TH16076A - 2-อะมิโน-4-เฮทเทอโรอะริล-1,4-ไดไฮโดรไพริดีนขบวน?การสำหรับการเตรียมสารดังกล่าว และการใช้ในยา - Google Patents

2-อะมิโน-4-เฮทเทอโรอะริล-1,4-ไดไฮโดรไพริดีนขบวน?การสำหรับการเตรียมสารดังกล่าว และการใช้ในยา

Info

Publication number
TH16076A
TH16076A TH9401000809A TH9401000809A TH16076A TH 16076 A TH16076 A TH 16076A TH 9401000809 A TH9401000809 A TH 9401000809A TH 9401000809 A TH9401000809 A TH 9401000809A TH 16076 A TH16076 A TH 16076A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
carbon atoms
straight
chain
different
branched
Prior art date
Application number
TH9401000809A
Other languages
English (en)
Inventor
สโตลเทพับ นายเจร์เกน
โกลด์แมนน์ นายโซกัฟรายด์
บีเชม แห่งฮาน โบ๊คเลอร์ สตาเซ่ 102 นายมาร์ติน
สุทราบ แห่งมอสพเฟด 30 นายอเล้กซานเดอร์
Original Assignee
นายโรจน์วืทย์ เปเรร่า
เบเยอร์ อี๊กติงเกลเซลล์ชาร์ฟต์
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วืทย์ เปเรร่า, เบเยอร์ อี๊กติงเกลเซลล์ชาร์ฟต์ filed Critical นายโรจน์วืทย์ เปเรร่า
Publication of TH16076A publication Critical patent/TH16076A/th

Links

Abstract

การประดิษฐ์นี้มุ่งถึง 2-อะมิโน-4-เฮทเทอโรอะริล-1,4-ไดไฮโดรไพริดีนชนิดใหม่ของสูตรทั่วไป(I) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R1 ถึง R4 มีความหมายดังกำหนดในรายละเอียดการ ประดิษฐ์นี้ ขบวนการสำหรับการเตรียม และการใช้เป็นยา โดย เฉพาะอย่างยิ่งในองค์ประกอบสำหรับการรักษาโรคเกี่ยวกับหัว ใจ และหลอดเลือด

Claims (10)

1.2-อะมิโน-4-เฮทเทอโรอะริล-1,4-ไดไฮโดรไพริดีน ของสูตรทั่วไป (I) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R1 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแขกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วยไฮดรอกซิล R2 คืออัลคอกซีคาร์บอนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วย อัลคอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม คือไนโตร ไซยาโน หรือฟอร์มิล หรือ R1 และ R2 ร่วมกันจัดตัวเป็นริงที่มีสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง A คือ 1 อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์-CH2- หรือ หมู่ -CH2-CH2- R3 คืออนุมูลเฮทเทอโรไซคลิคอะริลของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง B คือ 1 อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์ R5 คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคอกซี ซึ่งในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม R6 คืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม ซึ่งเลือกให้ถูกเข้า แทนที่ได้ถึง 2 ครั้งโดยหมู่แทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่าง กันจากหมู่ที่ประกอบด้วยฮาโลเจน ไนโตร ไซยาโน ไตรฟลูออโร เมทธิล ไตรฟลูออโรเมทธอกซี ไตรฟลูออโรเมทธิลไธโอ อัลคิล ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี หรืออัลคอกซีคาร์บอนิล ซึ่งในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม และคาร์บอกซีล หรือ คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 12 อะตอม หรือ คือไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม หรือ คือไพริดิล หรือไธเอ็นนิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วย ฮาโลเจน R4 คือหมู่ของสูตร -CO-NR7R8,-CO-D-R9 หรือ -P(O)(OR10)(OR11) ในที่ซึ่ง R7 และ R8 โดยเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคือไฮโดรเจน หรือ อนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดโซ่ตรง แยก แขนง หรือไซคลิค ที่มีคาร์บอนได้ถึง 10 อะตอม ซึ่งอาจเลือก ให้ถูกแทนที่ได้ด้วยไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม ฮาโลเจนไฮดรอกซิล ไซยาโนหรือโดยอะริล อะริลออกซี หรืออะ ริลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือโดยเฮท เทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัวชนิด 5-มุม หรือ 7-มุม ที่มีเฮทเทอโรอะตอม 3 อะตอม จากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O โดยที่ไซเคิลดังกล่าว สำหรับส่วนนี้จะถูกแทนที่ได้ด้วย ฮาโลเจน ไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงอัลคอก ซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮา โลจีโนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือเฮทเทอไรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5- ถึง 7- มุมที่มี 3 เฮทเทอโรอะตอมจากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O และอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทน ที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันจากหมู่ที่ประกอบด้วย ฮาโล เจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรงหรือแยกแขนง อัลคอก ซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซี-คาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจี โนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ R7 และ R8ร่วมกันโดยการรวมถึงอะตอมไนโตรเจนจัดตัวเป็นเฮท เทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัวชนิด 5- ถึง 8- มุม ซึ่ง อาจเลือกให้ถูกสอดแทรกได้โดยอะตอมออกซิเจน หรือโดยอนุมูล ของสูตร S(O)a'',-CO- หรือ NR12 ในที่ซึ่ง A คือเลข 0,1 หรือ 2 R12 คือ ไฮโดรเจน หรืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม ซึ่ง อาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทนที่ที่ เหมือนกัน หรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซี คาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัล คอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม หรือคืออนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่ อิ่มตัวชนิดไซคลิค ลูกโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ ถึง 8 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้โดยไฮดรอกซิลหรือ ฮาโลเจน หรือโดยอะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือเฮทเทอไร ไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5- ถึง 7- มุมที่มี 3 เฮทเทอโรอะตอมจากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O ซึ่งสำหรับส่วนนี้จะสามารถถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดย หมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันจากหมู่ที่ประกอบ ด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรงหรือแยก แขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซี-คาร์บอนิล ฮาโลจี โนอัลคิล ฮาโลจีโนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยใน แต่ละกรณีจะมีได้ถึง 4 อะตอมคาร์บอน หรืออาจเลือกให้เฮทเทอโรไซเคิลดังกล่าว ถูกเข้าแทนที่ได้ ด้วยอัลคอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคิลไธโอ ซึ่งใน แต่ละกรณีจะมีได้ถึง 4 อะตอม คาร์บอน ฮาโลเจน อะริลที่มี คาร์บอน 6-10 อะตอม เฮทเทอโนไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 4- ถึง 7-มุมที่มี 3 เฮทเทอโรอะตอม จากหมู่ที่ประกอบ ด้วย S,N และ O หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอมซึ่งสำหรับส่วนนี้จะสามารถเลือกให้ ถูกแทนที่ได้ด้วยอะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม D คือพันธะโดยตรง หรือ 1 อะตอมออกซิเจน R9 คือไฮโดรเจน หรืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือเฮท เทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัวชนิด 4- หรือ 7-มุม ที่ มี 3 เฮทเทอโรอะตอม จากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O โดย หมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ ประกอบด้วยฮาโลเจน ไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยก แขนงอัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะ มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ คือไฮโดรคาร์บอนที่อิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดไซคลิคโซ่ ตรง หรือแยกแขนงที่มาคาร์บอนได้ถึง 12 อะตอม ซึ่งอาจเลือก R1 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแขกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยไฮดรอกซิล R2 คืออัลคอกซีคาร์บอนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ ด้วย อัลคอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่คาร์บอนได้ถึง 3 อะตอม คือไนโตร ไซยาโน หรือฟอร์มิล หรือ R1 และ R2 ร่วมกันจัดตัวเป็นริงของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง A คือ 1อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์-CH2- หรือ หมู่ -CH2-CH2- R3 คืออนุมูลเฮทเทอโรไซคลิคของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ให้ถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 3 ครั้งโดยออกซิเจน ที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกัน หรือ -CO-,-CO-NH-,-O-CO-,-CO-O-,-NR-CO-,-SO2-NH-,-NH-SO2-,- S(O)b- หรือ NR13 ในที่ซึ่ง B มีความหมายดังกำหนดข้างต้นสำหรับ a และอาจเหมือนกันหรือ แตกต่างกันก็ได้ R13 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น สำหรับ และอาจเหมือนกัน หรือแตกต่างกันก็ได้ หรืออาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกสอดแทรกได้ ถึง 3 ครั้ง