TH36315A - กระบวนการและสารผสมที่ส่งเสริมประสิทธิภาพทางชีววิทยาของสารเคมีจากภายนอกในพืช - Google Patents
กระบวนการและสารผสมที่ส่งเสริมประสิทธิภาพทางชีววิทยาของสารเคมีจากภายนอกในพืชInfo
- Publication number
- TH36315A TH36315A TH9801002913A TH9801002913A TH36315A TH 36315 A TH36315 A TH 36315A TH 9801002913 A TH9801002913 A TH 9801002913A TH 9801002913 A TH9801002913 A TH 9801002913A TH 36315 A TH36315 A TH 36315A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- approximately
- mixture
- group
- derivatives
- polyamines
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (19/10/41) มีการจัดเตรียมสารผสมปฏิบัติต่อพืชสำหรับการใช้สารเคมีจากภายนอกชนิดประจุลบ เช่น สารฆ่าวัชพืช ชนิดไกลโฟเสตกับในของพืช สารผสมนี้เป็นสารกระจายแบบคอลลอยด์ที่มีก้อนซูปราโมเลกุลซึ่งถูกกระจายในตัว กลางใช้งานที่เป็นน้ำ ก้อนซูปราโมเลกุลประกอบด้วยเกลือแอมฟิฟิลิคหนึ่งชนิดหรือมากกว่าที่มีประจุลบของสาร เคมีจากภายนอก และประจุบวกที่อนุพันธ์โดยการโปรตอนเนชั่นของโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์โพลีเอมีนหนึ่งชนิด หรือมากกว่า แต่ละตัวมี (a) หมู่ที่มีไนโตรเจนอย่างน้อยสองหมู่ ซึ่งจำนวน n ไม่น้อยกว่า 1 คือหมู่อะมิโนที่ สามารถถูกโปรตอนเนตเพื่อทำให้เกิดหมู่ไพรมารี เซคคันดารี หรือเทอเทียรีแอมโมเนียมที่เป็นประจุบวก และ (b) หมูไฮโดรคาร์บิลหรือเอซิลอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 30 สารผสมนี้มี (i) ปริมาณโมลาร์ X ในทั้งหมดของสารเคมีจากภายนอก ในรูปเกลือและกรดทั้งหมดของมันที่มีอยู่ เพียงพอที่ จะนำเอาการตอบสนองทางชีววิทยา เมื่อใช้สารผสมกับใบของพืชด้วยอัตราประมาณ 10 ถึงประมาณ 1000 l/ha (ii) ปริมาณโมลาร์ A ในทั้งหมของโพลีเอมีน(หลายชนิด) และอนุพันธ์ของมัน(หลายชนิด) ดังกล่าว และ ประจุบวกที่อนุพันธ์จากสารนั้น และ (iii) ศูนย์หรือปริมาณโมลาร์ B ในทั้งหมดของเบสโมโนวาเลนต์หนึ่งชนิด หรือมากกว่า และประจุบวกที่อนุพันธ์มาจากสารนั้น เบส(หลายชนิด)ดังกล่าวที่นอกเหนือจากโพลีเอมีนหรือ อนุพันธ์ของสารนั้น เพื่อว่า nA/(nA+B) คือประมาณ 0.01 ถึง 1 และ (nA+B)/X คือประมาณ0.5 ถึง ประมาณ 10 นอกจากนี้ยังจัดเตรียมสารผสมเข้มข้นชนิดเหลวซึ่งทำให้เกิดสารผสมปฏิบัติต่อพืชดังที่อธิบายข้างต้น เมื่อเจือจางด้วยน้ำ และกระบวนการสำหรับการทำสารผสมเข้มข้นชนิดเหลวดังกล่าว สารผสมปฏิบัติต่อพืชของ การประดิษฐ์นี้มีประโยชน์ในการนำเอาการออกฤทธิ์ทางชีววิทยา เช่น การออกฤทธิ์ในการฆ่าวัชพืช ในพืชเมื่อใช้ กับใบของมัน มีการจัดเตรียมสารผสมปฏิบัติต่อพิชสำหรับการใช้สารจากภายนอกชนิดประจุลบ เช่น สารฆ่าวัชพืชชนิดไกลโฟ เสตกับในของพืช สารผสมนี้เป็นสารกระจายแบบคอลลอย ที่มีก้อนซูปราโมเลกุลซึ่งถูกกระจายในตัวกลางใช้งานที่ เป็นน้ำ ก้อนซูปราโมเลกุลประกอบด้วยเกลือแอมฟิฟิลิคหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่าที่มีประจุลบของสารเคมีจากภายนอก และ ประจุบวกที่อนุพันธ์โดยการโปรตอนแนชั่นของโลีเอมีนหรือ อนุพันธ์โพลีเอมีหนึ่งชนิดหรือมากกว่า แต่ละตัวมี (a) หมู่ ที่มีไนดตรเจนอย่างน้อยสองหมู่ ซึ่งจำนวน n ไม่น้อย กว่า 1 คือหมู่อะมิโนที่สามารถถูกโปรตอนเนตเพื่อทำ ให้เกิดหมู่ไพรมารี เซดคันตารี หรือเทอเทียรีแอมโม เนียมที่เป็นประจุบวกและ (b) หมู่ไฮโดรคาร์บิลหรือ เอซิลอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึง ประมาณ 30 สารผสมนี้มี (i) ปริมาณโมลาร์ X ในทั้ง หมดของสารเคมีจากภายนอก ในรูปเกลืและกรดทั้งหมด ของมันที่มีอยู่ เพียงพอที่จะนำเอาการตอบสนองทางชีว วิทยา เมื่อใช้สารผสมกับใบของพืชด้วยอัตราประมาณ 10 ถึงประมาณ 1000 l/h (ii) ปริมาณโมลาร์ A ในทั้งหม ของโพลีเอมีน (หลายชนิด) และอนุพันธ์ของมัน (หลาย ชนิด) ดังกล่าว และประจุบวกที่อนุพันธ์จากสารนั้นและ (iii) ศูนย์หรือปริมาณโมลาร์ B ในทั้งหมดของเบสโมโนวา เลนต์หนึ่งชนิดหรือมากกว่า และประจุบวกที่อนุพันธ์มา จากสารนั้น เบส(หลายชนิด)ดังกล่าวที่นอกเหนือจาก โพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นเพื่อว่า nA/(nA+B) คือประมาณ 0.01 ถึง 1 และ (nA+B)/X คือประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 10 นอกจากนี้ยังจัดเตรียมสารผสมเข้มข้นชนิดเหลวซึ่งทำ ให้เกิดสารผสมปฏิบัติต่อพืชดังที่อธิบายข้างต้นเมื่อเจือจาง ด้วยน้ำ และกระบวนการสำหรับการทำสารผสมเข้มข้น ชนิดเหลวดังกล่าว สารผสมปฏิบัติต่อพืชของการประดิษฐ์ นี้มีประโยชน์ในการนำเอาการออกฤทธิ์ทางชีววิทยา เช่น การออกฤทธิ์ในการฆ่าวัชพืช ในพืชเมือไช้กับใบของมัน
Claims (51)
1. สารผสมปฏิบัติต่อพืชสำหรับการใช้กับใบของพืชซึ่ง ประกอบด้วยตัวกลางในการใช้ที่เป็นน้ำ โดยที่เป็นก้อนซูป ราโมเลกุลที่ถูกกระจายแบบคอลลอยด์ ซึ่งประกอบด้วยเกลือ แอมฟิฟิลิคหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่มีประจุลบของสารเคมีจาก ภายนอกชนิดประจุลบแฃะประจุบวกที่อนุพันธ์โดยการโประตอน เนชั่นของโพลี - เอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นหนึ่งชนิดหรือ มากกว่า แต่ละโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นที่มี (a) หมู่ไนโตรเจนอย่างน้อยสองหมู่ ซึ่งจำนวน n ไม่ น้อยกว่า 1 เป็นหมู่อะมิโนที่สามารถถูกโปรตอนเนตเพื่อทำ ให้เกิดหมู่ไพรมารี เซดคันดารี หรือทอเทินรีแอมโมเนียม ที่เป็นประจุบวก และ (b) หมู่ไฮโดรเจนคาร์บิลหรือเอซิลอย่างน้อยหนึ่งหมู่ ที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 30 อะตอม สารผสมดังกล่าวที่มี (i) ปริมาณโมลาร์ X ในสารเคมีจากภายนอกดังกล่าว ในรูปของเกลือแลกรดทั้งหมดของสารนั้นทีมีอยู่ เพียงพอที่ จะทำให้เกิดเกิดการตอบสนองทางชีววิทยาเมื่อใช้สารผสม กับใบของพืชด้วยอัตราประมาณ 10 ถึงประมาณ 1001/ha (ii) ปริมาณโมลาร์ A ในทั้งหมดของโพลีเอมีน(หลาย ชนิด) และอนุพันธ์ (หลายชนิด) ของมันดังกล่าวและประจุ บวกที่อนุพันธ์จากสารนั้น และ (iii) ศูนย์หรือปริมาณโมลาร์ B ในทั้งหมดของเบส โมโนวาเลนซืหนึ่งชนิดหรือมากกว่าและประจุบวกที่อนุพันธ์ จากสารนั้น เบส (หลายชนิด) ดังกล่าวที่นอกเหนือจาก โพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นเพื่อว่า nA/(nA+B) คือ ประมาณ 0.01 ถึง 1 และ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 10
2. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ n ไม่น้อยกว่า 2 และ โดยที่หมู่อะมิโนมากกว่าหนึ่งหมู่ในโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสา นั้นอยู่ในรูปของหมู่ไพรมารี เซคคันตารี หรือเทพเทียรีแอมโน เนียมที่เป็นประจุบวก เมื่อออกสูตรในสารผสมกับสารเคมี จากภายนอก
3. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 5
4. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 2
5. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ โพลีเอมีน (หลาย ชนิด) หรืออนุพันธ์ (หลายชนิด) ของสารนั้นคัดเลือกจาก (a) สารประกอบที่มีสูตร I; R6 [CH2- CH(R7)-]c H I โดยที่ C คือจำนวนเต็มตั้งแต่ 2 ถึงประมาณ 6 R6 คือ ไฮโดรเจนหมู่ C1-6 อัลคิลหรือ หมู่-L-Rg อัลคิล หรือหมู่ -L-Rg โดยที่ Rg คือ โซ่แฟตตีไฮโดรคาร์บิล ที่อิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว และ L คือ ฟังก์ชันที่ก่อพันธะและ R7 คือหมู่ -(CONR)j-(CH2)m-NR2 โดยที่ j คือ 0 หรือ 1 m คือจำนวนเต็มตั้งแต่ 0 ถึงประมาณ 4 และ แต่ละ R เป็นอิสระต่อกัน คือไฮโดรเจน หมู่ C1-6 อัลคิล หรือหมู่หมู่ -L-Rg โดยที่ Rg และ L เป็นดังที่ นิยามข้างต้น (b) สารประกอบที่มีสูตร II: NR2 -[-(CH2)p-CH(R8)-NR-]q-R โดยที่ R8 คือ ไฮโดรเจน หมู่ C1-6 อัลคิล p คือ จำ นวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึงประมาณ 5q คือ จำนวนเต็มตั้งแต่ Rg คือ โซ่แฟตตีไฮโดรคาร์บิลที่อิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว และ L คือ ฟังก์ชักที่ก่อพันธะที่กำหนดว่า R อย่างน้อยหนึ่งตัว คือ หมู่-L-Rg ฟังก์ชันที่ก่อพันธะดังกล่าว L ที่คัดเลือกจาก (i) พันธะ (ii) พันธะ ที่ซึ่งกรณีอะตอมไฮโดรเจนออกจากอะตอม คาร์บอนหรือไนโตรเจน ซึ่งเชื่อมกับ Rg โดยพันธะ ดังกล่าว (iii) สะพานคาร์บอนิลระหว่างหมู่ Rg และอะตอม ไนโตรเจน (iv) สะพานซัคซินิลระหว่างหมู่ Rg และอะตอมไนโตร เจนที่เกิดซัดซินิมิดิลฟังก์ชันด้วยอะตอมไนโตรเจน ซึ่งหมู่ R ที่ติดอยู่ถูกนำออกจากอะตอมนั้น (v) สะพานระหว่างหมู่ Rg และอะตอมไนโตรเจนที่ เกิดอิมิดาโซลินิลฟังก์ชันด้วยอะตอมไนโตรเจน ซึ่งหมู่ R ที่ติดอยู่ถูกนำออกจากอะตอมนั้น และอีกฟังก์ที่ก่อพันธะสม มูลกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดข้างต้น
6. สารผสมของข้อถือสิทธิ 5 โดยที่ โพลีเอมีน(หลาย ชนิด) หรืออนุพันธ์ (หลายชนิด) ของสารนั้นคัดเลือกจาก สูตร II โดยที่ p คือ 1 ถึง 5 R8 คือ ไฮโดรเจนเว้น แต่ที่ p คือ 1 ที่ซึ่งกรณี R8 คือ ไฮโดรเจนหรือหมู่เมทธิล q คือ 1 ถึง 4 และฟังก์ชันที่ก่อพันธะ L คือ พันธะ หรือ สะพานคาร์บอนิลทั้งหมด อย่างหนึ่งอย่างใด
7. สารผสมของข้อถือสิทธิ 6 โดยที่ แต่ละหมู่ -L-Rg มีอะตอมคาร์บอนไม่น้อยกว่า 8
8. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ โมดนวาเลนซ์เบส (หลายชนิด) ดังกล่าวทำให้เกิดประจุบวกโลหะอัลคาไล ประจุบวกแอมโมเนียม หรือประจุบวกแอมโมเนียมอินทรีย์ หรือซัลโฟเนียมที่มีอะตอมคาร์บอนทั้งหมด C1-6 อะตอม
9. สารผสมของข้อถือสิทธิ 8 โดยที่ ประจุบวกดังกล่าว คือ ประจุบวกชนิดโซเดียม แอมโมเนียม ไดเมทธิลแอมโม เนียม ไอโซโพรพลแอมโมเนียม โมโนเอทธานอลแอมโม เนียม หรือไตรเมทธิลซัลโฟเนียม
10. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ สารเคมีจาก ภายนอก คือ สารฆ่าสัตว์ที่ทำให้ต้นไม้เกิดโรครากปม ที่คัดเลือกจาก กรด3,4,4-ไตฟลูออโร-3-บิวทีโนอิค และ N-(3,4,4-ไตรฟลูออโร-1-ออกโซ-3-บิวทีนิล- ไกลซีน)
11. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่สารเคมีจากภาย นอกคือ สารฆ่าวัชพืช
12. สารผสมของข้อถือสิทธิ 11 โดยที่สารฆ่าวัชพืช คัดเลือกจากอะซิฟลูออร์เฟน อะซิแลมเบนนาโซลินไบลานา ฟอส โพรมาซิล โบรโมซินิล คลอแรมเบน โพราลิด 2,4 C2,4-D2,4 คาลาบอน ไดแคมบา ไดคลอพรอพ ไดโคลฟอป เอนโดธอล ฟีแน็ก ฟีนอกซาพรอพ แฟลมพรอพ ฟลูอาซิฟอป ฟลูมิโคลแร็ด ฟลูออโรไกลโคเฟน โฟมเมซาเฟน ฟอสซามีน กลูโฟสิเนต ไกลโฟเสต ฮาโลซีฟอป อิมิซาเมธ อิมาซาเมทธา เบนซ์ อิมาซาม็อกซ์ อิมาซาพรัยอิมาซาควิน อิมาเซทธาพรัย ไอออกซีนิล MCPA MCPB เมโคพรอพ กรดเมทธิลลาร์โซนิก แนพธาแลม กรดโนนาโนอิค พิคโคลแรม ควินโคลแร็ด ควิซา โลฟอป กรดซัลฟามิก 2,3,6-TBA TCA และไตรโคลพรัย
13. สารผสมของข้อถือสิทธิ 11 โดยที่สารฆ่าวัชพืช คือ สารฆ่าวัชพืชชนิดอิมิคาโซลิโนน
14. สารผสมของข้อถือสิทธิ 11 โดยที่สารฆ่าวัชพืชคัด เลือกได้จาก N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน และ DL-ไฮโม อาลานิน-4-อิล(เมทธิล)ฟอสฟิเนต
15. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ nA/(nA+B) คือ ประมาณ 0.01 ถึงประมาณ 0.2
16. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 โดยที่ nA/(nA+B) คือ ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 1
17. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบต่อไปด้วย ปริมาณตัวยาเสริมของสารประกอบแอมฟิฟิลิคควอเทอนารีแอม โมเนียม หรือของผสมของสารประกอบดังกล่าว แต่ละตัวมี สูตร VIII: (สูตรเคมี) โดยที่ R คือหมู่ไฮโดรคาร์บิลหรือยาโลอัลคิลที่มีอะตอมคาร์ บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 22 อะตอม W และ Y เป็นอิสระ ต่อกันคือ O หรือ NH a และ b เป็นอิสระต่อกันคือ O หรือ 1 แต่ a และ b อย่างน้อยหนึ่งตัวคือ 1 X คือ CO,SO หรือ SO2 n คือ 2 ถึง 4 R'' Rg เป็นอิสระต่อกัน C1-4 อัลคิล Z คือ ประจะลบที่บนประจุลบ
