TH72963A - อนุภาคที่มีรูปทรง - Google Patents

อนุภาคที่มีรูปทรง

Info

Publication number
TH72963A
TH72963A TH501001654A TH0501001654A TH72963A TH 72963 A TH72963 A TH 72963A TH 501001654 A TH501001654 A TH 501001654A TH 0501001654 A TH0501001654 A TH 0501001654A TH 72963 A TH72963 A TH 72963A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
groove
edge
pilot
depth
opening
Prior art date
Application number
TH501001654A
Other languages
English (en)
Inventor
ไรอัน อีแวนส์ นายคอรีย์
แอลเลน แวมบาฟ นายเจมส์
Original Assignee
เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสิร์ช มาทแชพพิจ บีวี
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์ นายบุญมา เตชะวณิช นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายบุญมา เตชะวณิช
Filing date
Publication date
Application filed by เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสิร์ช มาทแชพพิจ บีวี, นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์ นายบุญมา เตชะวณิช นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายบุญมา เตชะวณิช filed Critical เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสิร์ช มาทแชพพิจ บีวี
Publication of TH72963A publication Critical patent/TH72963A/th

Links

Abstract

DC60 อนุภาคที่มีรูปทรงที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นตัวช่วยหนุนของตัวเร่งปฏิกิริยาหรือหมู่ตัวเร่ง ปฏิกิริยาที่ใช้ทำดีไฮโดรจีเนชั่นในรูปแบบของอนุภาคที่มีรูปทรงในอีกทางเลือกหนึ่ง, โดยที่อนุภาค ที่มีรูปทรงดังกล่าวมีรูปทรงเรขาคณิตซึ่งรวมถึงความยาวและรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัด ณ ที่จุด อย่างน้อยที่สุดหนึ่งจุดตามความยาวดังกล่าว, โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวนิยามไว้ ด้วยรูปทรงแบบไม่สมมาตรกันที่มีเส้นแบ่งตามจินตนาภาพซึ่งทำให้ได้ปลายด้านบน, ที่มีพื้นที่หน้าตัด ปลายด้านบน, และปลายด้านล่าง, ที่มีพื้นที่หน้าตัดปลายด้านล่าง, โดยที่พื้นที่หน้าตัดปลายด้านบน ดังกล่าวใหญ่กว่าพื้นที่หน้าตัดปลายด้านล่าง รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดอาจจะบ่งคุณลักษณะ เฉพาะเพิ่มเติมได้โดยที่มีเส้นรอบรูปและตามที่นิยามไว้ด้วยรอยบากจำนวนมากโดยมีรอยบากดังกล่าว แต่ละรอยบากของรอยบากจำนวนมากที่มีความลึกของร่องและระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่อง อนุภาคที่มีรูปทรงที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นตัวช่วยหนุนของตัวเร่งปฏิกิริยาหรือหมู่ตัวเร่ง ปฏิกิริยาที่ใช้ทำดีไฮโดรจีเนชั่นในรูปแบบของอนุภาคที่มีรูปทรงในอีกทางเลือหนึ่ง, โดยที่อนุภาค ที่มีรูปทรงดังกล่าวมีรูปทรงเรขาคณิตซึ่งรวมถึงความยาวและรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัด ณ ที่จุด อย่างน้อยที่สุดหนึ่งจุดตามความยาวดังกล่าว, โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวนิยามไว้ ด้วยรูปทรงแบบไม่สมมาตรกันที่มีเส้นแบ่งตามจินตนาภาพซึ่งทำให้ได้ปลายด้านบน, ที่มีพื้นที่หน้าตัด ปลายด้านบน, และปลายด้านล่าง, ที่มีพื้นที่หน้าตัดปลายด้านล่าง, โดยที่พื้นที่หน้าตัดปลายด้านบน ดังกล่าวใหญ่กว่าพื้นที่หน้าตัดปลายด้านล่าง รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดอาจจะบ่งคุณลักษณะ เฉพาะเพิ่มเติมได้โดยที่มีเส้นรอบรูปและตามที่นิยามไว้ด้วยรอยบากจำนวนมากโดยมีรอยบากดังกล่าว แต่ละรอยบากของรอยบากจำนวนมากที่มีความลึกของร่องและระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่อง

Claims (17)

1. อนุภาคที่มีรูปทรงโดยมีรูปทรงเรขาคณิตซึ่งรวมถึงรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นความยาวและ ที่เป็นหน้าตัดอย่างน้อยที่สุด ณ ที่จุดหนึ่งตามความยาวดังกล่าว โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัด ดังกล่าวนิยามได้ด้วยรูปทรงแบบไม่สมมาตรกัน โดยมีเส้นแบ่งจินตนาภาพซึ่งจัดทำให้ได้ปลายด้าน บน, ซึ่งมีพื้นที่หน้าตัดของปลายด้านบน, และปลายด้านล่าง, ซึ่งมีพื้นที่หน้าตัดของปลายด้านล่าง โดยที่พื้นที่หน้าตัดของปลายด้านบนดังกล่าวใหญ่กว่าพื้นที่หน้าตัดของปลายด้านล่างดังกล่าว
2. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็น หน้าตัดดังกล่าวกำหนดขขอบเขตเพิ่มเติมเส้นรอบรูปของวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางและศูนย์กลาง ไปยังที่ซึ่งเส้นแบ่งจินตนาการดังกล่าวผ่านไป; โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวนิยามไว้ด้วยร่องจำนวนมาก โดยที่ร่องของร่อง จำนวนมากดังกล่าวแต่ละร่องบ่งคุณลักษณะเฉพาะได้ด้วยความลึกของร่อง, ขอบนำร่องและขอบตาม รอยร่อง โดยมีขอบนำร่องดังกล่าวและขอบตามรอยร่องดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของ ชนิดเปิดของร่อง; โดยที่ขอบนำร่องของร่องแต่ละร่องดังกล่าวของร่องจำนวนมากดังกล่าวอยู่ห่างจากขอบตาม รอยร่องดังกล่าวของร่องที่อยู่ติดกันด้วยระยะหมุนรอบ; และ โดยที่ผลรวมของระยะหมุนรอบของช่องเปิดที่เป็นร่องดังกล่าวทั้งหมดกับระยะหมุนรอบ ดังกล่าวของรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวทั้งหมดเป็น 360 ํ
3. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ร่องแต่ละร่องของร่อง จำนวนมากดังกล่าวนิยามไว้ด้วยอัตราส่วนของความลึกของร่องกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.6:1 โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องดังกล่าวอยู่ในช่วงระหว่าง 10 ํ ถึง 70 ํ โดยที่ระยะหมุนรอบดังกล่าวแต่ละระยะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 20 ํ ถึง 115 ํ
4. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 3 โดยที่ความลึกของร่องดังกล่าว ของร่องแต่ละร่องของร่องจำนวนมากดังกล่าวนิยามไว้เป็นระยะเส้นตรงของเส้นจากจุดของเส้นรอบ รูปบนเส้นรอบรูปของวงกลมดังกล่าวไปยังจุดความลึก ณ จุดที่ลึกที่สุดของร่องแต่ละร่องตามลำดับ ภายในรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าว โดยที่เส้นดังกล่าววางตั้งฉากกับเส้นสัมผัสผ่านไปยัง จุดของเส้นรอบรูปบนเส้นรอบรูปของวงกลมดังกล่าว
5. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 4 โดยที่ร่องจำนวนมากดังกล่าว รวมถึง: ร่องที่หนึ่งซึ่งมีความลึกของร่องที่หนึ่ง, ขอบนำร่องที่หนึ่งและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งโดยมี ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่หนึ่ง; ร่องที่สองซึ่งมีความลึกของร่องที่สอง, ขอบนำร่องที่สองและขอบตามรอยร่องที่สองโดยมี ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวและขอบตามรอยร่างที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สอง; ร่องที่สามซึ่งมีความลึกของร่องที่สาม, ขอบนำร่างที่สามและขอบตามรอยร่องที่สามโดยมี ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สาม; โดยที่ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สอง ดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่หนึ่ง; โดยที่ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สาม ดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สอง; และ โดยที่ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่หนึ่ง ดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สาม
6. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 5 โดยที่ร่องที่หนึ่งมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่หนึ่งกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 60 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 60 ํ ถึง 110 ํ; โดยที่ร่องที่สองมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สองกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 60 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 60 ํ ถึง 110 ํ; โดยที่ร่องที่สามมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สามกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 60 ํ; และโดยที่ระยะหมุนรอบที่สามดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 60 ํ ถึง 110 ํ
7. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 4 โดยที่ร่องจำนวนมากดังกล่าว รวมถึง: ร่องที่หนึ่งที่มีความลึกของร่องที่หนึ่ง, ขอบนำร่องที่หนึ่งและขอบตามรอบร่องที่หนึ่งโดยมี ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่หนึ่ง; ร่องที่สองซึ่งมีความลึกของร่องที่สอง, ขอบนำร่องที่สองและขอบตามรอยร่องที่สองโดยมี ขอบนำร่องมี่สองดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สอง; ร่องที่สามซึ่งมีความลึกของร่องที่สาม, ขอบนำร่องที่สามและขอบตามรอยร่องที่สามโดยมี ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สาม; ร่องที่สี่ซึ่งมีความลึกของร่องที่สี่, ขอบนำร่องที่สี่และขอบตามรอยร่องที่สี่โดยมีขอบนำร่อง ที่สี่ดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สี่ดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สี่; ร่องที่ห้าซึ่งมีความลึกของร่องที่ห้า, ขอบนำร่องที่ห้าและขอบตามรอยร่องที่ห้าโดยมีขอบนำ ร่องที่ห้าดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่ห้าดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่อง