TH1901003133A - องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์ - Google Patents

องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์

Info

Publication number
TH1901003133A
TH1901003133A TH1901003133A TH1901003133A TH1901003133A TH 1901003133 A TH1901003133 A TH 1901003133A TH 1901003133 A TH1901003133 A TH 1901003133A TH 1901003133 A TH1901003133 A TH 1901003133A TH 1901003133 A TH1901003133 A TH 1901003133A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
pharmaceutical composition
antibody
ngf
pain
patient
Prior art date
Application number
TH1901003133A
Other languages
English (en)
Inventor
เดวิส
แคทเธอรีน
จอห์น
บรีน สเตห์แมน
Original Assignee
รีเจนเนอรอน ฟาร์มาซูติคอลส์
Filing date
Publication date
Application filed by รีเจนเนอรอน ฟาร์มาซูติคอลส์ filed Critical รีเจนเนอรอน ฟาร์มาซูติคอลส์
Publication of TH1901003133A publication Critical patent/TH1901003133A/th

Links

Abstract

DEPCT6310/07/2562 เปิดเผยองค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์ในผู้ป่วยอาจนำ องค์ประกอบมาใช้ในผู้ป่วยที่ประสบกับการปวดหลังช่วงล่าง(LBP)ระดับปานกลางถึงรุนแรง องค์ประกอบมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการปวดหลังช่วงล่างและประกอบรวม ด้วยแอนติบอดีที่ยึดจับโดยจำเพาะกับแฟกเตอร์การเจริญของประสาท(NGF)หรือส่วนย่อยทำการยึด จับแอนติเจนของสิ่งนั้นในปริมาณที่มีประสิทธิผลในการบำบัดรักษาและนำมาใช้ในการบรรเทา ความปวดโดยไม่มีโอปิออยด์และเลี่ยงการติดโอปิออยด์ในผู้ป่วย DEPCT63 เปิดเผยองค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์ในผู้ป่วยอาจนำ องค์ประกอบมาใช้ในผู้ป่วยที่ประสบกับการปวดหลังช่วงล่าง(LBP)ระดับปานกลางถึงรุนแรง องค์ประกอบมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการปวดหลังช่วงล่างและประกอบรวม ด้วยแอนติบอดีที่ยึดจับโดยจำเพาะกับแฟกเตอร์การเจริญของประสาท(NGF)หรือส่วนย่อยทำการ ยึดจับแอนติเจนของสิ่งนั้นในปริมาณที่มีประสิทธิผลในการบำบัดรักษาและนำมาใช้ในการบรรเทา ความปวดโดยไม่มีโอปิออยด์และเลี่ยงการติดโอปิออยด์ในผู้ป่วย

Claims (23)

1.DEPCT6310/07/2562 1.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการใช้ในการเลี่ยงการติดโอปิออยด์ในผู้ป่วยที่ ประสบกับการปวดหลังช่วงล่าง(LBP)ระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ซึ่งได้มีการวินิจฉัยว่าผู้ป่วย ประสบกับการปวดหลังช่วงล่างที่ประกอบรวมด้วย: แอนติบอดีที่ยึดจับโดยจำเพาะกับแฟกเตอร์การเจริญของประสาท(NGF)หรือส่วนย่อยทำ การยึดจับแอนติเจนของสิ่งนั้นในปริมาณที่มีประสิทธิผลในการบำบัดรักษาและ โดยเหตุนั้นองค์ประกอบทางเภสัชกรรมจึงลดการปวดหลังช่วงล่างและเลี่ยงการติดโอปิ ออยด์ในผู้ป่วย 2.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ1ที่ซึ่งแอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการ ยึดจับแอนติเจนประกอบรวมด้วยลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสายโซ่หนัก(HCDR) สามสาย(HCDR1,HCDR2,HCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:4,6และ8ตามลำดับและ ลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสายโซ่เบา(LCDR)สามสาย(LCDR1,LCDR2, LCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:12,14และ16ตามลำดับ 3.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ2ที่ซึ่งแอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการ ยึดจับแอนติเจนประกอบรวมด้วยคู่ของลำดับกรดอะมิโนของบริเวณแปรผันได้สายโซ่หนัก (HCVR)/บริเวณแปรผันได้สายโซ่เบา(LCVR)ของSEQIDNOs:2/10 4.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ13ที่ซึ่งได้มีการ วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการปวดหลังที่ไม่มีอาการปวดร้าวตามเส้นประสาท(nonradicularbackpain) และมีประวัติของการบรรเทาการปวดที่ไม่เพียงพอจาก,หรือดื้อต่อ,ตอบสนองไม่เพียงพอต่อ,หรือมี อาการแพ้ต่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐาน 5.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ14ที่ซึ่งได้มีการ วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีประวัติของการติดโอปิออยด์ 6.