TH13933Y - กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิต (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ - Google Patents

กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิต (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ

Info

Publication number
TH13933Y
TH13933Y TH1503001079U TH1503001079U TH13933Y TH 13933 Y TH13933 Y TH 13933Y TH 1503001079 U TH1503001079 U TH 1503001079U TH 1503001079 U TH1503001079 U TH 1503001079U TH 13933 Y TH13933 Y TH 13933Y
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
isoniazid
base
gold particles
detecting
resistant tuberculosis
Prior art date
Application number
TH1503001079U
Other languages
English (en)
Other versions
TH13933C3 (th
TH13933U (th
TH13933A3 (th
Inventor
จันทร์ศิริ นางสาวโกสุม
ขำดี นายจัตุรงค์
แก้วพินิจ นายธงชัย
สันติวัฒนกุล นายสมชาย
Original Assignee
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Filing date
Publication date
Application filed by มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ filed Critical มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication of TH13933C3 publication Critical patent/TH13933C3/th
Publication of TH13933U publication Critical patent/TH13933U/th
Publication of TH13933Y publication Critical patent/TH13933Y/th
Publication of TH13933A3 publication Critical patent/TH13933A3/th

Links

Abstract

แก้ไข 1 ก.ย. 2560 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอช เอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำโดยเริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 4 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ของเชื้อ วัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ซึ่งในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 45 - 60 นาที ด้วยปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) หลังจากนั้นเติมตัวตรวจจับที่ติดฉลากไทอัล (thiol)ที่ปลายด้าน 5’ลงไป แล้วปล่อยไว้ที่อุณหภูมิเดิมเป็นเวลาอีก 5 นาที เมื่อนำไปตรวจสอบกับผลผลิตแลมป์ (LAMP) ตัวตรวจสอบดีเอ็นเอจะเข้าไปจับบริเวณที่จำเพาะเจาะจงต่อผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ที่เกิดขึ้น เมื่อมี การเติมเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ ผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ดังกล่าวทำให้เชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ตำแหน่ง ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) จะเห็นอนุภาคทองคำเป็นสีชมพูแดงอยู่ใน สารละลาย ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับเบสกลายพันธุ์ จะทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วง ---------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไขบทสรุปการประดิษฐ์ 7/03/2559 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอช เอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำโดยเริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์ของเชื้อ วัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ซึ่งในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) หลังจากนั้นเติมตัวตรวจจับที่ติดฉลากไทอัล (thiol)ที่ปลายด้าน 5’ลงไป แล้วปล่อยไว้ที่อุณหภูมิทเป็นเวลาอีก 5 นาที เมื่อนำไปตรวจสอบกับผลผลิตแลมป์ (LAMP) ตัวตรวจสอบดีเอ็นเอจะเข้าไปจับบริเวณที่จำเพาะเจาะจงต่อผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ที่เกิดขึ้น เมื่อมี การเติมเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ ผลผลิตของแลมป์ (LAMP) ดังกล่าวทำให้เชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่มีเบสกลายพันธุ์ตำแหน่ง ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอเอช (inhA) จะเห็นอนุภาคทองคำเป็นสีชมพูแดงอยู่ใน สารละลาย ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับเบสกลายพันธุ์ จะทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วง ------------------------------------------------------------ คำขอใหม่ปรับปรุง การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการป้องกันการกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเริ่มจากการออกแบบ primers 4 ตัว ที่ออกแบบจากลำดับเบส ในส่วนยีนเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีน inhA ในระบบนี้ DNA เป้าหมายจะถูกเพิ่ม ปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 45 – 60 นาที ผลการตรวจพบว่าเทคนิค LAMP มี ความจำเพาะในการตรวจสอบเชื้อวัณโรคกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิค PCR แบบ real time ต่อจากนั้นทำการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของผลผลิต LAMP ที่ได้ แล้วทดสอบสภาวะที่เหมาะสม ในการตรวจสอบผลผลิตของ LAMP ด้วยการเปลี่ยนแปลงสีของอนุภาคทองคำแล้วอ่านผลการตรวจ เมื่อมีเบสคู่สมกับดีเอ็นเอเป้าหมายจะทำให้ มีการเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีชมพูม่วง แทนการตรวจสอบด้วยวิธี gel eletrophoresis ซึ่งจะใช้เวลาอีกเพียง 5- 15 นาทีเท่านั้น