ที่ห้า; โดยที่ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สอง ดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่หนึ่ง; โดยที่ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สาม ดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สอง; และ โดยที่ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สี่ ดังกล่าวของร่องที่สี่ดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สาม; โดยที่ขอบนำร่องที่สี่ดังกล่าวของร่องที่สี่ดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่ห้าดังกล่าว ของร่องที่ห้าดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สี่; และ โดยที่ขอบนำร่องที่ห้าดังกล่าวของร่องที่ห้าดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่หนึ่ง ดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่ห้า
8. อนุภาคที่มีรูปทรงตามที่บรรยายไว้ในข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ร่องที่หนึ่งมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่หนึ่งกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่สองมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สองกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่สามมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สามกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สามดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; และ โดยที่ระยะหมุนรอบที่สามดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่สี่มีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สี่กับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สี่ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; โดยที่ ระยะหมุนรอบที่สี่ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่ห้ามีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่ห้ากับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่ห้าดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; และโดยที่ระยะหมุนรอบที่ห้าดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ
9. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงซึ่งประกอบรวมด้วย ไอร์ออน ออกไซด์ที่มีรูปทรงเรขาคณิตซึ่งรวมถึงความยาวและรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัด ณ ที่ ตำแหน่งอย่างน้อยที่สุดหนึ่งจุดตามความยาวดังกล่าว โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าว กำหนดขอบเขตได้ด้วยรูปทรงแบบไม่สมมาตรกันที่มีเส้นแบ่งตามจินตนาภาพซึ่งก็ทำให้ได้ปลายด้าน บน, ที่มีพื้นที่หน้าตัดของปลายด้านบน, และปลายด้านล่าง, ที่มีพื้นที่หน้าตัดของปลายด้านล่าง, โดยที่ พื้นที่หน้าตัดของปลายด้านบนดังกล่าวใหญ่กว่าพื้นที่หน้าตัดของปลายด้านล่าง
10. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 9 โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวกำหนดขอบเขตเพิ่มเติมได้ด้วยเส้น รอบรูปวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางและศูนย์กลางไปยังที่ซึ่งเส้นแบ่งตามจินตนาภาพดังกล่าวผ่านไป; โดยที่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวนิยามไว้ด้วยร่องจำนวนมาก โดยที่ร่องแต่ละ ร่องของร่องจำนวนมากดังกล่าวบ่งคุณลักษณะเฉพาะได้ด้วยความลึกของร่อง, ขอบนำร่องและขอบ ตามรอยร่องโดยมีขอบนำร่องดังกล่าวและขอบตามรอยร่องดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของ ช่องเปิดของร่อง; โดยที่ขอบนำร่องดังกล่าวของร่องแต่ละร่องของร่องจำนวนมากดังกล่าวอยู่ห่างจากขอบตาม รอยร่องของร่องที่อยู่ติดกับดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบ; และ โดยที่ผลรวมของระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องดังกล่าวทั้งหมดและระยะหมุนรอบ ดังกล่าวของรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าวทั้งหมดเป็น 360 ํ
11. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 10 โดยที่ร่องแต่ละร่องดังกล่าวของร่องจำนวนมากดังกล่าวนิยามได้ด้วยอัตราส่วน ของความลึกของร่องกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.6:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของ ช่องเปิดของร่องดังกล่าวแต่ละร่องอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 70 ํ; และโดยที่ระยะหมุนรอบดังกล่าว แต่ละระยะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 20 ํ ถึง 115 ํ
12. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 11 โดยที่ความลึกของร่องแต่ละร่องดังกล่าวของร่องจำนวนมากดังกล่าวนิยามไว้เป็น ระยะเส้นตรงของเส้นจากจุดของเส้นรอบรูปบนเส้นรอบรูปของวงกลมดังกล่าวไปยังจุดความลึก ณ จุดที่ลึกที่สุดของร่องแต่ละร่องตามลำดับภายในรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหน้าตัดดังกล่าว โดยที่เส้น ดังกล่าววางตั้งฉากกับเส้นสัมผัสผ่านไปยังจุดของเส้นรอบรูปดังกล่าวบนเส้นรอบรูปของวงกลม ดังกล่าว
13. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 12 โดยที่ร่องจำนวนมากดังกล่าวรวมถึง: ร่องที่หนึ่งซึ่งมีความลึกของร่องที่หนึ่ง, ขอบนำร่องที่หนึ่งและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งโดยมี ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่หนึ่ง; ร่องที่สองซึ่งมีความลึกของร่องที่สอง, ขอบนำร่องที่สองและขอบตามรอยร่องที่สองโดยมี ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สอง; ร่องที่สามซึ่งมีความลึกของร่องที่สาม, ขอบนำร่องที่สามและขอบตามรอยร่องที่สามโดยมี ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สาม; โดยที่ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สอง ดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่หนึ่ง; โดยที่ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สาม ดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สอง; และ โดยที่ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่หนึ่ง ดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สาม
14. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ในข้อ ถือสิทธิข้อที่ 13 โดยที่ร่องที่หนึ่งมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่หนึ่งกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 60 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 60 ํ ถึง 110 ํ; โดยที่ร่องที่สองมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สองกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สองดังกลาวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 60 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 60 ํ ถึง 110 ํ; โดยที่ร่องที่สามมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สามกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.1:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่หนึ่งดังกลาวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 60 ํ; และ โดยที่ระยะหมุนรอบที่สามดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 60 ํ ถึง 110 ํ
15. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 12 โดยที่ร่องจำนวนมากดังกล่าวรวมถึง: ร่องที่หนึ่งที่มีความลึกของร่องที่หนึ่ง, ขอบนำร่องที่หนึ่งและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งโดยมี ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่หนึ่ง; ร่องที่สองซึ่งมีความลึกของร่องที่สอง, ขอบนำร่องที่สองและขอบตามรอยร่องที่สองโดยมี ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สอง; ร่องที่สามซึ่งมีความลึกของร่องที่สาม, ขอบนำร่องที่สามและขอบตามรอยร่องที่สามโดยมี ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่อง เปิดของร่องที่สาม; ร่องที่สี่ซึ่งมีความลึกของร่องที่สี่, ขอบนำร่องที่สี่และขอบตามรอยร่องที่สี่โดยมีขอบนำร่อง ที่สี่ดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่สี่ดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สี่; ร่องที่ห้าซึ่งมีความลึกของร่องที่ห้า, ขอบนำร่องที่ห้าและขอบตามรอยร่องที่ห้าโดยมีขอบนำ ร่องที่ห้าดังกล่าวและขอบตามรอยร่องที่ห้าดังกล่าวอยู่ห่างกันด้วยระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่อง ที่ห้า; โดยที่ขอบนำร่องที่หนึ่งดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สอง ดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่หนึ่ง; โดยที่ขอบนำร่องที่สองดังกล่าวของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สาม ดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สอง; และ โดยที่ขอบนำร่องที่สามดังกล่าวของร่องที่สามดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่สี่ ดังกล่าวของร่องที่สี่ดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สาม; โดยที่ขอบนำร่องที่สี่ดังกล่าวของร่องที่สี่ดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่ห้าดังกล่าว ของร่องที่ห้าดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่สี่; และ โดยที่ขอบนำร่องที่ห้าดังกล่าวของร่องที่ห้าดังกล่าวอยู่ห่างกันจากขอบตามรอยร่องที่หนึ่ง ดังกล่าวของร่องที่หนึ่งดังกล่าวด้วยระยะหมุนรอบที่ห้า
16. หมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงตามที่ได้บรรยายไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่ร่องที่หนึ่งมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่หนึ่งกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่หนึ่งดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่สองมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สองกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; โดยที่ระยะหมุนรอบที่สองดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่สามมีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สามกับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สามดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; และโดยที่ระยะหมุนรอบที่สามดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่สี่มีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่สี่กับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่สี่ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; โดยที่ ระยะหมุนรอบที่สี่ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ; โดยที่ร่องที่ห้ามีอัตราส่วนของความลึกของร่องที่ห้ากับเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.075:1 ถึง 0.5:1; โดยที่ระยะหมุนรอบของช่องเปิดของร่องที่ห้าดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 ํ ถึง 50 ํ; และโดยที่ระยะหมุนรอบที่ห้าดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 29.5 ํ ถึง 70 ํ
17. กรรมวิธีของการทำดีไฮโดรจีเนชั่นซึ่งประกอบรวมด้วย: การทำปฎิกิริยาสัมผัสภายใต้เงื่อน ไขการทำปฎิกิริยาดีไฮโดรจีเนชั่นระหว่างสารป้อนเข้าของ การทำดีไฮโดรจีเนชั่นกับหมู่ตัวเร่งปฎิกิริยาที่มีไอร์ออน ออกไซด์เป็นพื้นฐานที่มีรูปทรงของข้อถือ สิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อที่ 9 ถึง 16
TH501001654A 2005-04-12 อนุภาคที่มีรูปทรง TH72963A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH72963A true TH72963A (th) 2005-11-28

