TH20005A - วัสดุโพลิเมอร์ที่มีส่วนประกอบหลายชนิดที่สามารถสลายได้ทางได้ทางชีวภาพซึ่งมีฐานเป็นโพลิแซคคาไรด์ที่คล้ายแป้งที่ไม่มีดัดแปร - Google Patents

วัสดุโพลิเมอร์ที่มีส่วนประกอบหลายชนิดที่สามารถสลายได้ทางได้ทางชีวภาพซึ่งมีฐานเป็นโพลิแซคคาไรด์ที่คล้ายแป้งที่ไม่มีดัดแปร

Info

Publication number
TH20005A
TH20005A TH9501000495A TH9501000495A TH20005A TH 20005 A TH20005 A TH 20005A TH 9501000495 A TH9501000495 A TH 9501000495A TH 9501000495 A TH9501000495 A TH 9501000495A TH 20005 A TH20005 A TH 20005A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
mixture
weight
poly
caprolactone
approximately
Prior art date
Application number
TH9501000495A
Other languages
English (en)
Other versions
TH7698B (th
Inventor
คริชแนน นายโมฮัน
นารายัน นายรามานี
Original Assignee
นายดำเนิน การเด่น
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
Filing date
Publication date
Application filed by นายดำเนิน การเด่น, นายวิรัช ศรีเอนกราธา, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก filed Critical นายดำเนิน การเด่น
Publication of TH20005A publication Critical patent/TH20005A/th
Publication of TH7698B publication Critical patent/TH7698B/th

Links

Abstract

การผสมที่เข้ากันได้ของโพลิเอสเทอร์ที่ไม่ชอบน้ำที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพแป้งที่ไม่มีการดัดแปร หรือโพลิแซคคาไรด์ที่คล้ายคลึงกันชนิดอื่น ซึ่งมีน้ำน้อยกว่า 1% โดยน้ำหนัก,โพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพชนิดอื่นๆ ซึ่งอาจไม่ชอบน้ำ, สารทำให้นิ่ม และสารเติมแต่งชนิดอื่น ของผสมนั้นซึ่งถูกผลิตขึ้นเมื่อไม่มีน้ำโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ที่ควรใช้นั้นคือ โพล(E-แคโพรแลคโทน) และแป้งที่ควรใช้นั้นได้จากข้าวโพดสารทำให้ยึดโดยเฉพาะที่มีปริมาณเล็กน้อยซึ่งรวมอยู่เพื่อให้ได้การยึดจนขาดที่สูงโดยเฉพาะในสารผสมที่ทำให้เกิดฟิล์มที่มีปริมาณของแป้งอย่างมีนัยสำคัญ แป้งนั้นเป็นวัฏภาคที่ไม่ต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้นิ่มดดยสมบูรณืหรือเป็นบางส่วน และโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์นั้นเป็นวัฏภาคแบบต่อเนื่อง โพลิเมอร์ที่ควรใช้นั้นมีสมบัติการเกิดฟิล์มโดยเฉพาะและทนทานต่อน้ำและความชื้น

Claims (7)

