TH54288A - การแยกแอมโมเนีย - Google Patents

การแยกแอมโมเนีย

Info

Publication number
TH54288A
TH54288A TH101002678A TH0101002678A TH54288A TH 54288 A TH54288 A TH 54288A TH 101002678 A TH101002678 A TH 101002678A TH 0101002678 A TH0101002678 A TH 0101002678A TH 54288 A TH54288 A TH 54288A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
mixture
ammonia
water
diluent
phase
Prior art date
Application number
TH101002678A
Other languages
English (en)
Inventor
ลีย์เคน นายเฮอร์มันน์
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายบุญมา เตชะวณิช
บีเอเอสเอฟ อัคเทียนเกเซลล์ชาฟท์
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายบุญมา เตชะวณิช, บีเอเอสเอฟ อัคเทียนเกเซลล์ชาฟท์ filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH54288A publication Critical patent/TH54288A/th

Links

Abstract

DC60 (27/09/44) ได้ให้กระบวนการสำหรับการแยกแอมโมเนีย (I) จากของผสม (II) ซึ่งมี แอมโมเนีย (I) และ เอไมด์ (IV) ซึ่งเลือกได้จากหมู่ ซึ่งประกอบด้วย แลคแตม (IVa), โอลิโกเมอร์ (IVb) และ พอลิเ มอร์ (IVc) ที่มี หมู่เอไมด์ ในโซ่หลัก, เอไมด์ (IV) ดัง กล่าว ซึ่งได้จากปฏิกิริยาอีดักท์ (III), ซึ่ง เลือกได้จาก หมู่ ซึ่งประกอบด้วยไนไทรล (IIIa), เอมีน (IIIb), อะมิโน ไนไทรล (IIIc) และ อะมิโน เอไมด์ (IIId), กับน้ำ, ซึ่ง a) ทำปฏิกิริยาอีดักท์ (III) กับน้ำในวัฏภาคของเหลว, ที่ มีตัวเจือจางชนิดของเหลวอินทรีย์ (V) ร่วมอยู่ด้วย, ได้ เป็นของผสม (II) ซึ่งมี เอไมด์ (IV) และ แอมโมเนีย (I), ตัว เจือจาง (V) ซึ่งแสดงช่วง ของการผสมเข้ากันได้กับน้ำภายใต้ สภาวะปริมาณแน่นอน, ความดันและอุณหภูมิ, b) เปลี่ยนของผสม (II) ภายใต้สภาวะปริมาณ, ความดัน และ อุณหภูมิ ดังนั้น ตัวเจือจาง (V) และ น้ำอยู่ในรูปของเหลว และ แสดงช่วงของการผสมเข้ากันได้, ได้เป็น ระบบสองวัฏภาค ซึ่งประกอบ ด้วยวัฏภาค (VII) ซึ่งมี สัดส่วนของตัวเจือจาง (V) สูงกว่าน้ำ, และ วัฏภาค (VIII) ซึ่งมี สัดส่วนของน้ำ สูง กว่าตัวเจือจาง (V), c) แยกวัฏภาค (VII) ออกจากวัฏภาค (VIII), d) แยกแอมโมเนียทั้งหมดหรือบางส่วน ที่มีอยู่ในวัฏภาค (VII) ออกมาโดยการสกัด (a) ด้วย ของผสม ซึ่งมีน้ำ (IX) ได้เป็น ของผสมแอคเควียส (X) ซึ่งมี แอมโนเนีย ซึ่งได้ถูก แยกออกมา, และ ของผสม (XI) ซึ่งมี แอมโมเนีย น้อยกว่าวัฏภาค (VII), และ e) ตัวเจือจาง (V), แอมโมเนียที่เหลืออยู่ และ ผลิตภัณฑ์ พลอยได้ใดๆ ซึ่งเลือกได้จากหมู่ ซึ่ง ประกอบด้วยองค์ประกอบ การเดือดต่ำ, องค์ประกอบการเดือดสูง และ สารประกอบที่ไม่ ทำปฏิกิริยา (III) ได้ถูกแยกออกจากของผสม (XI) ได้เป็น เอไมด์ (IV). ได้ให้กระบวนการสำหรับการแยกแอมโมเนีย (I) จากของผสม (II) ซึ่งมี แอมโมเนีย (I) และ เอไมด์ (IV) ซึ่งเลือกได้จากหมู่ ซึ่งประกอบด้วยแลคแตม (IVa) , โอลิโกเมอร์ (IVb) และ พอลิเ มอร์ (IVc) ที่มี หมู่เอไมด์ ในโซ่หลัก, เอไมด์ (IV) ดัง กล่าว ซึ่งได้จากปฏิกิริยาอีดักท์ (III) , ซึ่ง เลือกได้จาก หมู่ ซึ่งประกอบด้วยไนไทรล (IIIa) , เอมีน (IIIb) , อะมิโน ไนไทรล (IIIc) และ อะมิโน เอไมด์ (IIId), กับน้ำ, ซึ่ง a) ทำปฏิกิริยาอีดักท์ (III) กับน้ำในวัฎภาคของเหลว, ที่ มีตัวเจือจางชนิดของเหลวอินทรีย์ (V) ร่วมอยู่ด้วย, ได้ เป็นของผสม (II) ซึ่งมี เอไมด์ (IV) และ แอมโมเนีย (I), ตัว เจือจาง (V) ซึ่งแสดงช่วง ของการผสมเข้ากันได้กับน้ำภายใต้ สภาวะปริมาณแน่นอน, ความดันและอุณหภูมิ, b) เปลี่ยนของผสม (II) ภายใต้สภาวะปริมาณ, ความดัน และ อุณหภูมิ ดังนั้น ตัวเจือจาง (V) และ น้ำอยู่ในรูปของเหลว และ แสดงช่วงของการผสมเข้ากันได้, ได้เป็น ระบบสองวัฎภาค ซึ่งประกอบ ด้วยวัฎภาค (VII) ซึ่งมี สัดส่วนของตัวเจือจาง (V) สูงกว่าน้ำ, และ วัฎภาค (VIII) ซึ่งมี สัดส่วนของน้ำ สูง กว่าตัวเจือจาง (V), c) แยกวัฎภาค (VII) ออกจากวัฎภาค (VIII), d) แยกแอมโมเนียทั้งหมดหรือบางส่วน ที่มีอยู่ในวัฎภาค (VII) ออกมาโดยการสกัด (a) ด้วย ของผสม ซึ่งมีน้ำ (IX) ได้เป็น ของผสมแอคเควียส (X) ซึ่งมี แอมโนเนีย ซึ่งได้ถูก แยกออกมา, และ ของผสม (XI) ซึ่งมี แอมโมเนีย น้อยกว่า (VII), และ e) ตัวเจือจาง (V) , แอมโมเนียที่เหลืออยู่ และ ผลิตภัณฑ์ พลอยได้ใดๆ ซึ่งเลือกได้จากหมู่ ซึ่ง ประกอบด้วยองค์ประกอบ การเดือดต่ำ, องค์ประกอบการเดือดสูง และ สารประกอบที่ไม่ ทำปฏิกิริยา (III) ได้ถูกแยกออกจากของผสม (XI) ได้เป็น เอไมด์ (IV).

