TH49167A - สายเส้นใยแก้วที่ชุบแล้ว และผลิตภัณฑ์ซึ่งรวมสิ่งเดียวกันนั้น - Google Patents

สายเส้นใยแก้วที่ชุบแล้ว และผลิตภัณฑ์ซึ่งรวมสิ่งเดียวกันนั้น

Info

Publication number
TH49167A
TH49167A TH1002856A TH0001002856A TH49167A TH 49167 A TH49167 A TH 49167A TH 1002856 A TH1002856 A TH 1002856A TH 0001002856 A TH0001002856 A TH 0001002856A TH 49167 A TH49167 A TH 49167A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
method under
particles
glass fiber
materials
mixture
Prior art date
Application number
TH1002856A
Other languages
English (en)
Inventor
แลมมอน ไฮลินสกี้ นายคาไม
วู นายเซียง
อี โนวิช นายบรูซ
เจ โรเบิร์ตสัน นายวอลเตอร์
บี ไรซ์ นายวิลเลียม
เวลพารี นายเวดากิริ
แอล ลอว์ตัน นายเออร์เนสท์
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายบุญมา เตชะวณิช
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายบุญมา เตชะวณิช filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH49167A publication Critical patent/TH49167A/th

Links

Abstract

DC60 (06/11/43) การประดิษฐ็นี้ให้สายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่งของ เส้นใย, การเคลือบซึ่งประกอบรวมด้วยองค์ประกอบอินทรีย์ และอนุภาคชั้นบางที่มีสภาพการนำความ รัอนอย่างน้อย 1 วัตต์ต่อเมตร-เคลวิน ที่อุณหภูมิ 300 เคลวิน การประดิษฐ์นี้ให้สายใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่งของ เส้นใย, การเคลือบซึ่งประกอบรวมด้วยองค์ประกอบอินทรีย์ และอนุภาคชั้นบางที่ทำให้เป็นไฮเดรท ไม่ได้ การประดิษฐ์นี้ให้นอกจากนั้นด้วยสายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วย จำนวนหนึ่งขอเส้นใยที่มีสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซิน บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของ อย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยที่กล่าวแล้วนั้น ซึ่งสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซินนั้นประกอบรวม ด้วย: (a) จำนวนหนึ่งของอนุภาคที่แยกกันที่ก่อเกิดจากวัสดุที่เลือกจากวัสดุอินทรีย์ที่ไม่สามารถขยาย ตัวได้ด้วยความร้อน, วัสดุที่เป็นพอลิเมอร์อนินทรีย์, วัสดุเชิงสารประกอบที่ไม่สามารถขยายตัวได้ด้วย ความร้อน และของผสมของวัสดุเหล่านั้น, อนุภาคนั้นมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่เพียงพอที่จะสาย เวท- เอาท์; (b) อย่างน้อยหนึ่งวัสดุที่เป็นสารหล่อลื่นที่แตกต่างจากจำนวนหนึ่งของอนุภาคที่แยกกันที่กล่าว แล้วนั้น; และ (c) อย่างน้อยหนึ่งวัสดุทำให้เกิดฟิลม์ การประดิษฐ์นี้ยังให้สายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่ง ของเส้นใยแก้วที่มีสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซิน บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่าง น้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วที่กล่าวมานั้น ซึ่งสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซินนั้นประกอบรวม ด้วย: (a) จำนวนหนึ่งของอนุภาคอนินทรีย์ชั้นบางที่มีค่าความแข็งของโมส์ ซึ่งไม่เกินค่าความแข็งของ โมส์ของอย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วที่กล่าวแล้วนั้น, และ (b) อย่างน้อยหนึ่งวัสดุที่เป็นโพลิเมอร์ การประดิษฐ์นี้ให้สายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่งของ เส้นใยแก้วที่มีสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซิน บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่างน้อย หนึ่งของเส้นใยแก้วที่กล่าวแล้วนั้น ซึ่งสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซินนั้นประกอบรวมด้วย: (a) อย่างน้อยหนึ่งอนุภาอินทรีย์ที่ไม่สามารถขยายตัวได้ด้วยความร้อนที่กลวง; และ (b) อย่างน้อย หนึ่งวัสดุที่เป็นสารหล่อลื่นที่แตกต่างจากอย่างน้อยหนึ่งอนุภาคอินทรีย์ที่กลวงนั้น การประดิษฐ็นี้ให้สายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่งของ เส้นใย, การเคลือบซึ่งประกอบรวมด้วยองค์ประกอบอินทรีย์ และอนุภาคชั้นบางที่มีสภาพการนำความ รัอนอย่างน้อย 1 วัตต์ต่อเมตร-เคลวิน ที่อุณหภูมิ 300 เคลวิน การประดิษฐ์นี้ให้สายใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่งของ เส้นใย, การเคลือบซึ่งประกอบรวมด้วยองค์ประกอบอินทรีย์ และอนุภาคชั้นบางที่ทำให้เป็นไฮเดรท ไม่ได้ การประดิษฐ์นี้ให้นอกจากนั้นด้วยสายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วย จำนวนหนึ่งขอเส้นใยที่มีสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซิน บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของ อย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยที่กล่าวแล้วนั้น ซึ่งสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซินนั้นประกอบรวม ด้วย: (a) จำนวนหนึ่งของอนุภาคที่แยกกันที่ก่อเกิดจากวัสดุที่เลือกจากวัสดุอินทรีย์ที่ไม่สามารถขยาย ตัวได้ด้วยความร้อน, วัสดุที่เป็นพอลิเมอร์อนินทรีย์, วัสดุเชิงสารประกอบที่ไม่สามารถขยายตัวได้ด้วย ความร้อน และของผสมของวัสดุเหล่านั้น, อนุภาคนั้นมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่เพียงพอที่จะสาย เวท- เอาท์; (b) อย่างน้อยหนึ่งวัสดุที่เป็นสารหล่อลื่นที่แตกต่างจากจำนวนหนึ่งของอนุภาคที่แยกกันที่กล่าว แล้สนั้น; และ (c) อย่างน้อยหนึ่งวัสดุทำให้เกิดฟิลม์ การประดิษฐ์นี้ยังให้สายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่ง ของเส้นใยแก้วที่มีสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซิน บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่าง น้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วที่กล่าวมานั้น ซึ่งสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซินนั้นประกอบรวม ด้วย: (a) จำนวนหนึ่งของอนุภาคอนินทรีย์ชั้นบางที่มีค่าความแข็งของโมส์ ซึ่งไม่เกินค่าความแข็งของ โมส์ของอย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วที่กล่าวแล้วนั้น, และ (b) อย่างน้อยหนึ่งวัสดุที่เป็นโพลิเมอร์ การประดิษฐ์นี้ให้สายเส้นใยที่เคลือบอย่างน้อยบางส่วน ซึ่งประกอบรวมด้วยจำนวนหนึ่งของ เส้นใยแก้วที่มีสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซิน บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่างน้อย หนึ่งของเส้นใยแก้วที่กล่าวแล้วนั้น ซึ่งสารผสมการเคลือบที่เข้ากันได้กับเรซินนั้นประกอบรวมด้วย: (a) อย่างน้อยหนึ่งที่เป็นสารหล่อลื่นที่แตกต่างจากอย่างน้อยหนึ่งอนุภาคอินทรีย์ที่กลวงนั้น

Claims (43)

1. วิธีการสำหรับการยับยั้งการสึกด้วยการเสียดกร่อนของสายเส้นใยซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วโดยการสัมผัสที่ลื่นไหลกับผิวหยาบของวัตถุของแข็งซึ่งประกอบรวมด้วย : (a) การประยุกต์สารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งวัสดุที่เป็นพอลิเมอร์ และอนุภาค สารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ แก่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วของสายเส้น ใยแก้ว; (b) การทำให้แห้งอย่างน้อยบางส่วน สารผสมนั้น เพื่อก่อเกิดสายเส้นใยแก้วที่ไซซ์แล้วที่มี ส่วนเหลือของสารผสมนั้นบนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วนั้น; และ (c) การลื่นไหลของอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสายเส้นใยแก้วเพื่อสัมผัสผิวหยาบของวัสดุของแข็งซึ่ง ผิวหยาบนั้นมีค่าความแข็งซึ่งมากกว่าค่าความแข็งของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้ว โดยให้การยับยั้งการ สึกด้วยการเสียดกร่อนของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วของสายเส้นใยแก้วโดยการสัมผัสกับผิวหยาบ ของวัสดุของแข็ง โดยอนุภาคสารหล่อลื่นอนินทรีย์นั้น
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารผสมนั้นเป็นส่วนเหลือของสารผสมผสมการเคลือบแอเควียส
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารผสมนั้นเป็นสารผสมการเคลือบที่เป็นผง
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารผสมนั้นก่อเกิดการเคลือบที่มีการสูญเสียเมื่อติดไฟใน ช่วงจาก 0.1 ถึง 1.6, และความสามารถให้อากาศซึมได้ ที่ตรวจวัดตาม ASTM D 737 ไม่มากกว่า 10 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาทีต่อตารางฟุตมาตรฐาน
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเลือกอย่างน้อยหนึ่งวัสดุที่เป็นพอลิเมอร์จาก วัสดุที่เป็น พอลิเมอร์อินทรีย์, วัสดุที่เป็นพอลิเมอร์อนินทรีย์, และวัสดุที่เป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติ
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ซึ่งเลือกวัสดุที่เป็นพอลิเมอร์อินทรีย์นั้นจาก วัสดุเทอร์โมเซท ทิง, วัสดุเทอร์โมพลาสติก, และของผสมของวัสดุเหล่านั้น
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ซึ่งวัสดุที่เป็นพอลิเมอร์อินทรีย์นั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อย หนังวัสดุเทอร์โมเซททิง ที่เลือกจาก เทอร์โมเซททิงพอลิเอสเทอร์, ไวนิลเอสเทอร์, วัสดุอีพอกซิ, เฟนอลิค, อะมิโนพลาสท์, เทอร์โมเซททิงพอลิยูเรเธน, และของผสมของสารใดๆก่อนหน้านี้
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 7 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งวัสดุเทอร์โมเซททิงนั้นเป็น เทอร์โมเซททิง พอลิเอสเทอร์
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ซึ่งวัสดุที่เป็นพอลิเมอร์นั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งวัสดุ เทอร์โมพลาสติกที่เลือก, ไวนิลพอลิเมอร์, เทอร์โมพลาสติกพอลิเอสเทอร์, พอลิคาร์บอเนท, พอลิโอเล ฟิน, พอลิแอมิด, เทอร์โมพลาสติดพอลิยูริเธน, อะคริลิคพอลิเมอร์, และของผสมของสารใดๆก่อน หน้านี้
10. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 9 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งวัสดุเทอร์โมพลาสติกนั้นเป็น เทอร์โม พลาสติกพอลิเอสเทอร์
11. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 10 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งวัสดุเทอร์โมพลาสติกนั้นเป็น พอลิไวนิล พิร์โรลิโดน
12. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสวารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นมีโครงสร้างชั้น บาง
13. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งอนุภาคที่เลือกจาก อนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนอนทรีย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรทไม่ได้, อนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรทได้
14. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรท ไม่ได้นั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งอนุภาคที่เลือกจาก แกรไฟต์, โบรอนไนไทรด์, โลหะไดคาล โคจีไนด์, แคดเมียมไอโอไดด์, และเงินซัลไฟด์
15. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรท ไม่ได้นั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งอนุภาคที่เลือกจาก โบรอนไนทรด์, โลหะไดคาลโคจีไนด์, แคดเมียมไอดอไดด์, เงินซัลไฟด์, อินเดียม, แทลเลียม, ดีบุก, ทองแดง, สังกะสี, ทอง, เงิน, แคลเซียม คาร์บอเนท, แคลเซียมฟลูออไรด์, สังกะสีออกไซด์, และของสารผสมของสารใดๆก่อนหน้านี้
16. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 15 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรท ไม่ได้นั้นประกอบรวมด้วยอนุภาคโบรอนไนไทรด์โครงสร้างผลึกเฮกซาโกนอล
17. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรท ไม่ได้นั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งโลหะไดคาลโคจีไนด์ที่เลือกจากโมลิบลินัมไดซัลไฟด์, โมลิบดินัมไคซิลิเนียม, แทนทาลัมไดซัลไฟด์, แทนทาลัมไดซีลีไนด์, ทังสเตนไดซัลไฟด์, และ ทังสเตนไดซิลิไนต์
18. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ทำให้เป้นไฮเดรท ได้นั้นประกอบรวมด้วย ฟิลลอซิลิเกต
19. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งฟิลลอซิลิเกตนั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งฟิลลอซิ ลิเกต ที่เลือกจาก ไมกา, ทัลก์, ยิปซัม, เคโอลิไนต์, และมอนต์มอริลโลไนต์
20. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งสารผสมไซซิงแอเควียสนั้นโดยส่วนที่จำเป็นปราศจาก อนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์ที่ทำให้เป็นไฮเดรทได้
21. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งค่าความแข็งของอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นมี ค่าความแข็งของโมส์ ซึ่งไม่เกินค่าความ แข็งของโมส์ของอย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วในสายเส้นใย นั้น
22. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 21 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นมีค่าความแข็ง ของโมส์ ในช่วงจาก 0.5 ถึง 6
23. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นมีค่าความแข็งของ โมส์ ในช่วงจาก 0.5 ถึง 6
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นให้มีที่ว่างซอก เล็กๆ ระหว่างอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วและอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยที่ชิดกัน
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นมีขนาดอนุภาค เฉลี่ย ที่ตรวจวัดตามเทคนิคการกระเจิงแสงเลเซอร์ น้อยกว่าประมาณ 1000 ไมครอน
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 25 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นมีขนาดอนุภาค เฉลี่ย ในช่วงจาก 0.1 ถึง 5 ไมครอน
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นเป็นตัวนำความ ร้อน
28. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นเป็นตัวฉนวนไฟ ฟ้า
29. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอนุภาคสารหล่อลื่นของแข็งอนินทรีย์นั้นประกอบรวมเป็น จาก 0.001 ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ของสารผสมนั้น โดยใช้ของแข็งโดยรวมเป็นฐาน
30. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารผสมนั้นประกอบรวมด้วยน้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นโดย ปริมาตรของวัสดุแก้ว
31. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งทำให้เกิดอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วจากวัสดุที่ทำให้เป็นเส้น ใยได้ ที่เลือกจาก วัสดุอนินทรีย์ที่ไมใช่แก้ว, วัสดุธรรมชาติ, วัสดุที่เป็นพอลิเมอร์อินทรีย์, และของ ผสมของสารใดๆก่อนหน้านี้
32. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเลือกอย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วนั้นจาก เส้นใยแก้ว-E, เส้นใยแก้ง -D, เส้นใยแก้ว-S, เส้นใยแก้ว-Q, และเส้นใยอนุพันธ์แก้ว-E
33. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 32 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วนั้นเป็นเส้นใยแก้ว-E
34. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 32 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งของเส้นใยแก้วนั้นเป็นเส้นใยอนุพันธ์แก้ว- E
35. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งสารผสมนั้นประกอบรวมต่อไปอีกด้วยสารช่วยเจือจางที่ทำ ปฎิกิริยาได้ไวต่อเรซิน
36. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 35 ซึ่งสารช่วยเจือจางที่ทำปฎิกิริยาได้ไวต่อเรซินนั้น เป็นสาร หล่อลื่นซึ่งประกอบรวมด้วยหมู่ฟังก์ชันแนลหนึ่งหมู่หรือมากกว่าที่สามารถที่จะทำปฎิกิริยาได้กับ ระบบอีพอกซิเรซิน และเลือกจากหมู่ซึ่งประกอบด้วย หมู่แอมีน, หมู่แอลกอฮอล์, หมู่แอนไฮไดรด์, หมู่กรด, และหมู่อีพอกซิ
37. วิธีการสำหรับการยับยั้งการสึกด้วยการเลียดกร่อนของสายเส้นใยซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วโดยการสัมผัสที่ลื่นไหลกับผิวหยาบของวัสดุของแข็งซึ่งประกอบรวมด้วย; (a) การประยุกต์สารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบอินทรีย์ และ อนุภาคชั้นบางที่มีสภาพการนำความร้อนอย่างน้อย 1 วัตต์ต่อเมตร-เคลวิน ที่อุณหภูมิ 300 เคลวิน แก่ อย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วของสายเส้นใยแก้ว; (b) การทำให้แห้งอย่างน้อยบางส่วน สารผสมนั้น เพื่อก่อเกิดสายเส้นใยแก้วที่ไซซ์แล้วที่มี ส่วนเหลือของสารผสมนั้นบนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผิวของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วนั้น; และ (c) การลื่นไหลอย่างอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสายเส้นใยแก้วเพื่อสัมผัสผิวหยาบของวัตถุของแข็งซึ่ง ผิวหยาบนั้นมีค่าความแข็งซึ่งมากกว่าค่าความแข็งของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้ว โดยทำให้ยับยั้งการ สึกด้วยการเสียดกร่อนของอย่างน้อยหนึ่งเส้นใยแก้วของสายเส้นใยแก้วโดยการสัมผัสกับผิวหยาบ ของวัตถุของแข็ง โดยอนุภาคชั้นบางนั้น
38. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 37 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบอินทรีย์นั้นและอนุภาคชั้น บางนั้นเหมือนกัน
39. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 37 ซึ่งอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบอินทรีย์นั้นและอนุภาคชั้น บางนั้นแตกต่างกัน
40. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 37 ซึ่งอนุภาคชั้นบางนั้นเป็นสารอนินทรีย์
41. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 37 ซึ่งอนุภาคชั้นบางนั้นมีสภาพการนำความร้อนอย่างน้อย 5 วัตต์ต่อเมตร-เคลวิน ที่อุณหภูมิ 300 เคลวิน
42. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ซึ่งอนุภาคชั้นบางนั้นมีสภาพการนำความร้อนในช่วงจาก 5 ถึง 2000 วัตต์ต่อเมตร-เคลวิน ที่อุณหภูมิ 300 เคลวิน
43. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 42 ซึ่งเลือกจากอนุภาคชั้นบางนั้นจาก โบรอนไนไทรด์, โมลิบลินัม ไดซัลไฟด์, แกรไฟต์, โมลิบดินัมไดซิลิเนียม, แทนทาลัมไดซัลไฟด์, แทนทาลัมไดซิลีไนด์, ทังสเตน ไดซัลไฟด์, ทังสเตนไดซิลิไนด์, และของผสมของสารใดๆก่อนหน้านี้
TH1002856A 2000-07-31 สายเส้นใยแก้วที่ชุบแล้ว และผลิตภัณฑ์ซึ่งรวมสิ่งเดียวกันนั้น TH49167A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH49167A true TH49167A (th) 2002-01-31

