TH90395A - กระบวนการสำหรับการผลิตสารเคลือบกระดาษที่มีการคงน้ำไว้และความหนืด Brookfield TM ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยใช้พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งซึ่งมีการต่อปลายด้วยฟังก์ชันพอลิแอลคิลีนออกไซด์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งหมู่ - Google Patents
กระบวนการสำหรับการผลิตสารเคลือบกระดาษที่มีการคงน้ำไว้และความหนืด Brookfield TM ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยใช้พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งซึ่งมีการต่อปลายด้วยฟังก์ชันพอลิแอลคิลีนออกไซด์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งหมู่Info
- Publication number
- TH90395A TH90395A TH601006247A TH0601006247A TH90395A TH 90395 A TH90395 A TH 90395A TH 601006247 A TH601006247 A TH 601006247A TH 0601006247 A TH0601006247 A TH 0601006247A TH 90395 A TH90395 A TH 90395A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- formula
- unsaturated
- urethane
- represent
- ethylene
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 การประดิษฐ์ในที่นี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสำหรับผลิตสารเคลือบกระดาษที่มีสาร เกลือแร่อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, สารยึดเกาะอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดและน้ำ ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่ามีการให้พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดเข้าไปในสารผสมที่กล่าว ถึงข้างต้น ซึ่งพอลิเมอร์แบบรวมผึ้งนี้ได้มาด้วยการต่อปลายโซ่พอลิเมอร์ด้วยฟังก์ชันพอลิแอลคิลีน ออกไซด์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งหมู่ เมื่อโซ่ดังกล่าวเป็นผลจากการเกิด พอลิเมอร์ของโมโนเมอร์ไม่อิ่ม ตัวชนิดเอทิลีนอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ สารเคลือบกระดาษที่ได้มาด้วยเหตุนี้จะมีการคงน้ำไว้ที่เพิ่มขึ้นและมีความหนืด Brookfield ที่ลดลงเมื่อเทียบกับสารเคลือบชนิดเดียวกันซึ่งมีสารให้ความหนืดที่คงน้ำไว้ของศิลปะหรือวิทยาการ ก่อนหน้านี้อยู่ด้วย การประดิษฐ์ในที่นี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสำหรับผลิตสารเคลือบกระดาษที่มีสาร เกลือแร่อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด , สารยึดเกาะอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดและน้ำ ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่ามีการให้พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดเข้าไปในสารผสมที่กล่าว ถึงข้างต้น ซึ่งพอลิเมอร์แบบรวมผึ้งนี้ได้มาด้วยการต่อปลายโซ่พอลิเมอร์ด้วยฟังก์ชันพอลิแอลคิลีน ออกไซด์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งหมู่ เมื่อโซ่ดังกล่าวเป็นผลจากการเกิด พอลิเมอร์ของโมโนเมอร์ไม่อิ่ม ตัวชนิดเอทิลีนอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ สารเคลือบกระดาษที่ได้มาด้วยเหตุนี้จะมีการคงน้ำไว้ที่เพิ่มขึ้นและมีความหนืด Brookfield ที่ลดลงเมื่อเทียบกับสารเคลือบชนิดเดียวกันซึ่งมีสารให้ความหนืดที่คงน้ำไว้ของศิลปะหรือวิทยาการ ก่อนหน้านี้อยู่ด้วย
Claims (17)
1. ร่วมกับสารเกลือแร่ในรูปของผงแห้ง และ/หรือสารที่กระจายตัวชนิดแอคเควียส และ/หรือสารแขวนลอยชนิดแอคเควียสซึ่งเป็นผลมาจากขั้นตอนต่าง ๆ เกี่ยวกับ : - การบด และ/หรือการกระจายตัวในตัวกลางที่เปียกและอย่างที่พอใจมากกว่าคือ ตัวกลาง แอคเควียสของสารเกลือแร่เมื่อมีพอลิเมอร์ดังกล่าวอยู่ด้วย และอย่างที่เป็นไปได้เมื่อมีสารสำหรับบด อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดด้วยวิธีเปียก และ/หรือเมื่อมีสารช่วยกระจายตัวอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด ซึ่ง จะนำไปสู่สารที่กระจายตัว และ/หรือสารแขวนลอยชนิดแอคเควียสของสารเกลือแร่ที่จะได้มา; - และในกรณีเฉพาะผงแห้งเท่านั้น การทำสารที่กระจายตัว และ/หรือสารแขวนลอยชนิด แอคเควียสของสารเกลือแร่ให้แห้ง อย่างที่เป็นไปได้แล้วตามด้วยการดำเนินกระบวนการและจำแนก หมวดหมู่ของผงที่ได้มา ;
2. และ/หรือร่วมกับสารเกลือแร่ ในรูปของสารที่กระจายตัวชนิดแอคเควียส และ/หรือ สารแขวนลอยชนิดแอคเควียสซึ่งเป็นผลมาจากขั้นตอนเกี่ยวกับ ; - การบดแห่งตัวเติมเกลือแร่ อย่างที่เป็นไปได้เมื่อมีสารสำหรับบดแห้งอยู่ด้วยอย่าง น้อยที่สุดหนึ่งชนิด อย่างที่เป็นไปได้แล้วตามด้วยการดำเนินกระบวนการและจำแนกหมวดหมู่ของ ผงที่ได้มา ; - สารที่กระจายตัวและ/หรือสารแขวนลอยชนิดแอคเควียสของผงแห้งที่ได้มา ร่วมกับ การใส่พอลิเมอร์ดังกล่าวและอย่างที่เป็นไปได้เมื่อมีสารช่วยกระจายอยู่ด้วย ; 3. และ/หรือร่วมกับสารเกลือแร่ ในรูปของผงแห้ง และ/หรือสารที่กระจายตัวชนิด แอคเควียส และ/หรือสารแขนลอยชนิดแอคเควียสซึ่งเป็นผลมาจากขั้นตอนเกี่ยวกับ ; - การใส่พอลิเมอร์ดังกล่าวเข้าไปในสารที่กระจายตัว และ/หรือเข้าไปในสารแขวน ลอยชนิดแอคเควียสที่มีสารเกลือแร่อยู่ด้วย; - และในกรณีเฉพาะผงแห้งเท่านั้น การทำสารที่กระจายตัว และ/หรือสารแขวน ลอยชนิดแอคเควียสของสารเกลือแร่ให้แห้ง อย่างที่เป็นไปได้แล้วตามด้วยการดำเนินกระบวนการ และจำแนกหมวดหมู่ของผงที่ได้มา; 4. และ/หรือ ในรูปของผงแห้งที่ผสมกับส่วนประกอบอื่นๆ ก) ,ข) และ ค); 5. แล /หรือ ในรูปของสารละลายแอคเควียสที่ผสมกับส่วนประกอบอื่น ๆ ก),ข) และ ค)
3. กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่มีการแสดงถึงลักษณะเฉพาะว่า สารเคลือบ กระดาษจะมีสิ่งต่อไปนี้ โดยที่เป็นอัตราร้อยละโดยน้ำหนักขององค์ประกอบแต่ละชนิดซึ่งสัมพันธ์ กับน้ำหนักทั้งหมดของสารเคลือบกระดาษ : (ก) มีสารยึดเกาะอยู่ด้วย 3 ถึง 20 ส่วน และที่พอใจมากกว่าคือ 5 ถึง 15 ส่วนโดย น้ำหนักเมื่อแห้ง สำหรับ 100 ส่วนโดยน้ำหนักเมื่อแห้งของสารเกลือแร่, (ข) มีพอลิมเอร์แบบรวงผึ้งอยู่ด้วย 0.1 ถึง 2 ส่วน และที่พอใจมากกว่าคือ 0.1 ถึง 1.5 ส่วนโดยน้ำหนักเมื่อแห้ง สำหรับ 100 ส่วน โดยน้ำหนักเมื่อแห้งของสารเกลือแร่ , (ค) มีน้ำอยู่ด้วยในปริมาณระหว่าง 20% และ 80% โดยน้ำหนัก ซึ่งสัมพันธ์กับ น้ำหนักทั้งหมดของสารเคลือบกระดาษ
4. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 3 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่า ยังมีการใช้สารคงน้ำไว้ และ/หรือสารให้ความหนืดอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดที่ นอกเหนือจากพอลิเมอร์แบบรวงผึ้งที่ใช้อีกด้วย
5. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ซึ่งมีการแสดงถึงลักษณะ เฉพาะว่า สารเกลือแร่จะถูกเลือกจากในระหว่างแคลเซียมคาร์บอเนตจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์, โดโลไมต์, เคโอลีน, แป้งแร่, ยิปซัม, ไทเทเนียมไดออกไซด์, ซาตินไวท์หรืออะลูมิเนียมไตร ไฮดรอกไซด์, ไมกา, ครร์บอนแบล็ก และของผสมของตัวเติมเหล่านี้มากกว่าหนึ่งชนิดอีกด้วย อย่างเช่น ของผสมของแป้งแร่-แคลเซียมคาร์บอเนต, ของผสมของแคลเซียมคาร์บอเนต-เคโอลิน หรือของผสมของแคลเซียมคาร์บอเนตกับอะลูมิเนียมไตรไฮดรอกไซด์ อีกด้วย หรือของผสมของ เส้นใยสังเคราะห์หรือธรรมชาติอีกด้วย หรือสารที่มีโครงสร้างร่วมกับสารเกลือแร่อีกด้วย อย่างเช่น สารที่มีโครงสร้างร่วมกันของแป้งแร่-แคลเซียมคาร์บอเนต หรือแป้งแร่-ไทเทเนียมไดออกไซด์ ที่พอใจมากกว่าแล้วจะเลือกจากในระหว่างแคลเซียมคาร์บอเนตจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์, เคโอลิน, แป้งแร่ และของผสมของตัวเติมเหล่านี้ และที่พอใจมากกว่าอย่างมากจะเลือกจากใน ระหว่างแคลเซียมคาร์บอเนตจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์หรือของผสมของพวกมัน และที่พอใจ มากกว่ายิ่งกว่านั้นจะเลือกจากในระหว่างหินอ่อน, แคลไซต์, ชอล์ก, หรือของผสมของพวกมัน
6. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 5 ซึ่งมีการแสดง ถึงลักษณะเฉพาะว่า สารยึดเกาะจะถูกเลือกจากระหว่างสารยึดเกาะที่ละลายน้ำและที่เด่น ๆ คือ แป้ง หรือจากระหว่างสารยึดเกาะชนิดน้ำยางพอลิเมอร์สังเคราะห์อย่างเช่น สไตรีน-อะคริลิคและสไตรีน- บิวตะไดอีนหรือของผสมของพวกมัน หรือของผสมของสารยึดเกาะเหล่านี้
7. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 6 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่า พอลิเมอร์แบบรวงผึ่งเหล่านี้จะมีน้ำหนักโมเลกุลที่แสดงเป็น MW อยู่ระหว่าง 100,000 ก./โมล และ 10,000,000 ก./โมล และที่พอใจมากกว่าคือ ระหว่าง 1,000,000 ก./โมล และ 7,000,000 ก./โมล
8. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 7 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่า พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งเหล่านี้จะมีโมโนเมอร์ที่มีสูตร (I) อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ : (สูตรเคมี ) เมื่อ : - m และ p แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 5(สูตร)(m+n+p)q(สูตร)150, - R1 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R2 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R แทนอนุมุลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ในหมู่ที่เป็นไวนิล, หรืออยู่ในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิคเอสเตอร์ หรือยู่ในหมู่ของ ยูรีเทนไม่อิ่มตัวตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริล ยูรีเทน, (สูตร)-(สูตร)' ไดเมทิล-ไอโซโพรพีนิล-เบนซิลยูรีเทน, แอลลิลยูรีเทน หรืออยู่ในหมู่แอลลิลิค หรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่ เอไมด์หรืออิไมด์ที่ ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - R' แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 40 อะตอม, หรือหมู่ที่เป็น ไอออนหรือทำให้เป็นไอออนได้อย่างเช่น ฟอสเฟต, ฟอสโฟเนต, ซัลเฟต, ซัลโฟเนต, คาร์บอกซิลิค, หรือจริงๆ แล้วคือ เอมีนปฐมภูมิ, ทุติยภูมิ หรือตติยภูมิ, หรือแอมโมเนียม จตุรภาค หรือที่จริงคือ ของผสมของพวกมัน
9. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 8 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่าพอลิเมอร์แบบรวมผึ้งเหล่านี้จะประกอบด้วย : ก) โมโนเมอร์ชนิดไอออนลบอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ร่วมกับคาร์บอกซิลิคหรือ ไดคาร์บอกซิลิคหรือฟอสฟอริคหรือฟอสโฟนิคหรือซัลโฟนิคฟังก์ชัน หรือของผสมของพวกมัน, ข) โมโนเมอร์ที่ไม่ใช่ไอออนอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ เมื่อโมโนเมอร์ที่ไม่ใช่ไอออนนี้ ประกอบด้วยโมโนเมอร์ที่มีสูตร (I) อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ ; (สูตรเคมี) เมื่อ - m และ p แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 5(สูตร)(m+n+p)q(สูตร)150, และ ที่พอใจมากกว่าที่ 15(สูตร)(m+n+p)q(สูตร)120, - R1 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R2 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ใน หมู่ที่เป็นไวนิล, หรือในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค, เอสเตอร์ หรืออยู๋ในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัวตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเท (สูตร) - (สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลลิลยูรีเทน หรือในหมู่แอลลิลิค หรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน อีกด้วย - R' แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 40 อะตอม, หรือหมู่ที่เป็นไอออนหรือทำให้เป็นไอออนได้อย่างเช่น ฟอสเฟต, ฟอสโฟเนต, ซัลเฟต, ซัลโฟเนต, คาร์บอกซิลิค, หรือจริงๆแล้วคือ เอมีนปฐมภูมิ, ทุติยภูมิหรือตติยภูมิ, หรือแอมโมเนียม จตุรภาค หรือที่จริงคือ ของผสมของพวกมัน และที่พอใจมากกว่าแล้วจะแทนอนุมูลที่มีการเติม ไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 12 อะตอม และที่พอใจมากกว่าอย่างมากคือ อนุมูลที่มี การเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม หรือของผสมของโมโนเมอร์ต่าง ๆ ที่มีสูตร (I), ก) อย่างที่เป็นไปได้แล้ว โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ ซึ่งเป็นชนิดเอคริล เอไมด์ หรือเมทเอคริลเอไมด์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์, หรืออนุพันธ์ของพวกมัน อย่างเช่น N-[3-(ไดเมทิลอะมิโน )โพรพิล]เอคริลเอไมด์ หรือ N-[3-( ไดเมทิลอะมิโน)โพรพิล] เมทเอคริลเอไมด์ , หรือของผสมของพวกมัน หรือ โมโนเมอร์ที่ไม่ละลายน้ำอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์อีกด้วย อย่างเช่น แอลคิลอะคริเลต หรือเมทอะคริเลต , เอสเตอร์ไม่อิ่มตัว เช่น N-[2-( ไดเมทิลอะมิโน )เอทิล] เมทอะคริเลต หรือ N-[2-(ไดเมทิลอะมิโน)เอทิล]อะคริเลต พวกไวนิล อย่างเช่น ไวนิลอะซีเตท , ไวนิลไพร์โรลิโดน, สไตรีน, แอลฟาเมทิลสไตรีน และอนุพันธ์ของพวกมัน หรือโมโนเมอร์ชนิด ไอออนบวกอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ หรือแอมโมเนียมจตุรภาค อย่างเช่น [2-(เมทเอคริโลอิล ออกซี่)เอทิล] ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต, [2-(เอคริโลอิลออกซี่ )เอทิล] ไตรเมทิล แอมโมเนียมคลอไรด์หรือซัลเฟต, [3-(เอคริลอะมิโด)โพรพิล] ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต, ไดเมทิลไดแอลลิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต, [3-(เมทเอคริลอะมิโด)ไพรพิล] ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์หรือซัลเฟต, หรือออร์แกโนฟลูออเรตหรือออร์แกโนซิลิเลต โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์อีกด้วย, หรือของผสมของโมโนเมอร์หลายชนิดเหล่านี้ ง) อย่างที่เป็นไปได้แล้ว โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ซึ่งมีการไม่อิ่มตัวชนิด เอทิลีนอย่างน้อยที่สุดสองแห่ง
10. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ซึ่งมีการแสดงถึงลักษณะ เฉพาะว่า พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งเหล่านี้จะประกอบด้วย : ก) โมโนเมอร์ชนิดไอออนลบอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน และมีโมโนคาร์บอกซิลิคฟังก์ชันที่เลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนและมีโมโน คาร์บอกซิลิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดอะคริลิค หรือเมทอะคริลิค หรือไดแอซิดเฮมิเอสเตอร์อีกด้วย อย่างเช่น C1 ถึง C4 โมโนเอสเตอร์ ของกรดมาลีอิค หรืออิทาโคนิค หรือของผสมของพวกมัน หรือถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน และมีไดคาร์บอกซิลิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดโครโทนิค, ไอโซโครโทนิค, ซินนามิค, อิทาโคนิค, มาลีอิค หรือแอนไฮโดรด์ของ กรดคาร์บอกซิลิคอีกด้วย อย่างเช่น มาลีอิคแอนไฮไดรด์ หรือถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มี การไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน และมีซัลโฟนิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดเอคริลอะมิโด - เมทิล - โพรเพน - ซัลโฟนิค, โซเดียมเมทแอลลิลซัลโฟนิต, กรดไวนิลซัลโฟนิค และกรดสไตรีนซัลโฟนิค หรือ ถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนและมีฟอสฟอริคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดไวนิลฟอสฟอริค, เอทิลีนไกลคอลเมทอะคริเลตฟอสเฟต, โพรพิลีน ไกลคอลอะคริเลต ฟอสเฟตและเอทอกซิเลต ต่าง ๆ ของพวกมัน หรือถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิด เอทิลีน และมี ฟอสโฟนิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดไวนิลฟอสโฟนิค หรือของผสมของพวกมัน, ข) โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนซึ่งไม่ใช่ไอออน ที่มีสูตร (I) : (สูตรเคมี) เมื่อ - m และ p แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 5(สูตร)(m+n+p)q(สูตร)150, และ ที่พอใจมากกว่าที่ 15(สูตร)(m+n+p)q(สูตร)120, - R1 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R2 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ ในหมู่ที่เป็นไวนิล หรือในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค เอสเตอร์ หรืออยู๋ในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัวตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน, (สูตร) - (สูตร)' ไดเมทิล -ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลลิลยูรีเทน หรือในหมู่แอลลิลิคหรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะ มีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่ เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - R' แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 40 อะตอม หรือหมู่ที่เป็น ไอออนหรือทำให้เป็นไอออนได้ อย่างเช่น ฟอสเฟต, ฟอสโฟเนต, ซัลเฟต, ซัลโฟเนต, คาร์บอกซิลิค หรือจริงๆ แล้วคือ เอมีนปฐมภูมิ ทุติยภูมิ หรือตติยภูมิ หรือแอมโมเนียม จตุรภาค หรือที่จริงคือของผสมของพวกมัน และที่น่าพอใจมากกว่าแล้วจะแทนอนุมูลที่มีการเติม ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 12 อะตอม และที่พอใจมากกว่าอย่างมากคือ อนุมูลที่มี การเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม หรือของผสมของโมโนเมอร์ต่าง ๆ ที่มีสูตร (I), ค) อย่างที่เป็นไปได้แล้ว โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ ซึ่งเป็นชนิดเอคริล เอไมด์ หรือเมทเอคริลเอไมด์ หรืออนุพันธ์ของพวกมันอย่างเช่น N-[3-(ไดเมทิลอะมิโน ) โพรพิล] เอคริลเอไมด์ หรือ N-[3-(ไดเมทิลอะมิโน )โพรพิล]เมทเอคริลเอไมด์, หรือของผสมของพวกมัน หรือโมโนเมอร์ที่ไม่ละลายน้ำอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์อีกด้วย อย่างเช่น แอลคิลอะคริเลต หรือเมทอะคริเลต, เอสเตอร์ไม่อิ่มตัว เช่น N-[2-( ไดเมทิลอะมิโน ) เอทิล]เมทอะคริเลต, หรือ N-[2- (ไดเมทิลอะมิโน)เอทิล]อะคริเลต พวกไวนิล อย่างเช่น ไวนิลอะซีเตท, ไวนิล, ไพร์โรลิโดน, สไตรีน, แอลฟาเมทิลสไตรีนและอนุพันธ์ของพวกมัน, หรือโมโนเมอร์ชนิดไออนบวกอย่างน้อยที่สุด หนึ่งโมโนเมอร์ หรือแอมโมเนียมจตุรภาค อย่างเช่น [2-(เมทเอคริโลอิลออกซี่ )เอทิล]ไตรเมทิล แอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต ,[2-( เอคริโลอิลออกซี่ )เอทิล] ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือ ซัลเฟต,[3-(เอคริลอะมิโด) โพรพิล] ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต , ไดเมทิล ไดแอลลิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต ,[3-(เมทเอคริลอะมิโด) โพรพิล] ไตรเมทิลแอมโมเนียม คลอไรด์หรือซัลเฟต หรือออร์แกโนฟลูออเรตโมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์อีกด้วย หรือจริง ๆ แล้วคือ ออร์แกโนซิลิเกตโมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ ซึ่งถูกเลือกอย่างที่ พอใจมากกว่าจากระหว่างโมเลกุลที่มีสูตร (IIa) หรือ (IIb); สำหรับสูตร (IIa) (สูตรเคมี) เมื่อ - m1, p1, m2 และ p2 แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n1 และ n2 แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q1 และ q2 แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 0(สูตร)(m1+n1+p1)q1 (สูตร)150, และ 0(สูตร)(,m2+n2+p2)q2(สูตร)+150, - r แทนตัวเลขที่ว่า 1(สูตร)r(สูตร) 200, - R3 แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ ในหมู่ที่เป็นไวนิล หรืออยู่ในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค เอสเตอร์ หรือในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัว ตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน, (สูตร)-(สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรือในหมู่แอลลิลิค หรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการ แทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่ เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - R4, R5, R10 และ R11 แทนไฮโดรเจนหรืออนูมูลเมทิลหรือเอทิล , - R6, R7, R8 และ R9 แทนหมู่แอลคิลที่เป็นเส้นตรงหรือที่มีสาขาหรือเอริล, หรือแอลคิลเอริล หรือเอริลแอลคิล ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 20 อะตอม, หรือของผสมของพวกมัน, - R12 แทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 40 อะตอม , - A และ B