โดยอะริลลิดีนที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันที่ มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรืออนุมูลไซคลิคของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง C และ d อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ และ คือเลข 1 หรือ 2 และในที่ซึ่งสำหรับอะริลลิดีน และไซเคิลต่างๆ ดังกล่าวใน ส่วนนี้จะสามารถถูกเข้าแทนที่ได้โดยฮาโลเจน ไซยาโน หรือ โดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคิลไธโอ อัลคอกซี คาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัล คอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม และอาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกเข้าแทนที่ ได้ถึง 3 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่าง กัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม ฮาโลเจนไนโตร ไซยาโน ไฮดรอกซิล และ -O-NO2 หรือโดยอะ ริล อะริลออกซี หรืออะริลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือโดยเฮทเทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5-มุม หรือ 7-มุม ที่มีเฮทเทอโรอะตอม 3 อะตอม จากหมู่ ที่ประกอบด้วย S,N และ O โดยที่สำหรับไซเคิลต่างๆ ในส่วนนี้จะสามารถถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 3 ครั้ง โดยหมู่เข้า แทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงอัล คอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจี โนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ได้ถูกเข้าแทนที่โดยหมู่ของ สูตร-CO2-R14,-CONR15R16, หรือ -NR17R18 ในที่ซึ่ง R14 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น สำหรับ และอาจเหมือนกันหรือ แตกต่างกันก็ได้ และ R15 ,R16,R17 และ R18 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ของR7 และ R8 และอาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ R10 และ R11 อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคืออัลคิลชนิด โซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม หรือ R10 และ R11ร่วมกันโดยรวมถึงอะตอมออกซิเจน ดังกล่าวจัดตัว เป็นคาร์โบไซเคิลอิ่มตัวชนิด 5- ถึง 7- มุม และเกลือของสาร นี้
2.สารประกอบของสูตรทั่วไป (I) ดังในข้อถือสิทธิ 1 ในที่ ซึ่ง ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง B คือ 1 อะตอม ออกซิเจน หรือซัลเฟอร์ R5 คือไฮโดรเจน ฟลูออรีน คลอรีน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือ แยกแขนง หรืออัลคอกซี โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 2 อะตอม R6 คือเฟนนิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยฟลูออรีน ไนโตร ไซยาโน หรือไตรฟลูออโรเมทธิล หรือโดย อัลคิลชนิดโซ่ ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคอกซี โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน ได้ถึง 6 อะตอม หรือ คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 10 อะตอม หรือ คือไซโคลโพรพิล ไซโคลเฮกซิล หรือไซโคลเพนทิล หรือ คือไพริดิล หรือไธเอ็นนิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ ด้วยฟลูออรีน หรือโบรมีน R4 คือหมู่ของสูตร -CO-NR7R8,-CO-D-R9 หรือ -P(O)(OR10)(OR11) ในที่ซึ่ง R7 และ R8โดยเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคือไฮโดรเจน หรือ อนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดโซ่ตรง หรือ แยกแขนง หรือไซคลิค ที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ซึ่งอาจ เลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วยไซโคลโพรพิล ไซโคลเพนทิล ไซโคลเฮก ซิล ฟลูออรีน คลอรีน โบรมีน หรือไฮดรอกซิล หรือโดยเฟนนิล หรือไพริดิลโดยที่สำหรับส่วนไซเคิลต่างๆดังกล่าว จะสามารถ ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยฟลูออรีน หรือไซยาโน หรือโดยอัลคิล ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์ บอนิล โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 3 อะตอม ไตรฟลูออ โรเมทธิล หรือไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือ คือเฟนนิล หรือไพริดิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วย ฟลูออรีน หรือคลอรีนหรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 3 อะตอม ไตรฟลูออโรเมทธิล หรือไตรฟลูออ โรเมทธอกซี หรือ R7 และ R8 ร่วมกัน โดยรวมถึง อะตอมไนโตรเจนจัดตัวเป็นเฮท เทอโรไซเคิล อิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5- ถึง 7 -มุม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกสอดแทรกด้วยอะตอม ออกซิเจน หรือด้วย อนุมูลของสูตร S(O)a'',-CO- หรือ -NR12 ในที่ซึ่ง A คือเลข ไฮโดรเจน หรือเฟนนิล หรือ R12 