18. สารผสมของข้อถือสิทธิ 17 โดยที่ ในสูตรสำหรับสาร ประกอบแอมฟิฟิลิคควอเทอนารีแอมโมเนียมดังกล่าวหรือของ ผสมของสารประกอบดังกล่าว R" คือหมู่เปอร์ฟลูออโร อัลคิลที่อิ่มตัวที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 8 ถึงประมาณ 12 อะตอม X คือ SO2 Y คือ NH a คือ 1 n คือ 3 Rf Rg และ Rh คือหมู่เมทธิล K และ m แต่ละตัวคือ 1 และ Z คือ ประจุลบชนิดคลอไรด์ โบรไมด์ หรือไอ โอไดด์
19. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยปริ มาณตัวยาเสริมของน้ำมันหรือของผสมของน้ำมัน
20. สารผสมของข้อถือสิทธิ 19 โดยที่ น้ำมันดังกล่าว (หลายชนิด) คัดเลือกได้จากไตรกลีเซอรไรด์เอสเทอร์ของ กรดไขมันของสัตว์ ผัก หรือที่ได้จากการสังเคราะห์ พารา ฟิน โพลีไซลอกเซน กรดไขมันและเอสเทอร์ และเอไมด์ ของสารนั้น
21. สารผสมของข้อถือสิทธิ 19 โดยที่น้ำมัน(หลายชนิด) ดังกล่าว คือ ไตรกลีเซอไรด์เอสเทอร์ของกรดไขมันของ สัตวื ผัก หรือที่ได้จากการสังเคราะห์
22. สารผสมของข้อถือสิทธิ 19 โดยที่ น้ำมัน(หลายชนิด) ดังกล่าว แต่ละชนิดมีโครงสร้างทางเคมีที่ตรงกับสูตร IX: R14 -CO-Y-R15 โดยที่ R14 คือหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 5 ถึงประมาณ 21 R15 คือหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่มีอะตอม คาร์บอนประมาณ 1 ถึงประมาณ 14 อะตอม จำนวนทั้ง หมดของอะตอมคาร์บอนใน R14 อะตอม จำนวนทั้งหมด ของอะตอมคาร์บอนใน R14 และ R15 คือประมาณ 11 ถึงประมาณ 27 และ Y คือ O หรือ NH
23. สารผสมของข้อถือสิทธิ 22 โดยที่ น้ำมันดังกล่าว (หลายชนิด) คัดเลือกได้จากเมทธิลโอลีเอต เอทธิลโอลี เอตไอโซโพรพิลไมริสเตต ไอโซโพรพิลพัลมิเตต และบิว ทิลสเตียเรต
24. สารผสมเข้มข้นชนิดเหลว ซึ่งประกอบด้วยสารเคมี จากภายนอกชนิดประจุลบประมาณ 5% ถึงประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ที่แสดงเป็นกรดสมมูล และที่เมื่อเจือจางด้วย น้ำในปริมาณที่เหมาะสมทำให้เกิดสารผสมปฏิบัติต่อพืชของ ข้อถือสิทธิ 1
25. สารผสมาเข้มข้นที่มีน้ำเป็นตัวกลาง ซึ่งประกอบ ด้วยสารเคมีภายนอกชนิดประจุลบประมาณ 5% ถึงประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ที่แสดงเป็นกรดสมมูล และที่เมื่อเจือจาง ด้วยน้ำในปริมาณที่เหมาะสมทำให้เกิดสารผสมปฏิบัติต่อพืชของ ข้อถือสิทธิ 1
26. สารผสมฆ่าวัชพืชสำหรับการใช้กับใบของพืช ซึ่งประ กอบด้วยตัวกลางในการใช้เป็นน้ำโดยที่เป็นก้านซูปราโม เลกุลที่ถูกกระจายแบบคอลลอยด์ ซึ่งประกอบด้วยเกลือ แอมฟิฟิลิคหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่มีประจุลบของ N-ฟอส ฟอโนเมทธิไกลซีน และประจุบวกที่อนุพันธ์โดยการโปร ตอนเนชั่นของโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นหนึ่งชนิดหรือ มากกว่า แต่ละโพลีเอมีนหรือหรืออนุพันธ์ของสารนั้นที่มี (a) หมู่ที่มีไนโตรเจนอย่างน้อยสองหมู่ ซึ่งจำนวน n ไม่น้อยกว่า 1 เป็นหมู่อะมิโนที่สามารถโปรตอนเนตเพื่อ ทำให้เกิดหมู่ไพรมารี เซคคันตารี หรือเทอเทียรีแอมโม เนียมที่เป็นประจุบวก และ (b) หมู่ไฮโดรคาร์บิลหรือเอซิลอย่างน้อยหนึ่งหมู่ ที่มี อะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึง ประมาณ 30 อะตอมสาร ผสมดังกล่าวที่มี (i) ปริมาณโมลาร์ X ใน N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน ในรูปของเกลือกและกรดทั้งหมดของสารนั้นที่มีอยู่ ปริมาณ โมลาร์ดังกล่าวที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าวัชพืชเมื่อใช้สาร ผสมกับไบของพืชด้วยอัตราประมาณ 10 ถึงประมาณ 1000 l/ha (ii) ปริมาณโมลาร์ A ในทั้งหมดของโพลีเอมีน(หลาย ชนิด) และอนุพันธ์(หลายชนิด)ดังกล่าวของสารนั้น และประ จุที่อนุพันธ์มาจากสารนั้น และ (iii) ศูนย์หรือปริมาณโมลาร์ B ในทั้งหมดของเบสโม ดนวาเลนซ์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าและประจุบวกที่อนุพันธ์จาก สารนั้น เบส(หลายนั้น) ดังกล่าวที่นอกเหนือจากโพลีเอมีน หรืออนุพันธ์ของสารนั้นเพื่อว่า nA/(nA+B) คือ ประมาณ 0.01 ถึง 1 และ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึง ประมาณ 10
27. สารผสมของถือสิทธิ 26 โดยที่ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 10
28. สารผสมของข้อถือสิทธิ 26 โดยที่ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 2
29. สารผสมของข้อถือสิทธิ 26 โดยที่ nA(nA+B)/Xคือ ประมาณ 0.01 ถึงประมาณ 0.2
30. สารผสมของข้อถือสิทธิ 26 โดยที่ NA(NA+B)/X คือ ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 1
31. สารผสมของข้อถือสิทธิ 26 ซึ่งประกอบต่อไปด้วย ปริมาณตัวยาเสริมของสารประกอบแอมฟิฟิลิคควอเทอนารี แอมโมเนียม หรือของผสมของสารประกอบดังกล่าว แต่ละ ตัวมีสูตร VIII: (สูตรเคมี) โดยที่ Re คือ หมู่ไฮโดรคาร์บิลหรือฮาโลอัลคิลที่มี อะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 22 อะตอม W และ Y เป็นอิสระต่อกันคือ O หรือ NHa และ b เป็นอิสระต่อกัน คือ O หรือ 1 แต่ a และ b อย่าง น้อยหนึ่งตัวคือ 1 x คือ CO,SO หรือ SO2 n คือ 2 ถึง 4 Rf Rg และ Rh เป็นอิสระต่อกัน C1-4 อัลคิล Z คือ ประจุลบที่เหมาะสม และ k และ m เป็นจำนวนเต็ม เพื่อว่าประจุไฟฟ้าที่เป็นบวกบนประจุบวกสมดุลกับประจุไฟฟ้า ที่เป็นลบบนประจุลบ
32. สารผสมของข้อถือสิทธิ 31 โดยที่ ในสูตรสำหรับสาร ประกอบแอมฟิฟิลิคควอเทอนารีแอมโมเนียมดังกล่าว หรือของผสมของสารประกอบดังกล่าว Re คือ หมู่ เปอร์ฟลูออโรอัลคิลที่อิ่มตัวที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 12 อะตอม X คือ SO2 Y คือ NH a คือ O b คือ 1 n คือ 3 f Rg และ Rh คือหมู่เมท ธิล k และ m แต่ละตัวคือ 1 และ Z คือประจุลบชนิดคลอ ไรด์โบรไมด์ หรือไอโอไดด์
33. สารผสมของข้อถือสิทธิ 26 ซึ่งประกอบต่อไปด้วย ปริมาณตัวยาเสริมของน้ำมันหรือของผสมของน้ำมัน
34. สารผสมของข้อถือสิทธิ 33 โดยที่ น้ำมันดังกล่าว (หลายชนิด) คัดเลือกได้จากไตรกลีเซอไรด์เอสเทอร์ ของกรดไขมันของสัตว์ ผัก หรือที่ได้จากการสังเคราะห์ พาราฟิน โพลีไซลอกเซน กรดไขมันและเอสเทอร์ และ เอไมด์ของสารนั้น
35. สารผสมของข้อถือสิทธิ 33 โดยที่ น้ำมัน (หลาย ชนิด) ดังกล่าว คือ ไตรกลีเซอไรด์เอสเทอร์ของกรดไข ันของสัตว์ ผัก หรือที่ได้จากการสังเคราะห์
36. สารผสมของข้อถือสิทธิ 3 โดยที่น้ำมัน(หลายชนิด) ดังกล่าว แต่ละชนิดมีโครงสร้างทางเคมีที่ตรงกันสูตร IX: R14 -CO-Y-R15 IX โดยที่ R14 คือหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่มีอะตอมคาร์บอน ประมาณ 5 ถึงประมาณ 21 อะตอม R15 คือหมู่ไฮโดร คาร์บิลที่มีอะตอมคาร์บอนประมาณ 1 ถึง 14 อะตอม จำนวนทั้งหมดของอะตอมคาร์บอนใน R14 และ R15 คือประมาณ 11 ถึงประมาณ 27 และ Y คือ O หรือ NH
37. สารผสมของข้อถือสิทธิ 36 โดยที่น้ำมันดังกล่าว (หลายชนิด) คัดเลือกได้จากเมทธิลโอลีเอต เอทธิลโอ ลีเอตไอโซโพรพิลไมริเตต ไอโซโพรพิลพัลมิเตต และบิว ทิลเตียเรต
38. สารผสมเข้มข้นที่มีน้ำเป็นตัวกลาง ซึ่งประกอบ ด้วย N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีนประมาณ 5% ถึงประมาณ 50% โดยน้ำหนัก ที่แสดงเป็นกดสมมูล และที่เมื่อเจือจาง ด้วยน้ำในปริมาณที่เหมาะสมทำให้เกิดสารผสมปฏิบัตต่อพืช ของข้อถือสิทธิ 26
