TH42294A - เหล็กกล้าสามวัฏภาคความแข็งแรงสูงยิ่งซึ่งมีความเหนียวในอุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ - Google Patents

เหล็กกล้าสามวัฏภาคความแข็งแรงสูงยิ่งซึ่งมีความเหนียวในอุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ

Info

Publication number
TH42294A
TH42294A TH9901004454A TH9901004454A TH42294A TH 42294 A TH42294 A TH 42294A TH 9901004454 A TH9901004454 A TH 9901004454A TH 9901004454 A TH9901004454 A TH 9901004454A TH 42294 A TH42294 A TH 42294A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
approximately
phase
volume
weight
fine
Prior art date
Application number
TH9901004454A
Other languages
English (en)
Other versions
TH42294A3 (th
Inventor
คู นายจายัง
Original Assignee
เอ็กซ์ซอน โปรดักชั่น รีเสิร์ช คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by เอ็กซ์ซอน โปรดักชั่น รีเสิร์ช คัมปะนี filed Critical เอ็กซ์ซอน โปรดักชั่น รีเสิร์ช คัมปะนี
Publication of TH42294A publication Critical patent/TH42294A/th
Publication of TH42294A3 publication Critical patent/TH42294A3/th

Links

Abstract

DC60 (14/10/45) เหล็กกล้าสามวัฏภาคเจือต่ำความแข็งแรงสูงยิ่งชนิดเชื่อมได้ที่มีความเหนียวที่อุณหภูมิเย็น เยือกที่ดีเลิศในแผ่นฐานและใน ย่านรับผลของความร้อน (HAZ) เมื่อทำการเชื่อม ซึ่งมีความ แข็งแรง ต้านการดึงมากกว่าประมาณ 830 เมกะพาสคัล (120 กิโล ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และโครงสร้างจุลภาค ที่ประกอบด้วย วัฏภาคเฟอร์ไรท์ วัฏภาคที่สองที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์และโล เวอร์เบไนท์เป็นส่วนใหญ่ และ วัฏภาคออสเทไนท์คงรูป ได้รับการ เตรียมขึ้นมาโดยการให้ความร้อนแก่ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าที่ ประกอบด้วยเหล็กและสารเติมแต่งที่ตามมานี้บางสารหรือทั้งหมดใน ปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนักที่กำหนดคือ คาร์บอน แมงกานีส นิกเกิล ไนโตรเจน ทองแดง โครเมียม โมลิบดีนัม ซิลิคอน ไน โอเบียม วาเนเดียม ไทเทเนียม อะลูมินัม และ โบรอน การลดขนาด ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าเพื่อให้เป็น แผ่นเหล็กกล้าในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นในพิสัยอุณหภูมิที่ซึ่งออสเทไนท์ มีการเกิดผลึก ใหม่ การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าต่อไปอีกในการรีด ร้อนหนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นในพิสัยอุณหภูมิที่ ต่ำกว่าอุณหภูมิการเกิดผลึกใหม่ของออสเทไนท์และสูงกว่าอุณหภูมิการ เปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 การรีด แผ่นขั้นสุดท้ายระหว่าง อุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 และอุณหภูมิการเปลี่ยน โครงสร้าง Ar1 การ ชุบแผ่นผ่านการรีดขั้นสุดท้ายสู่อุณหภูมิ หลังหยุดชุบ (QST) ที่เหมาะสม และการยุติการชุบ เหล็กกล้าสามเฟสเจือต่ำความแข็งแรงสูงยิ่งชนิดเชื่อมได้ที่มีความเหนียวที่อุณหภูมิเย็นเยือก ที่ดีเลิศในแผ่นฐานและใน ย่านรับผลของความร้อน (HAZ) เมื่อทำการเชื่อม ซึ่งมีความ แข็งแรงต้าน การดึงมากกว่าประมาณ 830 เมกะพาสคัล (120 กิโล ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และโครงสร้างจุลภาคที่ ประกอบด้วย เฟสเฟอร์ไรท์ เฟสที่สองที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์และโล เวอร์เบไนท์เป็นส่วนใหญ่ และ เฟส ออสเทไนท์คงรูป ได้รับการ เตรียมขึ้นมาโดยการให้ความร้อนแก่ชิ้นแผ่นเหล็กที่ประกอบ ด้วย เหล็กและสารเติมแต่งที่ตามมานี้บางสารหรือทั้งหมดใน ปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักที่กำหนด คือ คาร์บอน แมงกานีส นิกเกิล ไนโตรเจน ทองแดง โครเมียม โมลิบดีนัม ซิลิคอน ไน โอเบียม วาเนเดียม ไทเทเนียม อะลูมินัม และ โบรอน การลดขนาด ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าเพื่อให้เป็นแผ่นเหล็ก กล้าในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นในพิสัยอุณหภูมิที่ซึ่งออสเทไนท์ มีการเกิดผลึกใหม่ การ ลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าต่อไปอีกในการรีด ร้อนหนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นในพิสัยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า อุณหภูมิการเกิดผลึกใหม่ของออสเทไนท์และสูงกว่าอุณหภูมิการ เปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 การรีดแผ่น ขั้นสุดท้ายระหว่าง อุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 และอุณหภูมิการเปลี่ยน โครงสร้าง Ar1 การชุบ แผ่นผ่านการรีดขั้นสุดท้ายสู่อุณหภูมิ หลังหยุดชุบ (QST) ที่เหมาะสม และการยุติการชุบ