คือไฮโดรเจน หรือเฟนนิล หรือ คืออนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรือไซคลิค ที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ซึ่ง อาจเลือกได้ให้ถูกแทนที่ได้โดยฟลูออรีน หรือคลอรีน หรือ โดยเฟนนิล หรือไพริดิล ซึ่งสำหรับส่วนนี้ จะสามารถถูกแทน ที่ได้โดยฟลูออรีน คลอรีน เมทธิล เอทธิล เมทธอกซี ไตรฟลูออ โรเมทธิล หรือไตรฟลูออโรเมทธอกซี และเฮทเทอโรไซคลิลดังกล่าว ก็อาจเลือกจากให้มีการเข้าแทน ที่ได้ด้วยอัลคอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 3 อะตอม ฟลูออรีน คลอรีน เฟนนิล หรือไพริดิล หรือโดยอัลคิลชนิดแยกแขนงที่มีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม หรือเบนซิล D คือพันธะโดยตรง หรืออะตอมออกซิเจน R9 คือไฮโดรเจน เฟนนิล หรือไพริดิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทน ที่ได้ด้วย ฟลูออรีน หรือคลอรีนหรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 3 อะตอม ไตรฟลูออโรเมทธิล หรือไตรฟลูออ โรเมทธอกซี หรืออนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรือไซคลิค ที่มีคาร์บอนได้ถึง 10 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้มีการสอดแทรกได้ถึง 2 ครั้ง โดย ออกซิเจนที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน หรือ -CO-,-CO-NH-,-O-CO-,-CO-O-,-NR-CO-,-SO2-NH-,-NH-SO2-,- S(O)b- หรือ NR13 ในที่ซึ่ง B มีความหมายดังกำหนดข้างต้นของ a และอาจเหมือนกันหรือแตก ต่างกันก็ได้ R13 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ของ R12 และอาจเหมือนกัน หรือแตกต่างกันก็ได้ หรืออาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกสอดแทรกได้ ถึง 2 ครั้ง โดยเฟนนิลิดีนที่เหมือนกัน หรืออนุมูลไซคลิค ของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง C และ d อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ และ คือเลข 1 หรือ 2 และอาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกเข้าแทนที่ ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่าง กัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ไซโคลโพรพิล ไซโคลเพนทิลไซโคลเฮก ซิล ฟลูออรีน คลอรีน ไนโตร ไซยาโน ไฮดรอกซิล และ -O-NO2 ,อัลคิลไธโอ ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี และอะซิลออก ซี โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม หรือโดยเฟนนิล ฟีนอกซี เฟนนิลไธโอ หรือไพริดิล โดยสำหรับส่วนของไซเคิล ต่างๆ ดังกล่าว จะถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่เข้า แทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ฟลูออรีน คลอรีน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือ แยกแขนงอัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล โดยใน แต่ละกรณีจะมีได้ถึง 4 อะตอม คาร์บอน ไตรฟลูออโรเมทธิล หรือไตรฟลูออโรเมทธอกซี หรือ อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ได้ถูกเข้าแทนที่โดยหมู่ของ สูตร-CO2-R14,-CONR15R16, หรือ -NR17R18 ในที่ซึ่ง R14 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น R12 และอาจเหมือนกันหรือแตก ต่างกันก็ได้ และ R15 ,R16,R17 และ R18 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ของR7 และ R8 และอาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ R10 และ R11 อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคืออัลคิลชนิด โซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม หรือ R10 และ R11ร่วมกันโดยรวมถึงอะตอมออกซิเจน ดังกล่าวจัดตัว เป็นคาร์โบไซเคิลอิ่มตัวชนิด 6- มุม และเกลือของสารนี้
3.สารประกอบของสูตรทั่วไป (I) ดังในข้อถือสิทธิ 1 ในที่ ซึ่ง R1 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแขกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้มีการเข้าแทนที่ได้ด้วยไฮดรอกซิล R2 คืออัลคอกซีคาร์บอนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 3 อะตอม หรือ เมทธอกซีคาร์บอนิล หรือ คือไน โตร ไซยาโน หรือฟอร์มิล หรือ R1 และ R2 ร่วมกันจัดตัวเป็นริงที่มีสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง A คือ 1 อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์-CH2- หรือ หมู่ -CH2-CH2- R3 คืออนุมูลเฮทเทอโรไซคลิคของสูตร ***สูตรทางเคมี*** B คือ 1 อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์ R5 คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน หรือเมทธิล R6 คือซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้โดยฟลูออรีน คลอรีน ไน โตร หรือไตรฟลูออโรเมทธิล หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยก แขนง หรืออัลคอกซีในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม หรือ คือไซโคลโพรพิล ไซโคลเฮกซิล หรือไซโคลเพนทิล หรือ คือไพริดิล หรือไธเอ็นนิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วย ฟลูออรีน คอลรีน หรือโบรมีน R4 คือหมู่ของสูตร -CO-NR7R8 หรือ -CO-D-R9 ในที่ซึ่ง R7 และ R8 โดยเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคือไฮโดรเจน หรือเฟนนิล หรืออนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรือไซคลิคที่มีคาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วยเฟนนิล ซึ่งสำหรับ ส่วนนี้จะสามารถถูกแทนที่ได้ด้วยฟลูออรีน คลอรีน เมทธิล เอทธิล เมทธอกซี หรือเอทธอกซี D คือพันธะโดยตรง หรืออะตอมออกซิเจน R9 คือไฮโดรเจน เฟนนิล หรือ คืออนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดไซคลิค โซ่ตรง หรือแยกแขนง ที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม ซึ่งอาจ เลือกให้มีการสอดแทรกได้โดยออกซิเจนหรือซัลเฟอร์ หรือโดย อนุมูลของสูตร -O-CO-,-NH-CO- หรือ -NR13 ในที่ซึ่ง R13 คือไฮโดรเจน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้โดยเฟน นิล หรือ คือเฟนนิล และโดยที่อาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกเข้า แทนที่ได้โดย ไซโคลโพรพิล ไซโคลเพนทิล ไซโคลเฮกซิลฟลูออรีน คลอรีน ไซยาโน ไฮดรอกซิล เฟนนิล ฟีนอกซี เฟนนิล ไฮโอ หรือ ไพริดิล หรือ ถูกเข้าแทนที่โดยหมู่ของสูตร -CO2-R14,-CONR15R16,หรือ -NR17 R18 ในที่ซึ่ง R14 มีความหมายดังกำหนดข้างต้นของ และ โดยเหมือนกันหรือแตก ต่างกันก็ได้ R15 ,R16,R17,และ R18 มีความหมายดังกำหนดข้างต้นของ R7 และ R8 และจะเหมือนกันหรือแตกต่างกันได้ และเกลือของสารนี้
4.ขบวนการสำหรับการเตรียมสารประกอบของสูตรทั่วไป(I) ***สูตรทางเคมี*** R1 คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแขกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้มีการเข้าแทนที่ได้ด้วยไฮดรอกซิล R2 คืออัลคอกซีคาร์บอนิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 6 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ ด้วย อัลคอกซี ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม คือไนโตร ไซยาโน หรือฟอร์มิล หรือ R1 และ R2 ร่วมกันจัดตัวเป็นริงที่มีสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง A คือ 1 อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์-CH2- หรือ หมู่ -CH2-CH2- R3 คืออนุมูลเฮทเทอโรไซคลิคอะริลของสูตร ***สูตรทางเคมี*** B คือ 1 อะตอมออกซิเจน หรือซัลเฟอร์ R5 คือไฮโดรเจนฮาโลเจน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคอกซี โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม R6 คืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูก เข้าแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันจากหมู่ที่ประกอบด้วยฮาโลเจน ไนโตร ไซยาโน ไตรฟลูออโรเมทธิล ไตรฟลูออโรเมทธอกซี ไตรฟลูออโรเมทธิลไธโอ อัลคิลชนิโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี หรืออัลคอกซีคาร์บอ นิล ซึ่งในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม และคาร์บอก ซิล หรือ คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 12 อะตอม หรือ คือไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม หรือ คือไพริดิล หรือไธเอ็นนิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ ด้วยฮาโลเจน R4 คือหมู่ของสูตร -CO-NR7R8,-CO-D-R9 หรือ -P(O)(OR10)(OR11) ในที่ซึ่ง R7 และ R8 โดยเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคือไฮโดรเจน หรือ อนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดโซ่ตรง แยก แขนง หรือไซคลิค ที่มีคาร์บอนได้ถึง 10 อะตอม ซึ่งอาจเลือก ให้ถูกเข้าแทนที่ได้ด้วยไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม ฮาโลเจนไฮดรอกซิล ไซยาโนหรือโดยอะริล อะริลออกซี หรืออะ ริลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือโดยเฮท เทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัวชนิด 5-มุม หรือ 7-มุม ที่มีเฮทเทอโรอะตอม 3 อะตอม จากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O โดยที่ไซเคิลดังกล่าว สำหรับส่วนนี้จะถูกแทนที่ได้ด้วย ฮาโลเจน ไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงอัลคอก ซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณี จะมีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือคืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือเฮทเทอไรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5- ถึง 7- มุมที่มี 3 เฮทเทอโรอะตอมจากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O