TH74856B - แผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุด และชิ้นสารดูดซับ - Google Patents

แผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุด และชิ้นสารดูดซับ

Info

Publication number
TH74856B
TH74856B TH801002514A TH0801002514A TH74856B TH 74856 B TH74856 B TH 74856B TH 801002514 A TH801002514 A TH 801002514A TH 0801002514 A TH0801002514 A TH 0801002514A TH 74856 B TH74856 B TH 74856B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
protrusion
recess
sheet
top sheet
contact
Prior art date
Application number
TH801002514A
Other languages
English (en)
Other versions
TH106491A (th
TH106491B (th
Inventor
ทานากะ ซาโตชิ
โตโยชิมา ยาซูโอะ
มิอูระ ฮารูมิ
โยโกมัตสึ ฮิโรยูกิ
Original Assignee
คาโอ คอร์ปอเรชั่น
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์ นายบุญมา เตชะวณิช
นายบุญมา เตชะวณิช
Filing date
Publication date
Application filed by คาโอ คอร์ปอเรชั่น, นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์ นายบุญมา เตชะวณิช, นายบุญมา เตชะวณิช filed Critical คาโอ คอร์ปอเรชั่น
Publication of TH106491A publication Critical patent/TH106491A/th
Publication of TH106491B publication Critical patent/TH106491B/th
Publication of TH74856B publication Critical patent/TH74856B/th

Links

Abstract

DC60 (19/02/59) แผ่นด้านบนสุด (1) สำหรับชิ้นสารดูดซับเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน (2) ซึ่งก่อเกิด เป็น ส่วนของพื้นผิว (3) ซึ่งถูกออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังบนด้านหน้าของพื้นผิว (31) ของส่วน ของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหล (4) จำนวนมากนั้นจะเว้าเข้าบนด้านหน้าของพื้นผิว (41) และ นูนออกบนด้านหลัง (42) ของแอ่งเข้าหาด้านของชิ้นประกอบสารดูดซับ แอ่งนำทางของไหล (4) แต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบ (43) และส่วนล่างสุด (44) ส่วนล่างสุด (44) ได้รับการจัดตำแหน่งได้ไว้ใกล้ กับชิ้นประกอบสารดูดซับ มากกว่าด้านหลัง (32) ของส่วนของพื้นผิว (3) ส่วน (A) ของผนังโดยรอบ (43) ซึ่งติดต่อกับส่วนล่างสุด (44) มีความหนา (Ta) น้อยกว่าความหนา (T1) ของส่วนของพื้นผิว (3) แก้ไข 19/02/2559 แผ่นด้านบนสุด (1) สำหรับชิ้นสารดูดซับเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน (2) ซึ่งก่อเกิดเป็น ส่วนของพื้นผิว (3) ซึ่งถูกออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังบนด้านหน้าของพื้นผิว (31) ของส่วน ของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหล (4) จำนวนมากนั้นจะเว้าเข้าบนด้านหน้าของพื้นผิว (41) และ นูนออกบนด้านหลัง (42) ของแอ่งเข้าหาด้านของชิ้นประกอบสารดูดซับ แอ่งนำทางของไหล (4) แต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบ (43) และส่วนล่างสุด (44) ส่วนล่างสุด (44) ได้รับการจัดตำแหน่งได้ไว้ใกล้ กับชิ้นประกอบสารดูดซับ มากกว่าด้านหลัง (32) ของส่วนของพื้นผิว (3) ส่วน (A) ของผนังโดยรอบ (43) ซึ่งติดต่อกับส่วนล่างสุด (44) มีความหนา (Ta) น้อยกว่าความหนา (T1) ของส่วนของพื้นผิว (3) -------------------------------------------------------------------- แผ่นด้านบนสุด (1) สำหรับชิ้นสารดูดซับเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน (2) ซึ่งก่อรูป เป็นส่วนของพื้นผิว (3) ซึ่งได้รับการออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังบนด้านหน้าของพื้นผิว (31) ของส่วนของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหล (4) จำนวนมากนั้นจะเว้าเข้าบนด้านหน้าของพื้นผิว (41) และนูนออกบนด้านหลัง (42) ของแอ่งเข้าหาด้านของชิ้นประกอบสารดูดซับ แอ่งนำทางของไหล (4) แต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบ (43) และส่วนล่างสุด (44) ส่วนล่างสุด (44) ได้รับการจัดตำแหน่งได้ไส้ใกล้ กับชิ้นประกอบสารดูดซับ มากกว่าด้านหลัง (32) ของส่วนของพื้นผิว (3) ส่วน (A) ของผนังโดยรอบ (43) ซึ่งติดต่อกับส่วนล่างสุด (44) มีความหนา (Ta) น้อยกว่าความหนา (T1) ของส่วนของพื้นผิว (3)

