TH87494A - โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงที่มีแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลง - Google Patents

โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงที่มีแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลง

Info

Publication number
TH87494A
TH87494A TH0601004081A TH0601004081A TH87494A TH 87494 A TH87494 A TH 87494A TH 0601004081 A TH0601004081 A TH 0601004081A TH 0601004081 A TH0601004081 A TH 0601004081A TH 87494 A TH87494 A TH 87494A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
antigen
binding molecule
modified
substitution
seq
Prior art date
Application number
TH0601004081A
Other languages
English (en)
Other versions
TH87494B (th
Inventor
อูมานา พาโบล
อูมาน่า พาโบล
มอสส์เนอร์ เอคคีฮาร์ด
Original Assignee
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง
โรช กลิคอาร์ต เอจี
Filing date
Publication date
Publication of TH87494B publication Critical patent/TH87494B/th
Publication of TH87494A publication Critical patent/TH87494A/th
Application filed by นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง, โรช กลิคอาร์ต เอจี filed Critical นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์

Links

Abstract

DC60 (22/11/49) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลง (ABMs) ใน รูปแบบจำเพาะ, การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับรีคอมบิแนนท์โมโนโคลนอล แอนติ้บอดี้หรือส่วน, รวมทั้ง แอนตี้บอดี้แบบไคเมอริค, ถูกสร้างโดยไพรเมทหรือถูกสร้างโดยมนุษย์หรือส่วน, ที่มีความสามารถที่ถูก เปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์โดยแอนติเจนเป้าหมาย, และ/หรือความสามารถที่ ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้าหมาย นอกจากนั้น, การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับโมเลกุลของกรดนิวคลีอิคที่สื่อรหัส ABMs ที่ถูกดัดแปลงดังกล่าว, และเวกเตอร์และเซลล์เจ้าบ้านที่ประกอบด้วยโมเลกุลของกรดนิวคลีอิคดังกล่าว การประดิษฐ์ยัง เกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการผลิต ABMs ที่ถูกดัดแปลงของการประดิษฐ์, และวิธีการของการใช้ ABMs ที่ถูกดัดแปลงเหล่านี้ในการรักษาโรค นอกจากนั้น, การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับ ABMs ที่ถูกดัดแปลงที่มีการไกลโคซิเลชันที่ถูกดัดแปลงที่มีสมบัติการรักษาที่ถูกปรับปรุง, รวมทั้งแอนตี้บอดี้ ที่มีการยึดเกาะรีเซพเตอร์ Fc ที่ถูกเพิ่มและหน้าที่ของตัวคุมที่ถูกเพิ่ม การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลง (ABMs) ใน รูปแบบจำเพาะ, การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับรีคอมบิแนนท์โมโนโคลนอล แอนติ้บอดี้หรือส่วน, รวมทั้ง แอนตี้บอดี้แบบไคเมอริค, ถูกสร้างโดยไพรเมทหรือถูกสร้างโดยมนุษย์หรือส่วน, ที่มีความสามารถที่ถูก เปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์โดยแอนติเจนเป้าหมาย, และ/หรือความสามารถที่ ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้าหมาย นอกจากนั้น, การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับโมเลกุลของกรดนิวคลีอิคที่สื่อรหัส ABMs ที่ถูกดัดแปลงดังกล่าว, และเวกเตอร์และเซลล์เจ้าบ้านที่ประกอบด้วยโมเลกุลของกรดนิวคลีอิคดังกล่าว การประดิษฐ์ยัง เกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการผลิต ABMs ที่ถูกดัดแปลงของการประดิษฐ์, และวิธีการของการใช้ ABMs ที่ถูกดัดแปลงเหล่านี้ในการรักษาโรค นอกจากนั้น, การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับ ABMs ที่ถูกดัดแปลงที่มีการไกลโคซิเลชันที่ถูกดัดแปลงที่มีสมบัติการรักษาที่ถูกปรับปรุง, รวมทั้งแอนตี้บอดี้ ที่มีการยึดเกาะรีเซพเตอร์ Fc ที่ถูกเพิ่มและหน้าที่ของตัวคุมที่ถูกเพิ่ม

Claims (58)

1. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ หรือโซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนในที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณ โครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ดังกล่าวตามที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณผันแปร ของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ของโมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, โดยที่การแทนที่ดังกล่าวทำให้เกิด แอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงของแอนติเจนเป้าหมายเมื่อโมเลกุลการยึดเกาะ แอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าวถูกทำให้เป็นเชิงซ้อนกับแอนติเจนเป้าหมายดังกล่าว
2. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ หรือโซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณ โครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ตามที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณผันแปรของโซ่ เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ของโมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูก ดัดแปลงดังกล่าวมีความสามารถที่ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง แอนติเจนเป้าหมายอันเป็นผลของการแทนที่ดังกล่าว
3. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2, โดยที่การ แทนที่ดังกล่าวคือในบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าว
4. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 3, โดยที่ การแทนที่ดังกล่าวคือใน FR1 ของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่
5. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 3, โดยที่ FR1 ทั้งหมด ของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าวถูกแทนที่โดยเจิร์มไลน์ VH FR1
6. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 5, โดยที่ เจิร์มไลน์ VH FR1 ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน Kabat ตำแหน่ง 8 ถึง 13 ที่ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย SEQ ID NO:63, SEQ ID NO:64, SEQ ID NO: 65, SEQ ID NO: 66, SEQ ID NO: 67, SEQ ID NO: 68, SEQ ID NO: 69, SEQ ID NO: 70, SEQ ID NO: 71, SEQ ID NO: 72, SEQ ID NO:73, SEQ ID NO: 74, SEQ ID NO: 75, SEQ ID NO: 76, SEQ ID NO: 77, SEQ ID NO: 78, SEQ ID NO: 79, SEQ ID NO: 101, SEQ ID NO: 102, SEQ ID NO: 103, SEQ ID NO: 104, และ SEQ ID NO : 105
7. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 4, โดยที่การแทนที่ดัง กล่าวใน FR1 ของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่ หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง Kabat ตำแหน่งที่ 8, 9, 10, 11, 12, หรือ 13
8. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 7, โดยที่การแทนที่ดัง กล่าวใน FR1 ของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่ Kabat ที่ตำแหน่งที่ 11
9. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 8, โดยที่การแทนที่ดัง กล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกระอะมิโนที่ Kabat ตำแหน่งที่ 11 ด้วยวาลีน
10. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 7, โดยที่การแทนที่ใน FR1 ดังกล่าวของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกระอะมิโนที่ Kabat ตำแหน่งที่ 12
11. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 10, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่ Kabat ตำแหน่งที่ 12 ด้วยไลซีน
12. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 7, โดยที่การแทนที่ดัง กล่าวใน FR1 ของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่ Kabat ตำแหน่งที่ 11 และ 12
13. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 12, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่ Kabat ตำแหน่งที่ 11 ด้วยวาลีนและที่ Kabat ตำแหน่งที่ 12 ด้วยไลซีน
14. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 12, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกระอะมิโน Kabat ตำแหน่งที่ 11 ด้วยลิวซีนและที่ Kabat ตำแหน่งที่ 12 ด้วยวาลีน
15. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 3, โดยที่การแทนที่ดัง กล่าวประกอบด้วยการแทนที่ที่อย่างน้อยหนึ่งเรซิดิวของกระอะมิโนใน FR4 ของบริเวณผันแปรของโซ่ เฮฟวี่ดังกล่าว
16. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 15, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวใน FR4 ของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโน ที่หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง Kabat ตำแหน่งที่ 110 หรือ 112
17. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2, โดยที่การ แทนที่ดังกล่าวคือบริเวณผันแปรของโซ่ไลท์ดังกล่าว
18. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวในบริเวณผันแปรของโซ่ไลท์ดังกล่าวประกอบด้วยการแทนที่ของเรซิดิวของกรดอะมิโนที่หนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งของ Kabat ตำแหน่ง 40, 80, 83, 105, หรือ 106
19. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่การแอคติวิตี้ การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงคืออะโกนิสท์ แอคติวิตี้ที่ถูกเพิ่ม
20. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 19, โดยที่อะโกนิสท์ แอคติวิตี้ที่ถูกเพิ่มคือการกระตุ้นการอะพอพโตซิส
21. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่การแอคติวิตี้ การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงคือแอนทาโกนิสท์ แอคติวิตี้ที่ถูกเพิ่ม
22. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2, โดยที่ โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าวยึดเกาะอย่างจำเพาะกับ CD20 ของมนุษย์
23. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2, โดยที่ โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าวยึดเกาะอย่างจำเพาะกับรีเซพเตอร์ของไทโรซีน ไคเนส
24. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 23, โดยที่รีเซพเตอร์ ไทโรซีน ไคเนสดังกล่าวถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย HER1 (EGFR1), HER2/neu, HER3, HER4, IGF-1R, FGFR, PDGFR, VEGFR1, VEGFR2, และ VEGFR3
25. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2, โดยที่ โมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจนดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ถูกเลือกจาก หมู่ที่ประกอบด้วย SEQ ID NO:55, SEQ ID NO:56, SEQ ID NO:57, SEQ ID NO:58, SEQ ID NO:59, SEQ ID NO:60, SEQ ID NO:61, และ SEQ ID NO : 62
26. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2, ประกอบ เพิ่มเติมด้วยบริเวณ Fc ของมนุษย์
27. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่บริเวณ Fc ดังกล่าวถูกดัดแปลงให้มีโอลิโกแซคคาไรด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลง
28. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 27, โดยที่บริเวณ Fc ดังกล่าวถูกดัดแปลงให้มีสัดส่วนที่ถูกลดของฟูโคส เรซิดิวตามที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณ Fc ที่ไม่ถูก ดัดแปลง
29. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 27, โดยที่บริเวณ Fc มีสัดส่วนที่ถูกเพิ่มของ GlcNAc เรซิดิวต่อฟูโคส เรซิดิวในบริเวณ Fc ที่ถูกดัดแปลงตามที่ถูก เปรียบเทียบกับบริเวณ Fc ที่ไม่ถูกดัดแปลง
30. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงประกอบด้วยโดเมน CH1 ประกอบด้วยที่ อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนตามที่ถูกเปรียบเทียบกับโดเมน CH1 ของเพเรนท์ โพลีเปปไทด์, โดยที่การแทนที่ดังกล่าวทำให้เกิดแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงของ แอนติเจนเป้าหมายโดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าวถูกทำให้เป็นเชิงซ้อนกับ แอนติเจนเป้าหมายดังกล่าวหรือความสามารถที่ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือ มากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้าหมายเป็นผลของการแทนที่ดังกล่าว
31. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของข้อถือสิทธิข้อที่ 30, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวใน CH1 ประกอบด้วยการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนที่หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งตำแหน่งที่ 148, 149 หรือ 150
32. โพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกสื่อรหัสโพลีเปปไทด์ที่ประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่ เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์, โดยที่บริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่ เรซิดิวของกรดอะมิโนที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณโครงสร้างตามที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณผันแปรของโซ่ เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์, และโดยที่การแทนที่ทำให้เกิดแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงของ แอนติเจนเป้าหมายเมื่อโพลีเปปไทด์ดังกล่าวถูกทำให้เป็นเชิงซ้อนกับแอนติเจนเป้าหมายหรือความ สามารถที่ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้าหมายอันเป็นผล ของการแทนที่
33. เวกเตอร์ประกอบด้วยโพลีนิวคลีโอไทด์ของข้อถือสิทธิข้อที่ 32
34. เซลล์เจ้าบ้านประกอบด้วยเวกเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อที่ 33
35. เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกตัดแต่งเพื่อแสดงออกที่อย่างน้อยหนึ่งกรดนิวคลีอิคที่สื่อรหัสโพลี เปปไทด์ที่มีแอคติวิตี้ เบตา(1,4)-N-อะซีทิลกลูโคซามินิลทรานสเฟอเรส III ในปริมาณที่เพียงพอเพื่อดัด แปลงโอลิโกแซคคาไรด์ในบริเวณ Fc ของโพลีเปปไทด์ที่ถูกผลิตโดยเซลล์เจ้าบ้าน, โดยที่โพลีเปปไทด์ ดังกล่าวคือโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2
36. เซลล์เจ้าบ้านของข้อถือสิทธิข้อที่ 35, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูก ดัดแปลงดังกล่าวถูกผลิตโดยเซลล์เจ้าบ้านดังกล่าวแสดงหน้าที่ตัวควบคุมที่ถูกเพิ่มอันเป็นผลของการดัด แปลงโอลิโกแซคคาไรด์ดังกล่าว
37. เซลล์เจ้าบ้านตามข้อถือสิทธิข้อที่ 36, โดยที่หน้าที่ตัวควบคุมที่ถูกเพิ่มดังกล่าวคือความ เป็นพิษต่อเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับ Fc ที่ถูกเพิ่ม
38. เซลล์เจ้าบ้านตามข้อถือสิทธิข้อที่ 37, โดยที่หน้าที่ตัวคุมที่ถูกเพิ่มดังกล่าวคือการส่ง สัญญาณโดยตรงที่ถูกเพิ่มกระตุ้นการอะพอพโตซิส
39. วิธีการสำหรับการผลิตโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงที่ประกอบด้วย บริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโน ในที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณโครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ตามที่ถูกเปรียบเทียบ กับบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ของโมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, โดยที่การแทนที่ ดังกล่าวทำให้เกิดแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงของแอนติเจนเป้าหมายเมื่อโมเลกุล การยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงถูกทำให้เป็นเชิงซ้อนกับแอนติเจนเป้าหมายดังกล่าว, วิธีการ ประกอบด้วย : (i) การเพาะเลี้ยงเซลล์เจ้าบ้านของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ภายใต้สภาวะที่ยอมให้ แสดงออกโพลีนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว ; และ (ii) การนำกลับมาใช้ใหม่ของโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงจาก อาหารเพาะเลี้ยง
40. วิธีการสำหรับการผลิตโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงที่ประกอบด้วย บริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโน ในที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณโครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ดังกล่าวตามที่ถูก เปรียบเทียบกับบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ของโมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, โดย ที่การแทนที่ดังกล่าวทำให้เกิดความสามารถที่ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางที่เป็นผลของการ แทนที่ดังกล่าว, วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย : (i) การเพาะเลี้ยงเซลล์เจ้าบ้านของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ภายใต้สภาวะที่ยอมให้ แสดงออกโพลีนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว, และ (ii) การนำกลับมาใช้ใหม่ของโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าว จากอาหารเพาะเลี้ยง
41. สารผสมทางเภสัชกรรมประกอบด้วยโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงของ ข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 2, หรือ 30 และตัวพาที่สามารถยอมรับได้ทางเภสัชกรรม
42. การใช้ของโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2 สำหรับการผลิต ของเภสัชภัณฑ์สำหรับการรักษาหรือการป้องกันของมะเร็งหรือสภาวะหรือรอยโรคของมะเร็งเบื้องต้น