39. กระบวนการสำหรับการทำสารผสมเข้มข้นชนิเหลว ของสารเคมีจากภายนอก ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการสะ เทินและขั้นตอนการปรับสภาพ โดยที่ขั้นตอนการสะเทิน ประกอบด้ยการสะเทินสารเคมีจากภายนอกชนิดบรรจุลบ ในปริมาณโมลารลำดับหนึ่งด้วยปริมาณโมลาร์ A ในทั้ง หมดของโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นหนึ่งชนิดหรือมาก กว่า ในตัวกลางชนิดของเหลวพร้อมกับการเขย่า เพื่อทำ ให้เกิดสารผสมของเหลวที่มีเกลือแอมฟิฟิลิคหนึ่งชนิดหรือมาก กว่าของสารเคมีจากภายนอก และโดยที่ขั้นตอนการปรับส สภาพประกอบด้วยการเขย่าสารผสมของเหลวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งก้อนซูปราโมเลกุล ซึ่งประกอบด้วยเกลือแอมฟิฟิลิด (หลายชนิด) ดังกล่าวของสารเคมีจากภายนอกถูกระจายแบบ คอลลอยด์ในตัวกลางชนิดของเหลว เพื่อทำให้เกิดสารกระจาย แบบเสถียรโพลีเอมีน (หลายชนิด) หรืออนุพันธ์ (หลายชนิด) ของสารนั้นดังกล่าว แต่ละชนิดมี (a) หมุ่ที่มีไนโตรเจนอย่างน้อสองหมู่ ซึ่งจำนวน n ไม่น้อ กว่า 1 คือ หมู่อะมิโนซึ่งสามารถถูกโปรตอนเนตเพื่อทำให้ เกิดหมู่ไพรมารี เซคคันดารี หรือเทอเทียรีแอมโมเนียมที่ เป็นประจุบวก และ (b) หมู่ไฮโดรคาร์บิลหรือเอซิลอย่างน้อยหนึ่งหมุ่ที่มีอะตอม คาร์บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 30 อะตอม
40. กระบวนการของข้อถือสิทธิ 39 ซึ่งประกอบต่อไป ด้วยการใส่สารเคมีจากภายนอกในปริมาณโมลาร์ลำดับ สองในรูปของเกลือหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่ก่อรูปโดยการ สะเทินสารเคมีจากภายนอกบางส่วนหรือสมบูรณ์ด้วยปริมาณ โมลาร์ B ในทั้งหมดของเบสโมโนวาเลนท์หนึ่งชนิดหรือมาก กว่า ที่นอกเหนือกว่าโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้น ลงใน สารผสมชนิดเหลว พร้อมกับการกวน โดยที่ nA/(nA+B)คือ ประมาณ 0.01 ถึง 1 และ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 10
41. กระบวนการของข้อถือสิทธิ 40 โดยที่เกลือ(หลายชนิด) ของปริมาณโมลาร์ลำดับสองของสารเคมีจากภายนอก ทำขึ้นในห้องทดลองโดยการสะเทิน ในตัวกลางของ เหลวพร้อมกับการเขย่า ปริมาณโมลาร์ลำดับสองดัง กล่าวด้วยเบสโมโนวาเลนท์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าก่อน ในระหว่างหรือหลังการสะเทินปริมาณโมลาร์ลำดับหนึ่ง
42. กระบวนการสำหรับการทำสารผสมเข้มข้นชนิด เหลวของสารเคมีจากภายนอกชนิดประจุลบ ซึ่งประกอบ ด้วยขั้นตอนการเอซิลเลชั่น ขั้นตอนการสะเทินและขั้นตอน การปรับสภาพ โดยที่ (a) ขั้นตอนการเอซิลเลชั่นประกอบด้วย (i) การ ผสมน้ำมันหรือไขมันตามธรรมชาติด้วยสารประกอบโพลี อะมิโนที่มีสูตร III ในภาชนะที่เหมาะสม NG2 [-(CH2)p CH(R8)-NR-]q-H โดยที่ p คือ 1 ถึง 5 R8 คือ ไฮโดรเจน เว้นแต่ p คือ 1 ซึ่งกรณี R8 คือ ไฮโดรเจนหรือหมู่เมทธิล และ q คือ1 ถึง 4 และ (ii) การให้ความร้อนแก่ของผสมที่ ได้ที่ประมาณ 100ํซ ถึงประมาณ 300ํซ พร้อมกับการ เขย่าเป็นเวลาประมาณ 1 ถึงประมาณ 8 ชั่วโมง เพื่อ ทำให้เกิดผลติภัณฑ์ของปฏิกิริยา ปริมาณของน้ำมันหรือไข มันของสารประกอบโพลีอะมิโนที่คัดเลือกเพื่อว่า ถ้าหมู่ เอซิลมีอยูในน้ำมันหรือไขมันถูกย้ายไปยังหมู่อะมิโนของ สารประกอบโพลีอะมิโน โดยเฉลี่ยหมู่อะมิโนอย่างน้อย หนึ่งของหมู่ของแต่ละโมเลกุลของสารประกอบโพลีอะมิ โนน่าจะยังคงสามารถถูกโปรตอนเนตเพื่อทำให้เกิดหมู่ แอมโมเนียมที่เป็นประจุบวก (b) ขั้นตอนการสะเทินซึ่งประกอบด้วยการเติมผลิตภัณฑ์ ของปฏิกิริยาในปริมาณที่เหมาะสมด้วยสารเคมีจากภายนอก ในตักลางของเหลวพร้อมกับการเขย่าเพื่อสะเทินสารเคมีจาก ภายนอกชนิดประจุลบบางส่วนหรือทั้งหมดและ (c) ขั้นตอนการปรับสภาพประกอบด้วยการเขย่าอย่างต่อ เนื่องจนกระทั่งก้อนซูปราโมเลกุลซึ่งประกอบด้วยเกลือแอม ฟิฟิลิคของสารเคมีจากภายนอกชนิดประจุลบถูกกระจายแบบ คอลลอยด์ในตัวกางของเหลวเพื่อทำให้เกิดสารกระจายแบบ เสถียร
43. กระบวนการของข้อถือสิทธิ 39 ถึง 42 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ตัวกลางของเหลว คือ ตัวกลางที่เป็นน้ำ
44. สารผสมเข้มข้นชนิดเหลวของสารเคมีจากายนอก ชนิดประจุลบที่เตรียมโดยกระบวนการของข้อถือสิทธิ 39 ถึง 42 ข้อใดข้อหนึ่ง
45. กระบวนการสำหรับการผลิตสารผสมเข้มข้นที่มีน้ำ เป็นตัวกลางของ N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน ซึ่งประกอบ ด้วยขั้นตอนการสะเทินและขั้นตอนการปรับสภาพ โดยที่ขั้น ตอนการสะเทินประกอบด้วยปริมาณโมลาร์ลำดับหนึ่งของ N-ฟอสฟอ-โนเมทธิลไกลซีน ในด้วยปริมาณโมลาร์ A ใน ทั้งหมดของโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ของสารนั้นหนึ่งชนิดหรือ มากกว่า ในตัวกลางที่เป็นน้ำพร้อมกับการเขย่า เพื่อทำให้ เกิดสารผสมของเหลวที่มีเกลือแอมฟิฟิลิคหนึ่งชนิดหรือมาก กว่าของ N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซี และโดยที่ขั้นตอนการ ปรับสภาพประกอบด้วยการเขย่าสารผสมของสารเหลวอย่าง ต่อเนื่องจนกระทั่งก้อนซูปราโมเลกุล ซึ่งประกอบด้วยเกลือ แอมฟิฟิลิ (หลายชนิด) ดังกล่าวของ N-ฟอสฟอโนเมทธิล ไกลซีน ถูกกระจายแบบคอลลอยด์ในตัวกลางที่เป็นน้ำเพื่อ ทำให้เกิดสารกรจายแบบแบบเสถียร โพลีเอมีน(หลายชนิด) หรืออนุพันธ์(หลายชนิด)ของสารนั้นดังกล่าว แต่ละตัวมี (a) หมู่ที่มีไนโตรเจนอย่างน้อยสองหมู่ ซึ่งจำนวน n ไม่ น้อยกว่า 1 คือ หมู่อะมิโนซึ่งสามารถถูกโปรตอนเนต เพื่อทำให้เกิดหมู่ไพรมารี เซคคันตารี หรือเทอเทียรี แอมโมเนียมที่เป็นประจุบวก และ (b) หมู่ไฮโดรเคาร์บิลหรือเอซิลอย่างน้อยหนึ่งหมู่ที่มี อะตอมคาร์บอนประมาณ 6 ถึงประมาณ 30 อะตอม
46. กระบวนการของข้อถือสิทธิ 45 ซึ่งประกอบต่อไป ด้วยการใส่ในประมาณโมลาร์ลำดับสองของ N ฟอสฟอโน- เมทธิลไกลซีน ในรูปของเกลือหนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่ก่อ รูปโดยการสะเทิน N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน บางส่วนหรือ สมบูรณ์ด้วยปริมาณโมลาร์ B ในทั้งหมดของเบสโมโนวาเลน หนึ่งชนิดหรือมากกว่า ที่นอกเหนือจากโพลีเอมีนหรืออนุพันธ์ ของสารนั้น ลงในสารผสมของเหลว พร้อมกับการกวนโดย ที่ nA(nA+B) คือ ประมาณ 0.01 ถึง 1 และ (nA+B)/X คือ ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 10
47. กระบวการของข้อถือสิทธิ 40 โดยที่เกลือ(หลายชนิด) ของปริมาณโมลาร์ลำดับสองของ N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกล ซีน ทำขึ้นในห้องทดลองโดยการสะเทิน ในตัวกลางที่เป็น น้ำพร้อมกับการเขย่า ปริมาณโมลาร์ลำดับสองดังกล่าวด้วย เบสโมโนวาเลนท์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าก่อน ในระหว่างหรือ หลังการสะเทินประมาณโมลาร์ลำดับหนึ่ง
48. กระบวนการสำหรับการผลิตสารผสมเข้มข้นที่มีน้ำ เป็นตัวกลาง N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนการเอซิลเลซั้น ขั้นตอนการสะเทินและขั้นตอนการ ปรับสภาพ โดยที่ ขั้นตอนการเอซิลเลชั่นประกอบด้วย (i) การผสมน้ำมัน หรือไขมันตามธรรมชาติด้วยสารประกอบโพลีอะมิโนที่มี สูตร III ในภาชนะที่เหมาะสม NH2[-(CH2)p-CH(R8)-NR-]q-H โดย p คือ 1 ถึง R8 คือ ไฮโดรเจน เว้นแต่ p คือ 1 ซึ่งกรณี R8 คือ ไฮโดรเจนหรือหมู่เมทธิล และ q คือ 1 ถึง 4 และ (ii) การให้ความร้อนแก่ของผสมที่ได้ที่ ประมาณ 100ํซ ถึงประมาณ 300ํซ พร้อมกับการเขย่า เป็นเวลาประมาณ 1 ถึงประมาณ 8 ชั่วโมง เพื่อทำให้ เกิดผลิตภัณฑ์ของปฏิกิริยา ปริมาณของน้ำมันหรือไขมันของ สารประกอบโพลีอะมิโนที่คัดเลือก เพ่อว่าถ้าหมู่เอซิลมี อยู่ในน้ำมันหรือไขมันถูกย้ายไปยังหมู่อะมิโนของสารประ กอบโพลีอะมิโนที่คัดเลือก เพื่อว่าถ้าหมู่เอซิลมีอยู่ในน้ำ มันหรือไขมันถูกย้ายไปยังหมู่อะมิโนของสารประกอบโพลี อะมิโนโดยเฉลี่ยหมู่อะมิโนอย่างน้อยหนึ่งหู่ของแต่ละโมเล กุลของประกอบโพลีอะมฺนน่าจะย้งคงสามารถถูกโปรตอน เนตเพื่อทำให้เกิดหมู่แอมโมเนียมที่เป็นปนะจุบวก ขั้นตอนการสะเทินซึ่งประกอบด้วยการเติมผลิตภัณฑ์ ของปฏิกิริยาในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับ N-ฟอสฟอโน เมทธิลไกลซีน ในตัวกลางที่เป็นน้ำพร้อมกับการเขย่า เพื่อสะเทิน N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน บางส่วนหรือ ทั้งหมดและ ขั้นตอนการปรับสภาพประกอบด้วยการเขย่าอย่างเนื่อง จนกระทั่งก้อนซูปราโมเลกุลซึ่งประกอบด้วยเกลือแอมฟิฟิ ลิคของ N-ฟอสฟอโนเมทธิลไกลซีน ถูกกระจายแบบคอล ลอยด์ในตัวกลางที่เป็นน้ำเพื่อมาให้เกิดสารกระจายแบบ เสถียร
