TH52102B - วิธีควบคุมการเกิดและสะสมตัวของตะกรันในระบบแอคเค?วียส - Google Patents
วิธีควบคุมการเกิดและสะสมตัวของตะกรันในระบบแอคเค?วียสInfo
- Publication number
- TH52102B TH52102B TH0201000834A TH0201000834A TH52102B TH 52102 B TH52102 B TH 52102B TH 0201000834 A TH0201000834 A TH 0201000834A TH 0201000834 A TH0201000834 A TH 0201000834A TH 52102 B TH52102 B TH 52102B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- approximately
- range
- water
- mixture
- method under
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 โพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำชนิดใหม่ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการยับยั้ง การเกิด และสะสมตัวของส่วนที่ เป็นหมู่ที่ทำให้เกิดตะกรันในระบบแอคเควียส ซึ่งประกอบรวม ด้วย หน่วยย่อยที่ซ้ำกัน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตามสูตรที่ I: (สูตรเคมี) เมื่อ E เป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกันที่เหลือหลังจากการเกิดโพ ลิเมอร์ของสารประกอบชนิดไม่อิ่มตัว แบบเอธิลีน; ที่ควรใช้ คือ กรดคาร์บอกซิลิก กรดซัลโฟนิก กรดฟอสโฟนิก หรือรูปของเอไมด์ของ สารเหล่านี้ หรือของผสมของสารเหล่านี้ R1 คือ H หรือแอลคิลขนาดเล็ก(C1-C4) G คือ -CH2- หรือ -CHCH3-; R2 เป็น -(-CH2-CH2-O-)-n หรือ -(-CH2-CHCH3-O-)-m ซึ่ง n และ m อยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึง 100, ที่ควรใช้ คือ n มากกว่า 10 และ m อยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึง 20X เป็นอนุมูล แอนไอออนที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย SO3, PO3 หรือ COO;Z เป็น H หรือไฮโดรเจน หรือส่วนที่ เป็นหมู่แคทไอออนที่ ละลายน้ำใด ๆ ซึ่งถ่วงดุลวาเลนซ์ของอนุมูลแอนไอออน X ซึ่ง รวมถึงแต่ไม่ จำกัดแค่เพียง Na,K,Ca, หรือ NH4 F เมื่อมีอยู่ จะเป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกัน ซึ่งมีโครงสร้างตามสูตรที่ II: (สูตรเคมี) ซึ่ง X และ Z เหมือนกันกับในสูตรที่ I R4 เป็น H หรือแอลคิล ขนาดเล็ก (C1-C4) R5 เป็นแอลคิล หรือ แอลคิลีนที่มีคาร์บอน จากประมาณ 1 ถึง 6 อะตอม ซึ่งถูกแทนที่ด้วยไฮดรอกซี โพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำชนิดใหม่ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการยับยั้ง การเกิด และสะสมตัวของส่วนที่ เป็นหมู่ที่ทำให้เกิดตะกรันในระบบแอคเควียส ซึ่งประกอบรวม ด้วย หน่วยย่อยที่ซ้ำกัน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตามสูตรที่ I: (สูตรเคมี) เมื่อ E เป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกันที่เหลือหลังจากการเกิดโพ ลิเมอร์ของสารประกอบชนิดไม่อิ่มตัว แบบเอธิลีน; ที่ควรใช้ คือ กรดคาร์บอกซิลิก กรดซัลโฟนิก กรดฟอสโฟนิก หรือรูปของเอไมด์ของ สารเหล่านี้ หรือของผสมของสารเหล่านี้ R1 คือ H หรือแอลคิลขนาดเล็ก (C1-C4) G หรือ -CH2- หรือ -CHCH3-; R2 เป็น -(-CH2-CH2-O-)-n หรือ -(-CH2-CHCH3-O-)-m ซึ่ง n และ m อยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึง 100, ที่ควรใช้ คือ n มากกว่า 10 และm อยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึง 20X เป็นอนุมูล แอนไอออนที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย SO3, PO3 หรือ COO;Z เป็น H หรือไฮโดรเจน หรือส่วนที่ เป็นหมู่แคทไอออนที่ ละลายน้ำใด ๆ ซึ่งถ่วงดุลวาเลนซ์ของอนุมูลแอนไอออน X ซึ่ง รวมถึงแต่ไม่ จำกัดแค่เพียง Na,K,Ca, หรือ NH4 F เมื่อมีอยู่ จะเป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกัน ซึ่งมีโครงสร้างตามสูตรที่ II: (สูตรเคมี) ซึ่ง X และ Z เหมือนกันกับในสูตรที่ I R4 เป็น H หรือแอลคิล ขนาดเล็ก (C1-C4)R5 เป็นแอลคิล หรือ แอลคิลีนที่มีคาร์บอน จากประมาณ 1 ถึง 6 อะตอม ซึ่งถูกแทนที่ด้วยไฮดรอกซี
Claims (66)
1.สารผสม ซึ่งประกอบรวมด้วยโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำตามสูตร นี้: (สูตรเคมี) เมื่อ E เป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกันที่เหลือหลังจากการเกิดโพ ลิเมอร์ของสารประกอบชนิดไม่อิ่มตัวแบบ เอธิลีน; R1 คือ H หรือแอลคิลขนาดเล็ก (C1-C4);G หรือ -CH2- หรือ -CHCH3-; R3 เป็น -(-CH2-CH2-O-)-n หรือ -(-CH2-CHCH3-O-)-m ซึ่ง n และ m อยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึง 100;X เป็น SO3, PO3 หรือ COO;Z เป็น H หรือไฮโดรเจน หรือส่วนที่เป็นหมู่แคทไอออนที่ ละลายน้ำ;F เป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกัน ตามสูตรนี้ (สูตรเคมี) เมื่อ R4 เป็น H หรือแอลคิลขนาดเล็ก (C1-C4),R5 เป็นแอลคิล หรือแอลคิลีนที่มีคาร์บอนจากประมาณ 1 ถึง 6 อะตอม ซึ่งถูก แทนที่ด้วยไฮดรอกซี; c และ d เป็นเลขจำนวนเต็มที่เป็นบวก และ e เป็นเลข จำนวนเต็มที่ไม่เป็นลบ
2.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารประกอบชนิดไม่อิ่มตัว แบบเอธิลีนดังกล่าวเป็นสาร หนึ่งชนิด หรือมากกว่าจาก : กรด คาร์บอกซิลิก, กรดซัลโฟนิก, กรดฟอสโฟนิกหรือรูปของเอไมด์ ของ สารเหล่านี้ หรือของผสมของสารเหล่านี้
3.โพลิเมอร์ตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งสารประกอบชนิดไม่อิ่ม ตัวแบบเอธิลีนดังกล่าวเป็นสาร หนึ่งชนิด หรือมากกว่าจาก ; กรดอะครีลิก กรดเมธาครีลิก อะครีลาไมด์ เมธาครีลาไมด์ N-เมธิล อะครีลาไมด์ N,N-ไดเมธิลอะครีลาไมด์ N-ไอโซ โพรพิลอะครีลาไมด์ กรดมาเลอิก หรือมาเลอิก แอนไฮไดรด์ กรดฟู มาริก กรดไอทาโคนิก กรดสไตรีนซัลโฟนิก กรดไวนิลซัลโฟนิก กรดไอโซ โพรพีนิลฟอสโฟนิก กรดไวนิลฟอสโฟนิก กรดไวนิลลิ ดีนได-ฟอสโฟนิก กรด2-อะครีลามิโด-2- เมธิลโพรเพนซัลโฟนิก หรือของผสมของสารเหล่านี้
4.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งส่วนที่เป็นหมู่แคทไอออน ที่ละลายน้ำได้ดังกล่าวเลือก มาจากกลุ่มของ Na, K, Ca หรือ NH4
5.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจาก 1,000-1,000,000
6.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง ประมาณ 50,000
7.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,500 ถึง 25,000
8.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสัดส่วนของ c:d:e อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 20:10:1 ถึง 1:1:20
9.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง e เป็นศูนย์และสัดส่วน ของ c:d อยู่ในช่วงจากประมาณ 30:1 ถึงประมาณ 1:20
10.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง n มีค่ามากกว่า 10
11.สารผสม ซึ่งประกอบรวมด้วยโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือ การกระจายตัวได้ในน้ำตามสูตร นี้; (สูตรเคมี) เมื่อ n อยู่ในช่วงจากประมาณ 1-100,Z เป็นไฮโดรเจน หรือแคท ไอออนที่ละลายน้ำได้
12.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งแคทไอออนที่ละลายน้ำได้ ดังกล่าวถูกเลือกมาจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย Na, K, Ca หรือ NH4 หรือของผสมของสารเหล่านี้
13.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งสัดส่วนของ c:d อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 30:1 ถึง ประมาณ 1:20
14.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 1,000,000
15.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 50,000
16.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,500 ถึง 25,000
17.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่ง n มีค่ามากกว่า 10
