0 ถึง 11.8 และ การทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่สองซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท กับของแข็งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย Na2SO4, MgSO4, Mg(ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 (สูตร) และโมเลคิวลาร์ซึฟ 13 X 3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารละลายของเบสมีความเข้มข้นอยู่ในช่วงจาก 0.01 ถึง 2 โมลาร์ 4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งคาร์บอกซิลิคแอซิด คือ โมโน-คาร์บอกซิลิคแอซิดหรือ พอลิคาร์บอกซิลิคแอซิดซึ่งประกอบรวมด้วยจาก 2 ถึง 40 คาร์บอนอะตอม ซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยแอลิแฟทิค, ไซโคล-แอลิแฟทิคแอซิด, แอลิไซคลิคแอซิดและแอโรแมทิคแอซิด 5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ซึ่งกรดประกอบรวมด้วยจาก 6 ถึง 20 คาร์บอนอะตอม 6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ซึ่งกรดประกอบรวมด้วยจาก 8 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม 7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 6 ซึ่งกรดคือเวอร์ซาทิคแอซิด, แนฟธีนิคแอซิด หรือ 2-เอธิลเฮกซา โนอิคแอซิด 8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทคือ สารละลายของ นีโอดิเมียม, พราซีโอดิเมียม, กาโดลิเนียม, แลนธานัมคาร์บอกซิเลท หรือของผสมของมัน 9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย นีโอดิเมียมเวอร์ซาเทท, นีโอดิเมียมแนฟธีเนท และ นีโอดิเมียม 2-เอธิล-เฮกซาโนเอท 10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเบสถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮดรอกไซด์ของโลหะ แอลคาไลน์เอิร์ท, ออกไซด์ของโลหะแอลคาไลน์เอิร์ท, ไฮดรอกไซด์ของโลหะแอลคาไลน์เอิร์ท, ออกไซด์ของโลหะแอลคาไลน์เอิร์ท, แอมโมเนียและแอมีนอินทรีย์ 11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งเบสคือโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งของแข็งประกอบรวมด้วยโมเลคิวลาร์ซีฟ 3 (สูตร) 13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งการทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวซึ่งประกอบรวม ด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับของแข็ง, สารละลายไฮโดรคาร์บอนถูกหมุนเวียนซํ้าอย่างต่อเนื่อง โดยปั๊ม ผ่านคอลัมน์ซึ่งบรรจุด้วยของแข็งซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย NaSO4, MgSO4, Mg(ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 (สูตร) และโมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X 14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ซึ่งการทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวซึ่งประกอบ รวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับสารละลายเอเควียสของเบสถูกทำซ้ำ 15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งการทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวซึ่งประกอบ รวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับสารละลายเอเควียสของเบสถูกทำซํ้า 16. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งการทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวซึ่งประกอบ รวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับของแข็งถูกทำซํ้า 17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งการทรีตสารละลายไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวซึ่งประกอบ รวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับสารละลายเอเควียสของเบสถูกทำซํ้า และการทรีตสารละลาย ไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวซึ่งประกอบรวมด้วยแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทกับของแข็งถูกทำซํ้า 18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ซึ่งสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้วมี อัตราส่วนโดยโมลของแลนธาไนด์ต่อคาร์บอกซิลิคแอซิดมากกว่า 100 19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้วมี อัตราส่วนโดยโมลของแลนธาไนด์ต่อคาร์บอกซิลิคแอซิดมากกว่า 100 20. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้วมี อัตราส่วนโดยโมลของแลนธาไนด์ต่อน้ำมากกว่า 60 21. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้วมี อัตราส่วนโดยโมลของแลนธาไนด์ต่อคาร์บอกซิลิคแอซิดมากกว่า 100 และซึ่งสารละลาย ไฮโดรคาร์บอนที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้วมีอัตราส่วนโดยโมลของแลนธาไนด์ต่อน้ำมากกว่า 60 ----------------------------------
1. กรรมวิธีการทำละลายไฮโดรคาร์บอนบริสุทธิ์ได้จากการสังเคราะห์ แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มีคาร์บอกซิเลทและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกัน และ/หรือน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยที่สุดหนึ่งขั้นตอน a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับสาร ละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็ง ซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
2. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับสาร ละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็ง ซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งพีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก10.5 ถึง 12.0
4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งพีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก11.0 ถึง 11.8
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารละลายของเบสมีความเข้มข้นอยู่ในช่วงจาก 0.01 ถึง 2 โมลาร์
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งคาร์บอกซิลิคแอซิด คือ โมโน-หรือ พอลิคาร์บอกซิลิคแอซิดที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม ซึ่งเลือกจากแอลิแฟทิค, ไซโคล- แอลิแฟทิค, แอลิไซคลิคและแอโรแมทิคแอซิด
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 6 ซึ่งกรดมีคาร์บอนจาก 6 ถึง 20 อะตอม
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 7 ซึ่งกรดมีคาร์บอนจาก 8 ถึง 12 อะตอม
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งกรดคือ เวอร์ซาทิคแอซิด, แนฟธีนิคแอซิด หรือ 2-เอธิลเฮกซาโนอิคแอซิด
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทคือ สาร ละลายของนีโอดิเมียม, พราซีโอดิเมียม, กาโดลิเนียม, แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท หรือ ของผสมใดๆ ของสารเหล่านี้
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเลือกแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทจากนีโอดิเมียม เวอร์เซเทท, นีโอดิเมียมแนฟธีเนท หรือ นีโอดิเมียม 2-เอธิล-เฮกซาโนเอท
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเลือกเบสจากไฮดรอกไซด์และออกไซด์ของโลหะ แอลคาไลน์และโลหะแอลคาไลน์-เอิร์ท, แอมโมเนียและแอมีนชนิดอินทรีย์
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ซึ่งเบสคือโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโพแทสเซียม ไฮดรอกไซด์
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งในขั้นตอน (b) ใช้โมเลคิวลาร์ซีฟ 3 A ํ
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งในขั้นตอน (b) ทำการหมุนเวียนสารละลาย ไฮโดรคาร์บอนอย่างต่อเนื่องโดยการใช้ปั๊ม ผ่านคอลัมน์ซึ่งบรรรจุด้วยของแข็งซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํและ โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
16. วิธีหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดและ/หรือน้ำของสารละลายแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกัน ที่มีกรดดังกล่าวนั้นและ/หรือน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้น ตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึก IR สเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดยการ นำพื้นที่สอดคล้องกับการดูดกลืนภายในช่วง 1750-1600 เซนติเมตร -1 (IA) ซึ่งแยก (resolved)ในแถบสัมพัทธ์ของน้ำและกรด ถ้ามีสารทั้งสองตัวนี้ มาหารด้วยความ เข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าหรือค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของ อัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์และ/หรือน้ำ/แลนธาไนด์ ที่ ใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานสัมพัทธ์ที่สร้างโดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความ แตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์หรือน้ำ/ แลนธาไนด์ของสารละลายอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิคแอซิดและแลนธาไนด์หรือน้ำ และแลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของ อัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง LA คือพื้นที่ ของแถบดูดกลืนใน IR ภายในช่วง 1750-1600 เซนติเมตร -1 สำหรับสารละลาย อ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความ เข้มข้นสัมพัทธ์ของแลนธาไนด์
17. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 สำหรับการหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดของสาร ละลายแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกัน ที่มีกรดดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบรวม ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึก IR สเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่สอดคล้องกับการดูดกลืนภายในช่วง 1750-1663 เซนติเมตร -1 (IA) หารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าหรือค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นโมล สัมพัทธ์ของคาร์บอกซิลิคแอซิดโดยการคูณด้วย [Ln] ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบ มาตรฐานที่สร้างโดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดย โมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์ของสารละลายอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิค แอซิดและ/แลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของ อัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง LA คือพื้นที่ ของแถบดูดกลืนใน IR ภายในช่วง 1750-1663 เซนติเมตร -1 สำหรับสาร ละลายอ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือ ความเข้มข้นสัมพัทธ์ของแลนธาไนด์
18. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 สำหรับการหาปริมาณน้ำของสารละลายแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทและน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึก IR สเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดยการ นำพื้นที่ของแถบดูดกลืนซึ่งมีศูนย์กลางที่ 1685 เซนติเมตร -1 (IA) หารด้วยความ เข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าหรือค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของน้ำ/แลนธาไนด์ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นโมลสัมพัทธ์ของH2Oโดย การคูณด้วย [Ln] ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้างโดยในแกนนอนของ กราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของH2O/แลนธาไนด์ของสาร ละลายอ้างอิงH2Oและแลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟ ระบุถึงค่าของอัตราส่วน LA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง LA คือพื้นที่ของแถบดูดกลืนใน IR ซึ่งมีศูนย์กลางที่ 1685 เซนติเมตร -1 ละลายอ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือ ความเข้มข้นสัมพัทธ์ของแลนธาไนด์
19. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 สำหรับการหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดและน้ำของ สารละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกันที่มีกรดดังกล่าวนั้นและน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่ง ในขั้นตอน (2) ทำการแยกการดูดกลืนภายในช่วง 1750-1600 ในแถบสัมพัทธ์ของน้ำและกรดและ คำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] ค่าที่สอดคล้องกันโดยการนำพื้นที่ของแถบดังกล่าวนั้นมาหารด้วยความ เข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์
20. วิธีหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดและ/หรือน้ำของสารละลายของแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกันที่มีกรดดังกล่าวนั้นและน้ำเป็นสิ่งเจือปนที่สอดคล้องกัน ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนของ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึกวิซิเบิลสเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่ของแถบหนึ่งแถบของงแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทสเปกตรัม (IA) ที่นิยมคือ แถบที่เข้มข้นที่สุด มาหารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์และ/หรือ/น้ำ/แลนธาไนด์ ด้วยการ ใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้างโดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่าง ของอัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์หรือน้ำ/แลนธาไนด์ของ สารละลายอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิคแอซิดและแลนธาไนด์หรือน้ำและแลนธาไนด์ใน ปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของอัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอด คล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง IA คือพื้นที่ของแถบซึ่งอยู่ที่ความยาวคลื่น เดียวกันกับที่ใช้ในขั้นตอน 2) ของสารละลายอ้างอิงแต่ละชนิด และซึ่งบันทึกภายใต้ ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความเข้มข้นสัมพันธ์ของแลนธาไนด์
21. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20 สำหรับการหาปริมาณของปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดของสาร ละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกันที่มีกรดดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบ รวมด้วยขั้นตอนของ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึกวิซิเบิลสเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่ของแถบหนึ่งแถบที่มีอยู่ในสเปกตรัมของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท (IA) ที่นิยมคือแถบที่เข้มข้นที่สุด มาหารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นโมล สัมพัทธ์ของกรด โดยการคูณด้วย [Ln] ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้าง โดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของ คาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์สารละลายยอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิคแอซิดและ แลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของอัตราส่วน IA/ [Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง IA คือพื้นที่ของแถบซึ่งอยู่ที่ ความยาวคลื่นเดียวกันกับที่ใช้ในขั้นตอน 2) ของสารละลายอ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่ง บันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความเข้มข้นสัมพันธ์ของ แลนธาไนด์
22. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20 สำหรับการหาปริมาณน้ำของสารละลายของแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทที่มีน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งรวมถึงขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึกวิซิเบิลสเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่ของแถบหนึ่งแถบที่มีอยู่ในสเปกตรัมของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท (IA)ที่ พิจารณา ที่นิยมคือแถบที่เข้มที่สุด มาหารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของ H2O /แลนธาไนด์ ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้างโดย ในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของน้ำ/ แลนธาไนด์ของสารละลายอ้างอิงที่มีน้ำและแลนธาไนด์นปริมาณที่ทราบ และใน แกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของอัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิง เหล่านั้น ซึ่ง IA คือพื้นที่ของแถบซึ่งอยู่ที่ความยาวคลื่นเดียวกันกับที่ใช้ในขั้นตอน 2) ของสารละลายอ้างอิง แต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความเข้มข้นสัมพันธ์ของแลนธาไนด์
23. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลท คือ นิโอดิเมียมคาร์บอกซิเลท
24. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20,21 หรือ 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งแลนธาไนด์ คือ นิโอดิเมียม และแบนด์ที่ใช้มีศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 584 นาโนเมตร
25. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 สำหรับการทำสารละลายไฮโดรคาร์บอนให้บริสุทธิ์ ที่ได้จากการสังเคราะห์แลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มีคาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของ คาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยที่สุด หนึ่งขั้นตอน a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับสาร ละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็ง ซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X ซึ่งติดตาม ควบคุม หรือทวนสอบ ปริมาณเริ่มต้นของ สิ่งเจือปนในแง่ของน้ำและ/หรือคาร์บอกซิลิคแอซิดและ/หรือระดับขั้นของความบริสุทธิ์ที่ได้ใน ระหว่างหรือตอนสิ้นสุดของกรรมวิธีตราบเท่าที่เกี่ยวข้องกับปริมาณของน้ำและ/หรือคาร์บอกซิลิค แอซิด โดยอาศัยวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ถึง 22 หนึ่งข้อหรือมากกว่า
26. สารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท ซึ่งแสดงลักษณะเฉพาะ โดยอัตราส่วนโดยโมลของ Ln/H2O>60 และอัตราส่วนโดยโมลของ Ln/RCOOH>100 ซึ่งได้จาก กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยที่สุดหนึ่งขั้นตอน a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่ มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/ หรือน้ำมากระทำกับสารละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของ แข็งซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
27. การใช้สารละลายตามข้อถือสิทธิข้อ 26 ในพอลิเมอไรเซชันของคอนจูเกเทดไดอีน
TH601006294A 2007-03-23 กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ TH90875B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH90875A TH90875A (th) 2008-08-04
TH102916A TH102916A (th) 2010-07-30
TH90875B true TH90875B (th) 2023-01-12

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Silva et al. Nb-containing hematites Fe2− xNbxO3: the role of Nb5+ on the reactivity in presence of the H2O2 or ultraviolet light
Deno et al. Carbonium Ions. XVII. The Direct Observation of Saturated and Unsaturated Acyl Cations and Thier Equilibria with Protonated Acids
Pastero et al. CO2 capture and sequestration in stable Ca-oxalate, via Ca-ascorbate promoted green reaction
Li et al. Gold nanoparticles supported on Ce–Zr oxides for the oxidative esterification of aldehydes to esters
CN104258898B (zh) 载锰氧化物沸石及其在处理甲醛废水中的应用
US8911796B2 (en) Non-caking salt composition, preparation process and use thereof
NZ571770A (en) Stabilization of dicarbonate diesters with protonic acids
Zhao et al. Influencing investigation of metal ions on heterogeneous catalytic ozonation by ceramic honeycomb for the degradation of nitrobenzene in aqueous solution with neutral pH
CN101653717B (zh) 在线合成类水滑石去除废水中汞、铅或镉离子的方法
Cheng et al. Regeneration of hexamminecobalt (II) under the catalysis of activated carbon modified with ZnCl2 solution
US8158547B2 (en) Absorbent
TH102916A (th) กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์
EP2438012B1 (en) Process for the preparation of a composition comprising meso-tartaric acid
CN1071732C (zh) 己二酸的制备
JP2011038159A (ja) 強酸含有廃液中のモリブデンの回収方法
CN107469806A (zh) 水溶性铌组合物及其制备方法和用途
CN112759026A (zh) 一种金属有机骨架hkust-1吸附水中腐殖酸的水处理方法
Sibhat et al. Comparative analysis of organic alcohols and amino acids for ammonia escape reduction in Solvay carbonation process
Srivastava et al. A Kinetic Study of Ru (III) Catalyzed Oxidation of Dextrose by Potassium Bromate in Alkaline Medium
CN1312101C (zh) 提高醋酸高锰酸钾试验时间的醋酸精制方法
CN104267006B (zh) 邻香豆酸-LTbH复合体及其合成方法
Lee OXIDATIVE DEGRADATION OF ORGANIC ACIDS CONJUGATED WITH SULFITE OXIDATION IN FLUE GAS DESULFURIZATION (SULFUR DIOXIDE, FREE RADICAL)
CN105585483B (zh) 合成乙醇酸酯的方法
CN106831879A (zh) 1,1‑二吡唑甲烷双核锰聚合物及其原位脱羧合成方法及应用
PL242328B1 (pl) Sposób wytwarzania kwasu etylenodiamino-N,N’-di[(2-hydroksy- 5 sulfofenylo)octowego EDDHSA