1. สารผสมที่ประกอบด้วยของผสมของโพลิแซคคาไรด์ซึ่งไม่มีการตัดแปร ที่มีหน่วย แอลฟา D-กลูโคไพแรโนซิล ที่มีน้ำน้อยกว่าประมาณ 1% โดยน้ำหนัก, สารทำให้นิ่มที่เลือกสำหรับโพลิแซคคาไรด์นั้น, แอลิแฟทิค โพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ที่ไม่ชอบน้ำที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพ, และเลือกโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพชนิดอื่นหนึ่งชนิดหรือมากกว่าซึ่งอาจเป็นชนิดไม่ชอบน้ำ ซึ่งผสมเมื่อไม่มีน้ำที่อุณหภูมิสูง ซึ่งโพลิแซคคาไรด์นั้นเป็นวัฏภาคที่กระจายในโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ เป็นวัฏภาคต่อเนื่องและมี 25 ถึง 60% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น และซึ่งสารอินทรีย์ เพอออกไซด์ที่ได้ซึ่งมีโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ในปริมาณเพื่อให้ได้แรงดึงขณะหลอมที่ปรับปรุงแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับสารผสมนั้นที่ไม่มีเพอออกไซด์นั้น 2. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งสารผสมนั้นเสถียรทางกายภาพในน้ำเหลวและไอน้ำ เมื่ออยู่ในความชื้นสูง และแสดงความสามารถที่ลดลงในการซึมผ่านไปทั้งน้ำและไอน้ำ 3. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งโพลิแซคคาไรด์นั้นคือแป้ง 4. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งโพลิแซคคารไรด์นั้นคือแป้งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยแป้งที่ได้จากข้าวจ้าวข้าวโพด มันฝรั่ง มันสำปะหลัง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต และของผสมของสารเหล่านั้น 5. สารผสมของข้อถือสิทธิ 4 นั้น ซึ่งปริมาณเอมิโลสของแป้งนั้นสูงถึงประมาณ 95% โดยน้ำหนัก 6. สารผสมของข้อถือสิทธิ 4 ซึ่งแป้งนั้นได้จากข้าวโพด 7. สารผสมของข้อถือสิทธิ 2 นั้น ซึ่งโพลิแซคคาไรด์นั้นคือแป้งที่อยู่ในรูปที่ทำให้นิ่มแล้วหรือยังไม่ได้ทำให้นิ่มในปริมาณอย่างน้อย 30% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 8. สารผสมของข้อถือสิทธิ 2 นั้น ซึ่งโพลิแซคคาไรด์นั้นคือแป้งที่อยู่ในรูปที่ทำให้นิ่มแล้วหรือยังไม่ได้ทำให้นิ่มในปริมาณประมาณ 30 ถึง 45% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 9. สารผสมของข้อถือสิทธิ 5 นั้น ซึ่งโพลแซคคาไรด์นั้นคือแป้งที่อยู่ในรูปที่ทำให้นิ่มแล้วหรือยังไม่ได้ทำให้นิ่มในปริมาณระหว่าง 30 ถึง 45% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 1 0. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ ไม่ชอบน้ำที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพนั้นเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยโพล (-แคโพรแลคโทน), โพลิเมอร์, โคโพลิเมอร์ที่มีฐานเป็น โพลิ(ไกลโคลิค แอซิด) และโพลิ (L-แลคทิค แอซิด), และโคโพลิเมอร์ของโพลิเมอร์เหล่านี้ กับมาเลอิคแอนไฮไครด์ หรือ อะคริลิค แอซิด 1 1. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งสารผสมนั้นมีโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพอีกชนิดหนึ่งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเซลลูโลสแอซิเทท,โพลิ(ไวนิลแอลอกอฮอล์)สดาร์ช เอสเทอร์ และเอมิโลส เอสเทอร์ และเลือกที่จะมีสารทำให้นิ่ม 1 2. สารผสมของข้อถือสิทธิ 10 นั้น ซึ่งโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ ไม่ชอบน้ำที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพนั้นคือ โพลิ(E-แคโพรแลคโทน) 1 3. สารผสมของข้อถือสิทธิ 10 นั้น ซึ่งโพลิเมอร์นั้นคือ โพลิ(E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์) เป็นโคโพลิเมอร์ 1 4. สารผสมของข้อถือสิทธิ 10 นั้น ซึ่งโพลิเมอร์นั้น คือของผสมของ โพลิ (E-แคไพรแลคโทน) โพลิเมอร์ และโพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิค แอนไฮไดรด์) เป็นโคโพลิเมอร์ 1 5. สารผสมของข้อถือสิทธิ 13 นั้น ซึ่ง โพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิค แอนไฮไดรด์) นั้น เป็นโคโพลิเมอร์ ซึ่งเกิด ณ ที่นั้นโดยเพอออกไซด์นั้น 1 6. สารผสมของข้อถือสิทธิ 13 นั้น ซึ่ง โพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิค แอนไฮโฃไดรด์) นั้น เป็นโคโพลิเมอร์ซึ่งแยกสังเคราะห์โดยการเริ่มต้นจากเพออกไซด์และต่อจากนั้นรวมเข้าไปในสารผสมนั้น 1 7. สารผสมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 15 หรือ 16 นั้น ซึ่งเพอออกไซด์ที่ใช้นั้นคือ 