TH92283A - เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ - Google Patents

เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ

Info

Publication number
TH92283A
TH92283A TH701001465A TH0701001465A TH92283A TH 92283 A TH92283 A TH 92283A TH 701001465 A TH701001465 A TH 701001465A TH 0701001465 A TH0701001465 A TH 0701001465A TH 92283 A TH92283 A TH 92283A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
rope
switch
swing
wheel
automatic
Prior art date
Application number
TH701001465A
Other languages
English (en)
Other versions
TH32627B (th
Inventor
นาบสกุล นายทิวัตถ์ชัย
Filing date
Publication date
Application filed filed Critical
Publication of TH92283A publication Critical patent/TH92283A/th
Publication of TH32627B publication Critical patent/TH32627B/th

Links

Abstract

DC60 (17/08/54) การอธิบายในบทสรุปการประดิษฐ์นี้ขออนุญาตเรียก "ส่วนที่แกว่งได้ของเปล" ว่า "เปล" เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ชุดใหญ่ ๆ ชุดที่ 1. "ส่วนที่ดึงเปล " มี หน้าที่สร้างแรงดึงเชือก(9)ไปถึงเปลให้แกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ โดยจะทำงานตาม คำสั่งที่มาจากวงจรอิเลคทรอนิกส์ที่อยู่ใน "ส่วนควบคุม" ชุดที่ 2. " ชุดตรวจจับลักษณะของ- เชือก" มีหน้าที่เปลี่ยนลักษณะของเชือก(9)ซึ่งจะมีลักษณะ ตึง,หย่อน, เคลื่อนที่, หยุดนิ่ง,ทิศทาง- ของการเคลื่อนที่เข้าภายในหรือเคลื่อนที่ไหลออกจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ เป็นสัญญาณการตัด หรือต่อวงจรของสวิชแม่เหล็กและส่งสัญญาณนี้ไปที่ "ส่วนควบคุม" ชุดที่ 3. "ส่วนควบคุม " มี วงจรอิเลคทรอนิกส์ทำหน้าที่รับสัญญาณจากชุดที่ 2. และเปรียบเทียบกับสัญญาณที่มีอยู่ภายใน หน่วยความจำของวงจร ถ้าตรงกันก็จะสั่งให้ชุดที่ 1. ทำงานทันที เมื่อต้องการให้เริ่มทำงานจะต้องใช้มือผลักเปล ให้แกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ และเมื่อปล่อยมือออก ระบบทำงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งในขณะที่เปลแกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่ง- อัตโนมัติจะทำให้เชือก(9)หย่อนลง "ส่วนควบคุม" จะรับสัญญาณจาก "ชุดตรวจจับลักษณะของ- เชือก" และสั่งให้ "ส่วนที่ดึงแปล" ดึงเชือก(9)เบาๆเก็บส่วนที่หย่อนเข้าไว้ในเครื่องช่วยแกว่งอัตโน- มัติจนแรงที่ทำให้เปลแกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติหมดลง เปลก็จะหยุดค้างและเปลี่ยนทิศทาง แกว่งเคลื่อนที่ออกห่างจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติด้วยแรงโน้มถ่วงจนแรงนี้หมดลง เปลก็จะหยุด ค้างและเปลี่ยนทิศทางในช่วงจังหวะนี้ "ส่วนควบคุม" จะรับสัญญาณจาก "ชุดตรวจจับลักษณะของ- เชือก" และสั่งให้ "ส่วนที่ดึงแปล" ดึงแปลแรงๆและหยุดในช่วงเวลาสั้นๆบวกกับแรงโน้มถ่วงเพิ่มแรง ให้เปลแกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ และกลับไปเริ่มขั้นตอนใหม่โดยไม่ต้องใช้มือช่วยผลัก เหมือนที่ได้อธิบายไว้ในข้างต้น เปลก็จะแกว่งไปมาโดยไม่หยุด การอธิบายในบทสรุปการประดิษฐ์นี้ของอนุญาตเรียก " ส่วนที่แกว่งได้ของแปล "ว่า "แปล" เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ชุดใหญ่ ๆ ชุดที่1" ส่วนที่ดึงแปล "มี หน้าที่สร้างแรงดึงเชือก(9)ไปถึงแปลให้แกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ โดยจะทำงานตาม คำสั่งที่มาจากวงจรอิเลคทรอนิกส์ที่อยู่ใน "ส่วนควบคุม " ชุดที่ 2." ชุดตรวจจัดลักษณะของ- เชือก" มีหน้าที่เปลี่ยนลักษณะของเชือก(9)ซึ่งจะมีลักษณะ ตึง,หย่อน, เคลื่อนที่ , หยุดนิ่ง , ทิศทาง- ของการเคลื่อนที่เข้าภายในหรือเคลื่อนที่ไหลออกจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ เป็นสัญญาณการตัด หรือต่อวงจรของสวิชแม่เหล็กและส่งสัญญาณนี้ไปที่ "ส่วนควบคุม " ชุดที่ 3"ส่วนควบคุม " มี วงจรอิเลคทรอนิกส์ทำหน้าที่รับสัญญาณจากชุดที่ 2. และเปรียบเทียบกับสัญญาณที่มีอยู่ภายใน หน่วยความจำของวงจร ถ้าตรงกันก็จะสั่งให้ชุดที่ 1. ทำงานทันที เมื่อต้องการให้เริ่มทำงานจะต้องใช้มือผลักเปล ให้แกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ และเมื่อปล่อยมือออก ระบบทำงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งในขณะที่แปลแกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่ง - อัตโนมัติจะทำให้เชือก(9)หย่อนลง "ส่วนควบคุม" จะรับสัญญาณจาก " ชุดตรวจจับลักษณะของ- เชือก " และสั่งให้ "ส่วนที่ดึงแปล" ดึงเชือก(9)เบา ๆเก็บส่วนที่หย่อนเข้าไว้ในเครื่องช่วยแกว่งอัตโน- มัติจนแรงที่ทำให้แปลแกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติหมดลง เปลก็จะหยุดค้างและเปลี่ยนทิศทาง แกว่างเคลื่อนที่ออกห่างจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติด้วยแรงโน้มถ่วงจนแรงนี้หมดลง เปลก็จะหยุด ค้างและเปลี่ยนทิศทางในช่วงจังหวะนี้ "ส่วนควบคุม" จะรับสัญญาณจาก "ชุดตรวจจับลักษณะของ- เชือก " และสั่งให้ " ส่วนที่ดึงแปล" ดึงแปลแรง ๆ และหยุดในช่วงเวลาสั้น ๆ บวกกับแรงโน้มถ่วงเพิ่มแรง ให้แปลแกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ และกลับไปเริ่มขั้นตอนใหม่ดดยไม่ต้องใช้มือช่วยผลัก เหมือนที่ได้อธิบายไว้ในข้างต้น เปลก็จะแกว่งไปมาโดยไม่หยุด

