TH3816B - วิธีการทำส่วนประกอบเซรามิคที่ขึ้นรูปโดยการใช้ส่วนขวางกั้น - Google Patents

วิธีการทำส่วนประกอบเซรามิคที่ขึ้นรูปโดยการใช้ส่วนขวางกั้น

Info

Publication number
TH3816B
TH3816B TH8701000259A TH8701000259A TH3816B TH 3816 B TH3816 B TH 3816B TH 8701000259 A TH8701000259 A TH 8701000259A TH 8701000259 A TH8701000259 A TH 8701000259A TH 3816 B TH3816 B TH 3816B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
oxidant
metal
barrier
oxidation
parent metal
Prior art date
Application number
TH8701000259A
Other languages
English (en)
Other versions
TH4465A (th
Inventor
ซี แคนท์เนอร์ นายโรเบิร์ต
เอส นิวเคิร์ค นายมาร์ค
Original Assignee
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า filed Critical นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Publication of TH4465A publication Critical patent/TH4465A/th
Publication of TH3816B publication Critical patent/TH3816B/th

Links

Abstract

สิ่งประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการผลิตชิ้นเซรามิคที่มีการคงรูปโดยตัวของมันเองโดยการออกซิเดชั่นของแพเรนท์เมทัล เกิดเป็นวัสดุเซรามิคโพลีคริสตัลไลน์ที่ประกอบด้วยส่วน สำคัญที่เป็นผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของแพเรนท์เมทัล ดังกล่วกับออกซิเดนท์ ที่เป็นออกซิเดนท์ชนิดไอและในอีกทาง หนึ่งเป็นองค์ประกอบโลหะหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น วิธีการ ประกอบด้วยขั้นตอนของการให้มีอย่างน้อยที่สุดส่วนของแพเ รนท์ เมทัลดังกล่าวกับส่วนขวางกั้นที่อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่ง วางห่างจากแพเรนท์เมทัลดังกล่าวสำหรับทำให้อย่างน้อยที่สุด ผิวหน้าด้านหนึ่งของชิ้นเซรามิค ให้ความร้อนแก่แพเ รนท์เมทัลดังกล่าวที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดหลอมเหลวของมันแต่ ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเพื่อ ทำให้เกิดเป็นชิ้นโลหะหลอมเหลว ที่อุณหภูมินั้นโลหะหลอมจะ ทำปฏิกิริยากับออกซิเดนท์เพื่อให้เกิดเป็นผลิตผลจาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น อย่างน้อยที่สุดส่วนของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นยัง คงสภาพสัมผัสและอยู่ระหว่างโลหะหลอมและออกซิเดนท์เพื่อ เคลื่อนโลหะหลอมผ่านผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นไปยัง ส่วนขวางกั้นและเข้าสัมผัสกับออกซิเดนท์เพื่อให้ผลิตผลจาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นยังคงเกิดต่อไปอย่างต่อเนื่องระหว่าง ผิวหน้าระหว่างออกซิเดนท์และผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ที่เกิดขึ้นก่อนหรือปล่อยให้โลหะกระจายทั่วตลอดวัสดุโพลีค ริสตัลไลน์ ปฏิกิริยานี้ยังคงดำเนินไปจนถึงส่วนขวางกั้นเพื่อผลิตได้ ชิ้นเซรามิคที่มีผิวหน้าที่ตั้งขึ้นโดยส่วนขวางกั้น ส่วน ประกอบได้ถูกทำขึ้นโดยการวางซ้อนส่วนขวางกั้นบนวัสดุฟิล เลอร์เช่นชิ้นโครงหลัก และแทรกซึมฟิลเลอร์ดังกล่าวด้วยบแมท ริกซ์โพลีคริสตัลไลน์เซรามิคที่พอกพูนอยู่ที่ส่วนขวางกั้น นั้น

Claims (6)