43. การใช้ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่มะเร็งดังกล่าวถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ความบกพร่องของการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อน้ำเหลืองของ B เซลล์, มะเร็งทรวงอก, มะเร็งกระเพาะ ปัสสาวะ, มะเร็งศรีษะและลำคอ, มะเร็งผิวหนัง, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งปอด, มะเร็งรังไข่, มะเร็งลำไส้, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งไต, และมะเร็งสมอง
44. การใช้ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 42, ดดยที่สภาวะหรือรอยโรคของมะเร็งเบื้องต้นดังกล่าวถูก เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยการมีแผ่นฝ้าขาวในปาก, ผิวหนังเกิดเนื้อเยื่อแข็งอย่างผิดปกติเนื่องจาก พลังงานรังสี (ผิวหนังเกิดเนื้อเยื่อแข็งอย่างผิดปกติเนื่องจากแสงอาทิตย์), มะเร็งเบื้องต้นที่มีหลายปุ่ม ของลำไส้หรือไส้ตรง, การเจริญอย่างผิดปกติของเนื้อเยื่อบุผิวกระเพาะ, การเจริญอย่างผิดปกติของเนื้อ งอกที่มีรูปร่างคล้ายต่อม, กลุ่มของอาการที่เกิดขึ้นพร้อมกันของมะเร็งลำไส้ที่ไม่เกิดติ่งเนื้องอกจำนวน มากที่เป็นกรรมพันธุ์ (HNPCC), หลอดอาหาร Barett, การเจริญอย่างผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ, และสภาวะช่องคลอดเป็นมะเร็งเบื้องต้น
45. การใช้ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนดังกล่าวถูกใช้ใน ปริมาณที่มีประสิทธิภาพในการรักษาตั้งแต่ประมาณ 1.0 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมถึงประมาณ 15 มิลลิกรัม/ กิโลกรัม
46. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือ 2 สำหรับใช้ เป็นเภสัชภัณฑ์ในการรักษาหรือการป้องกันของความผิดปกติซึ่งเกี่ยวข้องกับแอคติวิตี้การส่งสัญญาณ เซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงและ/หรือการเชื่อมขวางที่ถูกดัดแปลงของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้า หมาย
47. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงตามข้อถือสิทธิข้อที่ 46, โดยที่แอคติวิตี้ การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือการอะพอพโตซิสที่ถูกเพิ่ม
48. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงตามข้อถือสิทธิข้อที่ 46, โดยที่ความผิดปกติดังกล่าวคือความผิดปกติของ B เซลล์
49. โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงตามข้อถือสิทธิข้อที่ 46, โดยที่แอนติเจน เป้าหมายดังกล่าวคือ CD20
50. การใช้ของโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงที่ประกอบด้วยบริเวณผันแปร ของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์สำหรับการเตรียมของเภสัชภัณฑ์สำหรับกระตุ้นการอะพอพโตซิสในเซลล์, โดย ที่บริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ดังกล่าวประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของ กรดอะมิโนในที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณโครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ดังกล่าวตาม ที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือไซไลท์ของโมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, และโดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าวมีความสามารถที่ถูกเพิ่มเพื่อกระตุ้น การอะพอพโตซิสตามที่ถูกเปรียบเทียบกับเพเรนท์ โพลีเปปไทด์ดังกล่าว
51. การใช้ของโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงสำหรับการเตรียมของ เภสัชภัณฑ์สำหรับการรักษาโรคหรือความผิดปกติซึ่งสามารถรักษาได้โดยแอคติวิตี้การส่งสัญญาณ เซลล์ที่ถูกดัดแปลงของแอนติเจนเป้าหมาย, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ประกอบด้วยที่อย่างน้อยหนึ่งการแทนที่เรซิดิวของ กรดอะมิโนในที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณโครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ดังกล่าวตาม ที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ของโมเลกุลการยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, และโดยที่การแทนที่ดังกล่าวทำให้เกิดแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงของแอนติเจน เป้าหมายเมื่อโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดังกล่าวถูกทำให้เป็นเชิงซ้อนกับแอนติเจน เป้าหมายดังกล่าว
52. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 51, โดยที่แอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวคือการกระตุ้นการอะพอพโตซิสที่ถูกเพิ่ม
53. การใช้ของโมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงสำหรับการเตรียมเภสัชภัณฑ์ สำหรับการรักษาของโรคหรือความผิดปกติซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยความสามารถที่ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อ สื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้าหมาย, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ ถูกดัดแปลงดังกล่าวที่ประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ประกอบด้วยที่อย่างน้อย หนึ่งการแทนที่เรซิดิวของกรดอะมิโนในที่อย่างน้อยหนึ่งบริเวณโครงสร้างของบริเวณผันแปรของโซ่ เฮฟวี่หรือไซไลท์ดังกล่าวตามที่ถูกเปรียบเทียบกับบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่หรือโซ่ไลท์ของโมเลกุล การยึดเกาะเพเรนท์ แอนติเจน, และโดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงมีความสามารถที่ ถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อการเชื่อมขวางของหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแอนติเจนเป้าหมายอันเป็นผลของการ แทนที่ดังกล่าว
54. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 51 หรือ 53, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัด แปลงดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณผันแปรโซ่เฮฟวี่ดังกล่าว
55. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงดัง กล่าวประกอบด้วยบริเวณผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย SEQ ID NO : 4, SEQ ID NO : 36, และ SEQ ID NO : 38
56. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 51 หรือ 53, โดยที่โรคหรือความผิดปกติดังกล่าวคือ ความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนเซลล์
57. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 56, โดยที่ความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนเซลล์ดังกล่าวคือ มะเร็ง
58. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 57, โดยที่มะเร็งดังกล่าวคือความบกพร่องของ การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อน้ำเหลืองใดของ B เซลล์
TH0601004081A 2013-07-24 โมเลกุลการยึดเกาะแอนติเจนที่ถูกดัดแปลงที่มีแอคติวิตี้การส่งสัญญาณเซลล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลง TH87494A (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH87494B TH87494B (th) 2007-11-09
TH87494A true TH87494A (th) 2007-11-09

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
JP7379446B2 (ja) ヒトcd3結合抗体
RU2012139197A (ru) Модифицированные антигенсвязывающие молекулы с измененной клеточной сигнальной активностью
AU2018302110B2 (en) Binding proteins 1
JP6787890B2 (ja) 抗体−薬物コンジュゲートの選択的製造方法
JP6359372B2 (ja) DARPinを含む二重特異キメラ蛋白質
EP2844675B1 (en) Humanized pan-her antibody compositions
CA2816519C (en) Pan-her antibody composition
CN103189392B (zh) ErbB3结合抗体
JP2009545325A5 (th)
TW202537975A (zh) 抗體-藥物結合物之製造方法
US20220089752A1 (en) Compositions and methods for modulating cellular internalization
CN106232139A (zh) 双特异性her2抗体
CA2774427C (en) Antibodies specifically binding to the epidermal growth factor receptor
Spillner et al. Recombinant IgE antibody engineering to target EGFR
WO2022029496A1 (en) Anti-her2 / anti-4-1bb bispecific antibodies and uses thereof
CN105017421B (zh) 一种抗her2双特异性抗体及其制备方法与应用
CN109071671B (zh) Erbb2靶向抗体
EP4393515A1 (en) Anti-cldn-18.2 antibody-drug conjugate and use thereof
JP2024023598A (ja) Egfr、her2及びher3に結合する結合部分の組み合わせ
AU2021307516B2 (en) Anti-CLDN-18.2 antibody and use thereof
JP6887944B2 (ja) 抗fgfr2抗体と他剤を含む組成物
KR102681811B1 (ko) Her2에 결합하는 단일 가닥 가변 영역 항체 절편 플랫폼
TW202540198A (zh) 雙特異性抗體樣蛋白以及彼之製造及使用方法
WO2026057723A1 (en) Claudin-1/egfr bispecific antibodies for targeted degradation
WO2022000136A1 (en) Methods and compositions for cancer treatment