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ15ที่ซึ่งได้มีการ กำหนดหาว่าไม่ควรทำการทรีทผู้ป่วยด้วยการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเนื่องมาจากความ เสี่ยงต่อความปลอดภัยและสุขภาพต่อผู้ป่วยและ/หรือควบรวมกับประสิทธิผลที่ไม่ดีพอ 7.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ16ที่ซึ่งได้มีการ กำหนดหาว่าการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับการให้แก่ผู้ป่วย เนื่องมาจากสภาวะที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยข้อห้ามใช้ทางการแพทย์,ภาวะภูมิไวเกินต่อการ บำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานหรือส่วนเติมเนื้อยา,การใช้ยาร่วมกันที่ห้ามใช้กับการ บำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐาน,ความเสี่ยงของความเสียหายต่อไตเพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของ ความเสียหายต่อตับเพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของการมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้น,ความ เสี่ยงของปฏิกิริยาภูมิแพ้เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงของการเกิดภาวะการติดยาเพิ่มขึ้น 8.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ17ที่ซึ่งโอปิออยด์ เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรโคโดน,ออกซีโคโดน,เปอร์โคเซต,มอร์ฟีน,เมเพอริดีน, ไฮโดรมอร์โฟน,เฟนทานิล,และเมทธาโดนและ ที่ซึ่งให้แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนของสิ่งนั้นที่ยึดจับโดยจำเพาะกับ NGFแก่ผู้ป่วยที่โดสประมาณ6มก.,หรือที่โดสประมาณ9มก.ที่ความถี่ประมาณทุกๆ4สัปดาห์ (Q4W),หรือทุกๆ8สัปดาห์(Q8W) 9.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ18ที่ซึ่งผสมสูตร แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนของสิ่งนั้นที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGFสำหรับการใช้ ที่โดสประมาณ6มก.ที่ความถี่ประมาณทุกๆ4สัปดาห์(Q4W) 10.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ18ที่ซึ่งผสมสูตร แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนของสิ่งนั้นที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGFสำหรับการใช้ ที่โดสประมาณ9มก.ที่ความถี่ประมาณทุกๆ8สัปดาห์(Q8W) 11.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ18ที่ซึ่งผสมสูตร แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนสำหรับการใช้ทางใต้ผิวหนัง(SC),หรือทางเส้นเลือด ดำ(IV),และที่ซึ่งแอนติบอดีคือฟาซินูแมบ 12.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับความปวด ในผู้ป่วยที่ประสบกับการปวดหลังช่วงล่าง(LBP)ระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ซึ่งได้มีการวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยมีประวัติของการบรรเทาการปวดที่ไม่เพียงพอหรือมีอาการแพ้ต่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับ ปวดมาตรฐานและ/หรือเมื่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ที่ซึ่งองค์ประกอบทางเภสัชกรรมมีอยู่สำหรับโดสเดี่ยวเริ่มต้นขององค์ประกอบทางเภสัช กรรมที่ประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGFหรือส่วนย่อยทำการยึดจับ แอนติเจนของสิ่งนั้นตามด้วยโดสทุติยภูมิหนึ่งอย่างหรือมากกว่าขององค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ ประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFหรือส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนที่ซึ่งแอนติบอดีหรือ ส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนประกอบรวมด้วยลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสาย โซ่หนัก(HCDR)สามสาย(HCDR1,HCDR2,HCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:4,6และ 8ตามลำดับและลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสายโซ่เบา(LCDR)สามสาย(LCDR1, LCDR2,LCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:12,14และ16ตามลำดับ โดยเหตุนั้นองค์ประกอบทางเภสัชกรรมจึงปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับความปวดใน ผู้ป่วยที่ประสบกับLBPระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ซึ่งค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับความปวดเลือกมาจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย:(a)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนตามระดับสเกลที่ให้ คะแนนเป็นแบบตัวเลข(NRS)ของความรุนแรงของการปวดหลังช่วงล่าง(LBPI)เฉลี่ยเป็นรายวัน (b)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนรวมจากแบบสอบถามทุพพลภาพ โรแลนด์มอร์รีส(RolandMorrisDisabilityQuestionnaireRMDQ)(c)การเปลี่ยนแปลงจากเส้น ฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนจากการประเมินความสามารถโดยรวมของผู้ป่วยทั่วโลก(PGA)ที่มี การปวดหลังช่วงล่าง(LBP)และ(d)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่2,4,8และ12ใน คะแนนของLBPINRSเฉลี่ยเป็นรายวัน 13.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ12ที่ซึ่งการปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่ เกี่ยวกับความปวดประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยe)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในผู้ป่วย ผู้ที่เป็นผู้ที่มีการตอบสนองคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ซึ่งกำหนดว่ามีสิ่งต่อไปนี้หนึ่งอย่างหรือมากกว่าลดลง ไป30%หรือลดลงไป50%:i)คะแนนของLBPINRSเฉลี่ยเป็นรายวันii)คะแนนรวมจากRMDQ และiii)คะแนนจากPGAที่มีLBP 14.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ13ที่ซึ่งการปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่ เกี่ยวกับความปวดประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยf)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ใน คะแนนในระดับสเกลย่อยจากการศึกษาผลลัพธ์ด้านการแพทย์(MOP)ในส่วนของการนอนหลับg) การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนในระดับสเกลย่อยจากแบบประเมินสุขภาพ แบบสั้น(SF36)h)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในEQ5D5Lและi)การ เปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในผู้ป่วยผู้ที่ใช้ยาช่วยแก้อาการLBPคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 15.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ1214ที่ซึ่ง แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับแอนติเจนประกอบรวมด้วยคู่ของลำดับกรดอะมิโนของบริเวณ แปรผันได้สายโซ่หนัก(HCVR)/บริเวณแปรผันได้สายโซ่เบา(LCVR)ของSEQIDNOs:2/10 16.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ1214ที่ซึ่งได้มี การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการปวดหลังที่ไม่มีอาการปวดร้าวตามเส้นประสาทและแอนติบอดีคือฟาซินู แมบ 17.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ1214ที่ซึ่งการ บำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเนื่องมาจากสภาวะที่เลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยข้อห้ามใช้ทางการแพทย์,ภาวะภูมิไวเกินต่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐาน หรือส่วนเติมเนื้อยา,การใช้ยาร่วมกันที่ห้ามใช้กับการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐาน,ความ เสี่ยงของความเสียหายต่อไตเพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของความเสียหายต่อตับเพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของการมี เลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของปฏิกิริยาภูมิแพ้เพิ่มขึ้นและความเสี่ยง ของการเกิดภาวะการติดยาเพิ่มขึ้น 18.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ17ที่ซึ่งการบำบัดรักษาด้วยยาระงับ ปวดมาตรฐานเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยพาราเซตามอล/อะเซทามิโนเฟน,สารต้านการอักเสบที่ ไม่ใช่สเตียรอยด์(NSAID),และโอปิออยด์ 19.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ18ที่ซึ่งโอปิออยด์เลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยไฮโดรโคโดน,ออกซีโคโดน,เปอร์โคเซต,มอร์ฟีน,เมเพอริดีน,ไฮโดรมอร์โฟน,เฟน ทานิล,และเมทธาโดน 20.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ12ที่ซึ่งโดสเริ่มต้นขององค์ประกอบ ทางเภสัชกรรมเป็นโดสที่เทียบเท่ากับโดสทุติยภูมิของแอนติบอดีของแอนติNGFที่นำมาให้แก่ผู้ป่วย ประมาณสองเท่า 21.