Claims (2)

1. เครื่องช่วยแก่ว่งอัตโนมัติ มีส่วนที่ 1 "ส่วนที่ดึงเปล ทำหน้าที่รับคำสั่งจากวงจอิเลค- ทรินิสก์ภายในส่วนที่ 3 แล้วสร้างแรงดึงเชือก (9)ที่อยู่ในส่วนนี้ไปดึงให้ " ส่วนที่แกว่งได้ของแปล" แกว่งเข้าหาเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ ส่วนนี้สร้างแรงดึงด้วยการให้มอเตอร์ (1)หมุน บังคับให้ แหวนสปิง(2)และแหวนแผ่น(3)หมุนเสียดสีส่งแรงเข้าแผ่นคลัทช์(4)ซึ่งติดแน่นอย่กับล้อรอก(8) ซึ่ง - แหวนแผ่น (3)เป็นแผ่นกลมสวมอยู่กับแกนมอเตอร์(1)เลื่อนเข้า -ออกได้บนแกนมอเตอร์(1)มีร่องบังคับ ให้ถูกหมุนไปพร้อมกับมอเตอร์(1)และด้านหนึ่งของแหวนแผ่น(3)มีแหวนสปิง(2)ซึ่งถูกล็อกติดกับแกน ของมอเตอร์(1)และคอยดันระหว่างแกนของมอเตอร์(1)กับแหวนแผ่น(3)ให้อีกด้านหนึ่งของแหวน- แผ่น(3)ถูกกดประกบกับแกนครัทช์(4)การใช้แหวนแผ่น (3) หมุดเสียดสีส่งแรงเข้าแผ่นคลัทช์ (4)- และล้อรอก(8) เพราะแผ่นครัทช์(4)และล้อรอก (8)มีเชือก (9) บังคับให้หมุนด้วยความเร็วที่ใกล้เคียง กับการเคลื่อนที่แกว่งไปแกว่งมาของ " สวนที่แกว่งได้ของแปล" ซึ่งเคลื่อนที่ช้าทำให้ล้อรอก(8)หมุนช้า - กว่ามอเตอร์(1)หลายเท่า ถ้าให้มอเตอร์(1)บังคับพาล้อรอก(8)ให้หมุนโดยตรงมอเตอร์(1)จะเสีย- หายเพราะหมุนไม่ได้รอบและร้อนจนไหม้ เมื่อมอเตอร์(1)หมุนจะหมุนด้วยความเร็วที่มากกว่าการ หมุนของแผ่นคลัทช์(4)และล้อรอก(8)อย่างน้อย 1 เท่า และพาให้ล้อรอก(8)หมุนม้วนเชือก(9)ที่ผูก อยู่ระวห่างล้อรอก(8)กับจุดที่ผูกอยู่กับ " ส่วนที่แกว่งทีjไดัของแปล " เข้าเก็บไว้ในร่องด้านนอก ของล้อรอก- (8) จึงมีแรงดึงจากเชื่อก (9) ไปที่ " ส่วนที่แกว่งทีjไดัของแปล " และส่วนที่ 2" ชุดตรวจจับลักษณะ- ของเชือก" มีหน้าที่เปลี่ยนลักษณะของเลือก(9)ที่เกิดจากการดึงของ " ส่วนที่แกว่งทีjไดัของแปล "ซึ่งเมื่อ ส่วนที่แกว่งก็จะดึงเชือก(9)ให้เกิดลักษณะ ตึง หย่อน หยุดนิ่ง เคลื่อนที่ และมีทิศทางของการ- เคลื่อนที่เข้าภายในหรือเคลื่อนที่ออกจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจาก หน้าสัมผัสภายในของสวิชแม่เหล็กชนิดหลอดแก้ว(หลอดหรีด )ถ้าแยกออกจากกัน "ตัดวงจร " ถ้าต่อติด- กัน "ต่อวงจร" และเป็นสวิชแม่เหล็กชนิดหลอดแก้วที่หน้าสัมผัสภายในปกติแยกออกจากกัน "ตัด- วงจร" ด้วยการนำแม่เหล็กถาวรเข้ามาอยู่ใกล้ตัวสวิชเพื่อให้สวิชแม่เหล็ก "ต่อวงจร" หรือนำแม่- เหล็กถาวรถอยห่างออกจากตัวสวิชแม่เหล็กเพื่อให้สวิชแม่เหล็ก"ต่อวงจร" โดยทำงานดังนี้ เมื่อเชือก(9)ตึง เชือก(9)ที่ร้อยผ่านช่องที่ปลายของแขน(24)จะยกปลายของแขน(24)ให้แม่- เหล็ก(25)ห่างออกจากสวิช(26)ทำให้สวิช (26)"ต่อวงจร" แขน(24)มีลักษณะเหมือนแขนมีจุด หมุนสวมอขู่กับแกน(23)ซึ่งแกนนี้ติดอยู่กับกล่อง(30) ส่วนปลายของแขน(24)ใกล้กับช่องที่เชือก(9) ร้อยผ่านจะมีแม่เหล็ก(25)ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรขนาดใกล้เคียงกับสวนปลายแขนติดแน่นอยู่ ปกติ แขน(24)นี้มีสปริง(27)คอยดีดให้ปลายของแขนพิงอยู่กับบริเวณที่มีลักษณะเหมือนบ่าภายในกล่อง(30) บ่านี้มีสวิช(26)ติดตั้งอยู่ ดังนั้นแม่เหล็ก(25)จึงอยู่ใกล้สวิช(26)ด้วย เมื่อเชือก(9)หย่อน เชือก(9)จึงไม่มีแรงยกปลายของแขน(24)ให้แม่เหล็ก(25)ห่างออกจาก สวิช(26)ทำให้สวิช(26)"ต่อวงจร" ปกติแขนนี้มีสปริง(27)คอยดีดปลายของแขน(24)ให้แม่เหล็ก(25) พิงอยู่กับบ่าที่อยู่ใกล้กับสวิช(26)ตลอด เมื่อเชือก(9)หยุดนิ่งไม่เคลื่อนที่ ล้อ(11)ไม่หมุนจึงไม่พาแม่เหล็ก(12)ให้วนเข้ามาใกล้และ ผ่านเลยห่างออกไปจากสวิช(13) ทำให้แม่เหล็ก(12)จึงอยู่ใกล้หรืออยู่ใกล้จากสวิช(13)ตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่ง ดังนั้นสวิช(13) จะอยู่ในสถานะที่ "ตัดวงจร" หรือ "ต่อวงจร" สถานใดสถานะหนึ่ง ซึ่งล้อ(11)เป็นล้อมีร่องให้เชือก(9)พาดสัมผัสและหมุนตามการเคลื่อนที่ของเชือก(9) และด้านที่หัน เข้าหามอเตอร์(1)ของล้อ(11)นี้จะอยู่ใกล้กับกล่อง(30) และมีช่วงหนึ่งของด้านนี้ที่ใกล้กับขอบของ ล้อ(11)จะมีแม่เหล็ก(12)ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรขนาดเล็กติดแน่นอยู่ และมีบริเวณหนึ่งของกล่อง(30) ที่ใกล้กับด้านที่มีแม่เหล็ก(12)ของล้อ(11)ติดอยู่นี้จะมีสวิช(13)ติดอยู่ เมื่อล้อ(11)หมุนจะพาแม่- เหล็ก(12)ให้วนเข้ามาใกล้และผ่านเลยออกไปจากสวิช(13)ทุกๆรอบของการหมุนของล้อ(11) เมื่อเชือก(9)เคลื่อนที่เข้าภายในเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ เชือก(9)จะทำให้ล้อ(15)หมุน ทวนเข็มนาฬิกาไปชนและพาแหวนแผ่น(16)หมุนส่งแรงหมุนนี้เข้าสู่แหวนสปิง(17)พาแหวนแผ่น(18) หมุนปลายขอบที่มีแม่เหล็ก(19)ให้พิงกับบริเวณที่มีลักษณะเหมือนบ่าในกล่อง(30) และมีสวิช(22)ติด- ตั้งอยู่กับบ่านี้ ดังนั้นแม่เหล็ก(19)จึงอยู่ใกล้สวิช(22)ทำให้สวิช(22)"ต่อวงจร" ซึ่งล้อ(15) เป็นล้อมีร่องให้เชือก(9)พาดสัมผัสและหมุนตามการเคลื่อนที่ของเชือก(9) และด้านที่หันเข้าหา แหวนแผ่น(16)มีช่วงหนึ่งของขอบล้อ(15)จะมีส่วนที่ยื่นเข้าไปหาบริเวณหนึ่งของแหวนแผ่น(16)ซึ่ง ออกแบบไว้รับการชนของล้อ(15)เพื่อให้พาแหวนแผ่น(16)หมุน เมื่อแหวนแผ่น(16)หมุน จะส่ง แรงหมุนเข้าสู่แหวนสปิง(17)พาแหวนแผ่น(18)หมุนปลายขอบที่มีแม่เหล็ก(19)ให้พิงกับบริเวณที่มี ลักษณะเหมือนบ่าในกล่อง(30)และมีสวิช(21)ติดตั้งอยู่กับบ่านี้ แหวนแผ่น(18)เป็นแผ่นกลมมีรู ลักษณะคล้ายกับพัดมีด้ามจับสวมอยู่กับแกน(14) และปลายของส่วนที่คล้ายกับด้ามพัดจะมีแม่- เหล็ก(19)ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรขนาดใกล้เคียงกับส่วนปลายนี้ติดแน่นอยู่ และปกติแหวนแผ่น(18) จะถูกสปริงลาน(20)คอยดีดหมุนทวนเข้มนาฬิกาให้ปลายที่มีแม่เหล็ก(19)พิงอยู่กับบริเวณที่มีลักษณะ เหมือนบ่าในกล่อง(30)ที่มีสวิช(22)ติดตั้งอยู่ตลอด