Claims (19)

1. กระบวนการสำหรับการแยกแอมโมเนีย (I) จากของผสม (II) ซึ่งมีแอมโมเนีย (I) และ เอไมด์ (IV) ซึ่งเลือกได้จากหมู่ ซึ่งประกอบด้วยแลคแตม (IVa), โอลิโกเมอร์ (IVb) และ พอลิเ มอร์ (IVc) ที่มีหมู่เอไมต์ในโซ่หลัก, เอไมด์ (IV) ดัง กล่าวซึ่งได้รับมาโดยการทำปฏิกิริยาอีดักท์ (III), ซึ่ง เลือกได้จากหมู่ซึ่งประกอบด้วยไนไทรล (IIIa), เอมีน (IIIb), อะมิโน ไนไทรล (IIIc) และ อะมิโน เอ ไมด์ (IIId), กับน้ำ, ซึ่ง a) ทำปฏิกิริยาอีดักท์ (III) กับน้ำในวัฎภาคของเหลว, ที่ มีตัวเจือจางชนิดของเหลวอินทรีย์ (V) ร่วมอยู่ด้วย, ได้ เป็นของผสม (II) ซึ่งมีเอไมด์ (IV) และ แอมโมเนีย (I), ตัว เจือจาง (V) ซึ่งแสดงช่วง ของการผสมเข้ากันได้กับน้ำภายใต้ สภาวะปริมาณแน่นอน, ความดันและอุณหภูมิ, b) เปลี่ยนของผสม (II) ภายใต้สภาวะปริมาณ, ความดัน และ อุณหภูมิ ดังนั้น ตัวเจือจาง (V) และ น้ำ อยู่ในรูปของเหลว และ แสดงช่วงของการผสมเข้ากันได้, ได้เป็นระบบสองวัฎภาค ซึ่ง ประกอบด้วย วัฎภาค (VII) ซึ่งมี สัดส่วนของตัวเจือจาง (V) สูงกว่าน้ำ, และ วัฎภาค (VIII) ซึ่งมี สัด ส่วนน้ำสูง กว่าตัวเจือจาง (V), c) แยกวัฎภาค (VII) ออกจากวัฎภาค (VIII), d) แยกแอมโมเนียทั้งหมดหรือบางส่วน ที่มีอยู่ในวัฎภาค (VII) ออกมาโดยการสกัด (a) ด้วย ของผสมซึ่งมีน้ำอยู่ (IX) ได้เป็น ของผสมแอคเควียส (X) ซึ่งมีแอมโนเนีย ซึ่งได้ถูก แยกออก, และ ของ ผสม (XI) ซึ่งมีแอมโมเนียกว่าวัฏภาค (VII), และ e) ตัวเจือจาง (V), แอมโมเนียที่เหลืออยู่ และ ผลิตภัณฑ์ พลอยได้ใดๆ ซึ่งเลือกได้จากหมู่ซึ่ง ประกอบด้วย องค์ประกอบ การเดือดต่ำ, องค์ประกอบการเดือดสูง และ สารประกอบที่ไม่ เกิด ปฏิกิริยา (III) ได้ถูกแยกออกจากของผสม (XI) ได้เป็น เอไมด์ (IV).
2. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่ง แยก แอมโมเนียทั้งหมดหรือบางส่วน ออกจากวัฎภาค (VIII) โดยการก ลั่น (b1) หรือ การกลั่นซ้ำ (b2) ได้เป็น ของผสม (XII) ซึ่ง มี แอมโมเนียที่จำเป็น, และ ของผสม (XIII) ซึ่งมีปริมาณ แอมโมเนียน้อยกว่าของวัฎภาค (VIII)
3. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ซึ่งวัฎภาค (VIII) และ ของผสม (X) ดำเนินการให้ได้ผลิตภัณฑ์ ร่วมกันในการกลั่น (b1) หรือ การกลั่นซ้ำ (b2) และ แอมโมเนีย ได้ถูก แยกออกมา .
4. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 3 ซึ่ง ได้ใช้ของผสม (XIII) ทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นของผสมแอคเควียส (IX) .
5. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 4 ซึ่ง ได้ใช้ของผสม (XIV) ซึ่งมีปริมาณน้ำมาก กว่าของของผสม (XIII) เป็นของผสมแอคเควียส (IX) .
6. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิ 5 ซึ่ง ได้รับ ของผสม (XIV) ที่ส่วนไหลออก ด้านข้างของเครื่องมือซึ่งใช้ใน การกลั่น (b1) หรือ การกลั่นซ้ำ (b2).
7. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 6 ซึ่ง ได้นำของผสม (XIII) ทั้งหมดหรือบางส่วน กลับมาใช้ใหม่ไปยังปฏิกรณ์สำรหับการสังเคราะห์เอไมด์ (IV) จากอีดักท์ (III).
8. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 2 ถึง 7 ซึ่ง ดำเนินการแยก แอมโมเนียด้วยการกลั่น (b1) หรือ (b2) ออกที่ความดันน้อยกว่า 8 บาร์สัมบูรณ์ และ แอมโมเนียได้ ถูกดึงออกมาในสถานะไอ.
9. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 8 ซึ่งได้ส่ง แอมโมเนียซึ่งถูกดึงออกมาใน สถานะไอไปทำการบำบัด (c) ด้วย อัลคาไล (XV) ได้เป็นแอมโมเนียที่บริสุทธิ์ (XVI).
10. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 9 ซึ่ง ใช้ โซเดียมไฮดรอกไซต์ (NaOH) เป็น อัลคาไล (XV).
11. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 10 ซึ่ง ดูดกลืนของ ผสม (XII) หรือแอมโมเนีย (XVI) ในน้ำ, (d), ได้เป็นของผสมแอคเควียส (XVII) ที่มี แอมโมเนีย.
12. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 10 ซึ่ง อัดของผสม (XII) หรือแอมโมเนีย (XVI) ให้มีความดันสูงขึ้นได้เป็นของผสม (XVIII).
13. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 11 ถึง 12 ซึ่ง กลั่นของผสม (XVII) หรือ ของผสม (XVIII) ที่ความดันมาก กว่า 8 บาร์สัมบูรณ์ ได้เป็นของผสม (XIX) ซึ่งมีน้ำ และ ตัว เจือจาง (V) น้อยกว่าของผสม (XVII), และของผสม (XX) ซึ่ง มี แอมโมเนีย น้อยกว่าของผสม (XVII) หรือ ของผสม (XVIII).
14. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 11 หรือ 13 ซึ่ง ใช้ของผสม (XX) ทั้งหมด หรือบางส่วนสำหรับการดูดกลืน (d) .
15. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อถือสิทธิ 3 หรือ 14 ซึ่ง แยกตัวเจือจาง (V) ออกจาก ของผสม (XX) และ นำกลับมาใช้ ใหม่ไปยังการสังเคราะห์เอไมด์ (IV) จากอีดักท์ (III).
16. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 15 ซึ่งใช้ 6-อะมิโน คาโปรไนไทรล เป็นอะมิโนไน ไทรล (IIIc)
17. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 16 ซึ่ง ใช้อะดิโปได ไนไทรล เป็น ไนไทรล (IIIa).
18. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 17 ซึ่ง ใช้เฮกซะเมธิ ลีนไดเอมีน เป็น เอมีน (IIIb).
19. กระบวนการตามที่ขอถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือ สิทธิ 1 ถึง 18 ซึ่ง ใช้ตัวเจือจาง (V) ซึ่งเลือกได้จากหมู่ ซึ่งประกอบด้วยเอธิลเบนซิน, เบนซิน, ทอลูอีน, o-ไซลีน, m-ไซลีน และ p-ไซ ลีน.
TH101002678A 2001-07-09 การแยกแอมโมเนีย TH54288A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH54288A true TH54288A (th) 2002-12-02

