TH35896A - วีธีการโพลิเมอร์ไรซิ่งโมโน เมอร์สายตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ - Google Patents

วีธีการโพลิเมอร์ไรซิ่งโมโน เมอร์สายตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ

Info

Publication number
TH35896A
TH35896A TH9901000241A TH9901000241A TH35896A TH 35896 A TH35896 A TH 35896A TH 9901000241 A TH9901000241 A TH 9901000241A TH 9901000241 A TH9901000241 A TH 9901000241A TH 35896 A TH35896 A TH 35896A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
zirconium dichloride
fluorenyl
approximately
liquid
metallocene
Prior art date
Application number
TH9901000241A
Other languages
English (en)
Other versions
TH35896A3 (th
Inventor
แอนน์ เบนแฮม นางเอลิซาเบ็ธ
Original Assignee
ฟิลลิปส์ ปิโตรเลียม คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by ฟิลลิปส์ ปิโตรเลียม คัมปะนี filed Critical ฟิลลิปส์ ปิโตรเลียม คัมปะนี
Publication of TH35896A3 publication Critical patent/TH35896A3/th
Publication of TH35896A publication Critical patent/TH35896A/th

Links

Abstract

DC60 (29/01/42) ได้ให้วิธีการที่ประกอบด้วยการโพลิเมอร์ไรซิ่งโมโนเมอร์เพื่อสร้างโพลิเมอร์สายตรงที่มี ความหนาแน่นต่ำ ได้ให้วิธีการที่ประกอบด้วยการโพลิเมอร์ไรซิ่งโมโนเมอร์สารตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ

Claims (27)

