1. วิธีการสำหรับการทำองค์ประกอบพอลิเมอร์,ซึ่งวิธีการประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ: (a)การจัดให้มีเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์: (b)การจัดให้มีสารช่วยทำให้เข้ากันได้,ซึ่งสารช่วยทำให้เข้ากันได้ประกอบรวมด้วย สารประกอบเอสเทอร์ที่ได้มาตามรูปแบบจากพอลิออลซึ่งประกอบรวมด้วยหมู่ไฮดรอกซิสามหมู่หรือ มากกว่าและแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิดซึ่งประกอบรวมด้วยพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนหนึ่งพันธะ หรือมากกว่า: (c)การจัดให้มีสารประกอบเพอร์ออกไซด์ (d)การป้อนเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์,สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบ เพอร์ออกไซด์แก่อุปกรณ์การผสมขณะหลอมเหลว,ที่ซึ่งป้อนสารประกอบเพอร์ออกไซด์แก่อุปกรณ์ การผสมขณะหลอมเหลวในปริมาณที่จะจัดให้มีความเข้มข้นเมื่อเริ่มต้นประมาณ10ถึงประมาณ315 ส่วนต่อล้านส่วนของออกซิเจนที่แอคทีฟโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักที่รวมกันของเทอร์โมพลาสติก พอลิเมอร์,สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบเพอร์ออกไซด์,และที่ซึ่งป้อนสารช่วยทำให้เข้า กันได้แก่อุปกรณ์การผสมขณะหลอมเหลวในปริมาณที่จะจัดให้มีความเข้มข้นเมื่อเริ่มต้นประมาณ 200ถึงประมาณ10,000ส่วนต่อล้านส่วนของสารประกอบเอสเทอร์โดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักที่ รวมกันของเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์,สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบเพอร์ออกไซด์ และ (e)การดำเนินกระบวนการเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์,สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และ สารประกอบเพอร์ออกไซด์ในอุปกรณ์การผสมขณะหลอมเหลวที่อุณหภูมิที่เกินจุดหลอมเหลวของ เทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์เพื่อทำให้เกิดองค์ประกอบพอลิเมอร์ 2.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ1,ที่ซึ่งป้อนสารประกอบเพอร์ออกไซด์แก่อุปกรณ์การผสมขณะ หลอมเหลวในปริมาณที่จะจัดให้มีความเข้มข้นเมื่อเริ่มต้นประมาณ50ถึงประมาณ315ส่วนต่อล้าน ส่วนของออกซิเจนที่แอคทีฟโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักที่รวมกันของเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์, สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบเพอร์ออกไซด์ 3.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ2,ที่ซึ่งป้อนสารประกอบเพอร์ออกไซด์แก่อุปกรณ์การผสมขณะ หลอมเหลวในปริมาณที่จะจัดให้มีความเข้มข้นเมื่อเริ่มต้นประมาณ50ถึงประมาณ265ส่วนต่อล้าน ส่วนของออกซิเจนที่แอกทีฟโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักที่รวมกันของเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์, สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบเพอร์ออกไซด์ 4.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ3,ที่ซึ่งป้อนสารประกอบเพอร์ออกไซด์แก่อุปกรณ์การผสมขณะ หลอมเหลวในปริมาณที่จะจัดให้มีความเข้มข้นเมื่อเริ่มต้นประมาณ50ถึงประมาณ215ส่วนต่อล้าน ส่วนของออกซิเจนที่แอคทีฟโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักที่รวมกันของเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์, สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบเพอร์ออกไซด์ 5.