TH17935C3 - กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว - Google Patents

กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว

Info

Publication number
TH17935C3
TH17935C3 TH1803001299U TH1803001299U TH17935C3 TH 17935 C3 TH17935 C3 TH 17935C3 TH 1803001299 U TH1803001299 U TH 1803001299U TH 1803001299 U TH1803001299 U TH 1803001299U TH 17935 C3 TH17935 C3 TH 17935C3
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
primer
rifampicin
lamp
base
dipstick
Prior art date
Application number
TH1803001299U
Other languages
English (en)
Other versions
TH17935U (th
TH17935Y (th
TH17935A3 (th
Inventor
นายจัตุรงค์ขำดี
นายธงชัยแก้วพินิจ
นายพิสุทธิ์พัฒนาอุตสาหกิจ
นายสมชายสันติวัฒนกุล
นายสมศักดิ์เหรียญทอง
Original Assignee
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Filing date
Publication date
Application filed by มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ filed Critical มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication of TH17935U publication Critical patent/TH17935U/th
Publication of TH17935C3 publication Critical patent/TH17935C3/th
Publication of TH17935Y publication Critical patent/TH17935Y/th
Publication of TH17935A3 publication Critical patent/TH17935A3/th

Links

Abstract

บทสรุปการประดิษฐ์ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณาReadFile:------04/12/2563------(OCR)กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวเริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์5เส้นที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอารโพบี(rpoB)ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์1เส้นติดฉลากด้วยไบโอติน(biotin)หรือไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)และให้ไพรเมอร์อีก1เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค(dipstick)ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิอุณหภูมิ61องศาเซลเซียสเป็นเวลา1ชั่วโมงในกล่องให้ความร้อน(heatingblock)แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค(dipstick)เมื่อให้ผลบวกจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูบริเวณแถบทดสอบ(T)และแถบควบคุม(C)แสดงว่าในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)แต่ถ้าผลลบจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม(C)เท่านั้นวิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์(PCR)แบบเรียลไทม์(realtime)อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์(PCR)และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา------------หน้า1ของจำนวน1หน้าบทสรุปการประดิษฐ์กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวเริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์5เส้นที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์1เส้นติดฉลากด้วยใบโอติน(biotin)หรือไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)และให้ไพรเมอร์อีก1เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดชื้นบนแผ่นดิพสติค(dipstick)ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิอุณหภูมิ61องศาเซลเซียสเป็นเวลา1ชั่วโมงในกล่องให้ความร้อน(heatingblock)แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค(dipstick)เมื่อให้ผลบวกจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูบริเวณแถบทดสอบ(T)และแถบควบคุม(0แสดงว่าในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)แต่ถ้าผลลบจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม(C)เท่านั้นวิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์(PCR)แบบเรียลไทม์(realtime)อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์(PCR)และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา

Claims (5)

