TH57388A - วิธี เพื่อให้ได้โครงสร้างก่อภูมิคุ้มกันที่มีความสามารถทำปฏิกิริยาข้ามสูง และการใช้ของมันในสารผสมตามสูตร - Google Patents

วิธี เพื่อให้ได้โครงสร้างก่อภูมิคุ้มกันที่มีความสามารถทำปฏิกิริยาข้ามสูง และการใช้ของมันในสารผสมตามสูตร

Info

Publication number
TH57388A
TH57388A TH0101004457A TH0101004457A TH57388A TH 57388 A TH57388 A TH 57388A TH 0101004457 A TH0101004457 A TH 0101004457A TH 0101004457 A TH0101004457 A TH 0101004457A TH 57388 A TH57388 A TH 57388A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
antigenic
structure according
antigenic structure
peptide
dendrimeric
Prior art date
Application number
TH0101004457A
Other languages
English (en)
Inventor
ฮาเวียร์ ครุซ ริคอนโด นายหลุยส์
Original Assignee
เซนโตร เดอ อินเจนีเรีย จีเนติกา วาย ไบโอเทคโนโลเจีย
Filing date
Publication date
Application filed by เซนโตร เดอ อินเจนีเรีย จีเนติกา วาย ไบโอเทคโนโลเจีย filed Critical เซนโตร เดอ อินเจนีเรีย จีเนติกา วาย ไบโอเทคโนโลเจีย
Publication of TH57388A publication Critical patent/TH57388A/th

Links

Abstract

DC60 การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธี เพื่อให้ได้โครงสร้างก่อภูมิคุ้มกันใหม่ที่สามารถเพิ่มการตอบ สนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนชนิดเพพไทด์ (peptidic antigens) ที่ให้ทั้งร่างกาย และ/หรือทางเยื่อ เมือก ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่สูง เช่นเดียวกับโครงสร้างทางเคมี ซึ่งเกิดจากการใช้ วิธี, สูตรผสมตามที่ได้ และการใช้ของมัน วิธีที่กล่าวไว้ในการประดิษฐ์นี้ทำให้สามารถเกิดออบเทนชันของโครงสร้างแอนติเจนิคใหม่ โดยเริ่มจากการคัดเลือก และการสังเคราะห์ของเดนดริเมอร์ มันได้ถูกคู่ควบกับตัวพา โครงสร้างที่ได้ สามารถถูกใช้ในสารแอดจูแวนท์ได้อย่างเหมาะสม หรือในสูตรผสมของแอนติเจนที่หลากหลาย ผล ซินเนอจิสติค (sinergistic effect) สามารถพบได้ในความสามารถทำปฏิกิริยาข้าม และความสามารถ ก่อภูมิคุ้มกัน ยิ่งกว่านั้นสูตรผสมสามารถมีตัวทำให้เสถียร และวัตถุกันเสีย โครงสร้างแอนติเจนิคของการประดิษฐ์นี้สามารถถูกใช้ในอุตสาหกรรมยาเป็นสูตรผสม วัคซีน เพื่อป้องกันหรือรักษาโรคในมนุษย์ และสัตว์ เช่นเดียวกับในการพัฒนาของระบบวินิจฉัยโรค การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธี เพื่อให้ได้โครงสร้างก่อภูมิคุ้มกันใหม่ที่สามารถเพิ่มการตอบ สนองทางภูมิค้มกันต่อแอนติเจนชนิดเพพไทด์ (peptidic antigens) ที่ให้ทั้งร่างกาย และ/หรือทางเยื่อ เมือก ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่สูง เช่นเดียวกับโครงสร้างทางเคมี ซึ่งเกิดจากการใช้ วิธี, สารผสมตามสูตรที่ได้ และการใช้ของมัน วิธีที่กล่าวไว้ในการประดิษฐ์นี้ทำให้สามารถเกิดออบเทนชันของโครงสร้างแอนติเจนิคใหม่ โดยเริ่มจากการคัดเลือก และการสังเคราะห์ของเดนดริเมอร์ มันได้ถูกคู่ควบกับตัวพาโครงสร้างที่ได้ สามารถถูกใช้ในการเสริมฤทธิ์ได้อย่างเหมาะสม หรือในสารผสมตามสูตรของแอนติเจนต่าง ๆ ผล ซินเนอจิสติค (sinergistic effect) สามารถพบได้ในความสามารถทำปฎิกิริยาข้าม และความสามารถ ก่อภูมิคุ้มกัน ยิ่งกว่านั้นสารผสมตามสูตรสามารถมีตัวทำให้เสถียร และวัตถุกันเสีย โครงสร้างแอนติเจนิคของการประดิษฐ์นี้สามารถถูกใช้ในอุตสาหกรรมยาเป็นสารผสมตาม สูตรวัคซีน เพื่อป้องกันหรือรักษาโรคในมนุษย์ และสัตว์ เช่นเดียวกับในการพัฒนาของระบบวินิจฉัย โรค

