TH76979A - องค์ประกอบของโปรปิลโบรไมด์ที่ทำให้เสถียรแล้ว - Google Patents
องค์ประกอบของโปรปิลโบรไมด์ที่ทำให้เสถียรแล้วInfo
- Publication number
- TH76979A TH76979A TH501004985A TH0501004985A TH76979A TH 76979 A TH76979 A TH 76979A TH 501004985 A TH501004985 A TH 501004985A TH 0501004985 A TH0501004985 A TH 0501004985A TH 76979 A TH76979 A TH 76979A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- mixture
- weight
- solvent
- ppm
- carbon atoms
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (06/09/60) สารประกอบฟีนอลิคที่ถูกแทนที่บางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับหรือไม่ร่วมกับ 1,2-อีพอก ไซด์เป็น ส่วนประกอบที่เป็นสารทำให้เสถียรเพียงแหล่งเดียวมีประสิทธิผลอย่างมากในการทำให้ นอร์มาล โปรปิลโบรไมด์ (NPB) มีความเสถียร ในการทดสอบความเสถียรที่อุณหภูมิ 60 องศา เซลเซียส ที่เป็นการทดสอบมาตรฐานที่มีความสำคัญทางการค้า สารประกอบฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ที่ เป็นตัวแทนที่ใช้ ตามที่กำหนดไว้ในการประดิษฐ์นี้สามารถทำให้ NPB ผ่านการทดสอบแม้เมื่อมีอยู่ ในระดับ ประมาณ 50 ppm (โดยน้ำหนัก /น้ำหนัก) หรือน้อยกว่าใน NPB ที่ไม่มีส่วนประกอบที่ เป็น สารเติมแต่งของสารทำให้เสถียรอื่นใด ที่จริงแล้วได้พบว่าปริมาณที่ต่ำลงมาถึง 1 ppm มีประสิทธิผลกับสารประกอบฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ได้พบว่าสารทำให้เสถียรที่ เสนอ ให้ใช้ชนิดหนึ่งของการประดิษฐ์นี้ที่เป็น 2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิล-พาราครีซอลนั้น แม้ว่ามีจุด เดือด สูงกว่า NPB แต่เหลือสารหลงเหลือไว้ในปริมาณที่ไม่มีนัยสำคัญอย่างน้อยตลอดช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 30 ppm (โดยน้ำหนัก) ได้พบอีกด้วยว่าสารทำให้เสถียรที่เสนอให้ใช้อื่น ๆ บางชนิดของ การประดิษฐ์นี้สามารถทำให้มีความเสถียรดีขึ้นอย่างมีการเสริมฤทธิ์ในการผ่านการทดสอบความ เสถียรที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสเมื่อนำมาใช้ร่วมกับ 1,2-อีพอกไซด์อย่างน้อยหนึ่งชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิวทิลลีนออกไซด์ แก้ไข 6 กันยายน 2560 สารประกอบฟีนอลิคที่ถูกแทนที่บางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับหรือไม่ร่วมกับ 1,2-อีพอก ไซด์เป็นส่วนประกอบที่เป็นสารทำให้เสถียรเพียงแหล่งเดียวมีประสิทธิผลอย่างมากในการทำให้ นอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ (NPB) มีความเสถียร ในการทดสอบความเสถียรที่อุณหภูมิ 60 องศา เซลเซียส ที่เป็นมาตรฐานที่มีความสำคัญทางการค้า สารประกอบฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ที่ เป็นตัวแทนที่ใช้ตามกำหนดไว้ในการประดิษฐ์นี้สามารถทำให้ NPB ผ่านการทดสอบแม้เมื่อมีอยู่ ในระดับประมาณ 50 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) หรือน้อยกว่าใน NPB ที่ไม่มีส่วนประกอบที่ เป็น สารเติมแต่งของสารทำให้เสถียรอื่นใด ที่จริงแล้วได้พบว่าปริมาณที่ต่ำลงมาถึง 1 ppm มีประสิทธิผลกับสารประกอบฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ได้พบว่าสารทำให้เสถียรที่ เสนอ ให้ใช้ชนิดหนึ่งของการประดิษฐ์นี้ที่เป็น 2,6-ไดเทอร์เซียบิวทิล-พาราครีซอลนั้น แม้ว่ามีจุด เดือดสูงกว่า NPB แต่เหลือสารหลงเหลือไว้ในปริมาณที่ไม่นัยสำคัญอย่างน้อยตลอดช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 30 ppm (โดยน้ำหนัก) ได้พบอีกด้วยว่าสารทำให้เสถียรที่เสนอให้ใช้อื่น ๆ บางชนิดของ การประดิษฐ์นี้สามารถทำให้มีความสเถียรดีขึ้นอย่างมีการเสริมฤทธิ์ในการผ่านการทดสอบความ เสถียรที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสเมื่อนำมาใช้ร่วมกับ 1,2-อีพอกไซด์อย่างน้อยหนึ่งชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิวทิลลีนออกไซด์ ---------- สารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่บางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับหรือไม่รวมกับ 1,2-อีพอกไซด์เป็น ส่วนประกอบที่เป็นสารทำให้เสถียรเพียงแหล่งเดียวมีประสิทธิผลอย่างมากในการทำให้นอร์มาล โปรปิลโบรไมด์ (NPB) มีความเสถียร ในการทดสอบความเสถียรที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ที่เป็นการทดสอบมาตรฐานที่มีความสำคัญทางการค้า สารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ที่เป็นตัวแทนที่ใช้ ตามที่กำหนดไว้ในการประดิษฐ์นี้สามารถทำให้ NPB ผ่านการทดสอบแม้เมื่อมีอยู่ในระดับ ประมาณ 50 ppm (โดยน้ำหนัก /น้ำหนัก) หรือน้อยกว่าใน NPB ที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็น สารเติมแต่งของสารทำให้เสถียรอื่นใด ที่จริงแล้วได้พบว่าปริมาณที่ต่ำลงมาถึง 1 ppm มีประสิทธิผลกับสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ได้พบว่าสารทำให้เสถียรที่เสนอ ให้ใช้ชนิดหนึ่งของการประดิษฐ์นี้ที่เป็น 2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิล-พาราครีซอลนั้น แม้ว่ามีจุดเดือด สูงกว่า NPB แต่เหลือสารหลงเหลือไว้ในปริมาณที่ไม่มีนัยสำคัญอย่างน้อยตลอดช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 30 ppm (โดยน้ำหนัก) ได้พบอีกด้วยว่าสารทำให้เสถียรที่เสนอให้ใช้อื่น ๆ บางชนิดของ การประดิษฐ์นี้สามารถทำให้มีความเสถียรดีขึ้นอย่างมีการเสริมฤทธิ์ในการผ่านการทดสอบความ เสถียรที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสเมื่อนำมาใช้ร่วมกับ 1,2-อีพอกไซด์อย่างน้อยหนึ่งชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิวทิลลีนออกไซด์
Claims (58)
1. สารผสมของตัวทำละลายที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ซึ่งได้รับการ ผสมร่วมกับสารทำให้เสถียรในปริมาณที่ทำให้เสถียรที่ไม่มากกว่าประมาณ 50 ppm (โดยน้ำหนัก/ น้ำหนัก) ที่เป็นสารโมโนนิวเคลียร์ฟีนอลิคอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีหมู่ไฮดรอกซิลหนึ่งหรือสองหมู่ ที่เกิดพันธะโดยตรงอยู่กับวงแหวนเบนซีน และมีคาร์บอนทั้งหมด 6 ถึง 16 อะตอม ในโมเลกุล สารฟีนอลิคอย่างน้อยหนึ่งชนิดดังกล่าวปราศจากความไม่อิ่มตัวนอกเหนือจากความไม่อิ่มตัวของ ส่วนอาโรแมติคของวงแหวนเบนซีน
2. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งปริมาณดังกล่าวไม่มากกว่า ประมาณ 5 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
3. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งปริมาณดังกล่าวไม่มากกว่า ประมาณ 2 ppm
4. สารผสมตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1-3 ซึ่ง สารโมโนนิวเคลียร์ฟีนอลิคหนึ่งชนิดเป็นสารทำให้เสถียรแหล่งเดียวที่ใช้ในการทำสารผสม ดังกล่าว หรือสารโมโนนิวเคลียร์ฟีนอลิคมากกว่าหนึ่งชนิดเป็นสารทำให้เสถียรแหล่งเดียวที่ใช้ใน การทำสารผสมดังกล่าว
5. สารผสมของตัวทำละลายที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ซึ่งได้รับการ ผสมร่วมกับปริมาณที่ทำให้เสถียรของ A) ไม่มากกว่าประมาณ 50 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) ของสารโมโนนิวเคลียร์ ฟีนอลคอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่มีหมู่ไฮดรอกซิลหนึ่งหรือสองหมู่ที่เกิดพันธะโดยตรงอยู่กับวงแหวน เบนซีน และมีคาร์บอนทั้งหมด 6 ถึง 16 อะตอมในโมเลกุล และสารฟีนอลิคอย่างน้อยหนึ่งชนิด ดังกล่าวปราศจากความไม่อิ่มตัวนอกเหนือจากความไม่อิ่มตัวของส่วนอาโรแมติคของวงแหวน เบนซีน และ B) ในช่วงตั้งแต่ 10 ถึงประมาณ 1000 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) ของ 1,2-อีพอกไซด์อย่างน้อยหนึ่งชนิด
6. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งปริมาณของ A) ที่ใช้ในการทำ สารผสมดังกล่าวไม่มากกว่าประมาณ 30 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
7. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งปริมาณของ A) ที่ใช้ในการทำ สารผสมดังกล่าวไม่มากกว่าประมาณ 5 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
8. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งปริมาณของ A) ที่ใช้ในการทำ สารผสมดังกล่าวไม่มากกว่าประมาณ 2 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
9. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 5-8 ซึ่ง ปริมาณของ B) ที่ใช้ในการทำสารผสมดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 100 ถึงประมาณ 50 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
10. สารผสมของตัวทำละลายซึ่งประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ซึ่งได้รับ การผสมร่วมกับสารทำให้เสถียรในปริมาณที่ทำให้เสถียรที่ไม่มากกว่าประมาณ 500 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) ที่เป็นสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่หนึ่งชนิดหรือมากกว่าที่มีสูตรดังนี้ (สูตรเคมี) ซึ่ง A) R1 และ R2 เป็นอะตอมของไฮโดรเจนทั้งสองสัญลักษณ์ และ R3 คือหมู่อัลคอกซีที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม (ที่เสนอให้อยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 3 อะตอม) หรือ B) R1 คือหมู่ไฮดรอกซิล, R2 คืออะตอมของไฮโดรเจน และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม (ที่เสนอให้เป็นเทอร์เซียรีบิวทิล หรือ เทอร์เซียรีเอมิล) ; หรือ C) R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มี คาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อย หนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คืออะตอมของไฮโดรเจน, หรือ D) R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มี คาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อย หนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอน 1 หรือ 2 อะตอม
11. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่หนึ่ง ชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวมีสูตรดังสูตรในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่ง R1 และ R2 เป็นอะตอมของ ไฮโดรเจนทั้งสองสัญลักษณ์ และ R3 คือหมู่อัลคอกซีที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม
12. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวมีสูตรดังสูตรในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่ง R1 คือหมู่ไฮดรอกซิล, R2 คืออะตอมของไฮโดรเจน และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม
13. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวมีสูตรดังสูตรในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่ง R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วง ตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อยหนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คืออะตอมของไฮโดรเจน
14. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวมีสูตรดังสูตรในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่ง R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วง ตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อยหนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอน 1 หรือ 2 อะตอม
15. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวมีสูตร คือ 4-เมทอกซีฟีนอล,4-เทอร์เซียรีบิวทิล-1,2-ไดไฮดรอกซี เบนซีน,2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิลฟีนอล,2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิล-4-เมทธิลฟีนอล หรือชุดร่วมของ สารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่เหล่านี้ชนิดใด ๆ สองชนิดหรือมากกว่า
16. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวคือ 4-เมทอกซีฟีนอล
17. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวคือ 4-เทอร์เซียรีบิวทิล-1,2-ไดไฮดรอกซีเบนซีน
18. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวคือ 2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิลฟีนอล
19. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 10 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวคือ 2,6-ไดเทอร์เซียรบิวทิล-4-เมทธิลฟีนอล
20. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 10-19 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าวคือไม่มากกว่าประมาณ 30 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
21. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 10-19 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าวคือไม่มากกว่าประมาณ 5 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
22. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 10-19 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าวคือไม่มากกว่าประมาณ 2 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
23. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 10-19 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าวคือไม่มากกว่าคือ 1 ppm (โดยน้ำหนัก) หรือน้อยกว่า
24. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 10-19 ซึ่งสารผสมดังกล่าวมีส่วนเพิ่มเติมที่ประกอบด้วย 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 1000 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) และซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่ ชนิดหรือมากกว่าดังกล่าว และ 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวเป็นส่วนประกอบที่ ทำให้เสถียรเพียงแหล่งเดียวในสารผสมดังกล่าว
25. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 24 ซึ่ง 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิด หรือมากกว่าดังกล่าวคืออัลคิลลีนออกไซด์ และ/หรือไซโคลอัลคิลลีนออกไซด์ที่มีคาร์บอนมากขึ้น ไปได้จนถึงประมาณ 8 อะตอม หรือชนิดหรือมากกว่า
26. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 24 ซึ่ง 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิด หรือมากกว่าดังกล่าวคือไกลซิดิลอีเธอร์ และ/หรือไกลซิดิลเอสเทอร์ที่มีคาร์บอนมากขึ้นไปได้จนถึง ประมาณ 8 อะตอม หนึ่งชนิดหรือมากกว่า
27. สารผสมดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 24 ซึ่งช่วงดังกล่าวเท่ากับประมาณ 100 ถึงประมาณ 500 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