เป็นหมู่ที่อาจจะมีอยู่ ซึ่งในกรณีนั้น จะแทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมี อะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม , สำหรับสูต (IIb) R-A-Si(OB)3 เมื่อ - R แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชั้นไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ ในหมู่ที่เป็นไวนิล หรือในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค เอสเตอร์ หรืออยู่ในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัว อย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน (สูตร)-(สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล-เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรืออยู่ในหมู่แอลลิลิคหรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการ แทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่ เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - A เป็นหมู่ที่อาจจะมีอยู่ ซึ่งในกรณีนั้น จะแทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอม คาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม , - B แทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม , หรือของผสมของโมโนเมอร์เหล่านี้หลายๆ ชนิด, ง) และอย่างที่เป็นไปได้แล้ว โมโนเมอร์ซึ่งมีการเชื่อมโยงข้ามอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ ซึ่งถูกเลือก จากหมู่ที่ประกอบขึ้นด้วย เอทิลีนไกลคอลไดเมทอะคริเลต, ไตรเมทิลอลโพรเพน ไตรอะคริเลต , แอลคิลอะคริเลต, แอลคิลมาลีเอต, เมทิลีน - บิส - อะคริลาไมด์, เมทิลีน - บิส - เมทอะคริลาไมด์ , เตแตรลลิลออกซี่อีเทน, ไตรแอลลิลไซยานูเรต, แลอลิลอีเทอร์ที่ไดมาจากพอลิออล อย่างเช่น เพนตะ อีริทริทอล, วอร์บิทอล, ซูโครส หรือสารอื่น ๆ หรือถูกเลือกจากระหว่างโมเลกุลต่าง ๆ ที่มีสูตร (III) ; (สูตรเคมี) เมื่อ - m3, p3, m4 และ p4 แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n3 และ n4 แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q3 และ q4 แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 0(สูตร)(m3+n3+p3)q3 (สูตร)150,และ 0(สูตร)(m4+n4+p4)q4(สูตร)+150, - r' แทนตัวเลขที่ว่า 1(สูตร)r(สูตร) 200, - R13 แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ ในหมู่ที่เป็นไวนิล, หรืออยู่ในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค เอสเตอร์ หรืออยู่ในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัว ตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน, (สูตร) - (สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรืออยู่ในหมู่แอลลิลิคหรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะ มีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - R14, R15, R20 และ R21 แทนไฮโดรเจนหรืออนูมูลเมทิลหรือเอทิล , - R16, R17, R18 และ R19 แทนหมู่แอลคิลที่เป็นเส้นตรงหรือที่มีสาขาหรือเอริล, หรือแอลคิล เอริลหรือเอริลแอลคิล ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 20 อะตอม, หรือของผสมของพวกมัน , - D และ E เป็นหมู่ที่อาจจะมีอยู่ ซึ่งในกรณีนั้น จะแทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม , หรือของผสมของโมโนเมอร์เหล่านี้หลาย ๆ ชนิด
11. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 10 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่า พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งดังกล่าวจะประกอบด้วย; โดยที่แสดงเป็นน้ำหนัก ก) โมโนเมอร์ชนิดไอออนลบที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนและมีโมโนคาร์บอกซิลิคฟังก์ชัน อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ในปริมาณระหว่าง 2% และ 95% และที่พอใจมากกว่ายิ่งขึ้นอีกคือ ระหว่าง 5% และ 90% ซึ่งถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนและมีโมโน คาร์บอกซิลิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดอะคริลิคหรือกรดเมทอะคริลิค, หรือไดแอซิดเฮมิเอสเตอร์อีกด้วย อย่างเช่น C1 ถึง C4 โมโนเอสเตอร์ ของกรดมาลีอิค หรืออิทาโคนิค หรือของผสมของพวกมัน หรือ ถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน และมีไดคาร์บอกซิลิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดโครโทนิค, ไอโซโครโทนิค, ซินามิค, อิทาโคนิค, มาลีอิค หรือแอนไฮโดรด์ของกรดคาร์บอก ซิลิคอีกด้วย อย่างเช่น มาลีอิคแอนไฮโดรด์ หรือถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่ม ตัวชนิดเอทิลีน และมีซัลโฟนิคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดเอคริลอะมิโด - เมทิล - โพรเพน - ซัลโฟนิค , โซเดียม เมทแอลลิลซัลโฟนิต, กรดไวนิลซัลโฟนิค และกรดสไตรีนซัลโฟนิค หรือถูกเลือกจากระหว่าง โมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนและมีฟอสฟอริคฟังก์ชัน อย่างเช่น กรดไวนิลฟอสฟอริค , เอทิลีนไกลคอลเมทอะคริเลตฟอสเฟต, โพรพิลีน ไกลคอลเมทอะคริลเลตฟอสเฟต , เอทิลีนไกลคอล