TH86100B - กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ - Google Patents

กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์

Info

Publication number
TH86100B
TH86100B TH601005852A TH0601005852A TH86100B TH 86100 B TH86100 B TH 86100B TH 601005852 A TH601005852 A TH 601005852A TH 0601005852 A TH0601005852 A TH 0601005852A TH 86100 B TH86100 B TH 86100B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
slide
foodborne pathogens
pathogens
minutes
detecting
Prior art date
Application number
TH601005852A
Other languages
English (en)
Other versions
TH86100A (th
TH103562A (th
Inventor
การุณอุทัยศิริ นางสาวนิศรา
คชนันท์ นางสาวอรประไพ
เหล่าสุขสกุล นายธีระวุธร์
Original Assignee
เหล่าสุขสกุล นายธีระวุธร์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
Filing date
Publication date
Publication of TH86100A publication Critical patent/TH86100A/th
Application filed by เหล่าสุขสกุล นายธีระวุธร์, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ filed Critical เหล่าสุขสกุล นายธีระวุธร์
Publication of TH103562A publication Critical patent/TH103562A/th
Publication of TH86100B publication Critical patent/TH86100B/th

Links

Abstract

------04/12/2563------(OCR) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์มาใช้กับการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร ซึ่งยังไม่ปรากฎว่ามีผู้ใดคิดประดิษฐ์มาก่อน โดยจัดให้มีการควบคุมกรรมวิธีและปัจจัยต่างๆให้มีความเหมาะสม ซึ่งขั้นตอนการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารจะใช้แอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารตรึงลงบนสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose, amino silane,aldehyde เป็นต้น แล้วป้องกันปฏิกิริยาเกิดแบบไม่จำเพาะเจาะจงด้วย 3 เปอร์เซ็นต์ (นํ้าหนัก/ปริมาตร) skimmilk และใช้แอนติบอดีทุติยภูมิที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์HRP แสดงผลโดยใช้ซับสเตรท chemiluminescentพบว่าสามารถตรวจเชื้อผสมทั้งในสารละลายบัฟเฟอร์และในนํ้านมได้ ข้อดีของกรรมวิธีนี้คือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคได้หนึ่งชนิด (single detection) หรือหลายๆ ชนิด (multiplex detection) ในหนึ่งตัวอย่างด้วยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปริมาณสารในขั้นตอนต่างๆ น้อย มีราคาถูก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ตรวจสอบ และสามารถพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ------------ ------08/02/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์มาใช้กับการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดคิดประดิษฐ์มาก่อน โดยจัดให้มีการควบคุมกรรมวิธีและปัจจัยต่างๆให้มีความเหมาะสม ซึ่งขั้นตอนการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารจะใช้แอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารตรึงลงบนสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose, amino silane,aldehyde เป็นต้น แล้วป้องกันปฏิกิริยาเกิดแบบไม่จำเพาะเจาะจงด้วย 3 เปอร์เซ็นต์ (นํ้าหนัก/ปริมาตร) skimmilk และใช้แอนติบอดีทุติยภูมิที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP แสดงผลโดยใช้ซับสเตรท chemiluminescentพบว่าสามารถตรวจเชื้อผสมทั้งในสารละลายบัฟเฟอร์และในนํ้านมได้ ข้อดีของกรรมวิธีนี้คือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคได้หนึ่งชนิด (single detection) หรือหลายๆ ชนิด (multiplex detection) ในหนึ่งตัวอย่างด้วยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปริมาณสารในขั้นตอนต่างๆ น้อย มีราคาถูก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ตรวจสอบ และสามารถพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์มาใช้กับการตรวจหาเชื้อก่อโรคใน อาหาร ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดคิดประดิษฐ์มาก่อน โดยจัดให้มีการควบคุมกรรมวิธีและปัจจัยต่างๆ ให้มีความ เหมาะสม ซึ่งขั้นตอยการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารจะใช้แอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคใน อาหารตรึงลงบนสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose, amino silane, aldehyde เป็นต้น แล้วป้องกันปฏิกิริยาเกิดแบบไม่จำเพาะเจาะจงด้วย 3 เปอร์เซ็นต์ skim milk และใช้ แอนติบอดี้ทุติยภูมิที่ติฉลากด้วยเอนไซม์ HRP แสดงผลโดยใช้ซับสเตรท chemiluminescent พบว่าสามารถ ตรวจเชื้อผสมทั้งในสารละลายบัฟเฟอร์และในน้ำนมได้ ข้อดีของกรรมวิธีนี้คือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคได้ หนึ่งชนิด (single detection) หรือหลายๆ ชนิด (multiplex detection) ในหนึ่งตัวอย่างด้วยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้ปริมารสารในขั้นตอนต่างๆน้อยมีราคาถูก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ตรวจสอบ เเละสามารถพัฒนา ไปเป็นผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ได้

