TH101959A - การผลิตสารประกอบอินทรีย์ด้วยการหมัก - Google Patents

การผลิตสารประกอบอินทรีย์ด้วยการหมัก

Info

Publication number
TH101959A
TH101959A TH601005890A TH0601005890A TH101959A TH 101959 A TH101959 A TH 101959A TH 601005890 A TH601005890 A TH 601005890A TH 0601005890 A TH0601005890 A TH 0601005890A TH 101959 A TH101959 A TH 101959A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
starch
atoms
microorganisms
suspension
medium
Prior art date
Application number
TH601005890A
Other languages
English (en)
Other versions
TH101959B (th
Inventor
บอย นายแม็ทเธียส
เฟรเยอร์ นายสเตฟาน
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายบุญมา เตชะวณิช
บีเอเอสเอฟ อัคเทียนเกเซลล์ซาฟท์
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายบุญมา เตชะวณิช, บีเอเอสเอฟ อัคเทียนเกเซลล์ซาฟท์ filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH101959A publication Critical patent/TH101959A/th
Publication of TH101959B publication Critical patent/TH101959B/th

Links

Abstract

DC60 (26/03/52) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการผลิตสารประกอบอินทรีย์ด้วยการหมักของอย่างน้อยหนึ่งชนิด ของสารประกอบอินทรีย์ ซึ่งจะมีอย่างน้อย 3 C อะตอม หรือจะมีอย่างน้อย 2 C อะตอม และอย่าง น้อย 1 N อะตอม ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้: i) การบดสารป้อนที่เป็นแป้ง ดังนั้นจะมีมิลเบส ซึ่งประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่ง ส่วนของส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสารป้อนที่เป็นแป้ง ii) การทำให้สารแขวนลอยมิลเบสในของเหลวแอเควียสในปริมาณดังกล่าวที่ปริมาณ สารแห้งในสารแขวนลอยอย่างน้อย 45% โดยน้ำหนักที่ได้ iii) การไฮโดรไลซ์ส่วนประกอบที่เป็นแป้งในมิลเบส โดยการทำให้เป็นของเหลว และถ้าเหมาะสม ต่อมาเป็นการทำให้เป็นแซคคาไรด์ โดยที่อาหารเลี้ยงเชื้อ แอเควียส M จะได้รับมาซึ่งประกอบรวมด้วยส่วนประกอบที่เป็นแป้งที่ ไฮโดรไลส์แล้วของสารป้อนที่เป็นแป้ง และอย่างน้อยส่วนหนึ่งของ ส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสารป้อนที่เป็นแป้ง และ iv) โดยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M ที่ได้ในขั้นตอน iii) ในการหมักสำหรับ การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถทำการผลิตสารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้ ซึ่งในขั้นตอน iii) สารแขวนลอยที่ได้รับมาในขึ้นตอน ii) ได้รับการทำให้ร้อนที่อุณหภูมิ มากกว่าอุณหภูมิในการทำให้เป็นเจลาตินของแป้งที่มีอยู่ในมิลเบส โดยการใส่ไอน้ำเข้าไปในสาร แขวนลอย การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการผลิตสารประกอบอินทรีย์ด้วยการหมักของอย่างน้อยหนึ่งชนิด ของสารประกอบอินทรีย์ ซึ่งจะมีอย่างน้อย 3 C อะตอม หรือจะมีอย่างน้อย 2 C อะตอม และอย่าง น้อย 1 N อะตอม ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ : i) การบดสารป้อนที่เป็นแป้ง ดังนั้นจะมีมิลเบส ซึ่งประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่ง ส่วนของส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสารป้อนที่เป็นแป้ง ii) การทำให้สารแขวนลอยมิลเบสในของเหลวแอเควียสในปริมาณดังกล่าวที่ปริมาณ สารแห้งในสารแขวนลอยอย่างน้อย 45% โดยน้ำหนักที่ได้ iii) การไฮโดรไลซ์ส่วนประกอบที่เป็นแป้งในมิลเบส โดยการทำให้เป็นของเหลว และถ้าเหมาะสม