TH90875B - กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ - Google Patents
กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์Info
- Publication number
- TH90875B TH90875B TH601006294A TH0601006294A TH90875B TH 90875 B TH90875 B TH 90875B TH 601006294 A TH601006294 A TH 601006294A TH 0601006294 A TH0601006294 A TH 0601006294A TH 90875 B TH90875 B TH 90875B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- lanthanide
- molecular sieve
- carboxylate
- solution
- carboxylic acid
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (09/11/59) ได้อธิบายถึงกรรมวิธีสำหรับทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มี คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำมาทรีต กับสารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฎภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 และ/ หรือขั้นตอนซึ่งนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมาทรีตกับของแข็งซึ่งเลือก จาก Na2SO4, MgSO4, Mg (ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3อังสตรอม, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 อังสตรอม, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 อังสตรอม และ โมเลคิวลาร์ซีฟ 13X ได้อธิบายถึงวิธีวิเคราะห์ด้วย ซึ่งให้การวัดความบริสุทธิ์ของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทโดยไม่ ทำลายสาร แก้ไข 09/11/2559 ได้อธิบายถึงกรรมวิธีสำหรับทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มี คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำมาทรีต กับสารละลายเอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฎภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 และ/ หรือขั้นตอนซึ่งนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมาทรีตกับของแข็งซึ่งเลือก จาก Na2SO4, MgSO4, Mg (ClO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3(สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 (สูตร), โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 (สูตร) และ โมเลคิวลาร์ซีฟ 13X ได้อธิบายถึงวิธีวิเคราะห์ด้วย ซึ่งให้การวัดความบริสุทธิ์ของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทโดยไม่ ทำลายสาร ---------------------------------- ได้อธิบายถึงกรรมวิธีสำหรับทำแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มี คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำมากระทำ กับสารละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 และ/ หรือขั้นตอนที่นำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็งซึ่ง เลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X ได้อธิบายถึงวิธีวิเคราะห์ด้วย ซึ่งให้การวัดความบริสุทธิ์ของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทโดยไม่ ทำลายสาร
Claims (27)
1. กรรมวิธีการทำละลายไฮโดรคาร์บอนบริสุทธิ์ได้จากการสังเคราะห์ แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มีคาร์บอกซิเลทและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกัน และ/หรือน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยที่สุดหนึ่งขั้นตอน a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับสาร ละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็ง ซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
2. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับสาร ละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็ง ซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งพีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก10.5 ถึง 12.0
4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งพีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก11.0 ถึง 11.8
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารละลายของเบสมีความเข้มข้นอยู่ในช่วงจาก 0.01 ถึง 2 โมลาร์
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งคาร์บอกซิลิคแอซิด คือ โมโน-หรือ พอลิคาร์บอกซิลิคแอซิดที่มีคาร์บอนจาก 2 ถึง 40 อะตอม ซึ่งเลือกจากแอลิแฟทิค, ไซโคล- แอลิแฟทิค, แอลิไซคลิคและแอโรแมทิคแอซิด
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 6 ซึ่งกรดมีคาร์บอนจาก 6 ถึง 20 อะตอม
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 7 ซึ่งกรดมีคาร์บอนจาก 8 ถึง 12 อะตอม
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งกรดคือ เวอร์ซาทิคแอซิด, แนฟธีนิคแอซิด หรือ 2-เอธิลเฮกซาโนอิคแอซิด
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทคือ สาร ละลายของนีโอดิเมียม, พราซีโอดิเมียม, กาโดลิเนียม, แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท หรือ ของผสมใดๆ ของสารเหล่านี้
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเลือกแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทจากนีโอดิเมียม เวอร์เซเทท, นีโอดิเมียมแนฟธีเนท หรือ นีโอดิเมียม 2-เอธิล-เฮกซาโนเอท