Claims (10)

------04/12/2563------(OCR) 1. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ที่มีลักษณะเฉพาะคือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อ โรคในอาหารตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไปได้พร้อมกันในการตรวจครั้งเดียว ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้ 1) การตรึงแอนติบอดีปฐมภูมิบนแผ่นสไลด์ (spotting); นำแอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรค ในอาหาร ละลายในบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับตรึงแอนติบอดีปฐมภูมิ ได้แก่ ฟอสเฟตบัฟเฟอร์ ซาไลน์ (phosphate buffered saline; PBS) pH 7.2 มาตรึง (Spot) ลงบนแผ่นสไลด์ที่เคลือบด้วย พอลิ แอล ไลซีน (poly-L-lysine) หรือสารเคลือบชนิดอื่น ในปริมาตร 0.5 ไมโครลิตรต่อหยด (spot) นำไปเก็บในตู้ควบคุมความชื้นที่ 30-35 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิ 23-25 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง 2) การป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจง (blocking) ; โดยการเติมสารละลายบัพเฟอร์ที่เหมาะสม สำหรับการป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจงลงบนพื้นแผ่นสไลด์ ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ 3 เปอร์เซ็นต์ (นํ้าหนัก/ปริมาตร) สกิมมิลค์ (skim milk) ในฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาไลน์ (PBS, blocking solution) ลงบนพื้นแผ่นสไลด์ วางไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 3) การล้างแผ่นสไลด์ (washing); ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ ฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาไลน์ (PBS) ที่มีทวีน20 (Tween20) อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดยเขย่าเบาๆ และล้าต้องการเก็บแผ่นสไลด์ไว้ทดสอบทำได้โดยนำแผ่นสไลด์ไปทำให้ แห้งและเก็บไว้ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน 4) ใส่สารละลายตัวอย่างที่มีเชื้อแบคทีเรียที่ละลายอยู่ใน 1 เปอร์เซ็นต์ (นํ้าหนัก/ปริมาตร) สกิมมิลด์ (skim milk) ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกปิดสไลด์ ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา อย่างน้อย 15 นาที 5) การล้างแผ่นสไลด์ (washing); ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มีทวีน20 (Tween20) อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดยเขย่าเบาๆ 6) ใส่แอนติบอดีทุติยภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP ซึ่งละลายใน 1 เปอร์เซ็นต์(นํ้าหนัก/ปริมาตร) สกิมมิลค์ (skim milk) ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่น กระจกสไลด์ปิด ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 7) การล้างแผ่นสไลด์ (washing); ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มีทวีน20 (Tween20) อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดยเขย่าเบาๆ 8) ใส่ซับสเตรทเคมิลูมิเนสเซนท์ (chemiluminescent) ปริมาตร 100 ไมโครลิตร เพื่อใช้ในการติดตาม แสดงผล 9) ทำการประกบกับฟิล์มเป็นเวลา 3 นาที ล้างด้วยนํ้ายาล้างฟิล์มดีเวลอปเปอร์ (Developer) ต่อด้วยล้าง นํ้าสะอาด และ ล้างด้วยนํ้ายาฟิกเซอร์ (Fixer) 10) อ่านผลที่ได้2. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง เชื้อก่อโรคในอาหาร ดังกล่าวคือ เชื้อ E. coli O157:H7, Salmonella spp., Listeria spp., Shigella spp., Vibrio spp., Staphylococcus spp., Rotavirus group A หรือ Rotavirus group B หรือ Norwalk virus3. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง แอนติบอดีทุติยภูมิ มีลักษณะเฉพาะคือ มีความจำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้4. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง ความเข้มข้นของ แอนติบอดีทุติยภูมิที่ใช้ มีลักษณะเฉพาะคือ แปรผันไปตามชนิดและคุณสมบัติของเชื้อที่เป็นแอนติเจน รวมถึงแหล่งที่มาของแอนติบอดีทุติยภูมิ5. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น คือ ไนโตรเซลลูโลส (nitrocellulose)6. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 5 ที่ซึ่ง สารเคลือบ ชนิดอื่น คือ อะมิโนไซเลน (amino silane)7. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 5- 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น คือ อัลดีไฮด์ (aldehyde)8. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ชุดตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร ------------ ------08/02/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ1. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ที่มีลักษณะเฉพาะคือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไปได้พร้อมกันในการตรวจครั้งเดียว ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้ 1)การตรึงแอนติบอดีปฐมภูมิบนแผ่นสไลด์ (spotting) ; นำแอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรค ในอาหาร ละลายในบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับตรึงแอนติบอดีปฐมภูมิ ได้แก่ phosphate buffered saline (PBS) pH 7.2 มาตรึง (spot) ลงบนแผ่นสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิด อื่น ในปริมาตร 0.5 ไมโครลิตรต่อหยด (spot) นำไปเก็บในตู้ควบคุมความชื้นที่ 30-35 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิ 23-25 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง 2)การป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจง (blocking); โดยการเติมสารละลายบัพเฟอร์ที่เหมาะสม สำหรับการป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจงลงบนพื้นแผ่นสไลด์ ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ 3 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนัก/ปริมาตร) skim milk ใน PBS (blocking solution) ลงบนพื้นแผ่นสไลด์ วางไว้ที่ อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15นาที 3)การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆละ 3-5 นาที โดยเขย่าเบาๆ และถ้า ต้องการเก็บแผ่นสไลด์ไว้ทดสอบทำได้โดยนำแผ่นสไลด์ไปทำให้แห้งและเก็บไว้ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน 4)ใส่สารละลายตัวอย่างที่มีเชื้อแบคทีเรียที่ละลายอยู่ใน 1 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนัก/ปริมาตร) skim milk ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกปิดสไลด์ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 5) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดย เขย่าเบาๆ 6)ใส่แอนติบอดีทุติยภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP ซึ่งละลายใน 1 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนัก/ปริมาตร) skim milk ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกสไลด์ปิด ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 7)การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดย เขย่าเบาๆ 8)ใส่ซับสเตรท chemiluminescent ปริมาตร 100 ไมโครลิตร เพื่อใช้ในการติดตามแสดงผล 9) ทำการประกบลับฟิล์มเป็นเวลา 3 นาที ล้างด้วยน้ำยาล้างฟิล์ม Developer ต่อด้วยล้างน้ำสะอาด และ ล้างด้วยน้ำยา Fixerหน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า10) อ่านผลที่ได้2. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง เชื้อก่อโรคในอาหารดังกล่าวคอ เชอ E. coli 0157:H7, Salmonella spp., Listeria spp., Shigella spp., Vibrio spp., Staphylococcusspp., Rotavirus group A หรอ Rotavirus group B และ Norwalk virus3. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซํ่ง แอนติบอดีทุติยภูมิมีลักษณะเฉพาะคือ มีความจำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้4. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 4 ที่ซึ่ง ความเข้มข้นของแอนติบอดีทุติยภูมิที่ใช้ มีลักษณะเฉพาะคือ แปรผันไปตามชนิดและคุณสมบตของเชื้อที่เปีนแอนติเจนรวมถึงแหล่งที่มาของแอนติบอดีทุติยภูมิ 5. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่นได้แก่ nitrocellulose6. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 5 ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอน ได้แก่ amino silane7. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1หรือ5-6ข้อใดข้อหนํ่ง ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ aldehyde8. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1-7 ข้อใดข้อหนํ่ง ที่ซึ่งสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ชุดตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร ------------
1. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดิอะเรย์ ที่มีลักษณะเฉพาะคือ สามารถตรวจหาเชื้อก่อ โรคในอาหารตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไปได้พร้อมกันในการตรวจครั้งเดียว ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้ 1) การตรึงแอนจิบอดีปฐมภูมิบนแผ่นสไลด์ (spotting) ; นำแอนติบอดีปฐมภูมิที่จำเพาะต่อเชื่อมต่อโรค ในอาหาร ละลายในบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับตรึงแอนติบอดีปฐมภูมิ ได้แก่ phosphate buffered saline (PBS) pH 7.2 มาตรึง (spot) ลงบนแผ่นสไลด์ที่เคลือบด้วย poly-L-lysine หรือสารเคลือบชนิด อื่น ในปริมาตร 0.5 ไมโครลิตรต่อหยด (spot) นำไปเก็บในตู้ควบคุมความชื่นที่ 30-35 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิ 23-25 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง 2) การป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจง (blocking) ; โดยการเติมสารละลายบัพเฟอร์ที่เหมาะสม สำหรับการป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่จำเพาะเจาะจงลงบนพื้นแผ่นสไลด์ ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ 3 เปอร์เซ็นต์ skim milk ใน PBS (blocking solution) ลงบนพื้นแผ่นสไลด์ วางไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็น เวลาอย่างน้อย 15 นาที 3) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดยเขย่าเบาๆ และถ้า ต้องการเก็บแผ่นสไลด์ไว้ทดสอบทำได้โดยนำแผ่นสไลดไปทำให้แห้งและเก็บไว้ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน 4) ใส่สารละลายตัวอย่างที่มีเชื้อแบคทีเรียที่ละลายอยู่ใน 1 เปอร์เซ็นต์ skim milk ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกปิดสไลด์ ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 5) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดย เขย่าเบาๆ 6) ใส่แอนติบอดีทุติยภูมิที่จำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP ซึ่งละลายใน 1 เปอร์เซ็นต์ skim mailk ปริมาตร 100 ไมโครลิตร แล้วใช้แผ่นกระจกสไลด์ปิด ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที 7) การล้างแผ่นสไลด์ (washing) ; ล้างแผ่นสไลด์ด้วยสารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสมสำหรับการล้าง ได้แก่ สารละลายบัฟเฟอร์ PBS ที่มี Tween20 อยู่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 ครั้งๆ ละ 3-5 นาที โดย เขย่าเบาๆ 8) ใส่ซับสเตรท chemilhuminescent ปริมาตร 100 ไมโตรลิตร เพื่อใช้ในการติดตามแสดงผล 9) ทำการประกบกับฟิล์มเป็นเวลา 3 นาที ล้างด้วยน้ำยาล้างฟิล์ม Developer ต่อด้วยล้างน้ำสะอาด และ ล้างด้วยน้ำยา Fixer 10) อ่านผลที่ได้
2. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง เชื้อก่อโรคในอาหาร ได้แก่ เชื้อ E. coli O157:H7 Salmonella spp. หรือ เชื้อก่อโรคในอาหารชนิดอื่นๆ
3. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 2 ที่ซึ่ง เชื้อก่อโรคใน อาหารชนิดอื่นๆ ได้แก่ Listeria spp., Shigella spp., Vibrio spp., Staphylococcus spp., Rotavirus group A และ B Norwalk virus ฯลฯ
4. กรรมวิธีการตรวจหาเชื่อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง แอนติบอดีทุติยภูมิ มีลักษณะเฉพาะคือ มีความจำเพาะต่อเชื้อก่อโรคในอาหารชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้
5. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 4 ที่ซึ่ง ความเข้มข้น ของแอนติบอดีทุติยภูมิที่ใช้ มีลักษณะเฉพาะคือ แปรผันไปตามชนิดและคุณสมบัติของเชื้อที่เป็นแอนติเจน รวมถึงแหล่งที่มาของแอนติบอดีทุติยภูมิ
6. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ nitrocellulose
7. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 6 ที่ซึ่ง สารเคลือบ ชนิดอื่น ได้แก่ amino silane
8. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 6-7 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารเคลือบชนิดอื่น ได้แก่ aldehyde
9. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะรเย์ ตามข้อถือสิทธิที่ 1-8 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ชุดตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร
10.อ่านผลที่ได้
TH601005852A 2008-07-14 กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์ TH86100B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH86100A TH86100A (th) 2007-08-20
TH103562A TH103562A (th) 2010-08-31
TH86100B true TH86100B (th) 2021-12-23