28. วิธีการทำให้เกิดความเสถียรแก่สารผสมของตัวทำละลายที่ประกอบด้วย นอร์มาลโปรปิลโบรไมด์เป็นส่วนประกอบหลักของสารผสม วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยการผสม สารผสมของตัวทำละลายดังกล่าวร่วมกับสารทำให้เสถียรในปริมาณที่ทำให้เสถียรที่ไม่มากกว่า 50 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) ที่เป็นสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่หนึ่งชนิดหรือมากกว่าที่มีสูตรดังนี้ (สูตรเคมี) ซึ่ง A) R1 และ R2 เป็นอะตอมของไฮโดรเจนทั้งสองสัญลักษณ์ และ R3 คือหมู่อัลคอกซีที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม (ที่เสนอให้อยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 3 อะตอม) หรือ B) R1 คือหมู่ไฮดรอกซิล, R2 คืออะตอมของไฮโดรเจน และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม (ที่เสนอให้เป็นเทอร์เซียรีบิวทิล หรือ เทอร์เซียรีเอมิล) ; หรือ C) R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มี คาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อย หนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คืออะตอมของไฮโดรเจน, หรือ D) R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มี คาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอม โดยที่อย่างน้อย หนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอน 1 หรือ 2 อะตอม
29. วิธีการดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 28 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าว ไม่มากกว่า 30 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
30. วิธีการดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 28 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าว ไม่มากกว่า 5 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
31. วิธีการดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 28 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าว ไม่มากกว่า 2 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก)
32. วิธีการดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 28 ซึ่งปริมาณที่ทำให้เสถียรดังกล่าว เท่ากับ 1 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก) หรือน้อยกว่า
33. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 28-32 ซึ่งสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวคือ 4-เมทธอกซีฟีนอล, 4-เทอร์เซียรีบิวทิล-1,2-ไดไฮดรอกซีเบนซีน, 2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิลฟีนอล, 2,6-ไดเทอร์เซียรีบิวทิล-4-เมทธิลฟีนอล หรือชุดร่วมของสารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่เหล่านี้ชนิดใด ๆ สองชนิดหรือมากกว่า
34. วิธีการดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 28-32 ซึ่งมี ส่วนเพิ่มเติมที่ประกอบด้วยการผสมสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าวกับ 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิด หรือมากกว่าในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 1000 ppm (โดยน้ำหนัก/น้ำหนัก), สารฟีนอลิค ที่ถูกแทนที่ชนิดหรือมากกว่าดังกล่าว และ 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังกล่าวเป็น ส่วนประกอบที่ทำให้เสถียรเพียงแหล่งเดียวในสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
35. สารผสมของสารเติมแต่งที่ปรับไว้เป็นพิเศษสำหรับใช้ในการทำให้สารผสม ของนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์มีความเสถียร สารผสมของสารเติมแต่งดังกล่าวประกอบด้วย : (i) สารฟีนอลิคที่ถูกแทนที่หนึ่งชนิดหรือมากกว่าดังสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) ซึ่ง A) R1 และ R2 เป็นอะตอมของไฮโดรเจนทั้งสองสัญลักษณ์ และ R3 คือหมู่อัลคอกซีที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม (ที่เสนอให้อยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 3 อะตอม) หรือ B) R1 คือหมู่ไฮดรอกซิล, R2 คืออะตอมของไฮโดรเจน และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอนในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 5 อะตอม (ที่เสนอให้เป็นเทอร์เซียรีบิวทิล หรือเทอร์เซียรีเอมิล) ; หรือ C) R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มี คาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อย หนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คืออะตอมของไฮโดรเจน, หรือ D) R1 และ R2 ทั้งสองสัญลักษณ์ที่เป็นอิสระต่อกันนั้นคือหมู่อัลคิลที่มี คาร์บอนเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นใน R1 และ R2 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 ถึง 10 อะตอมโดยที่อย่างน้อย หนึ่งสัญลักษณ์ของ R1 และ R2 เป็นหมู่เทอร์เซียรีอัลคิล และ R3 คือหมู่อัลคิลที่มีคาร์บอน 1 หรือ 2 อะตอม และ (ii) 1,2-อีพอกไซด์หนึ่งชนิดหรือมากกว่า ซึ่งอัตราส่วนโดยน้ำหนักของ (ii) : (i) อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.2 : 1 ถึง 2500 : 1 และซึ่ง (i) และ (ii) เป็นส่วนประกอบที่เป็นสารทำให้เสถียรแหล่งเดียวในสารผสมของสารเติมแต่งดังกล่าว