Claims (8)

แก้ไข 1 ก.ย. 2560 1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ ที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ด้วย อนุภาคทองคำ ภายในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 2 ไมโครโมลาร์, ไพรเมอร์ 1 และไพรเมอร์ 2 อย่างละ 0.2 ไมโครโมลาร์, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 1.6 มิลลิโมลาร์ ผสม ด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์บีเอสที 2.0 วอร์ม สตาร์ท ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst 2.0 warm start DNA polymerase) 2.5U และ บัฟเฟอร์ (supplied Buffer 1x) การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่ง เบสที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซโนอะซิด (isoniazid) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5’-3’) gCTgAgTCACACCgACAAAC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5’-3’) CCggTTTCCTCCggTAACC ไพร์เมอร์ 3 ลำดับเบส (5’-3’) CCACgAgCgTAACgTggCTgCTTTTgTCACgAgCgTAACCCCA ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5’-3’) AgATAggTTgTCggggTgACTTTTAggACTgAACgggATACgAA 2. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโชไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) ผนวกกับอนุภาคทองคำ มีลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 45 - 60 นาทีแล้วเติมตัวตรวจจับที่ติดด้วยนุภาคทองคำ ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที หลังจาก นั้นทำการเติมเกลือเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม แล้วอ่านผล เมื่อมีเบสคู่สมกับดีเอ็นเอเป้าหมายจะทำให้มีการเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีชมพู ในขณะที่ถ้าไม่มีลำดับ เบสกลายพันธุ์ จะทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วง 3. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งกรรมวิธีการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ในการ ตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยสี อนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวตรวจจับติดฉลากไทอัล (thiol; -SH) ที่ปลายด้าน 5’ เพื่อการ ตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลำดับเบสดังนี้ 5’ -SH-TggACATACCgATTTCggCCC-3’ 4. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) มีขั้นตอนดังนี้ การเพิ่มปริมาณ สารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) เป็นเวลา 45 - 60 นาที ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส 5. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่อง พีซีอาร์ (PCR) และ เครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า 6. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งใช้สำหรับการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อ ต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยที่สงสัย การติดเชื้อนี้ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ---------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้ไข 7/03/2559 1. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ ที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ด้วย อนุภาคทองคำ ภายในปฏิกิริยาเลมป์ (LAMP) 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วยไพรเมอร์ 3 และไพรเมอร์ 4 อย่างละ 2.ไมโครโมลาร์, ไพรเมอร์ 1 และไพรเมอร์ 2 อย่างละ 0.2 ไมโครโมลาร์, ดีเอ็นทีพี (dNTP) 1.6 มิลลิโมลาร์ ผสม ด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 โมลาร์, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 มิลลิโมลาร์, เอนไซม์บีเอสที 2.0 วอร์ม สตาร์ท ดีเอ็นเอ โพลีเมอเรส (Bst 2.0 warm start DNA polymerase) 2.5U และ บัฟเฟอร์ (supplied Buffer 1x) การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิคแลมป์ (LAMP) ในการตรวจเชื้อที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ประกอบด้วยไพรเมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะต่อลำดับเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่ง เบสที่ตำแหน่งโพรโมเตอร์ (promoter) ที่ 15 ซึ่งเบส ซี เปลี่ยนเป็นเบส ที (C-15-T) ของยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซโนอะซิด (isoniazid) ดังนี้ ไพรเมอร์ 1 ลำดับเบส (5’ – 3’) GCTgAgTCACACCgACAAAC ไพรเมอร์ 2 ลำดับเบส (5’ – 3’) CCggTTTCCTCCggTAACC ไพร์เมอร์ 3 ลำดับเบส (5’ – 3’) CCACgAgCgTAACgTggCTgCTTTTgTCACgAgCgTAACCCCA ไพรเมอร์ 4 ลำดับเบส (5’ – 3’) AgATAggTTgTCggggTgACTTTTAggACTgAACgggATACgAA 2. กรรมวิธีใหมในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโชไนอะชิด (isoniazid) บนยีน ไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) ผนวกกับอนุภาคทองคำ มีลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมงแล้วเติมตัวตรวจจับที่ติดด้วยนุภาคทองคำ ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที หลังจากนั้นทำการเติมเกลือเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCL) หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ลงไปในปริมาณที่ เหมาะสมแล้วอ่านผล เมื่อมีเบสคู่สมกับดีเอ็นเอเป้าหมายจะทำให้มีการเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีชมพู ในขณะที่ถ้าไม่ มีลำดับเบสกลายพันธุ์ จะทำให้เห็นอนุภาคทองคำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วง 3. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีน ไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งกรรมวิธีการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ในการ ตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยสี อนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวตรวจจับติดฉลากไทอัล (thiol; -SH) ที่ปลายด้าน 5’ เพื่อ การตรวจผลผลิตจากแลมป์ (LAMP) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลำดับเบสดังนี้ 5’ –SH-TggACATAgATTTCggCCC-3’ 4. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบากลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีน ไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งปฏิกิริยาแลมป์ (LAMP) มีขั้นตอนดังนี้ การเพิ่ม ปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) เป็นเวลา 45 – 60 นาที ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส 5. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่อง พีซีอาร์ (PCR) และเครื่อง แยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า 6. กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็น เอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ ใช้สำหรับการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อการ ตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ---------------------------------------------------------------------- คำขอใหม่ปรับปรุง
1. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีน inhA ด้วยอนุภาคทองคำ เป็นเทคนิคใหม่ที่ซึ่งประกอบด้วยการทำปฏิกิริยา Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) ร่วมกับการประยุกต์ใช้อนุภาคทองคำ
2. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน ด้วยอนุภาคทองคำ ด้วยเทคนิคใหม่ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจผลผลิตจาก LAMP ผนวก กับอนุภาคทองคำ มีลักษณะเฉพาะคือ ทำปฏิกิริยา LAMP ที่อุณหภูมิประมาณ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา ประมาณ 45 – 60 นาที แล้วเติมตัวตรวจจับที่ติดด้วยอนุภาคทองคำ ที่อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา ประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นทำการเติมเกลือ แล้วอ่านผล
3. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีน inhA ด้วยอนุภาคทองคำ ด้วยเทคนิคใหม่ ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งกรรมวิธีการออกแบบตัวตรวจจับ (probe) ใน การตรวจสอบเบสกลายพันธุ์เชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่ เปลี่ยนแปลง มีลักษณะเฉพาะคือ ตัวตรวจจับติดฉลาก thiol (-SH) ที่ปลายด้าน 5’ เพื่อการตรวจผลผลิตจาก LAMP ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง มีลำดับเบสดังนี้ 5’-SH-TGGACATACCGATTTCGGCCC-3’
4. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเทคนิคใหม่ ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง ปฏิกิริยา Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) มีขั้นตอนดังนี้ การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซ ไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA เป็นเวลาประมาณ 45 – 60 นาที ที่อุณหภูมิประมาณ 61 องศาเซลเซียส
5. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเทคนิคใหม่ ในข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง ปฏิกิริยา Loop-mediated isothermal amplification (LAMP) จะต้องใช้เวลาในการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซ ไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ที่มีเบสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง promoter C (-15) T ของยีน inhA เป็นเวลา ประมาณ 45 – 60 นาที ที่อุณหภูมิประมาณ 61 องศาเซลเซียส และ ภายในปฏิกิริยา LAMP 25 ไมโครลิตร ประกอบด้วย inner primers FIP-INHA และ BIP-INHA อย่างละ 2 ?M, outer primers F3-INHA และ B3- INHA อย่างละ 0.2 ?M, dNTPs 1.6 mM ผสมด้วยสารเบตาอีน (betaine) 0.6 M, สารแมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO4) 4 mM, 2.5U Bst 2.0 warm start DNA polymerase และ supplied buffer 1x
6. ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยา LAMP ในข้อถือสิทธิที่ 5 การออกแบบไพรเมอร์สำหรับเทคนิค LAMP ในการ ตรวจเชื้อ ที่มีเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบส ไพรเมอร์ที่ใช้ในปฏิกิริยา LAMP ประกอบด้วยไพรเมอร์ 4 ตัว ที่จำเพาะ ต่อลำดับเบสกลายพันธุ์เพียงหนึ่งเบสที่ตำแหน่ง promoter C (-15) T ของยีน inhA ของเชื้อวัณโรคไอโซไนอะซิด (isoniazid) ดังนี้ ไพรเมอร์ F3-INHA ลำดับเบส (5’-3’) GCTGAGTCACACCGACAAAC ไพรเมอร์ B3-INHA ลำดับเบส (5’-3’) CCGGTTTCCTCCGGTAACC ไพรเมอร์ FIP-INHA ลำดับเบส (5’-3’) CCACGAGCGTAACGTGGCTGCTTTTGTCACGAGCGTAACCCCA ไพรเมอร์ BIP-INHA ลำดับเบส (5’-3’) AGATAGGTTGTCGGGGTGACTTTTAGGACTGAACGGGATACGAA
7. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลงในข้อถือสิทธิที่ 1 มีลักษณะเฉพาะคือ ไม่ต้องใช้เครื่อง PCR และเครื่อง แยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้า
8. กรรมวิธีใหม่ในการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลงด้วยเทคนิคใหม่ สำหรับการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อ ต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ในยีน inhA ด้วยสีอนุภาคทองคำที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อนี้ เพื่อ การตรวจวินิจฉัยและป้องกันการระบาดของวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid)
TH1503001079U 2015-07-15 กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิต (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ TH13933A3 (th)