18.สารผสม ซึ่งประกอบรวมด้วยโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำตามสูตร นี้; (สูตรเคมี) เมื่อ n อยู่ในช่วงจากประมาณ 1-100 และ Z เป็นไฮโดรเจน หรือแคทไอออนที่ละลายน้ำได้
19.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งแคทไอออนที่ละลายน้ำได้ ดังกล่าวถูกเลือกมาจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย Na, K, Ca หรือ NH4 หรือของผสมของสารเหล่านี้
20.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งสัดส่วนของ c:d:e อยู่ ในช่วงจากประมาณ 20:10:1 ถึง 1:1:20
21.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 1,000,000
22.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 50,000
23.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 25,000
24.สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่ง n มีค่ามากกว่า 10
25.วิธีการยับยั้งการเกิด และสะสมตัวของสปีชี่ส์ที่ทำให้ เกิดตะกรันบนพื้นผิวที่สัมผัสกับ ระบบแอคเควียส ซึ่งประกอบ รวมด้วยการเติมโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ใน น้ำตาม สูตรข้างล่างนี้ในปริมาณที่ใช้ได้ผลลงในระบบแอคเค วียสดังกล่าว (สูตรเคมี) เมื่อ E เป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกันที่เหลือหลังจากการเกิดโพ ลิเมอร์ของสารประกอบชนิดไม่อิ่มตัวแบบ เอธิลีน; R1 คือ H หรือแอลคิลขนาดเล็ก (C1-C4);G หรือ -CH2- หรือ -CHCH3-; R2 เป็น -(-CH2-CH2-O-)-n หรือ -(-CH2-CHCH3-O-)-m ซึ่ง n และ m อยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึง 100;X เป็น SO3, PO3 หรือ COO;Z เป็น H หรือไฮโดรเจน หรือส่วนที่เป็นหมู่แคทไอออนที่ ละลายน้ำ;F เป็นหน่วยย่อยที่ซ้ำกัน ตามสูตรนี้ (สูตรเคมี) เมื่อ R4 เป็น H หรือแอลคิลขนาดเล็ก (C1-C4),R5 เป็นแอลคิล หรือแอลคิลีนที่มีคาร์บอนจากประมาณ 1 ถึง 6 อะตอม ซึ่งถูก แทนที่ด้วยไฮดรอกซี; c และ d เป็นเลขจำนวนเต็มที่เป็นบวก และ e เป็นเลข จำนวนเต็มที่ไม่เป็นลบ
26.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งสารประกอบชนิดไม่อิ่ม ตัวแบบเอธิลีนดังกล่าวเป็นสารหนึ่ง ชนิด หรือมากกว่าจาก : กรดคาร์บอกซิลิก, กรดซัลโฟนิก, กรดฟอสโฟนิก หรือรูปของ เอไมด์ของสาร เหล่านี้ หรือของผสมของสารเหล่านี้
27.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 26 ซึ่งสารประกอบชนิดไม่อิ่มตัว แบบเอธิลีนดังกล่าวเป็นสารหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่าจาก ; กรดอะครีลิก กรดเมธาครีลิก อะครีลาไมด์ เมธาครีลาไมด์ N-เมธิล อะครีลาไมด์ N,N-ไดเมธิลอะครีลาไมด์ N-ไอโซ โพรพิลอะครีลาไมด์ กรดมาเลอิก หรือมาเลอิก แอนไฮไดรด์ กรดฟู มาริก กรดไอทาโคนิก กรดสไตรีนซัลโฟนิก กรดไวนิลซัลโฟนิก กรดไอโซ โพรพีนิลฟอสโฟนิก กรดไวนิลฟอสโฟนิก กรดไวนิลลิ ดีนได-ฟอสโฟนิก กรด2-อะครีลามิโด-2- เมธิลโพรเพนซัลโฟนิก หรือของผสมของสารเหล่านี้
28.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งส่วนที่เป็นหมู่แคทไอออน ที่ละลายน้ำได้ดังกล่าวเลือกมาจาก กลุ่มของ Na, K, Ca หรือ NH4
29.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งมีมวลโมเกกุล Mw อยู่ใน ช่วงจาก 1,000-1,000,000
30.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง ประมาณ 50,000
31.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,500 ถึง 25,000
32.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งสัดส่วนของ c:d:e อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 20:10:1 ถึง 1:1:20
33.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่ง e เป็นศูนย์และสัดส่วน ของ c:d อยู่ในช่วงจากประมาณ 30:1 ถึงประมาณ 1:20
34.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่ง n มีค่ามากกว่า 10