1. วิธีการผลิตชิ้นเซรามิคที่มีการคงรูปโดยตัวของมันเองโดยการออกซิเดชั่นของแพเรนท์เมทัลเพื่อทำให้เกิดวัสดุโพลีค ริสตัลไลน์ซึ่งประกอบด้วยผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของ แพเรนท์เมทัลดังกล่าวกับอย่างน้อยที่สุดออกซิแดนท์ชนิด หนึ่งซึ่งรวมถึงออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็นไอ วิธีการดังกล่าว ประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) กำหนดให้อย่างน้อยที่สุดส่วน หนึ่งของแพเรนท์ เมทัลดังกล่าวมีส่วนขวางกั้นซึ่งอย่างน้อยที่สุดบางส่วนวาง ห่างจากแพเรนท์เมทัลดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดอย่างน้อยที่สุด เป็นผิวหน้าด้านหนึ่งของชิ้นเซรามิค (b) ให้ความร้อนแก่แพเ รนท์เมทัลดังกล่าวจนมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดหลอมเหลวของมันแต่ ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเพื่อ ทำให้เกิดชิ้นแพเรนท์เมทัลหลอม (c) ทำปฏิกิริยาแพเ รนท์เมทัลหลอมดังกล่าวที่อุณหภูมิดังกล่าวกับออกซิแดนท์ดัง กล่าวเพื่อทำให้ ได้ผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว (d) คงสภาพอย่าง น้อยที่สุดส่วนหนึ่งของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดัง กล่าวให้สัมผัสและอยู่ระหว่างแพเรนท์เมทัลหลอมดังกล่าวกับ ออกซิแดนท์ดังกล่าว เคลื่อนที่แพเรนท์เมทัลหลอมผ่านผลิตผล จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นไปยังส่วนขวางกั้นดังกล่าวและเข้า ไปสัมผัสกับออกซิแดนท์ดังกล่าวเพื่อให้ผลผลิตจากปฏิกิริยา ออกซิเดชั่นที่เกิดให้มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องที่รอยต่อ ระหว่างออกซิ แดนท์และผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่เกิดขึ้นก่อนแล้ว และ (e) ทำปฏิกิริยาดังกล่าวต่อไปจนผลิตผลจากปฏิกิริยาออก ซิเดชั่นดังกล่าวสัมผัสกับส่วนขวางกั้นดังกล่าวเพื่อผลิต ชั้นเซรามิคดังกล่าวที่มีผิวหน้าดังกล่าวที่เกิดขึ้นจาก ส่วนขวางกั้นดังกล่าว 2. วิธีการผลิตโครงสร้างส่วนประกอบเซรามิคที่มีการคงรูปโดย ตัวของมันเองที่ประกอบด้วยมวลของวัสดุฟิลเลอร์ที่ถูกแทรก ซึมโดยเซรามิคที่ได้จากการออกซิเดชั่นของแพเรนท์เมทัลเพื่อ ทำให้เกิดเป็นวัสดุโพลีคริสตัลไลน์ วัสดุโพลีคริสตัลไลน์ ดังกล่าวประกอบด้วยผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของแพเ รนท์เมทัลดังกล่าวกับอย่างน้อยที่สุดออกซิแดนท์ชนิดหนึ่ง ซึ่งรวมถึงออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็นไอ วิธีการดังกล่าว ประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) ให้ความร้อนแก่แพเรนท์เมทัลดังกล่าวจนถึงอุณหภูมิสูง กว่าจุดหลอมเหลวของมันแต่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของมันแต่ต่ำ กว่าจุดหลอมเหลวของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเพื่อทำ ให้เกิดขึ้นแพเรนท์เมทัลหลอม (b) สัมผัสกับบริเวณของมวลของ วัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวด้วยชิ้นแพเรนท์เมทัลดังกล่าว มวลของ วัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวจะมีอย่างน้อยที่สุดผิวหน้าหนึ่งที่ ถูกกำหนดขอบ เขตด้วยส่วนขวางกั้นที่อย่างน้อยที่สุดบางส่วนจะวางห่างจาก บริเวณสัมผัสดังกล่าวเพื่อให้เกิดผลิตผลจากปฏิกิริยาออก ซิเดชั่นดังกล่าวสามารถจะเกิดได้ภายในมวลของวัสดุฟิลเลอร์ ดังกล่าวและในทิศทางที่ตรงไปยังส่วนขวางกั้นดังกล่าว สามารถจะเกิดได้ภายในมวลของวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวและในทิศ ทางที่ตรงไปยังส่วนขวางกั้นดังกล่าว (c) ทำปฏิกิริยาแพเ รนท์เมทัลดังกล่าวที่อุณหภูมิดังกล่าวกับออกซิแดนท์ดัง กล่าวเพื่อทำให้ เกิดผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว (d) คงสภาพ อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ดังกล่าวให้สัมผัสและอยู่ระหว่างแพเรนท์เมทัลหลอมดังกล่าว กับออกซิแดนท์ดังกล่าวเคลื่อนที่แพเรนท์เมทัลหลอมต่อไปโดย ผ่านผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นไปยังออกซิแดนท์เพื่อให้ ผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่เกิดใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อ เนื่องที่รอยต่อระหว่างออกซิแดนท์ดังกล่าวและผลิตผลจาก ปฏิกิริยาออกซิ เดชั่นที่เกิดขึ้นก่อนแล้วซึ่งได้แทรกซึมมวลของวัสดุฟิล เลอร์ดังกล่าวไว้แล้วและ (e) ทำปฏิกิริยาดังกล่าวต่อไปจน ผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าวสัมผัสกับส่วนขวาง กั้นดังกล่าวเพื่อผลิตโครงสร้างส่วนประกอบเซรามิคดังกล่าว ที่มีผิวหน้าดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากส่วนขวางกั้นดังกล่าว 3. วิธีการผลิตชิ้นส่วนประกอบเซรามิคที่มีรูปร่างที่ต้อง การ ประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดชิ้นโครงหลักที่มีการคงรูป โดยตัวของมันเองชิ้นหนึ่งซึ่งถูกแทรกซึมด้วยเซรามิคแมท ริกซ์ที่ได้จากการออกซิเดชั่นของแพเรนท์เมทัลเพื่อทำให้ เกิดวัสดุโพลีคริสตัลไลน์ วัสดุโพลีคริสตัลไลน์ดังกล่าว ประกอบด้วยผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของแพเรนท์เมทัล ดังกล่าวกับอย่างน้อยที่สุดออกซิแดนท์ชนิดหนึ่งซึ่งรวมถึง ออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็น ไอ วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) ให้ความร้อน แก่แพเรนท์เมทัลดังกล่าวจนมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดหลอมเหลวของ มันแต่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เพื่อทำให้เกิดขึ้นแพเรนท์เมทัลหลอม (b) กำหนดให้อย่างน้อย ที่สุดชิ้นโครงหลักที่มีการคงรูปโดยตัวของมันเองและมีรูป ร่างแล้วอย่างน้อยที่สุดชิ้นหนึ่งมีอย่างน้อยที่สุดผิวหน้า หนึ่งที่ถูกกำหนดขอบเขตด้วยส่วนขวางกั้น อย่างน้อยที่สุด ชิ้น โครงหลักชิ้นหนึ่งดังกล่าวจะยอมให้เกิดการแทรกซึมได้ด้วยผล ผลิตของปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว (c) สัมผัสบริเวณของ อย่างน้อยที่สุดชิ้นโครงหลักชิ้นหนึ่งดังกล่าวด้วยชิ้นแพเ รนท์เมทัลหลอมดังกล่าวที่ผิวหน้าดังกล่าวของอย่างน้อยที่ สุดชิ้นโครงหลักชิ้นหนึ่งดังกล่าวซึ่งวางห่างจากบริเวณ สัมผัสดังกล่าวเพื่อให้การเกิดผลิตผลจากปฏิกิริยาออก ซิเดชั่นดังกล่าวสามารถจะเกิดได้ภายในอย่างน้อยที่สุดชิ้น โครงหลักชิ้นหนึ่งดังกล่าวและในทิศทางที่ตรงไปยังผิวหน้า ดังกล่าว (d) ทำปฏิกิริยาแพเรนท์เมทัลหลอมดังกล่าวที่ อุณหภูมิดังกล่าวกับออกซิแดนท์ดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดผลิต ผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว (e) คงสภาพอย่างน้อยที่ สุดส่วนหนึ่งของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าวให้ สัมผัสและอยู่ระหว่างแพเรนท์เมทัลหลอมดังกล่าวกับออกซิ แดนท์ดังกล่าวเคลื่อนที่แพเรนท์เมทัลหลอมต่อไปโดยผ่านผลิต ผลจากปฏิกิริยาออกซิ เดชั่นดังกล่าวไปยังออกซิแดนท์เพื่อให้ผลิตผลจากปฏิกิริยา ออกซิเดชั่นที่เกิดใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องที่รอยต่อ ระหว่างออกซิแดนท์ดังกล่าวและผลิตผลจากปฏิกิริยาออก ซิเดชั่นที่เกิดขึ้นก่อนแล้วซึ่งได้แทรกซึมอย่างน้อยที่สุด ชิ้นโครงหลักชิ้นหนึ่งดังกล่าวแล้วและ (f) ทำปฏิกิริยาดัง กล่าวต่อไปจนผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าวแทรกซึม อย่างน้อยที่สุดชิ้นโครงหลักชิ้นหนึ่งดังกล่าว และสัมผัสกับส่วนขวางกั้นดังกล่าวเพื่อผลิตชิ้นส่วนประกอบ เซรามิคดังกล่าวและมีทรวดทรงของอย่างน้อยที่สุดชิ้นโครง หลักชิ้นหนึ่งดังกล่าวและผิวหน้าดังกล่าวที่เกิดขึ้นจาก ส่วนขวางกั้นดังกล่าว 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่งที่ ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวไม่สามารถทำให้เปียกด้วยแพเ รนท์เมทัลหลอมดังกล่าว 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่งที่ ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวจะทำปฏิกิริยากับแพเรนท์เมทัลหลอม ดังกล่าวในการสัมผัสกับแพเรนท์เมทัลหลอมดังกล่าวเพื่อให้ เกิดเป็นอย่างน้อยที่สุดผลิตผลของปฏิกิริยาชนิดหนึ่งซึ่งจะ ขัดขวางการเคลื่อนที่ของแพเรนท์เมทัลหลอมดังกล่าวผ่านผลิต ผลของปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่งที่ ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดชนิด หนึ่งที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยแคลเซียมซัลเฟต แคลเซียมซิลิเกต ฟอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ไตรแคลเซียมฟอสเฟตและ ของผสมของสารเหล่านี้ 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 6 ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดัง กล่าวยังประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดวัสดุระเหยได้หนึ่งชนิด ซึ่งจะระเหยเมื่อมีการให้ความร้อนและที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า จุดหลอมเหลวของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว เพื่อจะช่วยให้ส่วนขวางกั้นดังกล่าวยอมให้เกิดการซึมผ่าน ได้ของออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็นไอดังกล่าว 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 6 ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดัง กล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดวัสดุฟิลเลอร์หนึ่งชนิด 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 8 ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดัง กล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดวัสดุฟิลเลอร์ในรูปผง ละเอียดหนึ่งชนิดผสมกับส่วนขวางกั้นดังกล่าว วัสดุฟิลเลอร์ ในรูปผงละเอียดดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีสัมประสิทธิการขยายตัว เท่ากับของวัสดุฟิลเลอร์หรือชิ้นโครงหลักที่ฝังตัวอยู่ภาย ในเซรามิคแมทริกซ์ 1 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 8 ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดัง กล่าวประกอบด้วยวัสดุฟิลเลอร์ที่ประกอบด้วยอะลูมินา 1 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวประกอบด้วยแคลเซียมซัลเฟตและ อย่างน้อยที่สุดวัสดุชนิดหนึ่งที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยซิลิกาและแคลเซียมคาร์บอเนต 1 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแพเรนท์เมทัลดังกล่าวประกอบด้วยอะลูมินัม 1 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุด หนึ่งชนิดของเหล็กกล้าหรือเซรามิคพับ 1 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแพเรนท์เมทัลดังกล่าวประกอบด้วยโลหะที่เลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอดด้วยซิลิคอน ไทเทเนียม ดีบุก เซอร์โคเนียม และฮาฟเนียม 1 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่งที่ ซึ่งออกซิแดนท์ดังกล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดวัสดุชนิด หนึ่งที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยออกซิแดนท์แข็ง ออก ซิแดนท์เหลว และสารผสมของออกซิแดนท์แข็งและออกซิแดนท์เหลว อยู่ร่วมกันกับวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวหรือชิ้นโครงหลักดัง กล่าว 1 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 15 ที่ซึ่งออกซิแดนท์ดัง กล่าวประกอบด้วยออกซิแดนท์ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยซิลิกา โบรอนและโบไรด์ที่สามารถรีดิวซ์ได้ 1 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็นไอดังกล่าวประกอบด้วยออกซิ แดนท์ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยแก๊สที่มีออกซิเจน อยู่ แก๊สที่มีไนโตรเจนอยู่ ฮาโลเจน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส อาร์เซนิค คาร์บอน โบรอน เซเลเนียมและสารผสมของสารดังกล่าว 1 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 17 ที่ซึ่งออกซิแดนท์ดัง กล่าวประกอบด้วยอากาศ 1 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 17 ที่ซึ่งออกซิแดนท์ดัง กล่าวประกอบด้วยแก๊สฟอร์มิ่ง 2 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 และข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ ซึ่งวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวหรือชิ้นโครงหลักดังกล่าวประกอบ ด้วยวัสดุที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยวัตถุกลวง เม็ด วัตถุ ไฟเบอร์ เส้นวัตถุ เหล็กฝอย แผ่นวัตถุ แท่งแถบ เพลเล็ท ท่อ ผ้าใบทนอุณหภูมิสูงและส่วนผสมของวัตถุดังกล่าว 2 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 และข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ ซึ่งวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวหรือชิ้นโครงหลักดังกล่าวประกอบ ด้วยอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งของโลหะออกไซด์เดี่ยวของโลหะ ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอลูมินัม ซีเรียม ฮาฟ เนียม แลนธานัม นีโอดีเมียม พราซิโอดีเมียม ซามาเรี่ยม ส แตนเดียม ทอเรียม ยุราเนียม ลัทเทรี่ยม และเซอร์โคเนียม 2 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 และข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ ซึ่งวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวหรือชิ้นโครงหลักดังกล่าวประกอบ ด้วยอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งของอะลูมินัมออกไซด์ ซิลิโคน คาร์ไบด์ ซิลิโคนอะลูมินัมออกซีไนไทรด์ เซอร์โคเนียม ออกไซด์ แบเรียม ไททาเนท โบรอนไนไตรด์ ซิลิคอนไนไทรด์ แมกนีเซียมอะลูมิเนท อัลลอยด์ของ เหล็ก-โครเมียม-อะลูมิเนียม อะลูมินัมและสารผสมของสารดัง กล่าว 2 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ซึ่งชิ้นโครงหลักดัง กล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดวัสดุชนิดหนึ่งที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วยซิลิกา ซิลิคอนคาร์ไบด์และอะลูมินา 2 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 23 ที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุด วัสดุชนิดหนึ่งดังกล่าวประกอบด้วยอนุภาคขนาดตั้งแต่ประมาณ 10 เมซถึงประมาณ 1,000 เมซ 2 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ซึ่งชิ้นโครงหลักดัง กล่าวประกอบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถูกเคลือบ 2 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 25 ที่ซึ่งคาร์บอนไฟเบอร์ดัง กล่าวจะถูกเคลือบด้วยอะลูมินา 2 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ยังประกอบด้วยการใช้แหล่งของอย่างน้อยที่สุดตัวเร่งชนิด หนึ่งร่วมกับแพเรนท์เมทัลดังกล่าว 2 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ตัวเร่งชนิดหนึ่งดังกล่าวจะถูกทำเป็นอัลลอยด์ในแพเ รนท์เมทัล 2 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุด แหล่งของตัวเร่งดังกล่าวแหล่งหนึ่งจะถูกทาเป็นชั้นบนผิว หน้าของแพเรนท์เมทัลดังกล่าวและยังประกอบด้วยการทำให้ผลิต ผลของปฏิกิริยาออกซิเดชั่นส่วนใหญ่อยู่ถัดออกไปจากความหนา ของชั้นที่ทาไว้ของแหล่งของตัวเร่ง 3 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุด แหล่งของตัวเร่งแหล่งหนึ่งดังกล่าวจะถูกกำหนดให้อย่างน้อย