TH7748C3 - โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน - Google Patents

โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน

Info

Publication number
TH7748C3
TH7748C3 TH1103001212U TH1103001212U TH7748C3 TH 7748 C3 TH7748 C3 TH 7748C3 TH 1103001212 U TH1103001212 U TH 1103001212U TH 1103001212 U TH1103001212 U TH 1103001212U TH 7748 C3 TH7748 C3 TH 7748C3
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
sliding
wall
metal
welding
roof
Prior art date
Application number
TH1103001212U
Other languages
English (en)
Other versions
TH7748A3 (th
Inventor
สุมงคล นายนิรุติ
Filing date
Publication date
Application filed filed Critical
Publication of TH7748A3 publication Critical patent/TH7748A3/th
Publication of TH7748C3 publication Critical patent/TH7748C3/th

Links

Abstract

DC60 (19/10/55) โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินประกอบด้วยส่วน สำคัญเจ็ดส่วนหลักคือ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure), หลังคา(Canopy cover), หลังคาเลื่อน (Sliding canopy), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา, ผนังเลื่อน, ผนังสวิง, และประตู โดยโครงหลังคาสะพาน เทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินมีลักษณะเป็นโครงสร้างของโครงหลังคาที่สามารถ ติดตั้งเข้าสะพานเทียบเครื่องบินและตู้บรรจุเสบียงของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินเพื่อปกป้องและ ป้องกันผู้ปฏิบัติงานและภายในของเครื่องบินโดยสารในขณะที่ประตูทางเข้าของเครื่องบินเปิดอยู่ จากสภาพอากาศภายนอก เช่นฝน, หิมะ, ความชื้น, อากาศร้อน และฝุ่นละออง และสามารถยื่นออก ทางด้านหน้าจนติดกับลำตัวเครื่องบินและเลื่อนโครงหลังคาดังกล่าวให้เยื้องออกทางด้านข้างด้าน หนึ่งเพื่อหลบปีกของเครื่องบินได้ มีผนังป้องกันสภาพอากาศและป้องกันการตกจากสะพานเทียบ เครื่องบินทางด้านข้างทั้งสองด้าน มีความคล่องตัวในการทำงานเนื่องจากสามารถเข้าไปบังคับการ ทำงานของสะพานเทียบเครื่องบินได้ทำให้ลดความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนกับปีกและตัวเครื่องบน โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินมีความมั่นคงแข็งแรง โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินประกอบด้วยส่วน สำคัญเจ็ดส่วนหลักคือ โครงสร้างหลังคา (Canopy structre), หลังคา(Canopy cover), หลังคาเลื่อน (Sliding canopy), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา,ผนังเลื่อน,ผนังสวิง,และประตู โดยโครงหลังคาสะพาน เทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินมีลักษณะเป็นโครงสร้างของโครงหลังคาที่สามารถ ติดตั้งเข้าสะพานเทียบเครื่องบินและตู้บรรจุเสบียงของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินเพื่อปกป้องและ ป้องกันผู้ปฏิบัติงานและภายในของเครื่องบินโดยสารในขณะที่ประตูทางเข้าของเครื่องบินเปิดอยู่ จากสภาพอากาศภายนอก เช่นฝน, หิมะ, ความชื้น, อากาศร้อน และฝุ่นละออง และสามารถยื่นออก ทางด้านหน้าจนติดกับลำตัวเครื่องบินเและเลื่อนโครงหลังคาดังกล่าวให้เยื้องออกทางด้านข้างด้าน หนึ่งเพื่อหลบปีกของเครื่องบินได้ มีผนังป้องกันสภาพอากาศและป้องกันการตกจากสะพานเทียบ เครื่องบินทางด้านข้างทั้งสองด้าน มีความคล่องตัวในการทำงานเนื่องจากสามารถเข้าไปบังคับการ ทำงานของสะพานเทียบเครื่องบินได้ทำให้ลดความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนกับปีกและตัวเครื่องบน โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินมีความมั่นคงแข็งแรง

Claims (9)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 8/07/2559 (28/6/2559) 1. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินประกอบด้วยเจ็ด ส่วนส่วนคือ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure), หลังคา (Canopy cover), หลังคาเลื่อน (Sliding canopy), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา, ผนังเลื่อน, ผนังสวิง, และประตู โดยโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน มีลักษณะเป็น โครงสร้างที่สามารถยื่นออกทางด้านหน้าติดกับลำตัวเครื่องบิน และเลื่อนออกทางด้านข้างเพื่อ หลบปีกของเครื่องบินได้ มีผนังป้องกันสภาพอากาศและป้องกันการตกจากสะพานเทียบเครื่องบิน ทางด้านข้างทั้งสองด้าน สามารถเข้าไปบังคับการทำงานของสะพานเทียบเครื่องบินได้ โดยการ ติดตั้งโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน เข้ากับคานรองรับ โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน (30) ซึ่งทำหน้าที่คานและเป็นรางเลื่อนให้กับโครง หลังคาสะพานเทียบเครื่องบินโดยการสอดลูกล้อ (130) เข้าไปในรางเลื่อนของคานรองรับ โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน (30) และสอดลูกล้อของคานรองรับโครงสร้างหลังคา สะพานเทียบเครื่องบิน (30) เข้าไปในคาน (120) ที่ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนของโครงหลังคาสะพาน เทียบเครื่องบิน จากนั้นยึดกระบอกไฮดรอลิก (50) เข้ากับแท่นยึดกระบอกไฮดรอลิกที่ยึดอยู่ที่ ด้านข้างของคาน (120) ที่ด้านหน้าส่วนบนของตู้บรรจุเสบียง (20) ติดสร้างรางเลื่อนโครงหลังคา (190) เข้ากับตู้บรรจุเสบียงด้วยสลักเกลียว จากนั้นสอดลูกล้อโครงหลังคา (195) ที่ยึดอยู่ที่ด้านหลัง ส่วนบนของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) เข้าไปในรางเลื่อนโครงหลังคา (190) ซึ่ง ทำให้โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินสามารถเลื่อนเข้า ออกด้านข้างได้ด้วยแรงขับจากระบบไฮดรอลิกผ่าน กระบอกไฮดรอลิก (50) การติตตั้งและการ ทำงานหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) สามารถทำได้โดยการสอดลูกล้อรางเลื่อน (360) ของ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เข้ากับรางด้านบนของรางเลื่อน (150) และสอดลูกล้อที่ติด ตั้งอยู่ที่ปลายของรางด้านบนของรางเลื่อน (150) เข้ากับรางเลื่อนหลังคา (340) ของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และวางรางเลื่อนหลังคา (330) ครอบลงไปบนคานรางเลื่อนหลังคา (160) ของโครงสร้างคา (Canopy structure) (100) จากนั้นติดตั้งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) เข้ากับ คานรางเลื่อนหลังคา (160) เมื่อต้องการเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ออกมาใช้งาน ทำ ได้โดยการดึงสายดึงแขนเลื่อน (471) ลงมาเพื่อปลดสลัก ล็อกแขนเลื่อน (481) ออก จากนั้นเลื่อน มือจับแขนเลื่อน (470) ไปด้านหน้า เมื่อได้ระยะที่ต้องการปล่อยมือจับแขนเลื่อน (470) จะทำให้ สปริง (460) ดึงให้แขนเบรก (450) กดให้ลูกยางสัมผัสกับด้านล่างของคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำให้เกิดความฝืด หยุดให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่สามารถเคลื่อนที่เองได้ การ ติดตั้งและการทำงานผนังเลื่อน (500) สามารถทำได้โดยการสอดล้อเลื่อน (530) ของผนังเลื่อน (500) ที่ด้านบนจำนวนสองชุดเข้ากับรางด้านล่างของรางเลื่อน (150) และสอดล้อเลื่อน (530) ของ ผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างจำนวนสองชุดเข้ากับรางเลื่อน (280) ของหลังคา (Canopy cover) (200) และสามารถเลื่อนออกโดยการปลอดสลักล็อกผนังเลื่อน (550) ออกจากช่องกลอนที่อยู่บนรางเลื่อน (280) แล้วใช้เลื่อนที่มือจับผนังเลื่อน (540) ออกเมื่อได้ระยะที่ต้องการแล้วลงกลอนของสลักล็อก ผนังเลื่อน (550) ให้ผนังเลื่อน (500) หยุดอยู่กับที่ การติดตั้งและการทำงานผนังสวิง (600) สามารถ ทำได้โดยการสวมบูชโลหะ (630) ที่ติดอยู่กับผนังสวิง (600) เข้ากับสลักยึดผนังสวิง (570) ของผนัง เลื่อน (500) แล้วปิดทับด้วยแหวนโลหะแล้วยึดด้วยสลักเกลียวแบบหัวฝัง ที่ช่องสล๊อตโค้งยาวสวม เข้ากับสลักเกลียวของลูกบิดยึดผนังสวิง (580) แล้วขันแน่นเพื่อล็อกผนังสวิงดังกล่าว เมื่อต้องการ การผนังสวิงออกมาใช้งาน หมุนคลายลูกบิดยึดผนังสวิง(580) แล้วใช้มือจับผนังสวิงดังกล่าวหมุน กางออกมา เมื่อได้ระยะที่ต้องการขันลูกบิดยึดผนังสวิง (580) ให้แน่น การติดตั้งและการทำงาน สะพานเทียบเครื่องบิน (10) สามารถทำได้โดยการสอดลูกล้อที่อยู่ด้านหลังด้านบนของสะพาน เทียบเครื่องบิน (10) เข้ากับรางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ทั้งสองด้านของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) โดยที่ส่วนล่างด้านหลังของสะพานเทียบเครื่องบินจะมีแท่นยันที่มี หน้าสัมผัสทำจากพลาสติกชนิดโพลีเอไมด์ ค้ำยันอยู่กับเสาคู่หน้าของโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) เมื่อรถขนส่งเสบียงอยู่ในตำแหน่งปกติ คือยังไม่ยกตู้บรรจุเสบียงขึ้นสะพานเทียบ เครื่องบิน (10) จะเลื่อนขึ้นไปอยู่ติดกับโครงหลังคาด้านบนเหนือหัวเก๋งรถบรรทุกโดยมีรั้วค้ำยัน (Safety fence) ที่ติดตั้งอยู่กับแชสซีส์รถบรรทุก ด้านหลังหัวเก๋งค้ำสะพานเทียบเครื่องบิน (10) อยู่ เมื่อยกตู้บรรจุเสบียงขึ้นโดยการเข้าไปบังคับภายในโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถ ขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินผ่านทางประตู (700) เมื่อยกตู้บรรจุเสบียงขึ้นไปได้ระยะหนึ่งสะพาน เทียบเครื่องบิน (10) จะเลื่อนลงมาด้านล่างตามแรงดึงดูดจนกระทั่งพื้นของสะพานเทียบเครื่องบิน อยู่ในระดับเดียวกับพื้นของโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน และเมื่อตู้บรรจุเสบียงขึ้นไปได้ ระดับกับประตูของเครื่องบิน ก็บังคับให้กระบอกไฮดรอลิก (50) เลื่อนโครงหลังคาสะพานเทียบ เครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินออกทางด้านข้างเหนือปีกของเครื่องบินให้ตรงกับธรณี ประตูของเครื่องบินจากนั้นเลื่อนพื้นและพนังด้านข้างของสะพานเทียบเครื่องบินออกไปจรดกับ ธรณีประตูและผนังเครื่องบิน จากนั้นเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300), ผนังเลื่อน (500) และหมุนผนังสวิง(600)ของโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ออกไปจนติดกับผนังเครื่องบินเพื่อป้องกันสภาพอาการภายนอก จึงทำการลำเลียงเสบียงจากภายใน ตู้บรรจุเสบียงเข้าเครื่องบินได้ โดยที่โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) เป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนัก และยึดหลังคา (Canopy cover) (200),หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400), ผนังเลื่อน (500), ประตู (700), สะพานเทียบเครื่องบิน (10) และตู้บรรจุเสบียง (20) ให้ เชื่อมต่อกับโครงสร้างของเสาและคานของโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน โดยที่ โครงสร้าง (110) มีลักษณะโครงสร้างโลหะที่เชื่อม (Welding) ต่อกันเป็นโครงกรอบสี่เหลี่ยม ที่ประกอบด้วย เสาจำนวนมากกว่า 4 เสาและคานโลหะจำนวนหนึ่ง ที่พื้นที่ของโครงสร้างถูกปูด้วยแผ่นปูพื้น (Checker plate) ที่เสาคู่หน้าของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับรางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ในแนวตั้ง ใช้สำหรับติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน (10) ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและ ขวาของโครงสร้าง (110) ถูกยึด ติดกับรางเลื่อน (150)ด้วยสลักเกลียว ในแนวนอนด้านละ 2 ราง สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างของเสาคู่หน้าและ เสาคู่หลังของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับคาน (120) สำหรับเป็นคานหลักของโครงสร้าง (110) และยังเป็นรางเลื่อนให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้น เครื่องบินให้สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ ที่บริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่าง เสาคู่หลังยึดติดคานรางเลื่อนหลังคา (160) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160) จะ ถูกวางขนานกับรางเลื่อน (150)สำหรับติดตั้งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ที่ด้านหน้าของคาน ด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้างถูกเชื่อม (Welding) ติดกับแท่นยึดลูกล้อ (180) จำนวน 2 ชุด ห่างกันระยะหนึ่ง ใช้สำหรับยึดลูกล้อ (195) ติดกับโครงสร้าง (110) โดยที่ด้านหลังของคาน ดังกล่าวถูกยึดติดกับแผ่นโลหะ (170) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คาน (120) มีลักษณะเป็นโลหะตัวซี (C- Channel) จำนวน 4 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อกันเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยที่คาน (120) ดังกล่าว ถูกเชื่อม (Welding) ติดที่บิรเวณใต้เสาทั้งสี่ของโครงสร้าง (110) ทำหน้าที่เป็นคานหลักให้กับ โครงสร้าง (110) และเป็นรางเลื่อนให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้น เครื่องบิน โดยที่บริเวณภายในโลหะรูปตัวซี (C) ของปลายด้านหนึ่งใกล้กับเสาของโครงสร้าง (110) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกยึดติดกับลูกล้อ (130) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) เพื่อเป็นล้อเลื่อน ให้กับโครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ที่บริเวณตรงกลาง ของคานด้านข้างด้านหนึ่งติดตั้งแท่นยึดกระบอกไฮดรอลิกเพื่ออาศัยแรงจากกระบอกไฮดรอลิก (50) เป็นตัวขับให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินสามารถ เคลื่อนที่ออกด้านข้างได้ โดยที่ลูกล้อ (130) มีลักษณะเป็นลูกล้อโลหะที่มีแกนกลางเชื่อม (Welding) ติดที่ด้านหลังของแผ่นโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ประกอบเข้ากับบริเวณภายในของ ปลายด้านหนึ่งของคาน (120) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำหน้าที่เป็นล้อเลื่อนให้กับโครงหลังคา สะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินให้สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างเยื่องกับ คานหลังของตู้บรรจุเสบียง โดยที่รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูป ตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดกับเสาคู่หน้าของโครงสร้าง (110) เสาละหนึ่งชิ้นทางด้านหน้าใน แนวตั้ง ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ (60) ของสะพานเทียบเครื่องบิน (10) และเป็นตัวยึด สะพานเทียบเครื่องบินให้ติดกับโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) โดยที่รางเลื่อน (150) มี ลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) จำนวน 2 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อทับกันในแนวนอนเป็นรางคู่ โดยที่ปลายด้านหนึ่งของรางโลหะที่อยู่ด้านบนติดตั้งลูกล้อรางเลื่อนด้ายสลักเกลียว สำหรับเป็น ล้อเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ถูกติดตั้งอยู่ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและ ขวาของโครงสร้าง (110) ในแนวนอนด้วยสลักเกลียว สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนออกไปหาผนังของเครื่องบินได้ โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160)มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ปลายด้านหนึ่งติดตั้งลูกล้อหนึ่งคู่โดยให้หน้าสัมผัส ของลูกล้อดังกล่าวโผล่พันท่อโลหะสี่เหลี่ยมด้านบนปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดที่ปลาย ด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่บริเวณปลายทางด้านยาวทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวถูก เจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียว ซึ่งคานรางเลื่อนหลังคา (160) ถูกติดตั้งโดยการขันแน่นด้วยสลัก เกลียวที่บริเวณปลายด้านที่เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากับบริเวณด้านหน้า ตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) โดยคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำหน้าที่เป็นคานกลางและรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่แผ่นโลหะ (170) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะพับรูปตัวแซด (Z) ทำได้จากเหล็กกล้า ถูกติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) โดยติดตั้งเข้าที่มุมของคานบนด้านหลังของโครงสร้าง (110) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นแผ่น (Safeguard) สำหรับป้องกันและปกปิดบริเวณราง เลื่อนลูกล้อของรางเลื่อนโครงหลังคา (190) โดยที่แท่นยึดลูกล้อ (180) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียวจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณปลายทั้งสองด้านของแผ่นโลหะ ดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะเสริมแรงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับ แท่นยึดลูกล้อ (180) ถูกติดตั้งที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) ทำหน้าที่เป็นแท่นประกับสำหรับยึดลูกล้อลูกล้อโครงหลังคา (195) ติดกับ โครงสร้าง (110) ของโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) โดยที่รางเลื่อนโครงหลังคา (190) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกยึดด้วยสลักเกลียว ติดกับมุมบนของด้านหน้าตู้บรรจุเสบียง (20) ในแนวนอน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน สามารถเลื่อนออก ทางด้านข้างได้ โดยที่ลูกล้อโครงหลังคา (195) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านหน้า เจาะรูจำนวนหนึ่งสำหรับร้อยสลักเกลียวติดกับแท่นยึดลูกล้อ (180) ที่ตรงกลางด้านหน้าของแผ่น โลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับฐานของแผ่นโลหะรูปตัวที (T) โดยที่ด้านหน้าช่วงบนของ โลหะรูปตัวทีเจาะรูจำนวน 2 รูหางกันระยะหนึ่ง สำหรับยึดติดกับลูกล้อโลหะด้านละ 2 ลูกล้อด้วย สลักโลหะ ทำหน้าที่เป็นลูกล้อของโครงสร้าง (110) เมื่อประกอบเข้ากับรางเลื่อนโครงหลังคา (190) แล้วทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินสามารถเลื่อนออก ทางด้านข้างของตู้บรรจุเสบียง (20) ได้ โดยที่หลังคา (Canopy cover) (200) เป็นส่วนที่ประกอบเข้ากับโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) เพื่อเป็นผนังและหลังคาให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่ง เสบียงขึ้นเครื่องบินโดยการยึดด้วยสลักเกลียวเข้ากับโครงสร้าง (110) โดยที่แผ่นหลังคา (210) มี ลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดติดกับด้านบนของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ที่มุมด้านข้างโดยใช้แผ่นโลหะ (240) เป็นฉากประกบแล้วยึดด้วยกาว ทำหน้าที่เป็นหลังคา