TH17010B - กรรมวิธีการเปลี่ยนส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดด้วยไฮโดรเจน - Google Patents
กรรมวิธีการเปลี่ยนส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดด้วยไฮโดรเจนInfo
- Publication number
- TH17010B TH17010B TH9701002540A TH9701002540A TH17010B TH 17010 B TH17010 B TH 17010B TH 9701002540 A TH9701002540 A TH 9701002540A TH 9701002540 A TH9701002540 A TH 9701002540A TH 17010 B TH17010 B TH 17010B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- insoluble fraction
- hydrogenation
- extraction
- approximately
- hydrogen
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (22/09/46) กรรมวิธีสำหรับการผลิตวัสดุพื้นฐานน้ำมันหล่อลื่น VI สูง/การระเหยต่ำ กรรมวิธีประกอบ ด้วยการทำให้ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด จากขั้นตอนการทำให้บริสุทธิ์ด้วยตัวทำละลาย ผ่านสองขั้นตอนของกรรมวิธีการเปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนขั้นตอนเดียว ที่ขั้นตอนที่หนึ่งมีการเปลี่ยน ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดด้วยไฮโดรเจนอย่างรุนแรง ตามด้วยขั้นตอนการทำให้เสร็จ สมบูรณ์ด้วยไฮโดรเจนเย็น กรรมวิธีสำหรับการผลิตวัสดุพื้นฐานน้ำมันหล่อลื่น VI สูง/การระเหยต่ำ กรรมวิธีประกอบ ด้วยการทำให้ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด จากขั้นตอนการทำให้บริสุทธิ์ด้วยตัวทำละลาย ผ่านสองขั้นตอนของกรรมวิธีการเปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนขั้นตอนเดียว ที่ขั้นตอนที่หนึ่งมีการเปลี่ยน ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดด้วยไฮโดรเจนอย่างรุนแรง ตามด้วยขั้นตอนการทำให้เสร็จ สมบูรณ์ด้วยไฮโดรเจนเย็น
Claims (16)
1. กรรมวิธีสำหรับผลิตวัสดุพื้นฐานน้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นน้ำมันเครื่องของ รถยนต์ โดยการเลือกกระทำการเปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนต่อส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือที่ผลิตจากการทำให้ บริสุทธิ์ด้วยตัวทำละลายแก่ วัสดุป้อนของน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งประกอบรวมด้วย : (a) ส่งวัสดุป้อนสำหรับทำน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งวัสดุป้อนดังกล่าว คือ ส่วนกลั่นเข้าไปในบริเวณ สกัดด้วยตัวทำละลาย และทำการสกัดที่ต่ำกว่าปกติต่อวัสดุป้อนเพื่อก่อให้เกิดส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือ จากการสกัดที่ต่ำกว่าปกติโดยที่มีผลผลิตส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือมากที่สุด (b) ไล่ตัวทำละลายออกจากส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่ตำกว่าปกติ เพื่อผลิตส่วนที่ ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่ต่ำกว่าปกติสำหรับเป็นสารป้อนที่มีดัชนีความหนืดของน้ำมัน ที่ขจัด ไขออกแล้วจากประมาณ 85 ถึงประมาณ 105 และมีจุดเดือนสุดท้ายที่ไม่สูงเกินกว่าประมาณ 600 ํซ. (c) ส่งส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด สำหรับเป็นสารป้อนทำให้เข้าไปในบริเวณการ เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง และดำเนินกรรมวิธีกับส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เป็นสา ป้อน โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาที่ไม่เป็นกรดอยู่ด้วย ซึ่งมีค่าความเป็นกรดต่ำกว่าประมาณ 0.5 ความเป็น