TH46655A - เหล็กกล้าผ่านการออเซจความแข็งแรงสูงยิ่งซึ่งมีความเหนียวในอุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ - Google Patents

เหล็กกล้าผ่านการออเซจความแข็งแรงสูงยิ่งซึ่งมีความเหนียวในอุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ

Info

Publication number
TH46655A
TH46655A TH9901004453A TH9901004453A TH46655A TH 46655 A TH46655 A TH 46655A TH 9901004453 A TH9901004453 A TH 9901004453A TH 9901004453 A TH9901004453 A TH 9901004453A TH 46655 A TH46655 A TH 46655A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
approximately
fine
grained
steel
weight
Prior art date
Application number
TH9901004453A
Other languages
English (en)
Other versions
TH46655A3 (th
Inventor
คู นายจายัง
Original Assignee
เอ็กซ์ซอน โปรดักชั่น รีเสิร์ช คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by เอ็กซ์ซอน โปรดักชั่น รีเสิร์ช คัมปะนี filed Critical เอ็กซ์ซอน โปรดักชั่น รีเสิร์ช คัมปะนี
Publication of TH46655A3 publication Critical patent/TH46655A3/th
Publication of TH46655A publication Critical patent/TH46655A/th

Links

Abstract

DC60 (07/12/43) เหล็กกล้าเจือต่ำความแข็งแรงสูงยิ่งชนิดเชื่อมได้ที่มีความเหนียวที่อุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ ในแผ่นฐานและในย่าน รับผลของความร้อน (HAZ) เมื่อทำการเชื่อม ซึ่งมีความแข็ง แรงต้านการดึง มากกว่าประมาณ 830 เมกะพาสคัล (120 กิโล ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และโครงสร้างจุลภาคที่ประกอบ ด้วย (i) โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด แลธมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือ ของผสมของโครงสร้างเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ และ (ii) ออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึงประมาณ 10% โดยปริมาตร ได้รับการเตรียมขึ้นมาโดยการให้ความร้อนแก้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าที่ประกอบด้วยเหล็ก และสารเติมแต่งที่ตาม มานี้บางสารหรือทั้งหมดในปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักที่จำเพาะ คือ คาร์บอน แมงกานีส นิกเกิล ไนโตรเจน ทองแดง โครเมียม โมลิบดีนัม ซิลิคอน ไนโอเบียม วาเนเดียม ไทเทเนียม อะลูมินัม และ โบรอน การลดขนาดชิ้นแผ่น เหล็กกล้าเพื่อให้เป็นแผ่นเหล็กกล้าในการรีด ร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วงอุณหภูมิที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิด ผลึกใหม่ การรีดแผ่นเหล็กกล้า ในขั้นสุดท้ายในการรีดหนึ่ง ครั้งหรือมากกว่านั้นในช่วงอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิการ เกิดผลึกใหม่ ของออสเทไนท์และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครง สร้าง Ar3 การชุบแผ่นเหล็กกล้าผ่านการรีดขั้นสุด ท้ายสู่ อุณหภูมิหลังหยุดชุด (QST) ที่เหมาะสม การยุติการชุบ และ การคงแผ่นไว้อย่างมีอุณหภูมิคง ที่โดยประมาณที่ QST หรือการระบายความร้อนแผ่นอย่างช้าๆก่อนการระบายความร้อน ด้วยอากาศ หรือ การระบายความร้อนแผ่นด้วยอากาศอย่างเรียบ ง่ายสู่อุณหภูมิโดยรอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง เหล็กกล้าเจือต่ำความแข็งแรงสูงยิ่งชนิดเชื่อมได้ที่มีความเหนียวที่อุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ ในแผ่นฐานและในย่าน รับผลของความร้อน (HAZ) เมื่อทำการเชื่อม ซึ่งมีความแข็ง แรงต้านการดึง มากกว่ามประมาณ 830 เมกะพาสคัล (120 กิโล ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และโครงสร้างจุลภาคที่ประกอบ ด้วย (i) โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด แลธมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือ ของผสมของโครงสร้างเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ และ (ii) ออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึงประมาณ 10% โดยปริมาตร ได้รับการเตรียมขึ้นมาโดยการให้ความร้อนแก้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าที่ประกอบด้วยเหล็ก และสารเติมแต่งที่ตาม มานี้บางสารหรือทั้งหมดในปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักที่จำเพาะ คือ คาร์บอน แมงกานีส นิกเกิล ไนโตรเจน ทองแดง โครเมียม โมลิบดีนัม ซิลิคอน ไนโอเบียม วาเนเดียม ไทเทเนียม อะลูมินัม และโบรอน การลดขนาดชิ้นแผ่น เหล็กกล้าเพื่อให้เป็แผ่นเหล็กกล้าในการรีด ร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วงอุณหภูมิที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิด ผลึกใหม่ การีดแผ่นเหล็กกล้า ในชั้นสุดท้ายในการรีดหนึ่ง ครั้งหรือมากกว่านั้นในช่วงอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิการ เกิดผลึกใหม่ ของออสเทไนท์และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครง สร้าง Ar3 การชุบแผ่นเหล็กกล้าผ่านการรีดขั้นสุด ท้ายสู่ อุณหภูมิหลังหยุดชุด (QST) ที่เหมาะสม การยุติการชุบ และ การคงแผ่นไว้อย่างมีอุณหภูมิคง ที่โดยประมาณที่ QST หรือการระบายความร้อนแผ่นอย่างช้า ๆ ก่อนการระบายความร้อน ด้วยอากาศ หรือ การระบายความร้อนแผ่นด้วยอากาศอย่างเรียบ ง่ายสู่อุณหภูมิโดยรอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง

Claims (31)

1. วิธีการสำหรับการเตรียมแผ่นเหล็กกล้าที่มีโครงสร้างจุลภาคที่ประกอบด้วย (i) โลเวอร์เบไนท์ เกรนละเอียด แลธมาร์ เทนไซท์เกรนละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของ โครงสร้าง เหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ และ (ii) ออสเทไนท์คงรูปใน ปริมาณถึงประมาณ 10% โดยปริมาตร โดยวิธีการ ดังกล่าวประกอบ ด้วยขั้นตอนของ (a) การให้ความร้อนชิ้นแผ่นเหล็กกล้าสู่อุณหภูมิให้ความ ร้อนซ้ำที่สูงพอเพียงที่จะ (i) ทำให้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเป็นสำคัญ (ii) สลายคาร์ไบด์ และคาร์บอไนไทรด์ของ ไนโอเบียมและวาเนดียมทั้งหมดในชิ้นแผ่น เหล็กกล้าดังกล่าว และ (iii) ก่อเกิดเกรนของออสเทไนท์ แรก เริ่มที่เล็กละเอียดขึ้นมาในชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว (b) การลดขนาดชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อให้เป็นแผ่น เหล็กกล้าในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วง อุณหภูมิที่หนึ่งที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิดผลึกใหม่ (c) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวต่อไปอีกในการรีดร้อน หนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้นใน ช่วงอุณหภูมิที่สองที่ต่ำกว่า อุณหภูมิ Tnr โดยประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครง สร้าง Ar3 โดยประมาณ (d) การชุบแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวด้วยอัตราการระบายความร้อน อย่างน้อยที่สุดประมาณ 10 ํ ซ. ต่อวินาที (18 ํ ฟ./วินาที) สู่อุณหภูมิหลังหยุดชุบ (QST) ที่ต่ำกว่าประมาณ 550 ํ ซ. (1022 ํ ฟ.) และ (e) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย (i) โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด แลธมาร์เทนไซท์เกรน ละเอียด เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) หรือของ ผสมของโครงสร้าง เหล่านี้เป็นส่วนใหญ่ และ (iii) ออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10% โดย ปริมาตร
2. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (e) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (e) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างจุลภาคแบบ ไมโครลามิเนทที่ประกอบด้วย แลธมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด โล เวอร์เบไนท์เกรนละเอียด หรือของ ผสมของโครงสร้างเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ และ ชั้นฟิล์มออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10% โดยปริมาตร
3. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งมีการแทนขั้นตอน (e) ด้วยขั้นตอนที่ตามมานี้ (e) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการกระ ทำเพื่อทำให้โครงสร้างจุลภาค ดังกล่าวของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเปลี่ยนโครงสร้างได้โดยสะดวกไปเป็นโครงสร้างที่ประกอบ ด้วย เบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) เป็นส่วนใหญ่
4. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งอุณหภูมิให้ความร้อนซ้ำ ดังกล่าวของขั้นตอน (a) คือระหว่าง ประมาณ 955 ํซ. และ ประมาณ 1100 ํซ. (1750 ํฟ. ถึง 2010 ํฟ.)
5. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเกรนของออสเทไนท์แรก เริ่มที่เล็กละเอียดดังกล่าวของขั้นตอน (a) มีขนาดเกรนเล็ก กว่าประมาณ 120 ไมครอน
6. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งการลดความหนาของชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวประมาณ 30% ถึงประมาณ 70% เกิดขึ้นมา ในขั้นตอน (b)
7. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งการลดความหนาของชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวประมาณ 40% ถึงประมาณ 80% เกิดขึ้นมา ในขั้นตอน (c)
8. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ประกอบต่อไปอีกด้วยขั้นตอน ของการปล่อยให้แผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวได้รับการระบายความ ร้อนด้วยอากาศสู่อุณหภูมิโดยรอบจากอุณหภูมิหลังหยุดชุบดัง กล่าว
9. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ประกอบต่อไปอีกด้วยขั้นตอน ของการคงแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว ไว้อย่างมีอุณหภูมิคงที่โดย ประมาณ ณ อุณหภูมิหลังหยุดชุบดังกล่าวเป็นเวลาถึงประมาณ 5 นาที
10. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ประกอบต่อไปอีกด้วยขั้นตอน ของการระบายความร้อนแผ่นเหล็ก กล้าดังกล่าวอย่างช้า ๆ ณ อุณหภูมิหลังหยุดชุบดังกล่าวด้วยอัตราที่น้อยกว่าประมาณ 1.0 ํซ. ต่อ วินาที (1.8 ํฟ./วินาที) เป็นเวลาถึง ประมาณ 5 นาที
11. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวของขั้นตอน (a) ประกอบด้วยเหล็ก และธาตุเจือที่ตามมา นี้ในหน่วยเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก C ประมาณ 0.03% ถึงประมาณ 0.12% Ni อย่างน้อยที่สุดประมาณ 1% Cu ถึงประมาณ 1.0% Mo ถึงประมาณ 0.8% Nb ประมาณ 0.01% ถึงประมาณ 0.1% Ti ประมาณ 0.008% ถึงประมาณ 0.03% Al ถึงประมาณ 0.05% และ N ประมาณ 0.001% ถึงประมาณ 0.005%
12. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่าประมาณ 6% โดยน้ำหนัก
13. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่าประมาณ 3% โดยน้ำหนัก และ ประกอบเพิ่มเติมด้วย Mn ถึงประมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก
14.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบต่อไปอีกด้วยสารเติมแต่ง อย่างน้อยที่สุดหนึ่ง สารที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย (i) Cr ถึงประมาณ 1.0% โดยประมาณ (ii) Si ถึงประมาณ 0.5 % โดยน้ำหนัก (iii) V ประมาณ 0.02% โดยน้ำหนัก ถึงประมาณ 0.10% โดยน้ำหนัก (iv) Mn ถึงประมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก และ (v)B ถึงประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
15. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวประกอบต่อไปอีกด้วย B ประมาณ 0.0004% โดยน้ำหนักถึง ประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
16. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง หลังจากขั้นตอน (e) แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวมี DBTT ที่ต่ำกว่า ประมาณ -62 ํ ซ. (-80 ํ ฟ.) ในทั้งแผ่นฐานดังกล่าวและใน HAZ และมี ความแข็งแรงต้านการดึงมาก กว่าประมาณ 830 เมกะพาสคัล (120 กิโลปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
17. แผ่นเหล็กกล้าที่มีโครงสร้างจุลภาคที่ประกอบด้วย (i) โลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด แลธมาร์เทนไซด์เกรนละเอียด เบไนท์ เม็ดละเอียด (FGB) หรือของผสมของโครงสร้างเหล่านี้เป็นส่วน ใหญ่ และ (ii) ออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึงประมาณ 10% โดย ปริมาตร ที่มีความแข็งแรงต้านการ ดึงมากกว่าประมณ 830 เมกะ พาสคัล (120 กิโลปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และมี DBTT ที่ต่ำกว่า ประมาณ -62 ํซ. (-80 ํฟ.) ในทั้งแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวและใน HAZ และที่ซึ่งแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว ผลิตมาจาก ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าผ่านการให้ความร้อนซ้ำที่ประกอบด้วยเหล็ก และธาตุเจือที่ตามมานี้ใน หน่วยเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก C ประมาณ 0.03% ถึงประมาณ 0.12% Ni อย่างน้อยที่สุดประมาณ 1% Cu ถึงประมาณ 1.0% Mo ถึงประมาณ 0.8% Nb ประมาณ 0.01% ถึงประมาณ 0.1% Ti ประมาณ 0.008% ถึงประมาณ 0.03% Al ถึงประมาณ 0.05% และ N ประมาณ 0.001% ถึงประมาณ 0.005%
18. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 17 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็ก กล้าดังกล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่า ประมาณ 6% โดยน้ำหนัก
19. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 17 ซึ่งชิ้นแผ่นเหล็ก กล้าดังกล่าวประกอบด้วย Ni น้อยกว่า ประมาณ 3% โดยน้ำหนัก และประกอบเพิ่มเติมด้วย Mn ถึงประมาณ 2.5% โดยน้ำหนัก
20. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 17 ประกอบต่อไปอีกด้วย สารเติมแต่งอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง สารที่เลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วย (i) Cr ถึงประมาณ 1.0% โดยน้ำหนัก (ii) Si ถึง ประมาณ 0.5% โดยน้ำหนัก (iii) V ประมาณ 0.02% โดยน้ำหนัก ถึงประมาณ 0.10% โดยน้ำหนัก (iv) Mn ถึง ประมาณ 2.5% โดยน้ำ หนัก และ (v)B จากประมาณ 0.00004% โดยน้ำหนัก ถึงประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
21. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 17 ประกอบต่อไปอีกด้วย B ประมาณ 0.0004% โดย น้ำหนักถึงประมาณ 0.0020% โดยน้ำหนัก
22. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 17 มีโครงสร้างจุลภาค แบบไมโครลามิเนทที่ประกอบด้วย แลธของมาร์เทนไซด์เกรนละเอียด แลธของโลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียด หรือของผสมของแลธเหล่านี้ เป็นส่วนใหญ่ และ ชั้นฟิล์มออสเทไนท์คงรูปในปริมาณถึง ประมาณ 10% โดยปริมาตร
23. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งโครงสร้าง จุลภาคแบบไมโครลามิเนทดังกล่าวได้รับ การทำให้มีความเหมาะสม ที่สุดเพื่อการทำให้มีความคดเคี้ยวมากที่สุดในเส้นทางรอย แตกร้าว โดยกระบวนการรีดควบคุมเชิงความร้อนเชิงกลที่ทำให้ เกิดหน้าประสานแบบมุมใหญ่ขึ้นมาจำนวน หนึ่งระหว่างแลธของ มาร์เทนไซด์เกรนละเอียดและโลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียดดัง กล่าวและชั้น ฟิล์มออสเทไนท์คงรูปดังกล่าว
24. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 17 มีโครงสร้างจุลภาค ที่ประกอบด้วยเบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) เป็นส่วนใหญ่ ที่ ซึ่งเบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) ดังกล่าวประกอบด้วยเกรนของเบ นิทิกเฟอร์ไรท์ และอนุภาคของของผสมของมาร์เทนไซด์และออส เทไนท์คงรูป
25. แผ่นเหล็กกล้าของข้อถือสิทธิข้อ 24 ซึ่งโครงสร้าง จุลภาคดังกล่าวได้รับการทำให้มีความ เหมาะสมที่สุดเพื่อการ ทำให้มีความคดเคี้ยวมากที่สุดในเส้นทางของรอยแตกร้าวโดย กระบวนการรีด ควบคุมเชิงความร้อนเชิงกลที่ทำให้เกิดหน้า ประสานแบบมุมใหญ่ขึ้นมาจำนวนหนึ่งระหว่างของเก รน ของเบนิทิก, ฟอร์ไรท์ดังกล่าวและระหว่างเกรนของเบนิทิกเฟอร์ไรท์ดังกล ่าวและอนุภาคของของผสม ของมาร์เทนไซด์และออสเทไนท์คงรูปดั งกล่าว
26. วิธีการสำหรับการเพิ่มความต้านทานต่อการแพร่ของรอยแตก ร้าวของแผ่นเหล็กกล้า โดยวิธี การดังกล่าวประกอบด้วยการดำ เนินการกับแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อการก่อเกิดโครงสร้าง จุลภาค แบบไมโครลามิเนทที่ประกอบด้วย แลธของมาร์เทนไซด์เกรน ละเอียด แลธของโลเวอร์เบไนท์เกรน ละเอียด หรือของผสมของแลธ เหล่านี้เป็นส่วนใหญ่ และ ชั้นฟิล์มออสเทไนท์คงรูปในปริมาณ ถึง ประมาณ 10% โดยปริมาตรขึ้นมา ซึ่งโครงสร้างจุลภาคแบบ ไมโครลามิเนทดังกล่าวได้รับการทำให้มี ความเหมาะสมที่สุด เพื่อการทำให้มีความคดเคี้ยวมากที่สุดในเส้นทางของรอยแตก ร้าวโดยกระบวน การรีดควบคุมเชิงความร้อนเชิงกลที่ทำให้เกิด หน้าประสานแบบมุมใหญ่ขึ้นมาจำนวนหนึ่งระหว่าง แลธของมาร์ เทนไซด์เกรนละเอียดและโลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียดดังกล่าวและ ชั้นฟิล์มออสเทไนท์คง รูปดังกล่าว
27. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 26 ซึ่งความต้านทานต่อการ แพร่ของรอยแตกร้าวดังกล่าวของแผ่น เหล็กกล้าดังกล่าวได้รับ การเพิ่มให้มากขึ้น และความต้านทานต่อการแพร่ของรอยแตกร้าว ของ HAZ ของแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเมื่อทำการเชื่อมได้รับ การเพิ่มให้มากขึ้น โดยการเติม Ni อย่างน้อยที่สุด ประมาณ 1.0% โดยน้ำหนัก และ Cu อย่างน้อยที่สุดประมาณ 0.1% โดยน้ำ หนัก และโดยการเติม ธาตุทำให้มีเสถียรภาพแบบ BCC ลงไปใน ปริมาณที่น้อยที่สุด
28. วิธีการสำหรับการเพิ่มความต้านทานต่อการแพร่ของรอยแตก ร้าวของแผ่นเหล็กกล้า โดยวิธี การดังกล่าวประกอบด้วยการดำ เนินการกับแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อการก่อเกิดโครงสร้าง จุลภาคที่ ประกอบด้วยเบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) เป็นส่วนใหญ่ ที่ซึ่งเบไนท์เม็ดละเอียด (FGB) ดังกล่าว ประกอบด้วยเกรน ของเบนิทิกเฟอร์ไรท์และอนุภาคของของผสมของมาร์เทนไซด์และ ออสเทไนท์คง รูป และที่ซึ่งโครงสร้างจุลภาคดังกล่าวได้รับ การทำให้มีความเหมาะสมที่สุดเพื่อการทำให้มีความคด เคี้ยว มากที่สุดในเส้นทางของรอยแตกร้าวโดยกระบวนการรีดควบคุมเชิง ความร้อนเชิงกลที่ทำให้เกิด หน้าประสานแบบมุมใหญ่ขึ้นมา จำนวนหนึ่งระหว่างของเกรนของเบนิทิกเฟอร์ไรท์ดังกล่าว และ ระหว่างเกรนของเบนีทิกเฟอร์ไรด์ดังกล่าวและอนุภาคของของ ผสมของมาร์เทนไซด์และออสเทไนท์ คงรูปดังกล่าว
29. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งความต้านทานต่อการ แพร่ของรอยแตกร้าวดังกล่าวของแผ่น เหล็กกล้าดังกล่าวได้รับ การเพิ่มให้มากขึ้น และความต้านทานต่อการแพร่ของรอยแตกร้าว ของ HAZ ของแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเมื่อทำการเชื่อมได้รับ การเพิ่มให้มากขึ้น โดยการเติม Ni อย่างน้อยที่สุด ประมาณ 1.0% โดยน้ำหนัก และ Cu อย่างน้อยที่สุดประมาณ 0.1% โดยน้ำ หนัก และโดยการเติม ธาตุทำให้มีเสถียรภาพแบบ BCC ลงไปใน ปริมาณที่น้อยที่สุด
30. วิธีการสำหรับการเตรียมแผ่นเหล็กกล้าที่มีโครงสร้าง จุลภาคแบบไมโครลามิเนทที่ประกอบ ด้วยชั้นฟิล์มออสเทไนท์ ประมาณ 2% โดยปริมาตรถึงประมาณ 10% โดยปริมาตร และแลธของ มาร์เทนไซด์เกรนละเอียดและโลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียดเป็น ส่วนใหญ่คือประมาณ 90% โดย ปริมาตร ถึงประมาณ 98% โดย ปริมาตรโดยวิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ (a) การให้ความร้อนชิ้นแผ่นเหล็กกล้าสู่อุณหภูมิให้ความ ร้อนซ้ำที่สูงพอเพียงที่จะ (i) ทำให้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเป็นสำคัญ (ii) สลายคาร์ไบด์ และคาร์บอไนไทรด์ของ ไนโอเบียมและวาเนเดียมทั้งหมดในชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว และ (iii) ก่อเกิดเกรนของออสเทไนท์ แรกเริ่มที่เล็กละเอียดขึ้นมาในชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว (b) การลดขนาดชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อให้เป็นแผ่น เหล็กกล้าในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วง อุณหภูมิที่หนึ่งที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิดผลึกใหม่ (c) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าต่อไปอีกในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วง อุณหภูมิที่สองที่ต่ำกว่าอุณหภูมิ Tnr โดยประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 โดย ประมาณ (d) การชุบแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวด้วยอัตราการระบายความร้อน อย่างน้อยที่สุดประมาณ 10 ํซ. ต่อวินาที ถึงประมาณ 40 ํซ. ต่อวินาที (18 ํฟ./วินาที ถึง 72 ํฟ./วินาที) สู่อุณหภูมิหลังหยุดชุบที่ต่ำกว่าอุณหภูมิ การ เปลี่ยนโครงสร้าง Ms บวก 100 ํซ. (180 ํฟ.) โดย ประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครง สร้าง Ms โดย ประมาณ และ (e) การยุติการชุบดังกล่าว โดยขั้นตอนดังกล่าวได้รับการดำ เนินการเพื่อทำให้การเปลี่ยน โครงสร้างของแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นไปโดยสะดวกสู่โครงสร้างจุลภาคแบบไมโครลามิเนทที่ ประกอบด้วยชั้นฟิล์มออสเทไนท์ประมาณ 2% โดย ปริมาตร ถึง ประมาณ 10% โดยปริมาตร และแลธ ของมาร์เทนไซท์เกรนละเอียด และโลเวอร์เบไนท์เกรนละเอียดเป็นส่วนใหญ่ คือประมาณ 90% โดย ปริมาตร ถึงประมาณ 98% โดยปริมาตร
31. วิธีการสำหรับการควบคุมอัตราส่วนเฉลี่ยของความยาวของ โครงสร้างเรียบแบนต่อความ หนาของโครงสร้างเรียบแบนในระหว่าง การดำเนินการกับแผ่นเหล็กกล้าผ่านการออเซจความแข็งแรง สูง ยิ่งเพื่อการเพิ่มความเหนียวตามขวางและ DBTT ตามขวางของ แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวให้มากขึ้น โดยวิธีการดังกล่าวประกอบ ด้วยขั้นตอนของ (a) การให้ความร้อนชิ้นแผ่นเหล็กกล้าสู่อุณหภูมิให้ความ ร้อนซ้ำที่สูงพอเพียงที่จะ (i) ทำให้ ชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดัง กล่าวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเป็นสำคัญ (ii) สลายคาร์ไบด์ และคาร์บอไนไทรด์ของ ไนโอเบียมและวาเนเดียมทั้งหมดในชิ้น แผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว และ (iii) ก่อเกิดเกรนของออสเทไนท์ แรกเริ่มที่เล็กละเอียดขึ้นมาในชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว (b) การลดขนาดชิ้นแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวเพื่อให้เป็นแผ่น เหล็กกล้าในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วง อุณหภูมิที่หนึ่งที่ซึ่งออสเทไนท์มีการเกิดผลึกใหม่ (c) การลดขนาดแผ่นเหล็กกล้าต่อไปอีกในการรีดร้อนหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วง อุณหภูมิที่สองที่ต่ำกว่าอุณหภูมิ Tnr โดยประมาณ และสูงกว่าอุณหภูมิการเปลี่ยนโครงสร้าง Ar3 โดย ประมาณ (d) การชุบแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าวด้วยอัตราการระบายความร้อน ประมาณ 10 ํซ ต่อวินาที (18 ํฟ./วินาที) สู่ อุณหภูมิหลังหยุดชุบที่ต่ำกว่าประมาณ 550 ํซ. (1022 ํฟ.) และ (e) การยุติการชุบดังกล่าว เพื่อการทำให้อัตราส่วนเฉลี่ย ของความยาวของโครงสร้างเรียบ แบนต่อความหนาของโครงสร้าง เรียบแบนมีค่าน้อยกว่าประมาณ 100 ในแผ่นเหล็กกล้าดังกล่าว
TH9901004453A 1999-11-29 เหล็กกล้าผ่านการออเซจความแข็งแรงสูงยิ่งซึ่งมีความเหนียวในอุณหภูมิเย็นเยือกที่ดีเลิศ TH46655A (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH46655A3 TH46655A3 (th) 2001-08-15
TH46655A true TH46655A (th) 2001-08-15

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
AU739791B2 (en) Ultra-high strength ausaged steels with excellent cryogenic temperature toughness
JP2002534601A5 (th)
KR101657828B1 (ko) Pwht 후 인성이 우수한 고강도 압력용기용 강재 및 그 제조방법
KR101222724B1 (ko) 연성이 우수한 고강도 강 시트의 제조 방법 및 그 제조방법에 의해 제조된 시트
CN101328564B (zh) 具有优良焊接性的低屈强比ht780钢板及其制造方法
RU2001119979A (ru) Сверхпрочные аустенитно-стареющие стали с превосходной вязкостью при криогенных температурах
AU736152B2 (en) Ultra-high strength, weldable, essentially boron-free steels with superior toughness
RU2001119981A (ru) Высокопрочные трехфазные стали с превосходной вязкостью при криогенных температурах
US4946516A (en) Process for producing high toughness, high strength steel having excellent resistance to stress corrosion cracking
KR20220106149A (ko) 탄소강 오스테나이트 스테인리스강 압연 복합판 및 이의 제조 방법
JPH10509769A (ja) 優れた靭性及び溶接性を有する高強度二相鋼板
KR102131538B1 (ko) 냉간가공성 및 ssc 저항성이 우수한 초고강도 강재 및 그 제조방법
CN103526111A (zh) 屈服强度900MPa级热轧板带钢及其制备方法
CN115181894B (zh) 590MPa级别高成形性热镀锌双相钢及快速热处理热镀锌制造方法
CN106498296A (zh) 一种屈服强度1100MPa级高强钢的制造方法
CN1970818A (zh) 一种高强度耐候钢及其生产方法
CN112280957B (zh) 一种析出强化型非调质低温厚板钢及其轧制方法
EP4722404A1 (en) Component-normalized variable-strength dual-phase steel plate and flexible manufacturing method therefor
JP2913426B2 (ja) 低温靱性の優れた厚肉高張力鋼板の製造法
JPH08176659A (ja) 低降伏比高張力鋼の製造方法
CN111979389B (zh) 一种铁素体低温钢锻件及其低温深冷制备方法
CN103667963A (zh) 一种屈强比<0.8的低碳贝氏体建筑用钢及生产方法
KR102255823B1 (ko) 성형성이 우수한 고항복비형 강판 및 그 제조방법
JP2000319726A (ja) 溶接性に優れた高強度鋼板の製造方法
CN118109751A (zh) 一种屈服强度500MPa级高原用耐候桥梁钢及其制备方法