ข้อถือสิทธฺ์(ทั้งหมด)ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา:------04/12/2563------(OCR) 1.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค(dipstick)การทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)25ไมโครลิตรประกอบด้วยไพรเมอร์3และไพรเมอร์4อย่างละ50พิโคโมล,ไพรเมอร์1ไพรเมอร์2และไพรเมอร์5อย่างละ5พิโคโมล,ดีเอ็นทีพี(dNTP)0.8มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน(betaine)0.6โมลาร์,สารแมกนีเซียมซัลเฟส(MgSOa)4มิลลิโมลาร์,เอนไซม์บีเอสทีดีเอ็นเอโพลีเมอเรส(BstDNApolymerase)8Uและสารละลายบัฟเฟอร์ด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ที่อุณหภูมิ61องศาเซลเซียสเป็นเวลา1ชั่วโมงจากนั้นดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน5ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์100ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้องจากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค(dipstick)ลงในสารละลาย5นาทีแล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค(dipstick)เมื่อให้ผลบวกจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูบริเวณแถบทดสอบ(T)และแถบควบคุม(C)แสดงว่าในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบีirpoB)แต่ถ้าผลลบจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม(C)เท่านั้นวิธีการนี้ใช้ตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อวัณโรคดื้อยานี้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและน่องกันการระบาดของโรคโดยไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์(PCRthermalcycler)และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้ากรรมวิธีนี้มีการออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์(LAMP)ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบสไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ประกอบด้วยไพรเมอร์5เส้นที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์4ติดฉลากด้วยไบโอติน(biotin)หรือไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)และให้ไพรเมอร์5ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดชื้นบนแผ่นดิพสติค(dipstick)ดังนี้ไพรเมอร์1ลำดับเบส(5'-3')gCATgTCgCggATggAgไพรเมอร์2ลำดับเบส(5'-3')ACgCTCACgTgACAgACCไพรเมอร์3ลำดับเบส(5'-3')ACCggCCggATgTTgATCAACgTTTTgTCCgggAgCggATgAไพรเมอร์4ลำดับเบส(5'-3')ไบโอติน(biotin)/ไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)AAggAgTTCTTCggCACCAgCCTTTTCCgggCCCCAgCgCAAไพรเมอร์5ลำดับเบส(5'-3')FITC-AgCCAATTCATggACCAgAA------------แก้ไข04/12/2561 หน้า1ของจำนวน2หน้าข้อถือสิทธิ 1.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค(dipstick)การทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)25ไมโครลิตรประกอบด้วยไพรเมอร์3และไพรเมอร์4อย่างละ50พิโคโมล,ไพรเมอร์1ไพรเมอร์2และไพรเมอร์5อย่างละ5พิโคโมล,ดีเอ็นทีพี(dNTP)0.8มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน(betaine)0.6โมลาร์,สารแมกนีเซียมซัลเฟส(MgS04)4มิลลิโมลาร์,เอนไซม์บีเอสทีดีเอ็นเอโพลีเมอเรส(BstDNApolymerase)8Uและสารละลายบัฟเฟอร์ด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ที่อุณหภูมิ61องศาเซลเซียสเป็นเวลา1ชั่วโมงจากนั้นดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน5ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์100ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้องจากนั้นจุ่มแผ่นดิพสติค(dipstick)ลงในสารละลาย5นาทีแล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค(dipstick)เมื่อให้ผลบวกจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูบริเวณแถบทดสอบ(T)และแถบควบคุม(C)แสดงว่าในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)แต่ถ้าผลลบจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม(C)เท่านั้นวิธีการนี้ใช้ตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อวัณโรคดื้อยานี้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของโรคโดยไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์(PCRthermalcycler)และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้ากรรมวิธีนี้มีการออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์(LAMP)ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบสไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ประกอบด้วยไพรเมอร์5เส้นที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์4ติดฉลากด้วยไบโอติน(biotin)หรือไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)และให้ไพรเมอร์5ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค(dipstick)ดังนี้ ไพรเมอร์1ลำดับเบส(5'-3')gCATgTCgCggATggAg ไพรเมอร์2ลำดับเบส(5'-3')ACgCTCACgTgACAgACC ไพรเมอร์3ลำดับเบส(5'-3') ACCggCCggATgTTgATCAACgTTTTgTCCgggAgCggATgA ไพรเมอร์4ลำดับเบส(5'-3') biotin/Dig-AAggAgTTCTTCggCACCAgCCTTTTCCgggCCCCAgCgCAA ไพรเมอร์5ลำดับเบส(5'-3') FITC-AgCCAATTCATggACCAgAA Dig=Digoxigenin ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า1ของจำนวน2หน้า ข้อถือสิทธิ
1.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ร่วมกับการประยุกต์ใช้แผ่นดิพสติค(dipstick)ภายในปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)25ไมโครลิตรประกอบด้วยไพรเมอร์3และไพรเมอร์4อย่างละ50พิโคโมล,ไพรเมอร์1ไพรเมอร์2และไพรเมอร์5อย่างละ5พิโคโมล,ดีเอ็นทีพี(dNTP)0.8มิลลิโมลาร์ผสมด้วยสารเบตาอีน(betaine)0.6โมลาร์,สารแมกนีเซียมซัลเฟส(MgS04)4มิลลิโมลาร์,เอนไซม์ปีเอสทีดีเอ็นเอโพลีเมอเรส(BstDNApolymerase)8Uและสารละลายบัฟเฟอร์ใช้ในการตรวจลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)ของเชื้อวัณโรคการออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์(LAMP)ในการตรวจเชื้อวัณโรคที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบสไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ประกอบด้วยไพรเมอร์5เส้นที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)ของเชื้อวัณโรคโดยให้ไพรเมอร์4ติดฉลากด้วยไบโอติน(biotin)หรือไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)และให้ไพรเมอร์5ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค(dipstick)ดังนี้ ไพรเมอร์1ลำดับเบส(5'-3')gCATgTCgCggATggAg ไพรเมอร์2ลำดับเบส(5'-3')ACgCTCACgTgACAgACC ไพรเมอร์3ลำดับเบส(5'-3') ACCggCCggATgTTgATCAACgTTTTgTCCgggAgCggATgA ไพรเมอร์4ลำดับเบส(5'-3') biotin/Dig-AAggAgTTCTTCggCACCAgCCTTTTCCgggCCCCAgCgCAA ไพรเมอร์5ลำดับเบส(5'-3') FITC-AgCCAATTCATggACCAgAA Dig=Digoxigenin
2.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ1ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์(LAMP)บนแผ่นดิพสติค(dipstick)มีลักษณะเฉพาะคือทำปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)ที่อุณหภูมิ61องศาเซลเซียสเป็นเวลา1ชั่วโมงแล้วดูดสารละลายดังกล่าวจำนวน5ไมโครลิตรใส่ในหลอดที่มีสารละลายบัฟเฟอร์100ไมโครลิตรที่อุณหภูมิห้องจากนั้นจุ่มแผ่นติพสติค(dipstick)ลงในสารละลาย5นาทีแล้วอ่านผล
3.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ1ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์(LAMP)มีขั้นตอนการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(rifampicin)เป็นเวลา1ชั่วโมงที่อุณหภูมิ61องศาเซลเซียสโดยให้ไพรเมอร์4ติดฉลากด้วยไบโอติน(biotin)หรือไดกอกซิเจนิน(Digoxigenin)และให้ไพรเมอร์5ติดฉลากด้วยสารเรืองแสง(FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดชื้นด้วยการอ่านผลบนแผ่นดิพสติค(dipstick)เมื่อให้ผลบวกจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูบริเวณแถบทดสอบ(T)และแถบควบคุม(C)แสดงว่าในตัวอย่างพบเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง531ของยีนอาร์โพบี(rpoB)แต่ล้าผลลบจะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม(C)เท่านั้น
4.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ1ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์(PCRthermalcycler)และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า หน้า2ของจำนวน2หน้า
5.กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวตามข้อถือสิทธิ1ที่ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจสอบเบสกลายพันธุของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียวในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อวัณโรคดื้อยานี้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของโรค
TH1803001299U 2018-06-07 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว TH17935A3 (th)