วิธีการสำหรับการทำองค์ประกอบพอลิเมอร์,ซึ่งวิธีการประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ: (a)การจัดให้มีเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์: (b)การจัดให้มีสารช่วยทำให้เข้ากันได้,ซึ่งสารช่วยทำให้เข้ากันได้ประกอบรวมด้วย สารประกอบเอสทอร์ที่ได้มาตามรูปแบบจากพอลิออลซึ่งประกอบรวมด้วยหมู่ไฮดรอกซิสามหมู่หรือ มากกว่าและแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิดซึ่งประกอบรวมด้วยพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนหนึ่งพันธะ หรือมากกว่า (c)การจัดให้มีสารประกอบเพอร์ออกไซด์ (d)การรวมเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์,สารช่วยทำให้เข้ากันได้,และสารประกอบ เพอร์ออกไซด์เพื่อผลิตองค์ประกอบสารมัธยันตร์,ที่ซึ่งรวมสารประกอบเพอร์ออกไซด์กับ เทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์และสารช่วยทำให้เข้ากันได้ในปริมาณที่จะจัดให้มีประมาณ10ถึง ประมาณ315ส่วนต่อล้านส่วนของออกซิเจนที่แอกทีฟในองค์ประกอบสารมัธยันตร์,และที่ซึ่งรวม สารช่วยทำให้เข้ากันได้กับเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์และสารประกอบเพอร์ออกไซด์ในปริมาณ ที่จะจัดให้มีประมาณ200ถึงประมาณ10,000ส่วนต่อล้านส่วนของสารประกอบเอสเทอร์ ในองค์ประกอบสารมัธยันตร์ (e)การให้ความร้อนองค์ประกอบสารมัธยันตร์ถึงอุณหภูมิที่เกินจุดหลอมเหลวของ เทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์ (f)การผสมองค์ประกอบสารมัธยันตร์เพื่อผลิตองค์ประกอบพอลิเมอร์และ (g)การทำให้องค์ประกอบพอลิเมอร์เย็นลงถึงอุณหภูมิที่ซึ่งทำให้มันแข็งตัว 6.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ5,ที่ซึ่งรวมสารประกอบเพอร์ออกไซด์กับเทอร์โมพลาสติก พอลิเมอร์และสารช่วยทำให้เข้ากันได้ในปริมาณที่จะจัดให้มีประมาณ50ถึงประมาณ315ส่วนต่อ ล้านส่วนของออกซิเจนที่แอคทีฟในองค์ประกอบสารมัธยันตร์ 7.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ6,ที่ซึ่งรวมสารประกอบเพอร์ออกไซด์กับเทอร์โมพลาสติก พอลิเมอร์และสารช่วยทำให้เข้ากันได้ในปริมาณที่จะจัดให้มีประมาณ50ถึงประมาณ265ส่วนต่อ ล้านส่วนของออกซิเจนที่แอคทีฟในองค์ประกอบสารมัธยันตร์ 8.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ7,ที่ซึ่งรวมสารประกอบเพอร์ออกไซด์กับเทอร์โมพลาสติก พอลิเมอร์และสารช่วยทำให้เข้ากันได้ในปริมาณที่จะจัดให้มีประมาณ50ถึงประมาณ215ส่วนต่อ ล้านส่วนของออกซิเจนที่แอคทีฟในองค์ประกอบสารมัธยันตร์ 9.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ18,ที่ซึ่งเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์เป็นเฮเทอโร เฟสิคเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์ซึ่งประกอบรวมด้วยวัฏภาคต่อเนื่องและวัฏภาคไม่ต่อเนื่อง 10.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ9,ที่ซึ่งวัฏภาคต่อเนื่องเป็นวัฏภาคโพรพิลีนพอลิเมอร์และ วัฏภาคไม่ต่อเนื่องเป็นวัฏภาคเอธิลีนพอลิเมอร์ 11.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ9หรือข้อถือสิทธิข้อ10,ที่ซึ่งเลือกวัฏภาคต่อเนื่องนั้นจากกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยพอลิโพรพิลีนโฮโมพอลิเมอร์และโคพอลิเมอร์ของโพรพิลีนและจนถึง50% โดยน้ำหนักของโคมอนอเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่าที่เลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยเอธิลีนและ C4C10&alphaโอเลฟินมอนอเมอร์ 12.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ911,ที่ซึ่งเลือกวัฎภาคไม่ต่อเนื่องจากกลุ่มซึ่ง ประกอบด้วยเอธิลีนโฮโมพอลิเมอร์และโคพอลิเมอร์ของเอธิลีนและโคมอนอเมอร์ที่เลือกจากกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยC3C10&alphaโอเลฟินมอนอเมอร์ 13.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ912,ที่ซึ่งปริมาณโพรพิลีนที่มีอยู่ของวัฎภาค ต่อเนื่องเป็นประมาณ80%โดยน้ำหนักหรือมากกว่า 14.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ913,ที่ซึ่งปริมาณเอธิลีนที่มีอยู่ของวัฏภาคไม่ ต่อเนื่องนั้นเป็นประมาณ8%โดยน้ำหนักหรือมากกว่า 15.