1.วิธีการสำหรับโพลิเมอร์ไรซิ่งโมโนเมอร์เพื่อสร้างโพลิเมอร์สายตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ; เมื่อการโพลิเมอร์ไรซึ่งดังกล่าวกระทำภายใต้สภาวะ การโพลิเมอร์ไรเซซั่นที่ข้นชนิดในลูเรีแอกเตอร์,ในไดลู เอนท์ที่ในส่วนใหญ่ประกอบด้วยไอโซบิวเทน ที่อุณหภูมิตั้ง แต่ประมาณ 77ํC ถึงประมาณ 58ํC (ประมาณ 170ํF), โดยการใช้ระบบคะตะลิซท์ของแข็งที่มีเมททอลโลซีนมีขนาด สม่ำเสมออย่างมาก; และ เมื่อโมโนเมอร์ดังกล่าวเป็นเอทธินลีนและ 1-เฮกซีน, เมื่อปริมารของเอทธิลลีนในรีแอกเตอร์ดังกล่าวตั้งแต่ประ มาณร้อยละ 4 ถึงประมาณ 6 โดยน้ำหนัก,และเมื่อปริมาณ ของเฮกซีนในรีแอกเตอร์ดังกล่าวเป็นตั้งแต่ประมารร้อยละ
1.5 ถึงประมาณ 2.5 โดยน้ำหนัก,เมื่อร้อยละน้ำหนักดัง กล่าวขึ้นอยู่กับน้ำหนักของไดลูเอนท์; และ เมื่อโพลิเมอร์สารตรงที่มีความหนาแน่นต่ำมีความหนา แน่นตั้งแต่ 0.915 ถึง 0.930 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และดัชนีหลอมเหลวตั้งแต่ประมาณ 0.2 ถึงประมาณ 1.8 กรัมต่อ 10 นาที
2.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1, เมื่ออุณหภูมิดังกล่าวเป็นตั้ง แต่ประมาณ 79ํC ถึงประมาณ 82ํC (ประมาณ 175ํ F ถึงประมาร 180ํF)
3.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง,เมื่อความ เข้มข้นของเอทธิลลีนเป็นตั้งแต่ร้อยละ 5 ถึง 6 โดยน้ำหนัก
4.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1-3 ข้อใดข้อหนึ่ง,เมื่อความเข้ม ข้นของ 1-เฮกซีนดังกล่าวเป็นตั้งแต่ร้อยละ 1.5 ถึง 2.5 โดยน้ำหนัก
5.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งที่อ้างมาข้างต้น, เมื่อ โพลิเมอร์ดังกล่าวมีความหนาแน่นตั้งแต่ 0.916 ถึง 0.922 กรัมต่อซีซี
6.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งที่อ้างมาข้างต้น,เมื่อ โพลิเมอร์ดังกล่าวมีดัชนีหลอมเหลวตั้งแต่ 0.8 ถึงประมาณ 1.2 กรัมต่อ 10 นาที
7.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งที่อ้างมาข้างต้น,เมื่อ เมททอลโลซีนของระบบคะตะลิซท์ของแข็งที่มีเมททอลโลซีน ที่มีการไม่อิ่มตัวที่เป็นโอลิฟินิคในสายแยกที่ขยายออกไปจาก บริดจ์,ลิแกนของเมททอลโลซีนดังกล่าวซึ่งมีสูตร (สูตรเคมี) เมื่อ n เป็น 1 หรือ O;Riv เป็น Si,Ge,C, หรือ Sn; R'' เป็นไฮโดรเจน หรืออนุมูลไฮโดรคาร์บิลที่มี 1 ถึง 10 คาร์บอน; R'''' เป็นอนุมูลคู่ไฮโดรคาร์บิลที่มี 1 ถึง 10 คาร์บอน; R'''''' เป็นไฮโดรเจนหรือกลุ่มไฮโดรคาร์บิล ที่มี 1 ถึง 10 คาร์บอน; และ Z แต่ละตัวที่เหมือนกัน หรือต่างกัน และเป็นอนุมูลไซโคลเพนตะไดอีนิล,อินดีนิล เตตระไฮโดรอินดีนิล, อ็อกตะไฮโดรฟลูออรีนิล หรือฟลู ออรินิลที่ถูกซับซติติวเตท หรือไม่ถูกซับซติติวเตท
8.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 7, เมื่อเมททอลโลซีนเป็น 5-(ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-5-(9-ฟลูออรีนิล)-1-เฮกซีน เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์,บิส(9-ฟลูออรีนิล)(เมทธิล) (ไวนิล)ไซเลนเซอร์โคเนียมไดคบอไรด์, บิส(9-ฟลูออรีนิล)(เมทธิล)(โพรพ์-2-อีนิล)ไซเลนเซอร์ โคเนียมไดคลอไรด์, บิส(9-ฟลูออรีนิล)(เมทธิล)(บิวท์-3-อีนิล)ไซเลนเซอร์โค เนียมไดคลอไรด์, บิส(9-ฟลูออรีนิล)(เมทธิล)(เฮกซ์-5-อีนิล)ไซเลนเซอร์โค เนียมไดคลอไรด์, บิส(9-ฟลูออรีนิล)(เมทธิล)(อ็อกท์-7-อีนิล)ไซเลนเซอร์ โคเนียมไดคลอไรด์,(ไซโคลเพนตะไดอีนิล)(1-อัลลิลดี นิล)เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, บิส(1-อัลลิลลินดีนิล)เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, (9-(โพรพ์-2-อีนิล)ฟลูออรินิล)(ไซโคลเพนตะไดอีนิล เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, (9-(โพรพ์-2-อีนิล)ฟลูออรีนิล)(เพนตะเมทธิลไวโคลเพน ตะไดอีนิล)เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, บิส(9-(โพรพ์-2-อีนิล)ฟลูออรีนิล)เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, บิส(9-(โพรพ์-2-อีนิล)ฟลูออรีนิล)เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, (9-(ไซโคลเพนท์-2-อีนิล)ฟลูออรีนิล)(ไซโคลเพนตะไดอี นิล)เซอร์โคเนียมไดคอลไรด์, บิส(9-(ไซโคลเพนท์-2-อีนิล)ฟลูออรีนิล)เซอร์โคเนียมได คลอไรด์,5-(2-เมทธิลไซโคลเพนตะไดอีนิล)-5-(9-ฟลู ออรีนิล)-1-เฮกซ๊น เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, 5-(ฟลูออรีนิล)-5-(ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-1-เฮกซีน ฮาฟเนียมไดคลอไรด์ (9-ฟลูออรีนิล)(1-อัลลิลลินดีนิล)ไดเมทธิลไซเลนเซอร์ โคเนียมไดคลอไรด์, 1-(2,7-ได(อัลฟา-เมทธิลไวนิล)(9-ฟลูออรีนิล))-1- (ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-1,1-ไดเมทธิลมีเธนเซอร์โคเนียม ไดคลอไรด์, 1-(2,7-ได (ไซโคลเฮกซ์-1-อีนิล)(9-ฟลูออรีนิล))-1- (ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-1,1-มีเธนเซอร์โคเนียมไดคลอไรด์, 5-(ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-5-(9-ฟลูออรีนิล)-1-เฮกซีนไทร ทาเนียมไดคลอไรด์,หรือของผสมของเมททอลโลซีนใดๆ ดังกล่าวสองหรือมากกว่าสองชนิด