และอาจเลือกให้ถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่ เข้าแทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันจากหมู่ที่ประกอบด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรงหรือแยกแขนง อัล คอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซี-คาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโล จีโนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ R7 และ R8 ร่วมกันโดยรวมถึง อะตอมไนโตรเจนจัดตัวเป็นเฮทเทอ โรไซเคิล อิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5- ถึง 8-มุม ซึ่ง อาจเลือกให้ถูกสอดแทรกด้วยอะตอม ออกซิเจน หรือด้วยอนุมูล ของสูตร S(O)a'',-CO- หรือ -NR12 ในที่ซึ่ง A คือเลข 0,1 หรือ 2 R12 คือ ไฮโดรเจน หรืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม ซึ่ง อาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทนที่ที่ เหมือนกัน หรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซี คาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัล คอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม หรือคืออนุมูลไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่ อิ่มตัวชนิดไซคลิค ลูกโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ ถึง 8 อะตอม ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้โดยไฮดรอกซิลหรือ ฮาโลเจน หรือโดยอะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือเฮทเทอไร ไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5- ถึง 7- มุมที่มี 3 เฮทเทอโรอะตอมจากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O ซึ่งสำหรับส่วนนี้จะสามารถถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 2 ครั้ง โดย หมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันจากหมู่ที่ประกอบ ด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรงหรือแยก แขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซี-คาร์บอนิล ฮาโลจี โนอัลคิล ฮาโลจีโนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยใน แต่ละกรณีจะมีได้ถึง 4 อะตอมคาร์บอน และอาจเลือกให้เฮทเทอโรไซเคิลดังกล่าว ถูกเข้าแทนที่ได้ ด้วยอัลคอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคิลไธโอ ซึ่งใน แต่ละกรณีจะมีได้ถึง 4 อะตอม คาร์บอน ฮาโลเจน อะริลที่มี คาร์บอน 6-10 อะตอม เฮทเทอโนไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 4- ถึง 7-มุมที่มี 3 เฮทเทอโรอะตอม จากหมู่ที่ประกอบ ด้วย S,N และ O หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอมซึ่งสำหรับส่วนนี้จะสามารถเลือกให้ ถูกแทนที่ได้ด้วยอะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม D คือพันธะโดยตรง หรือ 1 อะตอมออกซิเจน R9 คือไฮโดรเจน หรืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือเฮท เทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัวชนิด 4- หรือ 7-มุม ที่ มี 3 เฮทเทอโรอะตอม จากหมู่ที่ประกอบด้วย S,N และ O และใน ที่ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ถึง 3 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทน ที่ที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ประกอบด้วยฮาโล เจน ไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงอัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัล คอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน ได้ถึง 4 อะตอม หรือ คือไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิดไซคลิคโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 12 ตอมซึ่งอาจเลือกให้ถูก เข้าแทนที่ได้ถึง 3 ครั้งโดยออกซิเจน ที่เหมือนกันหรือแตก ต่างกัน หรือ -CO-,-CO-NH-,-O-CO-,-CO-O-,-NR-CO-,-SO2-NH-,-NH-SO2-,- S(O)b- หรือ NR13 ในที่ซึ่ง B มีความหมายดังกำหนดข้างต้นสำหรับ a และอาจเหมือนกันหรือ แตกต่างกันก็ได้ R13 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น สำหรับ และอาจเหมือนกัน หรือแตกต่างกันก็ได้ หรืออาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกสอดแทรกได้ ถึง 3 ครั้ง โดยอะริลลิดีนที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันที่ มีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรืออนุมูลไซคลิคของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง C และ d อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ และ คือเลข 1 หรือ 2 และในที่ซึ่งสำหรับอะริลดีน และไซคลิคต่างๆ ดังกล่าวในส่วน นี้จะสามารถถูกเข้าแทนที่ได้โดยฮาโลเจน ไซยาโน หรือ โดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี อัลคิลไธโอ อัล คอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจีโนอัลคอกซี หรือฮาโล จีโนอัลคิลไธโอ โยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม และอาจเลือกให้อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ถูกเข้าแทนที่ ได้ถึง 3 ครั้ง โดยหมู่เข้าแทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่าง กัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม ฮาโลเจนไนโตร ไซยาโน ไฮดรอกซิล และ -O-NO2 หรือโดยอะ ริล อะริลออกซี หรืออะริลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอน 6-10 อะตอม หรือโดยเฮทเทอโรไซเคิลอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว ชนิด 5-มุม หรือ 7-มุม ที่มีเฮทเทอโรอะตอม 3 อะตอม จากหมู่ ที่ประกอบด้วย S,N และ O โดยที่สำหรับไซเคิลต่างๆ ในส่วนนี้จะสามารถถูกเข้าแทนที่ได้ถึง 3 ครั้ง โดยหมู่เข้า แทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน จากหมู่ที่ประกอบด้วย ฮาโลเจน และไซยาโน หรือโดยอัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงอัล คอกซี อัลคิลไธโอ อัลคอกซีคาร์บอนิล ฮาโลจีโนอัลคิล ฮาโลจี โนอัลคอกซี หรือฮาโลจีโนอัลคิลไธโอ โดยในแต่ละกรณีจะมี คาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม หรือ อนุมูลไฮโดรคาร์บอนดังกล่าว ได้ถูกเข้าแทนที่โดยหมู่ของ สูตร-CO2-R14,-CONR15R16, หรือ -NR17R18 ในที่ซึ่ง R14 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น สำหรับ และอาจเหมือนกันหรือ แตกต่างกันก็ได้ และ R15 ,R16,R17 และ R18 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ของR7 และ R8 และอาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ R10 และ R11 อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกัน และคืออัลคิลชนิด โซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม หรือ R10 และ R11ร่วมกันโดยรวมถึงอะตอมออกซิเจน ดังกล่าวจัดตัว เป็นคาร์โบไซเคิลอิ่มตัวชนิด 5- ถึง 7- มุม และเกลือของสาร นี้ โดยมีลักษณะที่ว่า (A) จะให้แอลดีไฮด์ของสูตร (II) R3-CHO (II) ในที่ซึ่ง R3 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น เข้าทำปฏิกิริยาโดยตรงกับสารประกอบของสูตรทั่วไป (III) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R1 และ R2 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น และสารประกอบต่างๆของสูตรทาลโทเมอริค (IV) และ (Iva) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R4 มีความหมายดังกำหนดไว้ข้างต้น ในสารทำละลายเฉื่อยที่อุณหภูมิระหว่าง 10 และ 150 ซ หรือ (B) ให้สารประกอบอิลลิดีนของสูตรทั่วไป (V) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R1 และ R3 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น เข้าทำปฏิกิริยากับสารประกอบของสูตรทั่วไป (VI) หรือ (Via) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R4 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น และ E คือหมู่อะมิโน หรือ C1-C4 อัลคอกซี ถ้าเหมาะสม ก็ทำโดยมีสารทำละลายอินทรีย์เฉื่อยอยู่ด้วยที่ อุณหภูมิจาก 10-150 ซํ โดยในกรณีที่ซึ่ง E คือ C1-C4 อัล คอกซี ก็จะเติมเกลือแอมโมเนียมเช่น แอมโมเนียมอะซีเตทลงไป
5.แอลดีไฮด์ของสูตรทั่วไป (II) R3-CHO (II) ในที่ซึ่ง R3 คืออนุมูลของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R5 คือไฮโดรเจน ฮาโลเจน หรืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง หรืออัลคอกซี ซึ่งในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม R6 คืออะริลที่มีคาร์บอน 6-10 อะตอม ซึ่งเลือกให้ถูกเข้า แทนที่ได้ถึง 2 ครั้งโดยหมู่แทนที่ที่เหมือนกันหรือแตกต่าง กันจากหมู่ที่ประกอบด้วยฮาโลเจน ไนโตร ไซยาโน ไตรฟลูออโร เมทธิล ไตรฟลูออโรเมทธอกซี ไตรฟลูออโรเมทธิลไธโอ อัลคิล ชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนง อัลคอกซี หรืออัลคอกซีคาร์บอนิล ซึ่งในแต่ละกรณีจะมีคาร์บอนได้ถึง 8 อะตอม และคาร์บอกซีล หรือ คืออัลคิลชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 12 อะตอม หรือ คือไซโคลอัลคิลที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอม หรือ คือไพริดิล หรือไธเอ็นนิล ซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ได้ด้วย ฮาโลเจน
