TH53597A - สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งมีหมู่อิลีดแบบบริดจ์ - Google Patents
สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งมีหมู่อิลีดแบบบริดจ์Info
- Publication number
- TH53597A TH53597A TH101004301A TH0101004301A TH53597A TH 53597 A TH53597 A TH 53597A TH 101004301 A TH101004301 A TH 101004301A TH 0101004301 A TH0101004301 A TH 0101004301A TH 53597 A TH53597 A TH 53597A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- hydrocarbil
- groups
- tri
- formula
- hydrogen
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (27/12/44) สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งสอดคล้องกับสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) สูตร 1 หรือ สูตร 2 ซึ่ง : M คือ ไทเทเนียม, เซอร์โคเนียม หรือ แฮฟเนียมที่มี ออกซิเดชันสเทต +4, +3 หรือ +2 Y1 และ Y2 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือ NR1, PR1, S, O หรือ หมู่ไซคลิคหรือ นอน-ไซคลิคลิแกนด์ที่ เป็น แอนไอออน ซึ่งมี พาย-อิเล็กตรอนไม่ประจำที่ Z คือ โบรอน, อะลูมินัม, แกลเลียม หรืออินเดียม Q คือ หมู่ลิแกนด์ที่เป็นกลาง, แอนไอออนหรือ ไดแอนไอออน j คือ 1 หรือ 2 T ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้ง คือ : NR12, PR12, ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล,( สูตรเคมี) , ( สูตรเคมี) หรือ ( สูตรเคมี) ซึ่ง : R1 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่เฮโลไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล หรือหมู่ ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิลไฮโดรคาร์ บิล หมู่ R1 ดังกล่าว มีอะตอมสูงถึง 20 อะตอมโดยไม่นับ รวมไฮโดรเจน R5 คือ R1 หรือ N(R1)2 และ หมู่ R1 2 หมู่ร่วมกันหรือหมู่ R1 1 หมู่หรือมากกว่า ร่วมกับ R5 อาจเลือกให้เชื่อมต่อกันเพื่อทำ ให้เกิด โครงสร้างแบบวง T'+ คือ หมู่อิลีด ซึ่งสอดคล้อง กับสูตร R13N+CH2-, R13P+CH2-, R12S+CH2-, R13P+NR-, Nพันธะ3N+CH2-, หรือ R42M'+CH2-, ซึ่ง R1 เหมือน กับที่ได้นิยามไว้ก่อนแล้ว R4 คือ หมู่ไซคลิคไฮโดรคาร์บิลซึ่งมีพันธะ พาย M' คือ โลหะแทรนซิชัน T และT'+ ที่เลือกได้คือ ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะ โคเวเลนท์และ A+ คือ แคทไอออน ที่ควรใช้คือ แคทไอออนของ โลหะแอลคาไลน์, โลหะแอลคาไลเอิร์ท, กรีญาร์ หรือ C1-20โมโน-, ได- หรือ ไทร-แอลคิล แอมโมเนียม สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งสอดคล้องกับสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) สูตร 1 หรือ สูตร 2 ซึ่ง : M คือ ไทเทเนียม, เซอร์โคเนียม หรือ แฮฟเนียมที่มี ออกซิเดชันสเทต +4, +3 หรือ +2 Y1 และ Y2 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือ NR1, PR1, S, O หรือ หมู่ไซคลิคหรือ นอน-ไซคลิคลิแกนด์ที่ เป็น แอนไอออน ซึ่งมี ไพ-อิเล็กตรอนไม่ประจำที่ Z คือ โบรอน, อะลูมินัม, แกลเลียม หรืออินเดียม Q คือ หมู่ลิแกนด์ที่เป็นกลาง, แอนไอออนหรือ ไดแอนไอออน j คือ 1 หรือ 2 T ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้ง คือ : NR12, PR12, ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล, ( สูตรเคมี) , ( สูตรเคมี) หรือ ( สูตรเคมี) ซึ่ง : R1 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่เฮโลไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล หรือหมู่ ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิลไฮโดรคาร์ บิล หมู่ R1 ดังกล่าว มีอะตอมสูงถึง 20 อะตอมโดยไม่นับ รวมไฮโดรเจน R5 คือ R1 หรือ N(R1)2 และ หมู่ R1 2 หมู่ร่วมกันหรือหมู่ R1 1 หมู่หรือมากกว่า ร่วมกับ R5 อาจเลือกให้เชื่อมต่อกันเพื่อทำ ให้เกิด โครงสร้างแบบวง T'+ คือ หมู่อิลีด ซึ่งสอดคล้อง กับสูตร R1 3N+CH2-, R1 3P+CH2-, R1 2S+CH2-, R1 3P+NR-, N(สัญลักษณ์)N+CH2-, หรือ R4 2M'+CH2-, ซึ่ง R1 เหมือน กับที่ได้นิยามไว้ก่อนแล้ว R4 คือ หมู่ไซคลิคไฮโดรคาร์บิลซึ่งมีพันธะ ไพ M' คือ โลหะแทรนซิชัน T และT'+ ที่เลือกได้คือ ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะ โคเวเลนท์และ A+ คือ แคทไอออน ที่ควรใช้คือ แคทไอออนของ โลหะแอลคาไลน์, โลหะแอลคาไลเอิร์ท, กรีญาร์ หรือ C1-20 โมโน-, ได- หรือ ไทร-แอลคิล แอมโมเนียม
Claims (18)
1. สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งสอดคล้องกับสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) สูตร 1 ซึ่ง : M คือ ไทเทเนียม, เซอร์โคเนียม หรือ แฮฟเนียมที่มี ออกซิเดชันสเทต +4,+3 หรือ +2 Y1 และ Y2 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือ NR1, PR1, S, O หรือ หมู่ไซคลิคหรือ นอน-ไซคลิคลิแกนด์ที่ เป็นแอนไอออน ซึ่งมี ไพ-อิเล็กตรอนไม่ประจำที่ Z คือ โบรอน, อะลูมินัม, แกลเลียม หรืออินเดียม Q คือ หมู่ลิแกนด์ที่เป็นกลาง, แอนไอออนหรือ ไดแอนไอออน j คือ 1 หรือ 2 T ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้ง คือ : NR1 2, PR1 2, ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล, ( สูตรเคมี) ซึ่ง : R1 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่เฮโลไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล หรือหมู่ ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล-ไฮโดรคาร์ บิล หมู่ R1 ดังกล่าว มีอะตอมสูงถึง 20 อะตอมโดยไม่นับรวม ไฮโดรเจน R5 คือ R1 หรือ N(R1)2 และ หมู่ R1 2 หมู่ร่วมกันหรือหมู่ R1 1 หมู่หรือมากกว่า ร่วมกับ R5 อาจเลือกให้เชื่อมต่อกันเพื่อทำ ให้เกิด โครงสร้างแบบวง T'+ คือ หมู่อิลีด ซึ่งสอดคล้องกับสูตร R1 3N+CH2-, R1 3P+CH2-,R1 2S+CH2-, R1 3P+NR-, N=N+CH2-, หรือ R4 2M'+CH2-, ซึ่ง R1 เหมือน กับที่ได้นิยามไว้ก่อนแล้ว R4 คือ หมู่ไซคลิคไฮโดรคาร์บิลซึ่งมีพันธะ ไพ M' คือ โลหะแทรนซิชัน และที่เลือกได้คือ T และ T'+ ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะโคเวเลนท์
2. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสอดคล้องกับสูตร (สูตรเคมี) สูตร 4 , สูตร 5 , สูตร 6 ซึ่ง, M, Z-, T, T'+, Q และ j เหมือนกับที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 1 E คือ คาร์บอน, ไนโตรเจน หรือ ฟอสฟอรัส Y คือ NR1 หรือ PR1 ซึ่ง R1 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่เฮโลไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล หรือ หมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล) ไซลิลไฮโดรคาร์บิล หมู่ R1 ดังกล่าวมีอะตอมสูงถึง 20 อะตอม โดยไม่นับรวมไฮโดรเจน หรือ หมู่ R1 2 หมู่ร่วมกันอาจเลือกให้เชื่อมต่อกันเพื่อให้เกิดโครงสร้างแบบวง R2 คือ ไฮโดรเจน หรือ หมู่ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล, ไดไฮโดรคาร์บิลอะมิโน ไฮโดรคาร์บิล, ไทร(ไฮโดรคาร์บิลไซลิล)ไฮโดรคาร์บิล, Si(R3)3, N(R3)2 หรือ OR3 ที่มีคาร์บอนหรือ ซิลิคอนสูงถึง 20 อะตอม และที่เลือกได้สามารถเชื่อมหมู่ R2 ที่อยู่ใกล้เคียงกัน 2 หมู่เข้าด้วยกันด้วยวิธี นั้นทำให้เกิดโครงสร้างวงฟิวส์ และ R3 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทรไฮโดรคาร์บิลไซลิล หรือหมู่ ไทรไฮโดรคาร์บิลไซลิลไฮโดรคาร์บิล R3 ดังกล่าวมีอะตอมสูงถึง 20 อะตอมโดยไม่นับรวม ไฮโดรเจน และที่เลือกได้อาจเชื่อมหมู่ R3 2 หมู่เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดโครงสร้างแบบวง
3. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่ง M มีออกซิเดชันสเทต +4, j = 2 และ Q ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ เฮไลด์, ไฮไดรด์, ไฮโดรคาร์บิล, ไซลิลไฮโดรคาร์บิล, ไฮโดรคาร์บิลออกไซด์, ไดไฮโดรคาร์บิแลมีด Q ดังกล่าวมีอะตอมสูงถึง 20 อะตอมโดยไม่นับรวม ไฮโดรเจน หรืออีกวิธีการหนึ่ง j คือ 1 และ Q คือ หมู่ไฮโดรคาร์แบไดอิล หรือ ได(ไฮโดรคาร์บิล)ไซ เลน
4. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่ง M มีออกซิเดชันสเทต +3, j = 1 และ Q คือ 1) ลิแกนด์ที่เป็นแอนไอออนชนิดเวเลนซีหนึ่งที่เลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วยหมู่แอลคิล, ไซโคลแอลคิลแอริล, ไซลิล, แอมิโด, ฟอสฟิโด, แอลคอกซิ, แอริลอกซิ, ซัลฟิโด และหมู่ดังกล่าวปน กัน ซึ่งเลือกให้ถูกแทนที่ต่อไปด้วย ด้วยหมู่แทนที่ซึ่งมีแอมีน, ฟอสฟีน, อีเธอร์หรือไธโออีเธอร์ ซึ่ง สามารถสร้างพันธะโคออร์ดิเนทโคเวเลนท์ หรือพันธะซึ่งทำให้เกิดคีเลทกับลิแกนด์ดังกล่าวมีอะตอม สูงถึง 50 อะตอม โดยไม่นับรวมไฮโดรเจน หรือ 2) หมู่ C3-10 ไฮโดรคาร์บิล ซึ่งประกอบรวมด้วยส่วน ไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีนซึ่งสามารถสร้างพันธะ อีตา3 กับ M อย่างใดอย่างหนึ่ง
5. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่ง M มีออกซิเดชันสเทต +2, j = 1 และ Q คือ คอนจูเกเทดไดอีนที่เป็นกลาง ซึ่งเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล) ไซลิล หรือ ไทร(ไฮโดรคาร์บิลไซลิล)ไฮโดรคาร์บิล 1 หมู่หรือมากกว่า Q ดังกล่าวมีคาร์บอนสูงถึง 40 อะตอม และทำให้เกิดสารเชิงซ้อนชนิด ไพ กับ M
6. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งสอดคล้องกับสูตร (สูตรเคมี) สูตร 4a , สูตร 4b , สูตร 4c (สูตรเคมี) สูตร 5a , สูตร 5b , สูตร 5c (สูตรเคมี) สูตร 6a , สูตร 6b ,หรือ สูตร 6c ซึ่ง : M, Z, T, และ T'+, เหมือนกับที่นิยามไว้ก่อนแล้วในข้อถือสิทธิข้อ 1 Y, E, และ R2 เหมือนกับที่นิยามไว้ก่อนแล้วในข้อถือสิทธิข้อ 2 Q' ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้ง คือ หมู่เฮไลด์, ไฮโดรคาร์บิล, ไฮโดรคาร์บิลอกซิ หรือ ไดไฮโดรคาร์บิแลมีดที่มีอะตอมสูงถึง 10 อะตอมโดยไม่นับรวมไฮโดรเจน หรือ หมู่ Q' 2 หมู่ร่วมกันทำให้เกิดลิแกนด์ C4-20 ไดอีน ซึ่งโคออร์ดิเนทกับ M ในแบบเมทัลโลไซโคล เพนทีน หรือ ร่วมกันคือ -CH2-C6H4-CH2- หรือ -CH2-Si(CH3)2-CH2- Q" คือ ลิแกนด์ซึ่งช่วยให้คงสภาพที่เป็นแอนไอออนชนิดเวเลนซีหนึ่งที่เลือกจากหมู่ซึ่ง ประกอบด้วยหมู่แอลคิล, ไซโคลแอลคิล, แอริล และ ไซลิล ซึ่งเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหมู่แทนที่จำพวก แอมีน, ฟอสฟีนหรืออีเธอร์ 1 หมู่หรือมากกว่าซึ่งสามารถสร้างพันธะโคออร์ดิเนทโคเวเลนท์ หรือ พันธะซึ่งทำให้เกิดคีเลทกับ M Q" ดังกล่าวมีอะตอมไม่ใช่ไฮโดรเจนสูงถึง 30 อะตอม หรือ Q" คือ หมู่ C3-10 ไฮโดรคาร์บิล ซึ่งประกอบรวมด้วยส่วนไม่อิ่มตัวแบบเอธิลีนซึ่งสามารถสร้างพันธะ อีตา3 กับ M และ L คือ คอนจูเกเทดไดอีนที่เป็นกลาง ซึ่งเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล หรือ ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิลไฮโดรคาร์บิล 1 หมู่หรือมากกว่า L ดังกล่าวมีอะตอมสูงถึง 30 อะตอม โดยไม่นับรวมไฮโดรเจน และทำให้เกิดสารเชิงซ้อนชนิด ไพ กับ M
7. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง T'+ คือ ไทรเฟนิลฟอสโฟเนียมเมธิ ลีนอิลีด หรือไทรเมธิลฟอสโฟเนียมเมธิลีนอิลีด
8. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง (สูตรเคมี) ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ หมู่อินเดนิล, ฟลูออเรนิลอินแดเซนิล, ไซโคลเพนทา(1) ฟีแนนเธรนิล หรือแอซูลิเนอิล ซึ่งไม่ถูกแทนที่ ถูกแทนที่บางส่วนหรือถูกแทนที่อย่างสมบูรณ์ หรือ อนุพันธ์ไฮโดรจิเนทบางส่วนของหมู่ดังกล่าว หรือหมู่ไซโคลเพนทาไดเอนิล ซึ่งถูกแทนที่บางส่วน หรือย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมู่แทนที่แต่ละหมู่คือ หมู่ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล, ไฮโดรคาร์บิลอก ซิ, ได(ไฮโดรคาร์บิล)อะมิโน, ไฮโดรคาร์บิลีนอะมิโน หรือ ไซลิล ที่มีอะตอมจาก 1 ถึง 20 อะตอม โดยไม่นับรวมไฮโดรเจน
9. สารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่ง (สูตรเคมี) ที่ปรากฏแต่ละครั้งคือ 3-(N-พิร์โรลิล)อินดีน-1-อิล, 3-(N,N-ไดเมธิลอะมิโน)อินดีน-1-อิล, 3-(N-3,4-เบนโซพิร์โรลิล)อินดีน-1-อิล, 2-เมธิล-4-เฟนิลอินดีน-1-อิล, 2-เมธิล-4-(2-เมธิลเฟนิล) อินดีน-1-อิล, 2-เมธิล-4-(3,5-ไดเมธิลเฟนิล)อินดีน-1-อิล หรือ 2-เมธิล-4-แนฟธิลอินดีน-1-อิล
10. กรรมวิธีพอลิเมอไรเซชันแบบรวมตัวซึ่งประกอบรวมด้วย การสัมผัสโอลิฟิน, ไดโอลิฟิน 1 ชนิดหรือมากกว่าหรือของผสมของสารดังกล่าวภายใต้ภาวะพอลิเมอไรเซชันกับสาร ผสมตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งประกอบรวมด้วยสารเชิงซ้อนของโลหะตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อ 1 - ข้อ 9
11. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งสารผสมตัวเร่งปฏิกิริยานั้นที่มีเพิ่มเติมจะประกอบ รวมด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาร่วมสำหรับการก่อกัมมันต์
12. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาร่วมนั้นคือ อะลูมอกเซนที่เป็น พอลิเมอร์หรือโอลิโกเมอร์
13. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งดำเนินการภายใต้ภาวะพอลิเมอไรเซชันแบบสาร ละลาย แบบรวมมวล แบบของเหลวข้น หรือแบบความดันสูง
14. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งนำโพรพิลีน, ของผสมของโพรพิลีน และโอลิฟินที่ แตกต่างจากโพรพิลีน, ของผสมของโพรพิลีนและไดโอลิฟิน หรือของผสมของโพรพิลีน, โอลิฟินที่ แตกต่างจากโพรพิลีนและไดโอลิฟินมาพอลิเมอไรซ์
15. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งดำเนินการภายใต้ภาวะพอลิเมอไรเซชันแบบของ เหลวข้น ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยานั้นที่มีเพิ่มเติมคือ ประกอบรวมด้วยอนุภาควัสดุรองรับซึ่งเฉื่อย
16. กรรมวิธีของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งดำเนินการภายใต้ภาวะพอลิเมอไรเซชันแบบ วัฏภาคแก๊ส ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยานั้นที่มีเพิ่มเติมคือ ประกอบรวมด้วยอนุภาควัสดุรองรับซึ่งเฉื่อย
17. สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งสอดคล้องกับสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) สูตร 2 ซึ่ง : M คือ ไทเทเนียม, เซอร์โคเนียม หรือแฮฟเนียมที่มี ออกซิเดชันสเทต +4, +3 หรือ +2 Y1 และ Y2 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือ NR1, PR1, S, O หรือ หมู่ไซคลิค หรือ นอน-ไซคลิคลิแกนด์ที่ เป็นแอนไอออนซึ่งมี ไพ -อิเล็กตรอนไม่ประจำที่ Z คือ โบรอน, อะลูมินัม, แกลเลียม หรืออินเดียม Q คือ หมู่ลิแกนด์ที่เป็นกลาง, แอนไอออนหรือ ไดแอนไอออน j คือ 1 หรือ 2 T ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ NR1 2, PR1 2, ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล, ( สูตรเคมี) , ( สูตรเคมี) หรือ ( สูตรเคมี) ซึ่ง : R1 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในการปรากฏแต่ละครั้งคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่เฮโลไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิล หรือหมู่ ไทร(ไฮโดรคาร์บิล)ไซลิลไฮโดรคาร์ บิล หมู่ R1 ดังกล่าวมีอะตอมสูงถึง 20 อะตอม โดยไม่นับรวม ไฮโดรเจน R5 คือ R1 หรือ N(R1)2 และ หมู่ R1 2 หมู่ร่วมกันหรือหมู่ R1 1 หมู่หรือมากกว่า ร่วมกับ R5 อาจเลือกให้เชื่อมต่อกันเพื่อทำ ให้เกิด โครงสร้างแบบวง และ A+ คือ แคทไอออนของโลหะแอลคาไลน์, โลหะแอลคาไลเอิร์ท, กรีญาร์หรือ C1-20 โมโน-, ได-หรือ ไทร-แอลคิลแอมโมเนียม
18. สารเชิงซ้อนของโลหะซึ่งสอดคล้องกับสูตรต่อไปนี้ (สูตรเคมี) สูตร 7 , สูตร 8 , สูตร 9 ซึ่ง A+, M, Z-, T, T'+, Q และ j เหมือนกับที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 17 E คือ คาร์บอน, ไนโตรเจน หรือ ฟอสฟอรัส Y คือ NR1 หรือ PR1 ซึ่ง R1 เหมือนกับที่นิยามไว้ก่อนแล้วในข้อถือสิทธิข้อ 1 R2 คือ ไฮโดรเจน หรือ หมู่ไฮโดรคาร์บิล, เฮโลไฮโดรคาร์บิล, ไดไฮโดรคาร์บิลอะมิโน ไฮโดรคาร์บิล, ไทร(ไฮโดรคาร์บิลไซลิล)ไฮโดรคาร์บิล, Si(R3)3, N(R3)2 หรือ OR3 ที่มีคาร์บอนหรือ ซิลิคอนสูงถึง 20 อะตอม และที่เลือกได้สามารถเชื่อมหมู่ R2 ที่อยู่ใกล้เคียงกัน 2 หมู่เข้าด้วยกัน ด้วยวิธี นั้นทำให้เกิดโครงสร้างวงฟิวส์ และ R3 ที่ไม่เกี่ยวข้องกันคือ ไฮโดรเจน, หมู่ไฮโดรคาร์บิล, หมู่ไทรไฮโดรคาร์บิลไซลิล หรือหมู่ ไทรไฮโดรคาร์บิลไซลิลไฮโดรคาร์บิล R3 ดังกล่าวมีอะตอมสูงถึง 20 อะตอมโดยไม่นับรวม ไฮโดรเจน และที่เลือกได้อาจเชื่อมหมู่ R3 2 หมู่เข้าด้วยกันเพื่อทำให้เกิดโครงสร้างแบบวง
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH53597A true TH53597A (th) | 2002-10-29 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| KR960015739B1 (ko) | π-결합성 헤테로 고리 배위자를 갖는 유기 전이금속 화합물 및 이를 사용하는 올레핀의 중합방법 | |
| EP0963382B2 (en) | Polymerization catalyst systems comprising heterocyclic fused cyclopentadienide ligands | |
| CA2117689C (en) | Addition polymerization catalysts comprising reduced oxidation state metal complexes | |
| JP3275081B2 (ja) | 金属中心酸化による付加重合触媒の製造法 | |
| US6143682A (en) | Bimetallocyclic transition metal catalyst systems | |
| KR100624249B1 (ko) | 디엔 착체의 일괄 제조방법 | |
| ES2225761T3 (es) | Catalizadores biometalicos para la polimerizacion de olefinas. | |
| US5807936A (en) | Transition metal compound | |
| US6262201B1 (en) | Aryl substituted metallocene catalysts and their use | |
| US6248914B1 (en) | Metalloid salt catalyst/activators | |
| TW469272B (en) | Three coordinate fluoroaryl aluminum catalyst activator composition | |
| MXPA97002453A (en) | Olefin polymerization process proquiralsindiotact | |
| Huang et al. | Synthesis and Structure Characterization of 2‐(Dimethylaminomethyl) pyrrolate and 2, 5‐Bis (dimethylaminomethyl) pyrrolate Zirconium Complexes | |
| JP3120601B2 (ja) | オレフィン重合触媒およびオレフィンの重合方法 | |
| EP0741146A1 (en) | Catalyst with improved activity for ethylene (co)-polymerization | |
| EP1019421A1 (en) | Transition metal compound, a process for its preparation and its use as a catalyst component | |
| DE10213191A1 (de) | Non-Metallocene, Verfahren zur Herstellung von diesen und deren Verwendung zur Polymerisation von Olefinen | |
| EP1480987B1 (de) | Kovalent fixierte non-metallocene, verfahren zur herstellung von diesen und deren verwendung zur polymerisation von olefinen | |
| KR19990076684A (ko) | 전이 금속 화합물 | |
| TH42487A (th) | สารเชิงซ้อนของโลหะที่ถูกทำให้เป็นสะพาน | |
| JP3086896B2 (ja) | オレフィン重合触媒およびオレフィンの重合方法 | |
| KR20070085713A (ko) | 고용해성 페로세닐 화합물 | |
| JP3427488B2 (ja) | 新規有機遷移金属化合物およびそれを用いたポリオレフィンの製造方法 | |
| JP2022152808A (ja) | オレフィン系共重合体の製造方法 | |
| JPH04366106A (ja) | ポリ−α−オレフィンの製造方法 |