2,5-ไดเมธิล-2.5-ได (t-บิวทิลเพอออกซี) เฮกเซน ในปริมาณ 0.05 ถึง 1 ส่วนของเพอออกไซด์ต่อหนึ่งร้อยส่วนของโพลิเอสเทอร์โพลิเมอร์นั้น 1 8. สารผสมของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิ 15 หรือ 16 นั้น ซึ่งปริมาณของมาเลอิค แอนไฮไดรด์ที่เติมคือจากประมาณ 1 ถึง 5 ส่วนต่อหนึ่งร้อยส่วนของ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน) โดยน้ำหนัก 1 9. สารผสมของข้อถือสิทธิ 12, 13 หรือ 14 นั้น ซึ่งปริมาณของ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน) ในสารผสมนั้นอย่างน้อยที่สุดประมาณ 35% โดยน้ำหนัก 2 0. สารผสมของข้อถือสิทธิ 12, 13 หรือ 14 นั้น ซึ่งปริมาณของ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน) ในสารผสมนั้นคือประมาณ 35 ถึง 60% โดยน้ำหนัก 2 1. สารผสมของข้อถือสิทธิ 14 นั้น ซึ่งปริมาณของ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิค แอนไฮไดรด์) นั้น เป็นโคโพลิเมอร์ในสารผสมนั้นอย่างน้อยที่สุดประมาณ 0.05% โดยน้ำหนัก 2 2. สารผสมของข้อถือสิทธิ 11 นั้น ซึ่งปริมาณของโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพที่เพิ่มเติมนั้นในสารผสมอย่างน้อยที่สุด 1% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 2 3. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งสารทำให้นิ่มนั้นซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกล๊เซอรอล, ซอร์บิทอล, กลีเซอรอลโมโนแอซิเทท, กลีเซอรอลไดแอซิเทท, กลีเซอรอลไทรแอซิเทท 2 4. สารผสมของข้อถือสิทธิ 23 นั้น ซึ่งสารทำให้นิ่มนั้นอย่างน้อยที่สุดประมาณ 5% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 2 5. สารผสมของข้อถือสิทธิ 23 นั้น ซึ่งสารทำให้นิ่มนั้นอยู่ระหว่างประมาณ 5 และ 30% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 2 6. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งโพลิไฮดริก แฟทที แอซิด เอสเทอร์ ที่ให้ในสารผสมนั้นเป็นสารทำให้ยึดในปริมาณระหว่างประมาณ 0.5 ถึง 5% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 2 7. สารผสมของข้อถือสิทธิ 26 นั้น ซึ่งโพลิไฮดริก แฟทที แอซิด เอสเทอร์ นั้นคือ โพลิกลีเซอรอล แฟทที แอซิด เอสเทอร์ 2 8. สารผสมของข้อถือสิทธิ 27 นั้น ซึ่งโพลิกลีเซอรอล แฟทที แอซิด เอสเทอร์ นั้นคือ เดคากลีเซอรอลเททราโอลีเอท 2 9. สารผสมตามข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งเพอออกไซด์ดังกล่าวเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย 2,5-ไดเมธิล-2,5ได (t-บิวทิลเพอออกซี) เฮกเซน,เบนโซอิลเพอออกไซด์,และได-คูมิล เพอออกไซด์ ในปริมาณ 0.01 ถึง 0.5 ส่วนของเพอออกไซด์ต่อหนึ่งร้อยส่วนของโพลิเอสเทอร์โพลิเมอร์นั้น 3 0. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งในนั้นมีสารเสริมในปริมาณสูงถึง 10% โดยน้ำหนักเทียบกับสารผสมนั้น 3 1. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งในนั้นมีสารเติมแต่งที่ทำหน้าที่เป็นสารเชื่อมที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยโปรทีน, โมโนกลีเซอไรด์, เอธิลีนอะคริลิค แอซิด โพลิเมอร์และของผสมของสารเหล่านั้น และซึ่งสารเติมแต่งนั้นมีอยู่ในช่วงของ 0.1 ถึง 5% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น 3 2. สารผสมของข้อถือสิทธิ 1 นั้น ซึ่งในนั้นมีสารสีและสารเติมแต่งที่เต็ม ซึ่งเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย แฟทที แอซิด, แฟทที แอซิด แอมีด และเอสเทอร์, ไข โพลิเมอร์ที่เติมฟลูออรีน, และโลหะ ออกไซด์, สารหล่อลื่น, สารหน่วงการติดไฟ, สารดัดแปรความหนืด, ซึ่งสารเติมแต่งนั้นมีอยู่ในช่วงของ 0.1 ถึง 5 ส่วนโดยน้ำหนัก เทียบกับ 100 ส่วน ของสารผสมนั้น 3 3. วิธีสำหรับการเตรียมสารผสมโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งประกอบด้วย: การผสมโพลิแซคคาไรด์ ซึ่งมีหน่วยแอลฟา-D-กลูโคไพแรโนซิล ซึ่งมีปริมาณน้ำที่หาได้น้อยกว่าประมาณ 1% โดยน้ำหนัก กับแอลิแฟทิค โพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ที่มีสูตรผสมเมื่อไม่มีน้ำเพื่อเกิดเป็นสารผสมโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งโพลิแซคคาไรด์นั้นเป็นวัฏภาคที่กระจายในโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ และอยู่ระหว่างประมาณ 25% และ 60% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น และซึ่งสารอินทรีย์เพอออกไซด์ ที่ได้ซึ่งมีโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ในปริมาณเพื่อให้ได้แรงดึงขณะหลอมที่ปรับปรุงแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับสารผสมนั้นที่ไม่มีเพออกไซด์นั้น 3 4. วิธีของข้อถือสิทธิ 33 นั้น ซึ่งแอลิแฟทิค โพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ นั้นคือ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน) 3 5. วิธีของข้อถือสิทธิ 33 นั้น ซึ่งแอลิแฟทิค โพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ นั้นคือ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์) เป็นโคโพลิเมอร์ 3 6. วิธีของข้อถือสิทธิ 33 นั้น ซึ่งสารทำให้นิ่มที่เป็นสารอินทรีย์สำหรับแป้งนั้น และโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ นั้นรวมอยู่ในของผสมนั้น 3 7. วิธีของข้อถือสิทธิ 36 นั้น ซึ่งสารทำให้นิ่มนั้นมีอยู่ในปริมาณประมาณ 5 และ 50% โดยน้ำหนัก 3 8. วิธีของข้อถือสิทธิ 33 นั้น ซึ่งการผสมนั้นที่อุณหภูมิระหว่างประมาณ 130 องศา และ 180 องศาซ 3 9. วิธีของข้อถือสิทธิ 33 นั้น ซึ่งโพลิไฮดริก แฟทที แอซิด เอสเทอร์ ที่ได้ในสารผสมนั้นเป็นสารทำให้ยืด 4 0. วิธีของข้อถือสิทธิ 39 นั้น ซึ่ง โพลิไฮดริก แอซิด เอสเทอร์ นั้นคือ โพลิกลีเซอรอล แฟทที แอซิด เอสเทอร์ 4
1. วิธีของข้อถือสิทธิ 40 นั้น ซึ่งโพลกลีเซอรอล แฟทที แอซิด เอสเทอร์ นั้นคือ เดคากลีเซอรอล เททราโอลิเอท 4
2. สารผสมที่ประกอบด้วยของผสมของโพลิแซคคาไรด์ ซึ่งไม่มีการดัดแปร ที่มีหน่วย แอลฟา-D-กลูโคไพแรโนซิล ที่มีน้ำน้อยกว่าประมาณ 1% โดยน้ำหนัก, สารทำให้นิ่มที่เลือกสำหรับโพลิแซคคาไรด์นั้น, แอลิแฟทิค โพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ที่ไม่ชอบน้ำที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพ, และโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพที่เลือกชนิดอื่นหนึ่งชนิดหรือมากกว่าซึ่งอาจเป็นชนิดไม่ชอบน้ำ ซึ่งผสมเมื่อไม่มีน้ำที่อุณหภูมิสูงซึ่งให้สารอินทรีย์ เพอออกไซด์ กับโพลิเอสเทอร์โพลิเมอร์ในปริมาณเพื่อให้ได้แรงตึงขณะหลอม ที่ปรับปรุงแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับสารผสมนั้นที่ไม่มีเพอออกไซด์นั้น ซึ่งโพลิแซคคาไร์ดนั้นเป็นวัฏภาคที่กระจายในโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ เป็นวัฏภาค ต่อเนื่องและมี 25 ถึง 60% โดยน้ำหนักของสารผสม นั้น และซึ่งโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ นั้นคือ โพลิ(E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิค แอนไฮไดรด์) เป็นโคโพลิเมอร์ 4
3. สารผสมของข้อถือสิทธ 42 นั้น ซึ่งโพลิเมอร์นั้นคือของผสมของ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิค แอนไฮไดรด์) เป็นโคโพลิเมอร์ และ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน) 4
4. วิธีสำหรับการเตรียมสารผสมโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งประกอบด้วย การผสมโพลิแซคคาไร์ ซึ่งมีหน่วยแอลฟา-D-กลูโคไพแรโนซิล ซึ่งมีปริมาณน้ำที่หาได้น้อยกว่าประมาณ 1% โดยน้ำหนัก กับแอลิแฟทิค โพิลเอสเทอร์ โพลิเมอร์ที่มีสูตรผสมเมื่อไม่มีน้ำ ซึ่งสารอินทรีย์เพอออกไซด์ที่ได้ซึ่งมีโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ ในปริมาณเพื่อให้ได้แรงดึงขณะหลอมที่ปรับปรุงแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับสารผสมนั้นที่ไม่มีเพอออกไซด์นั้นเพื่อเกิดเป็นสารผสมโพลิเมอร์ที่สามารถสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งโพลิแซคคาไรด์นั้นเป็นวัฏภาคที่กระจายในโพลิเอสเทอร์ โพลิเมอร์ และอยู่ระหว่างประมาณ 25% และ 60% โดยน้ำหนักของสารผสมนั้น และซึ่งแองลิแฟทิคโพลิเอสเทอร์ นั้นคือ โพลิ (E-แคโพรแลคโทน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์) เป็นโคโพลิเมอร์ 4
5. วิธีของข้อถือสิทธิ 44 นั้น ซึ่ง โพลิไฮดริก แฟทที แอซิด เอสเทอร์ ที่ได้ในสารผสมนั้นเป็นสารทำให้ยืด 4
6. วิธีของข้อถือสิทธิ 45 นั้น ซึ่งโพลิไฮดริก แฟทที แอซิด เอสเทอร์ นั้นคือ โพลิกลีเซอรอล แฟทที อซิด เอสเทอร์ 4
7. วิธีของข้อถือสิทธิ 44 นั้น ซึ่งโพลิกลีเซอรอล แฟททีแอซิด เอสเทอร์ นั้นคือ เดคากลีเซอรอล เททราโอลิเอท
TH9501000495A 1995-03-09 วัสดุโพลิเมอร์ที่มีส่วนประกอบหลายชนิดที่สามารถสลายได้ทางได้ทางชีวภาพซึ่งมีฐานเป็นโพลิแซคคาไรด์ที่คล้ายแป้งที่ไม่มีดัดแปร TH7698B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH20005A true TH20005A (th) 1996-08-20
TH7698B TH7698B (th) 1998-02-20