ให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน โดยที่แผ่นผนัง (220) มี ลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่งแผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับติดตั้งวงกบประตู (290) จำนวนหนึ่งช่อง และเจาะช่องรับแสงรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (220) ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้างใต้แผ่นหลังคา (210) ด้วยการยึดด้วยกาว โดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่ พับเป็นฉากประกบ โดยที่แผ่นผนัง (230) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่งแผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนสองช่องสำหรับเป็นช่องรับ แสง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (230) ถูก ติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้าง ใต้แผ่นหลังคา (210) ตรงข้ามกับแผ่นผนัง (220) ด้วยกาวโดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับเป็นฉากประกบ โดยที่แผ่นโลหะ (240) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับเป็น ฉาก มีหน้าที่เป็นแผ่นประกับเพื่อยึด แผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) เข้ากับแผ่นหลังคา (210) ถูกติดตั้งที่มุมฉากที่เป็นรอยต่อของแผ่นหลังคา (210) กับแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) โดยที่ แผ่นโลหะ (250) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับเป็นฉาก มีทั้งหมด 4 ชิ้น มีหน้าที่เป็น ฉากประกบบริเวณสันรอยต่อของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (240) กับโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ถูกติดตั้งเข้าบริเวณสันรอยต่อของแผ่นผนัง ทั้งสันด้านหน้าและด้านหลัง ในแนวตั้งของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) กับเสาของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ในแนวตั้ง ด้วยกาว โดยที่โลหะรูปตัวซี (260) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้ง โดยการครอบเข้ากับสันของมุมด้านหน้าแผ่นหลังคา (210) ในแนวนอนแผ่นผนัง (220) และแผ่น ผนัง (230) ในแนวตั้ง ด้วยกาว มีหน้าที่เสริมความแข็งแรงให้กับสันของมุมแผ่นหลังคา (210), แผ่น ผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) โดยที่แผ่นโลหะ (270) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับ เป็นรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่สันของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ใต้รางเลื่อน(280) ใน แนวนอน ด้วยกาว และเชื่อม (Welding) ปลายด้านหนึ่งของแผ่นโลหะ (270) ติดกับเสาด้านหน้า ของโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ทำหน้าที่ปิดกันช่องว่างระหว่างโครงหลังคา สะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน กับสะพานเทียบเครื่องบิน (10) โดยที่ราง เลื่อน (280) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ที่ด้านบนของรางเจาะรูเป็นแถวจำนวนหนึ่งสำหรับ เป็นช่องในการสอดสลักของสลักล็อกผนังเลื่อน (550) เพื่อล็อกและปลดล็อกผนังเลื่อน (500) ถูกยึด ติดกับด้านข้างของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ด้านละหนึ่งชิ้นเหนือแผ่นโลหะ (270) ใน แนวนอนด้วยสลักรีเวท (Rivet) ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อด้านล่างของผนังเลื่อน (500) โดยที่วงกบประตู (290) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซีเชื่อม (Welding) ประกอบกันเป็นกรอบ ประตู มีหน้าที่สำหรับใช้เชื่อมต่อระหว่างแผ่นผนัง (220) ของหลังคา (Canopy cover) (200) กับ บานประตู (700) ให้อยู่ด้วยกันอย่างมั่นคงแข็งแรง ถูกติดตั้งที่ช่องวงกบขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ของแผ่นผนัง (220) ด้วยกาว โดยที่หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) จะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่เป็นหลังคาที่เลื่อนออก จากหลังคา (Canopy cover) (200) ไปประกบติดและเชื่อมต่อกับผนังของเครื่องบิน โดยที่โดยที่ โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) มีลักษณะเป็นโลหะที่เชื่อม (Welding) ต่อกันประกอบด้วยคานโลหะ ด้านข้างสองชิ้นและคานขวางจำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างที่รองรับแผ่นหลังคา (320) ที่ ด้านข้างของคานโลหะทั้งสองด้านของโครงหลังคาเลื่อนเชื่อม (Welding) ติดกับรางหลังคาเลื่อน (340) สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่ด้านข้างของปลายท้าย ของคานโลหะยึดติดกับลูกล้อรางเลื่อน (360) ด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นล้อเลื่อนของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่ด้านบนของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ยึดติดกับแผ่นหลังคา (320) ด้วย กาว ที่สันด้านหน้าของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ยึดติดกับกันชน (350) ด้วยสลักเกลียว ทำ หน้าที่เป็นกันชนเพื่อลดแรงกระแทกและป้องกันการเสียหายจากการชนของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน ที่ตรงกลางใต้โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) เชื่อม (Welding) ติดกับรางหลังคาเลื่อน (330) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะของโครงสร้างหลังคา เลื่อน (310) ใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่แผ่นหลังคา (320) มีลักษณะเป็น แผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่ง ถูกยึดติดกับบริเวณด้านบนของโครงสร้าง หลังคาเลื่อน (310) ด้วยกาว ทำหน้าที่เป็นหลังคาให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่ รางเลื่อนหลังคา (330) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่ตรงกลางใต้โครงสร้าง หลังคาเลื่อน (310) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) โดยที่ บริเวณด้านข้างส่วนปลายท้ายของรางหลังคาเลื่อน (330) เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (410) ของชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ทำหน้าที่เป็นตัวเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้กับ ใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่รางเลื่อนหลังคา (340) มี ลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดไว้ที่บริเวณด้านข้างของคานโลหะทั้งสอง ด้านของโครงหลังคาเลื่อน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนที่ด้านข้างของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) โดยที่ กันชน (350) มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก ถูกติดตั้งไว้ที่สันด้านหน้าของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้าน นอกของเครื่องบิน โดยที่ลูกล้อรางเลื่อน (360) มีลักษณะเป็นลูกล้อพลาสติกทรงกระบอกหุ้มทับ ตลับลูกปืนโดยมีแกนเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จากเหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลาง หน้าแปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้งสี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับ บริเวณด้านข้างของปลายท้ายของคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ทำหน้าที่เป็น ล้อเลื่อนของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) มีลักษณะเป็นชุดกลไกที่ใช้ในการเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ออกจากโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ให้ยื่นออกไปจนถึง ผนังด้านนอกของเครื่องบิน โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปตัวแอลคว่ำ (L) ที่ ปลายด้านล่างถูกเจาะรูกลมสำหรับร้อยสลักเพื่อเป็นยึด และเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ที่ มุมส่วนกลางของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูหนึ่งรูสำหรับเชื่อม (Welding) สลักยึดสปริง (461) เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ที่ส่วนบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดกับ ด้านข้างทั้งสองของรางเลื่อนหลังคา (330) ที่สันตรงข้ามกับรูเจาะร้อยสลักสปริงของแผ่น โลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีหน้าที่สำหรับเป็น ตัวเชื่อมต่อแขนเลื่อนกับเข้ากับรางเลื่อนหลังคา (330) และส่งผ่านกำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน โดยที่แผ่นโลหะ (420) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนที่เล็กอยู่ด้านบน ที่ช่วงปลายด้านล่างดัดพับ ให้เป็นมุมป้าน ที่ภายในมุมเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นเสริมแรง (421) จำนวน 2 แผ่น ส่วนด้านที่ อยู่ตรงข้ามแผ่นเสริมแรง (421) ที่ส่วนบนเชื่อม (Welding) ติดกับสันด้านหน้าทั้งสองของแผ่น โลหะ (410) ที่ส่วนล่างยึดติดกับแผ่นกันกระแทก (430) จำนวนสองชิ้นด้วยสลักเกลียว โดยแผ่น โลหะ (420) ทำหน้าที่สำหรับรับแรงจากแขนเลื่อน (440) และส่งผ่านกำลังการเลื่อนไปยังหลังคา เลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน โดยที่ แผ่นเสริมแรง (421) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสามเหลี่ยม (Gusset) ถูกติดตั้งไว้โดยการเชื่อม (Welding) ที่สันติดกับภายในมุมป้านของแผ่นโลหะ (420) ทั้งสองชิ้น ห่างกันระยะหนึ่ง สำหรับทำ หน้าที่เป็นตัวเสริมความแข็งแรงให้กับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นกันกระแทก (430) มีลักษณะเป็น แผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้งที่มุมส่วนล่างทั้งสองของแผ่นโลหะ (420) ใต้แผ่นโลหะ (410) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกระหว่างแผ่นโลหะ (420) กับแขนเลื่อน (440) โดยที่แขนเลื่อน (440) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมที่เชื่อม (Welding) ต่อก้นเป็นรูปตัวเอช (H) โดยที่ปลายด้าน หนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับบูชโลหะสำหรับร้อยสลักติดกับรูที่ส่วนล่างของแผ่นโลหะ (410) ทั้ง สองแผ่น เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับมือจับ แขนเลื่อน (470) สำหรับใช้จับและโยกแขนเลื่อน (440) ลงแล้วผลักไปด้านหน้าให้พาหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้เลื่อนเข้า-ออก ที่บริเวณตรงกลางด้านข้างของแขนเลื่อนทั้งสองด้านเจาะ รูสำหรับเชื่อม (Welding) ต่อกับสลักยึดสปริง (461) เพื่อคล้องกับห่วงที่ปลายของสปริง (460) สำหรับดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับสลักสปริงอีกด้านที่ติดอยู่กับแผ่นโลหะ (410) ซึ่งแขนเลื่อน (440) โดยที่แขนเบรก (450) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยม ที่เชื่อม (Welding) ต่อในแนวตั้งอยู่บน ตรงกลางของท่อโลหะสี่เหลี่ยมของแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดปลายท่อ ด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดตั้งลูกยาง (451) จำนวนสองชิ้น ห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว โดยแขนเบรก (450) ทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้ติดตั้งลูกยาง (451) สำหรับเบรกหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เอง โดยที่ลูกยาง (451) มี ลักษณะเป็นลูกยางทรงกระบอก ถูกติดตั้งอยู่บนแผ่นโลหะของแขนเบรก (450) ด้วยสลักเกลียว ทำ หน้าที่เบรกหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เองโดยการจับสัมผัสกับคานราง เลื่อนหลังคา (160) โดยที่สปริง (460) มีลักษณะเป็นสปริงดึงที่ทำด้วยโลหะขดรอบชิด ที่ปลายมี ห่วงทั้งสองข้าง ใช้สำหรับการต้านทานแรงดึง เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับแผ่นโลหะ (410) โดยที่สลักยึดสปริง (410) มีลักษณะเป็นเพลาโลหะดัดงอ 90 องศา ติดตั้งโดยการสอดเข้าไปในช่อง ที่เจาะไว้ที่แผ่นโลหะ (410) และแขนเลื่อน (440) แล้วเชื่อม (Welding) ติดกัน ทำหน้าที่สำหรับใช้ เกี่ยวเข้ากับห่วงของสปริง (460) เพื่อเป็นตัวรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับแผ่นโลหะ (410) โดยที่มือจับ แขนเลื่อน (470) มีลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกระบอกที่ปลายทั้งสองด้านเชื่อม (Welding) ปิดปาก ท่อ ถูกติดตั้งไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแขนเลื่อน (440) ด้วยการเชื่อม (Welding) ใช้สำหรับเป็นเมื่อจับ ให้กับแขนเลื่อน (440) เพื่อโยกลงและเลื่อนผลักแขนเลื่อน (440) ไปด้านหน้าให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ยื่นออกด้านหน้า และดึงหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กลับมาอยู่ใน ตำแหน่งเดิม โดยที่สายดึงแขนเลื่อน (471) มีลักษณะเป็นแถบเชือกไนลอนถูกติดตั้งโดยการคล้อง ไว้ที่บริเวณตรงกลางของมือจับแขนเลื่อน (470) ทำหน้าที่ในการใช้ดึงมือจับแขนเลื่อน (470) ให้ลง มาอยู่ในตำแหน่งที่จับได้ถนัด โดยที่ตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมเจาะรู ตรงกลางสำหรับใช้สอด สลักล็อกแขนเลื่อน (481) เข้าไปเพื่อล็อกให้แขนเลื่อน (440) อยู่ใน ตำแหน่งไม่ให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เลื่อนออกไปได้เอง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ไว้ใต้คานขวางของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) โดยที่สลักล็อกแขนเลื่อน (481) มี ลักษณะเป็นโลหะทรงกระบอกมีบ่าที่ด้านล่าง ถูกเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่ตรงกลางด้านบนของมือ จับแขนเลื่อน (470) โดยปลายด้านเล็กทำหน้าที่เป็นสลักกลอนโดยการสอดเข้าไปในรูตรงกลางของ ตัวล็อกลงกลไกเลื่อน (480) โดยที่ผนังเลื่อน (500) มีลักษณะเป็นบานเลื่อนที่ใช้ในการเลื่อนให้ยื่นออกไปจนถึงผนัง ด้านนอกของเครื่องบิน มีทั้งหมดสองชุด โดยที่โครงสร้างผนังเลื่อน (510) มีลักษณะเป็นโลหะที่ เชื่อม (Welding) ต่อกันประกอบด้วยท่อโลหะสี่เหลี่ยมจำนวน 4 ชิ้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมปลายของท่อ โลหะที่วางแนวนอนยื่นออกไปด้านหลัง ที่ด้านบนยาวกว่าด้านล่างระยะหนึ่ง ที่สันของมุมล่าง ด้านหน้าของโครงสร้างตัดเฉียงสำหรับติดตั้งกันชน (560) ที่ด้านข้างด้านนอกของโครงสร้างติดตั้ง แผ่นผนัง (520) ด้วยสลักรีเวท (Rivet) เพื่อรับแสงสำหรับเพิ่มความสว่างภายใน ที่ปลายด้านข้างช่วง ท้ายของท่อโลหะในแนวนอนติดตั้งล้อเลื่อน (530) ด้วยสลักเกลียวที่ด้านบนสองชุดห่างกันระยะ หนึ่ง และที่ด้านล่างสองชุดห่างกันระยะหนึ่ง เพื่อเป็นลูกล้อให้ผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนเข้า- ออกได้ ที่ด้านข้างด้านในท่อโลหะในแนวตั้งด้านหน้าของโครงสร้างติดตั้งสลักยึดผนังสวิง (570) และลูกบิดยึดผนังสวิง (580) ห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว และการเชื่อม (Welding) ตามลำดับ โดยที่โครงสร้างผนังเลื่อน (510) มีหน้าที่เป็นกรอบโครงสร้างของผนังเลื่อน (500) โดยที่ แผ่นผนัง (520) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใสรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มุมด้านล่างด้านหนึ่งตัดบาก ออกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อเว้นช่องสำหรับการติดตั้งมือจับผนังเลื่อน (540) และตัวล็อกผนัง เลื่อน (550) ถูกติดตั้งติดกับด้านนอกของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักรีเวท (Rivet) มีหน้าที่ รับแสงสำหรับเพิ่มความสว่างภายในและเพื่อป้องกันสภาพอากาศที่เกิดขึ้นภายนอกโครงหลังคา สะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน โดยที่ล้อเลื่อน (530) มีลักษณะเป็นลูกล้อ พลาสติกทรงกระบอกหุ้มมับตลับลูกปืนมีทั้งหมด 4 ชุดโดยมีแกนกลางเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จาก เหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลางหน้าแปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้ง สี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับบริเวณด้านข้างของปลายด้านท้ายของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ที่ส่วนบนจำนวน 2 ชุดห่างกันระยะหนึ่ง และส่วนล่างจำนวน 2 ชุดห่างกันระยะหนึ่ง โดยที่ มือจับผนังเลื่อน (540) มีลักษณะเป็นมือจับพลาสติกรูปร่างคล้ายตัวซี (C) ติดตั้งในแนวด้วย สลักเกลียวบนแผ่นโลหะที่ตัดเป็นรูปตัวแอลคว่ำ ถูกติดตั้งไว้ที่โครงสร้างแนวนอนส่วนล่างติดกับ โครงสร้างแนวตั้งด้านท้ายของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยการเชื่อม (Welding) มีหน้าที่ในการ จับเพื่อเลื่อนผนังเลื่อน (500) เข้า-ออก โดยที่สลักล็อกผนังเลื่อน (550) มีลักษณะเป็นกลอนประตู โลหะ ถูกติดตั้งอยู่กับแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยการขันแน่น โดยที่แผ่นโลหะดังกล่าวมี หน้าที่เชื่อม (Welding) ต่อกับโครงสร้างแนวนอนส่วนล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ใต้มือจับ ผนังเลื่อน (540) เพื่อยื่นสลักล็อกผนังเลื่อน (550) เข้าไปให้ตรงกับแนวของช่องกลอนที่อยู่บนราง เลื่อน (280) ซึ่งสลักล็อกผนังเลื่อนดังกล่าว มีหน้าที่ในการล็อคเพื่อปรับระยะการเลื่อนของผนัง เลื่อน (500) โดยที่กันชน (560) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ที่สัน ของมุมด้านล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนเพื่อลดแรง กระแทกและป้องกันการเสียหายจากการชนของผนังเลื่อน (500) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน โดยที่ยึดสลักผนังสวิง (570) มีลักษณะเป็นโลหะเพลามีบ่าด้านหนึ่ง ถูกเจาะรูตรงกลางเพื่อทำเกลียว ในเพื่อใช้ในการยึดกับประกับรูปแหวนรองหนา ที่ด้านหน้าด้านหนึ่งผายปากรูตรงกลาง สำหรับยึดด้วยสลักเกลียวแบบฝัง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่มุมล่างด้านในของ โครงสร้างผนังเลื่อน (510) หลังกันชน (560) ของผนังเลื่อน (500) สำหรับใช้เป็นตัวยึดและจุดหมุน ให้กับผนังสวิง (600) โดยที่ลูกบิดยึดผนังสวิง (580) มีลักษณะเป็นสลักเกลียวโลหะที่มีแป้นเกลียว ที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมน ถูกติดตั้งที่ด้านข้างด้านในของโครงด้านหน้าของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ห่างจากสลักยึดผนังสวิง (570) เท่ากับระยะห่างระหว่างบูชโลหะ (630) ถึงช่วงสล๊อตโค้งยาว ของแผ่นผนังสวิง (610) โดยการสอดสลักเกียวโลหะดังกล่าวจากจากภายในท่อสี่เหลี่ยมของ โครงสร้างผนังเลื่อน (510) ให้ปลายสลักเกลียวหันออกทางด้านนอก ทำหน้าที่ยึดผนังสวิง (600) ที่ ช่องสล๊อตให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ โดยที่ ผนังสวิง (600) มีลักษณะเป็นแผ่นผนังรูปพัด และมีจุดหมุนอยู่ที่มุมด้านล่างทำให้ ผนังสวิง (600) สามารถหมุนออกจากตำแหน่งเดิมออกไปประกบติดกับผนังนอกของเครื่องบิน โดยที่แผ่นผนังสวิง (610) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปพัดโดยด้านที่สัมผัสกับผนังเครื่องบินตัดให้มี ความโค้งรับกับความโค้งของผนังเครื่องบินและเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะยาวเพื่อทำเป็น ขอบออกมาทางด้านข้าง ที่มุมส่วนโค้งด้านบนและขอบที่อยู่ตรงข้ามกับด้านที่สัมผัสผนังเครื่องบิน ทำเป็นขอบออกมาในทิศทางตรงข้ามกับด้านที่โค้งรับผนังเครื่องบินโดยการเชื่อม (Welding) ติดกับ แผ่นโลหะยาวเพื่อเสริมความแข็งแรงผนังสวิงที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังดังกล่าวเจาะรูหนึ่ง ช่องสำหรับสอดบูช (630) เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) ที่บริเวณช่วงกลางของแผ่นผนัง สวิง (610) ถูกเจาะเป็นช่องสล๊อตโค้งยาวโดยมีรัศมีเล็กกว่าส่วนโค้งด้านบนของแผ่นผนังสวิง (610) สำหรับใช้ปรับอาการหมุนผนังสวิง (600) ที่ขอบโค้งด้านที่สัมผัสกับผนังเครื่องบินมีการติดตั้ง กันชนโดยการยึดด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นกันชนระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของ เครื่องบินโดยแผ่นผนังสวิง (610) โดยที่กันชน (620) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำ ได้ยางถูกติดตั้งไว้ที่ขอบโค้งด้านหน้าของแผ่นผนังสวิง (610) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชน ระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน โดยที่บูชโลหะ (630) มีลักษณะเป็นเพลา โลหะกลวงมีบ่าที่ปลายด้านหนึ่ง ร้อยสลักยึดผนังสวิง (570) ที่รูตรงกลางเพื่อยึดผนังสวิง (600) ติดกับผนังเลื่อน (500) ถูกติดตั้งโดยการสอดเข้าไปในช่องที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังสวิง (610) โดยที่ประตู (700) มีลักษณะเป็นประตูบานเดี่ยว มีการเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จำนวน 2 ช่องสำหรับเพิ่มความสว่างภายในโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียง ขึ้นเครื่องบิน พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศ ถูกติดตั้งเชื่อมกับวงกบ ประตู (290) ด้วยบานพับปีกผีเสื้อพร้อมทั้งติดตั้งลูกบิดปิด-เปิดประตู โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินมีลักษณะพิเศษ คือ a. โครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ที่มี -โครงสร้าง(110) มีลักษณะโครงสร้างโลหะที่เชื่อม (Welding) ต่อกันเป็น โครงกรอบสี่เหลี่ยม ที่ประกอบด้วยเสาจำนวนมากกว่า 4 เสาและคานโลหะจำนวนหนึ่ง ที่พื้นของ โครงสร้างถูกปูด้วยแผ่นปูพื้น (Checker plate) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะพิมพ์ลายกันลื่น ที่เสาคู่หน้า ของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับรางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ในแนวตั้ง ใช้สำหรับ ติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน (10) ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ถูก ยึด ติดกับรางเลื่อน (150)ด้วยสลักเกลียว ในแนวนอนด้านละ 2 รางสำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างของเสาคู่หน้าและเสาคู่หลังของโครงสร้าง เชื่อม (Welding) ติดกับคาน (120) สำหรับเป็นคานหลักของโครงสร้าง (110) และยังเป็นรางเลื่อน ให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินให้สามารถเลื่อนออก ทางด้านข้างได้ ที่บริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังยึดติดกับคานราง เลื่อนหลังคา (160) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160) จะถูกวางขนานกับรางเลื่อน (150)สำหรับติดตั้งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของ โครงสร้างถูกเชื่อม (Welding) ติดกับแท่นยึดลูกล้อ (180) จำนวน 2 ชุด ห่างกันระยะหนึ่ง ใช้ สำหรับยึดลูกล้อ (195) ติดกับโครงสร้าง (110) โดยที่ด้านหลังของคานดังกล่าวถูกยึดติดกับแผ่น โลหะ (170) ด้วยสลักเกลียว - รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดกับเสาคู่หน้าของโครงสร้าง (110) เสาละหนึ่งชิ้นทางด้านหน้าในแนวตั้ง ทำ หน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ (60) ของสะพานเทียบเครื่องบิน (10) และเป็นตัวยึดสะพานเทียบ เครื่องบินให้กับติดกับโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) - รางเลื่อน (150)มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) จำนวน 2 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อทับกันในแนวนอนเป็นรางคู่ โดยที่ปลายด้านหนึ่งของรางโลหะที่อยู่ด้านบนติดตั้งลูก ล้อรางเลื่อนด้ายสลักเกลียว สำหรับเป็นล้อเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ถูก ติดตั้งอยู่ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ในแนวนอนด้วยสลักเกลียว สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่รางด้านบน และผนังเลื่อน (500) ที่รางด้านล่าง ทำให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนออกไปหาผนังของ เครื่องบินได้ - คานรางเลื่อนหลังคา (160) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ปลาย ด้านหนึ่งติดตั้งลูกล้อหนึ่งคู่โดยให้หน้าสัมผัสของลูกล้อดังกล่าวโผล่พ้นท่อโลหะสี่เหลี่ยมด้านบน ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดที่ปลายด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่บริเวณปลายทาง ด้านยาวทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียว ซึ่งคานรางเลื่อนหลังคา (160) ถูกติดตั้งโดยการขันแน่นด้วยสลักเกลียวที่บริเวณปลายที่ด้านที่เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากับบริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังของ โครงสร้าง (110) โดยคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำหน้าที่เป็นคานกลางและรางเลื่อนให้กับหลังคา เลื่อน (Sliding canopy) (300) - แท่นยึดลูกล้อ (180) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะรูสำหรับ ร้อยสลักเกลียวจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณปลายทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติด กับแผ่นโลหะเสริมแรงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับแท่นยึดลูกล้อ (180) ถูกติดตั้ง ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) ทำ หน้าที่เป็นแท่นประกับสำหรับยึดลูกล้อโครงหลังคา (195) ติดกับโครงสร้าง (110) ของ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) - รางเลื่อนโครงหลังคา (190) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกยึดด้วย สลักเกลียว ติดกับมุมบนของด้านหน้าตู้บรรจุเสบียง (20) ในแนวนอน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับ ลูกล้อโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถ ขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ b. หลังคา (Canopy cover) (200) ที่มี - แผ่นผนัง (220) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับติดตั้งวงกบประตู (290) จำนวน หนึ่งช่อง และเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับเพิ่มความสว่างภายในโครงหลังคาสะพาน เทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน พร้อมติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพ อากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (220) ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้างใต้แผ่นหลังคา (210) ด้วยการยึดด้วย กาว โดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับเป็นฉากประกบ - แผ่นผนัง (230) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนสองช่องสำหรับเป็นช่องรับแสง เพื่อเพิ่มความสว่างภายในโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (230) ถูกติดตั้งอยู่ ที่มุมด้านข้าง ใต้แผ่นหลังคา (210) ตรงข้ามกับแผ่นผนัง (220) ด้วยกาวโดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับ เป็นฉากประกบ - แผ่นโลหะ (270) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับเป็นรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่สันของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ใต้รางเลื่อน (280) ในแนวนอน ด้วยกาว และเชื่อม (Welding) ปลายด้านหนึ่งของแผ่นโลหะ (270) ติดกับเสาด้านหน้าของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ทำหน้าที่ปิดกันช่องว่างระหว่างโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของ รถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน กับสะพานเทียบเครื่องบิน (10) - รางเลื่อน (280) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ที่ด้านบนของรางเจาะรู เป็นแถวจำนวนหนึ่งสำหรับเป็นช่องในการสอดสลักของสลักล้อกผนังเลื่อน (550) เพื่อล็อกและ ปลดล็อกผนังเลื่อน (500) ถูกยึดติดกับด้านข้างแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ด้านละหนึ่ง ชิ้นเหนือแผ่นโลหะ (270) ในแนวนอนด้วยสลักรีเวท (Rivet) ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ ด้านล่างของผนังเลื่อน (500) c. หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่มี - รางเลื่อนหลังคา (330) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่ตรง กลางใต้โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะของโครงสร้างหลังคา เลื่อน (310) โดยที่บริเวณด้านข้างส่วนปลายท้ายของรางหลังคาเลื่อน (330) เชื่อม (Welding) ติดกับ แผ่นโลหะ (410) ของชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ทำหน้าที่เป็นตัวเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้กับใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) - รางเลื่อนหลังคา (340) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดไว้ที่บริเวณด้านข้างของคานโลหะทั้งสองด้านของโครงหลังคาเลื่อน ทำหน้าที่เป็น รางเลื่อนที่ด้านข้างของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - กันชน (350) มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก ถูกติดตั้งไว้ที่สันด้านหน้าของ โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - ลูกล้อรางเลื่อน (360) มีลักษณะเป็นลูกล้อพลาสติกทรงกระบอกหุ้มทับตลับ ลูกปืนโดยมีแกนกลางเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จากเหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลางหน้า แปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้งสี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับบริเวณ ด้านข้างของปลายท้ายของคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ทำหน้าที่เป็นล้อเลื่อนของ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) d. ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ที่มี - แผ่นโลหะ (410) มีลักษณะเป้นแผ่นโลหะรูปตัวแอลคว่ำ (L) มีทั้งหมด 2 แผ่น ที่ปลายด้านล่างถูกเจาะรูกลมสำหรับร้อยสลักเพื่อเป็นยึดและเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ที่มุมส่วนกลางของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูหนึ่งรูสำหรับเชื่อม (Welding) สลักยึดสปริง (461) เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ที่ส่วนบนของแผ่นโลหะดังกล่าว ติดกับด้านข้างทั้งสองด้านของรางเลื่อนหลังคา (330) ที่สันตรงข้ามกับรูเจาะร้อยสลักยึดสปริงของ แผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีหน้าที่สำหรับ เป็นตัวเชื่อมต่อแขนเลื่อนเข้ากับรางเลื่อนหลังคา (330) และส่งกำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน - แผ่นโลหะ (420) มีลักษระเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนที่เล็กอยู่ ด้านบน ที่ช่วงปลายด้านล่างดัดพับให้เป็นมุมป้าน ที่ภายในมุมเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นเสริมแรง (421) จำนวน 2 แผ่น ส่วนด้านที่อยู่ตรงข้ามแผ่นเสริมแรง (421) ที่ส่วนบนเชื่อม (Welding) ติดกับ สันด้านหน้าทั้งสองของแผ่นโลหะ (410) ที่ส่วนล่างยึดติดกับแผ่นกันกระแทก (430) จำนวนสอง ชิ้นด้วยสลักเกลียว โดยแผ่นโลหะ (420) ทำหน้าที่สำหรับรับแรงจากแขนเลื่อน (440) และส่งผ่าน กำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหา ผนังของเครื่องบิน - แผ่นกันกระแทก (430) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้ง ที่มุมส่วนล่างทั้งสองของแผ่นโลหะ (420) ใต้แผ่นโลหะ (410) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก ระหว่างแผ่นโลหะ (420) กับแขนเลื่อน (440) - แขนเลื่อน (440) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมที่เชื่อม (Welding) ต่อกัน เป็นรูปตัวเอช (H) โดยที่ปลายด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับบูชโลหะสำหรับร้อยสลักติดกับรูที่ ส่วนล่างของแผ่นโลหะ (410) ทั้งสองแผ่น เพื่อเป้นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้าน หนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับมือจับแขนเลื่อน (470) สำหรับใช้จับและโยกแขนเลื่อน (440) ลงแล้ว ผลักไปด้านหน้าให้พาหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้เลื่อนเข้า-ออก ที่บริเวณตรงกลาง ด้านข้างของแขนเลื่อนทั้งสองด้านเจาะรูสำหรับเชื่อม (Welding) ต่อกับสลักยึดสปริง (461) เพื่อ คล้องกับห่วงที่ปลายของสปริง (460) สำหรับดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับสลักยึดสปริงอีกด้านที่ ติดอยู่กับแผ่นโลหะ (410) ซึ่งแขนเลื่อน (440) - แขนเบรก (450)มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยม ที่เชื่อม (Welding) ต่อใน แนวตั้งอยู่บนตรงกลางของท่อโลหะสี่เหลี่ยมของแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดปลายท่อด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดตั้งลูกยาง (451) จำนวนสองชิ้นห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว โดยแขนเบรก (450) ทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้ ติดตั้งลูกยาง (451) สำหรับเบรคหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เอง - ลูกยาง (451) มีลักษณะเป็นลูกยางทรงกระบอก ถูกติดตั้งอยู่บนแผ่นโลหะ ของแขนเบรก (450) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เบรกไม่ให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เองโดยการจับสัมผัสกับคานรางเลื่อนหลังคา (160) - มือจับแขนเลื่อน (470) มีลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกระบอกที่ปลายทั้งสอง ด้านเชื่อม (Welding) ปิดปากท่อ ถูกติดตั้งไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแขนเลื่อน (440) ด้วยการเชื่อม (Welding) ใช้สำหรับเป็นเมื่อจับให้กับแขนเลื่อน (440) เพื่อโยกลงและเมื่อเลื่อนผลักแขนเลื่อน (440) ไปด้านหน้าให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ยื่นออกด้านหน้า และดึงหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม - สายดึงแขนเลื่อน (471) มีลักษณะเป็นแถบเชือกไนลอนถูกติดตั้งโดยการ คล้องไว้ที่บริเวณตรงกลางของมือจับแขนเลื่อน (470) ทำหน้าที่ในการใช้ดึงมือจับแขนเลื่อน (470) ให้ลงมาอยู่ในตำแหน่งที่จับได้ถนัด - ตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมเจาะรูตรงกลาง สำหรับใช้สอด สลักล็อกแขนเลื่อน (481) เข้าไปเพื่อล็อกให้แขนเลื่อน (440) อยู่ในตำแหน่งไม่ให้ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เลื่อนออกไปได้เอง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ไว้ใต้ คานขวางของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - สลักล๊อกแขนเลื่อน (481) มีลักษณะเป็นโลหะทรงกระบอกมีบ่าที่ด้านล่าง ถูกเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่ตรงกลางด้านบนของมือจับแขนเลื่อน (470) โดยปลายด้านเล็กทำหน้าที่ เป็นสลักกลอนโดยการสอดเข้าไปในรูตรงกลางของตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) e. ผนังเลื่อน (500) ที่มี - กันชน (560) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่สันของมุมด้านล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่าง ผนังเลื่อน (500) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - สลักยึดผนังสวิง (570) มีลักษณะเป็นโลหะเพลามีบ่าด้านหนึ่ง ถูกเจาะรูตรง กลางเพื่อทำเกลียวในเพื่อใช้ในการยึดติดกับแผ่นประกับรูปแหวนรองหนา ที่ด้านหน้าด้านหนึ่งผาย ปากรูตรงกลางสำหรับยึดด้วยสลักเกลียวแบบฝัง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่มุมล่าง ด้านในของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) หลังกันชน (560) ของผนังเลื่อน (500) สำหรับใช้เป็นตัวยึด และจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) - ลูกบิดยึดผนังสวิง (580) มีลักษณะเป็นสลักเกลียวโลหะที่มีแป้นเกลียว ที่มี รูปทรงสามเหลี่ยมมน ถูกติดตั้งที่ด้านข้างด้านในของโครงด้านหน้าของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ห่างจากสลักยึดผนังสวิง (570) เท่ากับระยะห่างระหว่างบูชโลหะ (630) ถึงช่องสล๊อตโค้งยาวของ แผ่นผนังสวิง (610) โดยการสอดสลักเกลียวโลหะดักกล่าวจากภายในท่อสี่เหลี่ยมของโครงสร้าง ผนังเลื่อน (510) ให้ปลายสลักเกลียวหันออกทางด้านนอก ทำหน้าที่ยึดผนังสวิง (600) ที่ช่องสล๊อต ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ f. ผนังสวิง (600) ที่มี - แผ่นผนังสวิง (610) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปพัดโดยด้านที่สัมผัสกับผนัง เครื่องบินตัดให้มีความโค้งรับกับความโค้งของผนังเครื่องบินและเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะยาวเพื่อทำเป็นขอบออกมาทางด้านข้าง ที่มุมส่วนโค้งด้านบนและขอบที่อยู่ตรงข้ามกับด้านที่ สัมผัสผนังเครื่องบินทำเป็นขอบออกมาในทิศทางตรงข้ามกับด้านที่โค้งรับผนังเครื่องบินโดยการ เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะยาวเพื่อเสริมความแข็งแรงแผ่นผนังสวิงที่มุมด้านล่างของแผ่น ผนังดังกล่าวเจาะรูหนึ่งช่องสำหรับสอดบูช (630) เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) ที่บริเวณ ช่วงกลางของแผ่นผนังสวิง (610) ถูกเจาะเป็นช่องสล๊อตโค้งยาวโดยมีรัศมีเล็กกว่าส่วนโค้งด้านบน ของแผ่นผนังสวิง (610) สำหรับใช้ปรับองศาการหมุนผนังสวิง (600) ที่ขอบโค้งด้านที่สัมผัสกับ ผนังเครื่องบินมีการติดตั้งกันชนโดยการยึดด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นกันชนระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบินโดยแผ่นผนังสวิง (610) - กันชน (620) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่ขอบโค้งด้านหน้าของแผ่นผนังสวิง (610) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนเพื่อลดแรง กระแทกและป้องกันการเสียหายจากการชนของผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน g. บูชโลหะ (630) มีลักษณะเป็นเพลาโลหะกลวงมีบ่าที่ปลายด้านหนึ่ง ที่รูตรงกลาง สำหรับใช้ร้อยสลักยึดผนังสวิง (570) เพื่อยึดผนังสวิง (600) ติดกับผนังเลื่อน (500) ถูกติดตั้งโดย การสอดเข้าไปในช่องที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังสวิง (610) ประตู (700) ที่มีลักษณะเป็นประตูบาน เดี่ยว มีการเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวน 2 ช่อง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับ ป้องกันสภาพอากาศภายนอก ถูกติดตั้งเชื่อมต่อกับวงกบประตู (290) ด้วยบานพับปีกผีเสื้อพร้อมทั้ง ติดตั้งลูกบิดปิด-เปิดประตู 2. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) มีลักษณะเป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักและ ยึดหลังคา (Canopy cover) (200), หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400), ผนังเลื่อน (500), ประตู (700), สะพานเทียบเครื่องบิน (10) และตู้บรรจุเสบียง (20) เข้าด้วยกัน ประกอบด้วย - โครงสร้าง(110) มีลักษณะโครงสร้างโลหะที่เชื่อม (welding) ต่อกันเป็น โครงกรอบสี่เหลี่ยม ที่ประกอบด้วยเสาจำนวนมากกว่า 4 เสาและคานโลหะจำนวนหนึ่ง ที่พื้นที่ของ โครงสร้างถูกปูด้วยแผ่นปูพื้น (Checker plate) ที่เสาคู่หน้าของครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับ รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ในแนวตั้ง ใช้สำหรับติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน (10) ที่ บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ถูกยึด ติดกับรางเลื่อน (150)ด้วยสลัก เกลียว ในแนวนอนด้านละ 2 รางสำหรับติดตั้งหลังตาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างของเสาคู่หน้าและเสาคู่หลังของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับคาน (120) สำหรับเป็นคานหลักของโครงสร้าง (110) และยังเป็นรางเลื่อนให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบ เครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินให้สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ ที่บริเวณด้านหน้า ตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่ยึดติดกับคานรางเลื่อนหลังคา (160) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160) จะถูกวางขนานกับรางเลื่อน (150)สำหรับติดตั้งชุดกลไกเลื่อน หลังคา (400) ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้างถูกเชื่อม (Welding) ติด กับแท่นยึดลูกล้อ (180) จำนวน 2 ชุด ห่างกันระยะหนึ่ง ใช้สำหรับยึดลูกล้อ (195) ติดกับโครงสร้าง (110)โดยที่ด้านหลังของคานดังกล่าวถูกยึดติดกับแผ่นโลหะ (170) ด้วยสลักเกลียว - รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดกับเสาคู่หน้าของโครงสร้าง (110) เสาละหนึ่งชิ้นทางด้านหน้าในแนวตั้ง ทำ หน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ (60) ของสะพานเทียบเครื่องบิน (10) และเป็นตัวยึดสะพานเทียบ เครื่องบินให้ติดกับโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) - รางเลื่อน (150) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) จำนวน 2 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อทับกันในแนวนอนเป็นรางคู่ โดยที่ปลายด้านหนึ่งของรางโลหะที่อยู่ด้านบนติดตั้งลูก ล้อรางเลื่อนด้ายสลักเกลียว สำหรับเป็นล้อเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ถูก ติดตั้งอยู่ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ในแนวนอนด้วยสลักเกลียว สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่รางด้านบน และผนังเลื่อน (500) ที่รางด้านล่าง ทำให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนออกไปหาผนังของ เครื่องบินได้ - คานรางเลื่อนหลังคา (160)มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ปลาย ด้านหนึ่งติดตั้งลูกล้อหนึ่งคู่โดยให้หน้าสัมผัสของลูกล้อดังกล่าวโผล่พ้นท่อโละสี่เหลี่ยมด้านบน ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดที่ปลายด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่บริเวณปลายทาง ด้านยาวทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียว ซึ่งคานรางเลื่อนหลังคา (160) ถูกติดตั้งโดยการขันแน่นด้วยสลักเกลียวที่บริเวณปลายด้านที่เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากับบริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังของ โครงสร้าง (110) โดยคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำหน้าที่เป็นคานกลางและรางเลื่อนให้กับหลังคา เลื่อน (Sliding canopy) (300) - แท่นยึดลูกล้อ (180) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะรูสำหรับ ร้อยสลักเกลียวจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณปลายทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติด กับแผ่นโลหะเสริมแรงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับแท่นยึดลูกล้อ (180) ถูกติดตั้ง ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) ทำ หน้าที่เป็นแท่นประกับสำหรับยึดลูกล้อลูกล้อโครงหลังคา (195) ติดกับโครงสร้าง (110) ของ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) - รางเลื่อนโครงหลังคา (190) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกยึดด้วย สลักเกลียว ติดกับมุมบนของด้านหน้าตู้บรรจุเสบียง (20) ในแนวนอน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับ ลูกล้อโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถ ขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ 3. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งหลังคา (Canopy cover) (200) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 มีลักษณะเป็นผนังและหลังคาที่ประกอบเข้า กับ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ด้วยสลักเกลียว ประกอบด้วย - แผ่นผนัง (220) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับติดตั้งวงกบประตู (290) จำนวน หนึ่งช่อง และเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพ อากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (220) ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้างใต้แผ่นหลังคา (210) ด้วยการยึดด้วย กาว โดยมีแผ่น โลหะ(240) ที่พับเป็นฉากประกบ - แผ่นผนัง (230) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนสองช่องสำหรับเป็นช่องรับแสง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (230) ถูกติดตั้งอยู่ ที่มุมด้านข้าง ใต้แผ่นหลังคา(210) ตรงข้ามกับแผ่นผนัง (220) ด้วยกาวโดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับ เป็นฉากประกบ - แผ่นโลหะ (270) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่สันของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ใต้รางเลื่อน (280) ในแนวนอนด้วยกาว และเชื่อม (Welding) ปลายด้านหนึ่งของแผ่นโลหะ (270) ติดกับเสาด้านหน้าของโครงสร้างหลังคา (Canopy stucture) (100) ทำหน้าที่ปิดกันช่องว่างระหว่างโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของ รถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน กับสะพานเทียบเครื่องบิน (10) - รางเลื่อน (280) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ที่ด้านบนของรางเจาะรู เป็นแถวจำนวนหนึ่งสำหรับเป็นช่องในการสอดสลักของสลักล็อกผนังเลื่อน (550) เพื่อล็อกและ ปลดล็อกผนังเลื่อน (500) ถูกยึดติดกับด้านข้างของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ด้านละหนึ่ง ชิ้นเหนือแผ่นโลหะ (270) ในแนวนอนด้วยสลักรีเวท (Rivet) ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ ด้านล่างของผนังเลื่อน (500) 4. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) มีลักษณะเป็นหลังคาที่เลื่อนออกจาหลังคา (Canopy cover) (200) ไปประกบติดและเชื่อมกับผนังของเครื่องบิน ประกอบด้วย - รางเลื่อนหลังคา (330) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่ตรง กลางใต้โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะ ของโครงสร้างหลังคา เลื่อน (310) โดยที่บริเวณด้านข้างส่วนปลายท้ายของรางหลังคาเลื่อน (330) เชื่อม (Welding) ติดกับ แผ่นโลหะ (410) ของชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ทำหน้าที่เป็นตัวเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้กับใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) - รางเลื่อนหลังคา (340) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดที่บริเวณด้านข้างของคานโลหะทั้งสองด้านของโครงหลังคาเลื่อน ทำหน้าที่เป็น รางเลื่อนที่ด้านข้างของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - กันชน (350) มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก ถูกติดตั้งไว้ที่สันด้านหน้าของ โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - ลูกล้อรางเลื่อน (360) มีลักษณะเป็นลูกล้อพลาสติกทรงกระบอกหุ้มทับตลับ ลูกปืนโดยมีแกนกลางเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จากเหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลางหน้า แปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้งสี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับบริเวณ ด้านข้างของปลายท้ายของคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ทำหน้าที่เป็นล้อเลื่อนของ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) 5. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) มีลักษณะเป็นชุดกลไกที่ใช้ในการเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ออกจากโครงสร้างหลังคา (Canopy struture) (100) ให้ยื่นออกไปจนถึงผนังด้าน นอกของเครื่องบิน ประกอบด้วย - แผ่นโลหะ (410) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปตัวแอลคว่ำ (L) มีทั้งหมด 2 แผ่น ที่ปลายด้านล่างถูกเจาะรูกลมสำหรับร้อยสลักเพื่อเป็นจุดยึดและเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ที่มุมส่วนกลางของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูหนึ่งรูสำหรับเชื่อม (Welding) สลักยึดสปริง (461) เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ที่ส่วนบนของแผ่นโลหะดังกล่าว ติดกับด้านข้างทั้งสองด้านของรางเลื่อนหลังคา (330) ที่สันตรงข้ามกับรูเจาะร้อยสลักยึดสปริงของ แผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีหน้าที่สำหรับ เป็นตัวเชื่อมต่อแขนเลื่อนเข้ากับรางเลื่อนหลังคา (330) และส่งผ่านกำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน - แผ่นโลหะ (420) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่งนที่เล็กอยู่ ด้านบน ที่ช่วงปลายด้านล่างดัดพับให้เป็นมุมป้าน ที่ภายในมุมเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นเสริมแรง (421) จำนวน 2 แผ่น ส่วนด้านที่อยู่ตรงข้ามแผ่นเสริมแรง (421) ที่ส่วนบนเชื่อม (Welding) ติดกับ สันด้านหน้าทั้งสองของแผ่นโลหะ (410) ที่ส่วนล่างยึดติดกับแผ่นกันกระแทก (430) จำนวนสอง ชิ้นด้วยสลักเกลียว โดยแผ่นโลหะ (420) ทำหน้าที่สำหรับรับแรงจากแขนเลื่อน (440) และส่งผ่าน กำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหา ผนังของเครื่องบิน - แผ่นกันกระแทก (430) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้ง ที่มุมส่วนล่างทั้งสองของแผ่นโลหะ (420) ใต้แผ่นโลหะ (410) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก ระหว่างแผ่นโลหะ (420) กับแขนเลื่อน (440) - แขนเลื่อน (440) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมที่เชื่อม (Welding) ต่อกัน เป็นรูปตัวเอช (H) โดยที่ปลายด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับบูชโลหะสำหรับร้อยสลักติดกับรูที่ ส่วนล่างของแผ่นโลหะ (410) ทั้งสองแผ่น เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้าน หนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับมือจับแขนเลื่อน (470) สำหรับใช้จับและโยกแขนเลื่อน (440) ลงแล้ว ผลักไปด้านหน้าให้พาหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้เลื่อนเข้า-ออก ที่บริเวณตรงกลาง ด้านข้างของแขนเลื่อนทั้งสองด้านเจาะรูสำหรับเชื่อม (Welding) ต่อกับสลักยึดสปริง (461) เพื่อ คล้องกับห่วงที่ปลายสปริง (460) สำหรับดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับสลักยึดสปริงอีกด้านที่ ติดอยู่กับแผ่นโลหะ (410) ซึ่งแขนเลื่อน (440) - แขนเบรก (450) มีลักษณะเป็นท่อสี่เหลี่ยม ที่เชื่อม (Welding) ต่อใน แนวตั้งอยู่บนตรงกลางของท่อโลหะสี่เหลี่ยมของแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดปลายท่อด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดตั้งลูกยาง (451) จำนวนสองชิ้นห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว โดยแขนเบรก (450) ทำหน้าที่ป็นตัวที่ใช้ ติดตั้งลูกยาง (451) สำหรับเบรกหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) - ลูกยาง (451) มีลักษณะเป็นลูกยางทรงกระบอก ถูกติดตั้งอยู่บนแผ่นโลหะ ของแขนเบรก (450) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เบรกไม่ให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เองโดยการจับสัมผัสกับคานรางเลื่อนหลังคา (160) - มือจับแขนเลื่อน (470) มีลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกระบอกที่ปลายทั้งสอง ด้านเชื่อม (Welding) ปิดปากท่อ ถูกติดตั้งไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแขนเลื่อน (440) ด้วยการเชื่อม (Welding) ใช้สำหรับเป็นเมื่อจับให้กับแขนเลื่อน (440) เพื่อโยกลงและเลื่อนผลักแขนเลื่อน (440) ไปด้านหน้าให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ยื่นออกด้านหน้า และดึงหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม - สายดึงแขนเลื่อน (471) มีลักษณะเป็นแถบเชือกไนลอนถูกติดตั้งโดยการ คล้องไว้ที่บริเวณตรงกลางของมือจับแขนเลื่อน (470) ทำหน้าที่ในการใช้ดึงมือจับแขนเลื่อน (470) ให้ลงมาอยู่ในตำแหน่งที่จับได้ถนัด - ตัวล็อกกลไลเลื่อน (480) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมเจาะรูตรงกลาง สำหรับใช้สอด สลักล็อกแขนเลื่อน (481) เข้าไปเพื่อล็อกให้เแขนเลื่อน (440) อยู่ในตำแหน่งไม่ให้ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เลื่อนออกไปได้เอง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ไว้ได้ คานขวางของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - สลักล็อกแขนเลื่อน (481) มีลักษณะเป็นโลหะทรงกระบอกมีบ่าที่ด้านล่าง ถูกเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่ตรงกลางด้านบนของมือจับแขนเลื่อน (470) โดยปลายด้านเล็กทำหน้าที่ เป็นสลักกลอนโดยการสอดเข้าไปในรูตรงงกลางของตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) 6. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผนังเลื่อน (500) มีลักษณะเป็นบานเลื่อนที่ใช้ในการเลื่อนให้ยื่นออกไปจนถึงผนังด้านนอกของ เครื่องบิน ประกอบด้วย - กันชน (560) มีลักษณะเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่สันของมุมด้านล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่าง ผนังเลื่อน (500) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - สลักยึดผนังสวิง (570) มีลักษณะเป็นโลหะเพลามีบ่าด้านหนึ่ง ถูกเจาะรูตรง กลางเพื่อทำเกลียวในเพื่อใช้ในการยึดติดกับแผ่นประกับรูปแหวนรองหนา ที่ด้านหน้าด้านหนึ่งผาย ปากรูตรงกลางสำหรับยึดด้วยสลักเกลียวแบบฝัง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่มุมล่าง ด้านในของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) หลังกันชน (560) ของผนังเลื่อน (500) สำหรับใช้เป็นตัวยึด และจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) - ลูกบิดยึดผนังสวิง (580) มีลักษณะเป็นสลักเกลียวโลหะที่มีแป้นเกลียว ที่มี รูปทรงสามเหลี่ยมมน ถูกติดตั้งที่ด้านข้างด้านในของโครงด้านหน้าของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ห่างจากสลักยึดผนังสวิง (570) เท่ากับระยะห่างระหว่างบูชโลหะ (630) ถึงช่องสล๊อตโค้งยาวของ แผ่นผนังสวิง (610) โดยการสอดสลักเกลียวโลหะดักกล่าวจากภายในท่อสี่เหลี่ยมของโครงสร้าง ผนังเลื่อน (510) ให้ปลายสลักเกลียวหันออกทางด้านนอก ทำหน้าที่ยึดผนังสวิง (600) ที่ช่องสล๊อต ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ 7. โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผนังสวิง (600) มีลักษณะเป็นแผ่นผนังรูปพัด และมีจุดหมุนอยู่ที่มุมด้านล่างทำให้ผนังสวิง (600) ประกอบด้วย - แผ่นผนังสวิง (610) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปพัดโดยด้านที่สัมผัสกับผนัง เครื่องบินตัดให้มีความโค้งรับกับความโค้งของผนังเครื่องบินและเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะยาวเพื่อทำเป็นขอบออกมาทางด้านข้าง ที่มุมส่วนโค้งด้านบนและขอบที่อยู่ตรงข้ามกับด้านที่ สัมผัสผนังเครื่องบินทำเป็นขอบออกมาในทิศทางตรงข้ามกับด้านที่โค้งรับผนังเครื่องบินโดยการ เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะยาวที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังดังกล่าวเจาะรูหนึ่งช่องสำหรับ สอดบูช (630) เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) ที่บริเวณช่วงกลางของแผ่นผนังสวิง (610) ถูก เจาะเป็นช่องสล๊อตโค้งยาวโดยมีรัศมีเล็กกว่าส่วนโค้งด้านบนของแผ่นผนังสวิง (610) สำหรับใช้ปรับ องศาการหมุนของผนังสวิง (600) ที่ขอบโค้งด้านที่สัมผัสกับฟนังเครื่องบินมีการติดตั้งกันชนโดยการยึด ด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นกันชนระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - กันชน (560) มีลักษณะเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่ขอบโค้งด้านหน้าของแผ่นผนังสวิง (610) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างของผนัง สวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - บูชโลหะ (630) มีลักษณะเป็นเพลาโลหะกลวงมีบ่าที่ปลายด้านหนึ่ง ที่รูตรง กลางสำหรับใช้ร้อยสลักยึดผนังสวิง (570) เพื่อยึดผนังสวิง (600) ติดกับผนังเลื่อน (500) ถูกติดตั้ง โดยการสอดเข้าไปในช่องที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังสวิง (610) 8. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งประตู (700) มีลักษณะเป็นประตูบานเดี่ยว มีการเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวน 2 ช่อง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศ ถูกติดตั้งเชื่อมต่อกับวงกบประตู (290) ด้วยบานพับปีกผีเสื้อพร้อมทั้งติดตั้งลูกบิดปิด-เปิดประตู 9. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งทำได้จาก เหล็กกล้า สแตนเลส, พลาสติก หรือ อลูมิเนียม อย่างใดอย่างหนึ่ง --------------------------------------------
1. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินประกอบด้วยเจ็ด ส่วนส่วนคือ โครงสร้างหลังคา (Canopy structre), หลังคา (Canopy cover), หลังคาเลื่อน (Sliding canopy), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา, ผนังเลื่อน, ผนังสวิง, และประตู โดยโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน มีลักษณะเป็น โครงสร้างที่สามารถยื่นออกทางด้านหน้าติดกับลำตัวเครื่องบิน และเลื่อนออกทางด้านข้างเพื่อ หลบปีกของเครื่องบินได้ มีผนังป้องกันสภาพอากาศและป้องกันการตกจากสะพานเทียบเครื่องบิน ทางด้านข้างทั้งสองด้าน สามารถเข้าไปบังคับการทำงานของสะพานเทียบเครื่องบินได้ โดยการ ติดตั้งโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน เข้ากับคานรองรับ โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน (30) ซึ่งทำหน้าที่คานและเป็นรางเลื่อนให้กับโครง หลังคาสะพานเทียบเครื่องบินโดยการสอดลูกล้อ (130) เข้าไปในรางเลื่อนของคานรองรับ โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน (30) และสอดลูกล้อของคานรองรับโครงสร้างหลังคา สะพานเทียบเครื่องบิน (30) เข้าไปในคาน (120) ที่ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนของโครงหลังคาสะพาน เทียบเครื่องบิน จากนั้นยึดกระบอกไฮดรอลิก (50) เข้ากับแท่นยึดกระบอกไฮดรอลิกที่ยึดอยู่ที่ ด้านข้างของคาน (120) ที่ด้านหน้าส่วนบนของตู้บรรจุเสบียง (20) ติดสร้างรางเลื่อนโครงหลังคา (190) เข้ากับตู้บรรจุเสบียงด้วยสลักเกลียว จากนั้นสอดลูกล้อโครงหลังคา (195) ที่ยึดอยู่ที่ด้านหลัง ส่วนบนของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) เข้าไปในรางเลื่อนโครงหลังคา (190) ซึ่ง ทำให้โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินสามารถเลื่อนเข้า ออกด้านข้างได้ด้วยแรงขับจากระบบไฮดรอลิกผ่าน กระบอกไฮดรอลิก (50) การติตตั้งและการ ทำงานหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) สามารถทำได้โดยการสอดลูกล้อรางเลื่อน (360) ของ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เข้ากับรางด้านบนของรางเลื่อน (150) และสอดลูกล้อที่ติด ตั้งอยู่ที่ปลายของรางด้านบนของรางเลื่อน (150) เข้ากับรางเลื่อนหลังคา (340) ของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และวางรางเลื่อนหลังคา (330) ครอบลงไปบนคานรางเลื่อนหลังคา (160) ของโครงสร้างคา (Canopy structre) (100) จากนั้นติดตั้งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) เข้ากับ คานรางเลื่อนหลังคา (160) เมื่อต้องการเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ออกมาใช้งาน ทำ ได้โดยการดึงสายดึงแขนเลื่อน (471) ลงมาเพื่อปลดสลัก ล็อกแขนเลื่อน (481) ออก จากนั้นเลื่อน มือจับแขนเลื่อน (470) ไปด้านหน้า เมื่อได้ระยะที่ต้องการปล่อยมือจับแขนเลื่อน (470) จะทำให้ สปริง (460) ดึงให้แขนเบรก (450) กดให้ลูกยางสัมผัสกับด้านล่างของคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำให้เกิดความฝืด หยุดให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300 ไม่สามารถเคลื่อนที่เองได้ การ ติดตั้งและการทำงานผนังเลื่อน (500) สามารถทำได้โดยการสอดล้อเลื่อน (530) ของผนังเลื่อน (500) ที่ด้านบนจำนวนสองชุดเข้ากับรางด้านล่างของรางเลื่อน (150) และสอดล้อเลื่อน (530) ของ ผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างจำนวนสองชุดเข้ากับรางเลื่อน (280) ของหลังคา (Canopy cover) (200) และสามารถเลื่อนออกโดยการปลอดสลักล็อกผนังเลื่อน (550) ออกจากช่องกลอนที่อยู่บนรางเลื่อน (280) แล้วใช้เลื่อนที่มือจับผนังเลื่อน (540) ออกเมื่อได้ระยะที่ต้องการแล้วลงกลอนของสลักล็อก ผนังเลื่อน (550) ให้ผนังเลื่อน (500) หยุดอยู่กับที่ การติดตั้งและการทำงานผนังสวิง (600) สามารถ ทำทำได้โดยการสวมบูชโลหะ (630) ที่ติดอยู่กับผนังสวิง (600) เข้ากับสลักยึดผนังสวิง (570) ของผนัง เลื่อน (500)แล้วปิดทับด้วยแหวนโลหะแล้วยึดด้วยสลักเกลียวแบบหัวฝัง ที่ช่องสล๊อตโค้งยาวสวม เข้ากับสลักเกลียวของลูกบิดยึดผนังสวิง (580) แล้วขันแน่นเพื่อล็อกผนังสวิงดังกล่าว เมื่อต้องการ การผนังสวิงออกมาใช้งาน หมุนคลายลูกบิดยึดผนังสวิง(580) แล้วใช้มือจับผนังสวิงดังกล่าวหมุน กางออกมา เมื่อได้ระยะที่ต้องการขันลูกบิดยึดผนังสวิง (580) ให้แน่น การติดตั้งและการทำงาน สะพานเทียบเครื่องบิน (10) สามารถทำได้โดยการสอดลูกล้อที่อยู่ด้านหลังด้านบนของสะพาน เทียบเครื่องบิน (10) เข้ากับรางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ทั้งสองด้านของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) โดยที่ส่วนล่างด้านหลังของสะพานเทียบเครื่องบินจะมีแท่นยันที่มี หน้าสัมผัสทำจากพลาสติกชนิดโพลีเอไมด์ ค้ำยันอยู่กับเสาคู่หน้าของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) เมื่อรถขนส่งเสบียงอยู่ในตำแหน่งปกติ คือยังไม่ยกตู้บรรจุเสบียงขึ้นสะพานเทียบ เครื่องบิน (10) จะเลื่อนขึ้นไปอยู่ติดกับโครงหลังคาด้านบนเหนือหัวเก๋งรถบรรทุกโดยมีรั้วค้ำยัน (Safety fence) ที่ติดตั้งอยู่กับแชสซีส์รถบรรทุก ด้านหลังหัวเก๋งค้ำสะพานเทียบเครื่องบิน (10) อยู่ เมื่อยกตู้บรรจุเสบียงขึ้นโดยการเข้าไปยังบังคับภายในโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถ ขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินผ่านทางประตู (700) เมื่อยกตู้บรรจุเสบียงขึ้นไปได้ระยะหนึ่งสะพาน เทียบเครื่องบิน (10) จะเลื่อนลงมาด้านล่างตามแรงดึงดูดจนกระทั่งพื้นของสะพานเทียบเครื่องบิน อยู่ในระดับเดียวกับพื้นของโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน และเมื่อตู้บรรจุเสบียงขึ้นไปได้ ระดับกับประตูของเครื่องบิน ก็บังคับให้กระบอกไฮดรอลิก (50) เลื่อนโครงหลังคาสะพานเทียบ เครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินออกทางด้านข้างเหนือปีกของเครื่องบินให้ตรงกับธรณี ประตูของเครื่องบินจากนั้นเลื่อนพื้นและพนังด้านข้างของสะพานเทียบเครื่องบินออกไปจรดกับ ธรณีประตูและผนังเครื่องบิน จากนั้นเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300), ผนังเลื่อน (500) และหมุนผนังสวิง(600)ของโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ออกไปจนติดกับผนังเครื่องบินเพื่อป้องกันสภาพอาการภายนอก จึงทำการลำเลียงเสบียงจากภายใน ตู้บรรจุเสบียงเข้าเครื่องบินได้ โดยที่โครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) เป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนัก และยึดหลังคา (Canopy cover) (200),หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400), ผนังเลื่อน (500), ประตู (700), สะพานเทียบเครื่องบิน (10) และตู้บรรจุเสบียง (20) ให้ เชื่อมต่อกับโครงสร้างของเสาและคานของโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบิน โดยที่ โครงสร้าง (110) มีลักษณะโครงสร้างโลหะที่เชื่อม (Welding) ต่อกันเป็นโครงกรอบสี่เหลี่ยม ที่ประกอบด้วย เสาจำนวนมากกว่า 4 เสาและคานโลหะจำนวนหนึ่ง ที่พื้นที่ของโครงสร้างถูกปูด้วยแผ่นปูพื้น (Checker plate) ที่เสาคู่หน้าของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับรางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ในแนวตั้ง ใช้สำหรับติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน (10) ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและ ขวาของโครงสร้าง (110) ถูกยึด ติดกับรางเลื่อน (150)ด้วยสลักเกลียว ในแนวนอนด้านละ 2 ราง สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างของเสาคู่หน้าและ เสาคู่หลังของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับคาน (120) สำหรับเป็นคานหลักของโครงสร้าง (110) และยังเป็นรางเลื่อนให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้น เครื่องบินให้สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ ที่บริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่าง เสาคู่หลังยึดติดคานรางเลื่อนหลังคา (160) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160) จะ ถูกวางขนานกับรางเลื่อน (150)สำหรับติดตั้งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ที่ด้านหน้าของคาน ด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้างถูกเชื่อม (Welding) ติดกับแท่นยึดลูกล้อ (180) จำนวน 2 ชุด ห่างกันระยะหนึ่ง ใช้สำหรับยึดลูกล้อ (195) ติดกับโครงสร้าง (110) โดยที่ด้านหลังของคาน ดังกล่าวถูกยึดติดกับแผ่นโลหะ (170) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คาน (120) มีลักษณะเป็นโลหะตัวซี (C- Channel) จำนวน 4 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อกันเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยที่คาน (120) ดังกล่าว ถูกเชื่อม (Welding) ติดที่บิรเวณใต้เสาทั้งสี่ของโครงสร้าง (110) ทำหน้าที่เป็นคานหลักให้กับ โครงสร้าง (110) และเป็นรางเลื่อนให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้น เครื่องบิน โดยที่บริเวณภายในโลหะรูปตัวซี (C) ของปลายด้านหนึ่งใกล้กับเสาของโครงสร้าง (110) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกยึดติดกับลูกล้อ (130) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) เพื่อเป็นล้อเลื่อน ให้กับโครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ที่บริเวณตรงกลาง ของคานด้านข้างด้านหนึ่งติดตั้งแท่นยึดกระบอกไฮดรอลิกเพื่ออาศัยแรงจากกระบอกไฮดรอลิก (50) เป็นตัวขับให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินสามารถ เคลื่อนที่ออกด้านข้างได้ โดยที่ลูกล้อ (130) มีลักษณะเป็นลูกล้อโลหะที่มีแกนกลางเชื่อม (Welding) ติดที่ด้านหลังของแผ่นโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ประกอบเข้ากับบริเวณภายในของ ปลายด้านหนึ่งของคาน (120) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำหน้าที่เป็นล้อเลื่อนให้กับโครงหลังคา สะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินให้สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างเยื่องกับ คานหลังของตู้บรรจุเสบียง โดยที่รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูป ตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดกับเสาคู่หน้าของโครงสร้าง (110) เสาละหนึ่งชิ้นทางด้านหน้าใน แนวตั้ง ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ (60) ของสะพานเทียบเครื่องบิน (10) และเป็นตัวยึด สะพานเทียบเครื่องบินให้ติดกับโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) โดยที่รางเลื่อน (150) มี ลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) จำนวน 2 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อทับกันในแนวนอนเป็นรางคู่ โดยที่ปลายด้านหนึ่งของรางโลหะที่อยู่ด้านบนติดตั้งลูกล้อรางเลื่อนด้ายสลักเกลียว สำหรับเป็น ล้อเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ถูกติดตั้งอยู่ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและ ขวาของโครงสร้าง (110) ในแนวนอนด้วยสลักเกลียว สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนออกไปหาผนังของเครื่องบินได้ โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160)มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ปลายด้านหนึ่งติดตั้งลูกล้อหนึ่งคู่โดยให้หน้าสัมผัส ของลูกล้อดังกล่าวโผล่พันท่อโลหะสี่เหลี่ยมด้านบนปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดที่ปลาย ด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่บริเวณปลายทางด้านยาวทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวถูก เจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียว ซึ่งคานรางเลื่อนหลังคา (160) ถูกติดตั้งโดยการขันแน่นด้วยสลัก เกลียวที่บริเวณปลายด้านที่เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากับบริเวณด้านหน้า ตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) โดยคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำหน้าที่เป็นคานกลางและรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่แผ่นโลหะ (170) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะพับรูปตัวแซด (Z) ทำได้จากเหล็กกล้า ถูกติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของ โครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) โดยติดตั้งเข้าที่มุมของคานบนด้านหลังของโครงสร้าง (110) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นแผ่น (Safeguard) สำหรับป้องกันและปกปิดบริเวณราง เลื่อนลูกล้อของรางเลื่อนโครงหลังคา (190) โดยที่แท่นยึดลูกล้อ (180) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียวจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณปลายทั้งสองด้านของแผ่นโลหะ ดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะเสริมแรงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับ แท่นยึดลูกล้อ (180) ถูกติดตั้งที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) ทำหน้าที่เป็นแท่นประกับสำหรับยึดลูกล้อลูกล้อโครงหลังคา (195) ติดกับ โครงสร้าง (110) ของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) โดยที่รางเลื่อนโครงหลังคา (190) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกยึดด้วยสลักเกลียว ติดกับมุมบนของด้านหน้าตู้บรรจุเสบียง (20) ในแนวนอน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน สามารถเลื่อนออก ทางด้านข้างได้ โดยที่ลูกล้อโครงหลังคา (195) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านหน้า เจาะรูจำนวนหนึ่งสำหรับร้อยสลักเกลียวติดกับแท่นยึดลูกล้อ (180) ที่ตรงกลางด้านหน้าของแผ่น โลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับฐานของแผ่นโลหะรูปตัวที (T) โดยที่ด้านหน้าช่วงบนของ โลหะรูปตัวทีเจาะรูจำนวน 2 รูหางกันระยะหนึ่ง สำหรับยึดติดกับลูกล้อโลหะด้านละ 2 ลูกล้อด้วย สลักโลหะ ทำหน้าที่เป็นลูกล้อของโครงสร้าง (110) เมื่อประกอบเข้ากับรางเลื่อนโครงหลังคา (190) แล้วทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินสามารถเลื่อนออก ทางด้านข้างของตู้บรรจุเสบียง (20) ได้ โดยที่หลังคา (Canopy cover) (200) เป็นส่วนที่ประกอบเข้ากับโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) เพื่อเป็นผนังและหลังคาให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่ง เสบียงขึ้นเครื่องบินโดยการยึดด้วยสลักเกลียวเข้ากับโครงสร้าง (110) โดยที่แผ่นหลังคา (210) มี ลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดติดกับด้านบนของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ที่มุมด้านข้างโดยใช้แผ่นโลหะ (240) เป็นฉากประกบแล้วยึดกาว ทำหน้าที่เป็นหลังคา ให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน โดยที่แผ่นผนัง (220) มี ลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่งแผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับติดตั้งวงกบประตู (290) จำนวนหนึ่งช่อง และเจาะช่องรับแสงรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (220) ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้างใต้แผ่นหลังคา (210) ด้วยการยึดด้วยกาว โดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่ พับเป็นฉากประกบ โดยที่แผ่นผนัง (230) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่งแผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนสองช่องสำหรับเป็นช่องรับ แสง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (230) ถูก ติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้าง ใต้แผ่นหลังคา (210) ตรงข้ามกับแผ่นผนัง (220) ด้วยกาวโดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับเป็นฉากประกบ โดยที่แผ่นโลหะ (240) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับเป็น ฉาก มีหน้าที่เป็นแผ่นประกับเพื่อยึด แผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) เข้ากับแผ่นหลังคา (210) ถูกติดตั้งที่มุมฉากที่เป็นรอยต่อของแผ่นหลังคา (210) กับแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) โดยที่ แผ่นโลหะ (250) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับเป็นฉาก มีทั้งหมด 4 ชิ้น มีหน้าที่เป็น ฉากประกบบริเวณสันรอยต่อของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (240) กับโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ถูกติดตั้งเข้าบริเวณสันรอยต่อของแผ่นผนัง ทั้งสันด้านหน้าและด้านหลัง ในแนวตั้งของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) กับเสาของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ในแนวตั้ง ด้วยกาว โดยที่โลหะรูปตัวซี (260) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้ง โดยการครอบเข้ากับสันของมุมด้านหน้าแผ่นหลังคา (210) ในแนวนอนแผ่นผนัง (220) และแผ่น ผนัง (230) ในแนวตั้ง ด้วยกาว มีหน้าที่เสริมความแข็งแรงให้กับสันของมุมแผ่นหลังคา (210), แผ่น ผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) โดยที่แผ่นโลหะ (270) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับ เป็นรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่สันของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ใต้รางเลื่อน(280) ใน แนวนอน ด้วยกาว และเชื่อม (Welding) ปลายด้านหนึ่งของแผ่นโลหะ (270) ติดกับเสาด้านหน้า ของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ทำหน้าที่ปิดกันช่องว่างระหว่างโครงหลังคา สะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน กับสะพานเทียบเครื่องบิน (10) โดยที่ราง เลื่อน (280) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ที่ด้านบนของรางเจาะรูเป็นแถวจำนวนหนึ่งสำหรับ เป็นช่องในการสอดสลักของสลักล็อกผนังเลื่อน (550) เพื่อล็อกและปลดล็อกผนังเลื่อน (500) ถูกยึด ติดกับด้านข้างของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ด้านละหนึ่งชิ้นเหมือนแผ่นโลหะ (270) ใน แนวนอนด้วยสลักรีเวท (Rivert) ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อด้านล่างของผนังเลื่อน (500) โดยที่วงกบประตู (290) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซีเชื่อม (Welding) ประกอบกันเป็นกรอบ ประตู มีหน้าที่สำหรับใช้เชื่อมต่อระหว่างแผ่นผนัง (220) ของหลังคา (Canopy cover) (200) กับ บานประตู (700) ให้อยู่ด้วยกันอย่างมั่นคงแข็งแรง ถูกติดตั้งที่ช่องวงกบขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ของแผ่นผนัง (220) ด้วยกาว โดยที่หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) จะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่เป็นหลังคาที่เลื่อนออก จากหลังคา (Canopy cover) (200) ไปประกบติดและเชื่อมต่อกับผนังของเครื่องบิน โดยที่โดยที่ โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) มีลักษณะเป็นโลหะที่เชื่อม (Welding) ต่อกันประกอบด้วยคานโลหะ ด้านข้างสองชิ้นและคานขวางจำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างที่รองรับแผ่นหลังคา (320) ที่ ด้านข้างของคานโลหะทั้งสองด้านของโครงหลังคาเลื่อนเชื่อม (Welding) ติดกับรางหลังคาเลื่อน (340) สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่ด้านข้างของปลายท้าย ของคานโลหะยึดติดกับลูกล้อรางเลื่อน (360) ด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นล้อเลื่อนของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่ด้านบนของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ยึดติดกับแผ่นหลังคา (320) ด้วย กาว ที่สันด้านหน้าของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ยึดติดกับกันชน (350) ด้วยสลักเกลียว ทำ หน้าที่เป็นกันชนเพื่อลดแรงกระแทกและป้องกันการเสียหายจากการชนของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน ที่ตรงกลางใต้โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) เชื่อม (Welding) ติดกับรางหลังคาเลื่อน (330) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะของโครงสร้างหลังคา เลื่อน (310) ใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่แผ่นหลังคา (320) มีลักษณะเป็น แผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่ง ถูกยึดติดกับบริเวณด้านบนของโครงสร้าง หลังคาเลื่อน (310) ด้วยกาว ทำหน้าที่เป็นหลังคาให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่ รางเลื่อนหลังคา (330) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่ตรงกลางใต้โครงสร้าง หลังคาเลื่อน (310) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) โดยที่ บริเวณด้านข้างส่วนปลายท้ายของรางหลังคาเลื่อน (330) เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (410) ของชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ทำหน้าที่เป็นตัวเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้กับ ใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่รางเลื่อนหลังคา (340) มี ลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดไว้ที่บริเวณด้านข้างของคานโลหะทั้งสอง ด้านของโครงหลังคาเลื่อน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนที่ด้านข้างของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) โดยที่ กันชน (350) มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก ถูกติดตั้งไว้ที่สันด้านหน้าของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้าน นอกของเครื่องบิน โดยที่ลูกล้อรางเลื่อน (360) มีลักษณะเป็นลูกล้อพลาสติกทรงกระบอกหุ้มทับ ตลับลูกปืนโดยมีแกนเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จากเหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลาง หน้าแปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้งสี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับ บริเวณด้านข้างของปลายท้ายของคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ทำหน้าที่เป็น ล้อเลื่อนของหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) โดยที่ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) มีลักษณะเป็นชุดกลไกที่ใช้ในการเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ออกจากโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ให้ยื่นออกไปจนถึง ผนังด้านนอกของเครื่องบิน โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปตัวแอลคว่ำ (L) ที่ ปลายด้านล่างถูกเจาะรูกลมสำหรับร้อยสลักเพื่อเป็นยึด และเป็นยึดและเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ที่ มุมส่วนกลางของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูหนึ่งรูสำหรับเชื่อม (Welding) สลักยึดสปริง (461) เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ที่ส่วนบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดกับ ด้านข้างทั้งสองของรางเลื่อนหลังคา (330) ที่สันตรงข้ามกับรูเจาะร้อยสลักสปริงของแผ่น โลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีหน้าที่สำหรับเป็น ตัวเชื่อมต่อแขนเลื่อนกับเข้ากับรางเลื่อนหลังคา (330) และส่งผ่านกำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน โดยที่แผ่นโลหะ (420) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนที่เล็กอยู่ด้านบน ที่ช่วงปลายด้านล่างดัดพับ ให้เป็นมุมป้าน ที่ภายในมุมเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นเสริมแรง (421) จำนวน 2 แผ่น ส่วนด้านที่ อยู่ตรงข้ามแผ่นเสริมแรง (421) ที่ส่วนบนเชื่อม (Welding) ติดกับสันด้านหน้าทั้งสองของแผ่น โลหะ (410) ที่ส่วนล่างยึดติดกับแผ่นกันกระแทก (430) จำนวนสองชิ้นด้วยสลักเกลียว โดยแผ่น โลหะ (420) ทำหน้าที่สำหรับรับแรงจากแขนเลื่อน (440) และส่งผ่านกำลังการเลื่อนไปยังหลังคา เลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน โดยที่ แผ่นเสริมแรง (421) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสามเหลี่ยม (Gusset) ถูกติดตั้งไว้โดยการเชื่อม (Welding) ที่สันติดกับภายในมุมป้านของแผ่นโลหะ (420) ทั้งสองชิ้น ห่างกันระยะหนึ่ง สำหรับทำ หน้าที่เป็นตัวเสริมความแข็งแรงให้กับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นกันกระแทก (430) มีลักษณะเป็น แผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้งที่มุมส่วนล่างทั้งสองของแผ่นโลหะ (420) ใต้แผ่นโลหะ (410) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกระหว่างแผ่นโลหะ (420) กับแขนเลื่อน (440) โดยที่แขนเลื่อน (440) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมที่เชื่อม (Welding) ต่อก้นเป็นรูปตัวเอช (H) โดยที่ปลายด้าน หนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับบูชโลหะสำหรับร้อยสลักติดกับรูที่ส่วนล่างของแผ่นโลหะ (410) ทั้ง สองแผ่น เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับมือจับ แขนเลื่อน (470) สำหรับใช้จับและโยกแขนเลื่อน (440) ลงแล้วผลักไปด้านหน้าให้พาหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้เลื่อนเข้า-ออก ที่บริเวณตรงกลางด้านข้างของแขนเลื่อนทั้งสองด้านเจาะ รูสำหรับเชื่อม (Welding) ต่อกับสลักยึดสปริง (461) เพื่อคล้องกับห่วงที่ปลายของสปริง (460) สำหรับดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับสลักสปริงอีกด้านที่ติดอยู่กับแผ่นโลหะ (410) ซึ่งแขนเลื่อน (440) โดยที่แขนเบรก (450) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยม ที่เชื่อม (Welding) ต่อในแนวตั้งอยู่บน ตรงกลางของท่อโลหะสี่เหลี่ยมของแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดปลายท่อ ด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดตั้งลูกยาง (451) จำนวนสองชิ้น ห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว โดยแขนเบรก (450) ทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้ติดตั้งลูกยาง (451) สำหรับเบรกหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เอง โดยที่ลูกยาง (451) มี ลักษณะเป็นลูกยางทรงกระบอก ถูกติดตั้งอยู่บนแผ่นโลหะของแขนเบรก (450) ด้วยสลักเกลียว ทำ หน้าที่เบรกหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เองโดยการจับสัมผัสกับคานราง เลื่อนหลังคา (160) โดยที่สปริง (460) มีลักษณะเป็นสปริงดึงที่ทำด้วยโลหะขดรอบชิด ที่ปลายมี ห่วงทั้งสองข้าง ใช้สำหรับการต้านทานแรงดึง เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับแผ่นโลหะ (410) โดยที่สลักยึดสปริง (410) มีลักษณะเป็นเพลาโลหะดัดงอ 90 องศา ติดตั้งโดยการสอดเข้าไปในช่อง ที่เจาะไว้ที่แผ่นโลหะ (410) และแขนเลื่อน (440) แล้วเชื่อม (Welding) ติดกัน ทำหน้าที่สำหรับใช้ เกี่ยวเข้ากับห่วงของสปริง (460) เพื่อเป็นตัวรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับแผ่นโลหะ (410) โดยที่มือจับ แขนเลื่อน (470) มีลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกระบอกที่ปลายทั้งสองด้านเชื่อม (Welding) ปิดปาก ท่อ ถูกติดตั้งไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแขนเลื่อน (440) ด้วยการเชื่อม (Welding) ใช้สำหรับเป็นเมื่อจับ ให้กับแขนเลื่อน (440) เพื่อโยกลงและเลื่อนผลักแขนเลื่อน (440) ไปด้านหน้าให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ยื่นออกด้านหน้า และดึงหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กลับมาอยู่ใน ตำแหน่งเดิม โดยที่สายดึงแขนเลื่อน (471) มีลักษณะเป็นแถบเชือกไนลอนถูกติดตั้งโดยการคล้อง ไว้ที่บริเวณตรงกลางของมือจับแขนเลื่อน (470) ทำหน้าที่ในการใช้ดึงมือจับแขนเลื่อน (470) ให้ลง มาอยู่ในตำแหน่งที่จับได้ถนัด โดยที่ตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมเจาะรู ตรงกลางสำหรับใช้สอด สลักล็อกแขนเลื่อน (481) เข้าไปเพื่อล็อกให้แขนเลื่อน (440) อยู่ใน ตำแหน่งไม่ให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เลื่อนออกไปได้เอง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ไว้ใต้คานขวางของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) โดยที่สลักล็อกแขนเลื่อน (481) มี ลักษณะเป็นโลหะทรงกระบอกมีบ่าที่ด้านล่าง ถูกเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่ตรงกลางด้านบนของมือ จับแขนเลื่อน (470) โดยปลายด้านเหล็กทำหน้าที่เป็นสลักกลอนโดยการสอดเข้าไปในรูตรงกลางของ ตัวล็อกลงกลไกเลื่อน (480) โดยที่ผนังเลื่อน (500) มีลักษณะเป็นบานเลื่อนที่ใช้ในการเลื่อนให้ยื่นออกไปจนถึงผนัง ด้านนอกของเครื่องบิน มีทั้งหมดสองชุด โดยที่โครงสร้างผนังเลื่อน (510) มีลักษณะเป็นโลหะที่ เชื่อม (Welding) ต่อกันประกอบด้วยท่อโลหะสี่เหลี่ยมจำนวน 4 ชิ้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมปลายของท่อ โลหะที่วางแนวนอนยื่นออกไปด้านหลัง ที่ด้านบนยาวกว่าด้านล่างระยะหนึ่ง ที่สันของมุมล่าง ด้านหน้าของโครงสร้างตัดเฉียงสำหรับติดตั้งกันชน (560) ที่ด้านข้างด้านนอกของโครงสร้างติดตั้ง แผ่นผนัง (520) ด้วยสลักรีเวท (Rivrt) เพื่อรับแสงสำหรับเพิ่มความสว่างภายใน ที่ปลายด้านข้างช่วง ท้ายของท่อโลหะในแนวนอนติดตั้งล้อเลื่อน (530) ด้วยสลักเกลียวที่ด้านบนสองชุดห่างกันระยะ หนึ่ง และที่ด้านล่างสองชุดห่างกันระยะหนึ่ง เพื่อเป็นลูกล้อให้ผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนเข้า- ออกได้ ที่ด้านข้างด้านในท่อโลหะในแนวตั้งด้านหน้าของโครงสร้างติดตั้งสลักยึดผนังสวิง (570) และลูกบิดยึดผนังสวิง (580) ห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว และการเชื่อม (Welding) ตามลำดับ โดยที่โครงสร้างผนังเลื่อน (510) มีหน้าที่เป็นกรอบโครงสร้างของผนังเลื่อน (500) โดยที่ แผ่นผนัง (520) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใสรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มุมด้านล่างด้านหนึ่งตัดบาก ออกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อเว้นช่องสำหรับการติดตั้งมือจับผนังเลื่อน (540) และตัวล็อกผนัง เลื่อน (550) ถูกติดตั้งติดกับด้านนอกของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักรีเวท (Rivrt) มีหน้าที่ รับแสงสำหรับเพิ่มความสว่างภายในและเพื่อป้องกันสภาพอากาศที่เกิดขึ้นภายนอกโครงหลังคา สะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน โดยที่ล้อเลื่อน (530) มีลักษณะเป็นลูกล้อ พลาสติกทรงกระบอกหุ้มมับตลับลูกปืนมีทั้งหมด 4 ชุดโดยมีแกนกลางเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จาก เหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลางหน้าแปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้ง สี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับบริเวณด้านข้างของปลายด้านท้ายของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ที่ส่วนบนจำนวน 2 ชุดห่างกันระยะหนึ่ง และส่วนล่างจำนวน 2 ชุดห่างกันระยะหนึ่ง โดยที่ มือจับผนังเลื่อน (540) มีลักษณะเป็นมือจับพลาสติกรูปร่างคล้ายตัวซี (C) ติดตั้งในแนวด้วย สลักเกลียวบนแผ่นโลหะที่ตัดเป็นรูปตัวแอลคว่ำ ถูกติดตั้งไว้ที่โครงสร้างแนวนอนส่วนล่างติดกับ โครงสร้างแนวตั้งด้านท้ายของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยการเชื่อม (Welding) มีหน้าที่ในการ จับเพื่อเลื่อนผนังเลื่อน (500) เข้า-ออก โดยที่สลักล็อกผนังเลื่อน (550) มีลักษณะเป็นกลอนประตู โลหะ ถูกติดตั้งอยู่กับแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยการขันแน่น โดยที่แผ่นโลหะดังกล่าวมี หน้าที่เชื่อม (Welding) ต่อกับโครงสร้างแนวนอนส่วนล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ใต้มือจับ ผนังเลื่อน (540) เพื่อยื่นสลักล็อกผนังเลื่อน (550) เข้าไปให้ตรงกับแนวของช่องกลอนที่อยู่บนราง เลื่อน (280) ซึ่งสลักล็อกผนังเลื่อนดังกล่าว มีหน้าที่ในการล็อคเพื่อปรับระยะการเลื่อนของผนัง เลื่อน (500) โดยที่กันชน (560) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ที่สัน ของมุมด้านล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนเพื่อลดแรง กระแทกและป้องกันการเสียหายจากการชนของผนังเลื่อน (500) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน โดยที่ยึดสลักผนังสวิง (570) มีลักษณะเป็นโลหะเพลามีบ่าด้านหนึ่ง ถูกเจาะรูตรงกลางเพื่อทำเกลียว ในเพื่อใช้ในการยึดกับประกับที่มีรูปรางคล้ายแหวนรองหนา ที่ด้านหน้าด้านหนึ่งผายปากรูตรงกลาง สำหรับยึดด้วยสลักเกลียวแบบฝัง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่มุมล่างด้านในของ โครงสร้างผนังเลื่อน (510) หลังกันชน (560) ของผนังเลื่อน (500) สำหรับใช้เป็นตัวยึดและจุดหมุน ให้กับผนังสวิง (600) โดยที่ลูกบิดยึดผนังสวิง (580) มีลักษณะเป็นสลักเกลียวโลหะที่มีแป้นเกลียว ที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมน ถูกติดตั้งที่ด้านข้างด้านในของโครงด้านหน้าของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ห่างจากสลักยึดผนังสวิง (570) เท่ากับระยะห่างระหว่างบูชโลหะ (630) ถึงช่วงสล๊อตโค้งยาว ของแผ่นผนังสวิง (610) โดยการสอดสลักเกียวโลหะดังกล่าวจากจากภายในท่อสี่เหลี่ยมของ โครงสร้างผนังเลื่อน (510) ให้ปลายสลักเกลียวหันออกทางด้านนอก ทำหน้าที่ยึดผนังสวิง (600) ที่ ช่องสล๊อตให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ โดยที่ ผนังสวิง (600) มีลักษณะเป็นแผ่นผนังรูปพัด และมีจุดหมุนอยู่ที่มุมด้านล่างทำให้ ผนังสวิง (600) สามารถหมุนออกจากตำแหน่งเดิมออกไปประกบติดกับผนังนอกของเครื่องบิน โดยที่แผ่นผนังสวิง (610) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปพัดโดยด้านที่สัมผัสกับผนังเครื่องบินตัดให้มี ความโค้งรับกับความโค้งของผนังเครื่องบินและเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะยาวเพื่อทำเป็น ขอบออกมาทางด้านข้าง ที่มุมส่วนโค้งด้านบนและขอบที่อยู่ตรงข้ามกับด้านที่สัมผัสผนังเครื่องบิน ทำเป็นขอบออกมาในทิศทางตรงข้ามกับด้านที่โค้งรับผนังเครื่องบินโดยการเชื่อม (Welding) ติดกับ แผ่นโลหะยาวเพื่อเสริมความแข็งแรงผนังสวิงที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังดังกล่าวเจาะรูหนึ่ง ช่องสำหรับสอดบูช (630) เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) ที่บริเวณช่วงกลางของแผ่นผนัง สวิง (610) ถูกเจาะเป็นช่องสล๊อตโค้งยาวโดยมีรัศมีเล็กกว่าส่วนโค้งด้านบนของแผ่นผนังสวิง (610) สำหรับใช้ปรับอาการหมุนผนังสวิง (600) ที่ขอบโค้งด้านที่สัมผัสกับผนังเครื่องบินมีการติดตั้ง กันชนโดยการยึดด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นกันชนระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของ เครื่องบินโดยแผ่นผนังสวิง (610) โดยที่กันชน (620) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำ ได้ยางถูกติดตั้งไว้ที่ขอบโค้งด้านหน้าของแผ่นผนังสวิง (610) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชน ระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน โดยที่บูชโลหะ (630) มีลักษณะเป็นเพลา โลหะกลวงมีบ่าที่ปลายด้านหนึ่ง ร้อยสลักยึดผนังสวิง (570) ที่รูตรงกลางเพื่อยึดผนังสวิง (600) ติดกับผนังเลื่อน (500) ถูกติดตั้งโดยการสอดเข้าไปในช่องที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังสวิง (610) โดยที่ประตู (700) มีลักษณะเป็นประตูบานเดี่ยว มีการเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จำนวน 2 ช่องสำหรับเพิ่มความสว่างภายในโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียง ขึ้นเครื่องบิน พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศ ถูกติดตั้งเชื่อมกับวงกบ ประตู (290) ด้วยบานพับปีกผีเสื้อพร้อมทั้งติดตั้งลูกบิดปิด-เปิดประตู โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินมีลักษณะพิเศษ คือ a. โครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ที่มี -โครงสร้าง(110) มีลักษณะโครงสร้างโลหะที่เชื่อม (Welding) ต่อกันเป็น โครงกรอบสี่เหลี่ยม ที่ประกอบด้วยเสาจำนวนมากกว่า 4 เสาและคานโลหะจำนวนหนึ่ง ที่พื้นของ โครงสร้างถูกปูด้วยแผ่นปูพื้น (Checker