ที่สุดบางส่วนอยู่ภายในวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวหรือชิ้นโครง หลักดังกล่าว 3 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งแหล่งของตัวเร่ง ดังกล่าวประกอบด้วยแหล่งของอย่างน้อยที่สุดสารสองชนิดที่ เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยแมกนีเซียม ซิงค์ ซิลิคอน เจอร์มาเนียม ดีบุก ตะกั่ว โบรอน โซเดียม ลิเทียม แคลเซียม ฟอสฟอรัสและอัทเทรี่ยม 3 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 31 ที่ซึ่งวัตถุโพลีค ริสตัลคัลไลน์ดังกล่าวประกอบด้วยผิวหน้าเริ่มแรกของพินส ไปเนลซึ่งก่อรูปเป็นผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของแพเ รนท์เมทัลดังกล่าว แหล่งของตัวเร่งดังกล่าวและออกซแดนท์ดัง กล่าว 3 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 32 ที่ซึ่งตัวเร่งดังกล่าว ประกอบด้วยแมกนีเซียมหรือแหล่งของแมกนีเซียมและแพเ รนท์เมทัลดังกล่าวประกอบด้วยอะลูมินัม 3 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งแพเรนท์เมทัลดัง กล่าวประกอบด้วยอะลูมินัมและยังประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุด แหล่งของตัวเร่งแหล่งหนึ่งที่ถูกทำเป็นอัลลอยด์กับแพเ รนท์เมทัลดังกล่าวและอย่างน้อยที่สุดแหล่งของตัวเร่งแหล่ง หนึ่งจะถูกทางบนผิวหน้าของแพเรนท์เมทัลดังกล่าว 3 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแพเรนท์ดังกล่าวประกอบด้วยอะลูมินัมที่ใช้ร่วมกับ แหล่งของตัวเร่งออกซิแดนท์ดังกล่าวประกอบด้วยอากาศ ขั้นตอน การให้ความร้อนดังกล่าวจะอยู่ระหว่าง 850 องศาเซลเซียสและ 1450 องศาเซลเซียสและผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดัง กล่าวจะประกอบด้วยอะลูมินา 3 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งออกซิแดนท์ที่เป็นไอดังกล่าวจะประกอบด้วยออกซิแดนท์ ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารผสมของ H2H2O มีเทน อี เทน โพรเทน อะเซทิลีน เอทิลีน ไพรพิลีน ซิลิกา สารผสมของ Co/Co2 และสารผสมของสารดังกล่าว 3 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 และข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ ซึ่งวัสดุฟิลเลอร์ดังกล่าวหรือชิ้นโครงหลักดังกล่าวจะ ประกอบด้วยวัสดุที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ผงแป้ง ทรงกลม ฟอง เส้นลวด แท่งกลม เพลทเล็ท ท่อกลม และสารผสมของ สารดังกล่าว 3 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 31 ที่ซึ่งแหล่งของตัวเร่ง ดังกล่าวยังประกอบด้วยแหล่งของอย่างน้อยที่สุดโลหะ แรร์เอิร์ธชนิดหนึ่ง 3 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ที่ซึ่งแหล่งของตัวเร่ง ดังกล่าวยังประกอบด้วยแหล่งของอย่างน้อยที่สุดสารสองชนิด ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยแมกนีเซียม ซิงค์ ซิลิคอน เจอร์มาเนียม ดีบุก ตะกั่ว โบรอน โซเทียม ลิเทียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโลหะแรร์เอิร์ธ 4 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 39 ที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุด โลหะแรร์เอิร์ธชนิดหนึ่งดังกล่าวจะเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยแลนธานัม ซีเรียม พราซีโอดีเมี่ยม นีโอไดเมี่ยม และซามาเรี่ยม 4
1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของส่วนขวางกั้นดังกล่าวจะ ยอมให้เกิดการซึมผ่านของออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็นไอดังกล่าว 4
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวจะละลายลงในและเจือจางแพเ รนท์เมทัลหลอมดังกล่าวในการสัมผัสกับแพเรนท์เมทัลหลอมดัง กล่าวเพื่อยับยั้งการเพิ่มขึ้นต่อไปของผลิตผลจากปฏิกิริยา ออกซิเดชั่นดังกล่าว 4