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2006140250A (ru) Фигурная частица и способ гидрогенизации с ее использованием
US9181654B2 (en) Refiner plate having a smooth, wave-like groove and related methods
JP2014015704A5 (th)
JP2013044084A5 (th)
AU2014349001B2 (en) Tire tread including serrations in recessed pockets of groove sidewall
US9057443B2 (en) Metal seal
RU2628973C1 (ru) Теплопередающая пластина и пластинчатый теплообменник
CN103573882A (zh) 用于一种摩擦连接方式工作的装置的摩擦部件
CN103185140B (zh) 仿鸟翼翅槽的径向分流型槽端面机械密封结构
US8689952B2 (en) Damper
KR102389805B1 (ko) 마찰판
SE1950535A1 (en) An extrusion and/or pultrusion device and method
CN110462242A (zh) 摩擦部件
CA2825623C (en) Method for granulating or agglomerating and tool therefor
US11365595B2 (en) Flow rate trimming device
SE1950536A1 (en) An extrusion and/or pultrusion device and method
SE543730C2 (en) An extrusion and/or pultrusion device and method
CN106499829A (zh) 阀盘
JP2018094962A (ja) 空気入りタイヤ
CN104214223B (zh) 一种改进的轴承环形弹锁式保持架结构
CN208804674U (zh) 一种灶具燃烧器的火盖结构
CN202579976U (zh) 一种新型档位器
CN201791530U (zh) 边缘优化改进型板波纹规整填料
JP2013078997A (ja) タイヤ
CN204553339U (zh) 一种陆地泵导叶