TH65148A - การก่อรูปแผ่นวัสดุโดยใช้การพันกันด้วยน้ำ - Google Patents

การก่อรูปแผ่นวัสดุโดยใช้การพันกันด้วยน้ำ

Info

Publication number
TH65148A
TH65148A TH201004497A TH0201004497A TH65148A TH 65148 A TH65148 A TH 65148A TH 201004497 A TH201004497 A TH 201004497A TH 0201004497 A TH0201004497 A TH 0201004497A TH 65148 A TH65148 A TH 65148A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
fibers
clause
fiber
sheet material
sheet
Prior art date
Application number
TH201004497A
Other languages
English (en)
Other versions
TH57636B (th
Inventor
เกรแฮม บีแวน นายคริสโตเฟอร์
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายบุญมา เตชะวณิช
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายบุญมา เตชะวณิช filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH65148A publication Critical patent/TH65148A/th
Publication of TH57636B publication Critical patent/TH57636B/th

Links

Abstract

DC60 (20/02/56) แผ่นวัสดุทำมาจากของผสมของเส้นใยพื้นฐาน ดังเช่น เส้นใยหนัง และเส้นใยสังเคราะห์ ชนิดสองส่วนประกอบซึ่งมีชั้นด้านนอกที่หลอมเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่าแกนด้านในของเส้นใย เส้นใยได้รับการผสม ก่อรูปให้เป็นเว็บ และจากนั้น ให้ความร้อนเพื่อให้เส้นใยสังเคราะห์หลอมรวม เข้าด้วยกันเพื่อก่อรูปโครงข่ายภายในเว็บ จากนั้น เส้นใยพื้นฐานได้รับการพันกันในขณะที่ได้รับการ จำกัดด้วยโครงข่าย ถ้าจะให้ดีแล้ว ควรใช้การพันกันด้วยน้ำ สามารถผลิตแผ่นวัสดุหนังที่ประกอบ สร้างขึ้นใหม่ซึ่งมีคุณภาพสูงได้ แผ่นวัสดุทำมาจากของผสมของเส้นใยพื้นฐาน ดังเช่น เส้นใยหนัง และเส้นใยสังเคราะห์ ชนิดสองส่วนประกอบซึ่งมีชั้นด้านนอกที่หลอมเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่าแกนด้านในของเส้นใย เส้นใยได้รับการผสม ก่อรูปให้เป็นเว็บ และจากนั้น ให้ความร้อนเพื่อให้เส้นใยสังเคราะห์หลอมรวม เข้าด้วยกันเพื่อก่อรูปโครงข่ายภายในเว็บ จากนั้น เส้นใยพื้นฐานได้รับการพันกันในขณะที่ได้รับการ จำกัดด้วยโครงข่าย ถ้าจะให้ดีแล้ว ควรใช้การพันกันด้วยน้ำ สามารถผลิตแผ่นวัสดุหนังที่ประกอบ สร้างขึ้นใหม่ซึ่งมีคุณภาพสูงได้

Claims (3)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 21/02/2560 3 6. แผ่นวัสดุซึ่งประกอบรวมด้วยตัวโครงอย่างน้อยที่สุดหนึ่งตัวโครงของเส้นใยที่พันกัน ซึ่งประกอบรวมด้วยเส้นใยพื้นฐาน ที่ซึ่งโครงสร้างลายโปร่งยื่นเข้าไปภายในตัวโครงเพื่อให้ผ่านทะลุ โดยเส้นใยพื้นฐาน โดยโครงสร้างลายโปร่งดังกล่าวได้รับการกำหนดโดยโครงข่ายของเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมซึ่งหลอมรวมเข้าด้วยกันที่ส่วนตัดของเส้นใยเหล่านั้น และที่ซึ่งโครงข่ายเป็น สัดส่วนรองโดยน้ำหนักของแผ่นวัสดุ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใยพื้นฐานคือเส้นใยหนัง 3 7. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใยหนังมีความยาวของเส้นใย สูงสุด 6 มิลลิเมตร 3 8. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 หรือข้อ 37 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่า 90% ของเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติม มีความยาวของเส้นใยสูงสุด 10 มิลลิเมตร 3 9. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ถึงข้อ 38 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมประกอบเป็น 10 % โดยน้ำหนักของแผ่นวัสดุ 4 0. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 39 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมประกอบ เป็น 5 % โดยน้ำหนักของแผ่นวัสดุ 4 1. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ถึงข้อ 40 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมคือ เส้นใยชนิดสองส่วนประกอบที่มีชั้นด้านนอกที่มีจุดหลอมเหลวตํ่ากว่าแกน ด้านในของพวกมัน 4 2. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าชั้นด้านนอก คือ พอลิเอธิลีน และ แกนด้านใน คือพอลิเอสเทอร์ หรือพอลิโพรพิลีน 4 3. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ถึงข้อ 42 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมอยู่ในช่วง 1.7 ถึง 3.0 ดีเท็กซ์ 4 4. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ถึงข้อ 43 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าโครง ดังกล่าวของเส้นใยที่พันกันยังรวมถึงเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมที่ไม่ถูกหลอมเหลวเพื่อหลอมรวม เข้าด้วยกัน 4 5. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ถึงข้อ 44 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมมีขนาดน้อยกว่า 1.0 ดีเท็กซ์ 4 6. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 44 หรือข้อ 45 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าเส้นใยสังเคราะห์ เพิ่มเติมคิดเป็นน้อยกว่า 20 % โดยน้ำหนักของแผ่นวัสดุ --------------------------- 1. วิธีการก่อรูปแผ่นวัสดุจากของผสมของเส้นใย ซึ่งประกอบรวมด้วยเส้นใยที่มีพื้นฐาน เป็นหนัง(leather base fibers)ซึ่งเส้นใยก่อรูปเป็นเว็บ(web)และการนำเว็บไปผ่านการพันกัน (entanglement)ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ว่าขั้นตอนของการผสมเส้นใยที่มีพื้นฐานเป็นหนังกับเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติม,ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์ดังกล่าวมีชั้นด้านนอกที่หลอมเหลวได้,การให้ความร้อนเพื่อ หลอมเหลวชั้นด้านนอกของเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อให้เส้นใยดังกล่าวหลอมรวมเข้าด้วยกันที่ ส่วนซึ่งตัดกันเพื่อก่อรูปโครงข่ายภายในเว็บ,การนำเว็บไปผ่านการพันกันเพื่อพันเส้นใยพื้นฐานใน ขณะที่ได้รับการจำกัดจากโครงข่าย 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งเส้นใยพื้นฐาน คือ เส้นใยหนัง 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 หรือข้อ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันดังกล่าวประกอบรวม ด้วยการพันกันด้วยน้ำ 4. วิธีการก่อรูปแผ่นวัสดุจากของผสมของเส้นใยซึ่งประกอบ รวมด้วยเส้นใยหนังพื้นฐาน และ เส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม โดยเส้นใยสังเคราะห์ดังกล่าวมีชั้นด้านนอกที่หลอมเหลวได้ ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ การก่อรูปเส้นใยให้เป็นแผ่นบาง การให้ความร้อนเพื่อหลอมเหลวชั้นด้านนอกของเส้นใย สังเคราะห์เพื่อให้เส้นใย ดังกล่าวหลอมรวมเข้าด้วยกันที่ ส่วนซึ่งตัดกันเพื่อก่อรูปโครงข่ายภายในแผ่นบาง การนำแผ่นบางไปผ่านการพันกันด้วนน้ำเพื่อพันเส้นใยหนังใน ขณะที่ได้รับการจำกัด ด้วยโครงข่าย 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 หรือข้อ 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันด้วยน้ำได้รับการปฏิบัติ ด้วยลำพ่นความดัน สูงของของเหลวซึ่งผ่านทะลุโครงข่าย 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 หรือข้อ 5 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันด้วยน้ำได้รับการปฏิบัติ ด้วยลำพ่นความดัน สูงของของเหลวซึ่งให้จากด้านตรงกันข้ามของแผ่นบาง 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 หรือข้อ 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันด้วยน้ำได้รับการปฏิบัติ ด้วยลำพ่นความดัน สูงของของเหลว และโครงสร้างเพื่อการรองรับน้ำได้รับการจัด เตรียมไว้ เพื่อรองรับของเหลวที่สะท้อนกลับ 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 7 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันด้วยน้ำได้รับการปฏิบัติ ด้วยลำพ่นความดัน สูงของของเหลวในการผ่านหลายครั้ง 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ถึงข้อ 8 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งของเหลว