TH96069A - แอนตี้-tat226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกต - Google Patents

แอนตี้-tat226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกต

Info

Publication number
TH96069A
TH96069A TH701001165A TH0701001165A TH96069A TH 96069 A TH96069 A TH 96069A TH 701001165 A TH701001165 A TH 701001165A TH 0701001165 A TH0701001165 A TH 0701001165A TH 96069 A TH96069 A TH 96069A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
amino acid
acid sequence
seq
hvr
antibody
Prior art date
Application number
TH701001165A
Other languages
English (en)
Inventor
ซาคานากะ นายเซียะ
วู นายยัน
จิง เหลียง นายเว่ย
Original Assignee
เจเนนเทค
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางวรนุช เปเรร่า
นายธเนศ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by เจเนนเทค, นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางวรนุช เปเรร่า, นายธเนศ เปเรร่า filed Critical เจเนนเทค
Priority to TW96109168A priority Critical patent/TWI406871B/zh
Publication of TH96069A publication Critical patent/TH96069A/th

Links

Abstract

DC60 (08/06/50) แอนตี้-TAT226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกตของสิ่งเหล่านี้ถูกจัดเตรียม วิธีการของการใช้แอนตี้-TAT226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกตของสิ่งเหล่านี้ถูกจัดเตรียม แอนตี้-TAT226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกตของสิ่งเหล่านี้ถูกจัดเตรียม วิธีการของการใช้แอนตี้-TAT226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกตของสิ่งเหล่านี้ถูกจัดเตรียม

Claims (100)

------04/06/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 6 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. โมโนโคลนอล แอนตี้บอดี้ซึ่งยึดเกาะกับ TAT226, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย (1)HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 4; (2)HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมีโนของ SEQ ID NO : 5; (3)HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 7-10; (4)HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 12; (5)HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 13; และ (6)HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 15- 18, โดยที่แอนตี้บอดี้ด้งกล่าวซึ่งยึดเกาะ TAT226 มีค่าคงที่การแตกตัว (KD) ของ < 10 นาโนโมลาร์ 2. โมโนโคลนอล แอนตี้บอดี้ซึ่งยึดเกาะกับ TAT226, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย (a), (b), (c) หรือ (d): (a) (1)HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 4; (2)HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO :5; (3)HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 7; (4)HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO :12; (5)HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 13; และ (6)HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ เอ NO : 15 (b) (1)HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 4; (2)HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO :5; (3)HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO :8; (4)HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 12; (5)HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 13; และ (6)HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 16 หน้า 2 ของจำนวน 6 หน้า (C) (1)HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดิบของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 4; (2)HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 5; (3)HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 9; (4)HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 12; (5)HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 13; และ (6)HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 17 (d) (1)HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 4; (2)HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 5; (3)HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 10; (4)HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 12; (5)HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 13; และ (6)HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 18 3. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 2(c) 4. นอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 2(d) 5. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, กังประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งโครงร่างที่ถูกเลือก จากโครงร่างอนุรักษ์ III กลุ่มย่อย VH และโครงร่างอนุรักษ์ I กลุ่มย่อย VL 6. โมโนโคลนอล แอนตี้บอดี้ซึ่งยึดเกาะกับ TAT226, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย โดเมนที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อย 95% ความเหมือนลำดับกับลำดับกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 22-25 และโดเมนที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อย 95% ความเหมือนลำดับกับลำดับ กรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 27-30, และโดยที่แอนตี้บอดี้ดงกล่าวยึดเกาะกับ TAT226 มี ค่าคงที่การแตกตัว (KD) ของ < 10 นาโนโมลาร์ หน้า 3 ของจำนวน 6 หน้า 7. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 6, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยโดเมนที่กันแปรของ โซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อย 95% ความเหมือนลำดับกับลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 24 และโดเมน ที่กันแปรของโซ่ไลท์ที่มือย่างน้อย 95% ความเหมือนลำดับกับลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 29 8. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 7, โดยที่โดเมนที่กันแปรของโซ่เฮฟวี่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 24, และโดเมนที่กันแปรของโซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 29 9. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 6, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยโดเมนที่กันแปรของ โซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อย 95% ความเหมือนลำดับกับลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO :25 และโดเมน ที่กันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อย 95% ความเหมือนลำดับกับลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 30 10. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 9, โดยที่โดเมนที่กันแปรของโซ่เฮฟวี่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 25, และโดเมนที่กันแปรของโซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิ โนของ SEQ ID NO : 30 11. แอนตี้บอดี้ตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 2 หรือ 6, โดยที่แอนตี้บอดี้คือ ชิ้นส่วนแอนตี้บอดี้ที่ถูกเลือกจาก Fab, Fab’-SH, Fv, scFv, หรือชิ้นส่วน (Fab)'2 12. แอนตี้บอดี้ตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 2 หรือ 6, โดยที่แอนตี้บอดี้ที่ถูกทำ ให้มีลักษณะของมนุษย์ 13. อิมมูโนคอนจูเกดประกอบด้วยแอนตี้บอดี้ซึ่งยึดเกาะกับ TAT226 ตามที่ถูกนิยาม ในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง 12 ถูกยึดติดแบบโควาเลนท์กับสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ 14. อิมมูโนคอนจูเกดของข้อถือสิทธิข้อที่ 13, โดยที่สารที่เป็นพิษต่อเซลล์ถูกเลือกจาก ทอกซิน, สารเคมีในการรักษา, ยาปฏิชีวนะ, ไอโซโทปกัมมันตรังสี, และเอนไซม์นิวคลีโอไลติก หน้า 4 ของจำนวน 6 หน้า 15. อิมมูโนคอนจูเกตที่มีสูตร Ab-(L-D)p, โดยที่ : (a) Ab คือโมโนโคลนอล แอนตี้บอดี้ตามที่ถูกนิยามในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง 13; (b) L คือตัวเชื่อม; (c) D คือยาของสูตร De หรือ DF (สูตรเคมี) และโดยที่ R2 และ R6 ต่างคือเมทธิล, R3 และ R4 ต่างคือไอโซโพรพิล, R5 คือ -H หรือเมทธิล, R7 คือเซค-บิวฑิล, R8 ต่างถูกเลือกอย่างเป็นอิสระซึ่งกันและกันจาก CH3, O-CH3, OH, และ H; R9 คือ H; R10 คืออัลริล; Z คือ -0- หรือ -NH-; R11 คือ H, C1-C8 อัลคิล, หรือ -(CH2)2-O- (CH2)2-O-(CH2)2-O-CH3; และ R18 คือ -C(R8)2-C(R8)2-อัลริล; และ (d) P คือช่วงตั้งแต่ประมาณ 1 ถึง 8 16. อิมมโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 15, โดยที่ตัวเชื่อมถูกยึดติดกับแอนตี้บอดี้ผ่าน หมู่ไธออลบนแอนตี้บอดี้ 17. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 15, โดยที่ยาถูกเลือกจาก MMAE และ MMAF 18. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่ยาคือ MMAE 19. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่ยาคือ MMAF หน้า 5 ของจำนวน 6 หน้า 20. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 17, โดยที่ตัวเชื่อมสามารถตัดได้โดยโปรตีเอส 21. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 20, โดยที่ตัวเชื่อมประกอบด้วย val-cit ไดเปปไทด์ 22. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 20, โดยที่ตัวเชื่อมประกอบด้วยหน่วย p-อะมิโนเบนซิล 23. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 20, โดยที่ตัวเชื่อมประกอบด้วย 6-มาลอิมมิโดคาโพรอิล 24. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 18, โดยที่อิมมูโนคอนจูเกตมีสูตร (สูตรเคมี) โดยที่ S คืออะตอมซัลเฟอร์, และ P อยู่ในช่วงตั้งแต่ 2 ถึง 5 25. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 19, โดยที่อิมมูโนคอนจูเกตมีสูตร (สูตรเคมี) โดยที่ S คืออะตอมซัลเฟอร์, และ P อยู่ในช่วงตั้งแต่ 2 ถึง 5 หน้า 6 ของจำนวน 6 หน้า 26. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ประกอบด้วยอิมมูโนคอนจูเกตตามที่ถูกนิยามในข้อใด ข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 14 ถึง 26 สำหรับใช้ในการรักษาของความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนเชลล์ มากกว่าปกติ 27. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่ความผิดปกติในการเพิ่ม จำนวนเซลล์มากกว่าปกติถูกเลือกจากโรคมะเร็งรังไข่, โรคมะเร็งของมดลูก, เนื้องอกของสมอง, และ เนื้องอกของวิลม์ 28. การใช้ของอิมมูโนคอนจูเกตตามที่ถูกนิยามในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 13 ถึง 25 ในการเตรียมของเภสัชภัณฑ์สำหรับการรักษาของความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนเซลล์มากกว่า ปกติ 29. การใช้ตามข้อถือสิทธิข้อที่ 28, โดยที่ความผิดปกติในการเพิ่มจำนวนเซลล์มากกว่า ปกติถูกเลือกจากโรคมะเร็งรังไข่, โรคมะเร็งของมดลูก, เนื้องอกของสมอง, และเนื้องอกของวิลม์ 30. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิข้อที่ 28, โดยที่ Ab คือโมโนโคลนอลตามที่ถูกนิยาม ในข้อถือสิทธิข้อที่ 2(c) หรือข้อถือสิทธิข้อที่ 8 31. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิข้อที่ 24, โดยที่ Ab คือโมโนโคลนอลตามที่ถูกนิยาม ในข้อถือสิทธิข้อที่ 2(d) หรือข้อถือสิทธิข้อที่ 10 32. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25, โดยที่ Ab คือโมโนโคลนอลตามทถูกนิยาม ในข้อถือสิทธิข้อที่ 2(c) หรือข้อถือสิทธิข้อที่ 8 33. อิมมูโนคอนจูเกตตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25, โดยที่ Ab คือโมโนโคลนอลตามที่ถูกนิยาม ในข้อถือสิทธิข้อที่ 2(d) หรือข้อถือสิทธิข้อที่ 10 ------------
1. แอนตี้บอดี้ยึดเกาะกับ TAT226, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย (a) HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่ลำดับที่อนุรักษ์ของ SEQ ID NO : 11: และ (b) อย่างน้อยหนึ่ง, สอง, สาม, สี่หรือห้า HVRs ที่ถูกเลือกจาก : (1) HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4; (2) HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5; (3) HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12; (4) HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13; และ (5) HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่อนุรักษ์ ของ SEQ ID NO : 19
2. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของ กรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่อนุรักษ์ของ SEQ ID NO : 19
3. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4 และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5
4. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 3, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12 และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
5. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-H3 ที่ประกอบ ด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 6-10
6. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 5, ที่ประกอบด้วย HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของ กรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 14-18
7. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 6 ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-L1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4 และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5
8. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 7, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-L1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12 และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
9. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 6, โดยที่ HVR-H3 ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 9, และ HVR-L3 ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 17
10. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 9, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4 และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5
11. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 10, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-L1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12 และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
12. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 6, โดยที่ HVR-H3 ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 10, และ HVR-L3 ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 18
13. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 12, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4 และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5
14. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 13, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-L1 ที่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12 และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
15. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วยอย่างน้อยหนึ่งโครงร่างที่ถูก เลือกจากโครงร่างอนุรักษ์หมู่ย่อย VH ที่ lll และโครงร่างอนุรักษ์หมู่ย่อย VL ที่ l
16. แอนดี้บอดี้ที่ยึดเกาะกับ TAT226, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วยโดเมนที่ผันแปรของ โซ่เฮฟวี่ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90 % กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 21-25.
17. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 16, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบเพิ่มเติมด้วยโดเมนที่ผัน แปรของโซ่ไลท์ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 26-31
18. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 16, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วยโดเมนที่ผันแปรของ โซ่เฮฟวี่ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 24
19. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 18, ที่ประกอบเพิ่มเติมด้วยโดเมนที่ผันแปรของโซ่ไลท์ ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
20. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 19, โดยที่โดเมนที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ประกอบด้วย ลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 24, และโดเมนที่ผันแปรของโซ่ไลท์ประกอบด้วยลำดับของกรด อะมิโน SEQ ID NO: 29
21. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 16, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วยโดเมนที่ผันแปรของ โซ่เฮฟวี่ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 25
22. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 21, ที่ประกอบด้วยโดเมนที่ผันแปรของโซ่ไลท์ ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 30
23. แอนดี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 22, โดยที่โดเมนที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO : 25, และโดเมนที่ผันแปรของโซ่ไลท์ประกอบด้วยลำดับของกรด อะมิโน SEQ ID NO : 30
24. โพลีนิวคลีโอไทด์ที่สื่อรหัสแอนตี้บอดี้ตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 16
25. เวคเตอร์ที่ประกอบด้วยโพลีนิวคลีโอไทด์ของข้อถือสิทธิข้อที่ 24
26. เซลล์เจ้าบ้านที่ประกอบด้วยเวคเตอร์ของข้อถือสิทธิข้อที่ 25
27. เซลล์เจ้าบ้านของข้อถือสิทธิข้อที่ 26, โดยที่เซลล์เจ้าบ้านคือยูคาริโอต
28. เซลล์เจ้าบ้านของข้อถือสิทธิข้อที่ 27, โดยที่เซลล์เจ้าบ้านคือเซลล์ CHO
29. วิธีการของการผลิตแอนตี้-TAT226 แอนตี้บอดี้, โดยที่วิธีการประกอบด้วย a) การเพาะเลี้ยงเซลล์เจ้าบ้านของข้อถือสิทธิข้อที่ 26 ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมสำหรับการแสดงออก ของโพลีนิวคลีโอไทด์ที่สือรหัสแอนตี้บอดี้, และ b) การแยกแอนตี้บอดี้
30. แอนตี้บอดี้ที่ยึดเกาะกับ TAT226 ที่แสดงออกบนพื้นผิวของเซลล์
31. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 30, โดยที่แอนตี้บอดี้ยึดเกาะกับอีพิโทพภายในบริเวณ ของ TAT226 จากกรดอะมิโน 21-115 ของ SEQ ID NO : 75
32. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 30, โดยที่เซลล์คือเซลล์มะเร็ง
33. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 32, โดยที่เซลล์มะเร็งคือเซลล์มะเร็งรังไข่, เซลล์เนื้องอกของสมอง, หรือเซลล์เนื้องอกของวิลม์
34. แอนตี้บอดี้ของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 16, หรือ 30, โดยที่แอนตี้บอดี้คือ โมโนโคลนอล แอนตี้บอดี้
35. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่แอนตี้บอดี้คือชิ้นส่วนแอนตี้บอดี้ที่ถูกเลือก จากชิ้นส่วน Fab, Fab'-SH, FV, scFv, or (Fab')2
36. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่แอนตี้บอดี้ถูกสร้างโดยมนุษย์
37. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่แอนตี้บอดี้คือมนุษย์
38. แอนตี้บอดี้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่แอนตี้บอดี้ยึดเกาะกับอีพิโทพที่เหมือนกัน เป็นแอนตี้บอดี้ที่ถูกเลือกจาก YWO.32, YWO.49, YWO.49.B7, YWO.49.C9, YWO.49.H2, และ YWO.49.H6
39. วิธีการของการตรวจภาวะที่มี TAT226 ในตัวอย่างทางชีววิทยา, วิธีการที่ประกอบด้วย การสัมผัสตัวอย่างทางชีววิทยาด้วยแอนตี้บอดี้ตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 16, หรือ 30 ภายใต้สภาวะที่ยอมให้มีการยึดเกาะของแอนตี้บอดี้กับ TAT226, และการตรวจวัดสารเชิงซ้อนที่ถูก สร้างระหว่างแอนตี้บอดี้และ TAT226
40. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 39, โดยที่ตัวอย่างทางชีววิทยาประกอบด้วยเซลล์เนื้องอก ของรังไข่, เซลล์เนื้องอกของสมอง, หรือเซลล์เนื้องอกของวิลม์
41. การใช้ของแอนตี้บอดี้ตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 16, หรือ 30 สำหรับ การวินิจฉัยความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกที่เพิ่มขึ้นของ TAT226, การใช้ที่ประกอบด้วยการสัมผัสเซลล์การทดสอบกับแอนตี้บอดี้; การวัดระดับการแสดงออกของ TAT226 โดยเซลล์การทดสอบโดยการตรวจวัดการยึดเกาะของแอนตี้บอดี้กับ TAT226; และเปรียบ เทียบระดับการแสดงออกของ TAT226 โดยเซลล์การทดสอบกับระดับการแสดงออกของ TAT226 โดยเซลล์ควบคุม, โดยที่ระดับที่สูงกว่าของการแสดงออกของ TAT226 โดยเซลล์การทดสอบ ที่ถูกเปรียบเทียบกับเซลล์ควบคุมบ่งชี้ภาวะที่มีความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับ การแสดงออกที่เพิ่มขึ้นของ TAT226
