TH21879Y - กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช - Google Patents

กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช

Info

Publication number
TH21879Y
TH21879Y TH1903001172U TH1903001172U TH21879Y TH 21879 Y TH21879 Y TH 21879Y TH 1903001172 U TH1903001172 U TH 1903001172U TH 1903001172 U TH1903001172 U TH 1903001172U TH 21879 Y TH21879 Y TH 21879Y
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
pigments
vegetable oil
plant
oil
extracting
Prior art date
Application number
TH1903001172U
Other languages
English (en)
Other versions
TH21879U (th
Inventor
เถกิงวงศ์ตระกูล นางสาวสิริมา
กาญจนประทุม นางสาวสุพัตรา
Original Assignee
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Filing date
Publication date
Application filed by สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง filed Critical สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Publication of TH21879Y publication Critical patent/TH21879Y/th
Publication of TH21879U publication Critical patent/TH21879U/th

Links

Abstract

------14/05/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยนํ้ามันพืชตามการประดิษฐ์นี้ ประกอบด้วยขั้นตอน การเตรียมวัตถุดิบ ด้วยการนำส่วนของพืชแบบสดหรือแบบแห้งมาอบ หรือแช่เยือกแข็ง หรือเผา จากนั้นนำไปลดขนาดให้เล็กลงและนำมาผสมกับนํ้ามันจากพืช กวนผสมอย่างต่อเนื่อง นำมาให้ความร้อน ผ่านการกรอง เพื่อนำเอาชิ้นส่วนของพืชออก จะได้สารสีในนํ้ามันพืช โดยวิธีการที่กล่าวมาสามารถเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนการนำนํ้าออกจากนํ้ามันพืชที่มีสารสี จนได้เป็นสารสีในนํ้ามันพืชที่สามารถนำมาใช้เป็นสารให้สี และสารต้านการเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันในผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกอิมัลชัน ไขมันและน้ำมัน รวมทั้งเครื่องสำอาง ------------ ------14/05/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยนํ้ามันพืชตามการประดิษฐ์นี้ ประกอบด้วยขั้นตอน การเตรียมวัตถุดิบ ด้วยการนำส่วนของพืชแบบสดหรือแบบแห้งมาอบ หรือแช่เยือกแข็ง หรือเผา จากนั้นนำไปลดขนาดให้เล็กลงและนำมาผสมกับนํ้ามันจากพืช กวนผสมอย่างต่อเนื่อง นำมาให้ความร้อน ผ่านการกรอง เพื่อนำเอาชิ้นส่วนของพืชออก จะได้สารสีในนํ้ามันพืช โดยวิธีการที่กล่าวมาสามารถเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนการนำนํ้าออกจากนํ้ามันพืชที่มีสารสี จนได้เป็นสารสีในนํ้ามันพืชที่สามารถนำมาใช้เป็นสารให้สี และสารต้านการเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันในผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกอิมัลชัน ไขมันและน้ำมัน รวมทั้งเครื่องสำอาง ------------ หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยนํ้ามันพืชตามการประดิษฐ์นี้ ประกอบด้วยขั้นตอน การเตรียมวัตถุดิบ ด้วยการนำส่วนของพืชแบบสดหรือแบบแห้งมาอบ หรือแช่เยือกแข็ง หรือเผา จากนั้นนำไปลดขนาดให้เล็กลง และนำมาผสมกับนํ้ามันจากพืช กวนผสมอย่างต่อเนื่อง นำมาให้ความร้อน ผ่านการกรอง เพื่อนำเอาชิ้นส่วน ของพืชออก จะได้สารสีในน้ำมันพืช โดยวิธีการที่กล่าวมาสามารถเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนการนำน้ำออกจาก น้ำมันพืชที่มีสารสี จนได้เป็นสารสีในนํ้ามันพืชที่สามารถนำมาใช้เป็นสารให้สี และสารด้านการเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันในผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกอิมัลชัน ไขมันและน้ำมัน รวมทั้งเครื่องสำอาง