9.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 8, เมื่อเมททอลโลซีนเป็น 5- (9-ฟลุออรีนิล)-5-(ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-เฮกซีน-1 เซอร์โคเนียมไดคลอไรด์
10.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น, เมื่อระบบคะตะลิซท์ของแข็งที่มีเมททอลโลซีนดังกล่าวประ กอบด้วยเมททอลโลซีนสองชนิดที่แตกต่างกัน
11.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 10, เมื่อแต่ละตัวของเมททอล โลซีนอย่างน้อยสองชนิดที่แตกต่างกันดังกล่าวมีซับซติติว เอนท์ที่ไม่อิ่มตัวที่เป็นโอลีฟีนิคอย่างน้อนหนึ่งตัว
12.วธีตามข้อถือสิทธิ 11, เมื่อเมททอลโลซีนแต่ละตัวเป็น เมททอลโลซีนที่มีการไม่อิ่มตัวที่เป็นโอลิฟินิคในสายแยกที่ ขยายออกไปจากบริดจ์
13.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 10-12 ข้อใดข้อหนึ่ง, เมื่อ เมททอลโลซีนอย่างน้อยหนึ่งตัวเป็น 5-(ฟลุออรีนิล)-5- (ไซโคลเพนตะไดอีนิล)-เฮกซีน-1 เซอร์โคเนียมไดคลอ ไรด์
14.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น, เมื่อระบบคะตะลิซท์ดังกล่าวถูกเตรียมจาก (a) การรวม ในของเหลวออร์กาโนอลูมิโนเซน และเมททอลโลซีนอย่าง น้อยหนึ่งตัวมีลิแกนไซโคลเพนตะไดอีนิล,อินดีนิล,เตตระไฮ โดรอินดีนิล, อ็อกตะไฮโดรฟลูออรีนิลหรือฟลูออรีนิลอย่างน้อย หนึ่งตัว ซึ่งมีซับซติติวเอนท์ที่ไม่อิ่มตัวที่เป็นโอลีฟินิค อย่างน้อนหนึ่งตัวเพื่อสร้างระบบคะตะลิซท์ของเหลว,(b) ดำเนินการโพลิเมอร์ไรเซซั่นโอลีฟินอย่างน้อยหนึ่งตัวร่วม กับระบบคะตะลิซท์ดังกล่าว เพื่อสร้างคะตะลิซท์ของแข็ง ที่ถูกพรีโพลีเมอร์ไรซ์ที่มีพรีโพลีเมอร์ไม่ มากกว่าร้อยละ 95 โดยน้ำหนัก, และ (c) การแยกของ แข็งที่ได้จากของเหลวและองค์ประกอบที่ละลายในของเหลว ดังกล่าว
15.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 14, เมื่อใช้ตัวทำละลายอะโรเม ติคสำหรับการสร้างระบบคะตะลิซท์ของเหลว
16.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 15, เมื่อตัวทำละลายอะโรเมติค เป็นโทลูอีน
17.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 14-16 ข้อใดข้อหนึ่ง,เมื่อดำ เนินขั้นตอน (a) ร่วมกับสารซัพพอร์พาร์ทิคูเลทซึ่งไม่ละ ลายในของเหลวที่ใช้ในขั้นตอน(a)
18.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 14 หรือ 15 ข้อใดข้อหนึ่ง, เมื่อเติมสารซัพพอร์ทของแข็งพาร์ทิคูเลทลงในผลิตภัณฑ์ จากปฎิกิริยาของขั้นตอน (b), จากนั้นเติมของเหลวซึ่ง เป็นพรีโพลีเมอร์ที่ละลายได้เพียงเล็กน้อย, และนำของ แข็งที่ได้กลับมาใช้ใหม่โดยการกรอง,การล้าง,และการ ทำให้แห้ง
19.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 17 หรือ 18 ข้อใดข้อหนึ่ง, เมื่อสารซัพพอร์ทพาร์ทิคูเลทดังกล่าวเป็นอ็อกไซด์อนินทรีย์
20.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 19, เมื่ออ็อกไซด์อนินทรย์ดัง กล่าวเป็นซิลิกา
21.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 14-20 ข้อใดข้อหนึ่ง,เมื่อโอ ลีฟินดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งตัวในขั้นตอน (b) ประกอบ ด้วยเอทธิลลีน
22.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 21,เมื่อโอลีฟินดังกล่าวอย่าง น้อยหนึ่งตัวในขั้นตอน (b) ประกอบด้วยของผสมของเอ ทธิลลีนและ 1-บิวทีน
23.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 14-22 ข้อใดข้อหนึ่ง, เมื่อ หลังจากแยกของแข็งจากของเหลวในขั้นตอน (c)แล้วนำ ของแข็งไปทำให้แห้งเพื่อแยกของเหลวทั้งหมดออก
24.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 23, เมื่อของแข็งที่แยกจากของ เหลวในขั้นตอน (c) โดยการกรอง,จากนั้นก็ล้างของแข็ง ที่นำกลับมาใช้ใหม่ด้วยไฮโดรคาร์บอน,และจากนั้นก็ทำให้ ของแข็งที่ล้างแล้วแห้ง
25.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 24, เมื่อไฮโดรคาร์บอนเป็น อัลเคน
26.วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1, เมื่อระบบคะตะลิซท์ของ แข็งที่มีเมททอลโลซีนที่ใช้ในการโพลีเมอร์ไรเซซั่นถูก เตรียมโดย (a)การรวม 5-(9-ฟลูออรีนิล)-5-(ไซโคลเพนตะไดอีนิล) -เฮกซีน-1 เซอร์โคเนียมไดคลอไรดื กับเมทธิลอลูมิโน เซนในของเหลว, (b)พรีโพลีเมอร์ไรซิ่งเอทธิลในของเหลวที่ได้, ร่วมกับ ซิลิกา,และ (c)การแยกของแข็งที่ได้จากของเหลว
27.วิธีการตามข้อุถือสิทธิ 26, เมื่อของเหลวที่ใช้ในขั้นตอน (a) เป็นของเหลวอะโรเมติคที่จำเป็น (ข้อถือสิทธิ 27 ข้อ,รูปเขียน รูป)
TH9901000241A 1999-01-29 วีธีการโพลิเมอร์ไรซิ่งโมโน เมอร์สายตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ TH35896A (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH35896A3 TH35896A3 (th) 1999-11-19
TH35896A true TH35896A (th) 1999-11-19