Claims (7)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 25/04/2562 หน้า 1 ของจำนวน 5 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ซึ่งมีด้านพื้นผิว และด้านหลัง ซึ่งประกอบรวมด้วย ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ซึ่งก่อเกิดเป็นส่วนของพื้นผิวที่ถูกออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังของ ผู้สวมบนด้านพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหลจำนวนมาก ซึ่งจะเว้าเข้าบนด้านพื้นผิว และจะนูนออก บนด้านหลังเข้าหาชิ้นประกอบสารดูดซับของชิ้นสารดูดซับ โดยที่ แอ่งนำทางของไหลแต่ละแอ่งมีส่วนล่างสุด และผนังโดยรอบ ซึ่งส่วนล่างสุดถูกจัดตำแหน่ง ไว้ใกล้กับชิ้นประกอบสารดูดซับมากกว่าด้านหลังของส่วนของพื้นผิว ทั้งส่วนของผนังโดยรอบซึ่งติดต่อกับส่วนล่างสุด และส่วนของผนังโดยรอบซึ่งติดต่อส่วน ของพื้นผิวมีความหนาน้อยกว่าส่วนของพื้นผิว ผนังโดยรอบมีความหนาซึ่งค่อยๆ ลดลงจากด้านของส่วนของพื้นผิวไปยังด้านของส่วน ล่างสุด ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานของส่วนล่างสุดมีการยึดเหนี่ยวกันระหว่างเส้นใย และคงไว้ซึ่ง สภาพการยอมให้ของเหลวซึมผ่านได้ แอ่งนำทางของไหลถูกจัดเรียงในลักษณะที่ส่วนของพื้นผิวไม่ได้ทอดยื่นเป็นแนวตรง แบบต่อเนื่องในทิศทางการวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน หรือทิศทางตั้งฉากกับ ทิศทางการวางตัวเส้นใย ช่องเปิดและส่วนล่างสุดของแอ่งนำทางของไหลมีรูปร่างเกือบเป็นวงกลมในรูปมองจาก ด้านบน และแอ่งนำทางของไหลถูกจัดเรียงในรูปแบบสลับฟันปลา ทั้งนี้แต่ละอันไม่เชื่อมกันอย่าง ต่อเนื่อง และ ผนังโดยรอบลาดชันสัทมพันธ์กับแนวดิ่งซึ่งทอดยื่นในทิศทางของความหนาของแผ่นด้าน บนสุดในลักษณะที่ว่าพื้นที่ภาคตัดขวางของพื้นที่ว่างที่ล้อมรอบโดยผนังโดยรอบจะค่อยๆ ลดลงจาก ด้านของส่วนพื้นผิวไปยังส่วนล่างสุด และส่วนล่างสุดจะถูกก่อเกิดเกือบจะแบนราบ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไข 19/02/2559 1. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ซึ่งมีด้านหน้าของพื้นผิว และด้านหลัง ซึ่งประกอบ รวมด้วยผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ซึ่งก่อเกิดเป็นส่วนของพื้นผิวที่ออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับ ผิวหนังของผู้สวมบนด้านหน้าของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหลจำนวนมาก ซึ่งจะเว้าเข้าบน ด้านหน้าของพื้นผิว และจะนูนออกบนด้านหลังเข้าหาชิ้นประกอบสารดูดซับของชิ้นสารดูดซับ โดยที่ แอ่งนำทางของไหลแต่ละแอ่งมีส่วนล่างสุด และผนังโดยรอบ ส่วนล่างสุดได้จัดตำแหน่งไว้ ใกล้กับชิ้นประกอบสารดูดซับมากกว่าด้านหลังของส่วนของพื้นผิว ทั้งส่วนของผนังโดยรอบซึ่งติดต่อกับส่วนล่างสุด และส่วนของผนังโดยรอบซึ่งติดต่อส่วน ของพื้นผิวมีความหนาน้อยกว่าส่วนของพื้นผิว ผนังโดยรอบมีความหนาซึ่งค่อยๆ ลดลงจากด้านของส่วนของพื้นผิวไปยังด้านของส่วน ล่างสุด ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานของส่วนล่างสุดมีการยึดเหนี่ยวกันระหว่างเส้นใย และคงไว้ซึ่ง สภาพการยอมให้ของเหลวซึมผ่านได้ แอ่งนำทางของไหลถูกจัดเรียงในลักษณะที่ส่วนของพื้นผิวไม่ได้ทอดยื่นเป็นแนวตรง แบบต่อเนื่องในทิศทางการวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน หรือทิศทางตั้งฉากกับ ทิศทางการวางตัวเส้นใย ช่องเปิดและส่วนล่างของแอ่งนำทางของไหลมีรูปร่างเป็นวงกลมที่ใกล้กันในรูปมองจาก ด้านบน และแอ่งนำทางของไหลถูกจัดเรียงในรูปแบบสลับฟันปลา ทั้งนี้แต่ละอันไม่เชื่อมโยงกันอย่าง ต่อเนื่อง และ ผนังโดยรอบลาดชันสัทมพันธ์กับแนวดิ่งซึ่งทอดยื่นในทิศทางของความหนาของแผ่นด้าน บนสุดในลักษณะที่ว่าภาคตัดขวางของพื้นที่ว่างที่ล้อมรอบโดยผนังโดยรอบจะค่อยๆ ลดลงจากด้าน ของส่วนพื้นผิวไปยังส่วนล่างสุด และส่วนล่างสุดจะถูกก่อเกิดเกือบจะแบนราบ 2. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ส่วนล่างสุดมีบริเวณ ที่ยึดตรึงด้วยเส้นใย ไม่ใช้การยึดเหนี่ยวกันระหว่างเส้นใย 3. ชิ้นสารดูดซับซึ่งมีรูปทรงยาวรีอย่างมีนัยสำคัญ และซึ่งประกอบรวมด้วยแผ่นด้านบนสุด ซึ่งยอมให้ของเหลวซึมผ่านได้ชิ้นหนึ่ง, แผ่นด้านหลังชิ้นหนึ่ง และชิ้นประกอบสารดูดซับชิ้นหนึ่ง ที่วางแทรกระหว่างสิ่งนั้น โดยที่ แผ่นด้านบนสุดถูกก่อเกิดจากผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานมีส่วน ของพื้นผิว ซึ่งถูกออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังบนด้านของพื้นผิวของมัน และแอ่งนำทาง ของไหลจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบและส่วนล่างสุดและนูนออกเข้าหาด้านของ ชิ้นประกอบสารดูดซับ และ เมื่อมองในภาคตัดขวางตามแนทิศทางตามยาวของชิ้นสารดูดซับ แผ่นด้านบนสุด มีบริเวณที่แข็งตรึงตามแนว หรือใกล้กับการตัดกันระหว่างส่วนของพื้นผิวและผนังโดยรอบ บริเวณที่ แข็งตรึงมีความแข็งตรึงสูงกว่าส่วนของพื้นผิวและผนังโดยรอบ 4. ชิ้นสารดูดซับตามข้อถือสิทธิข้อที่ 3 โดยที่บริเวณที่แข็งตรึงมีความหนาแน่นของเส้นใยสูง กว่าส่วนของพื้นผิว และผนังโดยรอบ 5. ชิ้นสารดูดซับตามข้อถือสิทธิข้อที่ 3 โดยที่ในรูปมองจากด้นบน แอ่งนำทางของไหลถูก จัดเรียงในรูปแบบสลับฟันปลา และบริเวณที่แข็งตรึงจำนวนหนึ่งถูกจัดเรียงแบบเว้นห่างกับเชิงเส้นตรง อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อทำให้เกิดเส้นจำนวนหนึ่งของบริเวณที่แข็งตรึง ซึ่งแต่ละเส้นจะทอดยื่นในทิศทาง ตามขวางของชิ้นสารดูดซับ 6. ชิ้นสารดูดซับตามข้อถือสิทธิข้อที่ 5 โดยที่เส้นของบริเวณที่แข็งตรึงจะทอดยื่นในทิศทาง ตั้งฉากกับทิศทางการวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน 7. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ซึ่งถูกใช้บนด้านซึ่งสัมผัสผิวหนังของ ชิ้นสารดูดซับ โดยที่ แผ่นด้านบนสุดถูกก่อเกิดจากผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานมีส่วน ของพื้นผิว ซึ่งถูกออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังของผู้สวมบนด้านหน้าของพื้นผิวของมัน และ แอ่งนำทางของไหลจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบ และส่วนล่างสุดและนูนออกเข้าหาด้าน ของชิ้นประกอบสารดูดซับ และ เมื่อมองในภาคตัดขวางตามแนวทิศทางการวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน แผ่นก้านบนสุดมีบริเวณที่แข็งตรึงตามแนว หรือใกล้กับการตัดกันระหว่างส่วนของพื้นผิวและผนัง โดยรอบ บริเวณที่แข็งตรึงมีความแข็งตรึงสูงกว่าส่วนของพื้นผิวและผนังโดยรอบ 8. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ แผ่นด้านบนสุดมีแอ่ง จำนวนมาก ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนของการป้อนแผ่นวัสดุเข้าไป ระหว่างชิ้นประกอบตัวผู้ซึ่งมี ส่วนยื่นโผล่จำนวนมากและชิ้นประกอบตัวเมียซึ่งมีซอกเว้าจำนวนมากที่ซึ่งส่วนยื่นโผล่ถูกปรับแต่ง ให้สอดเข้าไป เพื่อกดอัดส่วนของแผ่นวัสดุด้วยส่วนยื่นโผล่เข้าไปในซอกเว้าแบะทำให้ชิ้นส่วนนี้ผิดรูป เป็นส่วนเว้าในขณะที่ทำการผิดรูปแบบเว้าด้วยความร้อน โดยที่ แผ่นวัสดุเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานซึ่งมีความหนาน้อยกว่า 3 มิลลิมเมตร การกดอัดแผ่นวัสดุเข้าไปในซอกเว้าจะเป็นไปในลักษณะที่บริเวณรูปวงแหวน ซึ่งไม่ได้ สัมผัสกับทั้งส่วนยื่นโผล่ หรือด้านในของซอกเว้าถูกก่อเกิดรอบบริเวณ ซึ่งถูกกดอัดโดยตรงด้วยติ่ง