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ914,ที่ซึ่งปริมาณเอธิลีนที่มีอยู่ของวัฏภาคไม่ ต่อเนื่องเป็นจากประมาณ8%โดยน้ำหนักถึงประมาณ80%โดยน้ำหนัก 16.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ915,ที่ซึ่งวัฏภาคต่อเนื่องเป็นจากประมาณ5% โดยน้ำหนักถึงประมาณ80%โดยน้ำหนักของน้ำหนักทั้งหมดของเทอร์โมพลาสติกพอลิเมอร์ 17.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ116,ที่ซึ่งสารประกอบเอสเทอร์นั้นได้มาตาม รูปแบบโดยการเชื่อมแต่ละหมู่ของหมู่ไฮดรอกซิของพอลิออลกับแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิด 18.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ117,ที่ซึ่งพอลิออลเป็น2(ไฮดรอกซิเมธิล)2 เอธิลโพรเพน1,3ไดออล 19.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ118,ที่ซึ่งแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิดประกอบ รวมด้วยพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนสองพันธะหรือมากกว่า,และอย่างน้อยสองพันธะของพันธะคู่ คาร์บอนคาร์บอนถูกคอนจุเกท 20.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ119,ที่ซึ่งเลือกแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิดจาก กลุ่มซึ่งประกอบด้วยC6C10แอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิด 21.วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ20,ที่ซึ่งแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิดเป็น 2,4เฮกซะไดอีนออิคแอซิด 22.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ121,ที่ซึ่งสารประกอบเอสเทอร์เป็น 2,2บิส[(1,3เพนทะไดอีนิลคาร์บอนิลอกซิ)เมธิล]บิวทิล2,4เฮกซะไดอีนอเอท 23.วิธีการของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ122,ที่ซึ่งสารประกอบเพอร์ออกไซด์เป็น 2.5ไดเมธิล2,5ได(tertบิวทิลเพอร์ออกซิ)เฮกเซน 24.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ซึ่งประกอบรวมด้วย: (a)สารช่วยยึดเทอร์โมพลาสติกที่มีจุดหลอมเหลวประมาณ140ํซหรือน้อยกว่า (b)สารประกอบเพอร์ออกไซด์และ (c)สารประกอบเอสเทอร์ที่ได้มาตามรูปแบบจากพอลิออลซึ่งประกอบรวมด้วย หมู่ไฮดรอกซิสามหมู่หรือมากกว่าและแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิคซึ่งประกอบรวมด้วยพันธะคู่ คาร์บอนคาร์บอนหนึ่งพันธะหรือมากกว่า ที่ซึ่งมีสารประกอบเพอร์ออกไซด์อยู่ในองค์ประกอบนั้นในปริมาณประมาณ1%โดย น้ำหนักหรือมากกว่าโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักทั้งหมดขององค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์และมี สารประกอบเอสเทอร์อยู่ในองค์ประกอบในปริมาณประมาณ1%โดยน้ำหนักหรือมากกว่าโดยมี พื้นฐานบนน้ำหนักทั้งหมดขององค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ 25.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อถือสิทธิข้อ24,ที่ซึ่งสารช่วยยึดเทอร์โมพลาสติกเป็น พอลิโอเลฟิน 26.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อถือสิทธิข้อ24หรือข้อถือสิทธิข้อ25,ที่ซึ่งมี สารประกอบเพอร์ออกไซด์อยู่ในองค์ประกอบในปริมาณประมาณ5%โดยน้ำหนักหรือมากกว่า โดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักทั้งหมดขององค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ 27.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2426,ที่ซึ่งมีสารประกอบ เอสเทอร์อยู่ในองค์ประกอบในปริมาณประมาณ5%โดยน้ำหนักหรือมากกว่าโดยมีพื้นฐานบน น้ำหนักทั้งหมดขององค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ 28.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2427,ที่ซึ่งสารประกอบ เอสเทอร์นั้นได้มาตามรูปแบบโดยการเชื่อมแต่ละหมู่ของหมู่ไฮดรอกซิของพอลิออลกับแอลิแฟทิค คาร์บอกซิลิคแอซิด 29.