Publications (4)

Publication Number Publication Date
TH17935U TH17935U (th) 2021-06-25
TH17935C3 true TH17935C3 (th) 2021-06-25
TH17935Y TH17935Y (th) 2021-06-25
TH17935A3 TH17935A3 (th) 2021-06-25

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US12139768B2 (en) Polymerase chain reaction primers and probes for Mycobacterium tuberculosis
Ørum et al. Single base pair mutation analysis by PNA directed PCR clamping
AU718670B2 (en) Method for evaluation of polymorphic genetic sequences, and the use thereof in identification of HLA types
CN102209791B (zh) Hla基因型的检测
NO300782B1 (no) Fremgangsmåte for fremstilling av en dobbelt-trådet nukleinsyre og fremgangsmåte nyttig for påvisning av en spesifikk nukleinsyresekvens i en testpröve
US10683548B2 (en) Single nucleotide polymorphism in HLA-B*15:02 and use thereof
RU2445370C1 (ru) Способ диагностики лейкоза крупного рогатого скота методом полимеразной цепной реакции
Estalilla et al. 5′→ 3′ exonuclease-based real-time PCR assays for detecting the t (14; 18)(q32; 21): a survey of 162 malignant lymphomas and reactive specimens
CN105986044B (zh) 禽流感病毒核酸通用快速检测方法
TH17935A3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน(Rifampicin)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
Vinayagamoorthy et al. Improved internal control for molecular diagnosis assays
Sharma et al. Novel molecular diagnostic technique for detecting the different species of Plasmodium
TH17935Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH17935U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH17937C3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด(isoniazid)บนยีนไอเอ็นเอชเอ(inhA)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
DE69833120D1 (de) Verfahren zur Typisierung des HA-1 Nebenhistokompatibilitätsantigens
TH17937A3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด(isoniazid)บนยีนไอเอ็นเอชเอ(inhA)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
US20130053269A1 (en) Primer Sequences for Amplification of Sea Otter Genes, and Methods of Use Thereof
TH17934C3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิดมัยโคแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส(Mycobacteriumtuberculosis)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH1903001740C3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH17934A3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบหาเชื้อวัณโรคชนิดมัยโคแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส(Mycobacteriumtuberculosis)ด้วยแถบสีในขั้นตอนเดียว
TH17936A3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบยีนกลายพันธุ์ของเชื้อสแตฟิโลค็อกคัสออเรียส(Staphylococcusaureus)ที่ดื้อยาเมทิซิลิน(methicillin)ด้วยแถบสี
TH17936C3 (th) กรรมวิธีการตรวจสอบยีนกลายพันธุ์ของเชื้อสแตฟิโลค็อกคัสออเรียส(Staphylococcusaureus)ที่ดื้อยาเมทิซิลิน(methicillin)ด้วยแถบสี
TH20107U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
TH20107Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอพีพี (app) ความเสี่ยงอัลไซเมอร์แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี