TH10804B - วิธีการใหม่ในการเตรียมซิลิคาจากการตกตะกอน ซิลิ?คาจากการตกตะกอนแบบใหม่และการใช้ในการเสริมความ?แข็งแรงของสารยืดหยุ่นประเภทยาง (elastomers) - Google Patents

วิธีการใหม่ในการเตรียมซิลิคาจากการตกตะกอน ซิลิ?คาจากการตกตะกอนแบบใหม่และการใช้ในการเสริมความ?แข็งแรงของสารยืดหยุ่นประเภทยาง (elastomers)

Info

Publication number
TH10804B
TH10804B TH9201000900A TH9201000900A TH10804B TH 10804 B TH10804 B TH 10804B TH 9201000900 A TH9201000900 A TH 9201000900A TH 9201000900 A TH9201000900 A TH 9201000900A TH 10804 B TH10804 B TH 10804B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
silica
precipitation
ranging
precipitated
microns
Prior art date
Application number
TH9201000900A
Other languages
English (en)
Other versions
TH12611A (th
Inventor
ราเบย์แรง นายมิเชล
เชอวาลลีเอว์ นายโยนิค
Original Assignee
นายดำเนิน การเด่น
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
โรน พูลองค์ ชีมี
Filing date
Publication date
Application filed by นายดำเนิน การเด่น, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา, โรน พูลองค์ ชีมี filed Critical นายดำเนิน การเด่น
Publication of TH12611A publication Critical patent/TH12611A/th
Publication of TH10804B publication Critical patent/TH10804B/th

Links

Abstract

การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการใหม่สำหรับเตรียมซิลิคาจากการตกตะกอน ที่มีการปรับปรุงความสามารถในการแพร่กระจายและคุณสมบัติในการเสริมความแข็งแรงให้ดีขึ้น ทั้งยังเกี่ยวข้องกับซิลิคาแบบใหม่ในรูปแกรนูล, ผงหรือเม็ดที่มีลักษณะส่วนใหญ่เป็นรูปทรงกลม ซิลิคาเหล่านี้มีลักษณะจำเพาะที่มักจะมีทั้งพื้นที่ผิวจำเพาะ BET (BET specific surface area)และพื้นที่ผิวจำเพาะ CTAB (CTAB specific surface area)ประมาณ 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม และที่มีปริมาตรของรู(pore udume) ที่ประกอบด้วยจากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง175 ถึง 275 อังสตรอม (A) เป็นจำนวนอย่างน้อยที่สุด 50% ของปริมาตรของรูทั้งหมดรวมกันของรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ใหญ่กว่า 400 อังสตรอม ในกรณีของผงและรูปลูกกลม(balls) และอย่างน้อยที่สุด 60% ในกรณีของแกรนูลนอกจากนั้นแกรนูลจะมีอัตราการสึกกร่อนเนื่องจากการเสียดสีต่ำกว่า 20% มีค่าการดูดซึมน้ำมัน DOP (DOP oil absorptionvalue) จาก 180 ถึง 300 มิลลิลิตร/100 กรัม และลูกกลมมีขนาดโดยเฉลี่ยอย่างน้อยที่สุด 80 ไมครอน การประดิษฐ์นี้ยังเกี่ยวข้องกับการใช้ซิลิกาดังกล่าวเป็นตัวเติมเพื่อเสริมความแข็งแรงของสารประเภทยาง การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการใหม่สำหรับเตรียมซิลิคาจากการตกตะกอนซิลิคาจากการตกตะกอนบางอย่าง ซึ่งอาจเตรียมได้จากวิธีการนั้น, ซิลิคา จากการตกตะกอนในรูปของแกรนูล,ผงหรือลูกกลมที่ส่วนใหญ่เป็นรูปทรงกลมและประโยชน์ของมันในการใช้เป็นตัวเติมสำหรับเสริมความแข็งแรงสารยึดหยุ่นประเภทยาง

Claims (73)

1. ผงซิลิคาจากการตกตะกอนที่มีพื้นผิวจำเพาะBET อยู่ในช่วย 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม มีพื้นที่จำเพาะ CTAB อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม มีการดูดซึมน้ำมัน DOP อยู่ในช่วง 180 ถึง 350 มิลลิลิตร/กรัม และมีการกระจายของขนาดของรู โดยที่ปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงจาก 175 ถึง 275 อัสตรอมประกอบเป็นอย่างน้อยที่สุด 50% ของปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ไม่ใหญ่กว่า 400อังสตรอม
2. ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 มีความหนาแน่นจากการเติมให้เต็มในสภาพอัดแน่นอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 0.17
3. ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 2 ที่มีความหนาแน่นจากการเติมให้เต็มในสภาพอัดแน่นอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 0.2 ถึง 0.3
4. ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 2 โดยที่มีอัตรส่วนของพื้นผิวที่จำเพาะ BET/CTAB ซึ่งอยู่ในช่วงจาก 1.0 ถึง 1.2:1
5. ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 ที่มีขนาดอนุภาคโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงจาก 10 ถึง 30 ไมครอน
6. ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 ที่มีพื้นที่ผิวจำเพาะ BET อยู่ในช่วงจาก 150 ถึง 190 ตารางเมตร/กรัม ที่มีพื้นผิวจำเพาะ CTAB อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 180 ตารางเมตร/กรัม และมีการดูดซึมน้ำมัน DOP อยู่ในช่วงจาก 200 ถึง 345 มิลลิลิตร/100 กรัม
7.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 มีปริมาตรานของรูรวมทั้งหมดอยู่ในช่วงจาก 3 ถึง 5 ลูกบาศก์เซ็นติเมตร/กรัม
8.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 มีการกระจายตัวของขนาดของรูปเพื่อที่ว่าปริมาตรที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงจาก 175 ถึง 275 อังสตรอมประกอบเป็นอย่างน้อยที่สุด 60% ของปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่มากกว่า 400 อังสตรอม
9.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 ที่แสดงปัจจัยการแยกการรวมกลุ่มด้วยเสียงความถี่สูงยิ่งยวด (ultrasonic deagglomeration factor) มากกว่า 6 มิลลิลิตร
10.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 9 ที่แสดงปัจจัยการแยกการรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความถี่สูงยิ่งยวดมากกว่า 6.5 มิลลิลิตร
11.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 4.5 ไมครอนหลังจากการแยกการรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความถี่สูงยิ่งยวด
12.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 11 ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 4 ไมครอนหลังจากการแยกรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความถี่สูงยิ่งยวด
13.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 7 ไมครอน และมีความหนืด BROOKFIELD อย่างน้อยที่สุด 20 พาสคาล. วินาที หลังจากการบดครั้งแรกของมัน
14.ผงซิลาคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 13 ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางงของอนุภาคโดยเฉลี่ยประมาณ 6 ไมครอน และมีความหนืด BROOKFIELD อย่างน้อยที่สุด 30พาสคาล. วินาที หลังจากการบดครั้งแรกของมัน
15.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนรูปทรงกลมของแข็งที่เป็นเนื้อเดียวกันที่มีขนาดของอนุภาคโดยเฉลี่ยอย่างน้อยที่สุด 80 ไมครอน มีพื้นที่ผิวจำเพาะ BET อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม มีพื้นที่ผิวจำเพาะ CTAB อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม มีปริมาตรของรูรวมทั้งหมดอย่างน้อยที่สุด 2.5 ลูกบาศก์เซ็นติมเมตร/กรัม และมีการกระจายตัวของขนาดของรูโดยที่ปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วง 175 ถึง 275 อังสตรอม ประกอบเป็นอย่างน้อยที่สุด 50% ของปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่มากกว่า 400 อังสตรอม
16.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีความหนาแน่นจากการเติมให้เต็มในสภาพอัดแน่นอย่างน้อยที่สุด 0.17
17.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 16 ที่มีความหนาแน่นจากการเติมให้เต็มในสภาพอัดแน่นอยู่ในช่วงจาก 0.2 ถึง 0.32
18.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีอัตราส่วนของพื้นที่ผิวจำเพาะ BET/CTAB ซึ่งอยู่ในช่วงจาก 1.0 ถึง 1.2:1
19.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีขนดาอนุภาคโดยเฉลี่ยอย่างน้อยที่สุด 100 ไมครอน
20.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 19 ที่มีขนาดของอนุภาคโดยเฉลี่ยอย่างน้อยที่สุด 150 ไมครอน
21.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีขนาดของอนุภาคโดยเฉลี่ยสูงได้ถึง 30 ไมครอน
22.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีขนาดของอนุภาคโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงจาก 100 ถึง 250 ไมครอน
23.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีพื้นที่ผิวจำเพาะ BETอยู่ในช่วงจาก 150 ถึง 190 ตารางเมตร/กรัม มีพื้นที่ผิวจำเพาะ CTAB อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 180 ตารางเมตร/กรัม และมีการดูดซึมน้ำมัน DOP อยู่ในช่วงจาก 200 ถึง 350 มิลลิลิตร/ 100 กรัม
24.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 มีปริมาตรของรูรวมทั้งหมดอยู่ในช่วงจากประมาณ 3 ถึง 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร/กรัม
25.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีการกระจายตัวของขนาดของรูโดยที่ปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงจาก 175 ถึง 275 อังสตรอม ประกอบเป็นอย่างน้อยที่สุด 60% ของปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่มากกว่า 400 อังสตรอม
26.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่แสดงปัจจัยการแยกจากการรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความถี่ยิ่งยวดที่มากกว่า 5.5 มิลลิลิตร
27.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 26 ที่แสดงปัจจัยการแยกจากการรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความสูงยิ่งยวดมากกว่า 6.4 มิลลิลิตร
28.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยที่น้อยกว่า ไมครอนหลังจากการแยกจากการรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความถี่สูงยิ่งยวด
29.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 28 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 4.5 ไมครอนหลังตากการแยกการรวมกลุ่มด้วยเสียงที่มีความถี่สูงยิ่งยวด
30.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 8.5 ไมครอน และมีความหนืด BROOLFIELD อย่างน้อยที่สุด 13พาสคาล.วินาที หลังจากการบดครั้งที่หนึ่งของมัน
31.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 30 ที่มีความหนืด BROOKFILED อย่างน้อยที่สุด 30 พาสคาล.วินาที หลังจากการบดครั้งที่หนึ่งของมัน
32.เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างที่มีพื้นที่ผิวจำเพาะ BET อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม มีพื้นที่ผิวจำเพาะ CTAB อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 200ตารางเมตร/กรัม มีการดูดซึมน้ำมัน DOP อยู่ในช่วงจาก 150 ถึง 350 มิลลิลิตร/ 100 กรัม มีการกระจายตัวของขนาดรูโดยที่ปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดสเนผ่าศุนย์กลางอยู่ในช่วงจาก 175 ถึง 275 อังสตรอม ประกอบเป็นอย่างน้อยที่สุด 60% ของปริมาตรของรูที่ได้จากรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่มากกว่า 400 อังสตรอมและที่แสดงระดับของการสึกหรอน้อยกว่า 20%
33.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ที่แสดงระดับของการสึกหรอน้อยกว่า 15%
34.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ที่มีความหนาแน่นจากการเติมให้เต็มในสภาพอัดให้แน่นอย่างน้อยที่สุด 0.27
35.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 34 ที่มีความหนาแน่นจากการเติมให้เต็มในสภาพอัดให้แน่นสูงได้ถึง 0.37
36.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 โดยทีอัตราส่วนของพื้นที่ผิวจำเพาะ BET/CTAB ซึ่งอยู่ในช่วงจาก 0.1 ถึง 1.2:1
37.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ที่มีพื้นผิวจำเพาะ BET อยู่ในช่วงจาก 150 ถึง 190 ตารางเมตร/กรัม มีพื้นที่ผิวจำเพาะ CTAB อยู่ในช่วงจาก 140 ถึง 180 ตารางเมตร/กรัม และมีการดูดซัมน้ำมัน DOP อยู่ในช่วงจาก 180 ถึง 300 มิลลิลิตร/กรัม
38.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิที่มีปริมาตรของรูรวมทั้งหมดอยู่ในช่วงจากประมาณ 1.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร/กรัม
39.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ที่มีการกระจายตัวของขนาดรูโดยที่ปริมาตรของรูที่ได้โดยรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วงจาก 175 ถึง 275 อังสตรอม ประกอบเป็นอย่างน้อยที่สุด 65% ของปริมาตรของรูที่ได้โดยรูที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่มากกว่า 400 อังสตรอม
40.ชิ้นซิลิคาจากการทำให้ตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์ของอนุภาคที่น้อยกว่าประมาณ 7 ไมครอน และมีความหนืด BROOKFIELD อย่างน้อยที่สุด 10 พาสคาล.วินาที หลังจากการบดครั้งที่หนึ่งของมัน
41.ชิ้นซิลิคาตากการตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่มีรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 40 มรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 6 ไมครอนและมีความหนืด BTOOKFIELD สูงได้ถึง 30 พาสคาล.วินาที หลังจากการบดพลายครั้งของมัน
42.ชิ้นซิลิคาตากการตกตะกอนที่ทำใหเป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ประกอบด้วยผงที่เกิดจากการรวมกลุ่มกัน
43.ชิ้นซิลิคาจากากรตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่มีรูปร่างตามที่นิยมโดยข้อถือสิทธิ 32 ที่ประกอบด้วย แกรนูล
44.ชิ้นซิลิคาจากการตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32ประกอบด้วยส่วนที่ได้จากการอัดรีด (extradate)
45.ชิ้นซิลิคาจากการตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 เป็นรูปทรงกลม รูปทรงกระบอกที่มีด้านหกด้านในรูปทรงเราขาคณิต
46.ชิ้นซิลิคาจากการตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ประกอบด้วย เม็ดเพลเลท หรือ เวเฟอร์ (wafer)
47.เตรียมเม็ดซิลิคาจาการตกตะกอนโดยการทำปฏิกิริยาซิลิเคทกับสารที่เป็นกรดที่ประกอบด้วย (I) การใส่สารที่เป็นกรดดังกล่าวลงไปในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาที่เป็นของเหลว ซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของซิลิเคทที่ต้องการสำหรับการทำปฏิกิริยาอย่างสมบูรณ์และอิเล็คโทรไลท์เพื่อปรับค่า pH ของตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวให้มีค่าอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 7 โดยความเข้มข้นของซิลิคาในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวน้อยกว่า 100 กรัม/ลิตร และของอิเล็คโทรไลท์น้อยกว่า 17 กรัม/ลิตร (ii) ต่อจากนั้นใส่สารที่เป็นกรดเพิ่มเติมและซิลิเคทที่ต้องการที่ยังคงเหลือใดๆ ก็ตามลงไปในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวเพื่อผลิตสารแขวนลอยของผงซิลิคาที่ตกตะกอนที่มีปริมาณของแข็งในขณะที่แห้งไม่มากเกินกว่า 24%โดยน้ำหนัก และ (iii) แยกเม็กซิลิคาที่ตกตะกอนออกและทำให้แห้ง
48.เตรียมเม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนโดยกรรมวิธีที่ระบุโดยข้อถือสิทธิ 47 ที่ประกอบด้วย (iii) การทำเม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนดังกล่าวให้แห้งด้วยการพ่นเป็นละออง
49.เม็ดซิลิคาจากาการตำตะกอนที่เตรียมโดยกรรมวิธีที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 47 ยังประกอบด้วย (iv) บดเม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนที่ทำให้แห้งแล้วให้ละเอียดต่อไป
50.เม็ดซิลิคาจากการตำตะกอนที่เตรียมโดยกรรมวิธีตาที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 49 ยังประกอบด้วย (v) การทำให้ผงซิลิคาจากการตกตะกอนที่บดให้ละเอียดแล้วนั้นมีการรวมกลุ่มกันต่อไป
51.ผงซิลิคาจากการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 1 มีปริมาตรของรูรวมทั้งหมดอย่างน้อยที่สุด 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร/กรัม และมีขนาดของอนุภาคโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงจาก 5 ถึง 70 ไมครอน