อะคริเลตฟอสเฟต, โพรพิลีนไกลคอลอะคริเลตฟอสเฟต และเอทอกซิเลตต่าง ๆ ของพวกมัน หรือ ถูกเลือกจากระหว่างโมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน และมีฟอสโฟนิคฟังก์ชันอีกด้วย อย่างเช่น กรดไวนิลฟอสโฟนิค หรือของผสมของพวกมัน, ข) โมโนเมอร์ที่มีการไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนซึ่งไม่ใช่ไออนที่มีสูตร (I) อย่างน้อยที่สุดหนึ่ง โมโนเมอร์ในปริมาณระหว่าง 2% และ 95% และที่พอใจมากกว่ายิ่งขึ้นนอกจากนั้นอีกคือระหว่าง 5% และ 90% : (สูตรเคมี) เมื่อ - m และ p แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 5(สูตร) (m+n+p)q (สูตร)150, และ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่ 15(สูตร)(m+n+p)q(สูตร)120, - R1 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R2 แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลเมทิลหรือเอทิล , - R แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชั้นไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ ในหมู่ที่เป็นไวนิล, หรือในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค เอสเตอร์ หรืออยู๋ในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัวตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน (สูตร) - (สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรือในหมู่แอลลิลิค หรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่ เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - R' แทนไฮโดรเจนหรืออนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 40 อะตอม หรือหมู่ที่เป็น ไอออนหรือทำให้เป็นไอออนได้อย่างเช่น ฟอสเฟต, ฟอสโฟเนต, ซัลเฟต, ซัลโฟเนต, คาร์บอกซิลิค หรือจริงๆ แล้วคือ เอมีนปฐมภูมิ, ทุติยภูมิ หรือตติยภูมิ หรือแอมโมเนียม จตุรภาค หรือที่จริงคือ ของผสมของพวกมัน และที่พอใจมากกว่าแล้วจะแทนอนุมูลที่มีการเติม ไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 12 อะตอม และที่พอใจมากกว่าอย่างมากคือ อนุมูล ที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม หรือของผสมของโมโนเมอร์ต่าง ๆ ที่มีสูตร (I), ง) โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ ในปริมาณระหว่าง 0% และ 50% ที่เป็นชนิด เอคริลเอไมด์ หรือเมทเอคริลเอไมด์, หรืออนุพันธ์ของพวกมันอย่างเช่น N-[3-(ไดเมทิลอะมิโน) โพรพิล] เอคริลเอไมด์ หรือ N-[3-(ไดเมทิลอะมิโน)โพรพิล]เมทเอคริลเอไมด์, หรือของผสมของ พวกมัน หรือโมโนเมอร์ที่ไม่ละลายน้ำอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์อีกด้วย อย่างเช่นแอลคิล อะคริเลต หรือเมทอะคริเลต, เอสเตอร์ไม่อิ่มตัว เช่น N-[2-( ไดเมทิลอะมิโน)เอทิล]เมทอะคริเลต , หรือ N-[2-(ไดเมทิลอะมิโน)เอทิล]อะคริเลต, พวกไวนิลอย่างเช่น ไวนิลอะซีเตท, ไวนิลไพร์โรลิโดน, สไตรีน , แอลฟาเมทิลสไตรีน และอนุพันธ์ของพวกมัน หรือโมโนเมอร์ชนิดไออนบวกอย่างน้อย ที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ หรือแอมโมเนียมจตุรภาค อย่างเช่น [2-(เมทเอคริโลอิลออกซี่ )เอทิล]ไตรเมทิล แอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต, [2-(เอคริโลอิลออกซี่ )เอทิล]ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต, [3-(เอคริลอะมิโด)โพรพิล]ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์,ไดเมทิลไดแอลลิล แอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต, [3-(เมทเอคริลอะมิโด)โพรพิล]ไตรเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ หรือซัลเฟต หรือออร์แกโนฟลูออเรตโมโนเมอร์อย่างน้อยหนึ่งโมโนเมอร์อีกด้วย หรือจริง ๆ แล้วคือ ออร์แกโน ซิลิเกตโมโนเมอร์หนึ่งโมโนเมอร์ ซึ่งถูกเลือกอย่างที่พอใจมากกว่าจากระหว่างโมเลกุลที่มีสูตร (IIa) หรือ (IIb); สำหรับสูตร (IIa) (สูตรเคมี) เมื่อ - m1, p1, m2 และ p2 แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n1 และ n2 แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q1 และ q2 แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 0(สูตร)(m1+n1+p1)q1 (สูตร)150, และ 0(สูตร)(m2+n2+p2)q2(สูตร)+150, - r แทนตัวเลขที่ว่า 1(สูตร)r(สูตร) 200, - R3 แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ในหมู่ที่เป็นไวนิลต่างๆ หรืออยู่ในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิคเอสเตอร์ หรือในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัวตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน, (สูตร) - (สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรือในหมู่แอลลิลิค หรือไวนิลิค อีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีน อีกด้วย - R4, R5, R10 และ R11 แทนไฮโดรเจนหรืออนูมูลเมทิลหรือเอทิล , - R6, R7, R8 และ R9 แทนหมู่แอลคิลที่เป็นเส้นตรงหรือที่มีสาขาหรือเอริล, หรือแอลคิลเอริล หรือเอริลแอลคิล ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 20 อะตอม, หรือของผสมของพวกมัน, - R12 แทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 40 อะตอม , - A และ B เป็นหมู่ที่อาจจะมีอยู่ ซึ่งในกรณีนั้น จะแทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมี อะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม , สำหรับสูต (IIb) R - A - Si(OB)3 เมื่อ: - R แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชั้นไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ ในหมู่ที่เป็นไวนิล หรือในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิค เอสเตอร์ หรืออยู๋ในหมู่ของยูรีเทนไม่อิ่มตัวตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน (สูตร) - (สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรือในหมู่แอลลิลิคหรือไวนิลิคอีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการ แทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรืออยู่ในหมู่เอไมด์ หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิดเอทิลีนอีกด้วย - A เป็นหมู่ที่อาจจะมีอยู่ ซึ่งในกรณีนั้น จะแทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอม คาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม , - B แทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม, หรือของผสมของโมโนเมอร์เหล่านี้หลายๆ ชนิด , ง) โมโนเมอร์ซึ่งมีการเชื่อมโยงข้ามอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโมโนเมอร์ในปริมาณระหว่าง 0% และ 3% ซึ่งถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบขึ้นด้วยเอทิลีน ไกลคอลไดเมทะอะคริเลต, ไตรเมทิลอล โพรเพนไตรอะคริเลต, แอลคิลอะคริเลต, แอลคิลมาลีเอต, เมทิลีน - บิส - อะคริลาไมด์, เมทิลีน - บิส - เมทอะคริลาไมด์ , เตแตรลลิลออกซี่อีเทน, ไตรแอลลิลไซยานูเรต, แอลลิลอีเทอร์ที่ได้มาจากพอลิออล อย่างเช่น เพนตะอีริทริทอล, ซอร์บิทอล, ซูโครสหรือสารอื่นๆ, หรือถูกเลือกจากระหว่างโมเลกุลต่างๆ ที่มีสูตร (III) : (สูตรเคมี) เมื่อ - m3, p3, m4 และ p4 แทนจำนวนของหน่วยแอลคิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - n3 และ n4 แทนจำนวนของหน่วยเอทิลีนออกไซด์ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150, - q3 และ q4 แทนเลขจำนวนเต็มอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 และดังนั้น 0(สูตร)(m3+n3+p3)q3 150,และ 0(สูตร)(m4+n4+p4)q4(สูตร)150, - r' แทนตัวเลขที่ว่า 1(สูตร) r(สูตร)200, - R13 แทนอนุมูลที่มีฟังก์ชันไม่อิ่มตัวซึ่งสามารถเกิดพอลิเมอร์ได้ ที่พอใจมากกว่าคือ ที่อยู่ในหมู่ที่เป็นไวนิล หรืออยู่ในหมู่อะคริลิค, เมทอะคริลิค, มาลีอิค, อิทาโคนิค, โครโทนิค, ไวนิลพ์ทาลิคเอสเตอร์ หรืออยู่ในหมู่ยูรีเทนไม่อิ่มตัว ตัวอย่างเช่น เอคริลยูรีเทน, เมทเอคริลยูรีเทน, (สูตร)-(สูตร)' ไดเมทิล - ไอโซโพรพีนิล - เบนซิลยูรีเทน, แอลิลยูรีเทน หรืออยู่ในหมู่แอลลิลิคหรือไวนิลิค อีเทอร์ ไม่ว่าจะมีการแทนที่หรือไม่มีการแทนที่ หรือ อยู่ในหมู่เอไมด์หรืออิไมด์ที่ไม่อิ่มตัวชนิด เอทิลีนอีกด้วย - R14, R15, R20 และ R21 แทนไฮโดรเจนหรืออนูมูลเมทิลหรือเอทิล , - R16, R17, R18 และ R19 แทนหมู่แอลคิลที่เป็นเส้นตรงหรือที่มีสาขาหรือเอริล, หรือ แอลคิลเอริลหรือเอริลแอลคิล ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 20 อะตอม, หรือของผสมของพวกมัน , - D และ E เป็นหมู่ที่อาจจะมีอยู่ ซึ่งในกรณีนั้น จะแทนอนุมูลที่มีการเติมไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ถึง 4 อะตอม หรือของผสมของโมโนเมอร์เหล่านี้หลาย ๆ ชนิด, เมื่อสัดส่วนทั้งหมดของส่วนประกอบ ก), ข), ค)และ ง) จะเท่ากับ 100 %
12. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อหนึ่งข้อใดในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 11 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่า จะได้พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งดังกล่าวมาด้วยกระบวนการของการทำให้อนุมูลเกิดเป็น พอลิเมอร์ร่วมในสารละลายในอิมัลชันเชิงตรงหรือผันกลับ, ในสารแขวนลอยหรือในการตกตะกอน ในตัวทำละลายที่เหมาะสม, เมื่อมีระบบเร่งปฏิกิริยาและสารลำเลียงที่รู้จักกันอยู่ด้วย หรือด้วยกระบวน การทำให้อนุมูลเกิดเป็นพอลิเมอร์ร่วมที่มีการควบคุมอีกด้วยเช่น วิธีที่รู้จักกันว่าเป็น Reversible Addition Fragmentation Transfer (RAFT), วิธีที่รู้จักกันว่าเป็น Atom Transfer Fadical Polymerization (ATRP), วิธีที่รู้จักกันว่าเป็น Nitroxide Mediated Polymerization (NMP) , หรือ วิธีที่รู้จักกันว่าเป็น Cobaloxime Mediated Free Radical Polymerization อีกด้วย
13. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 12 ซึ่งมีการแสดงถึงลักษณะ เฉพาะว่า พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งดังกล่าวที่ได้มาในรูปกรดนี้และอย่างที่เป็นไปได้ที่มีการกลั่น อาจจะ ถูกทำให้เป็นกลางบางส่วนหรือทั้งหมดด้วยสารทำให้เป็นกลางหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้นซึ่งมีฟังก์ชัน สำหรับทำให้เป็นกลางที่มีวาเลนซีหนึ่งหรือฟังก์ชันสำหรับทำให้เป็นกลางที่มีวาเลนซีมากกว่าหนึ่ง ตัวอย่างเช่น สำหรับฟังก์ซัลวาเลนซีหนึ่ง พวกที่ถูกเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยไอออนบวกของด่าง โดยเฉพาะโซเดียม, โพแทนเซียม, ลิเทียม, แอมโมเนียม หรืออะลิฟาติค และ/หรือไซคลิคเอมีน ชนิด ปฐมภูมิ, ทูติยภูมิ หรือตติยภูมิ ตัวอย่างเช่น สเตียริลเอมีน, เอทานอลเอมีน (โมโน, ได, ไตรเอทานอล เอมีน), โมโน - และไดเอทิลเอมีน , ไซโคลเฮกซิลเอมีน, เมทิลไซโคลเฮกซิลเอมีน, อะมิโนเมทิล โพรพานอล , มอร์โฟลีน หรืออีกครั้งหนึ่ง สำหรับฟังก์ชันที่มีวาเลนซีมากกว่าหนึ่ง พวกที่ถูกเลือก จากหมู่ที่ประกอบด้วยไออนบวกของแอลคาไลน์เอิร์ทที่มีวาเลนซีสองโดยเฉพาะแมกเนซียมและ แคลเซียม, หรือซิงค์ด้วย และด้วยไออนบวกที่มีวาเลนซีสามอีกด้วยโดยเฉพาะ อะลูมิเนียม , หรือด้วยยไอออนบวกบางชนิดที่มีวาเลนซีสูงกว่านี้อีกด้วย
14. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1ถึง 13 ซึ่งมีการแสดงถึง ลักษณะเฉพาะว่า พอลิเมอร์แบบรวงผึ้งที่ได้มาจากปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ยังอาจจะถูกดำเนินการ และแยกออกเป็นหลายเฟสก่อนหรือหลังปฏิกิริยาการทำให้เป็นกลางแบบทั้งหมดหรือบางส่วน ตาม กระบวนการแบบสถิตหรือพวลวัติ ด้วยตัวทำละลายชนิดมีชั้วหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้นซึ่งอย่างที่ เด่น ๆ แล้วอยู่ในหมู่ที่ประกอบด้วยน้ำ, เมทานอล, เอทานอล, โพรพานอล, ไอโซโพรพานอล , บิวทานอลต่าง ๆ อะซีโตน, เตตระไฮโดรฟูแรน หรือของผสมของพวกมัน
15. กระบวนการตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 14 ซึ่งมีการแสดงถึงลักษณะ เฉพาะว่าพอลิเมอร์แบบรวงผึ้งนี้จะถูกทำให้แห้ง
16. สารเคลือบกระดาษที่มีการแสดงถึงลักษณะเฉพาะว่า จะได้พวกมันมาด้วยกระบวนการ ตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งในข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 15
17. การใช้สารเคลือบกระดาษตามข้อถือสิทธิที่ 16 สำหรับเคลือบกระดาษและบัตร
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH90395A true TH90395A (th) | 2008-07-10 |
| TH90395B TH90395B (th) | 2008-07-10 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| JP5198283B2 (ja) | 少なくとも1つのグラフト化ポリアルキレンオキシド官能基を有する櫛形ポリマーを使用する、改善された保水性およびBrookfield(商標)粘度を特徴とするコーティングスリップの製造方法 | |
| CN100480292C (zh) | 水溶性共聚物作为改善光亮度活化作用试剂的应用 | |
| RU2008122351A (ru) | Способ получения ударопрочной термопластичной смолы | |
| ZA200503284B (en) | Aqueous suspensions of ground mineral materials, with low ion load and their uses | |
| KR101200632B1 (ko) | 하나 이상의 알콕시- 또는 히드록시-폴리알킬렌 글리콜 그래프팅 작용기를 갖는 공중합체 및 이의 용도 | |
| CN1950336B (zh) | 通过使用硫化合物作为转移剂来控制丙烯酸的自由基聚合所得到的聚合物以及其应用 | |
| RU2009120457A (ru) | Применение гребенчатого полимера, содержащего по меньшей мере одну привитую полиалкиленоксидную группу, в качестве агента, способствующего совместимости минеральных наполнителей в хлорированных термопластичных материалах | |
| KR20090077900A (ko) | 소수성 기를 갖는 수용성 공중합체를 함유하는 광물 재료의수성 분산액 및/또는 현탁액의, 종이 시트의 제조에서의 용도 | |
| ES2277281T3 (es) | Composicion acuosa y su empleo para la fabricacion de papel. | |
| JP7125203B2 (ja) | カルボキシル基含有共重合体の製造方法 | |
| JP6465842B2 (ja) | カルボキシル基含有重合体及びその組成物 | |
| TH70429A (th) | การใช้โคพอลิเมอร์ที่มีอย่างน้อยหนึ่งกราฟเทคแอลคอกซิ หรือไฮดรอกซิพอลิแอลคิลีนไกลคอลฟังก์ชัน, เป็นสารเคลือบเงาสำหรับกระดาษและผลิตภัณฑ์ที่ได้ | |
| ES2988611T3 (es) | Procedimiento para neutralizar un polímero acrílico soluble en agua mediante al menos un agente monovalente y al menos un agente divalente, polímeros obtenidos | |
| HK1125147A (en) | Process for preparing coating slips featuring enhanced water retention and enhanced brookfield tm viscosity, using a comb polymer having at least one grafted polyalkylene oxide function | |
| TH68739A (th) | สารแขวนลอยแอเควียสที่เป็นไอออนิคอย่างอ่อนของวัตถุแร่ในดิน | |
| MX2008007484A (en) | Process for preparing coating slips featuring enhanced water retention and enhanced brookfieldtm viscosity, using a comb polymer having at least one grafted polyalkylene oxide function | |
| TH67059A (th) | การใช้โคพอลิเมอร์ที่มีแอลคอกซิหรือไฮดรอกซิ พอลิแอลไคลีน ไกลคอล ที่ถูกกราฟท์แล้วอย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชันเป็นสารปรับปรุงการกระตุ้นการเพิ่มความขาวสว่างเชิงแสง และผลิตภัณฑ์ที่ได้ | |
| TH76475A (th) | การใช้พอลิเมอร์ที่ทำให้เป็นโครงสร้างที่ละลายน้ำได้ที่ได้มาโดยพอลิเมอไรเซชันของแรดิคัลอิสระที่ควบคุมไว้ เป็นตัวแพร่กระจายและสารช่วยบดสำหรับสารแร่ | |
| TH101979A (th) | กระบวนการสำหรับการบดแห้งของหนึ่งหรือมากกว่าของวัสดุแร่ธาตุรวมอย่างน้อยที่สุดหนึ่งแคลเซียมคาร์บอเนต |