42. การใช้ของขัอถือสิทธิข้อที่ 41, โดยที่เซลล์การทดสอบคือเซลล์จากผู้ป่วยที่สงสัยว่ามี ความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์
43. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 41, โดยที่ความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ถูกเลือก จากโรคมะเร็งรังไข่และเนื้องอกของวิลม์
44. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 41, โดยที่วิธีการประกอบด้วยการวัดระดับการแสดงออก ของ TAT226 บนพื้นผิวของเซลล์การทดสอบและการเปรียบเทียบระดับการแสดงออกของ TAT226 บนพื้นผิวของเซลล์การทดสอบกับระดับการแสดงออกของ TAT226 บนพื้นผิวของเซลล์ควบคุม
45. อิมมูโนคอนจูเกตที่ประกอบด้วยแอนตี้บอดี้ที่ยึดเกาะ TAT226 ตามข้อใดข้อหนึ่งของ ข้อถือสิทธิข้อที่ 1, 16, หรือ 30 ที่ยึดติดแบบโควาเลนท์กับสารที่เป็นพิษต่อเซลล์
46. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 45, โดยที่สารที่เป็นพิษต่อเซลล์ถูกเลือกจาก ทอกซิน, สารเคมีบำบัด, ยาปฏิชีวนะ, ไอโซโทปกัมมันตรังสี, และเอนไซม์นิวคลีโอไลติค
47. อิมมูโนคอนจูเกตที่มีสูตร Ab-(L-D)p, โดยที่ : (a) Ab คือแอนตี้บอดี้ที่ยึดเกาะ TAT226 และที่ประกอบด้วย 1) HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับ ของกรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่อนุรักษ์ของ SEQ ID NO : 11 และ 2) อย่างน้อยหนึ่ง, สอง, สาม, สี่, หรือห้า HVRs ที่ถูกเลือกจาก : (1) HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4; (2) HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5; (3) HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12; (4) HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13; และ (5) HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่อนุรักษ์ ของ SEQ ID NO : 19 (b) L คือตัวเชื่อม ; (c) D คือยาของสูตร DE หรือ DF (สูตรเคมี) DE (สูตรเคมี) DF และโดยที่ R2 และ R6 ต่างคือเมทธิล, R3 และ R4 ต่างคือไอโซโพรพิล, R7 คือเซค-บิวทิล, R8 ต่างถูก เลือกอย่างเป็นอิสระซึ่งกันและกันจาก CH3, O-CH3, OH, และ H; R9 คือ H; R10 คืออัลริล; Z คือ -O- หรือ -NH-; R11 คือ H, C1-C8 อัลคิล, หรือ -(CH2)2-O-(CH2)2-O-(CH2)2-O-CH3; และ R18 คือ -C(R8)2-C(R8)2-อัลริล; และ (d) ช่วงของ p คือตั้งแต่ประมาณ 1 ถึง 8
48. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-L3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่สอดคลอ้งกันกับลำดับที่อนุรักษ์ของ SEQ ID NO : 19
49. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 48, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-L3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 9 และ HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรด อะมิโน SEQ ID NO : 17
50. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 49, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบเพิ่มด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4, และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับ ของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5, HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12, และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
51. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 48, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-L3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 10 และ HVR-L3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรด อะมิโน SEQ ID NO : 18
52. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 51, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4, และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับ ของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5, HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12, และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
53. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่อย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน ที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 21-25 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของ ลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 26-31
54. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 53, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่อย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 24 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
55. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 54, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 24 และบริเวณที่ผันแปรของ โซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
56. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 53, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 25 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 30 .
57. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 56, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 25 และบริเวณที่ผันแปรของ โซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 30
58. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, ที่มีแอคติวิตี้การกำจัดเซลล์ในหลอดทดลอง หรือในสิ่งมีชีวิต
59. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่สารเชื่อมถูกยึดติดกับแอนดี้บอดี้ผ่าน หมู่ไธออลบนแอนตี้บอดี้
60. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่สารเชื่อมสามารถดัดได้โดยโปรดีเอส
61. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 60, โดยที่สารเชื่อมประกอบด้วยวาล-ชิท ได้เปบไทด์
62. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่สารเชื่อมประกอบด้วยหน่วย P-อะมิโนเบนซิล
63. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่สารเชื่อมประกอบด้วย 6-มาลีอิมมิโดคาโพรอิล
64. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, โดยที่ยาถูกเลือกจาก MMAE และ MMAF
65. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 64, โดยที่ยาคือ MMAE
66. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 64, โดยที่ยาคือ MMAE
67. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 64, โดยที่สารเชื่อมสามารถตัดได้โดยโปรดีเอส
68. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 67, โดยที่สารเชื่อมประกอบด้วยวาล-ซิท ไดเปปไทด์
69. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 67, โดยที่สารเชื่อมประกอบด้วยหน่วย p-อะมิโนเบนซิล
70. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 69, โดยที่หน่วย p-อะมิโนเบนซิลคือ p-อะมิโนเบนซิลออกซีคาร์บอนิล (PAB)
71. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 67, โดยที่สารเชื่อมประกอบด้วย 6-มาลีอิมมิโดคาโพรอิล
72. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 65, โดยที่อิมมูโนคอนจูเกตมีสูตร (สูตรเคมี) โดยที่ S คืออะตอมของซัลเฟอร์, และ p มีช่วงตั้งแต่ 2 ถึง 5
73. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 72, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-L3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่อนุรักษ์ของ SEQ ID NO : 19
74. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 73, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-H3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 9 และ HVR-L3 ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 17
75. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 74, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4, และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับ ของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5, HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12, และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
76. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 73, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-H3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 10 และ HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรด อะมิโน SEQ ID NO : 18,
77. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 76, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4, และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของ กรดอะมิโน SEQ ID NO : 5, HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12, และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
78. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 72, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือก จาก SEQ ID NO : 21-25 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 26-31
79. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 78, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือก จาก SEQ ID NO : 24 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
80. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 79, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 24 และบริเวณที่ผันแปรของ โซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
81. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 78, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 25 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของ กรดอะมิโน SEQ ID NO : 30
82. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 81, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 25 และบริเวณที่ผันแปรของ โซ่ไลท์ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 30
83. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 66, โดยที่อิมมูโนคอนจูเกตมีสูตร (สูตรเคมี) โดยที่ S คืออะตอมของซัลเฟอร์, และ p มีช่วงตั้งแต่ 2 ถึง 5
84. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 83, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-L3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโนที่สอดคล้องกันกับลำดับที่อนุรักษ์ของ SEQ ID NO : 19
85. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 84, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-H3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 9 และ HVR-L3 ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 17
86. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 85, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4, และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับ ของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 5, HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12, และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
87. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 84, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบด้วย HVR-H3 ที่ ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 10 และ HVR-H3 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรด อะมิโน SEQ ID NO : 18,
88. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 87, โดยที่แอนดี้บอดี้ประกอบเพิ่มเติมด้วย HVR-H1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 4, และ HVR-H2 ที่ประกอบด้วยลำดับของ กรดอะมิโน SEQ ID NO : 5, HVR-L1 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 12, และ HVR-L2 ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 13
89. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 83, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน ที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 21-25 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของ ลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโนที่ถูกเลือกจาก SEQ ID NO : 26-31
90. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 89, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 24 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
91. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 90, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 24 และบริเวณที่ผันแปรของ โซ่ไลท์ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 29
92. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 89, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 25 และบริเวณที่ผันแปรของโซ่ไลท์ที่มีอย่างน้อยความเหมือนกันของลำดับอย่างน้อย 90% กับลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 30
93. อิมมูโนคอนจูเกตของข้อถือสิทธิข้อที่ 92, โดยที่แอนตี้บอดี้ประกอบด้วยบริเวณ ที่ผันแปรของโซ่เฮฟวี่ที่ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 25 และบริเวณที่ผันแปรของ โซ่ไลท์ประกอบด้วยลำดับของกรดอะมิโน SEQ ID NO : 30
94. องค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ประกอบด้วยอิมมูโนคอนจูเกตของข้อใดข้อหนึ่งของ ข้อถือสิทธิข้อที่ 47, 75, 77, 80, 82, 86, 88, 91, หรือ 93 และตัวพาที่สามารถยอมรับได้ทาง เภสัชกรรม
95. การใช้ขององค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อที่ 94 สำหรับการเตรียม เภสัชภัณฑ์สำหรับการรักษาความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์
96. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 95, โดยที่ความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ถูกเลือก จากโรคมะเร็งรังไข่, โรคมะเร็งของมดลูก, เนื้องอกของสมอง, และเนื้องอกของวิลม์
97. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 95, โดยที่ความผิดปกติที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์เกี่ยวข้อง กับการแสดงออกที่เพิ่มขึ้นของ TAT226 บนพื้นผิวของเซลล์
98. วิธีการของการยับยั้งการเพิ่มจำนวนเซลล์, ในหลอดทดลอง, ที่ประกอบด้วยการสัมผัส ของเซลล์กับอิมมูโนคอนจูเกตของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 47, 75, 77, 80, 82, 86, 88, 91, หรือ 93 ภายใต้สภาวะที่ยอมให้มีการยึดเกาะของอิมมูโนคอนจูเกตกับ TAT226
99. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 98, โดยที่เซลล์คือเซลล์เนื้องอก
100. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 99, โดยที่เซลล์เนื้องอกคือเซลล์เนื้องอกของรังไข่, เซลล์เนื้องอกของมดลูก, เซลล์เนื้องอกของสมอง , หรือเซลล์เนื้องอกของวิลม์
TH701001165A 2006-03-17 2007-03-15 แอนตี้-tat226 แอนตี้บอดี้และอิมมูโนคอนจูเกต TH96069A (th)

Priority Applications (1)

Application Number Priority Date Filing Date Title
TW96109168A TWI406871B (zh) 2006-03-17 2007-03-16 抗tat226抗體及免疫接合物

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH96069A true TH96069A (th) 2009-06-18

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2423382C1 (ru) Композиции и способы диагностики и лечения опухоли
CN101970497B (zh) 抗‑EpCAM抗体及其用途
HRP20201111T1 (hr) Protutijela anti-fcrh5
JP2008546780A5 (th)
US20220389113A1 (en) Binding proteins to cub domain-containing protein (cdcp1)
CN105209493A (zh) 用于诊断和治疗用途的her3特异性单克隆抗体
RU2014113304A (ru) Анти-cd40-антитела, применение и методы
RU2010116184A (ru) Новые антитела
JP2010537671A5 (th)
JP2011501656A5 (th)
RU2012105045A (ru) Моноклональное антитело человека против альфа-токсина из s. aureus и его применение в лечении или предотвращении образования абсцесса
WO2014072888A1 (en) Anti-il-13 receptor alpha 2 antibodies and antibody-drug conjugates
JP2023552733A (ja) 抗クローディン-18.2抗体及びその抗体薬物複合体
CA3067380A1 (en) Antibody-drug conjugates containing anti-globo h antibodies and uses thereof
CN119013305A (zh) 靶向gpc3的单克隆抗体和包含此抗体的抗体药物缀合物
CN110090306B (zh) 双醛连接臂的配体-药物偶联物、其制备方法及其应用
CN106432490B (zh) 一种abcg2单克隆抗体及其用途
RU2012151492A (ru) Композиции и способы для диагностики и лечения опухоли
JP2025524306A (ja) Itga2を標的とする抗体及びそれを含む抗体薬物複合体
US20230272082A1 (en) Anti-vista antibodies and uses thereof
EP3638309A1 (en) Antibody drug conjugates that bind lgr5
CN114605542B (zh) 抗fshr抗体及其抗体-药物偶联物的制备和应用
CN116685342A (zh) 癌症的治疗
WO2024244006A1 (zh) 靶向itga2的抗体、其抗体药物缀合物以及用途
CN118632871A (zh) 抗vista抗体及其用途