Publications (4)

Publication Number Publication Date
TH13933C3 TH13933C3 (th) 2018-06-07
TH13933U TH13933U (th) 2018-06-07
TH13933Y true TH13933Y (th) 2018-06-07
TH13933A3 TH13933A3 (th) 2018-06-07

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN104093856B (zh) 检测核酸合成和/或扩增的方法
CN105473737B (zh) 用于检测细菌污染的方法和组合物
CN108138209A (zh) 通过原位扩增制备细胞游离核酸分子的方法
ES2698964T3 (es) Método y kit de detección de la ausencia de microorganismos
AU2014268510A1 (en) Measures of short telomere abundance
JP6388540B2 (ja) 改良したdnaポリメラーゼ活性アッセイおよび生菌の検出を可能にする方法
Zhang et al. Ultrasensitive biosensing of low abundance BRAF V600E mutation in real samples by coupling dual padlock-gap-ligase chain reaction with hyperbranched rolling circle amplification
JoonáLee Label/quencher-free detection of single-nucleotide changes in DNA using isothermal amplification and G-quadruplexes
TH13933U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิต (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยอนุภาคทองคำ
WO2021236964A1 (en) Methods for measuring total cell-free dna using alu fragments
US9863009B2 (en) Sequence specific primer pool for multiplex PCR and method of detecting microbial infections in thalassemia patients
US20160083776A1 (en) Methods for Measuring Polymerase Activity Useful for Sensitive, Quantitative Measurements of Any Polymerase Extension Activity and for Determining the Presence of Viable Cells
TH13931U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13931Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13932Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยอนุภาคทองคำ
TH13932U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยอนุภาคทองคำ
Leelatian et al. Highly sensitive EGFR mutation detection by specific amplification of mutant alleles
Nielsen et al. Bacteraemia with Campylobacter jejuni: no association with the virulence genes iam, cdtB, capA or virB
US10093984B2 (en) Probe for detecting and/or quantifying methylation of the promoter of the IGFBP-3 gene
JP6155750B2 (ja) SNP(rs11881222)を検出するためのプローブ
TH13929Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสี
TH13929U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไอโซไนอะซิด (isoniazid) บนยีนไอเอ็นเอชเอ (inhA) ด้วยแถบสี
US20230313303A1 (en) Compositions and methods for reducing cell-free dna
TH14021Y (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสี
TH14021U (th) กรรมวิธีการตรวจสอบเบสกลายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคดื้อต่อยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) ด้วยแถบสี