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Chen et al. Label-free screening of foodborne Salmonella using surface plasmon resonance imaging
Song et al. Development of a lateral flow colloidal gold immunoassay strip for the simultaneous detection of Shigella boydii and Escherichia coli O157: H7 in bread, milk and jelly samples
EP0171150B2 (en) Method and apparatus for assaying with optional reagent quality control
Wang et al. Gold‐nanoparticle‐based multiplexed immunochromatographic strip for simultaneous detection of staphylococcal enterotoxin A, B, C, D, and E
Tsai et al. SPR-based immunosensor for determining staphylococcal enterotoxin A
Hayat et al. Development of a novel label-free amperometric immunosensor for the detection of okadaic acid
Amani et al. A review approaches to identify enteric bacterial pathogens
Guan et al. Rapid detection of pathogens using antibody-coated microbeads with bioluminescence in microfluidic chips
JP2004333503A (ja) 病原性微生物の分類学的同定及び病原性微生物の毒性タンパク質
Verma et al. ELISA-based identification and detection of microbes
Pohanka QCM immunosensor for the determination of Staphylococcus aureus antigen
Oh et al. Surface plasmon resonance immunosensor for the detection of Yersinia enterocolitica
CN111537739A (zh) 一种单克隆抗体效价快速测定免疫荧光试纸条
Cimaglia et al. Detection of L. monocytogenes in enrichment cultures by immunoseparation and immunosensors
CN111521827A (zh) 基于抗原示踪快速测定单克隆抗体效价免疫荧光试纸条
Zhai et al. Production of phage display-derived peptide and the application for detecting Vibrio parahaemolyticus by combined PCR technology
Liebsch et al. Solid-phase microbead array for multiplex O-serotyping of Escherichia coli
CN112698036A (zh) 细菌单克隆抗体交叉反应快速测定免疫试纸条及测定方法
TH103562A (th) กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารด้วยแอนติบอดีอะเรย์
Xia et al. A rapid detection of Escherichia coli O157: H7 by competition visual antigen macroarray
EP3108249B1 (en) Methods and systems for rapid detection of microorganisms using free antibodies
Huynh et al. Surface plasmon resonance imaging of pathogens: the Yersinia pestis paradigm
US20170328900A1 (en) Methods and materials for capture antibody targeted fluorescent in-situ hybridization (cat-fish)
KR0141563B1 (ko) 잔류항생제의 진단방법 및 진단키트
CN108872571B (zh) 一种基于硫磺素t的免疫分析方法