และบริเวณที่ไม่ห่างมากนักจากบ่าที่มีสวิช(22) ติดตั้งอยู่ จะมีบริเวณที่มีลักษณะเหมือนบ่าอีกบ่าที่ติดตั้งสวิช(21)อยู่ ดังนั้นแม่เหล็ก(19)จึงอยู่ ห่างจากสวิช์(21)ทำให้สวิช(21)"ตัดวงจร" เมื่อเชือก(9)เคลื่อนที่ออกห่างจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ เชือก(9)จะทำให้ล้อ(15)หมุน ตามเข็มนาฬิกา ไปชนและพาแหวนแผ่น(16)หมุนและส่งแรงหมุนนี้เข้าสู่แหวนสปิง(17)ซึ่งแรงหมุนนี้ ชนะแรกดึงขอสปริงลาน(20)พาแหวนแผ่น(18)หมุนตามเข็มนาฬิกากับสวนปลายที่มีแม่เหล็ก(19)ไป พิงใกล้กับบ่าที่มีสวิช(21)ติดตั้งอยู่ทำให้สวิช(21) "ต่อวงจร" ดังนั้นแม่เหล็ก(19)จึงอยู่ห่างจาก บ่าที่มีสวิช(22)ติดตั้งอยู่ทำให้สวิช(22)"ตัดวงจร"
2.เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ ตามข้อถือสิทธิ 1 ขณะที่ " ส่วนที่แกว่งได้ของแปล " แกว่ง ออกห่างจากเครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัตินี้ก็จะดึงเชือก(9)ไปทำให้ล้อรอก(8)ให้หมุน และเมื่อล้อ- รอก(8)หมุนจะมีแรงเฉื่อยเกิดขึ้นทำให้ล้อรอก(8)หมุนเร็วเกินไป และเกิดผลเสียคือเชือก(9)ที่ไหล ออกจากล้อลอก(8)จะไหลออกมาเร็วกว่าการแกว่งเคลื่อนที่ดึงเชือก(9)ของ"ส่วนที่แกว่งได้ของแปล" มี ผลให้เชือก(9)หย่อนอย่างมากจนำทำให้เชือก(9)ไม่สัมผัสกับล้อ(11)และล้อ(15)และไม่สามารถหมุน ตามเชือก(9)ได้ มีผลให้เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ ทำงานไม่ได้ ดังนั้นล้อรอก(8)จึงมีแขน(5)เป็น อุปกรณ์ลดแรงเฉื่อยของล้อรอก(8) แขน(5)มีลักษณะเหมือนกับแขนอยู่ภายในร่องด้านในของล้อ - รอก(8)และมีจุดหมุนสวมอยู่กับแกน(6)ซึ่งแกนนี้ติดแน่นอยู่กับล้อรอก(8)และอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลาง เส้นรัศมีของล้อรอก(8)ด้วย แขน(5)เอียงทำมุมประมาณ 45 องศากับเส้นรัศมีของล้อรอก(8)โดยมี สปริง(7)ส่งแรงดีดให้ส่วนปลายของแขน(5)ยื่นออกไปใกล้กับบริเวณที่เป็นทรงกระบอกของกล่อง(30) เมื่อล้อรอก(8)หมุนจะมีแรงหนีศูนย์กางเกิดขึ้นแรงนี้ จะเหวี่ยงให้ปลายของแขน(5)ยื่นออกไป สัมผัสกับภายในของกล่อง(30)ทำให้แขน(5)พยานหมุนเอียงทำมุมน้อยกว่า 45 องศากับเส้นรัศมี- ของล้อรอก(8)จึงมีแรงกดระหว่างปลายของแขน(5)กับกล่อง(30) และเมื่อล้อรอก(8)หมุนมีความเร็ว เพิ่มมากขึ้นแรงกดระหว่างปลายของแขน(5)กับกล่อง(30)ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามความเร็ว จึงเกิดแรง เสียดทานขึ้นจากเงากดระหว่างปลายของแขน(5)กับกล่อง(30)และถูกส่งจากแขน(5)เข้าสู่ล้อรอก(8) ทางแกน(6)สามารถลดแรงเฉื่อยจากการหมุนของล้อรอก(8)ลงได้เพราะกล่อง(30)หยุดนิ่งอยู่กับที่
TH701001465A 2007-03-28 เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ TH32627B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH92283A true TH92283A (th) 2008-11-14
TH32627B TH32627B (th) 2012-05-10