Claims (10)

  1. ------14/05/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมวัตถุดิบ โดยนำส่วนของพืชแบบสดหรือแบบแห้ง มาอบด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ60-90 องศาเซลเซียส หรือทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง หรือเผาด้วยไฟ อย่างน้อยหนึ่งวิธี จากนั้นนำไปลดขนาดของพืชให้เล็กลง ด้วยการหั่นหรือบดให้เป็นผง ข. การสกัดสารสีจากพืช โดยการใช้น้ำมันพืชเป็นตัวทำละลาย ด้วยการนำชิ้นส่วนของพืชที่ลดขนาดแล้วจากข้อ ก. มาผสมกับน้ำมันจากพืช ในอัตราส่วน 1:10-100 (โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก) ตามลำดับกวนผสมอย่างต่อเนื่อง ที่ความเร็ว 150-200 รอบต่อนาที และให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 30-60 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 0.5-4 ชั่วโมง ค. นำส่วนผสมที่ได้จากข้อ ข. มากรองด้วยผ้าขาวบางหรือเครื่องกรองสุญญากาศ เพื่อนำเอาชิ้นส่วนของพืชออก จะได้สารสีในน้ำมันพืช 2. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งส่วนชองพืชที่ใช้เลือกได้จากราก หรือเหง้า หรือเมล็ด หรือดอก หรือผล หรือเปลือกต้น หรือลำต้น หรือใบ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออย่างน้อยสองอย่างรวมกัน 3. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งน้ำมันจากพืชที่ใช้เลือกได้จากน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันข้าวโพด อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออย่างน้อยสองอย่างรวมกัน 4. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยนน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 3 ที่ซึ่งน้ำมันจากพืชที่เหมาะสม คือ น้ำมันมะพร้าว 5. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอุณหภูมิการให้ความร้อนที่เหมาะสม คือ 45 องศาเซลเซียส 6. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งเวลาในการให้ความร้อนที่เหมาะสม คือ 1 ชั่วโมง 7. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอัตราส่วนของชิ้นส่วนพืชต่อน้ำมันพืชที่เหมาะสม คือ 1:20 โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า 8. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสามารถเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนการนำน้ำออกจากน้ำมันพืชที่มีสารสี จะได้สารสีในน้ำมันพืชที่ปราศจากน้ำ ด้วยการนำสารสีในน้ำมันพืชมาเอาน้ำออก โดยสามารถเลือกใช้วิธีได้จาก การระเหยด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ หรือการอบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งสุญญากาศ หรือแยกชั้นของสารด้วยกรวยแยกสาร อย่างน้อยหนึ่งวิธี 9. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 8 ที่ซึ่งอุณหภูมิสำหรับการระเหยด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ หรือการอบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งสุญญากาศ คือ 30-60 องศาเซลเซียส 10. ผลิตภัณฑ์สารสีที่ได้ตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งสารสีมีลักษณะเหลว ใส มีสีตามชนิดชองพืชที่เลือกใช้ และมีความหนืดตามชนิดของน้ำมันที่ใช้สกัด ------------ ------14/05/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมวัตถุดิบ โดยนำส่วนของพืชแบบสดหรือแบบแห้ง มาอบด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ60-90 องศาเซลเซียส หรือทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง หรือเผาด้วยไฟ อย่างน้อยหนึ่งวิธี จากนั้นนำไปลดขนาดของพืชให้เล็กลง ด้วยการหั่นหรือบดให้เป็นผง ข. การสกัดสารสีจากพืช โดยการใช้น้ำมันพืชเป็นตัวทำละลาย ด้วยการนำชิ้นส่วนของพืชที่ลดขนาดแล้วจากข้อ ก. มาผสมกับน้ำมันจากพืช ในอัตราส่วน 1:10-100 (โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก) ตามลำดับกวนผสมอย่างต่อเนื่อง ที่ความเร็ว 150-200 รอบต่อนาที และให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 30-60 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 0.5-4 ชั่วโมง ค. นำส่วนผสมที่ได้จากข้อ ข. มากรองด้วยผ้าขาวบางหรือเครื่องกรองสุญญากาศ เพื่อนำเอาชิ้นส่วนของพืชออก จะได้สารสีในน้ำมันพืช 2. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งส่วนชองพืชที่ใช้เลือกได้จากราก หรือเหง้า หรือเมล็ด หรือดอก หรือผล หรือเปลือกต้น หรือลำต้น หรือใบ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออย่างน้อยสองอย่างรวมกัน 3. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งน้ำมันจากพืชที่ใช้เลือกได้จากน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันข้าวโพด อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออย่างน้อยสองอย่างรวมกัน 4. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยนน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 3 ที่ซึ่งน้ำมันจากพืชที่เหมาะสม คือ น้ำมันมะพร้าว 5. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอุณหภูมิการให้ความร้อนที่เหมาะสม คือ 45 องศาเซลเซียส 6. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งเวลาในการให้ความร้อนที่เหมาะสม คือ 1 ชั่วโมง 7. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอัตราส่วนของชิ้นส่วนพืชต่อน้ำมันพืชที่เหมาะสม คือ 1:20 โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า 8. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสามารถเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนการนำน้ำออกจากน้ำมันพืชที่มีสารสี จะได้สารสีในน้ำมันพืชที่ปราศจากน้ำ ด้วยการนำสารสีในน้ำมันพืชมาเอาน้ำออก โดยสามารถเลือกใช้วิธีได้จาก การระเหยด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ หรือการอบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งสุญญากาศ หรือแยกชั้นของสารด้วยกรวยแยกสาร อย่างน้อยหนึ่งวิธี 9. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 8 ที่ซึ่งอุณหภูมิสำหรับการระเหยด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ หรือการอบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งสุญญากาศ คือ 30-60 องศาเซลเซียส 10. ผลิตภัณฑ์สารสีที่ได้ตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งสารสีมีลักษณะเหลว ใส มีสีตามชนิดชองพืชที่เลือกใช้ และมีความหนืดตามชนิดของน้ำมันที่ใช้สกัด ------------ หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ
    1. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมวัตถุดิบ โดยนำส่วนของพืชแบบสดหรือแบบแห้ง มาอบด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียส หรือทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง หรือเผาด้วยไฟ อย่างน้อยหนึ่งวิธี จากนั้นนำไปลดขนาด ของพืชให้เล็กลง ด้วยการหั่นหรือบดให้เป็นผง ข. การสกัดสารสีธรรมชาติจากพืช โดยการใช้น้ำมันพืชเป็นตัวทำละลาย ด้วยการนำชิ้นส่วนของ พืชที่ได้จากข้อ ก. มาผสมกับน้ำมันจากพืช ในอัตราส่วน 1:10-100 (โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก) ตามลำดับ กวนผสมอย่างต่อเนื่อง ที่ความเร็ว 150-200 รอบต่อนาที และให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 30-60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 0.5-4 ชั่วโมง ค. นำส่วนผสมที่ได้จากข้อ ข. มากรองด้วยผ้าขาวบางหรือเครื่องกรองสุญญากาศ เพื่อนำเอา ชิ้นส่วนของพืชออก จะได้สารสีในน้ำมันพืช
  2. 2. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งส่วนของพืชที่ใช้เลือกได้จาก ราก หรือเหง้า หรือเมล็ด หรือดอก หรือผล หรือเปลือกต้น หรือลำต้น หรือใบ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ อย่างน้อยสองอย่างรวมกัน
  3. 3. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งน้ำมันจากพืชที่ใช้เลือกได้จาก น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก หรือน้ำมัน ถั่วเหลือง หรือน้ำมันข้าวโพด อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออย่างน้อยสองอย่างรวมกัน
  4. 4. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 3 ที่ซึ่งน้ำมันจากพืช ที่เหมาะสม คือ น้ำมันมะพร้าว
  5. 5. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอุณหภูมิการให้ความร้อน ที่เหมาะสม คือ 45 องศาเซลเซียส
  6. 6. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งเวลาในการให้ความร้อน ที่เหมาะสม คือ 1 ชั่วโมง
  7. 7. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอัตราส่วนของชิ้นส่วนพืช ต่อน้ำมันพืชที่เหมาะสม คือ 1:20 โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า
  8. 8. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสามารถเพิ่มเติมด้วยขั้นตอน การนำน้ำออกจากน้ำมันพืชที่มีสารสี จะได้สารสีในน้ำมันพืชที่ปราศจากน้ำ ด้วยการนำสารสีในน้ำมันพืช มาเอาน้ำออก โดยสามารถเลือกใช้วิธีได้จาก การระเหยด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ หรือการอบแห้งด้วย เครื่องอบแห้งสุญญากาศ หรือแยกขั้นของสารด้วยกรวยแยกสาร อย่างน้อยหนึ่งวิธี
  9. 9. กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช ตามข้อถือสิทธิ 8 ที่ซึ่งอุณหภูมิสำหรับการระเหย ด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ หรือการอบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งสุญญากาศ คือ 30-60 องศาเซลเซียส
  10. 10. ผลิตกัณฑ์สารสีที่ได้จากกรรมวิธีดังกล่าว ตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งสารสีที่ได้ มีลักษณะเหลว ใส มีสีตามชนิดของพืชที่เลือกใช้ และมีความหนืดตามชนิดของน้ำมันที่ใช้สกัด
TH1903001172U 2019-05-10 กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช TH21879U (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH21879Y true TH21879Y (th) 2023-06-16
TH21879U TH21879U (th) 2023-06-16