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CA2143586C (en) Method for making and using a supported metallocene catalyst system
US5705578A (en) Method for making and using a supported metallocene catalyst system
US6509427B1 (en) Metallocenes, polymerization catalyst systems, their preparation, and use
US7199072B2 (en) Process of producing a supported mixed catalyst system and polyolefins therefrom
EP2193151B1 (en) Polymerization catalysts for producing polymers with high comonomer incorporation
RU2455316C2 (ru) Металлоценовые катализаторы и их применение в процессах полимеризации
CA2349821A1 (en) Catalyst and process for olefin polymerization
WO2013147539A1 (ko) 멀티모달 폴리올레핀 수지 및 이로부터 제조되는 성형체
BRPI0817893B1 (pt) Composição de polietileno, filme compreendendo a composição e processo de fase de gás para a polimerização de olefinas
US6534609B2 (en) Method for making and using a metallocene catalyst system
WO1998052686A1 (en) Method for making and using a prepolymerized olefin polymerization catalyst
US6166152A (en) Process to produce low density polymer in a loop reactor
BR112015023596B1 (pt) processo para produzir uma poliolefina multimodal
US6221981B1 (en) Method for making and using a supported metallcene catalyst system
US6482967B2 (en) Metallocenes, polymerization catalyst systems, their preparation, and use
US6239060B1 (en) Supported metallocene catalyst system and method for polymerizing olefins
US6384161B1 (en) Method and catalyst system for producing polyolefins with broadened molecular weight distributions
KR101845625B1 (ko) 폴리올레핀 제조방법
KR101514983B1 (ko) 단일 루프 반응기에서의 바이모달 폴리에틸렌 생성물의 제조 방법
US6329312B1 (en) Metallocycle metallocenes and their use
CN1268073A (zh) 预聚合的烯烃聚合催化剂的制备和使用方法
US20030130447A1 (en) Method and catalyst system for producing polyolefins with a selected melt index
US20030105252A1 (en) Amido half sandwich metallocene catalyst system and its preparation and use