คือ น้ำ 1 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ถึงข้อ 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันด้วยน้ำได้รับการปฏิบัติ ด้วยตะแกรง หรือตะแกรงหลายแผ่นระหว่างแผ่นบาง และลำพ่นในการผ่านดัง กล่าว อย่างน้อยที่สุดหนึ่งครั้ง 1 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 10 ที่ซึ่งตะแกรงเปิดอย่าง น้อยที่สุด 60 % 1 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 10 หรือข้อ 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งตะแกรงมีช่องเปิดที่มีช่วงระยะ ห่างเท่ากับช่วงระยะ ห่างของลำพ่น 1 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 10 ถึงข้อ 12 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งตะแกรงมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มี การก่อรูปรอยย่นโดย ลำพ่นเพื่อการพันกันด้วยน้ำอย่างเป็นสำคัญ 1 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 13 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการพันกันด้วยน้ำได้รับการปฏิบัติ ด้วยการเลื่อนแผ่น บางที่อัตราเร็วมากกว่า 6 เมตร/นาที 1 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 14 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยพื้นฐานอย่างน้อยที่สุด 90 % มีความยาวสูงสุด ของเส้นใย 6 มิลลิเมตร 1 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 15 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมมีความยาว สูงสุดของเส้นใย 10 มิลลิเมตร 1 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 16 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมประกอบ เป็น 2 ถึง 10 % โดย น้ำหนักของของผสมเส้นใย 1 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 16 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมประกอบ เป็นจนถึง 5 % โดย น้ำหนักของของผสมเส้นใย 1 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 18 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมอยู่ใน ช่วง 1.7 ถึง 3.0 ดีเท็กซ์ 2 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 19 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม คือ เส้นใย ชนิดสองส่วน ประกอบที่มีชั้นด้านนอกที่มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าแกนด้านใน ของเส้นใย 2 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 20 ที่ซึ่งชั้นด้านนอก คือ พอลิเอธิลีน และแกนด้านใน คือ พอลิเอสเทอร์ หรือพอลิโพรพิลีน 2 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ถึงข้อ 21 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งของผสมของเส้นใยดังกล่าว ยังประกอบด้วยเส้นใย สังเคราะห์ซึ่งไม่ได้รับการหลอมเหลวเพื่อหลอมรวมเข้าด้วย กัน 2 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 22 ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์ เพิ่มเติมมีขนาดน้อยกว่า 1.0 ดีเท็กซ์ 2 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 22 หรือข้อ 23 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยเพิ่มเติมเป็น 5 ถึง 20 % โดยน้ำหนักของ วัสดุ 2 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 2 หรือข้อ 4 หรือข้อถือ สิทธิที่ขึ้นอยู่กับข้อถือสิทธิเหล่านี้ข้อใด ข้อหนึ่ง ที่ ซึ่งเส้นใยหนังมีคามยาวน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร 2 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 25 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งชั้นด้านนอกของเส้นใยสังเคราะห์ เพิ่มเติมได้รับการ หลอมเหลวโดยการผ่านอากาศร้อนไปยังแผ่นบาง 2 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 26 ที่ซึ่งแผ่นบางได้รับการ ยึดไว้ระหว่างสายพานที่มีรูพรุนใน ระหว่างการผ่านอากาศร้อน ไปยังแผ่นบาง 2 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 27 