ปลายของส่วนยื่นโผล่ ด้วยส่วนยื่นโผล่มที่สอดเข้าไปในซอกเว้า ระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างส่วนยื่น โผล่และขอบของช่องเปิดของซอกเว้าจะเป็น 0.7 มิลลิเมตร หรือมากกว่า และระยะทางระหว่างพื้นผิว ของชิ้นประกอบตัวเมีย ซึ่งอยู่มราตำแหน่งที่ตั้งรอบซอกเว้าและด้านซึ่งหันเข้าหาของชิ้นประกอบตัวผู้ จะเป็น 1 มิลลิเมตร หรือมากกว่า และ การผิดรูปแบบเว้าด้วยความร้อน ถูกดำเนินการให้บรรลุผลโดยการให้ความร้อนพื้นผิวด้าน ในของซอกเว้า พื้นผิวด้านในจะทอดยื่นขึ้นไปที่ตำแหน่งของติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ หรือลึกกว่า ตำแหน่งนั้นด้วยส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า 9. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 8 โดยที่ผ้าแบบไม่ผ่าน การทอสานเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานที่กระแสกาศที่ผ่านได้ 1 0. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 8 หรือ 9 โดยที่ส่วนของ แผ่นวัสดุซึ่งถูกกดอัดโดยตรง ด้วยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ถูกเก็บไว้ไม่ให้เข้าไปสัมผัสกับพื้นผิวด้าน ในของซอกเว้า 1 1. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 10 โดยที่ชิ้นประกอบ ตัวผู้, บนติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ของมัน, มีบริเวณหนี่งซึ่งเข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุ และบริเวณหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุ 1 2. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 8 หรือ 9 โดยที่ซอกเว้า แต่ละซอกมีส่วนล่างสุด และบริเวณหนึ่งที่ถูกกดอัดโดยตรงด้วยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่จะถูกกดอัด ให้อยู่ระหว่างติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่และส่วนล่างสุดของซอกเว้า 1 3. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 8-12 ข้อหนึ่งข้อใด โดยที่ ชิ้นประกอบตัวผู้เป็นลูกกลิ้งตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่นโผล่ และชิ้นประกอบตัวเมียเป็นลูกกลิ้งตัวเมีย ซึ่งมีซอก เว้า และได้รับการจัดโครงแบบให้หมุนแบบพร้อมสัมพันธ์กับลูกกลิ้งตัวผู้ 1 4. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 13 โดยที่ช่องเปิดของ ซอกเว้าแต่ละซอกมีความยาวในทิศทางโดยรอบของลูกกลิ้งตัวเมียมากกว่าทิศทางตามแนวแกน ของลูกกลิ้งตัวเมีย 1 5. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดซึ่งมีแอ่งจำนวนมาก ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนการป้อนแผ่นวัสดุที่ก่อเกิดจากวัสดุเส้นใยเข้าไประหว่างชิ้นประกอบตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่น โผล่จำนวนมาก และชิ้นประกอบตัวเมียซึ่งมีซอกเว้าจำนวนมากสำหรับการรับส่วนยื่นโผล่ เพื่อกดอัด ส่วนของแผ่นวัสดุด้วยส่วนยื่นโผล่เข้าไปในซอกเว้า และทำให้ส่วนนี้ผิดรูปเป็นส่วนเว้าในขณะที่ทำ การผิดรูปแบบเว้าด้วยความร้อน โดยที่ ซอกเว้าแต่ละซอกมีพื้นผิวตามแนวเส้นรอบวงด้านใน ซึ่งลาดชันใกล้กับช่องเปิดของมัน ในลักษณะที่ระยะทางของพื้นผิวตามแนวเส้นรอบวงด้านใน จากเส้นแกนกลางของซอกเว้าจะเพิ่มขึ้น ไปทางช่องเปิดในทิศทางของความลึกของซอกเว้า การผิดรูปแบบเว้าด้วยความร้อนถูกดำเนินการให้บรรลุผล โดยการให้ความร้อนทั้ง ชิ้นประกอบตัวผู้ และชิ้นประกอบตัวเมียในขณะที่ทำการอัดแผ่นวัสดุเป็นบางส่วนด้วยส่วนยื่น โผล่เข้าไปในซอกเว้า โดยไม่ทำให้ส่วนของแผ่นวัสดุซึ่งตรงกับบริเวณส่วนบนสุดของแผ่นด้าน บนสุดสัมผัสกับชิ้นประกอบตัวผู้ และ บริเวณของแผ่นวัสดุ ซึ่งถูกกดอัดโดยตรงด้ยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ถูกเก็บไว้ไม่ให้เข้าไป สัมผัสกับด้านในของซอกเว้า 1 6. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่ส่วนยื่นโผล่ แต่ละชิ้นมีพื้นผิวซึ่งลาดชัดใกล้กับส่วนฐานด้านใกล้ของมันสัมพันธ์กับทิศทางการยื่นโผล่ในลักษณะ ที่ระยะทางของพื้นผิว ซึ่งลาดชั้นจากเส้นแกนกลางของส่วนยื่นโผล่จะเพิ่มขึ้นในทิศทางจากด้านของ ติ่งปลายด้านไกลของส่วนยื่นโผล่ไปที่ส่วนฐานด้านใกล้สัมพันธ์กับทิศทางการยื่นโผล่ของส่วนยื่น โผล่ 1 7. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 หรือ 16 โดยที่ด้วย ส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า ระยะทางระหว่างพื้นผิวซึ่งลาดชันของส่วนยื่นโผล่และพื้นผิว ซึ่งลาดชันของซอกเว้าจะเมขึ้นเมื่อพื้นผิวซึ่งลาดชันเหล่านี้ออกห่างจากเส้นแกนกลางของส่วนยื่น โผล่และซอกเว้า เรียงตามลำดับ 1 8. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 ถึง 17 ข้อหนึ่งข้อใด โดยที่ส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า, พื้นผิวด้านในของซอกเว้าจะทอดยื่นขึ้นไปที่ตำแหน่ง ของติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ หรือลึกกว่าตำแหน่งนั้น 1 9. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 ถึง 18 ข้อหนึ่งข้อใด โดยที่แผ่นวัสดุมีความหนาน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า ระยะทางระหว่างพื้นผิวของชิ้นประกอบตัวเมีย ซึ่งอยู่ที่ตำแหน่งที่ตั้งรอบซอกเว้าและด้านซึ่งหันเข้า หาของชิ้นประกอบตัวผู้จะเป็น 1 มิลลิเมตร หรือมากกว่า 2 0. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 ถึง 19 ข้อหนึ่งข้อใด โดยที่ชิ้นประกอบตัวผู้, มีบนติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ของมัน, มีบริเวณหนึ่งที่เข้าไปสัมผัสกับแผ่น วัสดุ และบริเวณหนึ่งซึ่งไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุ 2 1.กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 ถึง 20 ข้อหนึ่งข้อใด โดยที่ชิ้นประกอบตัวผู้ เป็นลูกกลิ้งตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่นโผล่บนส่วนโดยรอบด้านนอกของมัน และ ชิ้นประกอบตัวเมียเป็นลูกกลิ้งตัวเมีย ซึ่งมีซอกเว้าบนส่วนโดยรอบด้านนอกของมัน ------------------------------------------------ 1. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ซึ่งมีด้านหน้าของพื้นผิว และด้านหลัง ซึ่งประกอบ รวมด้วยผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ซึ่งก่อรูปเป็นส่วนของพื้นผิวที่ออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับ ผิวหน้า ของผู้สวมบนด้านหน้าของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหลจำนวนมาก ซึ่งจะเว้าเข้าบนหน้า ของพื้นผิว และจะนูนออกบนด้านหลังเข้าหาชิ้นประกอบสารดูดซับของชิ้นสารดูดซับ โดยที่ แอ่งนำทางของไหลแต่ละแอ่งมีส่วนล่างสุด และผนังโดยรอบ ส่วนล่างสุดได้จัดตำแหน่งไว้ ใกล้กับชิ้นประกอบสารดูดซับมากกว่าด้านหลังของส่วนของพื้นผิว และส่วนของผนังโดยรอบ ซึ่งติดต่อกับส่วนล่างสุดมีความหนาน้อยกว่าส่วนของพื้นผิว 2. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ผนังโดยรอบมี ความหนาซึ่งค่อยๆ ลดลงจากด้านของส่วนของพื้นผิวไปที่ด้านของส่วนล่างสุด 3. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ส่วนของผนังโดยรอบ ซึ่งติดต่อกับส่วนของพื้นผิวมีความหนาน้อยกว่าส่วนของพื้นผิว 4. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ผ้าแบบไม่ผ่าน การทอสานของส่วนล่างสุดมีการยึดเหนี่ยวกันระหว่างเส้นใย และคงไว้ซึ่งสภาพการยอมให้ ของเหลวซึมผ่านได้ 5. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำการจัดเรียง แอ่งนำทางของไหลในลักษณะที่ส่วนของพื้นผิวไม่ได้ทอดยื่นเป็นแนวตรง แบบต่อเนื่องในทิศทาง การวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน หรือทิศทางตั้งฉากกับทิศทางการวางตัวเส้นใย 6. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ส่วนล่างสุดมีบริเวณ ที่ยึกตรึงด้วยเส้นใย ไม่ใช่การยึดเหนี่ยวกันระหว่างเส้นใย 7. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ แผ่ยด้านบนสุดมีแอ่ง จำนวนมาก ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนของการป้อนแผ่นวัสดุบางเข้าไป ระหว่างชิ้นประกอบตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่นโผล่จำนวนมากและชิ้นประกอบตัวเมียซึ่งมีซอกเว้าจำนวนมากที่ซึ่งส่วนยื่นโผล่ได้รับ การปรับแต่งให้สอดเข้าไป เพื่อกดอันส่วนของแผ่นวัสดุบางด้วยส่วนยื่นโผล่เข้าไปในซอกเว้า และทำให้ส่วนนี้ผิดรูปเป็นส่วนเว้าในขณะที่ทำให้กาผิดรูปแบบเว้าเข้าอยู่ตัวด้วยความร้อน โดยที่ แผ่นวัสดุบางเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน การกดอัดแผ่นวัสดุบางเข้าไปในซอกเว้าจะเป็นไปในลักษณะที่บริเวณรูปวงแหวน ซึ่งไม่ได้ สัมผัสกับทั้งส่วนยื่นโผล่ หรือด้านในของซอกเว้าได้รับการก่อรูปไว้รอบบริเวณ ซึ่งได้รับการกดอัด โดยตรงด้วยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ และ การทำให้การผิดรูปแบบเว้าเข้าอยู่ตัวด้วยความร้อน ได้ดำเนินการให้บรรลุผลโดยการให้ ความร้อนพื้นผิวด้านในของซอกเว้า พื้นผิวด้านในจะทอดยื่นขึ้นไปที่ตำแหน่งของติ่งปลายของ ส่วนยื่นโผล่ หรือลึกกว่าตำแหน่งนั้นด้วยส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า 8. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ผ้าแบบไม่ผ่าน การทอสานเป็นผ้าแบบไม่ผ่านการทอสานชนิดกระแสอากาศผ่านได้ 9. กระบวนการของสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่แผ่นวัสดุบาง มีความหนาน้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร และด้วยส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า ระยะทางที่สั้นที่สุด ระหว่างส่วนยื่นโผล่และขอบของช่องเปิดของซอกเว้า จะเป็น 0.7 มิลลิเมตร หรือมากกว่า และระยะทางระหว่างส่วนของชิ้นประกอบตัวเมีย ซึ่งอยู่ที่ตำแหน่งที่ตั้งรอบซอกเว้าและด้าน ซึ่งหันเข้าหาของชิ้นประกอบตัวผู้จะเป็น 1 มิลลิเมตร หรือมากกว่า 1 0. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ส่วนของ แผ่นวัสดุบางซึ่งได้รับการกดอัดโดยตรง ด้วยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ได้รับการกักไว้ไม่ให้เข้าไป สัมผัสกับพื้นผิวด้านในของซอกเว้า 1 1. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 10 โดยที่ชิ้นประกอบตัวผู้ บนติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ของชิ้นประกอบ บริเวณหนึ่งซึ่งเข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุบาง และบริเวณ หนึ่งซึ่งไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุบาง 1 2. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ซอกเว้า แต่ละซอกมีส่วนล่างสุด และบริเวณหนึ่งที่ได้รับการกดอัดอย่างโดยตรงด้วยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ จะได้รับการกดอัดให้อยู่ระหว่างติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่และส่วนล่างสุดของซอกเว้า 1 3. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ชิ้นประกอบตัวผู้ เป็นลูกกลิ้งตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่นโผล่ และชิ้นประกอบตัวเมียเป็นลูปกลิ้งตัวเมีย ซึ่งมีซอกเว้า และได้รับ การจัดโครงแบบให้หมุนแบบพร้อมสัมพันธ์กับลูกกลิ้งตัวผู้ 1 4. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 13 โดยที่ช่องเปิดของ ซอกเว้าแต่ละซอกมีความยาวในทิศทางโดยรอบของลูกกลิ้งตัวเมียมากกว่าทิศทางตามแนวแกน ของลูกกลิ้งตัวเมีย 1 5. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดซึ่งมีแอ่งจำนวนมาก ซึ่งประกอบรวมด้วย ขั้นตอนของการป้องแผ่นวัสดุบางที่ก่อรูปขึ้นจากวัสดุเส้นใยเข้าไประหว่างชิ้นประกอบตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่นโผล่โผล่จำนวนมาก และชิ้นประกอบตัวเมียซึ่งมีซอกเว้าจำนวนมากสำหรับการรับส่วนยื่น โผล่ เพื่อกดอัดส่วนของแผ่นวัสดุบางด้วยส่วนยื่นโผล่เข้าไปในซอกเว้า และทำให้ส่วนนี้ผิดรูปเป็น ส่วนเว้าในขณะที่ทำให้การผิดรูปแบบเว้าเข้าอยู่ตัวด้วยความร้อน โดยที่ ซอกเว้าแต่ละซอกมีพื้นผิวตามแนวเส้นรอบวงด้านใน ซึ่งลาดชันใกล้กับช่องเปิดของซอกเว้า ในลักษณะที่ระยะทางของพื้นผิวตามแนวเส้นรอบวงด้านใน จากเส้นแกนกลางของซอกเว้าจะเพิ่มขึ้น ไปทางช่องเปิดในทิศทางของความลึกของซอกเว้า และ การทำให้การผิดรูปแบบเว้าเข้าอยู่ตัวด้วยความร้อนได้ดำเนินการให้บรรผล โดยการให้ ความร้อนชิ้นประกอบตัวผู้ และชิ้นประกอบตัวเมียทั้งคู่ในขณะที่ทำการกดอันแผ่นวัสดุบางเป็น บางส่วนด้านส่วนยื่นโผล่เข้าไปในซอกเว้า โดยไม่ทำให่ส่วนของแผ่นวัสดุบางซึ่งตรงกับบริเวณ ส่วนบนสุดของแผ่นด้านบนสุดสัมผัสกับชิ้นประกอบตัวผู้ 1 6. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่ส่วนยื่นโผล่ แต่ละชิ้นมีพื้นผิวซึ่งลาดชัดใกล้กับส่วนฐานด้านใกล้ของส่วนยื่นโผล่สัมพันธ์กับทิศทางการยื่นโผล่ ในลักษณะที่ระยะทางของพื้นผิว ซึ่งลาดชันจากเส้นแกนกลางของส่วนยื่นโผล่จะเพิ่มขึ้นในทิศทาง จากด้านของติ่งปลายด้าน ไกลของส่วนยื่นโผล่ที่ส่วนฐานด้านใกล้สัมพันธ์กับทิศทางการยื่นโผล่ ของส่วนยื่นโผล่ 1 7. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่ด้วยส่วนยื่นโผล่ ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า ระยะทางระหว่างพื้นผิวซึ่งลาดชันของส่วนยื่นโผล่และพื้นผิว ซึ่งลาดชันของ ซอกเว้าจะเพิ่มขึ้นเมื่อพื้นผิวซึ่งลาดชันเหล่านี้ออกห่างจากเส้นแกนกลางของส่วนยื่นโผล่และซอกเว้า เรียงตามลำดับ 1 8. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่แผ่นวัสดุบาง ที่ยอดเข้าไปในซอกเว้า พื้นผิวด้านในซอกเว้าจะทอดยื่นขึ้นไปที่ตำแหน่งของติ่งปลายของ ส่วนยื่นโผล่ หรือลึกกว่าตำแหน่งนั้น 1 9. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่แผ่นวัสดุบาง มีความหนาน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และด้วยส่วนยื่นโผล่ที่สอดเข้าไปในซอกเว้า ระยะทางระหว่าง พื้นผิวของชิ้นประกอบตัวเมีย ซึ่งอยู่ที่ตำแหน่งที่ตั้งรอบซอกเว้าและด้านซึ่งหันเข้าหาของ ชิ้นประกอบตัวผู้จะเป็น 1 มิลลิเมตร หรือมากกว่า 2 0. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่บริเวณของ แผ่นวัสดุบาง ซึ่งได้รับการกดอัดโดยตรงด้วยติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ได้รับการกักไว้ไม่ให้เข้าไป สัมผัสกับด้านในซอกเว้า 2
1. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่ชิ้นประกอบตัวผู้ มีบนติ่งปลายของส่วนยื่นโผล่ของชิ้นประกอบบริเวณหนึ่ง ซึ่งเข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุบาง และ บริเวณหนึ่งซึ่งไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับแผ่นวัสดุบาง 2
2. กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุดตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่ชิ้นประกอบตัวผู้ เป็นลูกกลิ้งตัวผู้ ซึ่งมีส่วนยื่นโผล่บนส่วนโดยรอบด้านนอกของลูกกลิ้ง และชิ้นประกอบตัวเมีย เป็นลูกกลิ้งตัวเมีย ซึ่งมีซอกเว้าบนส่วนโดยรอบด้านนอกของลูกกลิ้ง 2
3. ชิ้นสารดูดซับซึ่งมีรูปทรงยาวรีเป็นส่วนใหญ่ และซึ่งประกอบรวมด้วยแผ่นด้านบนสุด ซึ่งยอมให้ของเหลวซึมผ่านได้ชิ้นหนึ่ง แผ่นด้านหลังชิ้นหนึ่ง และชิ้นประกอบสารดูดซับชิ้นหนึ่ง ที่วางแทรกไว้ระหว่างแผ่นด้านบนสุดกับแผ่นด้านหลัง โดยที่ แผ่นด้านบนสุดได้รับการก่อรูปขึ้นจากผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน มีส่วนของพื้นผิว ซึ่งได้รับการออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังบนหน้าของพื้นผิวของส่วน ของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหลจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบและส่วนล่างสุด และนูนออกเข้าหาด้านของชิ้นประกอบสารดูดซับ และ เมื่อมองในภาคตัดขวางตามแนวทิศทางตามแนวยาวของชิ้นสารดูดซับ แผ่นด้านบนสุด มีบริเวณที่แข็งตึงตามแนว หรือใกล้กับการตัดกันระหว่างส่วนของพื้นผิวและผนังโดยรอบ บริเวณที่ แข็งตึงมีความแข็งตึงสูงกว่าส่วนของพื้นผิวและผนังโดยรอบ 2