ต่อมาเป็นการทำให้เป็นแซคคาไรด์ โดยที่อาหารเลี้ยงเชื้อ แอเควียส M จะได้รับมาซึ่งประกอบรวมด้วยส่วนประกอบที่เป็นแป้งที่ ไฮโดรไลส์แล้วของสารป้อนที่เป็นแป้ง และอย่างน้อยส่วนหนึ่งของ ส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสารป้อนที่เป็นแป้ง และ iv) โดยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M ที่ได้ในขั้นตอน iii) ในการหมักสำหรับ การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถทำการผลิตสารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้ ซึ่งในขั้นตอน iii) สารแขวนลอยที่ได้รับมาในขึ้นตอน ii) ได้รับการทำให้ร้อนที่อุณหภูมิ มากกว่าอุณหภูมิในการทำให้เป็นเจลาตินของแป้งที่มีอยู่ในมิลเบส โดยการใส่ไอน้ำเข้าไปในสาร แขวนลอย

Claims (20)

แก้ไข 19/08/58 1. กระบวนการสำหรับการผลิตด้วยการหมักของอย่างน้อยหนื่งชนิดของสารประกอบ อินทรีย์ ซึ่งมีอย่างน้อย 3 C อะตอม หรือมีอย่างน้อย 2 C อะตอมและอย่างน้อย 1 N อะตอมซึ่ง ประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้: i) การบดสารป้อนที่เป็นแป้งดังนั้นจะได้มิลเบส (millbase) มาซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อย 10% โดยนั้าหนักของส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสาร ป้อนที่เป็นแป้งเทียบกับส่วนประกอบที่เป็นแป้งของมิลเบส ii) การทำให้มิลเบสแขวนลอยในของเหลวแอเควียสในปริมาณดังกล่าวที่ปริมาณสาร แห้งในสารแขวนลอยอย่างน้อย 45 % โดยนำหนักที่ได้ iii) การไฮโดรไลซ์ส่วนประกอบที่เป็นแป้งในมิลเบสโดยการทำให้เป็นของเหลว และถ้าเหมาะสมต่อมาเป็นการทำให้เป็นแซคคาไรด์โดยที่จะได้รับอาหารเลี้ยงเชื้อ แอเควียส M มาที่มีความเข้มข้นนั้าตาลอย่างน้อย 35 % โดยนั้าหนัก ซึ่งประกอบ รวมด้วยส่วนประกอบที่เป็นแป้งที่ไฮโดรไลส์แล้วของสารป้อนที่เป็นแป้งและ อย่างน้อย 10% โดยน้ำหนักของส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสาร ป้อนที่เป็นแป้งเทียบกับปริมาณของน้ำตาลได้รับการเมตาโบไลซ์ในอาหารเลี้ยง เชื้อแอเควียส M และ iv) โดยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M ที่ได้ในขั้นตอน iii) ในการหมักสำหรับ การเพาะเลี้ยงขิลินทรีย์ซึ่งสามารถทำการผลิตสารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้ ซึ่งในขั้นตอน iii) สารแขวนลอยที่ได้รับมาในขั้นตอน ii)ได้รับการทำให้ร้อนที่อุณหภูมิ มากกว่าอุณหภูมิในการทำให้เป็นเจลาตินของแป้งที่มีอยู่ในมิลเบสโดยการใส่ไอน้ำเข้าไปในสาร แขวนลอย ที่ซึ่งสารประกอบอินทรีย์ได้รับการเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกรดโมโน-,ได-และไตร คาร์บอกซิลิคซึ่งอาจเลือกให้มีหมู่ไฮดรอกซิลที่อยู่ติดกับมัน และซึ่งมี 3 ถึง10 C อะตอม; กรดอะมิโน โปรตีโนเจนิค และนอนโปรตีโนเจนิค; เบสพิวรีน; เบสไพริมิดีน; นึวคลีโอไซด์; นิวคลีโอไทด์; ไลปิด; กรดไขมันที่อิ่มตัว และไม่อิ่มตัว; ไดออลซึ่งมี 4 ถึง 10 C อะตอม; โพลิไฮดริคอัลกอฮอล์ ซึ่งมีหมู่ไฮดรอกซิล 3 หมู่ หรือมากกว่า; อัลกอฮอล์โซ่ยาวซึ่งมีอย่างน้อย 4 C อะตอม; คาร์โบไฮเดรต; สารประกอบคะโรมาติค; วิตามิน; โปรวิตามิน; โคแฟคเตอร์; นิวตราซิวทิคัล; โปรตีน; คาโรทีนอยด์; คีโตน ซึ่งมี 3 ถึง 10 C อะตอม; แลคโตน; ไบโอโพลิเมอร์; และไซโคลเดกซ์ตริน; และที่ซึ่ง อย่างน้อยหนึ่งเอนไซม์ในการทำให้แป้งเป็นของเหลวได้รับการเติมลงในสารแขวนลอย ก่อนที่จะได้รับการท้าให้ร้อน; ซึ่งเมล็ดธัญพืชได้รับการใช้เป็นสารป้อนที่เป็นแป้ง 2 . กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งการให้ความร้อนด้วยไอนำได้รับการท้าให้สำเร็จใน เครื่องปรุงอาหารแบบเจท 3. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งสารแขวนลอยที่ได้รับการให้ความร้อนของมิลเบส ได้รับการทำให้เย็นโดยการทำให้ระเหยแฟลทถึงอุณหภูมิตํ่ากว่าอุณหภูมิการทำให้เป็นเจลาดิน และ การทำให้เป็นลิควิคของแป้งได้รับการดำเนินการต่อไปโดยที่มีเอนไซม์ในการทำให้แป้งเป็นของเหลว อยู่ด้วย 4. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งการไฮโดรไลชิสของแป้งจะประกอบรวมด้วย ขั้นตอนแซ็กคาริฟิเคชัน 5. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้: v) การเพาะเลึ๋ยงจุลินทรีย์ซึ่งสามารถทำการผลิตสารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้ในอาหาร เลี้ยงเชื้อแอเควียสในการหมัก F ซึ่งประกอบรวมด้วยนำตาลที่สามารถเมตาบอไลซ์ได้ และ vi) การเติมอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M ลงในอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส F ในระหว่างดำเนิน กระบวนการส่วนประกอบแป้งที่ไฮโดรไลซ์แล้วมีอยู่ในอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M จะได้รับการเมตา บอไลซ์โดยจุลินทรีย์ด้วยการสร้างสารประกอบอินทรีย์ 6. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 5, ที่ซึ่งอาหารเลี้ยงเชื้อของกระบวนการหมัก F ในขั้นตอน v) ที่สำคัญประกอบรวมด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M, จุลินทรีย์ซึ่งจะสามารถทำการผลิต สารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้, เกลือของสารอาหาร, สารช่วยทั่วไป และน้ำสำหรับการละลาย 7. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งมิลเบสที่ใข้ในขั้นตอน ii) ประกอบรวมด้วยอย่าง น้อย 20 % ของส่วนประกอบที่ไม่เป็นแป้งที่เป็นของแข็งของสารป้อนที่เป็นแป้ง ซึ่งมีอยู่ในสารป้อน ที่เป็นแป้ง 8. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1,ที่ซึ่งเอนไซม์ในการทำให้แป้งเป็นของเหลวคือ (สูตร)-อะไมเลส 9. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งจุลินทรีย์นั้นใช้สำหรับการหมักที่ได้รับการเลือกจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือรีคอมบิแนนท์ ซึ่งทำการผลิตอย่างน้อยหนึ่งชนิดของเมตา โบไลท์ต่อไปนี้จำนวนมากได้: เอนไซม์, กรดอะมิโน, วิตามิน,ไดแซคคาไรด์, กรดอะลิฟาติคโมโน- และไดคาร์บอกซิลิค ซึ่งมี 3 ถึง 10 C อะตอม, กรดอะลิฟาติคไฮดรอกซิคาร์บอกซิลิคซึ่งมี 3 ถึง 10 C อะตอม, คีโตนซึ่งมี 3 ถึง 10 C อะตอม, อัลคานอล ซึ่งมี 4 ถึง 10 C อะตอม, อัลเคนไดออลซึ่งจะมี 3 ถึง 8 C อะตอม และโพลิไฮดรอกซิอัลคาโนเอต 10. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 9, ที่ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งที่สามารถทำ การผลิตกรดอะมิโนหนึ่งชนิดหรือมากกว่าจำนวนมากได้ 11. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 9, ที่ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งที่สามารถ ทำการผลิตกรดอะลิฟาติคโมโน- และไดคาร์บอกซิลิคหนึ่งชนิดหรือมากกว่าซึ่งมี 3 ถึง 10 C อะตอม จำนวนมากได้ 12. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 9, ที่ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งเหล่านั้น ซึ่งทำการผลิตเอนไซม์หนึ่งชนิด หรือมากกว่าจำนวนมากได้ 13. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 12, ที่ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งเหล่านั้น ซึ่งทำการผลิตไฟเตสจำนวนมากได้ 14. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1,ที่ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดากลุ่มของสกุล Corynebacterium, Bacillus, Ashbya, Escherichia, Aspergillus, Alcaligens, Actinobacillus, Anaerobiospirillum, Lactobacillus, Propionibacterium, Clostridium และ Rhizopus 15. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 14, ที่ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสายพันธุของ สกุล Corynebacterium 16. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งชนิดของเมตาโบไลท์ของจุลินทรีย์ ได้รับการทำให้หมดไปหรือได้รับการแยกออกจากลิเควอร์จากการหมัก และส่วนประกอบที่ระเหย ง่ายของลิเควอร์จากการหมักต่อมาได้รับการกำจัดออกอย่างมีนัยสำคัญสารผสมโปรตีนของแข็งหรือ กึ่งของแข็งที่ถูกทำให้ได้มา 17. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1, ที่ซึ่งอย่างน้อยบางชนิดของส่วนประกอบที่ระเหยง่าย ของลิเควอร์จากการหมักจะได้รับการกำจัดออกโดยปราศจากการแยกหรือการทำให้หมดไปก่อนหน้า ของเมตาโบไลท์ของจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ระเหยง่าย และถ้าเหมาะสมโดยปราศจากส่วนประกอบที่เป็น ของแข็งที่กำจัดออกก่อนหน้า,สูตรผสมของแข็งของเมตาโบไลท์ของจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ระเหยง่ายถูก ทำให้ได้มา ---------------------------------------------------------
1. กระบวนการสำหรับการผลิตสารประกอบอินทรีย์ด้วยการหมักของอย่างน้อยหนึ่งชนิดของสารประกอบอินทรีย์ ซึ่งจะมีอย่างน้อย 3 C อะตอม หรือจะมีอย่างน้อย 2 C อะตอม และอย่างน้อย 1 N อะตอม ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ : i) การบดสารป้อนที่เป็นแป้ง ดังนั้นจะมีมิลเบส (millbase) ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งส่วนของส่วนประกอบที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสารป้อนที่ เป็นแป้ง ii) การทำให้มิลเบสแขวนลอยในของเหลวแอเควียสในปริมาณดังกล่าวที่ปริมาณสาร แห้งในสารแขวนลอยอย่างน้อย 45% โดยน้ำหนักที่ได้ iii) การไฮโดรไลซ์ส่วนประกอบที่เป็นแป้งในมิลเบส โดยการทำให้เป็นของเหลว และถ้าเหมาะสม ต่อมาเป็นการทำให้เป็นแซคคาไรด์ โดยที่อาหารเลี้ยงเชื้อ แอเควียส M จะได้รับมาซึ่งประกอบรวมด้วยส่วนประกอบที่เป็นแป้งที่ ไฮโดรไลส์แล้วของสารป้อนที่เป็นแป้ง และอย่างน้อยส่วนหนึ่งของส่วนประกอบ ที่เป็นของแข็งที่ไม่เป็นแป้งของสารป้อนที่เป็นแป้ง และ iv) โดยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M ที่ได้ในขั้นตอน iii) ในการหมักสำหรับ การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถทำการผลิตสารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้ ซึ่งในขั้นตอน iii) สารแขวนลอยที่ได้รับมาในขึ้นตอน ii) ได้รับการทำให้ร้อนที่อุณหภูมิ มากกว่าอุณหภูมิในการทำให้เป็นเจลาตินของแป้งที่มีอยู่ในมิลเบส โดยการใส่ไอน้ำเข้าไปในสาร แขวนลอย
2. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งการให้ความร้อนด้วยไอน้ำได้รับการทำให้สำเร็จใน เครื่องปรุงอาหารแบบเจท
3. กระบวนการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งสารแขวนลอยทที่ได้รับการให้ ความร้อนของมิลเบสได้รับการทำให้เย็นโดยการทำให้ระเหยแฟลทถึงอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิการทำ ให้เป็นเจลาติน และการทำให้เป็นลิควิดของแป้งได้รับการดำเนินการต่อไปโดยที่มีเอนไซม์ในการทำ ให้เป็นของเหลวที่เป็นแป้ง
4. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งชนิดของเอนไซม์ที่ทำให้เป็น ของเหลวได้รับการเติมลงในสารแขวนลอยก่อนที่จะได้รับการทำให้ร้อน
5. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งการไฮโดรไลซิสของแป้ง จะประกอบรวมด้วยขั้นตอนการทำให้เป็นแป้ง
6. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ประกอบรวมด้วย ขั้นตอนต่อไปนี้ : v) การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ซึ่งสามารถทำการผลิตสารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้ในอาหาร เลี้ยงเชื้อแอเควียสในการหมัก F ซึ่งประกอบรวมด้วยน้ำตาลที่สามารถเมตาบอไลซ์ได้ และ vi) การเติมอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M ลงในอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส F ในระหว่างซึ่ง ดำเนินกระบวนการส่วนประกอบแป้งที่ไฮโดรไลซ์แล้วมีอยู๋ในอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M จะได้รับ การเมตาบอไลซ์โดยจุลินทรีย์ด้วยการหมักสารประกอบอินทรีย์
7. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 6 ซึ่งอาหารเลี้ยงเชื้อของกระบวนการหมัก F ในขั้นตอน v) ที่สำคัญประกอบรวมด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อแอเควียส M, จุลินทรีย์ซึ่งจะสามารถทำการผลิต สารประกอบอินทรีย์จำนวนมากได้, เกลือของสารอาหาร, ยาเสริมทั่วไป และน้ำสำหรับการละลาย
8. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งมิลเบสที่ใช้ในขั้นตอน ii) ประกอบรวมด้วยอย่างน้อย 20% ของส่วนประกอบที่ไม่เป็นแป้งที่เป็นของแข็งของสารป้อนที่เป็น แป้ง ซึ่งมีอยู่ในสารป้อนที่เป็นแป้ง
9. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเมล็ดธัญพืชได้รับการใช้เป็น สารป้อนที่เป็นแป้ง
10. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเอนไซม์ที่ทำให้เป็นของเหลว ที่เป็นแป้ง คือ (สูตร)-อะไมเลส
11. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งสารประกอบอินทรีย์ที่ได้รับ การผลิตจะได้รับการเลือกในบรรดากรดโมโน-, ได-และไตรคาร์บอกซิลิค ซึ่งอาจเลือกให้มีหมู่ ไฮดรอกซิลที่อยู่ติดกับสารเหล่านี้ และซึ่งมีคาร์บอน 3 ถึง 10 อะตอม ในบรรดากรดโปรตีโนเจนิค และนอนโปรติโนเจนิคอะมิโน, เบสพิวรีน, เบสไพริมิดีน, นิวคลีโอไซด์, นิวคลีโอไทด์, ลิปิด, กรด ไขมันที่อิ่มตัว และที่ไม่อิ่มตัว, ไดออล ซึ่งจะมีคาร์บอน 4 ถึง 10 อะตอม, โพลิโฮดริกอัลกอฮอล์ซึ่งจะ มีหมู่ไฮดรอกซิล 3 หมู่ หรือมากกว่า, อัลกอฮอล์โซ่ยาว ซึ่งจะมีอย่างน้อยคาร์บอน 4 อะตอม, คาร์โบไฮเดรต, สารประกอบอะโรมาติค, วิตามิน, โปรวิตามิน, โคแฟคเตอร์, สารทางโภชนาการ, โปรตีน, คาโรทีนอยด์, คีโตน ซึ่งจะมีคาร์บอน 3 ถึง 10 อะตอม, แลคโตน, โบโอโพลิเมอร์ และ ไซโคลเดกซ์ตริน
12. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งจุลินทรีย์นั้นใช้สำหรับการ หมักที่ได้รับการเลือกในบรรดาจุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือรีคอมบิแนนท์ ซึ่งทำการผลิตอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดของเมตาโบไลท์ต่อไปนี้จำนวนมากได้:เอนไซม์, กรดอะมิโน, วิตามิน, ไดแซคคาไรด์, กรด อะลิฟาติคโมโน- และไดคาร์บอกซิลิค ซึ่งจะมี 3 ถึง 10 C อะตอม, กรดอะลิฟาติค ไฮดรอกซิ คาร์บอกซิลิคซึ่งจะมี 3 ถึง 10 C อะตอม, คีโตน ซึ่งจะมี 3 ถึง 10 C อะตอม, อัลคานอล ซึ่งจะมี 4 ถึง 10 C อะตอม, อัลเคนไดออล ซึ่งจะมี 3 ถึง 8 C อะตอม และโพลิไฮดรอกซิอัลคาโนเอต
13. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งที่สามารถทำ การผลิตกรดอะมิโนจำนวนมากได้
14. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งที่สามารถทำ การผลิตกรดอะลิฟาติคโมโน- และไดคาร์บอกซิลิคหนึ่งชนิด หรือมากกว่าซึ่งจะมี 3 ถึง 10 C อะตอม จำนวนมากได้
15. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 12 ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งเหล่านี้ ซึ่งทำ การผลิตเอนไซม์หนึ่งชนิด หรือมากกว่าจำนวนมากได้
16. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 15 ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสิ่งเหล่านี้ ซึ่งทำ การผลิตไฟเตสจำนวนมากได้
17. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกใน บรรดาสกุล Corynebacterium, Bacillus, Ashbya, Escherichia, Aspergillus, Alcaligens, Actinobacillus, Anaerobiospirillum, Lactobacillus, Propionibacterium, Clostridium และ Rhizopus
18. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 17 ซึ่งจุลินทรีย์ได้รับการเลือกในบรรดาสายพันธุ์ของสกุล Corynebacterium
19. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งชนิดของ เมตาโบไลท์ของจุลินทรีย์ได้รับการทำให้หมดไป หรือได้รับการแยกออกจากลิเควอร์จากการหมัก และส่วนประกอบที่ระเหยง่ายของลิเควอร์จากการหมักต่อมาได้รับการกำจัดออกอย่างมีนัยสำคัญ สารผสมโปรตีนของแข็ง หรือกึ่งของแข็งที่จะได้รับการทำให้ได้มา
20. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 18 ข้อใด้ข้อหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยบางชนิดของ ส่วนประกอบที่ระเหยง่ายของลิเควอร์จากการหมักจะได้รับการกำจัดออก โโยปราศจากการแยก หรือ การทำให้หมดไปก่อนหน้าของเมตาโบไลท์ของจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ระเหยง่าย และถ้าเหมาะสม โดย ปราศจากสารประกอบที่เป็นของแข็งที่กำจัดออกก่อนหน้า, สูตรผสมของแข็งของเมตาโบไลท์ของ จุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ระเหยง่ายจะได้รับการทำให้ได้มา
TH601005890A 2006-11-27 การผลิตสารประกอบอินทรีย์ด้วยการหมัก TH101959B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH101959A true TH101959A (th) 2010-06-25
TH101959B TH101959B (th) 2010-06-25

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
UA89785C2 (uk) Спосіб одержання щонайменше одного продукту мікробіологічного обміну речовин та білкова композиція, яку одержують згідно зі способом
RU2008112954A (ru) Ферментативное получение нелетучих продуктов микробного метаболизма в твердой форме
US8293504B2 (en) Method for the production of an aqueous glucose solution
US8785154B2 (en) Method for manufacturing an aqueous glucose solution from plants of the Triticeae species
KR101388733B1 (ko) 유기 화합물의 발효 생산
MX2008006668A (es) Preparacion fermentativa de compuestos organicos usando medios con contenido de dextr
RU2008126156A (ru) Ферментальное получение органических соединений
Ibrahim et al. Utilization of palm kernel cake as a novel substrate for phytase production by Aspergillus niger USM AI1
TH94718A (th) การผลิตสารประกอบอินทรีย์จากการหมัก ซึ่งใช้อาหารเพาะเชื้อที่มีเด็กซ์ทริน
TH94717A (th) การผลิตสารประกอบอินทรีย์จากการหมัก
TH92467A (th) การผลิตเมแทบอไลต์ที่ไม่ระเหยง่ายของจุลินทรีย์ในรูปแบบของของแข็งแบบมีการหมัก
TH75739A (th) การผลิตแบบหมักของสารเคมีบริสุทธิ์ยิ่ง
Tsukamoto et al. Enzymatic esterification of d-fructose with acrylic acid in organic media
Sar et al. Food Bioscience