TH21617B - การกระทำเหล็กกล้าที่ถูกออกซิไดส์ในกรรมวิธีการทำรีฟอร์มมิ่งที่มีซัลเฟอร์ต่ำ - Google Patents

การกระทำเหล็กกล้าที่ถูกออกซิไดส์ในกรรมวิธีการทำรีฟอร์มมิ่งที่มีซัลเฟอร์ต่ำ

Info

Publication number
TH21617B
TH21617B TH9401000007A TH9401000007A TH21617B TH 21617 B TH21617 B TH 21617B TH 9401000007 A TH9401000007 A TH 9401000007A TH 9401000007 A TH9401000007 A TH 9401000007A TH 21617 B TH21617 B TH 21617B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
reactor system
hydrocarbon
reforming
hydrocarbons
resistant
Prior art date
Application number
TH9401000007A
Other languages
English (en)
Other versions
TH16213A (th
Inventor
เอฟ มูลาสกี นายเบอร์นาร์ด
วี เฮย์ซี นายจอห์น
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายดำเนิน การเด่น นายต่อพงศ์ โทณะวณิก นายวิรัช ศรีเอนกราธา นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายดำเนิน การเด่น นายต่อพงศ์ โทณะวณิก นายวิรัช ศรีเอนกราธา นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH16213A publication Critical patent/TH16213A/th
Publication of TH21617B publication Critical patent/TH21617B/th

Links

Abstract

วิธีสำหรับทำการรีฟอร์ม ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งประกอบด้วยวิธีการเคลือบส่วน ต่าง ๆ ของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาด้วยวัสดุที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชัน, การทำ ปฏิกิริยาวัสดุนี้กับโลหะออกไซด์ ที่มีอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาก่อนทำ การเคลือบ , ทำการตรึงสภาพให้ติดแน่นหรือ ทำการขจัดอย่างน้อยส่วนหนึ่งของออกไซด์ ที่อยู่ในโลหะออกไซด์, และทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนในระบบเครื่องทำปฏิกิริยา ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ

Claims (6)

1. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอน ที่ประกอบรวมด้วย: (i) การปฏิบัติกับระบบเครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิง, ที่อย่างน้อยที่สุดกับผิวพื้นด้านหนึ่งของ ระบบเครื่องทำปฏิกิริยา ที่ประกอบรวมด้วยโลหะออกไซด์หนึ่งชนิด หรือโลหะออกไซด์มากกว่าหนึ่ง ชนิดที่ต้องสัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน, โดยทำการเคลือบอย่างน้อยที่สุดที่ส่วนหนึ่งของผิวพื้นของ ระบบเครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิ่งดังกล่าว ที่ประกอบรวมด้วยโลหะออกไซด์(อาจมากกว่าหนึ่งชนิด) ด้วยวัสดุที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชัน ได้มากกว่าส่วนดังกล่าวนี้ก่อนที่ทำการเคลือบ, การทำ ปฏิกิริยาวัสดุดังกล่าวกับโลหะออกไซด์บนพื้นผิวดังกล่าว และทำให้ตรึงติดแน่น (fixating) หรือขจัด ออกอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของโลหะออกไซด์ (อาจมากกว่าหนึ่งชนิด) จากระบบเครื่องทำปฏิกิริยา และ (ii) ทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าว ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 2. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอน ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทาน ต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าว ประกอบรวมด้วย ทองแดง, ดีบุก, สารหนู, พลวง, บิสมัธ, โครเมี่ยม, เจอร์เมเนียม, อินเดียม, ซิลิเนียม, เทลลูเรียม หรือทองเหลือง 3. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 2 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทานต่อ คาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบรวมด้วยดีบุก, สารหนู, พลวง หรือบิสมัธ 4. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทาน ต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าว ประกอบรวมด้วยดีบุก 5. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งขั้นตอนทำการรีฟอร์ม ดังกล่าวประกอบรวมด้วยการทำการรีฟอร์ม ในที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาซีไอไลท์ชนิดรูใหญ่ซึ่งรวมถึงโลหะ แอลคาไล หรือแอลคาไลน์เอิร์ธ และใส่ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII หนึ่งชนิดหรือมากกว่า 6. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งสารป้อนแนฟธาถูก สัมผัสกับตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์ที่มีรูใหญ่ซึ่งรวมถึงโลหะแอลคาไล หรือแอลคาไลน์เอิร์ธ และใส่ ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII หนึ่งชนิดหรือมากกว่า และซึ่งอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำ ปฏิกิริยามีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าชนิดอ่อน ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 7. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ รีฟอร์มในอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งระบบเครื่องทำปฏิกิริยา อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบ เครื่องทำปฏิกิริยามีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าชนิดเนื้ออ่อน (mild dteel) ภาย ใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 8. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยา อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยา มีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันไว้มากกว่าเหล็กกล้าที่ได้อะลูมิไนส์แล้ว (aluminized steels) ภายใต้ภาวะที่ มีซัลเฟอร์ต่ำ 9. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยามีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าที่เป็นโลหะเจือ ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 1 0. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของท่อเตา เผาของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาที่สัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน ที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมาก กว่าเหล็กกล้าชนิดอ่อน 1 1. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบ เครื่องทำปฏิกิริยาที่สัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน คือ โลหะเจือ Cu-Sn หรือโลหะเจือ Cu-Sb 1 2. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งจัดทำวัสดุในรูปการชุบ, การหุ้มโลหะ, การทาสี หรือการเคลือบแบบอื่นๆ ต่อวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน 1 3. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งใช้วัสดุโดยการชุบด้วยไฟ ฟ้า, การสะสมเคลือบคลุมไว้ด้วยไอ หรือการแช่ให้ชุ่มในอ่างสารเคลือบที่หลอมเหลว 1 4. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งวัสดุดังกล่าวมีประสิทธิ ผลในการรักษาความต้านทานให้คงทนต่อคาร์บิวไรเซชัน ได้หลังจากออกซิเดชันแล้ว 1 5. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในระหว่างทำการรีฟอร์ม ความต้านทานดังกล่าวจะมีความเปราะเช่นนั้นจะต้องน้อยกว่า 1.5 มม./ปี 1 6. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาที่ประกอบรวมด้วย (i) ทำการปฏิบัติกับ ระบบเครื่องทำปฏิกิริยา ที่อย่างน้อยที่สุดกับพื้นผิวด้านหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยา ที่ประกอบรวม ด้วยโลหะออกไซด์หนึ่งชนิด หรือโลหะออกไซด์มากกว่าหนึ่งชนิด ที่ต้องสัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน, โดยทำการเคลือบอย่างน้อยที่สุดที่ส่วนหนึ่งของผิวพื้นของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าว ที่ ประกอบรวมด้วยโลหะออกไซด์ (อาจมากกว่าหนึ่งชนิด) ด้วยวัสดุที่มีความต้านทานต่อ คาร์บิวไร- เซชัน ภายใต้ภาวะทำปฏิกิริยาได้มากกว่าส่วนดังกล่าว ก่อนที่ทำการเคลือบ, การทำปฏิกิริยาวัสดุ ดังกล่าวกับโลหะออกไซด์บนพื้นผิวดังกล่าว และทำให้ตรึงติดแน่น หรือขจัดออกอย่างน้อยที่สุดส่วน หนึ่งของออกไซด์ ในโลหะออกไซด์ดังกล่าว จากระบบเครื่องทำปฏิกิริยา และ (ii) การทำปฏิกิริยา ไฮโดรคาร์บอน ในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าวภายใต้อุณหภูมิสูง ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 1 7. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งวัสดุที่มีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าว ประกอบรวมด้วยทองแดง, ดีบุก, สารหนู, พลวง, บิสมัธ, โครเมี่ยม, เจอร์เมเนียม, อินเดียม, ซิลิเนียม,เทลลูเรียม หรือทองแดง 1 8. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 17 ซึ่งวัสดุที่มีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบรวมด้วยดีบุก, สารหนู, พลวง หรือบิสมัธ 1 9. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 18 ซึ่งวัสดุที่มีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบรวมด้วยดีบุก, พลวง หรือบิสมัธ 2 0. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 19 ซึ่งวัสดุที่มีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าว ประกอบรวมด้วยดีบุก 2 1. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยามีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าชนิด เนื้ออ่อน ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 2 2. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยา มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าที่ได้อะลูมิ ไนส์แล้ว ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 2 3. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยามีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าที่เป็นโลหะ เจือ ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 2 4. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาที่สัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน คือ โลหะเจือ Cu-Sn หรือโลหะเจือ Cu-Sb 2 5. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งจัดทำวัสดุดัง กล่าวในรูปการชุบ, การหุ้มโลหะ, การทาสี หรือการเคลือบแบบอื่นๆ ต่อวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน 2 6. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งใช้การเคลือบ โดยการชุบด้วยไฟฟ้า, การสะสมเคลือบคลุมไว้ด้วยไอ หรือการแช่ให้ชุ่มในอ่างสารเคลือบที่หลอม เหลว 2 7. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งวัสดุดังกล่าวมี ประสิทธิผลในการรักษาความต้านทานให้คงทนต่อคาร์บิวไรเซชัน ได้หลังจากออกซิเดชันแล้ว 2 8. วิธีสำหรับทำการป้องกันระบบเครื่องทำปฏิกิริยาตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งวัสดุดังกล่าวมี ความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันจะมีความเปราะเช่นนั้นจะต้องน้อยกว่า 1.5 มม./ปี 2 9. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอน ที่ประกอบรวมด้วย (i) การปฏิบัติกับชั้นคราบ ออกไซด์ระบบเครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิง, ที่อย่างน้อยที่สุดกับพื้นผิวด้านหนึ่งของระบบเครื่อง ทำปฏิกิริยาที่ต้องสัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน, โดยทำการเคลือบอย่างน้อยที่สุดที่ส่วนหนึ่งของผิวพื้น ของชั้นคราบออกไซด์ดังกล่าวด้วยวัสดุที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชัน โดยการทำปฏิกิริยาวัสดุ ดังกล่าวด้วยโลหะออกไซด์บนผิวพื้นดังกล่าว และทำให้ตรึงติดแน่น หรือขจัดออกอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของโลหะออกไซด์ดังกล่าวจากระบบเครื่องทำปฏิกิริยา และ (ii) ทำการรีฟอร์ม ไฮโดรคาร์บอนในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าวภายใต้ภาวะที่มีประสิทธิผลสำหรับการทำรีฟอร์ม ไฮโดรคาร์บอนเหล่านั้นและภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 3 0. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่ง ของชั้นคราบออกไซด์ดังกล่าวประกอบรวมด้วยชั้นเฮมาไทม์ (hematite) อยู่ด้านนอกสุด, ชั้นแมกนี ไทท์ (magnetite) อยู่ตรงกลาง และชั้นเฟอร์โรโครไมท์ (ferrochremite) อยู่ด้านในสุด 3 1. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งขั้นตอนทำการรีฟอร์ม ดังกล่าวประกอบรวมด้วยการทำรีฟอร์มในที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์ชนิดรูใหญ่ซึ่งรวมถึงโลหะ แอลคาไล หรือแอลคาไลน์เอิร์ธ และใส่ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII หนึ่งชนิดหรือมากกว่า 3 2. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 31 ซึ่งสารป้อนแนฟธาถูก สัมผัสด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาซีไอไลท์ที่มีรูใหญ่ซึ่งรวมถึงโลหะแอลคาไล หรือแอลคาไลน์เอิร์ธ และใส่ ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII หรือชนิดหรือมากกว่า และซึ่งอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำ ปฏิกิริยามีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าชนิดอ่อน ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 3 3. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยามีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าชนิดอ่อน ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 3 4. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยา อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยามีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าที่ได้อะลูมิไนซ์แล้ว ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 3 5. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งประกอบรวมด้วยการทำ การรีฟอร์มในระบบเครื่องทำปฏิกิริยา อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยามีความ ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าเหล็กกล้าที่เป็นโลหะเจือ ภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 3 6. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งขั้นตอนทำการรีฟอร์ม ดังกล่าวประกอบรวมด้วยการทำการรีฟอร์มในที่มีซีโอไลท์ชนิด L ใส่ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII ชั้น สูง 3 7. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 36 ซึ่งโลหะหมู่ VIII ดังกล่าว คือ แพลทินัม 3 8. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอน ที่ประกอบรวมด้วย (i) การปฏิบัติกับระบบ เครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิง, ที่อย่างน้อยที่สุดกับผิวพื้นด้านหนึ่งที่ต้องสัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน, โดย ทำการเคลือบอย่างน้อยที่สุดที่ส่วนหนึ่งของชั้นคราบออกไซด์ที่มีชั้นนอกไซด์สองชั้นหรือมากกว่าบน ผิวพื้นของระบบเครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิงดังกล่าว ด้วยวัสดุที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชัน มากกว่าชั้นคราบออกไซด์ดังกล่าวก่อนทำการเคลือบ, การทำปฏิกิริยาวัสดุดังกล่าวกับโลหะออกไซด์ ในชั้นคราบดังกล่าว และทำให้ตรึงติดแน่น หรือขจัดออกอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของออกไซด์นั้นใน โลหะออกไซด์ดังกล่าวจากระบบเครื่องทำปฏิกิริยา และ (ii) ทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนในระบบ เครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าวภายใต้ภาวะที่มีประสิทธิผลสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนเหล่านั้น 3 9. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งอย่างน้อยที่สุดส่วนของ คราบออกไซด์ดังกล่าว (อาจมากกว่าหนึ่งชนิด) ประกอบรวมด้วยชั้นเฮมาไทท์ และชั้นแมกนีไทท์ 4 0. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 39 ซึ่งอย่างน้อยที่สุดส่วนของ ชั้นคราบออกไซด์ดังกล่าว ประกอบรวมด้วยชั้นเฟอร์โรโครไมท์ 4 1. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทาน ต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวเลือกจากสมาชิกอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดจากกลุ่มที่ประกอบด้วยทองแดง, ดีบุก, สารหนู, พลวง, บิสมัธ, โครเมี่ยม, เจอร์เนเนียม, อินเดียม, ซิลเนียม, เทลลูเรียม และทองเหลือง 4 2. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 41 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทาน ต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวเลือกจากสมาชิกอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดจากกลุ่มที่ประกอบด้วยดีบุก, สาร หนู, พลวง และบิสมัธ 4 3. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 42 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทาน ต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบรวมด้วยดีบุก 4 4. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 41 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทาน ต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบรวมด้วยโครเมี่ยม 4 5. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งจัดทำวัสดุดังกล่าวในรูป การชุป, การหุ้มโลหะ, การทาสี หรือการเคลือบแบบอื่น ๆ ต่อวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน 4 6. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งวัสดุดังกล่าวต้านทานต่อ คาร์บิวไรเซชันมากกว่า คือ ดีบุกที่ใช้ในการเคลือบโดยการชุบด้วยไฟฟ้า, การสะสมเคลือบคลุมไว้ด้วย ไอ หรือการแช่ให้ชุ่มในอ่างสารเคลือบที่หลอมเหลว 4 7. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งวัสดุดังกล่าวมีประสิทธิ ผลในการรักษาความต้านทานให้คงทนต่อคาร์บิวไรเซชัน ได้หลังจากออกซิเดชันแล้ว 4 8. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งขั้นตอนทำการรีฟอร์มดัง กล่าวประกอบรวมด้วยการทำรีฟอร์มในที่มีตัวเรงปฏิกิริยาซีโอไลท์ชนิดรูใหญ่ 4 9. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 48 ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์ ชนิดรูใหญ่ดังกล่าวประกอบรวมด้วยซีโอไลท์ชนิด L ใส่ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII ชั้นสูง 5 0. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 49 ซึ่งโลหะหมู่ VIII ดังกล่าว คือ แพลทินัม 5 1. วิธีสำหรับป้องกันผิวพื้นโลหะที่มีชั้นคราบออกไซด์ ที่ประกอบรวมด้วย (i) การปฏิบัติ กับระบบเครื่องทำปฏิกิริยา, ที่อย่างน้อยที่สุดกับผิวพื้นด้านหนึ่งของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาที่ต้อง สัมผัสกับไฮโดรคาร์บอน, โดยทำการเคลือบอย่างน้อยที่สุดที่ส่วนหนึ่งของชั้นคราบออกไซด์ที่มีชั้น ออกไซด์สองชั้นหรือมากกว่าบนผิวพื้นของระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าว ด้วยวัสดุที่มีความต้าน ทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าชั้นคราบออกไซด์ดังกล่าวก่อนทำการเคลือบ, โดยการทำปฏิกิริยาวัสดุ ดังกล่าวกับโลหะออกไซด์ในชั้นคราบออกไซด์ และทำให้ตรึงติดแน่น หรือขจัดออกอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของออกไซด์นั้นในโลหะออกไซด์ดังกล่าวจากระบบเครื่องทำปฏิกิริยา และ (ii) ทำปฏิกิริยา ไฮโดรคาร์บอนในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าวภายใต้ภาวะที่มีประสิทธิผลสำหรับการทำปฏิกิริยา ไฮโดรคาร์บอนเหล่านั้น 5 2. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 51 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวเลือกจาก สมาชิกอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดจากกลุ่มที่ประกอบด้วยทองแดง, ดีบุก, สารหนู, พลวง, บิสมัธ, โครเมี่ยม, เจอร์เนเนียม, อินเดียม, ซิลเนียม, เทลลูเรียม และทองเหลือง 5 3. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 52 ซึ่งวัสดุที่มีความต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบ รวมด้วยดีบุก 5 4. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อทำให้เกิดอะโรแมทิค วิธี ดังกล่าวประกอบรวมด้วย (i) การเคลือบอย่างน้อยที่สุดกับผิวด้านหนึ่งของเหล็กกล้าที่ได้ออกซิไดซ์ แล้วของระบบเครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิงที่ต้องสัมผัสกับไฮโดรคาร์บอนด้วยสีทาที่มีดีบุก (ii) การ ให้ความร้อนผิวพื้นที่เคลือบในบรรยากาศ เพื่อผลิตผิวพื้นที่ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันซึ่งประกอบ รวมด้วยสแตนไนด์ และ (iii) การรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนในระบบเครื่องทำปฏิกิริยาดังกล่าวภายใต้ ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 5 5. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งการรีฟอร์มดังกล่าว ประกอบรวมด้วยการทำการรีฟอร์มในที่มีซีโอไลท์ชนิด L 5 6. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์ ชนิด L ดังกล่าวใส่ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII ชั้นสูง 5 7. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 56 ซึ่งโลหะหมู่ VIII ดังกล่าว คือ แพลทินัม 5 8. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งผิวพื้นเหล็กกล้าที่ได้ ออกซิไดซ์แล้วดังกล่าวประกอบรวมด้วยโลหะออกไซด์ในรูปของชั้นคราบ 5 9. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 58 ซึ่งชั้นคราบดังกล่าวมีชั้น ออกไซด์สองชั้นหรือมากกว่า 6 0. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 59 ซึ่งชั้นคราบออกไซด์ดัง กล่าวประกอบรวมด้วยชั้นเฮมาไทท์ (hematite) อยู่ด้านนอกสุด, ชั้นแมกนีไทท์ (magnetic) อยู่ตรง กลาง และชั้นเฟอร์โรโครไมท์ (Ferrochromite) อยู่ด้านในสุด 6 1. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งสีทาดังกล่าวประกอบรวมด้วย (i) สารประกอบดีบุกที่สลายตัว ได้ด้วยไฮโดรเจน, (ii) ระบบตัวทำละลาย, (iii) โลหะดีบุกที่ทำให้เป็นผงละเอียด และ (iv) ทิน ออกไซด์ 6 2. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งผิวพื้นต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันดังกล่าวประกอบรวมด้วย ไอร์ออน สแทนไนด์ 6 3. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งการให้ความร้อนดังกล่าวแก่ผิวพื้นที่เคลือบแล้วดังกล่าว ในบรรยากาศรีดิวส์เพื่อผลิตพื้นที่ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันที่เกิดขึ้นก่อนการใส่พื้นที่เคลือบ แล้วดังกล่าวเข้าไปยังบรรยากาศการคาร์บิวไรซ์ 6 4. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 54 ซึ่งการให้ความร้อนดังกล่าวแก่พื้นผิวที่เคลือบแล้วดังกล่าว ในบรรยากาศรีดิวส์เพื่อผลิตผิวพื้นที่ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันที่เกิดขึ้นภายใต้ภาวะของกรรมวิธี รีฟอร์มมิง 6 5. สำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อทำให้เกิดอะโรแมทิค ซึ่ง วิธีดังกล่าวประกอบรวมด้วย (i) การเคลือบอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของผิวพื้นเหล็กกล้าที่ได้ออกซิ ไดซ์แล้วในระบบเครื่องทำปฏิกิริยารีฟอร์มมิง ซึ่งพื้นผิวดังกล่าวจะต้องสัมผัสกับไฮโดรคาร์บอนด้วย วัสดุการเคลือบที่มีโลหะหรือสารประกอบโลหะ ซึ่งเมื่อสัมผัสกับผิวพื้นเหล็กกล้าที่ได้ออกซิไดซ์แล้ว ดังกล่าวในบรรยากาศการรีดิวซ์ จะทำให้เกิดผิวพื้นซึ่งต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชันมากกว่าผิวพื้นเหล็ก กล้าที่ได้ออกซิไดซ์ดังกล่าว, (ii) การให้ความร้อนแก่ผิวพื้นที่เคลือบในบรรยากาศการรีดิวซ์ เพื่อผลิต ผิวพื้นที่ต้านทานต่อคาร์บิวไรเซชัน และ (iii) การรีฟอร์มมิงไฮโดรคาร์บอนในระบบเครื่องทำปฏิกิริยา ดังกล่าวภายใต้ภาวะที่มีซัลเฟอร์ต่ำ 6 6. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 65 ซึ่งการรีฟอร์มดังกล่าว ประกอบรวมด้วยการทำรีฟอร์มในที่มีซีโอไลท์ชนิด L 6 7. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 66 ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์ ชนิด L ดังกล่าวใส่ไปพร้อมกับโลหะหมู่ VIII ชั้นสูง 6 8. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 67 ซึ่งโลหะหมู่ VIII ดังกล่าว คือ แพลทินัม 6 9. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 65 ซึ่งพื้นผิวเหล็กกล้าที่ได้ ออกซิไดซ์แล้วดังกล่าวประกอบรวมด้วย โลหะออกไซด์ในรูปของชั้นคราบ 7 0. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 69 ซึ่งชั้นคราบดังกล่าวมีชั้น ออกไซด์สองชั้นหรือมากกว่า 7
1. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโครคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 70 ซึ่งขั้นคราบออกไซด์ ดังกล่าวประกอบรวมด้วยชั้นเฮมาไทท์ (hematite) อยู่ด้านนอกสุด, ชั้นแมกนีไทท์ (magnente) อยู่ ตรงกลาง และชั้นเฟอร์โรโครไมท์ (ferrochromite) อยู่ด้านในสุด 7
2. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 65 ซึ่งการให้ความร้อนดังกล่าวแก่ผิวพื้นที่เคลือบแล้วดังกล่าว ในบรรยาการริดิวส์เพื่อผลิตผิวพื้นที่ต้านต่อคาร์บิวไรเซซันที่เกิดขึ้นก่อนการใส่ผิวพื้นที่เคลือบ แล้วดังกล่าวเข้าไปยังบรรยากาศการคาร์บิวไรซ์ 7
3. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 65 ซึ่งการให้ความร้อนดังกล่าวแก่ผิวพื้นที่เคลือบแล้วดังกล่าว ในบรรยาการริดิวส์เพื่อผลิตผิวพื้นที่ต้านต่อคาร์บิวไรเซซันที่เกิดขึ้น ภายไต้ภาวะของกรรมวิธี รีฟอร์มมิง 7
4. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 65 ซึ่งวัสดุที่เคลือบแล้ว ดังกล่าวประกอบรวมด้วยดีบุก, สารหนู, พลวง หรือบิสมัธ 7
5. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 74 ซึ่งวัสดุที่เคลือบแล้ว ดังกล่าวประกอบรวมด้วยดีบุก 7
6. วิธีสำหรับทำการรีฟอร์มไฮโดรคาร์บอนตามข้อถือสิทธิที่ 75 ซึ่งผิวพื้นต้านทานต่อ คาร์บิวไรเซซันดังกล่าวประกอบรวมด้วยไอร์ออน สแทนไนด์
TH9401000007A 1994-01-04 การกระทำเหล็กกล้าที่ถูกออกซิไดส์ในกรรมวิธีการทำรีฟอร์มมิ่งที่มีซัลเฟอร์ต่ำ TH21617B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH16213A TH16213A (th) 1995-07-19
TH21617B true TH21617B (th) 2007-03-23

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
JP3621098B2 (ja) 低硫黄リホーミング法における酸化された鋼の処理
US5863418A (en) Low-sulfur reforming process
EP0845521B1 (en) Low-sulfur reforming prosesses
JP4664908B2 (ja) 鋼基板上の複合材料表面
KR100516363B1 (ko) 금속 코팅된 반응기 시스템에서 반응성 금속 제거방법
JPH05222378A (ja) 炭化水素を含むガス流の熱分解方法
CA2243957C (en) Hydrocarbon processing in equipment having increased halide stress-corrosion cracking resistance
JP4456268B2 (ja) 加熱炉反応器内のゼオライト触媒
EP0677034B1 (en) Hydrodealkylation processes
CN1195894C (zh) 高温合金的抗腐蚀强度
TH21617B (th) การกระทำเหล็กกล้าที่ถูกออกซิไดส์ในกรรมวิธีการทำรีฟอร์มมิ่งที่มีซัลเฟอร์ต่ำ
TH16213A (th) การกระทำเหล็กกล้าที่ถูกออกซิไดส์ในกรรมวิธีการทำรีฟอร์มมิ่งที่มีซัลเฟอร์ต่ำ
US3865634A (en) Heat resistant alloy for carburization resistance
PL180515B1 (pl) Sposób zmniejszenia zanieczyszczenia nagarem powierzchni wymiany ciepla PL
Foroulis High temperature degradation of structural materials in environments encountered in the petroleum and petrochemical industries: Some mechanistic observations
KR102746429B1 (ko) 코킹 방지 기기, 이의 제조 방법 및 응용
USRE38532E1 (en) Hydrodealkylation processes
TH16212A (th) การปฏิบัติและการกำจัดซัลไฟด์สำหรับเหล็กกล้าที่เป็นซัลไฟด์ ในกรรมวิธีการรีฟอร์มที่มีกำมะถันต่ำ
TH19121B (th) การปฏิบัติและการกำจัดซัลไฟด์สำหรับเหล็กกล้าที่เป็นซัลไฟด์ ในกรรมวิธีการรีฟอร์มที่มีกำมะถันต่ำ
JP4206491B2 (ja) クロマイジングされた耐熱鋼、その製造方法および耐コーキングへの応用におけるその使用
CA2105305C (en) Low-sulfur reforming processes
Yamanaka et al. Chemical Vapor Deposition of Rhenium on Graphite.(Retroactive Coverage)
Clark et al. Development of CVD Oxide Coatings for the Protection of Metal Surfaces
CS268446B1 (cs) Způsob zvýšeni životnosti trub pyrolýznlch p»c1