6.ขบวนการสำหรับการเตรียมแอลดีไฮด์ของสูตรทั่วไป (II) (a) ให้ซับสทิทิวเต็ดไพริดีนของสูตรทั่วไป (VII) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซี่ง R5 และ R6 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น L คือหมู่ป้องกันอะมิโน และ M คืออัลคอกซีชนิดโซ่ตรง หรือแยกแขนงที่มีคาร์บอนได้ถึง 4 อะตอม มาทำปฏิกิริยาขั้นแรกกับกรดโปรโตนิล และไซไคลซ์ด้วยการ ไฮโดรจีเนชั่นในลำดับต่อมาได้เป็นสารประกอบของสูตรทั่วไป (VIII) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R5 และ R6 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ในสารทำละลายเฉื่อย และในขั้นตอนสุดท้ายจะออกซิไดซ์ หมู่เมทธิลดังกล่าวในสารทำละลายอินทรีย์ ***สูตรทางเคมี*** และในกรณีที่ซึ่ง R3 คืออนุมูลของสูตร ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R5 ,R6 และ M มีความหมายดังกำหนดข้างต้น มาไซไคลซ์ผ่านช่วงไออะโซไทซ์ (NH2-N+) ได้เป็นสารประกอบของ สูตร (X) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R5 และ R6 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น ในขั้นตอนที่สองก็ทำการเปลี่ยนแปลงโดยการใช้ PCl5/POCl3 ไป เป็นสารประกอบของสูตรทั่วไป (XI) ***สูตรทางเคมี*** ในที่ซึ่ง R5 และ R6 มีความหมายดังกำหนดข้างต้น และทำไฮโดรจีเนทเต็ด และในที่สุดก็ทำการออกซิไดซ์แก่ หมู่เมทธิลดังกล่าวในสารทำละลายเฉื่อย
7.สารประกอบของสูตรทั่วไป (I) ดังในข้อถือสิทธิ 1 สำหรับ ใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
8.ยาที่มีอยู่อย่างน้อยที่สุดหนึ่งสารประกอบของสูตรทั่ว ไป(I) ดังในข้อถือสิทธิ 1
9.ขบวนการสำหรับผลิตยาโดยมีลักษณะพิเศษที่ว่าได้เปลี่ยน อย่างน้อยที่สุด 1 สารประกอบของสูตรทั่วไป (I) ดังในข้อถือ สิทธิ 1 ไปเป็นรูปแบบการใช้ที่เหมาะสม และถ้าเหมาะสมก็ทำ โดยการใช้สารช่วยและสารเติมเนื้อยาที่ใช้กันโดยทั่วไปได้
10.การใช้สารประกอบของสูตรทั่วไป(I) ดังในข้อถือสิทธิ 1 ใน ยาที่มีฤทธิ์เพิ่มแรงบีบตัวของกล้ามเนื้อได้ (ข้อถือสิทธิ 10 ข้อ, 36 หน้า, - รูป)
TH9401000809A 1994-04-26 2-อะมิโน-4-เฮทเทอโรอะริล-1,4-ไดไฮโดรไพริดีนขบวน?การสำหรับการเตรียมสารดังกล่าว และการใช้ในยา TH16076A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH16076A true TH16076A (th) 1995-06-23

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2353616C2 (ru) Производные 2-пиридона в качестве ингибиторов эластазы нейтрофилов и их применение
DE69110320D1 (de) Stickstoff enthaltende heterozyklische Verbindungen, ihre Herstellung und Verwendung.
KR830009025A (ko) 1,4-디하이드로피리딘 유도체의 제조방법
DE60235500D1 (de) Selektive pyrimidin-a2b-antagonistenverbindungen, ihre synthese und verwendung
JP2006502119A5 (th)
Funt et al. Synthesis, transformations of pyrrole-and 1, 2, 4-triazole-containing ensembles, and generation of pyrrole-substituted triazole NHC
Mohareb et al. Hydrazide-Hydrazones in the synthesis of 1, 3, 4-oxadiazine, 1, 2, 4-triazine and pyrazole derivatives with antitumor activities
IL322435A (en) Covalent modifiers of Akt1 and their uses
US4853395A (en) Certain 3-carboxylate or 3-carbamyl-5-acyl-2-(1H)-pyridinones having cardiotonic properties
KR100394165B1 (ko) 살충성 n,n'-이 치환된 -n,n'-디아실하이드라진
Geisler et al. Synthesis of 1, 3-selenazoles and bis (selenazoles) from primary selenocarboxylic amides and selenourea
Nekrasov Biological Activity of 5-and 6-Membered Azaheterocycles and Their Synthesis from 5-Aryl-2, 3-Dihydrofuran-2, 3-diones.
GB2139212A (en) Dihydropyridyl cyclic imidate esters
Kouznetsov et al. Transformation of schiff bases derived from alpha‐naphthaldehyde. Synthesis, spectral data and biological activity of new‐3‐aryl‐2‐(α‐naphtyl)‐4‐thiazolidinones and N‐aryl‐N‐[1‐(α‐naphthyl) but‐3‐enyl] amines
US3378564A (en) Certain pyridyl tetrazole derivatives
El‐Hashash et al. Synthesis of Novel Heterocyclic Compounds with Expected Antibacterial Activities from 4‐(4‐Bromophenyl)‐4‐oxobut‐2‐enoic Acid
US4731371A (en) Certain 5-acyl-1,2-dihydro-2-oxo-3-pyridinecarbonitriles which are useful as cardiotonic agents
Youssef et al. Utility of 4‐Benzylidene‐2‐phenyl‐5 (4H)‐oxazolone in Synthesis of Triazine, Oxadiazole and Imidazole Derivatives of Anticipated Biological Activity
Moustafa Preparation of 3, 5-disubstituted 1, 2, 4-oxadiazoles by reactions of nitrilium salts with amide oximes
JPH0576469B2 (th)
RU2004118717A (ru) Фотохромные оксазиновые соединения и способы их производства
JPH03204881A (ja) オキサゾロピリジン誘導体の新規合成方法
KR880001999B1 (ko) 디히드로피리딜 씨클릭 이미데이트 에스테르 화합물 및 그의 제조방법
Attanasi et al. Targets in heterocyclic systems
FI78086C (fi) Foerfarande foer framstaellning av saosom laekemedel anvaendbar med dihydropyridylsubstituerade cykliska imidatestrar.