Claims (46)

1. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคที่สามารถเพิ่มความสามารถทำปฏิกิริยาข้ามเฉพาะ ซึ่ง ประกอบรวมด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้: A) การคัดเลือกของอีพิโทปที่สนใจ B) ออบเทนชันของโครงสร้างเดนดริเมอริคโดยมีอีพิโทปที่ได้รับการคัดเลือกใน (A) โดยใช้ วิธีการสังเคราะห์ที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มดังต่อไปนี้: 1) การสังเคราะห์บนนิวคลีโออุสของกรด แอสปาร์ติค หรือไลซีน; 2) การสังเคราะห์บนนิวคลีโออุสของโมเลกุลอินทรีย์ และ 3) การคู่ควบโดย ตรงของเพพไทด์บนเดนดริเมอริคนิวคลีโออุส, อีพิโทปเซลล์ B และ T สามารถถูกผสมบน นิวคลีโออุสเดียวกัน C) คอนจูเกชันของโครงสร้างเดนดริเมอริคหนึ่ง หรือต่าง ๆ ที่ได้ใน (B) กับโมเลกุลตัวพา หนึ่ง หรือต่าง ๆ โดยใช้วิธีการคู่ควบที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มดังต่อไปนี้: 1) คอนจูเกชันโดยใช้ กลูตาราลดีไฮด์ 2) โดยใช้ซัคซินิคแอนไฮไดรด์ 3) โดยใช้เอสเทอร์ของกรด เบตา-มาลีอิมิโดโพรพิโอนิค- N-ไฮดรอกซิซัคซินิมิดิค (MPS) และ 4) วิธีใด ๆ ซึ่งหลีกเลี่ยงการใช้สารสเปเซอร์ที่มีสายข้าง อะโรมาติค D) ของผสมของคอนจูเกตที่ได้ในขั้นตอน C) ซึ่งรวมถึงการเติมเพพไทด์จับเกาะ CD4 หรือ คอนจูเกต ซึ่งมีมันอยู่ และ E) การเสริมฤทธิ์ของสารผสมตามสูตรที่ได้ในอะลัม หรือสารเสริมฤทธิ์ที่เหมาะสม
2. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของส่วนจากไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ไทป์ 1 หรือ 2
3. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 2 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของส่วนแปรผันจากไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ไทป์ 1 หรือ 2
4. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 3 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของส่วนแปรผันที่ 3 (V3) จากไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ ไทป์ 1 หรือ 2
5. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของไวรัสก่อโรคตับอักเสบบี
6. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของไวรัสก่อโรคตับอักเสบซี
7. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของไวรัสก่อโรคไข้เดงกี่ (Dengue Virus)
8. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโอลิโกเมอร์ที่มีอยู่ในโครง สร้างที่ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของส่วนพอลิแซ็กคาไรด์จาก Neisseria meningitidis
9. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นเพพไทด์เลียนแบบของพอลิแซ็กคาไรต์แอนติเจนิค
10. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของส่วนแอนติเจนิคจากจุลินทรีย์ หรือสิ่งก่อโรค
11. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของแอนติเจนของตัวเอง
12. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งเพพไทด์ที่มีอยู่ในโครงสร้างที่ ได้รับมาจากขั้นตอน (B) เป็นของฮอร์โมนควบคุมการหลั่งโกนาโดโทรพีน
13. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาจากขั้นตอน (C) คือ แอนติเจนที่ผิวของไวรัสก่อโรคตับอักเสบบี HBsAg
14. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาจากขั้นตอน (C) คือ โปรตีน p64K จาก Neisseria meningitidis
15. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาจากขั้นตอน (C) คือ โปรตีนแกนจากไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์
16. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาจากขั้นตอน (C) คือ แอนติเจนแกนของไวรัสก่อโรคตับอักเสบบี หรือแอนติเจนแกนของไวรัสก่อโรคตับอักเสบซี
17. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาจากขั้นตอน (C) คือ พอลิแซ็กคาไรด์
18. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาจากขั้นตอน (C) ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ เดกซ์แทรน
