TH11682A3 - ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ - Google Patents

ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ

Info

Publication number
TH11682A3
TH11682A3 TH1403001399U TH1403001399U TH11682A3 TH 11682 A3 TH11682 A3 TH 11682A3 TH 1403001399 U TH1403001399 U TH 1403001399U TH 1403001399 U TH1403001399 U TH 1403001399U TH 11682 A3 TH11682 A3 TH 11682A3
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
electrically connected
vehicle
control unit
module
processing control
Prior art date
Application number
TH1403001399U
Other languages
English (en)
Other versions
TH11682C3 (th
Inventor
กันตจารนิติ นายกมล
Filing date
Publication date
Application filed filed Critical
Publication of TH11682C3 publication Critical patent/TH11682C3/th
Publication of TH11682A3 publication Critical patent/TH11682A3/th

Links

Abstract

DC60 (23/04/58) ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะตามการประดิษฐ์นี้ได้จัดให้มีชุดป้องกันการตัดสายไฟ ประกอบขึ้นด้วยฟิวส์ที่หนึ่งที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่งจะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่ง จ่ายไฟภายนอก เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่งกับโมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง ฟิวส์ที่สองที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สองและชุดป้องกันการตัดวงจรไฟเลี้ยว โดยที่ฟิวส์ที่สองจะทำงาน เมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวเพื่อทำลายโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง และไซเรน ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์สำหรับเป็นสวิตซ์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุม การประมวลผลที่หนึ่งเพื่อส่งสัญญาณเตือนออมาในรูปแบบของเสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ มีชุดป้อง กันการลัดวงจรไฟเลี้ยวที่ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตซ์คู่ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการ การประมวลผลที่สอง ฟิวส์ที่สองและสายไฟเลี้ยวด้านขวาและด้านซ้าย แก้ไขวันที่ 23/04/2558 ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะตามการประดิษฐ์นี้ได้จัดให้มีชุดป้องกันการตัดสายไฟ ประกอบขึ้นด้วยฟิวส์ที่หนึ่งที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่งจะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่ง จ่ายไฟภายนอก เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่งกับโมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง ฟิวส์ที่สองที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สองและชุดป้องกันการตัดวงจรไฟเลี้ยว โดยที่ฟิวส์ที่สองจะทำงาน เมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวเพื่อทำลายโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง และไซเรน ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์สำหรับเป็นสวิตช์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุม การประมวลผลที่หนึ่งเพื่อส่งสัญญาณเตือนออมาในรูปแบบของเสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ มีชุดป้อง กันการลัดวงจรไฟเลี้ยวที่ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตช์คู่ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการ การประมวลผลที่สอง ฟิวส์ที่สองและสายไฟเลี้ยวด้านขวาและด้านซ้าย --------------------------------------------------- ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะตามการประดิษฐ์นี้ได้จัดให้มีชุดป้องกันการตัดสายไฟ ประกอบขึ้นด้วยฟิวส์ที่หนึ่งที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่งจะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่ง จ่ายไฟภายนอก เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำลองให้กับโมดูลหนวยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่งกับโมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง ฟิวส์ที่สองที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สองและชุดป้อกันการตัดวงจรไฟเลี้ยว โดยที่ฟิวส์ที่สองจะทำงาน เมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยงเพื่อทำงานโมดูลหน่วยควบคุมการประมลผลที่สอง และไซเรน ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์สำหรับเป็นสวิตช์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุม การประมวลผลที่หนึ่งเพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของเส้ยงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ มีชุดป้อง กันการลัดวงจรไฟเลี้ยวที่ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตช์คู่ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการ การประมวลผลที่สอง ฟิวส์ที่สองและสายไฟเลี้ยวด้านขวาและด้านซ้าย

Claims (9)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 23/04/2558
1. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ที่ประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ (1) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะ (2) เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าเข้า สู่แหล่งจ่ายไฟ (1) โดยที่ขั้วสายไฟของแหล่งจ่ายไฟ (1) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ทเครื่อง ยนต์ (3) ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) ประกอบขึ้นด้วยไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) ที่ถูกประกอบติดตั้งอยู่ติดกับภายในตัวเรือนเดียวกัน โดยที่ไมโครสวิตช์ที่หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่ สอง (5) จะถูกติดตั้งในลักษณะที่ทำงานพร้อมกันตามสถานะการทำงานดึงล็อคและปลดล็อคของอุปกรณ์ ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ของยานพาหนะ ซึ่งเมื่ออยู่ในสถานะปลด ล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรก/ก้านคลัตช์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่ว ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) และเมื่ออยู่ใน สถานะล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตช์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตช์ที่ หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) จะอยู่ในตำแหน่งเขาคอมมอน (COM) และขาปกติเปิด (NC) โดยที่ สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรกของแหล่งจ่ายไฟ (1) จะถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) ของไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (4) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตช์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประ มวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) และชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) โดยที่โมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมา จากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตช์กุญแจรถยนต์ไปยังตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ใน รถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ท เครื่องยนต์ (3) ผ่านทางขาคอมเมน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขากปกติเปิด (NO) ของไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ ระบบกันขโมยภายในยานพาหนะ ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ แหล่งจ่ายไฟ (1) และชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิด สวิตช์กุญแจรถยนต์ไปยังตำแหน่งคีย์ออน( Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) ผ่านทางขาคอมมอน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขากปกติเปิด (NO) ของไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) เพื่อเปิดและปิดระบบกันขโมยและโมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วย เซ็ลทรัลล็อค (28) ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็นทรัลล็อค (28) ประกอบขึ้นด้วยหน่วยควบคุมการล็อคประ ตู (29) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับมอเตอร์ของเซ็นทรัลล็อค (30) และสวิตช์ควบคุมเซ็นทรัลล็อค (31) โดยที่ชุด อุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (28) จะมีหน่วยรับสัญญาณควบคุม (34) ที่รับส่งสัญญาณ ผ่านรีโมทคอนโทรล (35) โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับสายไฟตรวจจับการลัดวงจร ไฟเลี้ยว (27) เพื่อตรวจสอบว่ามีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวหรือไม่ หน่วยควบคุมการล็อคประตู (29) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับไดโอด (D5) (32) และไดโอด (D6) (33) ใน ตำแหน่งปลดล็อคและล็อคของสวิตช์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (31) ตามลำดับ ซึ่งไดโอด (D5) (32) และไดโอด (D6) (33) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ทำงานเมื่อมีการล็อค -ปลด ล็อคประตูยานพาหนะด้วยสวิตช์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (31) ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (19) ที่อยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ โดยที่ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (19) ประกอบด้วย ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (36) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสองไปให้กับไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน ไฟฟ้า (12) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (11) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) และอุปกรณ์ ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (21) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (26) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (36) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก (37) เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำ รองให้กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ฟิวส์ที่สอง (F2) (38) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว (27) โมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) และชุดป้องกันการตัดวงจรไฟเลี้ยว (20) โดยที่ฟิวส์ที่สอง (F2) (38) จะทำงานเมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวเพื่อทำลายโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่ สอง (16) ไซเรน (39) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์ (40) สำหรับเป็นสวิตช์ตัด -ต่อวงจรที่ถูกเชื่อมต่อ ทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) เพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของ เสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ ชุดป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (20) ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตช์คู่ (41) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ฟิวส์ที่สอง (F2) (38) และสายไฟเลี้ยวด้านขวาและด้านซ้าย (42)
2. ระบบป้องกันการโรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง (6) ที่มีหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (7) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้าน คลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าวและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (7) ถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับเคลื่อนการทำงานที่หนึ่ง (8) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับอุปกรณ์บัสเซอร์ (Buzzer) (9) แตรของยานพาหนะ (10) และหลอดไฟแอลอีดี (LED) (11) สำหรับส่งสัญญาณเตือนออกมาใน รูปแบบของเสียงหรือแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (7) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้า กับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (12) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้เหลือ 5 โวล์ท โดยที่ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตรวจรู้ความสั่นสะเทือน (13) สำหรับตรวจจับการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดของยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรม ตัว ตรวจรู้ที่คอนโซลเกียร์ (14) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการถอดรื้อหรือทำลายคอนโซลเกียร์ของยานพาหนะ และ ตัวตรวจรู้กระโปรงหน้าถูกยกขึ้น (15) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงหน้ารถถูกยกขึ้นเพื่อการโจรกรรม
3. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (16) ที่มีหน่วยประมวลผลที่สอง (17) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากระบบกันขโมย ภายในยานพาหนะและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่สอง (17) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับ เคลื่อนการทำงานที่สอง (18) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (26) สำหรับส่งสัญญาณ เตือนออกมาในรูปแบบของแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (19) และชุดป้องกันการ ตัดวงจรไฟเลี้ยว (20)
4. ระบบป้องกันโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 3 ซึ่งหน่วยประมวลผลที่สอง (17) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (21) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่นสะเทือน (22) สำหรับตรวจจับการ สั่นสะเทือนของระบบกันขโมยภายในยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรม ตัวตรวจรู้สวิตช์ประตูแต่ละ บานหรือหลอดไฟในห้องโดยสาร (23) สำหรับตรวจจับสัญญาณที่ผิดปกติเมื่อมีการเปิดประตูรถยนต์โดย ไม่ได้รับอนุญาต ตัวตรวจรู้ล้อยางอะไหล่ (24) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการขโมยยางอะไหล่สำหรับกรณีที่เป็น รถกระบะ และตัวตรวจรู้การเปิดปิดฝากระโปรงท้าย (25) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงท้ายรถถูกยกขึ้นเพื่อ การโจรกรรม
5. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ที่ประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ (101) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะ (102) เพื่อป้อนกระแส ไฟฟ้าเข้าสู่แหล่งจ่ายไฟ (101) โดยที่ขั้วสายไฟของแหล่งจ่ายไฟ (101) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการ สตาร์ทเครื่องยนต์ (103) ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (103) ประกอบขึ้นด้วยไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) และไมโครสวิตซ์ที่ สอง (105) ที่ถูกประกอบติดตั้งอยู่ติดกันภายในตัวเรือนเดียวกัน โดยที่ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) และไมโคร สวิตซ์ที่สอง (105) จะถูกติดตั้งในลักษณะที่ทำงานพร้อมกันตามสถานการณ์ทำงานถึงล็อคและปลดล็อคของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ของยานพาหนะ ซึ่งเมื่ออยู่ในสถานะ ปลดล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) และไมโครสวิตว์ที่สอง (105) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) และเมื่ออยู่ ในสถานะล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตซ์ ที่หนึ่ง (104) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (105) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติ (NC) โดยที่ สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรกของแหล่งจ่ายไฟ (101) จะถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับขาคอมมอน (COM) ของไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงาน ของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (101) และชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (103) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (101) ผ่านทาง สายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตซ์กุญแจรถยนต์ไปยังตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (103) ผ่านทางขาคอมมอน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขาปกติเปิด (NO) ของ ไมโครสวิตซ์ที่สอง (105) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ ระบบกันขโมยภายในยานพาหนะ ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้า กับแหล่งจ่ายไฟ (101) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่ง จ่ายไฟ (101) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตซ์กุญแจรถยนต์ไปยัง ตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (128) ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (128) ประกอบขึ้นด้วยหน่วยควบคุมการล็อค ประตู (129) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับมอเตอร์ของเซ็ลทรัลล็อค (130) และสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (131) โดยที่ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (128) จะมีหน่วยรับสัญญาณควบคุม (134) ที่รับส่ง สัญญาณผ่านรีโมทคอนโทรล (135) โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรคของแหล่งจ่ายไฟ (101) ยังถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับรีเลย์ตัดสตาร์ท (143) สำหรับตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยโมดูลหน่วย ควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) เมื่อหน่วยประมวลผลที่สอง (117) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ที่สอง (116) ตรวจสอบประตูยานพาหนะทุกจุดว่าถูกปิดสนิทหรือไม่ในขณะที่ทำการกดปุ่มล็อคด้วยรีโมท ด้วยรีโมทคอนโทรล (135) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับสายไฟตรวจจับการลัด วงจรไฟเลี้ยว (127) เพื่อตรวจสอบว่ามีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวหรือไม่ หน่วยควบคุมการล็อคประตู (129) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับไดโอด (D5) (132) และไดโอด (D6) (133) ในตำแหน่งปลดล็อคและล็อคของสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (131) ตามลำดับ ซึ่งไดโอด (D5) (132) และไดโอด (D6) (133) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ทำงานเมื่อมี การล็อค-ปลดล็อคประตูยานพาหนะด้วยสวิตซ์ควบคุมเซ็นทรัลล็อค (131) ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (119) ที่อยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ โดยที่ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (119) ประกอบขึ้นด้วย ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (136) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้าอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน ไฟฟ้า (112) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (111) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) และ อุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (121) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED)(126) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่สอง (116) โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (136) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก (137) เพื่อ ป้อนกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) กับโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (116) ฟิวส์ที่สอง (F2) (138) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว (127) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) และชุดป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (120) โดยที่ฟิวส์ที่สอง (F2)(138) จะทำงานเมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวเพื่อทำลายโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่สอง (116) ไซเรน (139) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์ (140) สำหรับเป็นสวิตซ์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อม ต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) เพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบ ของเสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ ชุดป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (120) ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตซ์คู่ (141) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้า กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ฟิวส์ที่สอง (F2) (138) และสายไฟเลี้ยวด้านขวาและ ด้านซ้าย (142)
6. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 5 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง (106) ที่มีหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (107) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าวและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (107) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับเคลื่อนการทำงานที่หนึ่ง (108) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับอุปกรณ์บัสเซอร์ (Buzzer) (109) แตรของยานพาหนะ (110) และหลอดไฟแอลอีดี (LED) (111) สำหรับส่งสัญญาณเตือน ออกมาในรูปแบบของเสียงหรือแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (107) ถูกเชื่อม ต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (112) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่น สะเทือน (113) สำหรับตรวจจับการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดของยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการ โจรกรรมตัวตรวจรู้ที่คอนโซลเกียร์ (114) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการถอดรื้อหรือทำลายคอนโซลเกียร์ของยาน พาหนะตัวตรวจรู้กระโปรงหน้าถูกขึ้น (115) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงหน้ารถถูกยกขึ้นเพื่อการโจร กรรมและตัวตรวจรู้สวิตซ์ไฟเบรค (144) สำหรับตรวจจับการทำงานของสวิตซ์ไฟเบรค
7. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 5 หรือ 6 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (116) ที่มีหน่วยประมวลผลที่สอง (117) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากระบบกัน ขโมยภายในยานพาหนะและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่สอง (117) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ หน่วยขับเคลื่อนการทำงานที่สอง (118) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (126) สำหรับส่ง สัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น ชุดป้องกันกรตัดสายไฟ (119) และชุด ป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (120)
8. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 7 ซึ่งหน่วยประมวลผลที่สอง (117) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (121) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประ มวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่นสะเทือน (122) สำหรับตรวจจับการสั่น สะเทือนของระบบกันขโมยภายในยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรม ตัวตรวจรู้สวิตซ์ประตูแต่ละบาน หรือหลอดไฟในห้องโดยสาร (123) สำหรับตรวจจับสัญญาณที่ผิดปกติเมื่อมีการเปิดประตูรถยนต์โดยไม่ ได้รับอนุญาต ตัวตรวจรู้ล้อยางอะไหล่ (124) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการขโมยยางอะไหล่สำหรับกรณีที่เป็นรถ กระบะ และตัวตรวจรู้การเปิดปิดฝากระโปรงท้าย (125) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงท้ายรถถูกยกขึ้นเพื่อ การโจรกรรม
9. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ที่ประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ (201) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะ (202) เพื่อป้อนกระแส ไฟฟ้าเข้าสู่แหล่งจ่ายไฟ (201) โดยที่ขั้วสายไฟของแหล่งจ่ายไฟ (201) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการ สตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ประกอบขึ้นด้วยไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโครสวิตซ์ที่ สอง (205) ที่ถูกประกอบติดตั้งอยู่ติดกันภายในตัวเรือนเดียวกัน โดยที่ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโคร สวิตซ์ที่สอง (205) จะถูกติดตั้งในลักษณะที่ทำงานพร้อมกันตามสถานะการทำงานดึงล็อคและปลดล็อคของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ของยานพาหนะ ซึ่งเมื่ออยู่ใน สถานะปลดล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านตลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโคร สวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (205) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) และเมื่ออยู่ในสถานะล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (205) จะอยู่ในตำแหน่งของคอมมอน (COM) และขาปกติ เปิด (NC) โดยที่สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรกของแหล่ง แหล่งจ่ายไฟ (201) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) ของไมโครสวิตซ์ ที่หนึ่ง (204) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว และของระบบกันขโมยภายใน ยานพาหนะ ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (201) และ ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (203) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ แหล่งจ่ายไฟ (201) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตซ์กุญแจรถยนต์ไปยัง ตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ผ่านทางขาคอมมอน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขา ขาปกติเปิด (NO) ของไมโครสวิตซ์ที่สอง (205) ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (219) ประกอบขึ้นด้วยหน่วยควบคุมการล็อค ประตู (220) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับมอเตอร์ของเซ็ลทรัลล็อค (221) และสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (222) โดยที่หน่วยควบคุมการล็อคประตู (220) จะเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ในตำแหน่งปลดล็อคและล็อคของสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (222) ตามลำดับ โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (223) ที่อยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ โดยที่ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (223) ประกอบขึ้นด้วย ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (224) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรง ดันไฟฟ้า (212) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (211) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) โดยที่ฟิวส์ ที่หนึ่ง (F1) (224) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก (225) เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) และ ไซเรน (226) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์ (227) สำหรับเป็นสวิตซ์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อม ต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล (206) เพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของ เสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น 1