36. สารผสมของสารเติมแต่งดังที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 35 ซึ่งอัตราส่วน โดยน้ำหนักดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.2 : 1 ถึง 500 : 1
37. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิ ที่ 1-3, 5-8 หรือ 10-19
38. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 4
39. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 9
40. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 20
41. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 21
42. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 22
43. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 23
44. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 24
45. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 25
46. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 26
47. วิธีการทำความสะอาดแบบเย็นให้แก่วัสดุรองรับด้วยตัวทำละลายซึ่งมี ลักษณะเฉพาะอยู่ที่ตัวทำละลายดังกล่าวคือสารผสมของข้อถือสิทธิที่ 27
48. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดของข้อถือสิทธิที่ 1-3, 5-8 หรือ 10-19 เป็นสารผสมของตัวทำละลาย ดังกล่าว
49. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 4 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
50. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 9 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
51. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 20 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
52. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 21 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
53. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 22 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
54. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 23 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
55. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 24 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
56. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 25 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
57. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 26 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
58. วิธีการลดปริมาณสารหลงเหลือที่เหลืออยู่เมื่อระเหยสารผสมของตัวทำละลาย ที่ทำให้เสถียรแล้วที่ประกอบด้วยนอร์มาลโปรปิลโบรไมด์ ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการใช้สารผสม ของข้อถือสิทธิที่ 27 เป็นสารผสมของตัวทำละลายดังกล่าว
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH76979A true TH76979A (th) | 2006-04-05 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US5437808A (en) | Nonflammable mild odor solvent cleaner | |
| US7833959B1 (en) | Method to increase flash points of flammable solvents | |
| BRPI0619727B1 (pt) | combustível de aviação sem chumbo | |
| JPH0899839A (ja) | 除光液 | |
| US20080287337A1 (en) | Solvent composition for cleaning | |
| CN100441673C (zh) | 洗涤用溶剂组合物 | |
| US20060081822A1 (en) | Method to increase flash points of flammable solvents | |
| KR102371815B1 (ko) | 친환경 세정제 조성물 | |
| KR101749610B1 (ko) | 다중-금속 소자 처리를 위한 글루콘산 함유 포토레지스트 세정 조성물 | |
| KR102433757B1 (ko) | 비수용성 세정제 조성물 | |
| JPH0349162B2 (th) | ||
| JP3640661B1 (ja) | ペンタフルオロブタン組成物 | |
| CN107573986B (zh) | 一种电力电气设备在线养护保护剂及其制备方法和用途 | |
| EP1812543B1 (en) | Stabilized propyl bromide compositions | |
| KR20130011797A (ko) | 유기 용제 보관방법 및 그 유기 용제 | |
| US5604196A (en) | Nonflammable mild odor solvent cleaner with (m)ethyl lactate and propylene glycol propyl ether | |
| KR102147888B1 (ko) | 신너 조성물 | |
| CN116669762A (zh) | 不燃液体组合物及其用途 | |
| US20160115429A1 (en) | N-propyl bromide solvent systems | |
| JP2003129090A (ja) | 洗浄用溶剤組成物 | |
| JPH01132539A (ja) | 共沸組成物の安定化方法 | |
| US4309301A (en) | Methylchloroform stabilizer composition employing an alkynyl sulfide | |
| CN106967360B (zh) | 一种电力电气设备的保护处理方法 | |
| US2015385A (en) | Composition of matter | |
| JP2008007602A (ja) | ペンタフルオロブタン組成物 |