52.เม็ดซิลิคาจาการตกตะกอนตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 15 ที่มีการดูดซึมน้ำมัน DOP อยู่ในช่วงจาก 180 ถึง 400 มิลิลิตร/100กรัม
53.ซิลิคาจากการตกตะกอนที่ทำให้เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างตามที่นิยามโดยข้อถือสิทธิ 32 ที่มีปริมาตรของรูรวมทั้งหมดอย่างน้อยที่สุด 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร/กรัม และมีขนาดจาก 1 ถึง 10 มิลลิเมตร
54.กรรมวิธีสำหรับการเตรียมเม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนโดยการทำปฏิกิริยาซิลิเคทกับสารที่เป็นกรดที่ประกอบด้วย (i) การใส่สารที่เป็นกรดดังกล่าวลงไปในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาที่เป็นของแหลว ซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อบที่สุดส่วนหนึ่งของ.ซิลิเคทที่ต้องการสำหรับการทำปฎิกิริยาอย่างสมบูรณ์ และอิเล็กโทรไลท์เพื่อปรับค่า pH ของตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวให้มีค่าอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 7 โดยที่ความเข้มข้นของซิลิคาในตัวกลางสำหรับทำปฏิกิริยาดังกล่าวน้อยกว่า 100 กรัม/ลิตร และของอิเล็กโทรไลท์น้อยกว่า 17 กรัม/ลิตร (ii) ต่อจากนั้นใส่สารที่เป็นกรดเพิ่มเคติมและซิลิเคทที่ต้องการที่ยังคงเหลือใดๆ ก็ตามลงไปในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวเพื่อผลิตสารแขวนลอยของเม็ดซิลิคาที่ตกตะกอนที่มีปริมาณของแข็งแห้งไม่มากกว่า 24% โดยน้ำหนักแล(iii) แยกเม็ดซิลิตาที่ตกตะกอนดังกล่าวออก และทำให้แห้ง
55.กรรมวิธีดังที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 โดยที่ความเข้มข้นของอิเล็กโทรไลท์ดังกล่าวในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาที่เป็นของเหลวตอนเริ่มต้นให้น้อยกว่า 14 กรัม/ลิตร
56.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่ประกอบด้วยการใส่สารที่เป็นกรดเพิ่มเติมลงไปในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าว หลังจากการเติมปริมาณของซิลิเคทที่ต้องการทั้งหมดลงไปในนั้น เพื่อปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงจาก 3 ถึง 6.5
57.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่ขั้นตอน (i) ตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาประกอบด้วยปริมาณของซิลิเคทที่ต้องการทั้งหมดสำหรับการทำปฏิกิริยาโดยสมบูรณ์
58.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 โดยที่สารแขวนลอยของเม็ดซิลิคาที่ตกตะกอนที่ผลิตขึ้นดังกล่าวมีปริมาณของแข็งแห้งมากกว่า 18% โดยน้ำหนัก
59.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 58 โดยที่ปริมาณของแข็งแห้งดังกล่าวมากกว่า 20% โดยน้ำหนัก
60.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่ประกอบด้วย (iii) การทำเม็ดซิลิคาที่ตกตะกอนดังกล่าวให้แห้งด้วยการพ่นเป็นละออง
61.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ยังประกอบด้วย (iv) การบดเม็ดที่ซิลิคาที่ตกตะกอนที่ทำให้แห้งแล้วเป็นผงละเอียดต่อไป
62.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 61 ที่ประกอบด้วย (iv) การบดเม็ดซิลิคาที่ตกตะกอนที่ทำให้แห้งแล้วให้ละเอียด
63.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 61 ยังประกอบด้วย (v) การทำผงซิลิคาที่ตกตะกอนที่บดให้ละเอียดแล้วนั้นให้มีการรวมตัวกัน
64.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 60 โดยการทำให้แห้งด้วยการพ่นเป็นละอองดังกล่าวประกอบด้วยการพ่นเป็นละอองแบบนมหนูหรือเทอร์ไบน์
65.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่สารทำปฏิกิริยาซิลิเคทดังกล่าวประกอบด้วยโลหะแอลคาไลซิลิเคท
66.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 65 ที่โลหะแอลคาไลซิลิเคทดังกล่าวมีอัตราส่วนของ SiO2/Ns2O อยู่ในช่วงจาก 2 ถึง 4.1
67.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่สารที่เป็นกรดดังกล่าวประกอบด้วยกรดซัลฟูริค กรดไนตริก กรดไฮโดรคลอริก กรดแอซีติก กรดฟอร์มิก หรือกรดคาร์บอนิค