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าวประกอบด้วย วัสดุที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยออกไซด์ของแพเ รนท์เมทัล ไนไทรด์ของแพเรนท์เมทัล บอไรด์ของแพเรนท์เมทัล และคาร์ไบด์ของแพเรนท์เมทัล 4
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุด วัสดุชนิดหนึ่งที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอะลูมินาเซ รามิคที่ทึบหรือเซอร์โคเนียเซรามิค 4
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ซึ่งชิ้นโครงหลักดัง กล่าวและแพเรนท์ดังกล่าวจะรวมกันเป็นชุดและชุดดังกล่าวจะ ถูกกำหนดให้มีส่วนขวางกั้นบนผิวหน้าทั้งหมดที่เปิดรับออกซิ แดนท์ในสภาพที่เป็นไอดังกล่าว 4
6. วิธีการใช้ส่วนขวางกั้น ซึ่งส่วนขวางกั้นดังกล่าว ประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดวัสดุชนิดหนึ่งซึ่งจะหยุดหรือยับ ยั้งการเพิ่มขึ้นของผลิตผลจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของแพเ รนท์เมทัลหลอมกับอย่างน้อยที่สุดออกซิแดนท์ชนิดหนึ่งซึ่ง รวมถึงออกซิแดนท์ในสภาพที่เป็นไอ วิธีการดังกล่าวประกอบ ด้วยขั้นตอนของ (a) วางเรียงส่วนขวางกั้นดังกล่าวให้สัมผัส กับชิ้นแพเรนท์เมทัลเพื่อให้มีช่องว่างระหว่างชิ้นแพ เรนท์ดังกล่าวกับส่วนขวางกั้นดังกล่าว (b) ทำปฏิกิริยาชิ้น แพเรนท์เมทัลดังกล่าวที่อุณหภูมิเหนือจุดหลอมเหลวของแพเ รนท์เมทัลดังกล่าวแต่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของผลิตผล (ข้อถือสิทธิ 46 ข้อ, 8 หน้า, 14 รูป)
TH8701000259A 1987-05-06 วิธีการทำส่วนประกอบเซรามิคที่ขึ้นรูปโดยการใช้ส่วนขวางกั้น TH3816B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH4465A TH4465A (th) 1987-10-01
TH3816B true TH3816B (th) 1994-07-06

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
KR870011061A (ko) 자체지지 세라믹 몸체를 만들기 위한 방법
US2741822A (en) Preparation of refractory products
Glassman et al. A physical and chemical interpretation of boron particle combustion
KR880007399A (ko) 자체-지지성 세라믹 합성체의 제조방법
US3296002A (en) Refractory shapes
AU601539B2 (en) Production of metal carbide articles
US3255027A (en) Refractory product and process
KR870007087A (ko) 세라믹 복합체 물품의 반대 성형 복제 방법 및 이로서 제조된 물품
PL154183B1 (en) A ceramic composite moulder and a method of its production
RU2031176C1 (ru) Способ получения керамического композиционного материала
KR910000568A (ko) 다공성 내화매스의 제조방법, 그러한 방법에 사용하기 위한 물질의 조성물 및 그러한 방법에 의해 얻어진 다공성 내화매스
CN116161951A (zh) 无机材料粉末以及制造结构体的方法
BG60378B1 (bg) Метод за производство на керамични топло-акумулиращи изделия
KR880002775A (ko) 자체지지성 세라믹복합체 및 그 제조방법
CN114727882B (zh) 非织造微格织物及其增强的复合材料或混杂复合材料
JPS63123855A (ja) 自己支持セラミック物体及びその製造方法
KR890001910A (ko) 자체지지체 제조방법 및 복합물
CA3199136A1 (en) Methods for producing seed for growth of hollow spheres
TH3816B (th) วิธีการทำส่วนประกอบเซรามิคที่ขึ้นรูปโดยการใช้ส่วนขวางกั้น
PT85710B (pt) Processo para a producao de um corpo ceramico auto-suportado contendo um componente polimerico e corpo ceramico auto-suportado obtido por este processo
TH4465A (th) วิธีการทำส่วนประกอบเซรามิคที่ขึ้นรูปโดยการใช้ส่วนขวางกั้น
US3321285A (en) Molybdenum fiber reinforced alumina
JPH09175870A (ja) 反応焼結セラミックス及びその製造方法
KR880003873A (ko) 자체-지지성 세라믹 합성체 제조방법
US5082807A (en) Production of metal carbide articles