0. ระบบป้องกันการโจรกรรมยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 9 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผล (206) ที่มีหน่วยประมวลผล (207) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ระบบกันขโมยในยานพาหนะดังกล่าวและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดย ที่หน่วยประมวลผล (207) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับเคลื่อนการทำงาน (208) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้า กับอุปกรณ์บัสเซอร์ (Buzzer) (209) แตรของยานพาหนะ (210) และหลอดไฟแอลอีดี (LED) (211) สำหรับส่ง สัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของเสียงหรือแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และหน่วยประมวลผล (207) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (212) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้ เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่น สะเทือน (213) สำหรับตรวจจับการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดของยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการ โจรกรรม ตัวตรวจรู้ที่คอนโซลเกียร์ (214) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการถอดรื้อหรือทำลายคอนโซลเกียร์ของยาน พาหนะ ตัวตรวจรู้กระโปรงหน้าถูกยกขึ้น (215) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงหน้ารถถูกยกขึ้นเพื่อการโจร กรรม ตัวตรวจรู้สวิตซ์ประตูแต่ละบานหรือหลอดไฟในห้องโดยสาร (216) สำหรับตรวจจับสัญญาณที่ผิด ที่ผิดปกติเมื่อมีการเปิดประตูรถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวตรวจรู้ล้อยางอะไหล่ (217) สำหรับตรวจจับเมื่อ มีการขโมยยางอะไหล่สำหรับกรณีที่เป็นรถกระบะ และตัวตรวจรู้การเปิดปิดฝากระโปรงท้าย (218) สำหรับ ตรวจจับเมื่อกระโปรงท้ายรถถูกยกขึ้นเพื่อการโจรกรรม --------------------------------------------------------------------
1. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ที่ประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ (1) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะ (2) เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าเข้า สู่แหล่งจ่ายไฟ (1) โดยที่ขั้วสายไฟของแหล่งจ่ายไฟ (1) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ทเครื่อง ยนต์ (3) ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) ประกอบขึ้นด้วยไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) ที่ถูกประกอบติดตั้งอยู่ติดกับภายในตัวเรือนเดียวกัน โดยที่ไมโครสวิตช์ที่หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่ สอง (5) จะถูกติดตั้งในลักษณะที่ทำงานพร้อมกันตามสถานะการทำงานดึงล็อคและปลดล็อคของอุปกรณ์ ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ของยานพาหนะ ซึ่งเมื่ออยู่ในสถานะปลด ล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรคคลัตช์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่ว ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมน (COM) และขาปกติปิด (NC) และเมื่ออยู่ใน สถานะล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตช์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตช์ที่ หนึ่ง (4) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) จะอยู่ในตำแหน่งเขาคอมมอน (COM) และขาปกติเปิด (NO) โดยที่ สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรคของแหล่งจ่ายไฟ (1) จะถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) ของไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (4) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค /ก้านคลัตช์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) และชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) โดยที่ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) ผ่านทางสายไฟที่ต่อ ตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตช์กุญแจรถยนต์ไปยังตำแหน่ง Key on หรือจากที่จุดบุหรี ใน รถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากัยชุดตัดการสตาร์ท เครื่องยนต์ (3) ผ่านทางขาคอมเมน (COM) -ขาปกติปิด (NC) และขากปกติเปิด (NO) ของไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (6) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงาน ของระบบกันขโมย ภายในยานพาหนะ ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทาง ไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) และชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่ สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (1) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และ สายไฟที่บิดสวิตช์กุญแจรถยนต์ไปยังตำแหน่ง Key on หรือจากที่จุดบุหรี ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุม การประมวลผลที่หนึ่ง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (3) ผ่านทางขาคอมมอน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขากปกติเปิด (NO) ของไมโครสวิตซ์ที่สอง (5) เพื่อเปิดและปิดระบบกันขโมย และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อค ประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (28) ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็นทรัลล็อค (28) ประกอบขึ้นด้วยหน่วยควบคุมการล็อค ประตู (29) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับมอเตอร์ของเซ็นทรัลล็อค (30) และสวิตช์ควบคุมเซ็นทรัลล็อค (31) โดยที่ ชุดอุปกรณ์ควบคุมการ,อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (28) จะมีหน่วยรับสัญญาณควบคุม (34) ที่รับส่งสัญญาณ ผ่านรีโมทคอนโทรล (35) โดยมีลักษณะเฉพาะคือ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับสายไฟตรวจจับการลัดวงจร ไฟเลี้ยว (27) เพื่อตรวจสอบว่ามีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวหรือไม่ หน่วยควบคุมการล็อคประตู (29) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับไดโอด (D5)(32) และไดโอด (D6) (33)ใน ตำแหน่งปลดล็อคและล็อคของสวิตช์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (31) ตามลำดับ ซึ่งไดโอด (D5) (32) และไดโอด (D6) (33) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ทำงานเมื่อมีการล็อค -ปลด ล็อคประตูยานพาหนะด้วยสวิตช์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (31) ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (19) ที่อยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ โดยที่ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (19) ประกอบด้วย ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (36) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสองไปให้กับไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน ไฟฟ้า (12) กับหลอดไฟ LED (11) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) และอุปกรณ์ ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (21) กับหลอดไฟ LED (26) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (36) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก (37) เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำ รองให้กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ฟิวส์ที่สอง (F2) (38) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว (27) โมดูล หน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) และชุดป้องกันการตัดวงจรไฟเลี้ยว (20) โดยที่ฟิวส์ที่สอง (F2) (38) จะทำงานเมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวเพื่อทำลายโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่ สอง (16) ไซเรน (39) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์ (40) สำหรับเป็นสวิตช์ตัด -ต่อวงจรที่ถูกเชื่อมต่อ ทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) เพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของ เสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ ชุดป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (20) ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตช์คู่ (41) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ฟิวส์ที่สอง (F2)(38) และสายไฟเลี้ยวด้านขวาและด้านซ้าย (42)