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ12ที่ซึ่งโดสเริ่มต้นและโดสทุติยภูมิ หนึ่งอย่างหรือมากกว่าขององค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFแต่ ละตัวประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFประมาณ6.0มก.ถึงประมาณ9.0มก.ที่ซึ่งแอนติบอดี ของNGFประกอบรวมด้วยHCVRซึ่งมีลำดับกรดอะมิโนของSEQIDNO:2และLCVRซึ่งมีลำดับ กรดอะมิโนของSEQIDNO:10 22.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ21ที่ซึ่งให้โดสเริ่มต้นและโดสทุติยภูมิ หนึ่งอย่างหรือมากกว่าทางใต้ผิวหนังหรือทางเส้นเลือดดำอย่างใดอย่างหนึ่งและที่ซึ่งให้โดสทุติยภูมิ หนึ่งอย่างหรือมากกว่าของแอนติบอดีของNGFทุกๆสี่สัปดาห์,ทุกๆแปดสัปดาห์,หรือทุกๆ12 สัปดาห์หลังจากโดสเริ่มต้น 23.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ22ที่ซึ่งให้โดสทุติยภูมิหนึ่งอย่างหรือ มากกว่าของแอนทาโกนิสต์ของNGFทุกๆสี่สัปดาห์หรือทุกๆแปดสัปดาห์หลังจากโดสเริ่มต้น DEPCT63 1.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์ในผู้ป่วยที่ประสบกับ การปวดหลังช่วงล่าง(LBP)ระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ซึ่งได้มีการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการปวดหลัง ช่วงล่างที่ประกอบรวมด้วย: แอนติบอดีที่ยึดจับโดยจำเพาะกับแฟกเตอร์การเจริญของประสาท(NGF)หรือส่วนย่อย ทำการยึดจับแอนติเจนของสิ่งนั้นและ โดยเหตุนั้นองค์ประกอบทางเภสัชกรรมจึงลดการปวดหลังช่วงล่างและเลี่ยงการติด โอปิออยด์ในผู้ป่วย
2.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ1ที่ซึ่งแอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับ ของสิ่งนั้นประกอบรวมด้วยลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสายโซ่หนัก(HCDR) สามสาย(HCDR1,HCDR2,HCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:4,6และ8ตามลำดับและ ลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสายโซ่เบา(LCDR)สามสาย(LCDR1,LCDR2, LCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:12,14และ16ตามลำดับ
3.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ2ที่ซึ่งแอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับ ของสิ่งนั้นประกอบรวมด้วยคู่ของลำดับกรดอะมิโนของบริเวณแปรผันได้สายโซ่หนัก (HCVR)/บริเวณแปรผันได้สายโซ่เบา(LCVR)ของSEQIDNOs:2/10
4.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ13ที่ซึ่งได้มีการ วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการปวดหลังที่ไม่มีอาการปวดร้าวตามเส้นประสาท(nonradicularbackpain) และมีประวัติของการบรรเทาการปวดที่ไม่เพียงพอจาก,หรือดื้อต่อ,ตอบสนองไม่เพียงพอต่อหรือ มีอาการแพ้ต่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐาน
5.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ14ที่ซึ่งได้มี การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีประวัติของการติดโอปิออยด์
6.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ15ที่ซึ่งได้มี การกำหนดหาว่าไม่ควรทำการทรีทผู้ป่วยด้วยการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเนื่องมาจาก ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและสุขภาพต่อผู้ป่วยและ/หรือควบรวมกับประสิทธิผลที่ไม่ดีพอ
7.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ16ที่ซึ่งได้มี การกำหนดหาว่าการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับการให้สาร แก่ผู้ป่วยเนื่องมาจากสภาวะที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยข้อห้ามใช้ทางการแพทย์, ภาวะภูมิไวเกินต่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานหรือส่วนเติมเนื้อยา,การใช้ยาร่วมกันที่ ห้ามใช้กับการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐาน,ความเสี่ยงของความเสียหายต่อไตเพิ่มขึ้น, ความเสี่ยงของความเสียหายต่อตับเพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของการมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ เพิ่มขึ้น,ความเสียงของปฏิกิริยาภูมิแพ้เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงของการเกิดภาวะการติดยาเพิ่มขึ้น