35.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ดัง กล่าวลงในระบบแอคเควียสดังกล่าวใน ปริมาณจากประมาณ 0.1ส่วน ในล้านส่วนถึงประมาณ 500 ส่วนในล้านส่วน
36.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ดัง กล่าวลงในระบบแอคเควียสดังกล่าวใน ปริมาณจากประมาณ 1 ส่วนใน ล้านส่วนถึงประมาณ 100 ส่วนในล้านส่วน
37.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบผลิตไอน้ำ
38.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบน้ำหล่อเย็น
39.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบฟอกล้างก๊าซ
40.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งการเติมโพลิเมอร์ที่ละลาย น้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำ ดังกล่าวร่วมกับสารท้อปปิ้ง อย่างน้อยหนึ่งชนิด หรือมากกว่า
41.วิธีการยับยั้งการเกิด และสะสมตัวของสปีชี่ส์ที่ทำให้ เกิดตะกรันบนพื้นผิวที่สัมผัสกับ ระบบแอคเควียส ซึ่งประกอบ รวมด้วยการเติมโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ใน น้ำตาม สูตรข้างล่างนี้ในปริมาณที่ใช้ได้ผลลงในระบบแอคเค วียสดังกล่าว (สูตรเคมี) เมื่อ n อยู่ในช่วงจากประมาณ 1-100,Z เป็นไฮโดรเจน หรือแคท ไอออนที่ละลายน้ำได้
42.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งแคทไอออนที่ละลายน้ำได้ดัง กล่าวเลือกมาจากกลุ่ม ซึ่ง ประกอบด้วย Na, K, Ca หรือ NH4 หรือของผสมของสารเหล่านี้
43.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งสัดส่วนของ c:d อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 30:1 ถึงประมาณ 1:20
44.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ในช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 1,000,000
45.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 50,000
46.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 25,000
47.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่ง n มีค่ามากกว่า 10
48.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ดัง กล่าวลงในระบบแอคเควียสดังกล่าวใน ปริมาณจากประมาณ 0.1 ส่วน ในล้านส่วนถึงประมาณ 500 ส่วนในล้านส่วน
49.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ดัง กล่าวลงในระบบแอคเควียสดังกล่าวใน ปริมาณจากประมาณ 1 ส่วนใน ล้านส่วนถึงประมาณ 100 ส่วนในล้านส่วน
50.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบผลิตไอน้ำ
51.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบน้ำหล่อเย็น
52.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบฟอกล้างก๊าซ
53.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งการเติมโพลิเมอร์ที่ละลาย น้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำ ดังกล่าวร่วมกับสารท้อปปิ้ง อย่างน้อยหนึ่งชนิด หรือมากกว่า
54.วิธีการยับยั้งการเกิด และสะสมตัวของสปีชี่ส์ที่ทำให้ เกิดตะกรันบนพื้นผิวที่สัมผัสกับ ระบบแอคเควียส ซึ่งประกอบ รวมด้วยการเติมโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ใน น้ำตาม สูตรข้างล่างนี้ในปริมาณที่ใช้ได้ผลลงในระบบแอคเค วียสดังกล่าว (สูตรเคมี) เมื่อ n อยู่ในช่วงจากประมาณ 1-100 และ Z เป็นไฮโดรเจน หรือแคทไอออนที่ละลายน้ำได้
55.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งแคทไอออนที่ละลายน้ำได้ ดังกล่าวถูกเลือกมาจากกลุ่ม ซึ่ง ประกอบด้วย Na, K, Ca หรือ NH4 หรือของผสมของสารเหล่านี้
56.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งสัดส่วนของ c:d:e อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 20:10:1 ถึง 1:1:20