49. สารผสมเข้มข้นที่มีน้ำเป็นตัวกลางของ N-ฟอสฟอ โนเมทธิลไกลซีน เตรียมโดยกระบวนการของข้อถือสิทธิ 45 ถึง 45 ข้อใดข้อหนึ่ง
50. กระบวนการสำหรับการทำให้เกิดการออกฤทธิ์ทาง ชีววิทยาในพืชหรือในเชื้อโรค พาราสิต หรือจุลินทรีย์ที่ ป้อนที่อยู่ในหรือบนพืช ที่ประกอบด้วยขั้นตอนของการใช้ สารผสมปฏิบัติต่อพืชของข้อถือสิทธิ 1 ถึง 23 ในปริมาณ ที่มีประสิทธิภาพทางชีววิทยากับในของพืช
51. กระบวการสำหรับการฆ่าหคือการควบคุมพืชที่ไม่ ต้องการ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของการใช้สารผสมใน การฆ่าวัชพืชของข้อถือสิทธิ 26 ถึง 37 ข้อใดข้อหนึ่ง ในปริมาณที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าวัชพืชกับใบของพืช (ข้อสิทธิ 51 ข้อ,รูปเขียน - รูป)
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH36315A true TH36315A (th) | 1999-12-17 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| AU746589B2 (en) | Process and compositions promoting biological effectiveness of exogenous chemical substances in plants | |
| US3455675A (en) | Aminophosphonate herbicides | |
| ES2278659T3 (es) | Composicion y procedimiento para el tratamiento de plantas con productos quimicos exogenos. | |
| BR0012498A (pt) | Composição agroquìmica, composto, e, métodos para tratar vegetação, para matar ou inibir vegetação, e para matar ou inibir pestes de plantas | |
| AU648919B2 (en) | Herbicidal compositions | |
| JPS60224606A (ja) | 農薬組成物 | |
| HUE027679T2 (en) | Compounds derived from herbicidal carboxylic acids and tetraalkylammonium or (arylalkyl) trialkylammonium hydroxides | |
| JPH10501800A (ja) | 農薬用効力増強剤、農薬用効力増強剤組成物及び農薬の効力を増強する方法 | |
| HUE028011T2 (en) | Ultra-high concentration glyphosate concentrate | |
| DE69922996T2 (de) | Förderung der biologischen effektivität exogener chemischer substanzen in pflanzen | |
| EP0380359B1 (en) | Biocidal compositions and treatments | |
| EP0143547A1 (en) | Glyphosate-type herbicidal compositions and their use | |
| AU561761B2 (en) | Glyphosate-type herbicidal compositions | |
| WO1999000012A3 (en) | Process and compositions promoting biological effectiveness of exogenous chemical substances in plants | |
| AU733912B2 (en) | Process and compositions promoting biological effectiveness of exogenous chemical substances in plants | |
| MXPA01006571A (es) | Procedimiento y composiciones para promover efectividad biologica de sustancias quimicas exogenas en plan | |
| CA1226746A (en) | Synergistic herbicidal compositions | |
| US2273849A (en) | Parasiticidal material | |
| US2268206A (en) | Parasiticidal material | |
| TH39738A (th) | กรรมวิธีและสารผสมที่หนุมเสริมความมีประสิทธิภาพทางชีวภาพของสารเคมีเอ็กโซจีเนียสในพืช | |
| AU2016202508C1 (en) | Compounds derived from herbicidal carboxylic acids and tetraalkylammonium or (arylalkyl) trialkylammonium hydroxides | |
| AU2016203677B2 (en) | Compounds derived from herbicidal carboxylic acids and tetraalkylammonium or (arylalkyl) trialkylammonium hydroxides | |
| TH35771A (th) | กระบวนการและสารผสมที่ส่งเสริมประสิทธิผลทางชีววิทยาของสารเคมีจากภายนอกในพืช | |
| TH32739A (th) | ส่วนประกอบและวิธีการสำหรับบำบัดพืชด้วยใช้เคมีภัณฑ์เอ็กโซจีเนียส | |
| JPS59199606A (ja) | 除草剤 |