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN103497824B (zh) 核桃油的制取工艺
Sharma et al. Evaluation of a centrifugal impaction-type decorticator for shelling tung fruits
Alenyorege et al. Extraction yield, efficiency, and loss of the traditional hot water floatation (HWF) method of oil extraction from the seeds of Allanblackia floribunda
CN101851552B (zh) 一种黑莓籽油的提取方法
CN106047473A (zh) 一种鲜榨茶籽油的生产方法
Farooq et al. Supercritical CO2 extraction of natural products
Sunmonu et al. Comparative analysis of physico-chemical properties of oil extract from two varieties of fluted pumpkin seeds using different extraction methods
RU2125459C1 (ru) Способ получения биологически активных веществ из облепихового сырья
Yakimishen et al. Oil recoveries from sea buckthorn seeds and pulp
CN106668115A (zh) 一种从玛咖中提取有效成分的方法
TH21879U (th) กรรมวิธีการสกัดสารสีจากพืชด้วยน้ำมันพืช
Hamid et al. Characterization of raw and ripen of banana peel wastes and it’s oils extraction using soxhlet method
Rodiah et al. Ultrasound-assisted Extraction of Natural Colourant from Husk of Cocos nucifera: A Comparison with Agitated-bed Extraction.
Bhande et al. Extraction of Garcinia indica oil from kokum seed
JP2010063384A (ja) ビタミン野菜オイルの製造方法
RU2109038C1 (ru) Способ получения масляных экстрактов из растительного сырья
KR20010089955A (ko) 손바닥 선인장을 이용한 기능성 식품의 제조방법
Beyá-Marshall et al. Physical and chemical characteristics of cladodes powder (Opuntia ficus-indica Mill.) of different maturation stages and drying temperatures
KR102125420B1 (ko) 클로로필 함유 추출물의 제조방법
Tambun et al. Extraction of basil leaves (ocimum canum) oleoresin with ethyl acetate solvent by using soxhletation method
US11951143B2 (en) Olive oil use
RU2496813C2 (ru) Способ получения хлорофилла из высших водных растений
KR100341773B1 (ko) 동결건조된 선인장 열매의 제조방법
RU2280660C1 (ru) Способ получения пищевого красителя на основе скорлупы орехов
US11071762B1 (en) Olive oil use