4. ชิ้นสารดูดซับตามข้อถือสิทธิข้อที่ 23 โดยที่บริเวณที่แข็งตึงมีความหนาแน่นของเส้นใย สูงกว่าส่วนของพื้นผิว และผนังโดยรอบ 2
5. ชิ้นสารดูดซับตามข้อถือสิทธิข้อที่ 23 โดยที่ในรูปมองจากด้านบน แอ่งนำทางของไหล ได้รับการจัดเรียงในแบบรูปสลับฟันปลา และบริเวณที่แข็งตึงจำนวนหนึ่งได้รับการจัดเรียงแบบ เว้นห่างกัน เชิงเส้นตรงเป็นส่วนใหญ่ เพื่อทำให้เกิดเส้นจำนวนหนึ่งของบริเวณที่แข็งตึง ซึ่งแต่ละเส้น จะทอดยื่นในทิศทางตามขวางของชิ้นสารดูดซับ 2
6. ชิ้นสารดูดซับตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 โดยที่เส้นของบริเวณที่แข็งตึงจะทอดยื่นในทิศทาง ตั้งฉากกับทิศทางการวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทดสอบ 2
7. แผ่นด้านบนสุดสำหรับชิ้นสารดูดซับ ซึ่งใช้บนด้านซึ่งสัมผัสผิวหนังของชิ้นสารดูดซับ โดยที่ แผ่นด้านบนสุดก่อรูปขึ้นจากผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน ผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน มีส่วนของพื้นผิว ซึ่งได้รับการออกแบบให้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังของผู้สวมบนด้านหน้าของพื้นผิว ของส่วนของพื้นผิว และแอ่งนำทางของไหลจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแอ่งมีผนังโดยรอบ และส่วนล่าง สุด และนูนออกเข้าหาด้านของชิ้นประกอบสารดูดซับ และ เมื่อมองในภาคตัดขวางตามแนวทิศทางการวางตัวเส้นใยของผ้าแบบไม่ผ่านการทอสาน แผ่นด้านบนสุดมีบริเวณที่แข็งตึงตามแนว หรือใกล้กับการตัดกันระหว่างส่วนของพื้นผิวและผนัง โดยรอบ บริเวณที่แข็งตึงมีความแข็งตึงสูงกว่าส่วนของพื้นผิวและผนังโดยรอบ
TH801002514A 2008-05-21 แผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุด และชิ้นสารดูดซับ TH74856B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH106491A TH106491A (th) 2011-03-15
TH106491B TH106491B (th) 2011-03-15
TH74856B true TH74856B (th) 2020-03-02

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
KR101389693B1 (ko) 흡수성 물품
RU2007119434A (ru) Пресс-форма для пульпы и ее применение
CN102448414B (zh) 包括压缩开孔泡沫材料体的创口垫
JP6076739B2 (ja) 誘電体バリア式のプラズマ処理のための電極装置、および表面のプラズマ処理のための方法
CN102026606A (zh) 吸收性物品用表面片、其制造方法以及使用该表面片的吸收性物品
US10766184B2 (en) Seat covering material, method for manufacturing the seat covering material, and embossing roll
GB2158720A (en) Absorbent article
JP6363793B2 (ja) ソックス型フィルタを通過する流路を維持するための濾過媒体の形成
CN109312528B (zh) 蒸汽熨斗底板
WO2003103551A1 (en) Transfer layer of liquid fluids and an absorbent article incorporating the same
CN109198738A (zh) 内衣罩杯和内衣罩杯的制造方法
JP2012120584A (ja) 吸収性物品
TH74856B (th) แผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุด และชิ้นสารดูดซับ
TH106491A (th) แผ่นด้านบนสุดของชิ้นสารดูดซับ กระบวนการของการสร้างแผ่นด้านบนสุด และชิ้นสารดูดซับ
JP2007130178A (ja) 吸収性物品用の立体シート
US8701749B2 (en) Evaporator for a refrigerator and method for the production thereof
ES2980501T3 (es) Procedimiento para producir continuamente una capa en relieve e instalación relacionada
KR101930631B1 (ko) 드레인 보드의 부직포 부착을 위한 가열장치
KR200395618Y1 (ko) 건강매트용 바닥패드의 온수관 형성구조
CN207140486U (zh) 一种双层复合纤维材料及个人护理吸收性产品
CN209437510U (zh) 一种复合透气底膜
JPH056604B2 (th)
RU2015119598A (ru) Абсорбирующее изделие
KR20150086800A (ko) 온수판넬 및 그 제조방법
KR20110016147A (ko) 냉난방돗자리