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งพื้นผิวของแผ่นบางที่พันกันได้รับ การนำมาผ่านการให้ ความร้อนเพื่อหลอมเหลวเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมดังกล่าว ที่พื้นผิว ดังกล่าว 2 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 28 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งพื้นผิวของแผ่นบางที่พันกันได้รับ การขัดด้วยหนัง 3 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 28 ที่ซึ่งพื้นผิวของแผ่น บางที่พันกันได้รับการขัดด้วยหนังก่อนการ ให้ความร้อนดัง กล่าวกับพื้นผิวของแผ่นบาง 3 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 30 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแผ่นบางดังกล่าวที่แยกกันสองแผ่น ได้รับการรวมเป็น หน่วยเดียวกันบนด้านตรงกันข้ามของสิ่งทอเสริมแรงก่อนการพัน กัน 3 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 31 ที่ซึ่งเส้นใยพื้นฐานดัง กล่าวได้รับการพันกับสิ่งทอเสริมแรง 3 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 32 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแผ่นบาง (หรือแต่ละแผ่น) ได้รับการ ม้วนบนลูกกลิ้ง ม้วนหลังการก่อรูปโครงข่าย และแผ่นบางได้รับการดึงจากลูก กลิ้งม้วน ดังกล่าวเพื่อผ่านการพันกันดังกล่าว 3 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 33 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งส่วนที่ตัดกันซึ่งหลอมรวมกันของ โครงข่ายได้รับการทำ ให้แตกออกอย่างน้อยที่สุดบางส่วนโดยการพันกัน 3 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 31 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งโครงข่ายเปิดเป็นส่วนใหญ่ โดยวิธีนี้ส่วนของแข็งของ โครงข่ายจึงเป็นสัดส่วนรองของโครงสร้างของโครงข่าย 3 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 35 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งของผสมของเส้นใยดังกล่าวได้รับ การอัดหลังการหลอม เหลวเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม แต่ก่อนที่เส้นใยเหล่านี้จะ หลอมรวมเข้า ด้วยกัน และกลายเป็นของแข็งที่ส่วนซึ่งติดกัน 3 7. แผ่นวัสดุซึ่งก่อรูปโดยใช้วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 36 ข้อใดข้อหนึ่ง 3 8. แผ่นวัสดุซึ่งประกอบรวมด้วยโครงอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง โครงของเส้นใยที่พันกันซึ่งประกอบ รวมด้วยเส้นใยหนังพื้นฐาน ที่ซึ่งโครงสร้างลายโปร่งยื่นเข้าไปภายในโครงเพื่อให้ผ่าน ทะลุ โดยเส้นใยหนัง โดยโครงสร้างลายโปร่งดังกล่าวได้รับการ กำหนดโดยโครงข่ายของเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมซึ่งหลอม รวมเข้าด้วยกันที่ส่วนที่ตัดกันของเส้นใยเหล่านั้น และที่ ซึ่ง โครงข่ายเป็นสัดส่วนรองโดยน้ำหนักของแผ่นวัสดุ 3 9. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ที่ซึ่งเส้นใยหนังมี ความยาวสูงสุดของเส้นใย 6 มิลลิเมตร 4 0. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 หรือข้อ 39 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม 90 % มีความยาวสูง สุดของเส้นใย 10 มิลลิเมตร 4 1. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 40 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม ประกอบสร้างเป็น 10 % โดย น้ำหนักของแผ่นวัสดุ 4 2. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ที่ซึ่งเส้นใย สังเคราะห์เพิ่มเติมประกอบสร้างเป็น 5 % โดย น้ำหนักของแผ่น วัสดุ 4 3. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 42 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม คือ เส้นใยชนิดสอง ส่วนประกอบซึ่งมีชั้นด้านนอกที่มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าแกน ด้านในของ เส้นใย 4 4. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 43 ที่ซึ่งชั้นด้านนอก คือ พอลิเอธิลีน และแกนด้านใน คือ พอลิเอสเทอร์ หรือพอลิโพรพิลีน 4 5. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 44 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติม อยู่ในช่วง 1.7 ถึง 3.0 ดีเท็กซ์ 4 6. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 45 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งโครงดังกล่าวของเส้นใยที่พันกัน ยังประกอบด้วย เส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมที่ไม่ได้รับการหลอมเหลวเพื่อ หลอมรวมเข้าด้วยกัน 4 7. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 46 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมมีขนาด น้อยกว่า 1.0 ดีเท็กซ์ 4 8. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 46 หรือข้อ 47 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มเติมเป็น น้อยกว่า 20 % โดยน้ำหนักของแผ่นวัสดุ 4 9. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 48 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งเส้นใยหนังมีความยาวน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร 5 0. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 49 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่งโครงข่ายเปิดเป็นส่วนใหญ่ โดยวิธีนี้ส่วนของ แข็งของโครงข่ายจึงเป็นสัดส่วนรองของโครงสร้างของโครงข่าย 5
1. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 38 ถึงข้อ 50 ข้อใดข้อ หนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วยโครงดังกล่าว สองโครงที่รวมเป็น หน่วยเดียวกันบนด้านตรงกันข้ามของชั้นสิ่งทอ 5
2. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 51 ที่ซึ่งเส้นใยหนังดัง กล่าวผ่านทะลุชั้นสิ่งทอ 5
3. แผ่นวัสดุตามข้อถือสิทธิข้อ 51 หรือข้อ 52 และข้อถือ สิทธิข้อ 46 หรือข้อถือสิทธิที่ขึ้นอยู่กับ ข้อถือสิทธิ เหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งโครง (แต่ละโครง) มีสัดส่วน ของวัสดุสังเคราะห์ เพิ่มเติมดังกล่าวที่ติดกับชั้นเสริมแรง สูงกว่าที่พื้นผิวด้านนอกโครงนั้น
TH201004497A 2002-12-02 การก่อรูปแผ่นวัสดุโดยใช้การพันกันด้วยน้ำ TH57636B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH65148A true TH65148A (th) 2004-11-29
TH57636B TH57636B (th) 2017-09-21

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US20190276962A1 (en) Formation of sheet material using hydroentanglement
US6903034B1 (en) Hydroentanglement of continuous polymer filaments
US7390553B2 (en) Perforated laminate
DE69526817T2 (de) Vliesstoffprodukt mit durch Hitze entstandene Öffnungen und Verfahren zur Herstellung
JP3119283B2 (ja) 不織布ボンディング方法
JP2005511908A5 (th)
CA2567988A1 (en) Formation of leather sheet material using hydroentanglement
MXPA02006913A (es) Materiales no tejido compuesto con alta resistencia transversal, metodo para su produccion y su uso.
US4704172A (en) Method of producing composite non-distortable needlework canvas materials
NZ205681A (en) Non-woven fabric containing conjugate fibres fused with hot air
EP1360357B2 (en) Hydroentanglement of continuous polymer filaments
CN1882742B (zh) 工业织物
TH65148A (th) การก่อรูปแผ่นวัสดุโดยใช้การพันกันด้วยน้ำ
TH57636B (th) การก่อรูปแผ่นวัสดุโดยใช้การพันกันด้วยน้ำ
JPS6034678A (ja) 防水膜及びその製造方法
KR100405319B1 (ko) 섬유삼출이 없는 3층 구조의 패딩과 그 제조방법
JP2004136684A (ja) 複合ウェブの製造方法
JP4298589B2 (ja) 管の内外面保護層用不織布
KR102694718B1 (ko) 수직배수재 제조용 부직포 접철 장치
JP2020105656A (ja) 複合型不織布とその製造方法
JP2013249619A (ja) 建築部材用複合シートおよび建築部材
JPS6186244A (ja) ガラス繊維不織布入り装飾シ−ト用芯材の製造方法
JPH09123317A (ja) 断熱性複合体及びこの製造方法
JP2004523679A (ja) アスファルトルーフィング被覆用の耐火特性を備えた複合支持体
JP2006051729A (ja) パレット用プラスチック成型体の製造方法