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2428,ที่ซึ่งพอลิออลเป็น 2(ไฮดรอกซิเมธิล)2เอธิลโพรเพน1,3ไดออล 30.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2429,ที่ซึ่งแอลิแฟทิ คาร์บอกซิลิคแอซิดประกอบรวมด้วยพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนสองพันธะหรือมากกว่า,และอย่าง น้อยสองพันธะของพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนเหล่านั้นถูกคอนจุเกท 31.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2430,ที่ซึ่งเลือกแอลิแฟทิค คาร์บอกซิลิคแอซิดจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยC6C10แอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิแอซิด 32.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อถือสิทธิข้อ31,ที่ซึ่งแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิด เป็น2,4เฮกซะไดอีนออิคแอซิด 33.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2432,ที่ซึ่งสารประกอบ เอสเทอร์เป็น2,2บิส[(1,3เพนทะไดอีนิลคาร์บอนิลอกซิ)เมธิล]บิวทิล2,4เฮกซะไดอีนอเอท 34.องค์ประกอบมาสเทอร์แบทช์ของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ2433,ที่ซึ่งสารประกอบ เพอร์ออกไซด์เป็น2,5ไดเมธิล2,5ได(tertบิวทิลเพอร์ออกซิ)เฮกเซน 35.องค์ประกอบเข้มข้นซึ่งประกอบรวมด้วย: (a)แอนติออกซิแดนท์ที่เลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยสารประกอบฮินเดอเรดฟีนอล, สารประกอบฮินเดอเรดเอมีน,สารประกอบฟอสไฟท์,สารประกอบฟอสฟอไนต์,สารประกอบไธโอ, และของผสมของสารเหล่านั้น:และ (b)สารประกอบเอสเทอร์ที่ได้มาตามรูปแบบจากพอลิออลซึ่งประกอบรวมด้วย หมู่ไฮดรอกซิสามหมู่หรือมากกว่าและแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิคแอซิคซึ่งประกอบรวมด้วยพันธะคู่ คาร์บอนคาร์บอนหนึ่งพันธะหรือมากกว่า ที่ซึ่งมีแอนติออกซิแดนท์อยู่ในองค์ประกอบเข้มข้นในปริมาณประมาณ8%โดยน้ำหนัก หรือมากกว่าโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนักทั้งหมดขององค์ประกอบเข้มข้น 36.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อถือสิทธิข้อ35,ที่ซึ่งมีสารประกอบเอสเทอร์อยู่ใน องค์ประกอบเข้มข้นในปริมาณประมาณ10%โดยน้ำหนักหรือมากกว่าโดยมีพื้นฐานบนน้ำหนัก ทั้งหมดขององค์ประกอบเข้มข้น 37.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อถือสิทธิข้อ35หรือข้อถือสิทธิข้อ36,ที่ซึ่งแอนติออกซิแดนท์ เป็นสารประกอบ2,6ไดtertบิวทิลฟีนอล 38องค์ประกอบเข้มข้นของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ3537,ที่ซึ่งสารประกอบเอสเทอร์ ได้มาตามรูปแบบโดยการเชื่อมแต่ละหมู่ของหมู่ไฮดรอกซิของพอลิออลกับแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิค แอซิด 39.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ3538,ที่ซึ่งพอลิออลเป็น 2(ไฮดรอกซิเมธิล)2เอธิลโพรเพน1,3ไดออล 40.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ3539,ที่ซึ่งแอลิแฟทิคคาร์บอกซิลิค แอซิดประกอบรวมด้วยพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนสองพันธะหรือมากกว่า,และอย่างน้อยสองพันธะ ของพันธะคู่คาร์บอนคาร์บอนถูกคอนจุเกท 41.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ3540,ที่ซึ่งเลือกแอลิแฟทิค คาร์บอกซิลิคแอซิดจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยC6C10แอลิแฟหิคคาร์บอกซิลิคแอซิด 42.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อถือสิทธิข้อ41,ที่ซึ่งแอลิแฟคคาร์บอกซิลิคแอซิดเป็น 2,4เฮกซะไดอีนออิคแอซิด 43.องค์ประกอบเข้มข้นของข้อใดๆของข้อถือสิทธิข้อ3542,ที่ซึ่งสารประกอบเอสเทอร์ เป็น2,2บิส[(1,3เพนทะไดอีนิลคาร์บอนิลอกซิ)เมธิล]บิวทิล2,4เฮกซะไดอีนอเอท