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CA2082051C (en) Biodegradable mould material
CA2113521C (en) Melt processable biodegradable compositions and articles made therefrom
CN102666619B (zh) 可生物降解的聚酯
CA2079768C (en) Starch-containing biodegradable plastic and method of producing same
HU229197B1 (en) Biodegradable polymeric compositions comprising starch and a thermoplastic polymer
US5447669A (en) Melt-processed polymer blends
KR960007671A (ko) 생분해성 발포 플라스틱 재료
JPH0374446A (ja) 変性澱粉を含有する、ポリマーをベースとするブレンド組成物
PT749460E (pt) Materiais polimericos de multi-componentes biodegradaveis a base de amidos modificados do tipo polissacaridos
JP2001123055A (ja) ポリ乳酸系樹脂組成物
KR19980702712A (ko) 에스테르화 비닐 에스테르 그래프트 중합 전분
US5691403A (en) Biodegradable compositions
KR20020029050A (ko) 분해성 수지 및 그 제조방법
TH20005A (th) วัสดุโพลิเมอร์ที่มีส่วนประกอบหลายชนิดที่สามารถสลายได้ทางได้ทางชีวภาพซึ่งมีฐานเป็นโพลิแซคคาไรด์ที่คล้ายแป้งที่ไม่มีดัดแปร
TH7698B (th) วัสดุโพลิเมอร์ที่มีส่วนประกอบหลายชนิดที่สามารถสลายได้ทางได้ทางชีวภาพซึ่งมีฐานเป็นโพลิแซคคาไรด์ที่คล้ายแป้งที่ไม่มีดัดแปร
FI104091B1 (fi) Sulatyöstettävä tärkkelyskoostumus, menetelmä sen valmistamiseksi sekä koostumuksen käyttö
JP2740824B2 (ja) エステル化澱粉を含む高分子組成物
KR100332163B1 (ko) 생분해성 수지 조성물 및 이의 제조방법
KR0179079B1 (ko) 전분 충전 분해성 플라스틱용 마스타배치의 제조방법
JP2978081B2 (ja) 生分解性組成物
JPH0952901A (ja) 生分解性成形品用組成物および生分解性成形品の製造方法
JPH09194692A (ja) 分解性樹脂組成物
JPH05125266A (ja) 生分解性高分子組成物
US5308897A (en) Degradable plastics
KR0146849B1 (ko) 생분해성 수지 조성물