plate) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะพิมพ์ลายกันลื่น ที่เสาคู่หน้า ของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับรางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ในแนวตั้ง ใช้สำหรับ ติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน (10) ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ถูก ยึด ติดกับรางเลื่อน (150)ด้วยสลักเกลียว ในแนวนอนด้านละ 2 รางสำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างของเสาคู่หน้าและเสาคู่หลังของโครงสร้าง เชื่อม (Welding) ติดกับคาน (120) สำหรับเป็นคานหลักของโครงสร้าง (110) และยังเป็นรางเลื่อน ให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินให้สามารถเลื่อนออก ทางด้านข้างได้ ที่บริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังยึดติดกับคานราง เลื่อนหลังคา (160) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160) จะถูกวางขนานกับรางเลื่อน (150)สำหรับติดตั้งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของ โครงสร้างถูกเชื่อม (Welding) ติดกับแท่นยึดลูกล้อ (180) จำนวน 2 ชุด ห่างกันระยะหนึ่ง ใช้ สำหรับยึดลูกล้อ (195) ติดกับโครงสร้าง (110) โดยที่ด้านหลังของคานดังกล่าวถูกยึดติดกับแผ่น โลหะ (170) ด้วยสลักเกลียว - รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดกับเสาคู่หน้าของโครงสร้าง (110) เสาละหนึ่งชิ้นทางด้านหน้าในแนวตั้ง ทำ หน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ (60) ของสะพานเทียบเครื่องบิน (10) และเป็นตัวยึดสะพานเทียบ เครื่องบินให้กับติดกับโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) - รางเลื่อน (150)มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) จำนวน 2 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อทับกันในแนวนอนเป็นรางคู่ โดยที่ปลายด้านหนึ่งของรางโลหะที่อยู่ด้านบนติดตั้งลูก ล้อรางเลื่อนด้ายสลักเกลียว สำหรับเป็นล้อเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ถูก ติดตั้งอยู่ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ในแนวนอนด้วยสลักเกลียว สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่รางด้านบน และผนังเลื่อน (500) ที่รางด้านล่าง ทำให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนออกไปหาผนังของ เครื่องบินได้ - คานรางเลื่อนหลังคา (160) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ปลาย ด้านหนึ่งติดตั้งลูกล้อหนึ่งคู่โดยให้หน้าสัมผัสของลูกล้อดังกล่าวโผล่พ้นท่อโลหะสี่เหลี่ยมด้านบน ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดที่ปลายด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่บริเวณปลายทาง ด้านยาวทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียว ซึ่งคานรางเลื่อนหลังคา (160) ถูกติดตั้งโดยการขันแน่นด้วยสลักเกลียวที่บริเวณปลายที่ด้านที่เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากับบริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังของ โครงสร้าง (110) โดยคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำหน้าที่เป็นคานกลางและรางเลื่อนให้กับหลังคา เลื่อน (Sliding canopy) (300) - แท่นยึดลูกล้อ (180) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะรูสำหรับ ร้อยสลักเกลียวจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณปลายทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติด กับแผ่นโลหะเสริมแรงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับแท่นยึดลูกล้อ (180) ถูกติดตั้ง ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) ทำ หน้าที่เป็นแท่นประกับสำหรับยึดลูกล้อโครงหลังคา (195) ติดกับโครงสร้าง (110) ของ โครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) - รางเลื่อนโครงหลังคา (190) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกยึดด้วย สลักเกลียว ติดกับมุมบนของด้านหน้าตู้บรรจุเสบียง (20) ในแนวนอน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับ ลูกล้อโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถ ขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ b. หลังคา (Canopy cover) (200) ที่มี - แผ่นผนัง (220) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับติดตั้งวงกบประตู (290) จำนวน หนึ่งช่อง และเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับเพิ่มความสว่างภายในโครงหลังคาสะพาน เทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน พร้อมติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพ อากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (220) ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้างใต้แผ่นหลังคา (210) ด้วยการยึดด้วย กาว โดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับเป็นฉากประกบ - แผ่นผนัง (230) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนสองช่องสำหรับเป็นช่องรับแสง เพื่อเพิ่มความสว่างภายในโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (230) ถูกติดตั้งอยู่ ที่มุมด้านข้าง ใต้แผ่นหลังคา (210) ตรงข้ามกับแผ่นผนัง (220) ด้วยกาวโดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับ เป็นฉากประกบ - แผ่นโลหะ (270) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพับเป็นรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่สันของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ใต้รางเลื่อน (280) ในแนวนอน ด้วยกาว และเชื่อม (Welding) ปลายด้านหนึ่งของแผ่นโลหะ (270) ติดกับเสาด้านหน้าของโครงสร้างหลังคา (Canopy structre) (100) ทำหน้าที่ปิดกันช่องว่างระหว่างโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของ รถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน กับสะพานเทียบเครื่องบิน (10) - รางเลื่อน (280) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ที่ด้านบนของรางเจาะรู เป็นแถวจำนวนหนึ่งสำหรับเป็นช่องในการสอดสลักของสลักล้อกผนังเลื่อน (550) เพื่อล็อกและ ปลดล็อกผนังเลื่อน (500) ถูกยึดติดกับด้านข้างแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ด้านละหนึ่ง ชิ้นเหนือแผ่นโลหะ (270) ในแนวนอนด้วยสลักรีเวท (Rivet) ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ ด้านล่างของผนังเลื่อน (500) c. หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ที่มี - รางเลื่อนหลังคา (330) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่ตรง กลางใต้โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะของโครงสร้างหลังคา เลื่อน (310) โดยที่บริเวณด้านข้างส่วนปลายท้ายของรางหลังคาเลื่อน (330) เชื่อม (Welding) ติดกับ แผ่นโลหะ (410) ของชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ทำหน้าที่เป็นตัวเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้กับใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) - รางเลื่อนหลังคา (340) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดไว้ที่บริเวณด้านข้างของคานโลหะทั้งสองด้านของโครงหลังคาเลื่อน ทำหน้าที่เป็น รางเลื่อนที่ด้านข้างของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - กันชน (350) มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก ถูกติดตั้งไว้ที่สันด้านหน้าของ โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - ลูกล้อรางเลื่อน (360) มีลักษณะเป็นลูกล้อพลาสติกทรงกระบอกหุ้มทับตลับ ลูกปืนโดยมีแกนกลางเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จากเหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลางหน้า แปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้งสี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับบริเวณ ด้านข้างของปลายท้ายของคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ทำหน้าที่เป็นล้อเลื่อนของ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) d. ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ที่มี - แผ่นโลหะ (410) มีลักษณะเป้นแผ่นโลหะรูปตัวแอลคว่ำ (L) มีทั้งหมด 2 แผ่น ที่ปลายด้านล่างถูกเจาะรูกลมสำหรับร้อยสลักเพื่อเป็นยึดและเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ที่มุมส่วนกลางของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูหนึ่งรูสำหรับเชื่อม (Welding) สลักยึดสปริง (461) เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ที่ส่วนบนของแผ่นโลหะดังกล่าว ติดกับด้านข้างทั้งสองด้านของรางเลื่อนหลังคา (330) ที่สันตรงข้ามกับรูเจาะร้อยสลักยึดสปริงของ แผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีหน้าที่สำหรับ เป็นตัวเชื่อมต่อแขนเลื่อนเข้ากับรางเลื่อนหลังคา (330) และส่งกำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน - แผ่นโลหะ (420) มีลักษระเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนที่เล็กอยู่ ด้านบน ที่ช่วงปลายด้านล่างดัดพับให้เป็นมุมป้าน ที่ภายในมุมเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นเสริมแรง (421) จำนวน 2 แผ่น ส่วนด้านที่อยู่ตรงข้ามแผ่นเสริมแรง (421) ที่ส่วนบนเชื่อม (Welding) ติดกับ สันด้านหน้าทั้งสองของแผ่นโลหะ (410) ที่ส่วนล่างยึดติดกับแผ่นกันกระแทก (430) จำนวนสอง ชิ้นด้วยสลักเกลียว โดยแผ่นโลหะ (420) ทำหน้าที่สำหรับรับแรงจากแขนเลื่อน (440) และส่งผ่าน กำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหา ผนังของเครื่องบิน - แผ่นกันกระแทก (430) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้ง ที่มุมส่วนล่างทั้งสองของแผ่นโลหะ (420) ใต้แผ่นโลหะ (410) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก ระหว่างแผ่นโลหะ (420) กับแขนเลื่อน (440) - แขนเลื่อน (440) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมที่เชื่อม (Welding) ต่อกัน เป็นรูปตัวเอช (H) โดยที่ปลายด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับบูชโลหะสำหรับร้อยสลักติดกับรูที่ ส่วนล่างของแผ่นโลหะ (410) ทั้งสองแผ่น เพื่อเป้นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้าน หนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับมือจับแขนเลื่อน (470) สำหรับใช้จับและโยกแขนเลื่อน (440) ลงแล้ว ผลักไปด้านหน้าให้พาหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้เลื่อนเข้า-ออก ที่บริเวณตรงกลาง ด้านข้างของแขนเลื่อนทั้งสองด้านเจาะรูสำหรับเชื่อม (Welding) ต่อกับสลักยึดสปริง (461) เพื่อ คล้องกับห่วงที่ปลายของสปริง (460) สำหรับดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับสลักยึดสปริงอีกด้านที่ ติดอยู่กับแผ่นโลหะ (410) ซึ่งแขนเลื่อน (440) - แขนเบรก (450)มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยม ที่เชื่อม (Welding) ต่อใน แนวตั้งอยู่บนตรงกลางของท่อโลหะสี่เหลี่ยมของแขนเลื่อน (440)ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดปลายท่อด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดตั้งลูกยาง (451) จำนวนสองชิ้นห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว โดยแขนเบรค (450) ทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้ ติดตั้งลูกยาง (451) สำหรับเบรคหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เอง - ลูกยาง (451) มีลักษณะเป็นลูกยางทรงกระบอก ถูกติดตั้งอยู่บนแผ่นโลหะ ของแขนเบรก (450) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เบรกไม่ให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เองโดยการจับสัมผัสกับคานรางเลื่อนหลังคา (160) - มือจับแขนเลื่อน (470) มีลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกระบอกที่ปลายทั้งสอง ด้านเชื่อม (Welding) ปิดปากท่อ ถูกติดตั้งไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแขนเลื่อน (440) ด้วยการเชื่อม (Welding) ใช้สำหรับเป็นเมื่อจับให้กับแขนเลื่อน (440) เพื่อโยกลงและเมื่อเลื่อนผลักแขนเลื่อน (440) ไปด้านหน้าให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ยื่นออกด้านหน้า และดึงหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม - สายดึงแขนเลื่อน (471) มีลักษณะเป็นแถบเชือกไนลอนถูกติดตั้งโดยการ คล้องไว้ที่บริเวณตรงกลางของมือจับแขนเลื่อน (470) ทำหน้าที่ในการใช้ดึงมือจับแขนเลื่อน (470) ให้ลงมาอยู่ในตำแหน่งที่จับได้ถนัด - ตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมเจาะรูตรงกลาง สำหรับใช้สอด สลักล็อกแขนเลื่อน (481) เข้าไปเพื่อล็อกให้แขนเลื่อน (440) อยู่ในตำแหน่งไม่ให้ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เลื่อนออกไปได้เอง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ไว้ใต้ คานขวางของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - สลักล๊อกแขนเลื่อน (481) มีลักษณะเป็นโลหะทรงกระบอกมีบ่าที่ด้านล่าง ถูกเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่ตรงกลางด้านบนของมือจับแขนเลื่อน (470) โดยปลายด้านเล็กทำหน้าที่ เป็นสลักกลอนโดยการสอดเข้าไปในรูตรงกลางของตัวล็อกกลไกเลื่อน (480) e. ผนังเลื่อน (500) ที่มี - กันชน (560) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่สันของมุมด้านล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่าง ผนังเลื่อน (500) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - สลักยึดผนังสวิง (570) มีลักษณะเป็นโลหะเพลามีบ่าด้านหนึ่ง ถูกเจาะรูตรง กลางเพื่อทำเกลียวในเพื่อใช้ในการยึดติดกับแผ่นประกับรูปแหวนรองหนา ที่ด้านหน้าด้านหนึ่งผาย ปากรูตรงกลางสำหรับยึดด้วยสลักเกลียวแบบฝัง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่มุมล่าง ด้านในของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) หลังกันชน (560) ของผนังเลื่อน (500) สำหรับใช้เป็นตัวยึด และจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) - ลูกบิดยึดผนังสวิง (580) มีลักษณะเป็นสลักเกลียวโลหะที่มีแป้นเกลียว ที่มี รูปทรงสามเหลี่ยมมน ถูกติดตั้งที่ด้านข้างด้านในของโครงด้านหน้าของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ห่างจากสลักยึดผนังสวิง (570) เท่ากับระยะห่างระหว่างบูชโลหะ (630) ถึงช่องสล๊อตโค้งยาวของ แผ่นผนังสวิง (610) โดยการสอดสลักเกลียวโลหะดักกล่าวจากภายในท่อสี่เหลี่ยมของโครงสร้าง ผนังเลื่อน (510) ให้ปลายสลักเกลียวหันออกทางด้านนอก ทำหน้าที่ยึดผนังสวิง (600) ที่ช่องสล๊อต ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ f. ผนังสวิง (600) ที่มี - แผ่นผนังสวิง (610) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปพัดโดยด้านที่สัมผัสกับผนัง เครื่องบินตัดให้มีความโค้งรับกับความโค้งของผนังเครื่องบินและเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะยาวเพื่อทำเป็นขอบออกมาทางด้านข้าง ที่มุมส่วนโค้งด้านบนและขอบที่อยู่ตรงข้ามกับด้านที่ สัมผัสผนังเครื่องบินทำเป็นขอบออกมาในทิศทางตรงข้ามกับด้านที่โค้งรับผนังเครื่องบินโดยการ เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะยาวเพื่อเสริมความแข็งแรงแผ่นผนังสวิงที่มุมด้านล่างของแผ่น ผนังดังกล่าวเจาะรูหนึ่งช่องสำหรับสอดบูช (630) เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) ที่บริเวณ ช่วงกลางของแผ่นผนังสวิง (610) ถูกเจาะเป็นช่องสล๊อตโค้งยาวโดยมีรัศมีเล็กกว่าส่วนโค้งด้านบน ของแผ่นผนังสวิง (610) สำหรับใช้ปรับองศาการหมุนผนังสวิง (600) ที่ขอบโค้งด้านที่สัมผัสกับ ผนังเครื่องบินมีการติดตั้งกันชนโดยการยึดด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นกันชนระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบินโดยแผ่นผนังสวิง (610) - กันชน (620) มีลักษณะเป็นเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่ขอบโค้งด้านหน้าของแผ่นผนังสวิง (610) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนเพื่อลดแรง กระแทกและป้องกันการเสียหายจากการชนของผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน g. บูชโลหะ (630) มีลักษณะเป็นเพลาโลหะกลวงมีบ่าที่ปลายด้านหนึ่ง ที่รูตรงกลาง สำหรับใช้ร้อยสลักยึดผนังสวิง (570) เพื่อยึดผนังสวิง (600) ติดกับผนังเลื่อน (500) ถูกติดตั้งโดย การสอดเข้าไปในช่องที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังสวิง (610) ประตู (700) ที่มีลักษณะเป็นประตูบาน เดี่ยว มีการเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวน 2 ช่อง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับ ป้องกันสภาพอากาศภายนอก ถูกติดตั้งเชื่อมต่อกับวงกบประตู (290) ด้วยบานพับปีกผีเสื้อพร้อมทั้ง ติดตั้งลูกบิดปิด-เปิดประตู
2. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) มีลักษณะเป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักและ ยึดหลังคา (Canopy cover) (200), หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300), ชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400), ผนังเลื่อน (500), ประตู (700), สะพานเทียบเครื่องบิน (10) และตู้บรรจุเสบียง (20) เข้าด้วยกัน ประกอบด้วย - โครงสร้าง(110) มีลักษณะโครงสร้างโลหะที่เชื่อม (welding) ต่อกันเป็น โครงกรอบสี่เหลี่ยม ที่ประกอบด้วยเสาจพนวนมากกว่า 4 เสาและคานโลหะจำนวนหนึ่ง ที่พื้นที่ของ โครงสร้างถูกปูด้วยแผ่นปูพื้น (Checker plate) ที่เสาคู่หน้าของครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับ รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) ในแนวตั้ง ใช้สำหรับติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน (10) ที่ บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ถูกยึด ติดกับรางเลื่อน (150)ด้วยสลัก เกลียว ในแนวนอนด้านละ 2 รางสำหรับติดตั้งหลังตาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) ที่ด้านล่างของเสาคู่หน้าและเสาคู่หลังของโครงสร้างเชื่อม (Welding) ติดกับคาน (120) สำหรับเป็นคานหลักของโครงสร้าง (110) และยังเป็นรางเลื่อนให้กับโครงหลังคาสะพานเทียบ เครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบินให้สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้ ที่บริเวณด้านหน้า ตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่ยึดติดกับคานรางเลื่อนหลังคา (160) ด้วยสลักเกลียว โดยที่คานรางเลื่อนหลังคา (160) จะถูกวางขนานกับรางเลื่อน (150)สำหรับติดตั้งชุดกลไกเลื่อน หลังคา (400) ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้างถูกเชื่อม (Welding) ติด กับแท่นยึดลูกล้อ (180) จำนวน 2 ชุด ห่างกันระยะหนึ่ง ใช้สำหรับยึดลูกล้อ (195) ติดกับโครงสร้าง (110)โดยที่ด้านหลังของคานดังกล่าวถูกยึดติดกับแผ่นโลหะ (170) ด้วยสลักเกลียว - รางเลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน (140) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดกับเสาคู่หน้าของโครงสร้าง (110) เสาละหนึ่งชิ้นทางด้านหน้าในแนวตั้ง ทำ หน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ (60) ของสะพานเทียบเครื่องบิน (10) และเป็นตัวยึดสะพานเทียบ เครื่องบินให้ติดกับโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) - รางเลื่อน (150) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) จำนวน 2 ชิ้นเชื่อม (Welding) ต่อทับกันในแนวนอนเป็นรางคู่ โดยที่ปลายด้านหนึ่งของรางโลหะที่อยู่ด้านบนติดตั้งลูก ล้อรางเลื่อนด้ายสลักเกลียว สำหรับเป็นล้อเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ถูก ติดตั้งอยู่ที่บริเวณคานด้านบนด้านซ้ายและขวาของโครงสร้าง (110) ในแนวนอนด้วยสลักเกลียว สำหรับติดตั้งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) และผนังเลื่อน (500) สามารถเลื่อนออกไปหาผนังของ เครื่องบินได้ - คานรางเลื่อนหลังคา (160)มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ปลาย ด้านหนึ่งติดตั้งลูกล้อหนึ่งคู่โดยให้หน้าสัมผัสของลูกล้อดังกล่าวโผล่พ้นท่อโละสี่เหลี่ยมด้านบน ปลายอีด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดที่ปลายด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่บริเวณปลายทาง ด้านยาวทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูสำหรับร้อยสลักเกลียว ซึ่งคานรางเลื่อนหลังคา (160) ถูกติดตั้งโดยการขันแน่นด้วยสลักเกลียวที่บริเวณปลายด้านที่เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากับบริเวณด้านหน้าตรงกลางของคานด้านบน ระหว่างเสาคู่หลังของ โครงสร้าง (110) โดยคานรางเลื่อนหลังคา (160) ทำหน้าที่เป็นคานกลางและรางเลื่อนให้กับหลังคา เลื่อน (Sliding canopy) (300) - แท่นยึดลูกล้อ (180) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะรูสำหรับ ร้อยสลักเกลียวจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณปลายทั้งสองด้านของแผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติด กับแผ่นโลหะเสริมแรงรูปสี่เหลี่ยมคางหมูเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับแท่นยึดลูกล้อ (180) ถูกติดตั้ง ที่ด้านหน้าของคานด้านบนระหว่างเสาคู่หลังของโครงสร้าง (110) ด้วยวิธีการเชื่อม (Welding) ทำ หน้าที่เป็นแท่นประกับสำหรับยึดลูกล้อลูกล้อโครงหลังคา (195) ติดกับโครงสร้าง (110) ของ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) - รางเลื่อนโครงหลังคา (190) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกยึดด้วย สลักเกลียว ติดกับมุมบนของด้านหน้าตู้บรรจุเสบียง (20) ในแนวนอน ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับ ลูกล้อโครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ทำให้โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถ ขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน สามารถเลื่อนออกทางด้านข้างได้
3. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งหลังคา (Canopy cover) (200) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 มีลักษณะเป็นผนังและหลังคาที่ประกอบเข้า กับ โครงสร้างหลังคา (Canopy structure) (100) ด้วยสลักเกลียว ประกอบด้วย - แผ่นผนัง (220) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับติดตั้งวงกบประตู (290) จำนวน หนึ่งช่อง และเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพ อากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (220) ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมด้านข้างใต้แผ่นหลังคา (210) ด้วยการยึดด้วย กาว โดยมีแผ่น โลหะ(240) ที่พับเป็นฉากประกบ - แผ่นผนัง (230) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกหนารูปตัวแอลกลับหัว (L) ซึ่ง แผ่นผนังดังกล่าวถูกเจาะช่องขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวนสองช่องสำหรับเป็นช่องรับแสง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศภายนอก โดยที่แผ่นผนัง (230) ถูกติดตั้งอยู่ ที่มุมด้านข้าง ใต้แผ่นหลังคา(210) ตรงข้ามกับแผ่นผนัง (220) ด้วยกาวโดยมีแผ่นโลหะ (240) ที่พับ เป็นฉากประกบ - แผ่นโลหะ (270) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่สันของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ใต้รางเลื่อน (280) ในแนวนอนด้วยกาว และเชื่อม (Welding) ปลายด้านหนึ่งของแผ่นโลหะ (270) ติดกับเสาด้านหน้าของโครงสร้างหลังคา (Canopy stucture) (100) ทำหน้าที่ปิดกันช่องว่างระหว่างโครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของ รถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน กับสะพานเทียบเครื่องบิน (10) - รางเลื่อน (280) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ที่ด้านบนของรางเจาะรู เป็นแถวจำนวนหนึ่งสำหรับเป็นช่องในการสอดสลักของสลักล็อกผนังเลื่อน (550) เพื่อล็อกและ ปลดล็อกผนังเลื่อน (500) ถูกยึดติดกับด้านข้างของแผ่นผนัง (220) และแผ่นผนัง (230) ด้านละหนึ่ง ชิ้นเหนือแผ่นโลหะ (270) ในแนวนอนด้วยสลักรีเวท (Rivet) ทำหน้าที่เป็นรางเลื่อนให้กับลูกล้อ ด้านล่างของผนังเลื่อน (500)
4. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) มีลักษณะเป็นหลังคาที่เลื่อนออกจาหลังคา (Canopy cover) (200) ไปประกบติดและเชื่อมกับผนังของเครื่องบิน ประกอบด้วย - รางเลื่อนหลังคา (330) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกติดตั้งไว้ที่ตรง กลางใต้โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ในทิศทางที่ขนานไปกับคานโลหะ ของโครงสร้างหลังคา เลื่อน (310) โดยที่บริเวณด้านข้างส่วนปลายท้ายของรางหลังคาเลื่อน (330) เชื่อม (Welding) ติดกับ แผ่นโลหะ (410) ของชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) ทำหน้าที่เป็นตัวเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้กับใช้สำหรับเป็นรางเลื่อนให้กับหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) - รางเลื่อนหลังคา (340) มีลักษณะเป็นรางโลหะรูปตัวซี (C) ถูกเชื่อม (Welding) ติดที่บริเวณด้านข้างของคานโลหะทั้งสองด้านของโครงหลังคาเลื่อน ทำหน้าที่เป็น รางเลื่อนที่ด้านข้างของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - กันชน (350) มีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก ถูกติดตั้งไว้ที่สันด้านหน้าของ โครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - ลูกล้อรางเลื่อน (360) มีลักษณะเป็นลูกล้อพลาสติกทรงกระบอกหุ้มทับตลับ ลูกปืนโดยมีแกนกลางเป็นเพลาโลหะที่ทำได้จากเหล็กกล้าเชื่อม (Welding) ต่อกับตรงกลางหน้า แปลนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เจาะรูที่บริเวณมุมทั้งสี่สำหรับร้อยสลักเกลียวเพื่อยึดติดกับบริเวณ ด้านข้างของปลายท้ายของคานโลหะของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) ทำหน้าที่เป็นล้อเลื่อนของ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300)
5. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งชุดกลไกเลื่อนหลังคา (400) มีลักษณะเป็นชุดกลไกที่ใช้ในการเลื่อนหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ออกจากโครงสร้างหลังคา (Canopy struture) (100) ให้ยื่นออกไปจนถึงผนังด้าน นอกของเครื่องบิน ประกอบด้วย - แผ่นโลหะ (410) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปตัวแอลคว่ำ (L) มีทั้งหมด 2 แผ่น ที่ปลายด้านล่างถูกเจาะรูกลมสำหรับร้อยสลักเพื่อเป็นจุดยึดและเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ที่มุมส่วนกลางของแผ่นโลหะดังกล่าวถูกเจาะรูหนึ่งรูสำหรับเชื่อม (Welding) สลักยึดสปริง (461) เพื่อดึงรั้งแขนเลื่อน (440) ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ที่ส่วนบนของแผ่นโลหะดังกล่าว ติดกับด้านข้างทั้งสองด้านของรางเลื่อนหลังคา (330) ที่สันตรงข้ามกับรูเจาะร้อยสลักยึดสปริงของ แผ่นโลหะดังกล่าวเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะ (420) โดยที่แผ่นโลหะ (410) มีหน้าที่สำหรับ เป็นตัวเชื่อมต่อแขนเลื่อนเข้ากับรางเลื่อนหลังคา (330) และส่งผ่านกำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหาผนังของเครื่องบิน - แผ่นโลหะ (420) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่งนที่เล็กอยู่ ด้านบน ที่ช่วงปลายด้านล่างดัดพับให้เป็นมุมป้าน ที่ภายในมุมเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นเสริมแรง (421) จำนวน 2 แผ่น ส่วนด้านที่อยู่ตรงข้ามแผ่นเสริมแรง (421) ที่ส่วนบนเชื่อม (Welding) ติดกับ สันด้านหน้าทั้งสองของแผ่นโลหะ (410) ที่ส่วนล่างยึดติดกับแผ่นกันกระแทก (430) จำนวนสอง ชิ้นด้วยสลักเกลียว โดยแผ่นโลหะ (420) ทำหน้าที่สำหรับรับแรงจากแขนเลื่อน (440) และส่งผ่าน กำลังการเลื่อนไปยังหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เพื่อเลื่อนหลังคาเลื่อนดังกล่าวออกไปหา ผนังของเครื่องบิน - แผ่นกันกระแทก (430) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้ง ที่มุมส่วนล่างทั้งสองของแผ่นโลหะ (420) ใต้แผ่นโลหะ (410) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก ระหว่างแผ่นโลหะ (420) กับแขนเลื่อน (440) - แขนเลื่อน (440) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมที่เชื่อม (Welding) ต่อกัน เป็นรูปตัวเอช (H) โดยที่ปลายด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับบูชโลหะสำหรับร้อยสลักติดกับรูที่ ส่วนล่างของแผ่นโลหะ (410) ทั้งสองแผ่น เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้าน หนึ่งเชื่อม (Welding) ติดกับมือจับแขนเลื่อน (470) สำหรับใช้จับและโยกแขนเลื่อน (440) ลงแล้ว ผลักไปด้านหน้าให้พาหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ให้เลื่อนเข้า-ออก ที่บริเวณตรงกลาง ด้านข้างของแขนเลื่อนทั้งสองด้านเจาะรูสำหรับเชื่อม (Welding) ต่อกับสลักยึดสปริง (461) เพื่อ คล้องกับห่วงที่ปลายสปริง (460) สำหรับดึงรั้งแขนเลื่อน (440) เข้ากับสลักยึดสปริงอีกด้านที่ ติดอยู่กับแผ่นโลหะ (410) ซึ่งแขนเลื่อน (440) - แขนเบรก (450) มีลักษณะเป็นท่อสี่เหลี่ยม ที่เชื่อม (Welding) ต่อใน แนวตั้งอยู่บนตรงกลางของท่อโลหะสี่เหลี่ยมของแขนเลื่อน (440) ปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อม (Welding) ปิดปลายท่อด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ด้านบนของแผ่นโลหะดังกล่าวติดตั้งลูกยาง (451) จำนวนสองชิ้นห่างกันระยะหนึ่งด้วยสลักเกลียว โดยแขนเบรก (450) ทำหน้าที่ป็นตัวที่ใช้ ติดตั้งลูกยาง (451) สำหรับเบรกหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) - ลูกยาง (451) มีลักษณะเป็นลูกยางทรงกระบอก ถูกติดตั้งอยู่บนแผ่นโลหะ ของแขนเบรก (450) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เบรกไม่ให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ไม่ให้เคลื่อนตัวได้เองโดยการจับสัมผัสกับคานรางเลื่อนหลังคา (160) - มือจับแขนเลื่อน (470) มีลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกระบอกที่ปลายทั้งสอง ด้านเชื่อม (Welding) ปิดปากท่อ ถูกติดตั้งไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแขนเลื่อน (440) ด้วยการเชื่อม (Welding) ใช้สำหรับเป็นเมื่อจับให้กับแขนเลื่อน (440) เพื่อโยกลงและเลื่อนผลักแขนเลื่อน (440) ไปด้านหน้าให้หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) ยื่นออกด้านหน้า และดึงหลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม - สายดึงแขนเลื่อน (471) มีลักษณะเป็นแถบเชือกไนลอนถูกติดตั้งโดยการ คล้องไว้ที่บริเวณตรงกลางของมือจับแขนเลื่อน (470) ทำหน้าที่ในการใช้ดึงมือจับแขนเลื่อน (470) ให้ลงมาอยู่ในตำแหน่งที่จับได้ถนัด - ตัวล็อกกลไลเลื่อน (480) มีลักษณะเป็นท่อโลหะสี่เหลี่ยมเจาะรูตรงกลาง สำหรับใช้สอด สลักล็อกแขนเลื่อน (481) เข้าไปเพื่อล็อกให้เแขนเลื่อน (440) อยู่ในตำแหน่งไม่ให้ หลังคาเลื่อน (Sliding canopy) (300) เลื่อนออกไปได้เอง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ไว้ได้ คานวางของโครงสร้างหลังคาเลื่อน (310) - สลักล็อกแขนเลื่อน (481) มีลักษณะเป็นโลหะทรงกระบอกมีบ่าที่ด้านล่าง ถูกเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่ตรงกลางด้านบนของมือจับแขนเลื่อน (470) โดยปลายด้านเล็กทำหน้าที่ เป็นสลักกลอนโดยการสอดเข้าไปในรูตรงงกลางของตัวล็อกกลไกเลื่อน (480)
6. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผนังเลื่อน (500) มีลักษณะเป็นบานเลื่อนที่ใช้ในการเลื่อนให้ยื่นออกไปจนถึงผนังด้านนอกของ เครื่องบิน ประกอบด้วย - กันชน (560) มีลักษณะเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่สันของมุมด้านล่างของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่าง ผนังเลื่อน (500) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - สลักยึดผนังสวิง (570) มีลักษณะเป็นโลหะเพลามีบ่าด้านหนึ่ง ถูกเจาะรูตรง กลางเพื่อทำเกลียวในเพื่อใช้ในการยึดติดกับแผ่นประกับรูปแหวนรองหนา ที่ด้านหน้าด้านหนึ่งผาย ปากรูตรงกลางสำหรับยึดด้วยสลักเกลียวแบบฝัง ถูกติดตั้งโดยการเชื่อม (Welding) ติดอยู่ที่มุมล่าง ด้านในของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) หลังกันชน (560) ของผนังเลื่อน (500) สำหรับใช้เป็นตัวยึด และจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) - ลูกบิดยึดผนังสวิง (580) มีลักษณะเป็นสลักเกลียวโลหะที่มีแป้นเกลียว ที่มี รูปทรงสามเหลี่ยมมน ถูกติดตั้งที่ด้านข้างด้านในของโครงด้านหน้าของโครงสร้างผนังเลื่อน (510) ห่างจากสลักยึดผนังสวิง (570) เท่ากับระยะห่างระหว่างบูชโลหะ (630) ถึงช่องสล๊อตโค้งยาวของ แผ่นผนังสวิง (610) โดยการสอดสลักเกลียวโลหะดักกล่าวจากภายในท่อสี่เหลี่ยมของโครงสร้าง ผนังเลื่อน (510) ให้ปลายสลักเกลียวหันออกทางด้านนอก ทำหน้าที่ยึดผนังสวิง (600) ที่ช่องสล๊อต ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
7. โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งผนังสวิง (600) มีลักษณะเป็นแผ่นผนังรูปพัด และมีจุดหมุนอยู่ที่มุมด้านล่างทำให้ผนังสวิง (600) ประกอบด้วย - แผ่นผนังสวิง (610) มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะรูปพัดโดยด้านที่สัมผัสกับผนัง เครื่องบินตัดให้มีความโค้งรับกับความโค้งของผนังเครื่องบินและเชื่อม (Welding) ติดกับแผ่น โลหะยาวเพื่อทำเป็นขอบออกมาทางด้านข้าง ที่มุมส่วนโค้งด้านบนและขอบที่อยู่ตรงข้ามกับด้านที่ สัมผัสผนังเครื่องบินทำเป็นขอบออกมาในทิศทางตรงข้ามกับด้านที่โค้งรับผนังเครื่องบินโดยการ เชื่อม (Welding) ติดกับแผ่นโลหะยาวที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังดังกล่าวเจาะรูหนึ่งช่องสำหรับ สอดบูช (630) เพื่อเป็นจุดหมุนให้กับผนังสวิง (600) ที่บริเวณช่วงกลางของแผ่นผนังสวิง (610) ถูก เจาะเป็นช่องสล๊อตโค้งยาวโดยมีรัศมีเล็กกว่าส่วนโค้งด้านบนของแผ่นผนังสวิง (610) สำหรับใช้ปรับ องศาการหมุนของผนังสวิง (600) ที่ขอบโค้งด้านที่สัมผัสกับฟนังเครื่องบินมีการติดตั้งกันชนโดยการยึด ด้วยสลักเกลียว สำหรับเป็นกันชนระหว่างผนังสวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - กันชน (560) มีลักษณะเป็นท่อรูปตัวดี (D) สามารถทำได้ยางถูกติดตั้งไว้ ที่ขอบโค้งด้านหน้าของแผ่นผนังสวิง (610) ด้วยสลักเกลียว ทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างของผนัง สวิง (600) กับผนังด้านนอกของเครื่องบิน - บูชโลหะ (630) มีลักษณะเป็นเพลาโลหะกลวงมีบ่าที่ปลายด้านหนึ่ง ที่รูตรง กลางสำหรับใช้ร้อยสลักยึดผนังสวิง (570) เพื่อยึดผนังสวิง (600) ติดกับผนังเลื่อน (500) ถูกติดตั้ง โดยการสอดเข้าไปในช่องที่มุมด้านล่างของแผ่นผนังสวิง (610)
8. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งประตู (700) มีลักษณะเป็นประตูบานเดี่ยว มีการเจาะช่องรับแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจำนวน 2 ช่อง พร้อมทั้งติดตั้งพลาสติกใสสำหรับป้องกันสภาพอากาศ ถูกติดตั้งเชื่อมต่อกับวงกบประตู (290) ด้วยบานพับปีกผีเสื้อพร้อมทั้งติดตั้งลูกบิดปิด-เปิดประตู
9. โครงหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งทำได้จาก เหล็กกล้า สแตนเลส, พลาสติก หรือ อลูมิเนียม อย่างใดอย่างหนึ่ง
TH1103001212U 2011-10-20 โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน TH7748C3 (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH7748A3 TH7748A3 (th) 2013-01-04
TH7748C3 true TH7748C3 (th) 2013-01-04

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN103097192B (zh) 与载重车辆的至少一个承载平面毗邻的可折叠侧面扩展件
US4555890A (en) Process for the installation of curtain walls and apparatus for the execution of the process
US4161049A (en) Passenger loading bridge
US20040074157A1 (en) Sliding roof shade
US7268701B2 (en) Portable traffic signalling device
GB2199549A (en) Retractable cover for vehicle load platforms
US4319376A (en) Passenger loading bridge
CN112208430B (zh) 顶棚及侧帘布半挂车
AU2011232315B2 (en) Safety barrier
JPWO1994029550A1 (ja) 単柱式2段駐車装置および整備リフト装置
TH7748C3 (th) โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน
JP2886824B2 (ja) プラットホームスクリーンドア
TH7748A3 (th) โครงสร้างหลังคาสะพานเทียบเครื่องบินของรถขนส่งเสบียงขึ้นเครื่องบิน
US8544215B2 (en) Automatic sliding door systems, apparatus and methods
KR101411388B1 (ko) 화물차용 적재함 덮개장치
EP0273740A2 (en) Retractable cover arrangement for vehicle platforms
CA1107013A (en) Passenger loading bridge
CN213472929U (zh) 顶棚及侧帘布半挂车
RU62371U1 (ru) Трубчатый каркас кабины колесной машины
CN111645874B (zh) 一种远机位移动廊桥
RU184603U1 (ru) Прицеп легкового автомобиля
CN212308694U (zh) 高空作业安全防护生命绳系统
NO318380B1 (no) Vaiervogn og foringsvaiersystem samt fremgangsmate for bruk av vaiervogn
CN210027970U (zh) 移动式廊道车
JP2991713B1 (ja) 懸垂形モノレ―ル軌道桁の塗装方法およびその装置