68.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 โดยที่ความเข้มข้นของซิลิคาในตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวน้อยกว่า 80 กรัม/ลิตร
69.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 68 ที่มีความเข้มข้นของซิลิคามรตัวกลางสำหรับการทำปฏิกิริยาดังกล่าวน้อยกว่า 70 กรัม/ลิตร
70.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่ดำเนินการที่อุณหภูมิอยู่ในช่วงจาก 70 องศาเซลเซียส ถึง 98 องศาเซลเซียส
71.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนมีขนาดอนุภาคโดยเฉลี่ยเท่ากับ 10 ถึง 70 ไมครอน
72.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนมีพื้นฐานเป็นเม็ดรูปทรงกลมที่มีขนาดของอนุภาคอย่างน้อยที่สุด 80 ไมครอน
73.กรรมวิธีตามที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิ 54 ที่เม็ดซิลิคาจากการตกตะกอนมีพื้นที่ผิวจำเพาะ BET เท่ากับ 140 ถึง 200 ตารางเมตร/กรัม
TH9201000900A 1992-06-26 วิธีการใหม่ในการเตรียมซิลิคาจากการตกตะกอน ซิลิ?คาจากการตกตะกอนแบบใหม่และการใช้ในการเสริมความ?แข็งแรงของสารยืดหยุ่นประเภทยาง (elastomers) TH10804B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH12611A TH12611A (th) 1993-05-10
TH10804B true TH10804B (th) 2001-08-14

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2092435C1 (ru) Осажденный диоксид кремния и способ его получения
AU743439B2 (en) Precipitated silica used as reinforcing filler for elastomers
KR0164039B1 (ko) 침강 실리카
US5403570A (en) Dispersible silica particulates
US6663963B2 (en) Very high structure, highly absorptive hybrid silica and methods for making same
AU708040B2 (en) New process for the preparation of precipitated silica, new precipitated silicas containing aluminium and their use for the reinforcement of elastomers
AU737043B2 (en) Silica-base rubber composition intended for the manufacture of road tires of improved resistance to rolling
AU709789B2 (en) New process for the preparation of precipitated silica, new precipitated silicas containing aluminium and their use for the reinforcement of elastomers
JP2004522682A (ja) アルミニウムを含有する沈降シリカの製造法
JPH02302312A (ja) 球体状のシリカ、その製造法及びエラストマーの補強への使用
TW393503B (en) New process for the preparation of precipitated silica, new precipitated silicas containing zinc and their use for the reinforcement of elastomers
KR100476150B1 (ko) 침강 실리카 기재 지지체 상에 흡수된 액체 함유 조성물
RU99103625A (ru) Осажденный кремнезем, используемый в качестве упрочняющего материала для эластомеров
US6001322A (en) Precipitated silicas
US6169135B1 (en) Precipitated silica
JP6258131B2 (ja) 疎水性エアロゲル粉体、その製造方法、および、それを用いた充填剤
JP4059368B2 (ja) 微小粒子状シリカゲル及び金属化合物微粒子内包粒子状シリカゲル
WO1998050305A1 (en) Improved silicas for use in rubber
TH12611A (th) วิธีการใหม่ในการเตรียมซิลิคาจากการตกตะกอน ซิลิ?คาจากการตกตะกอนแบบใหม่และการใช้ในการเสริมความ?แข็งแรงของสารยืดหยุ่นประเภทยาง (elastomers)
WO1999029623A1 (en) Precipitated amorphous silicas having improved physical properties
CA2292819A1 (en) Process for the production of a precipitated silica slurry with a controlled aggregate particle size distribution
JPH0789721A (ja) 球状の導電性チタン化合物及びその製造方法
Hiragushi Properties of Spherical Alumina Particles Obtained by Oxy-Propane Gas Flame Spraying
TH35864B (th) ซิลิคาที่ตกตะกอนชนิดใหม่ กรรมวิธีสำหรับการ?เตรียมและการใช้สำหรับอีลาสโตเมอร์เสริมความแข็ง?แรง
TH19080A (th) ซิลิคาที่ตกตะกอนชนิดใหม่ กรรมวิธีสำหรับการเตรียมและการใช้สำหรับอีลาสโตเมอร์เสริมความแข็งแรง