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN110271936B (zh) 一种限速器远程触发复位机构
JP2013541948A5 (th)
CN207330027U (zh) 一种电梯用双重限速装置
EP3095748B1 (en) Winch with a safety mechanism for switching off winding of a rope
GB1240564A (en) Friction welding apparatus
US10968077B2 (en) Enhanced governor system for elevator
US11465881B2 (en) Governor assembly and elevator system
TH92283A (th) เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ
TH32627B (th) เครื่องช่วยแกว่งอัตโนมัติ
CN108358008B (zh) 有机房电梯限速器
CN108328448B (zh) 一种棘轮和绳轮一体式的电梯限速器
CN108946524A (zh) 一种塔式起重机载重小车牵引绳锁紧装置
US7073632B2 (en) Safety system for restraining movement of elevator car when car doors are open
CN105129564B (zh) 一种电子式双向电梯限速器
US2573997A (en) Safety device
JP6807768B2 (ja) エレベータの調速機
GB1535337A (en) Winding machine
RU2001105939A (ru) Устройство для контроля пружины
GB2578119A (en) Position sensing device for sensing an upper limit position and a lower limit position of a hoisting line
US956117A (en) Target-trap.
CN211971428U (zh) 一种电梯限速器的复位装置
CN115432536B (zh) 一种高稳型连动控制的电梯限速器
CN110920776A (zh) 用于自行走设备的前轮抬起检测装置及自行走设备
CN115535726B (zh) 内纱上纱系统及方法
JP4079498B2 (ja) フック外れ止め装置