19. วิธีเพื่อให้ได้โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโมเลกุลตัวพาและโครงสร้าง เดนดริเมอริคจากขั้นตอน (C) ได้ถูกคู่ควบแบบโคเวเลนต์, ไฟฟ้าสถิต หรือโดยสภาพไม่ชอบน้ำ
20. โครงสร้างแอนติเจนิคสามารถเพิ่มความสามารถทำปฏิกิริยาข้ามเฉพาะ ซึ่งประกอบรวม ด้วยอีพิโทปแอนติเจนิคเดนดริเมอริคที่คู่ควบกับโปรตีนตัวพา
21. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเดนดริเมอริคมีลักษณะ เป็นเพพไทด์ หรือ โอลิโกแซ็คคาไรด์
22. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งอีพิโทปที่มีลักษณะเป็นเพพไทด์ หรือ คอนเซนซัสเพพไทด์ของส่วนแปรผันที่ได้รับการคัดเลือกจากไทป์ย่อย, กลุ่มย่อย หรือซีโรไทป์ หรือ ความเกี่ยวเนื่องกันแบบอื่น ๆ
23. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งอีพิโทปที่มีลักษณะเป็นเพพไทด์เป็นคลัง เพพไทด์ (peptidic libraries) จากลำดับเพพไทด์ที่ได้รับการคัดเลือกจากจุลินทรีย์ หรือเพพไทด์ เลียนแบบ
24. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ 1 หรือ 2
25. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของส่วนแปรผันจากไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ 1 หรือ 2
26. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของส่วนแปรผัน V3 จากไวรัสก่อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ 1 หรือ 2
27. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของส่วนจากไวรัสก่อโรคตับอักเสบบี
28. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของส่วนจากไวรัสก่อโรคตับอักเสบซี
29. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของส่วนจากไวรัสก่อโรคไข้เดงกี่ (Dengue virus)
30. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของแอนติเจนพอลิแซ็กคาไรด์จาก Neisseria meningitidis
31. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น เพพไทด์เลียนแบบจากแอนติเจนที่เป็นพอลิแซ็กคาไรด์หรือโปรตีน
32. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของจุลินทรีย์ หรือสิ่งก่อโรค
33. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของแอนติเจนของตัวเอง
34. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 21 ซึ่งอีพิโทปจากส่วนเพพไทด์เดนดริเมอริคเป็น ของฮอร์โมนควบคุมการหลั่งโกนาโดโทรพีน
35. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ แอนติเจนที่ผิวของไวรัส ก่อโรคตับอักเสบบี HbsAg
36. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ โปรตีน p64K จาก Neisseria meningitidis
37. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ แอนติเจนนิวคลีโอ แคปซิดของ HIV
38. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ แอนติเจนนิวคลี โอแคปซิดของ HBV (HBcAg)
39. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ พอลิแซ็กคาไรด์
40. โครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20 ซึ่งโมเลกุลตัวพาคือ เดกซ์แทรน
41. การใช้ของโครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20-40 ในระบบวินิจฉัยโรค
42. การใช้ของโครงสร้างแอนติเจนิคตามข้อถือสิทธิที่ 20-40 ในวัคซีนป้องกัน และบำบัด
43. สารผสมตามสูตรวัคซีน ซึ่งประกอบรวมด้วยโครงสร้างแอนติเจนิคที่กล่าวไว้ในข้อ ถือสิทธิที่ 20-40 ที่ถูกดูดซับ หรือเสริมฤทธิ์ได้อย่างเหมาะสม
44. สารผสมตามสูตรตามข้อถือสิทธิที่ 43 สำหรับการใช้ทั้งร่างกาย หรือทางเยื่อเมือก
45. การใช้สารผสมตามสูตรวัคซีน ซึ่งเกิดจากข้อถือสิทธิที่ 43 และ 44 ข้อใดข้อหนึ่ง เพื่อป้อง กันโรคติดเชื้อ, ภูมิต้านตนเอง หรือมะเร็ง
46. การใช้สารผสมตามสูตรวัคซีน ซึ่งเกิดจากข้อถือสิทธิที่ 43 และ 44 ข้อใดข้อหนึ่ง เพื่อ รักษาโรคติดเชื้อ, ภูมิต้านตนเอง หรือมะเร็ง
TH0101004457A 2001-11-01 วิธี เพื่อให้ได้โครงสร้างก่อภูมิคุ้มกันที่มีความสามารถทำปฏิกิริยาข้ามสูง และการใช้ของมันในสารผสมตามสูตร TH57388A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH57388A true TH57388A (th) 2003-07-22