Claims (28)

1. วิธีการสำหรับการเตรียมแผ่นเหล็กกล้าที่มีโครงสร้างจุลภาคที่ประกอบด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็น เฟอร์ไรท์ถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์เกรน ละเอียด โลเวอร์เบไนท์ เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของสิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดย ปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตร และ เฟสที่สามที่เป็นออส เทไนท์คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10% โดยปริมาตร โดยวิธีการ ดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) การให้ความร้อนชิ้นแผ่นเหล็กกล้าสู่อุณหภูมิให้ความ ร้อนซ้ำที่สูงพอเพียงที่จะ (i) ทำให้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเป็นสำคัญ (ii) สลายคาร์ไบด์ และคาร์บอไนไทรด์ของ ไนโอเบียมและวาเนดียมทั้งหมดในชิ้นแผ่น เหล็กกล้าดังกล่าว และ (iii) ก่อเกิดเกรนของออสเทไนท์ แรก เริ่มที่เล็กละเอียดขึ้นมาในชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว (b) การลดขนาดชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อให้เป็นแผ่น เหล็กกล้าในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในพิสัยอุณหภูมิที่หนึ่งที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิดผลึกใหม่ (c) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวต่อไปอีกในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นใน พิสัยอุณหภูมิที่สองที่ต่ำกว่า อุณหภูมิ Tnr โดยประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครง สร้าง Ar3 โดยประมาณ (d) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวต่อไปอีกในการรีดร้อนหนึ่ง ครั้งหรือมากกว่านั้นใน พิสัยอุณหภูมิที่สามระหว่างอุณหภูมิ การเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 โดยประมาณและอุณหภูมิการเปลี่ยน โครงสร้าง Ar1 โดยประมาณ (e) การชุบแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวด้วยอัตราการระบายความร้อน อย่างน้อยที่สุดประมาณ 10 ํซ ต่อวินาที (18 ํ ฟ/วินาที) สู่อุณหภูมิหลังหยุดชุบที่ต่ำกว่าประมาณ 600 ํซ (1110 ํฟ) และ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์เกรน ละเอียด โลเวอร์เบไนท์ เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของสิ่ง เหล่านี้ เป็นส่วน ใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตรและ เฟสที่สามที่เป็นออสเทไนท์ คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10 % โดยปริมาตร
2. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (f) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์เปลี่ยนรูปร่างถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็นแลธมาร์เทน ไซท์เกรนละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของ ผสมของสิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึง ประมาณ 90% โดยปริมาตรและ เฟสที่สามที่เป็น ออสเทไนท์คงรูปใน ปริมาณถึงประมาณ 10 % โดยปริมาตร
3. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (f) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็นเบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตรและ เฟสที่ สามที่เป็น ออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึงประมาณ 10 % โดย ปริมาตร
4. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (f) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์เกรน ละเอียด โลเวอร์เบไนท์ เกรนละเอียด หรือของผสมของสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดย ปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตรและเฟสที่สามที่ เป็นออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10 % โดยปริมาตร
5. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (f) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์เปลี่ยนรูปร่างถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็นเบไนท์เม็ด ละเอียด (FGB) เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตรและ เฟส ที่ สามที่เป็นออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึงประมาณ 10 % โดย ปริมาตร
6. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (f) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์เปลี่ยนรูปร่างถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็น แลธมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด โลเวอร์เบไนท์ เกรนละเอียด หรือของผสมของสิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตร และ เฟสที่สามที่ เป็นออสเทไนท์คงรูป ในปริมาณถึงประมาณ 10 % โดยปริมาตร
7. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอุณหภูมิให้ความร้อนซ้ำ ดังกล่าวของขั้นตอน (a) คือระหว่าง ประมาณ 955 ํซ และ ประมาณ 1100 ํซ. (1750 ํฟ ถึง 2012 ํฟ )
8. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเกรนของออสเทไนท์แรก เริ่มที่เล็กละเอียดดังกล่าวของขั้นตอน (a) มีขนาดเกรนเล็ก กว่าประมาณ 120 ไมครอน
9. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งการลดความหนาของชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวประมาณ 30% ถึงประมาณ 70% เกิดขึ้นมา ในขั้นตอน (b)
10. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งการลดความหนาของชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวประมาณ 40% ถึงประมาณ 80% เกิดขึ้นมา ในขั้นตอน (c)
11. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งการลดความหนาของชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวประมาณ 15% ถึงประมาณ 50% เกิดขึ้นมา ในขั้นตอน (d)
12. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ประกอบต่อไปอีกด้วยขั้นตอน ของการปล่อยให้แผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวได้รับการระบายความ ร้อนด้วยอากาศสู่อุณหภูมิโดยรอบหลังการหยุดชุบดังกล่าวใน ขั้นตอน (f)
13. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวของขั้นตอน (a) ประกอบด้วยเหล็ก และธาตุเจือที่ตามมา นี้ในหน่วยเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก C ประมาณ 0.03% ถึงประมาณ 0.12% Ni อย่างน้อยที่สุดประมาณ 1% Nb ประมาณ 0.02% ถึงประมาณ 0.1% Ti ประมาณ 0.008% ถึงประมาณ 0.03% Al ถึงประมาณ 0.001% ถึงประมาณ 0.005% และ N ประมาณ 0.002% ถึงประมาณ 0.005%
14. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่าประมาณ 6% โดยน้ำหนัก
15. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่าประมาณ 3% โดยน้ำหนัก และ ประกอบเพิ่มเติมด้วย Mn ถึงประมาณ 0.5% โดยน้ำหนัก ถึง ประมาณ 2.5% โดย น้ำหนัก
16. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบต่อไปอีกด้วยสารเติมแต่ง อย่างน้อยที่สุดหนึ่ง สารที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย (i) Cr ถึงประมาณ 1.0% โดยประมาณ (ii) Mo ถึงประมาณ 0.8% โดยน้ำหนัก (iii) Si ประมาณ 0.5% โดยน้ำหนัก (iv) V ประมาณ 0.02% โดย น้ำหนัก ถึงประมาณ 0.10%โดยน้ำหนัก (v) Cu ประมาณ 0.1% โดยน้ำหนัก ถึงประมาณ 1.0% โดย น้ำหนัก (vi) Mn ถึงประมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก และ (vii) B ถึงประมาณ 0.0004% โดยน้ำหนัก ถึง ประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
17. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบต่อไปอีกด้วย B ประมาณ 0.0004% โดยน้ำหนัก ถึง ประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
18. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง หลังจากขั้นตอน (f) แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวมี DBTT ที่ต่ำกว่า ประมาณ -62 ํ ซ (-80 ํฟ) ในทั้งแผ่นฐานดังกล่าวและใน HAZ และมี ความแข็งแรงต้านการดึงมาก กว่าประมาณ 830 เมกะพาสคัล (120 กิโลปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
19. แผ่นเหล็กกล้าที่มีโครงสร้างจุลภาคที่ประกอบด้วยเฟสที่ หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สอง ที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรน ละเอียด เบไนท์ เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของสิ่งเหล่า นี้ เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึง ประมาณ 90% โดย ปริมาตร และ เฟสที่สามที่เป็นออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10% โดย ปริมาตร ที่มีความแข็งแรงต้านการดึงมากกว่า ประมณ830 เมกะพาสคัล (120 กิโลปอนด์ต่อตาราง นิ้ว) และมี DBTT ที่ต่ำกว่าประมาณ -62 ํซ (-80 ํฟ) ในทั้ง แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวและใน HAZ และที่ ซึ่งแผ่นเหล็กกล้า ดังกล่าวผลิตมาจากชิ้นแผ่นเหล็กกล้าผ่านการ ให้ความร้อนซ้ำที่ประกอบด้วยเหล็ก และธาตุเจือที่ตามมานี้ใน หน่วยเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก C ประมาณ 0.03% ถึงประมาณ 0.12% Ni อย่างน้อยที่สุดประมาณ 1% Nb ประมาณ 0.02% ถึงประมาณ 0.1% Ti ประมาณ 0.008% ถึงประมาณ 0.03% Al ประมาณ 0.001% ถึงประมาณ 0.05% และ N ประมาณ 0.002% ถึงประมาณ 0.005%
20. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 19 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็ก กล้าดังกล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่า ประมาณ 6% โดยน้ำหนัก
21. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 19 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็ก กล้าดังกล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่า ประมาณ 3% โดยน้ำหนัก และประกอบเพิ่มเติมด้วย Mn ถึงประมาณ 0.5% โดยน้ำหนัก ถึง ประมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก
22. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 19 ประกอบต่อไปอีกด้วย สารเติมแต่งอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง สารที่เลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วย (i) Cr ถึงประมาณ 1.0% โดยประมาณ (ii) Mo ถึง ประมาณ 0.8 % โดยน้ำหนัก (iii) Si ประมาณ 0.5% โดยน้ำหนัก (iv) V ประมาณ 0.02% โดยน้ำหนัก ถึง ประมาณ 0.10% โดยน้ำหนัก (v) Cu ถึงประมาณ 0.1% โดยน้ำหนัก ถึงประมาณ 1.0 % โดยน้ำ หนัก (vi) Mn ถึงประมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก และ (vii) B ถึง ประมาณ 0.004% โดยน้ำหนัก ถึงประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
23. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 19 ประกอบต่อไปอีกด้วย B ประมาณ 0.0004% โดย น้ำหนักถึงประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
24. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 19 ซึ่งโครงสร้าง จุลภาคดังกล่าวได้รับการทำให้เหมาะสมที่ สุดเพื่อการทำให้มี ความคดเคี้ยวในเส้นทางรอยแตกร้าวมากที่สุดโดยกระบวนการรีด ควบคุมเชิง ความร้อนเชิงกลที่ทำให้มีหน้าประสานแบบมุมใหญ่ จำนวนหนึ่งขึ้นมาระหว่างเฟสที่หนึ่งดังกล่าวที่ เป็นเฟอร์ ไรท์และเฟสที่สองดังกล่าวที่เป็นแลของมาร์เทนไซท์เกรน ละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรน ละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่
25. วิธีการสำหรับการเพิ่มความต้านทานต่อการแพร่ของรอยแตก ร้าวของแผ่นเหล็กกล้าให้มาก ขึ้น โดยวิธีการดังกล่าวประกอบ ด้วยการดำเนินการกับแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อการก่อเกิด โครง สร้างจุลภาคที่ประกอบด้วยเฟนที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ ถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร เฟสที่สองที่เป็น แลธมาร์เทนไซท์ เกรนละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสม ของสิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 50% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตรและ เฟสที่ สามที่เป็น ออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึงประมาณ 10% โดยปริมาตร โดยที่ โครงสร้างจุลภาคดัง กล่าวได้รับการทำให้เหมาะสมที่สุดเพื่อ การทำให้มีความคดเคี้ยวในเส้นทางรอบแตกร้าวมากที่สุด โดยกระบวนการรีดควบคุมเชิงความร้อนเชิงกลที่ทำให้มีหน้า ประสานแบบมุมใหญ่จำนวนหนึ่งขึ้นมา ระหว่างเฟสที่หนึ่งดัง กล่าวที่เป็นเฟอร์ไรท์และเฟสที่สองดังกล่าวที่เป็นแลธของ มาร์เทนไซท์เกรน ละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด เบไนท์ เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของสิ่งเหล่านี้เป็นส่วน ใหญ่
26. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งมีการเพิ่มความต้าน ทานต่อการแพร่ของรอยแตกร้าวดังกล่าว ของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวให้มากขึ้นไปอีก และความต้านทานต่อการแพร่ของรอยแตก ร้าวของ HAZ ของแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเมื่อทำการเชื่อมจะ เพิ่มสูงขึ้น โดยการเติม Ni อย่างน้อยที่สุดประมาณ 1.0% โดย น้ำหนัก และโดยการเติมธาตุทำให้มีเสถียรภาพแบบ BCC ลงไป น้อยที่สุด
27. วิธีการสำหรับการเตรียมแผ่นเหล็กกล้าสองเฟสที่มีโครง สร้างจุลภาคที่ประกอบด้วยเฟสที่ หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ ประมาณ 10% โดยปริมาตรถึงประมาณ 40% โดยปริมาตร และเฟสที่ สองที่เป็น แลธมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรน ละเอียด หรือของผสมของสิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 60% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตรโดยวิธีการดังกล่าว ประกอบด้วยขั้น ตอนของ (a) การให้ความร้อนชิ้นแผ่นเหล็กกล้าสู่อุณหภูมิให้ความ ร้อนซ้ำที่สูงพอเพียงที่จะ (i) ทำให้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเป็นสำคัญ (ii) สลายคาร์ไบด์ และคาร์บอไนไทรด์ของ ไนโอเบียมและวาเนเดียมทั้งหมดในชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว และ (iii) ก่อเกิดเกรนของออสเทไนท์ แรกเริ่มที่เล็กละเอียดขึ้นมาในชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว (b) การลดขนาดชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อให้เป็นแผ่น เหล็กกล้าในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในพิสัย อุณหภูมิที่หนึ่งที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิดผลึกใหม่ (c) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวต่อไปอีกในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นใน พิสัยอุณหภูมิที่สองที่ต่ำกว่า อุณหภูมิ Tnr โดยประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครง สร้าง Ar3 โดยประมาณ (d) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวต่อไปอีกในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นใน พิสัยอุณหภูมิที่สามระหว่าง อุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 โดยประมาณและอุณหภูมิการ เปลี่ยน โครงสร้าง Ar1 โดยประมาณ (e) การชุบแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวด้วยอัตราการระบายความร้อน ประมาณ 10 ํซ ต่อวินาที ถึงประมาณ 40 ํซ ต่อ วินาที (18 ํฟ/วินาที ถึง 72 ํฟ/วินาที) สู่ อุณหภูมิหลังหยุดชุบที่ต่ำกว่าประมาณ อุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ms บวก 200 ํซ (360 ํ ฟ) และ (f) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เฟสที่หนึ่งที่เป็นเฟอร์ไรท์ประมาณ 10% โดยปริมาตรถึง ประมาณ 40% โดยปริมาตร และเฟสที่สอง ที่เป็นแลธมาร์เทนไซท์ เกรนละเอียด โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด หรือของผสมของสิ่ง เหล่านี้ เป็นส่วน ใหญ่ ประมาณ 60% โดยปริมาตรถึงประมาณ 90% โดยปริมาตร
28. วิธีการสำหรับการควบคุมอัตราส่วนเฉลี่ยของความยาวของ โครงสร้างเรียบแบนต่อความ หนาของโครงสร้างเรียบแบนในระหว่าง การดำเนินการกับแผ่นเหล็กกล้าสามเฟตความแข็งแรงสูงยิ่ง เพื่อการเพิ่มความเหนียวตามขวางและ DBTT ตามขวางของแผ่น เหล็กกล้าดังกล่าวให้มากขึ้น โดย วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย ขั้นตอนของ (a) การให้ความร้อนชิ้นแผ่นเหล็กกล้าสู่อุณหภูมิให้ความ ร้อนซ้ำที่สูงพอเพียงที่จะ (i) ทำให้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเป็นสำคัญ (ii) สลายคาร์ไบด์ และคาร์บอไนไทรด์ของ ไนโอเบียมและวาเนเดียมทั้งหมดในชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว และ (iii) ก่อเกิดเกรนของออสเทไนท์ แรกเริ่มที่เล็กละเอียดขึ้นมาในชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว (b) การลดขนาดชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อให้เป็นแผ่น เหล็กกล้าในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วง อุณหภูมิที่หนึ่งที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิดผลึกใหม่ (c) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าต่อไปอีกในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในพิสัย อุณหภูมิที่สองที่ต่ำกว่าอุณหภูมิ Tnr โดยประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 โดย ประมาณ (d) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวต่อไปอีกในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นใน พิสัยอุณหภูมิที่สามระหว่าง อุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 โดยประมาณและอุณหภูมิการ เปลี่ยน โครงสร้าง Ar1 โดยประมาณ (e) การชุบแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวด้วยอัตราการระบายความร้อน ประมาณ 10 ํ ซ ต่อวินาที (18 ํฟ/วินาที) สู่ อุณหภูมิหลังหยุดชุบที่ต่ำกว่าประมาณ 600 ํซ (1110 ํ ฟ) และ (f) การยุติการชุบดังกล่าว เพื่อการทำให้อัตราส่วนเฉลี่ย ของความยาวของโครงสร้างเรียบ แบนต่อความหนาของโครงสร้าง เรียบแบนมีค่าน้อยกว่าประมาณ 100 ในแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว
TH9901004454A 1999-11-29 เหล็กกล้าสามวัฏภาคความแข็งแรงสูงยิ่งซึ่งมีความเหนียวในอุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ TH42294A3 (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH42294A true TH42294A (th) 2001-01-03
TH42294A3 TH42294A3 (th) 2001-01-03

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
KR101657828B1 (ko) Pwht 후 인성이 우수한 고강도 압력용기용 강재 및 그 제조방법
AU739791B2 (en) Ultra-high strength ausaged steels with excellent cryogenic temperature toughness
EP3012340B1 (en) Ht550 steel plate with ultrahigh toughness and excellent weldability and manufacturing method therefor
EP3395984B1 (en) Steel sheet having excellent pwht resistance for low-temperature pressure vessel and method for manufacturing same
JP2002534601A5 (th)
RU2001119981A (ru) Высокопрочные трехфазные стали с превосходной вязкостью при криогенных температурах
WO1999032671A1 (en) Ultra-high strength dual phase steels with excellent cryogenic temperature toughness
RU2001119979A (ru) Сверхпрочные аустенитно-стареющие стали с превосходной вязкостью при криогенных температурах
EP2660346A2 (en) High-strength steel sheet having superior toughness at cryogenic temperatures, and method for manufacturing same
GB2592527A (en) Austenite low temperature steel and preparation method therefor
WO2024082997A1 (zh) 一种屈服强度≥750MPa的低屈强比海工钢及其生产工艺
JP2913426B2 (ja) 低温靱性の優れた厚肉高張力鋼板の製造法
JPH0748621A (ja) 耐ssc,耐hic性に優れた圧力容器用鋼の製造方法
CN103667963A (zh) 一种屈强比<0.8的低碳贝氏体建筑用钢及生产方法
JP7183410B2 (ja) 極低温靭性及び延性に優れた圧力容器用鋼板及びその製造方法
EP3696287A1 (en) Thick steel plate having excellent low-temperature strain aging impact property and manufacturing method therefor
KR20140023787A (ko) 저온 인성이 우수한 저탄소 고강도 강판 및 그 제조방법
KR100840287B1 (ko) 잔류 오스테나이트와 hcp 마르텐사이트 조직이 혼합된복합조직강 및 그의 열처리 방법
JPH09256037A (ja) 応力除去焼鈍処理用の厚肉高張力鋼板の製造方法
JPH0941077A (ja) 亀裂伝播停止特性に優れた高張力鋼板およびその製造方法
CN110846594A (zh) 一种含铜超低碳贝氏体钢及其制备方法
JPH11131177A (ja) 溶接後熱処理の省略可能な中常温圧力容器用鋼板およびその製造方法
JP3848415B2 (ja) 溶接性および低温靭性の優れた低降伏比高張力鋼の製造方法
JPH09302445A (ja) 低温用Ni含有鋼とその製造方法
JP2004250766A (ja) 強度・低温靭性に優れたNi含有鋼の製造方法