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเลือกเบสจากไฮดรอกไซด์และออกไซด์ของโลหะ แอลคาไลน์และโลหะแอลคาไลน์-เอิร์ท, แอมโมเนียและแอมีนชนิดอินทรีย์
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ซึ่งเบสคือโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโพแทสเซียม ไฮดรอกไซด์
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งในขั้นตอน (b) ใช้โมเลคิวลาร์ซีฟ 3 A ํ
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งในขั้นตอน (b) ทำการหมุนเวียนสารละลาย ไฮโดรคาร์บอนอย่างต่อเนื่องโดยการใช้ปั๊ม ผ่านคอลัมน์ซึ่งบรรรจุด้วยของแข็งซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํและ โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
16. วิธีหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดและ/หรือน้ำของสารละลายแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกัน ที่มีกรดดังกล่าวนั้นและ/หรือน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้น ตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึก IR สเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดยการ นำพื้นที่สอดคล้องกับการดูดกลืนภายในช่วง 1750-1600 เซนติเมตร -1 (IA) ซึ่งแยก (resolved)ในแถบสัมพัทธ์ของน้ำและกรด ถ้ามีสารทั้งสองตัวนี้ มาหารด้วยความ เข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าหรือค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของ อัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์และ/หรือน้ำ/แลนธาไนด์ ที่ ใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานสัมพัทธ์ที่สร้างโดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความ แตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์หรือน้ำ/ แลนธาไนด์ของสารละลายอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิคแอซิดและแลนธาไนด์หรือน้ำ และแลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของ อัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง LA คือพื้นที่ ของแถบดูดกลืนใน IR ภายในช่วง 1750-1600 เซนติเมตร -1 สำหรับสารละลาย อ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความ เข้มข้นสัมพัทธ์ของแลนธาไนด์
17. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 สำหรับการหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดของสาร ละลายแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกัน ที่มีกรดดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบรวม ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึก IR สเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่สอดคล้องกับการดูดกลืนภายในช่วง 1750-1663 เซนติเมตร -1 (IA) หารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าหรือค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นโมล สัมพัทธ์ของคาร์บอกซิลิคแอซิดโดยการคูณด้วย [Ln] ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบ มาตรฐานที่สร้างโดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดย โมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์ของสารละลายอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิค แอซิดและ/แลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของ อัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง LA คือพื้นที่ ของแถบดูดกลืนใน IR ภายในช่วง 1750-1663 เซนติเมตร -1 สำหรับสาร ละลายอ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือ ความเข้มข้นสัมพัทธ์ของแลนธาไนด์
18. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 สำหรับการหาปริมาณน้ำของสารละลายแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทและน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึก IR สเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดยการ นำพื้นที่ของแถบดูดกลืนซึ่งมีศูนย์กลางที่ 1685 เซนติเมตร -1 (IA) หารด้วยความ เข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าหรือค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของน้ำ/แลนธาไนด์ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นโมลสัมพัทธ์ของH2Oโดย การคูณด้วย [Ln] ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้างโดยในแกนนอนของ กราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของH2O/แลนธาไนด์ของสาร ละลายอ้างอิงH2Oและแลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟ ระบุถึงค่าของอัตราส่วน LA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง LA คือพื้นที่ของแถบดูดกลืนใน IR ซึ่งมีศูนย์กลางที่ 1685 เซนติเมตร -1 ละลายอ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือ ความเข้มข้นสัมพัทธ์ของแลนธาไนด์
19. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 สำหรับการหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดและน้ำของ สารละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกันที่มีกรดดังกล่าวนั้นและน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่ง ในขั้นตอน (2) ทำการแยกการดูดกลืนภายในช่วง 1750-1600 ในแถบสัมพัทธ์ของน้ำและกรดและ คำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] ค่าที่สอดคล้องกันโดยการนำพื้นที่ของแถบดังกล่าวนั้นมาหารด้วยความ เข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์
20. วิธีหาปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดและ/หรือน้ำของสารละลายของแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกันที่มีกรดดังกล่าวนั้นและน้ำเป็นสิ่งเจือปนที่สอดคล้องกัน ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนของ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึกวิซิเบิลสเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่ของแถบหนึ่งแถบของงแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทสเปกตรัม (IA) ที่นิยมคือ แถบที่เข้มข้นที่สุด มาหารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์และ/หรือ/น้ำ/แลนธาไนด์ ด้วยการ ใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้างโดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่าง ของอัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์หรือน้ำ/แลนธาไนด์ของ สารละลายอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิคแอซิดและแลนธาไนด์หรือน้ำและแลนธาไนด์ใน ปริมาณที่ทราบ และในแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของอัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอด คล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง IA คือพื้นที่ของแถบซึ่งอยู่ที่ความยาวคลื่น เดียวกันกับที่ใช้ในขั้นตอน 2) ของสารละลายอ้างอิงแต่ละชนิด และซึ่งบันทึกภายใต้ ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความเข้มข้นสัมพันธ์ของแลนธาไนด์
21. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20 สำหรับการหาปริมาณของปริมาณของคาร์บอกซิลิคแอซิดของสาร ละลายของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่สอดคล้องกันที่มีกรดดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งประกอบ รวมด้วยขั้นตอนของ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึกวิซิเบิลสเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่ของแถบหนึ่งแถบที่มีอยู่ในสเปกตรัมของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท (IA) ที่นิยมคือแถบที่เข้มข้นที่สุด มาหารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของคาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นโมล สัมพัทธ์ของกรด โดยการคูณด้วย [Ln] ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้าง โดยในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของ คาร์บอกซิลิคแอซิด/แลนธาไนด์สารละลายยอ้างอิงที่มีคาร์บอกซิลิคแอซิดและ แลนธาไนด์ในปริมาณที่ทราบ และแกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของอัตราส่วน IA/ [Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิงดังกล่าวนั้น ซึ่ง IA คือพื้นที่ของแถบซึ่งอยู่ที่ ความยาวคลื่นเดียวกันกับที่ใช้ในขั้นตอน 2) ของสารละลายอ้างอิงแต่ละชนิด ซึ่ง บันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความเข้มข้นสัมพันธ์ของ แลนธาไนด์
22. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20 สำหรับการหาปริมาณน้ำของสารละลายของแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลทที่มีน้ำเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งรวมถึงขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การวัดความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ในสารละลาย [Ln] 2) การบันทึกวิซิเบิลสเปกตรัมของสารละลายและการคำนวณอัตราส่วน IA/[Ln] โดย การนำพื้นที่ของแถบหนึ่งแถบที่มีอยู่ในสเปกตรัมของแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท (IA)ที่ พิจารณา ที่นิยมคือแถบที่เข้มที่สุด มาหารด้วยความเข้มข้นเป็นโมลของแลนธาไนด์ 3) การได้ค่า สำหรับค่าที่ได้ในข้อ 2) ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นค่าที่สอดคล้องกันของอัตรา ส่วนโดยโมลของ H2O /แลนธาไนด์ ด้วยการใช้เส้นโค้งเทียบมาตรฐานที่สร้างโดย ในแกนนอนของกราฟระบุถึงความแตกต่างของอัตราส่วนโดยโมลของน้ำ/ แลนธาไนด์ของสารละลายอ้างอิงที่มีน้ำและแลนธาไนด์นปริมาณที่ทราบ และใน แกนตั้งของกราฟระบุถึงค่าของอัตราส่วน IA/[Ln] ที่สอดคล้องกับสารละลายอ้างอิง เหล่านั้น ซึ่ง IA คือพื้นที่ของแถบซึ่งอยู่ที่ความยาวคลื่นเดียวกันกับที่ใช้ในขั้นตอน 2) ของสารละลายอ้างอิง แต่ละชนิด ซึ่งบันทึกภายใต้ภาวะเหมือนกับขั้นตอน 2) และ [Ln] คือความเข้มข้นสัมพันธ์ของแลนธาไนด์
23. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ถึง 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งแลนธาไนด์ คาร์บอกซิเลท คือ นิโอดิเมียมคาร์บอกซิเลท
24. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 20,21 หรือ 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งแลนธาไนด์ คือ นิโอดิเมียม และแบนด์ที่ใช้มีศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 584 นาโนเมตร
25. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 สำหรับการทำสารละลายไฮโดรคาร์บอนให้บริสุทธิ์ ที่ได้จากการสังเคราะห์แลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทที่มีคาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของ คาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/หรือน้ำซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยที่สุด หนึ่งขั้นตอน a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับสาร ละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของแข็ง ซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X ซึ่งติดตาม ควบคุม หรือทวนสอบ ปริมาณเริ่มต้นของ สิ่งเจือปนในแง่ของน้ำและ/หรือคาร์บอกซิลิคแอซิดและ/หรือระดับขั้นของความบริสุทธิ์ที่ได้ใน ระหว่างหรือตอนสิ้นสุดของกรรมวิธีตราบเท่าที่เกี่ยวข้องกับปริมาณของน้ำและ/หรือคาร์บอกซิลิค แอซิด โดยอาศัยวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 16 ถึง 22 หนึ่งข้อหรือมากกว่า
26. สารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลท ซึ่งแสดงลักษณะเฉพาะ โดยอัตราส่วนโดยโมลของ Ln/H2O>60 และอัตราส่วนโดยโมลของ Ln/RCOOH>100 ซึ่งได้จาก กรรมวิธีซึ่งประกอบด้วยรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยที่สุดหนึ่งขั้นตอน a)การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการสังเคราะห์แลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทที่ มีแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทดังกล่าวนั้นและสิ่งเจือปนของคาร์บอกซิลิคแอซิดที่สอดคล้องกันและ/ หรือน้ำมากระทำกับสารละลายแอเควียสของเบสเพื่อให้ได้พีเอชของวัฏภาคเอเควียสอยู่ในช่วงจาก 9.0 ถึง 12.2 b) การนำสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่มีแลนทาไนด์คาร์บอกซิเลทมากระทำกับของ แข็งซึ่งเลือกจาก Na2SO4, MgSO4, Mg(CIO4)2, โมเลคิวลาร์ซีฟ 3A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 4 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 5 A ํ, โมเลคิวลาร์ซีฟ 13 X
27. การใช้สารละลายตามข้อถือสิทธิข้อ 26 ในพอลิเมอไรเซชันของคอนจูเกเทดไดอีน
Publications (3)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH90875A TH90875A (th) | 2008-08-04 |
| TH102916A TH102916A (th) | 2010-07-30 |
| TH90875B true TH90875B (th) | 2023-01-12 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Silva et al. | Nb-containing hematites Fe2− xNbxO3: the role of Nb5+ on the reactivity in presence of the H2O2 or ultraviolet light | |
| Deno et al. | Carbonium Ions. XVII. The Direct Observation of Saturated and Unsaturated Acyl Cations and Thier Equilibria with Protonated Acids | |
| Pastero et al. | CO2 capture and sequestration in stable Ca-oxalate, via Ca-ascorbate promoted green reaction | |
| Li et al. | Gold nanoparticles supported on Ce–Zr oxides for the oxidative esterification of aldehydes to esters | |
| CN104258898B (zh) | 载锰氧化物沸石及其在处理甲醛废水中的应用 | |
| US8911796B2 (en) | Non-caking salt composition, preparation process and use thereof | |
| NZ571770A (en) | Stabilization of dicarbonate diesters with protonic acids | |
| Zhao et al. | Influencing investigation of metal ions on heterogeneous catalytic ozonation by ceramic honeycomb for the degradation of nitrobenzene in aqueous solution with neutral pH | |
| CN101653717B (zh) | 在线合成类水滑石去除废水中汞、铅或镉离子的方法 | |
| Cheng et al. | Regeneration of hexamminecobalt (II) under the catalysis of activated carbon modified with ZnCl2 solution | |
| US8158547B2 (en) | Absorbent | |
| TH102916A (th) | กรรมวิธีการทำแลนธาไนด์คาร์บอกซิเลทให้บริสุทธิ์ | |
| EP2438012B1 (en) | Process for the preparation of a composition comprising meso-tartaric acid | |
| CN1071732C (zh) | 己二酸的制备 | |
| JP2011038159A (ja) | 強酸含有廃液中のモリブデンの回収方法 | |
| CN107469806A (zh) | 水溶性铌组合物及其制备方法和用途 | |
| CN112759026A (zh) | 一种金属有机骨架hkust-1吸附水中腐殖酸的水处理方法 | |
| Sibhat et al. | Comparative analysis of organic alcohols and amino acids for ammonia escape reduction in Solvay carbonation process | |
| Srivastava et al. | A Kinetic Study of Ru (III) Catalyzed Oxidation of Dextrose by Potassium Bromate in Alkaline Medium | |
| CN1312101C (zh) | 提高醋酸高锰酸钾试验时间的醋酸精制方法 | |
| CN104267006B (zh) | 邻香豆酸-LTbH复合体及其合成方法 | |
| Lee | OXIDATIVE DEGRADATION OF ORGANIC ACIDS CONJUGATED WITH SULFITE OXIDATION IN FLUE GAS DESULFURIZATION (SULFUR DIOXIDE, FREE RADICAL) | |
| CN105585483B (zh) | 合成乙醇酸酯的方法 | |
| CN106831879A (zh) | 1,1‑二吡唑甲烷双核锰聚合物及其原位脱羧合成方法及应用 | |
| PL242328B1 (pl) | Sposób wytwarzania kwasu etylenodiamino-N,N’-di[(2-hydroksy- 5 sulfofenylo)octowego EDDHSA |