TH86100B - กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ - Google Patents
กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์Info
- Publication number
- TH86100B TH86100B TH601005852A TH0601005852A TH86100B TH 86100 B TH86100 B TH 86100B TH 601005852 A TH601005852 A TH 601005852A TH 0601005852 A TH0601005852 A TH 0601005852A TH 86100 B TH86100 B TH 86100B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- slide
- foodborne pathogens
- pathogens
- minutes
- detecting
- Prior art date
Links
Abstract
------04/12/2563------(OCR) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์มาใช้กับการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร ซึ่งยังไม่ปรากฎว่ามีผู้ใดคิดประดิษฐ์มาก่อน โดยจัดให้มีการควบคุมกรรมวิธีและปัจจัยต่างๆให้มีความเหมาะสม ซึ่งขั้นตอนการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารจะใช้แอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารตรึงลงบนสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose, amino silane,aldehyde เป็นต้น แล้วป้องกันปฏิกิริยาเกิดแบบไม่จำเพาะเจาะจงด้วย 3 เปอร์เซ็นต์ (นํ้าหนัก/ปริมาตร) skimmilk และใช้แอนติบอดีทุติยภูมิที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์HRP แสดงผลโดยใช้ซับสเตรท chemiluminescentพบว่าสามารถตรวจเชื้อผสมทั้งในสารละลายบัฟเฟอร์และในนํ้านมได้ ข้อดีของกรรมวิธีนี้คือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคได้หนึ่งชนิด (single detection) หรือหลายๆ ชนิด (multiplex detection) ในหนึ่งตัวอย่างด้วยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปริมาณสารในขั้นตอนต่างๆ น้อย มีราคาถูก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ตรวจสอบ และสามารถพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ------------ ------08/02/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์มาใช้กับการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดคิดประดิษฐ์มาก่อน โดยจัดให้มีการควบคุมกรรมวิธีและปัจจัยต่างๆให้มีความเหมาะสม ซึ่งขั้นตอนการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารจะใช้แอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารตรึงลงบนสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose, amino silane,aldehyde เป็นต้น แล้วป้องกันปฏิกิริยาเกิดแบบไม่จำเพาะเจาะจงด้วย 3 เปอร์เซ็นต์ (นํ้าหนัก/ปริมาตร) skimmilk และใช้แอนติบอดีทุติยภูมิที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP แสดงผลโดยใช้ซับสเตรท chemiluminescentพบว่าสามารถตรวจเชื้อผสมทั้งในสารละลายบัฟเฟอร์และในนํ้านมได้ ข้อดีของกรรมวิธีนี้คือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคได้หนึ่งชนิด (single detection) หรือหลายๆ ชนิด (multiplex detection) ในหนึ่งตัวอย่างด้วยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปริมาณสารในขั้นตอนต่างๆ น้อย มีราคาถูก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ตรวจสอบ และสามารถพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์มาใช้กับการตรวจหาเชื้อก่อโรคใน อาหาร ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดคิดประดิษฐ์มาก่อน โดยจัดให้มีการควบคุมกรรมวิธีและปัจจัยต่างๆ ให้มีความ เหมาะสม ซึ่งขั้นตอยการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารจะใช้แอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคใน อาหารตรึงลงบนสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose, amino silane, aldehyde เป็นต้น แล้วป้องกันปฏิกิริยาเกิดแบบไม่จำเพาะเจาะจงด้วย 3 เปอร์เซ็นต์ skim milk และใช้ แอนติบอดี้ทุติยภูมิที่ติฉลากด้วยเอนไซม์ HRP แสดงผลโดยใช้ซับสเตรท chemiluminescent พบว่าสามารถ ตรวจเชื้อผสมทั้งในสารละลายบัฟเฟอร์และในน้ำนมได้ ข้อดีของกรรมวิธีนี้คือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคได้ หนึ่งชนิด (single detection) หรือหลายๆ ชนิด (multiplex detection) ในหนึ่งตัวอย่างด้วยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปริมารสารในขั้นตอนต่างๆน้อยมีราคาถูก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ตรวจสอบ เเละสามารถพัฒนา ไปเป็นผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ได้
Claims (10)
1. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดิอะเรย์ ที่มีลักษณะเฉพาะคือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อ โรคในอาหารตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไปได้พร้อมกันในการตรวจครั้งเดียว ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้ 1) การตรึงแอนจิบอดีปฐมภูมิบนแผ่นสไลด์ (spotting) ; นำแอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื่อมต่อโรค ในอาหาร ละลายในบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับตรึงแอนติบอดีปฐมภูมิ ได้แก่ phosphate buffered saline (PBS) pH 7.2 มาตรึง (spot) ลงบนแผ่นสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิด อื่น ในปริมาตร 0.5 ไมโครลิตรต่อหยด (spot) นำไปเก็บในตู้ควบคุมความชื่นที่ 30-35 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิ 23-25 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง 2) การป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจง (blocking) ; โดยการเติมสารละลายบัพเฟอร์ที่เหมาะสม สำหรับการป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจงลงบนพื้นแผ่นสไลด์ ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ 3 เปอร์เซ็นต์ skim milk ใน PBS (blocking solution) ลงบนพื้นแผ่นสไลด์ วางไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็น เวลาอย่างน้อย 15 นาที 3) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดยเขย่าเบาๆ และถ้า ต้องการเก็บแผ่นสไลด์ไว้ทดสอบทำได้โดยนำแผ่นสไลดไปทำให้แห้งและเก็บไว้ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน 4) ใส่สารละลายตัวอย่างที่มีเชื้อแบคทีเรียที่ละลายอยู่ใน 1 เปอร์เซ็นต์ skim milk ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกปิดสไลด์ ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 5) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดย เขย่าเบาๆ 6) ใส่แอนติบอดีทุติยภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP ซึ่งละลายใน 1 เปอร์เซ็นต์ skim mailk ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกสไลด์ปิด ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 7) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดย เขย่าเบาๆ 8) ใส่ซับสเตรท chemilhuminescent ปริมาตร 100 ไมโตรลิตร เพื่อใช้ในการติดตามแสดงผล 9) ทำการประกบกับฟิล์มเป็นเวลา 3 นาที ล้างด้วยน้ำยาล้างฟิล์ม Developer ต่อด้วยล้างน้ำสะอาด และ ล้างด้วยน้ำยา Fixer 10) อ่านผลที่ได้
2. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง เชื้อก่อโรคในอาหาร ได้แก่ เชื้อ E. coli O157:H7 Salmonella spp. หรือ เชื้อก่อโรคในอาหารชนิดอื่นๆ
3. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 2 ที่ซึ่ง เชื้อก่อโรคใน อาหารชนิดอื่นๆ ได้แก่ Listeria spp., Shigella spp., Vibrio spp., Staphylococcus spp., Rotavirus group A และ B Norwalk virus ฯลฯ
4. กรรมวิธีการตรวจหาเชื่อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง แอนติบอดีทุติยภูมิ มีลักษณะเฉพาะคือ มีความจำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้
5. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 4 ที่ซึ่ง ความเข้มข้น ของแอนติบอดีทุติยภูมิที่ใช้ มีลักษณะเฉพาะคือ แปรผันไปตามชนิดและคุณสมบัติของเชื้อที่เป็นแอนติเจน รวมถึงแหล่งที่มาของแอนติบอดีทุติยภูมิ
6. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose
7. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 6 ที่ซึ่ง สารเคลือบ ชนิดอื่น ได้แก่ amino silane
8. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 6-7 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ aldehyde
9. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1-8 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ชุดตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร
10.อ่านผลที่ได้
Publications (3)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH86100A TH86100A (th) | 2007-08-20 |
| TH103562A TH103562A (th) | 2010-08-31 |
| TH86100B true TH86100B (th) | 2021-12-23 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Chen et al. | Label-free screening of foodborne Salmonella using surface plasmon resonance imaging | |
| Song et al. | Development of a lateral flow colloidal gold immunoassay strip for the simultaneous detection of Shigella boydii and Escherichia coli O157: H7 in bread, milk and jelly samples | |
| EP0171150B2 (en) | Method and apparatus for assaying with optional reagent quality control | |
| Wang et al. | Gold‐nanoparticle‐based multiplexed immunochromatographic strip for simultaneous detection of staphylococcal enterotoxin A, B, C, D, and E | |
| Tsai et al. | SPR-based immunosensor for determining staphylococcal enterotoxin A | |
| Hayat et al. | Development of a novel label-free amperometric immunosensor for the detection of okadaic acid | |
| Amani et al. | A review approaches to identify enteric bacterial pathogens | |
| Guan et al. | Rapid detection of pathogens using antibody-coated microbeads with bioluminescence in microfluidic chips | |
| JP2004333503A (ja) | 病原性微生物の分類学的同定及び病原性微生物の毒性タンパク質 | |
| Verma et al. | ELISA-based identification and detection of microbes | |
| Pohanka | QCM immunosensor for the determination of Staphylococcus aureus antigen | |
| Oh et al. | Surface plasmon resonance immunosensor for the detection of Yersinia enterocolitica | |
| CN111537739A (zh) | 一种单克隆抗体效价快速测定免疫荧光试纸条 | |
| Cimaglia et al. | Detection of L. monocytogenes in enrichment cultures by immunoseparation and immunosensors | |
| CN111521827A (zh) | 基于抗原示踪快速测定单克隆抗体效价免疫荧光试纸条 | |
| Zhai et al. | Production of phage display-derived peptide and the application for detecting Vibrio parahaemolyticus by combined PCR technology | |
| Liebsch et al. | Solid-phase microbead array for multiplex O-serotyping of Escherichia coli | |
| CN112698036A (zh) | 细菌单克隆抗体交叉反应快速测定免疫试纸条及测定方法 | |
| TH103562A (th) | กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ | |
| Xia et al. | A rapid detection of Escherichia coli O157: H7 by competition visual antigen macroarray | |
| EP3108249B1 (en) | Methods and systems for rapid detection of microorganisms using free antibodies | |
| Huynh et al. | Surface plasmon resonance imaging of pathogens: the Yersinia pestis paradigm | |
| US20170328900A1 (en) | Methods and materials for capture antibody targeted fluorescent in-situ hybridization (cat-fish) | |
| KR0141563B1 (ko) | 잔류항생제의 진단방법 및 진단키트 | |
| CN108872571B (zh) | 一种基于硫磺素t的免疫分析方法 |