8.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ17ที่ซึ่งโอปิออยด์ เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรโคโดน,ออกซีโคโดน,เปอร์โคเซต,มอร์ฟีน,เมเพอริดีน, ไฮโดรมอร์โฟน,เฟนทานิล,และเมทธาโดนและ ที่ซึ่งให้แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGF แก่ผู้ป่วยที่โดสประมาณ6มก.,หรือที่โดสประมาณ9มก.ที่ความถี่ประมาณทุกๆ4สัปดาห์(Q4W), หรือทุกๆ8สัปดาห์(Q8W)
9.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ18ที่ซึ่งผสมสูตร แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGFสำหรับการใช้ที่โดส ประมาณ6มก.ที่ความถี่ประมาณทุกๆ4สัปดาห์(Q4W)
10.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ18ที่ซึ่งผสมสูตร แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGFสำหรับการใช้ที่โดส ประมาณ9มก.ที่ความถี่ประมาณทุกๆ8สัปดาห์(Q8W)
11.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ18ที่ซึ่งผสมสูตร แอนติบอดีหรือส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นสำหรับการใช้ทางใต้ผิวหนัง(SC),หรือทางเส้นเลือด ดำ(IV),และที่ซึ่งแอนติบอดีคือฟาซินูแมบ
12.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับความปวดใน ผู้ป่วยที่ประสบกับการปวดหลังช่วงล่าง(LBP)ระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ซึ่งได้มีการวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยมีประวัติของการบรรเทาการปวดที่ไม่เพียงพอหรือมีอาการแพ้ต่อการบำบัดรักษาด้วย ยาระงับปวดมาตรฐานและ/หรือเมื่อการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ที่ซึ่งองค์ประกอบทางเภสัชกรรมมีอยู่สำหรับโดสเดี่ยวเริ่มต้นขององค์ประกอบทาง เภสัชกรรมที่ประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFที่ยึดจับโดยจำเพาะกับNGFหรือส่วนย่อยทำการ ยึดจับของสิ่งนั้นตามด้วยโดสทุติยภูมิหนึ่งอย่างหรือมากกว่าขององค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ ประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFหรือส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นที่ซึ่งแอนติบอดีหรือ ส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นประกอบรวมด้วยลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สม สายโซ่หนัก(HCDR)สามสาย(HCDR1,HCDR2,HCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:4,6 และ8ตามลำดับและลำดับของบริเวณในการกำหนดความเป็นคู่สมสายโซ่เบา(LCDR)สามสาย (LCDR1,LCDR2,LCDR3)ที่ประกอบรวมด้วยSEQIDNOs:12,14และ16ตามลำดับ โดยเหตุนั้นองค์ประกอบทางเภสัชกรรมจึงปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับความปวดใน ผู้ป่วยที่ประสบกับLBPระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ซึ่งค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับความปวดเลือกมาจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย:(a)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนตามระดับสเกลที่ให้ คะแนนเป็นแบบตัวเลข(NRS)ของความรุนแรงของการปวดหลังช่วงล่าง(LBPI)เฉลี่ยเป็นรายวัน (b)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนรวมจากแบบสอบถามทุพพลภาพ โรแลนด์มอร์รีส(RolandMorrisDisabilityQuestionnaireRMDQ)(c)การเปลี่ยนแปลงจาก เส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนจากการประเมินความสามารถโดยรวมของผู้ป่วย(PGA)ที่มีการ ปวดหลังช่วงล่าง(LBP)และ(d)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่2,4,8และ12ใน คะแนนของLBPINRSเฉลี่ยเป็นรายวัน
13.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ12ที่ซึ่งการปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่ เกี่ยวกับความปวดประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยe)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในผู้ป่วย ผู้ที่เป็นผู้ที่มีการตอบสนองคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ซึ่งกำหนดว่ามีสิ่งต่อไปนี้หนึ่งอย่างหรือมากกว่าลดลง ไป30%หรือลดลงไป50%:i)คะแนนของLBPINRSเฉลี่ยเป็นรายวันii)คะแนนรวมจากRMDQ และiii)คะแนนจากPGAของLBP