กรดดังกล่าวถูกตรวจหาได้โดยความสามารถของสารเร่งปฏิกิริยาในการเปลี่ยน 2-เมธิลเพนท-2-อีน ไปเป็น 3-เมธิลเพนท-2-อีน และ4-เมธิลเพนท-2-อีน และถูกแสดงลักษระเป็นอัตราส่วนโดยโมลของ 3-เมธิลเพนท-2-อีน ต่อ 4-เมธิลเพนท-2-อีน ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 340 ํ ถึง 240 ํซ. มีความดันเฉพาะส่วน ของไฮโดรเจนจาก 800 ถึง 2000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จากมาตรวัด อัตราเร็วในปริภูมิเท่ากับ 0.2 ถึง 3.0 LHSV และมีอัตราส่วนของไฮโดรเจนต่อสารป้อนจาก 500 ถึง 5000 Scf/B เพื่อผลิตส่วนที่ไม่ละลายที่ เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง, (d) ผ่านส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง เข้าไปในบริเวณ การทำปฏิกิริยาที่สอง และดำเนินการการทำให้เสร็จสมบูรณ์ ด้วยไฮโดรเจน เย็น ต่อส่วนที่ไม่ละลายที่ เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนแล้วที่หนึ่ง โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาการทำให้เสร็จสมบูรณ์ ด้วยไฮโดรเจนอยู่ด้วย ที่อุณหภูมิจาก 200 ถึง 320 ํซ. ความดันเฉพาะของส่วนของไฮโดรเจนจาก 800 ถึง 2000 ปอนด์ต่อตางรางนิ้วจากมาตรวัด อัตราเร็วในปริภูมิเท่ากับจาก 1 ถึง 5 LHSV และมีอัตราส่วน ของไฮโดรเจนต่อสารป้อนจาก 500 ถึง 5000 Scf/B เพื่อผลิตส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่ เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่สอง (e) ส่งส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยนแปลงด้วยไฮโดรเจนที่สอง ให้ผ่านไปยัง บริเวณการแยก เพื่อขจัดผลิตภัณฑ์ที่เดือดต่ำกว่าประมาณ 250 ํซ. และ (f) ส่งส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือกจากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่สองให้ผ่านไปยังบริเวณ ขจัดไข เพื่อผลิตวัสดุพื้นที่ขจัดไขแล้ว ที่มีดัชนีความหนืดอย่างน้อยที่สุด 105 โดยมีเงื่อนไขว่าวัสดุ พื้นฐานมีดัชนีความหนืดของน้ำมันที่ขจัดไขแล้ว เพิ่มขึ้นมากกว่าดัชนีความหนืดของน้ำมันที่ขจัดไข แล้วของส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด ที่เป็นสารป้อนอย่างน้อยที่สุด 10 มีการปรับปรุงการ ระเหย NOACK ให้ดีขึ้นกว่า ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เป็นสารป้อนอย่างน้อยที่สุด ประมาณ 3% โดยน้ำหนัก. ที่ความหนืดเดิมในช่วงความหนืดจาก 3.5 ถึง 6.5 เซนติสโตคที่ 100 ํซ. และมีปริมาณแอโรแมทิคที่คงเหลืออย่างน้อยที่สุดประมาณ 5% โดยปริมาตร โดยมีเงื่อนไขว่าวัสดุ พื้นฐาน มีความเป็นพิษต่ำ และผ่านการทดสอบ IP346 หรือ FDA(c) โดยไม่คำนึงถึงปริมาณ แอโรแมทิคที่เหลือ
2. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เป็นสารป้อน ที่มี จุดเดือดสุดท้ายไม่สูงเกินกว่าประมาณ 560 ํซ.
3. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่อุณหภูมิในบริเวณการเปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง เท่ากับจาก 360 ถึง 390 ํซ.
4. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่สารเร่งปฏิกิริยาที่ไม่เป็นกรด เป็นโคบอลท์/โมลิบดินัม, นิกเกิล/โมลิบดินัม หรือ นิกเกิล/ทังสเตนบนสารรองรับอะลูมินา
5. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 4 ที่สารเร่งปฏิกิริยา คือ นิกเกิล/โมลิบดินัมบนอะลูมินา ที่รองรับ โดยมีเงื่อนไขว่า อะลูมินาที่รองรับไม่ได้ถูกส่งเสริมด้วยเฮโลเจน
6. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่ดำเนินการการทำให้เสร็จสมบูรณ์ ด้วยไฮโดรเจนเย็น ที่ อุณหภูมิจาก 230 ถึง 300 ํ ซ.
7. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่บริเวณการแยกประกอบรวมด้วย การไล่ส่วนเบาออกใน สุญญากาศ
8. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่วัสดุพื้นฐานที่ขจัดไขแล้ว มี VI อย่างน้อยที่สุด 107
9. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่วัสดุพื้นฐานที่ขจัดไขแล้ว มีการปรับปรุงการระเหย NOACK ให้ดีขึ้นกว่า ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เป็นสารป้อน อย่างน้อยที่สุดประมาณ 5% โดย น้ำหนัก. ในช่วงของความหนืด 3.5 ถึง 6.5 เซนติสโตคที่ 100 ํซ.
10. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 1 ที่ขจัดไขออกจากส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด ที่เปลี่ยน ด้วยไฮโดรเจนที่สองแล้ว โดยการทำให้เจือจางด้วยตัวทำละลาย ตามด้วยการทำให้เย็น เพื่อให้โมเลกุล ของไขตกผลึก
11. กรรมวิธีของการเลือกเปลี่ยนส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด ที่ผลิตจากการทำวัสดุ พื้นฐานน้ำมันหล่อลื่น ให้บริสุทธิ์ด้วยตัวทำละลาย ด้วยไฮโดรเจน ที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นน้ำมัน เครื่องของรถยนต์ ซึ่งประกอบรวมด้วย : (a) ส่งสารป้อนสำหรับทำน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งวัสดุป้อนดังกล่าว คือ ส่วนกลั่นเข้าไปในบริเวณ สกัดด้วยตัวทำละลาย และทำการสกัดที่ต่ำกว่าปกติต่อวัสดุป้อนเพื่อก่อให้เกิดส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือ จากการสกัดต่ำกว่าปกติโดยที่มีผลผลิตส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือมากที่สุด (b) ไล่ตัวทำละลายออกจากส่วนที่ไม่ละลายจากการสกัดที่ตำกว่าปกติ เพื่อผลิตส่วนที่ไม่ละลาย ที่เหลือจากการสกัดที่ต่ำกว่าปกติสำหรับเป็นสารป้อนที่มีดัชนีความหนืดของน้ำมัน ที่ขจัดไขออกแล้ว จากประมาณ 85 ถึงประมาณ 105 และมีจุดเดือดสุดทัาย ที่ไม่สูงเกินกว่าประมาณ 600 ํซ. (c) ส่งส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัด ที่เป็นสารป้อนทำให้เข้าไปในบริเวณการเปลี่ยน ด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง และดำเนินกรรมวิธีกับส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เป็นสารป้อน โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาที่ไม่เป็นกรดอยู่ด้วย ซึ่งมีค่าความเป็นกรดต่ำกว่าประมาณ 0.5 ความเป็นกรด ดังกล่าวถูกตรวจหาได้โดยความสามารถของสารเร่งปฏิกิริยาในการเปลี่ยนแปลง 2-เมธิลเพนท-2-อีน ไปเป็น 3-เมธิลเพนท-2-อีน และ 4-เมธิลเพนท-2-อีน และถูกแสดงลักษณะเป็นอัตราส่วนโดยโมลของ 3-เมธิลเพนท-2-อีน ต่อ 4-เมธิลเพนท-2-อีน ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 340 ํ ถึง 240 ํซ. ความดันเฉพาะส่วนของ ไฮโดรเจนจากประมาณ 800 ถึง 2000 ปอนด์ต่อตารางนิ้วจากมาตรวัด อัตราเร็วในปริภูมิเท่ากับ 0.2 ถึง 3.0 LHSV และมีอัตราส่วนของไฮโดรเจน ต่อสารป้อนจาก 500 ถึง 5000 Scf/B เพื่อผลิตส่วนที่ไม่ ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง และ (d) ส่งส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยน ด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง เข้าไปในบริเวณ ทำปฏิกิริยาที่สอง และดำเนินการการทำให้สมบูรณ์ ด้วยไฮโดรเจน เย็น ต่อส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือ จากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่ง โดยมีสารเร่งปฏิกิริยา สำหรับทำให้เสร็จสมบูรณ์ ด้วย ไฮโดรเจนอยู่ด้วยที่อุณหภูมิจาก 200 ถึง 320 ํซ. มีความดันเฉพาะของส่วนของไฮโดรเจนจาก 800 ถึง 2000 ปอนด์ต่อตางรางนิ้ว จากมาตรวัด อัตราเร็วในปริภูมิจาก 1 ถึง 5 LHSV และมีอัตราส่วนของ ไฮโดรเจนต่อสารป้อนเท่ากับจาก 500 ถึง 5000 Scf/B เพื่อผลิตส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่ เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่สอง
12. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 11 ที่ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เป็นสารป้อน มี จุดเดือดสุดท้ายที่ไม่สูงกว่าประมาณ 500 ํซ.
13. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 11 ที่อุณหภูมิในบริเวณเปลี่ยนด้วยไฮโดรเจนที่หนึ่งเท่ากับจาก 360 ถึง 390 ํซ.
14. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 11 ที่สารเร่งปฏิกิริยาที่ไม่เป็นกรด คือ โคบอลท์/โมลิบดินัม นิกเกิล/โมลิบดินัม หรือนิกเกิล/ทังสเตน บนอะลูมินารองรับ
15. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 11 ที่ดำเนินการทำให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยไฮโดรเจนเย็น ที่อุณหภูมิ จาก 230 ถึง 300 ํซ.
16. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิ 11 ที่ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดที่เปลี่ยนด้วยไฮโดรเจน ที่สองแล้วมีปริมาณแอโรแมทิค ที่เหลืออย่างน้อยที่สุดประมาณ 5% โดยปริมาตร โดยมีเงื่อนไขว่า ส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดมีความเป็นพิษต่ำ และผ่านการทดสอบ IP 346 หรือ FDA(c) โดย ไม่คำนึงถึงปริมาณ แอโรแมทิคที่เหลือ
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH27833A TH27833A (th) | 1998-01-30 |
| TH17010B true TH17010B (th) | 2004-06-14 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| KR940009448A (ko) | 점도 지수가 높은 저점도 기재 윤활유의 제조방법 | |
| KR100603081B1 (ko) | 우수한 합성 윤활제 기제 원료 | |
| CA2255782C (en) | Process for the preparation of lubricating base oils | |
| US4062758A (en) | Process for the conversion of hydrocarbons in atmospheric crude residue | |
| EP1396531B1 (en) | Process for producing a hydrocarbon component of biological origin | |
| US7850841B2 (en) | Process for producing a branched hydrocarbon base oil from a feedstock containing aldehyde and/or ketone | |
| JP5147714B2 (ja) | 分岐した炭化水素成分の製造方法 | |
| KR101102878B1 (ko) | 분지형 탄화수소 성분의 제조방법 | |
| US4183801A (en) | Process for preparing hydrocarbons | |
| US7714178B2 (en) | Method of obtaining high-quality products from polyolefin waste material or polyolefins | |
| RU2011132002A (ru) | Способы гидрокрекинга с получением гидроизомеризованного продукта для базовых компонентов смазочных масел | |
| TR201904864T4 (tr) | Bir dallanmış hidrokarbon bileşeninin üretimine yönelik proses. | |
| EP1720959B1 (en) | Process to prepare a lubricating base oil | |
| TH27833A (th) | กรรมวิธีการเปลี่ยนส่วนที่ไม่ละลายที่เหลือจากการสกัดด้วยไฮโดรเจน | |
| JP3902841B2 (ja) | 溶剤抽出と水素化精製法による非発ガン性芳香族炭化水素油の製造法 | |
| KR100426263B1 (ko) | 윤활용 기재오일을 생성하는 방법 | |
| US10385286B2 (en) | Methods and systems for manufacturing lubrication oils | |
| RU2059687C1 (ru) | Способ получения остаточного депарафинированного масла | |
| EP0383395B1 (en) | Lubricating base oils | |
| WO2018118185A1 (en) | Processes for producing a fuel range hydrocarbon and a lubricant base oil | |
| TH33162A (th) | กระบวนการแปรรูปด้วยไฮโดรเจนเพื่อการผลิตเบสสต็อกสำหรับน้ำมันหล่อลื่น | |
| TH22000B (th) | กระบวนการแปรรูปด้วยไฮโดรเจนเพื่อการผลิตเบสสต็อกสำหรับน้ำมันหล่อลื่น | |
| TH15673A (th) | กรรมวิธีสำหรับผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานความหนืด?ต่ำซึ่งมีดรรชนีความหนืดสูง | |
| TH6909B (th) | กรรมวิธีสำหรับผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานความหนืด?ต่ำซึ่งมีดรรชนีความหนืดสูง | |
| JPH05170671A (ja) | ヘキサン溶剤の製造方法 |