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
WO1999045548A8 (en) Cable
RU2000124942A (ru) Способ снижения абразивного износа стекловолоконных прядей
RU2000124939A (ru) Пропитанные стекловолоконные пряди и содержащие их изделия
US20130094201A1 (en) Heat Dissipating Structure Of LED Circuit Board And LED Lamp Tube Comprised Thereof
ATE228290T1 (de) Hilfsschichten für elektrolumineszierende anordnungen
BR9814694A (pt) Isolamento fibroso tendo fibras minerais e fibras orgânicas integradas, e estruturas de construção isoladas com tal isolamento fibroso.
EA200700080A1 (ru) Кабель с изоляцией из термопласта
TW360934B (en) Improved polytetrafluoroethylene thin film chip carrier
CA2111368A1 (en) Insulating tape and method of producing it
EA199800038A1 (ru) Коллоидные частицы твердых антипиренов и противодымных соединений и способы их изготовления
TW200603703A (en) Circuitized substrate, method of making same, electrical assembly utilizing same, and information handling system utilizing same
BR9713289A (pt) Elemento condutor e elemento condutor
EP0394767A3 (de) Planarisierendes Dielektrikum
DE60112967D1 (de) Pulverlacke mit niedrigem glanz
WO2006127711A3 (en) Electrical cable having a surface with reduced coefficient of friction
CA2296361A1 (en) Optical fibre cable having high tracking resistance
TR200003047T2 (tr) İnorganik kayganlaştırıcı kaplı cam elyaf lifler ve bunları içeren ürünler
CA2312563A1 (en) Flat surface-mounted multi-purpose wire
ATE428065T1 (de) Druckscheibe aus aluminium
BR9915154A (pt) Composição dentifrìcia e utilização de partìculas abrasivas.
EP1694782B1 (en) Electrically conductive floor coverings
KR900004414A (ko) 세라믹 필름 피복 물체 및 그 제작방법
DE60141944D1 (de) Kabel mit einem Überzug aus Verbundwerkstoff
KR860008012A (ko) 코팅 조성물로 처리된 주조 플라스틱 비품
WO2003035795A3 (en) Photostabilised organic material