57.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ดัง กล่าวลงในระบบแอคเควียสดังกล่าวใน ปริมาณจากประมาณ 0.1 ส่วน ในล้านส่วนถึงประมาณ 500 ส่วนในล้านส่วน
58.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ดัง กล่าวลงในระบบแอคเควียสดังกล่าวใน ปริมาณจากประมาณ 1ส่วนใน ล้านส่วนถึงประมาณ 100 ส่วนในล้านส่วน
59.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบผลิตไอน้ำ
60.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบน้ำหล่อเย็น
61.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งระบบแอคเควียสดังกล่าว คือ ระบบฟอกล้างก๊าซ
62.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 1,000,000
63.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 50,000
64.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีมวลโมเลกุล Mw อยู่ใน ช่วงจากประมาณ 1,000 ถึง 25,000
65.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่ง n มีค่ามากกว่า 10
66.วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งมีการเติมโพลิเมอร์ที่ ละลายน้ำได้ หรือกระจายตัวได้ในน้ำ ดังกล่าวร่วมกับสารท้อป ปิ้งอย่างน้อยหนึ่งชนิด หรือมากกว่า
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH59467A TH59467A (th) | 2003-11-18 |
| TH52102B true TH52102B (th) | 2016-10-28 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CA2440435A1 (en) | Method for controlling scale formation and deposition in aqueous systems | |
| US3709815A (en) | Boiler water treatment | |
| US4818506A (en) | Gypsum scale inhibitors for flue gas desulfurization systems | |
| KR0181012B1 (ko) | 저분자량 모노알킬포스피네이트 및 포스포네이트 공중합체 | |
| CN103347600B (zh) | 低分子量含磷聚丙烯酸及其在输水体系中作为水垢抑制剂的用途 | |
| MA22917A1 (fr) | Copolymeres greffes de monomeres insatures et de sucres, procede pour leur production et leur utilisation. | |
| US4499002A (en) | Scale inhibiting copolymer | |
| EP0267597A2 (en) | Calcium phosphonate scale inhibition | |
| JP2021526453A (ja) | 酸グラフトeo−poコポリマーを使用した、シリカスケール阻害の方法 | |
| CA2876851C (en) | Method of controlling scale in steam generating systems | |
| BRPI1003018A2 (pt) | método para inibir a corrosão de metal em contato com um sistema aquoso e/ou a inibição da formação de incrustação no sistema aquoso | |
| TH59467A (th) | วิธีควบคุมการเกิดและสะสมตัวของตะกรันในระบบแอคเค?วียส | |
| US4913880A (en) | Novel amine-containing copolymers and their use | |
| EP1976805B1 (en) | Improved biodegradability of antiscalant formulations | |
| US4566974A (en) | Method of inhibiting scale with copolymer | |
| JPS5959298A (ja) | スケ−ルを抑制するための組成物及びその方法 | |
| CN103890022B (zh) | 异戊二烯醇、单烯属不饱和一元羧酸和磺酸的共聚物及其生产方法和用途 | |
| JP3018421B2 (ja) | スケール防止用水処理剤 | |
| JP3252314B2 (ja) | スケール阻害方法 | |
| KR940021439A (ko) | 자외선 반응성 중합체를 부가하는 것을 포함하는 수계의 처리방법 | |
| AU634674B2 (en) | Water-soluble allyphosphonate copolymers | |
| CN100389137C (zh) | 一种丁烯二酸聚合物的制备方法 | |
| BR112014000457B1 (pt) | processo para preparar copolímeros de ácido maleico-isoprenol, copolímero de ácido maleico-isoprenol, e, uso de um copolímero de ácido maleico-isoprenol | |
| CN1194912C (zh) | 一种低膦聚合分散阻垢缓蚀剂 | |
| BRPI0414418A (pt) | dispersão aquosa, processo para a preparação da mesma, uso de uma dispersão aquosa, processo para o tratamento de substratos fibrosos, substrato fibroso, uso do mesmo, copolìmero, uso do mesmo, e, processo para a impregnação de substratos em forma de folha |