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
EP1218031B1 (en) Pharmaceutical composition comprising an antigen
Schild et al. Efficiency of peptides and lipopeptides for in vivo priming of virus‐specific cytotoxic T cells
ES2265148T3 (es) Enterotoxina mutante eficaz como adyuvante oral no toxico.
JP2004002463A (ja) インターロイキン含有安定ワクチン組成物
US7261883B2 (en) Vaccines containing ribavirin and methods of use thereof
Rahman et al. Next-Generation dengue vaccines: leveraging Peptide-Based immunogens and advanced nanoparticles as delivery platforms
US20090104223A1 (en) Method for Obtaining Antigenic Aggregates and the Use Thereof in Formulations
JP2010059201A (ja) 経皮的免疫のアジュバント
KR920004422A (ko) Hiv의 주요 중화 결정인자
AU2016201589B2 (en) Peptide adjuvants
CN100387616C (zh) 获得可增强特异交叉反应性的抗原结构的方法
ES2388684T3 (es) Adyuvantes de vacunas
JP2004519453A5 (th)
CN112220919A (zh) 以氧化石墨烯为载体的纳米冠状病毒重组疫苗
ES2379346T3 (es) Composiciones de vacuna combinadas de ADN/proteína
Mishra et al. Liposomes as adjuvant for combination vaccines
CN100355777C (zh) 乙型肝炎病毒pre-S突变蛋白及其制备方法与应用
Javadi et al. Synthesis and characterization of physicochemical and immunological properties of recombinant NS3-G2 dendrimer conjugate
JP2004262847A (ja) ワクチン製剤
Stewart-Tull Symposium on immunological adjuvants
Guillén et al. Development of a technological framework for using virus-like particles as adjuvants in prophylactic and therapeutic vaccines: demonstration of effect in animal models and humans
Jackson et al. Synthetic Peptide and Their Polymers as Vaccomes: Synthetic Peptide Polymers as the Next Generation of Vaccines
HK1058154B (en) Method for obtaining antigenic structures enhancing specific cross reactivity
TH62589A (th) แอนติเจนที่ผิวของไวรัสตับอักเสบ b ที่เป็นตัวเสริมภูมิคุ้มกันที่เยื่อเมือก, สารผสมตามสูตรที่ได้