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Kurita et al. Trichloromethyl chloroformate. Reaction with amines, amino acids, and amino alcohols
US5648546A (en) Method for manufacturing tert-butylamine
US8329951B2 (en) Process for preparing diphenylmethanediamine
CN114105805A (zh) 一种二氧化钛催化制备甲酰胺类化合物的方法
CN115803312A (zh) 用于制备ω-溴代烷酸及酯的方法
CN104487423B (zh) 含有不饱和羧酸酰胺化合物的晶体及其制造方法
HK1045685B (zh) 制备一硝基甲苯的连续等温方法
WO1995028383A1 (en) Purification of amido-carboxylic acid by liquid/liquid extraction
MY134056A (en) Separation of ammonia
Hosseini-Sarvari et al. Alumina sulfuric acid mediated solvent-free and one-step Beckmann rearrangement of ketones and aldehydes and a useful reagent for synthesis of keto-and ald-oximes
Basak et al. Synthesis, reactivity and conformational preferences of novel enediynyl peptides: a possible scaffold for β-sheet capping turns
RU2827377C1 (ru) Способ получения соединения на основе фталонитрила
CA1340073C (en) Process for the production of dinitrotoleune or mononitrobenzene
US3201198A (en) Process for simultaneous production of methacrylamide and ammonium bisulfate
CN104045583B (zh) 一种制备取代氨基脲化合物的方法
CN1656060B (zh) 降低含有氨基腈、二胺、二腈或其混合物的混合物中的不饱和胺含量的方法
US3190882A (en) Amidomethylation of olefins
US3711532A (en) Preparation of beta-halogenopropionitriles
KR101106848B1 (ko) 락탐의 제조
US3996239A (en) Conversion of aliphatic nitriles to carboxylic acids using cyclic acid anhydrides
US7973174B2 (en) Process of making 3-aminopentanenitrile
Dou et al. An Efficient Synthesis of N‐Substituted‐3‐aryl‐3‐(2‐hydroxy‐4, 4‐dimethyl‐6‐oxocyclohex‐1‐enyl) propanamides by Four‐component Reaction in Aqueous Medium
US6686465B2 (en) Preparation of cyclic lactams
WO2002070474A1 (fr) Procede de production de lactame
JP3829185B2 (ja) β−アミノ酸の合成方法