2. ระบบป้องกันการโรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง (6) ที่มีหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (7) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจาอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้าน คลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าวและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (7) ถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับเคลื่อนการทำงานที่หนึ่ง (8) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับอุปกรณ์บัสเซอร์ (Buzzer) (9) แตรของยานพาหนะ (10) และหลอดไฟแอลอีดี (LED) (11) สำหรับส่งสัญญาณเตือนออกมาใน รูปแบบของเสียงหรือแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (7) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้า กับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันฟ้า (12) เพื่อควบคุมแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลทืให้เหลือ 5 โวล์ท โดยที่ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (6) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตรวจรู้ความสั่นสะเทือน (13) สำหรับตรวจจับการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดของยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรม ตัว ตรวจรู้ที่คอนโซลเกียร์ (14) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการถอดรื้อหรือทำลายคอนโซลเกียร์ของยานพาหนะ และ ตัวตรวจรู้กระโปรงหน้าถูกยกขึ้น (15) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงหน้ารถถูกยกขึ้นเพื่อการโจรกรรม
3. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 1 หรือ 2 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (16) ที่มีหน่วยประมวลผลที่สอง (17) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากระบบกันขโมย ภายในยานพาหนะและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่สอง (17) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับ เคลื่อนการทำงานที่สอง (18) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (26) สำหรับส่งสัญญาณ เตือนออกมาในรูปแบบของแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (19) และช-ดป้องกันการ ตัดวงจรไฟเลี้ยว (20)
4. ระบบป้องกันโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 3 ซึ่งหน่วยประมวลผลที่สอง (17) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (21) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวล์ทให้เหลือ 5 โวล์ท โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (16) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่นสะเทือน (22) สำหรับตรวจจับการ สั่นสะเทือนของระบบกันขโมยภายในยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรม ตัวตรวจรู้สวิตช์ประตูแต่ละ บานหรือหลอดไฟในห้องโดยสาร (23) สำหรับตรวจจับสัญญาณที่ผิดปกติเมื่อมีการเปิดประตูรถยนต์โดย ไม่ได้รับอนุญาต ตัวตรวจรู้ล้อยางอะไหล่ (24) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการขโมยยางอะไหล่สำหรับกรณีที่เป็น รถกระบะ และตัวตรวจรู้การเปิดปิดฝากระโปรงท้าย (25) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงท้ายรถถูกยกขึ้นเพื่อ การโจรกรรม
5. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ที่ประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ (101) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะ (102) เพื่อป้อนกระแส ไฟฟ้าเข้าสู้แหล่งจ่ายไฟ (101) โดยที่ขั้วสายไฟของแหล่งจ่ายไฟ (101) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการ สตาร์ทเครื่องยนต์ (103) ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (103) ประกอบขึ้นด้วยไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) และไมโครสวิตซ์ที่ สอง(105) ที่ถูกประกอบติดตั้งอยู่ติดกันภายในตัวเรือนเดียวกัน โดยที่ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) และไมโคร สวิตซ์ที่สอง (105) จะถูกติดตั้งในลักษณะที่ทำงานพร้อมกันตามสถานการณ์ทำงานถึงล็อคและปลดล็อคของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ของยานพาหนะ ซึ่งเมื่ออยู่ในสถานะ ปลดล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) และไมโครสวิตว์ที่สอง (105) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) และเมื่ออยู่ ในสถานะล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตซ์ ที่หนึ่ง (104) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (105) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติ (NC) โดยที่ สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรกของแหล่งจ่ายไฟ (101) จะถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับขาคอมมอน (COM) ของไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (104) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงาน ของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (101) และชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (103) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (101) ผ่านทาง สายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตซ์กุญแจรถยนต์ไปยังตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (103) ผ่านทางขาคอมมอน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขาปกติเปิด (NO) ของ ไมโครสวิตซ์ที่สอง (105) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ ระบบกันขโมยภายในยานพาหนะ ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้า กับแหล่งจ่ายไฟ (101) โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่ง จ่ายไฟ (101) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตซ์กุญแจรถยนต์ไปยัง ตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (128) ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (128) ประกอบขึ้นด้วยหน่วยควบคุมการล็อค ประตู (129) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับมอเตอร์ของเซ็ลทรัลล็อค (130) และสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (131) โดยที่ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (128) จะมีหน่วยรับสัญญาณควบคุม (134) ที่รับส่ง สัญญาณผ่านรีโมทคอนโทรล (135) โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรคของแหล่งจ่ายไฟ (101) ยังถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับรีเลย์ตัดสตาร์ท (143) สำหรับตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยโมดูลหน่วย ควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) เมื่อหน่วยประมวลผลที่สอง (117) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ที่สอง (116) ตรวจสอบประตูยานพาหนะทุกจุดว่าถูกปิดสนิทหรือไม่ในขณะที่ทำการกดปุ่มล็อคด้วยรีโมท ด้วยรีโมทคอนโทรล (135) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ยังเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับสายไฟตรวจจับการลัด วงจรไฟเลี้ยว (127) เพื่อตรวจสอบว่ามีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวหรือไม่ หน่วยควบคุมการล็อคประตู (129) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับไดโอด (D5) (132) และไดโอด (D6) (133) ในตำแหน่งปลดล็อคและล็อคของสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (131) ตามลำดับ ซึ่งไดโอด (D5) (132) และไดโอด (D6) (133) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ทำงานเมื่อมี การล็อค-ปลดล็อคประตูยานพาหนะด้วยสวิตซ์ควบคุมเซ็นทรัลล็อค (131) ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (119) ที่อยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ โดยที่ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (119) ประกอบขึ้นด้วย ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (136) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้าอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน ไฟฟ้า (112) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (111) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) และ อุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (121) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED)(126) ของดมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่สอง (116) โดยที่ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (136) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก (137) เพื่อ ป้อนกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) กับโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (116) ฟิวส์ที่สอง (F2) (138) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสายไฟตรวจจับการลัดวงจรไฟเลี้ยว (127) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) และชุดป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (120) โดยที่ฟิวส์ที่สอง (F2)(138) จะทำงานเมื่อมีการโจรกรรมโดยการลัดวงจรไฟเลี้ยวเพื่อทำลายโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่สอง (116) ไซเรน (139) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์ (140) สำหรับเป็นสวิตซ์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อม ต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) เพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบ ของเสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และ ชุดป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (120) ประกอบขึ้นรีเลย์แบบสวิตซ์คู่ (141) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้า กับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ฟิวส์ที่สอง (F2) (138) และสายไฟเลี้ยวด้านขวาและ ด้านซ้าย (142)
6. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 5 ซ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผลที่หนึ่ง (106) ที่มีหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (107) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าวและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (107) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับเคลื่อนการทำงานที่หนึ่ง (108) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับอุปกรณ์บัสเซอร์ (Buzzer) (109) แตรของยานพาหนะ (110) และหลอดไฟแอลอีดี (LED) (111) สำหรับส่งสัญญาณเตือน ออกมาในรูปแบบของเสียงหรือแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และหน่วยประมวลผลที่หนึ่ง (107) ถูกเชื่อม ต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (112) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่หนึ่ง (106) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่น สะเทือน (113) สำหรับตรวจจับการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดของยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการ โจรกรรมตัวตรวจรู้ที่คอนโซลเกียร์ (114) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการถอดรื้อหรือทำลายคอนโซลเกียร์ของยาน พาหนะตัวตรวจรู้กระโปรงหน้าถูกขึ้น (115) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงหน้ารถยกขึ้นเพื่อการโจร กรรมและตัวตรวจรู้สวิตซ์ไฟเบรค (144) สำหรับตรวจจับการทำงานของสวิตซ์ไฟเบรค
7. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 5 หรือ 6 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการ ประมวลผลที่สอง (116) ที่มีหน่วยประมวลผลที่สอ (117) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากระบบกัน ขโมยภายในยานพาหนะและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดยที่หน่วยประมวลผลที่สอง (117) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ หน่วยขับเคลื่อนการทำงานที่สอง (118) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (126) สำหรับส่ง สัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น ชุดป้องกันกรตัดสายไฟ (119) และชุด ป้องกันการลัดวงจรไฟเลี้ยว (120)
8. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 7 ซึ่งหน่วยประมวลผลที่สอง (117) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (121) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประ มวลผลที่สอง (116) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่นสะเทือน (122) สำหรับตรวจจับการสั่น สะเทือนของระบบกันขโมยภายในยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรม ตัวตรวจรู้สวิตซ์ประตูแต่ละบาน หรือหลอดไฟในห้องโดยสาร (123) สำหรับตรวจจับสัญญาณที่ผิดปกติเมื่อมีการเปิดประตูรถยนต์โดยไม่ ได้รับอนุญาต ตัวตรวจรู้ล้อยางอะไหล่ (124) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการขโมยยางอะไหล่สำหรับกรณีที่เป็นรถ กระบะ และตัวตรวจรู้การเปิดปิดฝากระโปรงท้าย (125) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงท้ายรถยกขึ้นเพื่อ การโจรกรรม
9. ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ ที่ประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ (201) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะ (202) เพื่อป้อนกระแส ไฟฟ้าเข้าสู่แหล่งจ่ายไฟ (201) โดยที่ขั้วสายไฟของแหล่งจ่ายไฟ (201) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการ สตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ประกอบขึ้นด้วยไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโครสวิตซ์ที่ สอง (205) ที่ถูกประกอบติดตั้งอยู่ติดกันภายในตัวเรือนเดียวกัน โดยที่ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโคร สวิตซ์ที่สอง (205) จะถูกติดตั้งในลักษณะที่ทำงานพร้อมกันตามสถานะการทำงานดึงล็อคและปลดล็อคของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ของยานพาหนะ ซึ่งเมื่ออยู่ใน สถานะปลดล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านตลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโคร สวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (205) จะอยู่ในตำแหน่งขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) และเมื่ออยู่ในสถานะล็อคของอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์ หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ไมโครสวิตซ์ที่หนึ่ง (204) และไมโครสวิตซ์ที่สอง (205) จะอยู่ในตำแหน่งของคอมมอน (COM) และขาปกติ เปิด (NC) โดยที่สายไฟสตาร์ท (ST) หรือสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) หรือสายไฟเบรกของแหล่ง แหล่งจ่ายไฟ (201) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้ากับขาคอมมอน (COM) และขาปกติปิด (NC) ของไมโครสวิตซ์ ที่หนึ่ง (204) โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) สำหรับควบคุมและประมวลผลข้อมูลการทำงานของ อุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคกียร์ดังกล่าว และของระบบกันขโมยภายใน ยานพาหนะ ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟ (201) และ ชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ดดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับ แหล่งจ่ายไฟ (201) ผ่านทางสายไฟที่ต่อตรงมาจากแบตเตอรี่ (B+) และสายไฟที่บิดสวิตซ์กุญแจรถยนต์ไปยัง ตำแหน่งคีย์ออน (Key on) หรือจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ และโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูก เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับชุดตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ (203) ผ่านทางขาคอมมอน (COM) ขาปกติปิด (NC) และขา ขาปกติเปิด (NO) ของไมโครสวิตซ์ที่สอง (205) ชุดอุปกรณ์ควบคุมการล็อคประตูด้วยเซ็ลทรัลล็อค (219) ประกอบขึ้นด้วยหน่วยควบคุมการล็อค ประตู (220) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับมอเตอร์ของเซ็ลทรัลล็อค (221) และสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (222) โดยที่หน่วยควบคุมการล็อคประตู (220) จะเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ในตำแหน่งปลดล็อคและล็อคของสวิตซ์ควบคุมเซ็ลทรัลล็อค (222) ตามลำดับ โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (223) ที่อยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ โดยที่ชุดป้องกันการตัดสายไฟ (223) ประกอบขึ้นด้วย ฟิวส์ที่หนึ่ง (F1) (224) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าสำรองไปให้กับไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรง ดันไฟฟ้า (212) กับหลอดไฟแอลอีดี (LED) (211) ของโมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) โดยที่ฟิวส์ ที่หนึ่ง (F1) (224) จะถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก (225) เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับ โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) และ ไซเรน (226) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับรีเลย์ (227) สำหรับเป็นสวิตซ์ตัด-ต่อวงจรที่ถูกเชื่อม ต่อทางไฟฟ้าเข้ากับโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล (206) เพื่อส่งสัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของ เสียงเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น 1
0. ระบบป้องกันการโจรกรรมยานพาหนะ ตามข้อถือสิทธิ 9 ซึ่งโมดูลหน่วยควบคุมการประมวล ผล (206) ที่มีหน่วยประมวลผล (207) สำหรับรับและส่งสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ล็อคก้านเบรค/ก้านคลัตซ์ ของรถยนต์หรืออุปกรณ์ล็อคเกียร์ดังกล่าว ระบบกันขโมยในยานพาหนะดังกล่าวและตัวตรวจรู้ต่างๆ โดย ที่หน่วยประมวลผล (207) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับหน่วยขับเคลื่อนการทำงาน (208) ที่เชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้า กับอุปกรณ์บัสเซอร์ (Buzzer) (209) แตรของยานพาหนะ (210) และหลอดไฟแอลอีดี (LED) (211) สำหรับส่ง สัญญาณเตือนออกมาในรูปแบบของเสียงหรือแสงไฟเมื่อเกิดการโจรกรรมขึ้น และหน่วยประมวลผล (207) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (212) เพื่อควบคุมแรงดันแรงดันไฟฟ้าจาก 12 โวลท์ให้ เหลือ 5 โวลท์ โดยที่โมดูลหน่วยควบคุมการประมวลผล (206) ถูกเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับตัวตรวจรู้ความสั่น สะเทือน (213) สำหรับตรวจจับการสั่นสะเทือนในตำแหน่ง่างๆ ที่กำหนดของยานพาหนะที่เกิดขึ้นจากการ โจรกรรม ตัวตรวจรู้ที่คอนโซลเกียร์ (214) สำหรับตรวจจับเมื่อมีการถอดรื้อหรือทำลายคอนโซลเกียร์ของยาน พาหนะ ตัวตรวจรู้กระโปรงหน้าถูกยกขึ้น (215) สำหรับตรวจจับเมื่อกระโปรงหน้ารถถูกยกขึ้นเพื่อการโจร กรรม ตัวตรวจรู้สวิตซ์ประตูแต่ละบานหรือหลอดไฟในห้องโดยสาร (216) สำหรับตรวจจับสัญญาณที่ผิด ที่ผิดปกติเมื่อมีการเปิดประตูรถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวตรวจรู้ล้อยางอะไหล่ (217) สำหรับตรวจจับเมื่อ มีการขโมยยางอะไหล่สำหรับกรณีป็นรถกระบะ และตัวตรวจรู้การเปิดปิดฝากระโปรงท้าย (218) สำหรับ ตรวจจับเมื่อกระโปรงท้ายรถถูกยกขึ้นเพื่อการโจรกรรม
TH1403001399U 2014-10-29 ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ TH11682A3 (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH11682C3 TH11682C3 (th) 2016-07-01
TH11682A3 true TH11682A3 (th) 2016-07-01

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US4327353A (en) Security system
US5547208A (en) Vehicle safety exit apparatus
CN104044556A (zh) 车用智能防盗报警装置
JP2011245968A (ja) 車両用制御装置
JPH04503194A (ja) 安全装置
JP2005008124A (ja) 車両用電装品の盗難防止装置
TH11682A3 (th) ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ
TH11682C3 (th) ระบบป้องกันการโจรกรรมของยานพาหนะ
JP4171857B2 (ja) 車両の警報装置
CN102405159B (zh) 车辆用警报装置
CN212289658U (zh) 汽车车门未关提醒报警系统
RU2209146C1 (ru) Система обеспечения безопасности транспортного средства
US3656102A (en) Vehicular antitheft device having relay switches for interrupting induction coil circuit and for activating an alarm
US9776598B2 (en) Vehicle alarm device
RU2242379C1 (ru) Система управления электрическими устройствами автомобиля
CN103029679B (zh) 一种隐性的汽车防盗装置
JP2008290504A (ja) 車両盗難防止装置
JP7652974B1 (ja) 車両の盗難防止装置
WO1989002379A1 (en) Improvements in or relating to security device or alarm
JP3181463U (ja) 車両用防犯装置
JP2026013142A (ja) 車両の盗難防止装置
RU124511U1 (ru) Дымовое автомобильное сигнальное устройство
WO1998031575A1 (en) Automotive starter security module
CN113544811A (zh) 自动诊断安全报警系统
KR20100066241A (ko) 차량용 도난 방지 장치