14.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ13ที่ซึ่งการปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ที่ เกี่ยวกับความปวดประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยf)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16 ในคะแนนในระดับสเกลย่อยจากการศึกษาผลลัพธ์ด้านการแพทย์(MOP)ในส่วนของการนอนหลับ g)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในคะแนนในระดับสเกลย่อยจากแบบประเมิน สุขภาพแบบสั้น(SF36)h)การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในEQ5D5Lและi) การเปลี่ยนแปลงจากเส้นฐานณสัปดาห์ที่16ในผู้ป่วยผู้ที่ใช้ยาช่วยแก้อาการLBPคิดเป็นเปอร์เซ็นต์
15.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ1214ที่ซึ่งแอนติบอดี หรือส่วนย่อยทำการยึดจับของสิ่งนั้นประกอบรวมด้วยคู่ของลำดับกรดอะมิโนของบริเวณแปรผันได้ สายโซ่หนัก(HCVR)/บริเวณแปรผันได้สายโซ่เบา(LCVR)ของSEQIDNOs:2/10
16.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ1214ที่ซึ่งได้มีการ วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการปวดหลังที่ไม่มีอาการปวดร้าวตามเส้นประสาทและแอนติบอดีคือฟาซินูแมบ
17.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อ1214ที่ซึ่งการ บำบัดรักษาด้วยยาระงับปวดมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับการให้สารแก่ผู้ป่วยเนื่องมาจาก สภาวะที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยข้อห้ามใช้ทางการแพทย์,ภาวะภูมิไวเกินต่อการบำบัดรักษา ด้วยยาระงับปวดมาตรฐานหรือส่วนเติมเนื้อยา,การใช้ยาร่วมกันที่ห้ามใช้กับการบำบัดรักษาด้วยยา ระงับปวดมาตรฐาน,ความเสี่ยงของความเสียหายต่อไตเพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของความเสียหายต่อตับ เพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของการมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้น,ความเสี่ยงของปฏิกิริยา ภูมิแพ้เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงของการเกิดภาวะการติดยาเพิ่มขึ้น
18.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ17ที่ซึ่งการบำบัดรักษาด้วยยาระงับปวด มาตรฐานเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยพาราเซตามอล/อะเซทามิโนเฟน,สารต้านการอักเสบที่ ไม่ใช่สเตียรอยด์(NSAID),และโอปิออยด์
19.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ18ที่ซึ่งโอปิออยด์เลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยไฮโดรโคโดน,ออกซีโคโดน,เปอร์โคเซต,มอร์ฟีน,เมเพอริดีน,ไฮโดรมอร์โฟน, เฟนทานิล,และเมทธาโดน
20.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ12ที่ซึ่งโดสเริ่มต้นขององค์ประกอบทาง เภสัชกรรมเป็นโดสที่เทียบเท่ากับโดสทุติยภูมิของแอนติบอดีต่อNGFที่นำมาให้แก่ผู้ป่วยจำนวน สองเท่า
21.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ12ที่ซึ่งโดสเริ่มต้นและโดสทุติยภูมิ หนึ่งอย่างหรือมากกว่าขององค์ประกอบทางเภสัชกรรมที่ประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGF แต่ละตัวประกอบรวมด้วยแอนติบอดีของNGFประมาณ6.0มก.ถึงประมาณ9.0มก.ที่ซึ่ง แอนติบอดีของNGFประกอบรวมด้วยHCVRซึ่งมีลำดับกรดอะมิโนของSEQIDNO:2และLCVR ซึ่งมีลำดับกรดอะมิโนของSEQIDNO:10
22.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ21ที่ซึ่งให้โดสเริ่มต้นและโดสทุติยภูมิ หนึ่งอย่างหรือมากกว่าทางใต้ผิวหนังหรือทางเส้นเลือดดำอย่างใดอย่างหนึ่งและที่ซึ่งให้โดสทุติยภูมิ หนึ่งอย่างหรือมากกว่าของแอนติบอดีของNGFทุกๆสี่สัปดาห์,ทุกๆแปดสัปดาห์,หรือทุกๆ 12สัปดาห์หลังจากโดสเริ่มต้น
23.องค์ประกอบทางเภสัชกรรมของข้อถือสิทธิ22ที่ซึ่งให้โดสทุติยภูมิหนึ่งอย่างหรือ มากกว่าของแอนติบอดีของNGFทุกๆสี่สัปดาห์หรือทุกๆแปดสัปดาห์หลังจากโดสเริ่มต้น
TH1901003133A 2017-11-28 องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์ TH1901003133A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH1901003133A true TH1901003133A (th) 2024-10-07

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
JP2019531273A5 (th)
RU2016136364A (ru) Способы лечения или предупреждения астмы посредством введения антагониста il-4r
RU2017108173A (ru) Комбинированная терапия на основе антител, активирующих человеческий cd40, и антител к человеческому pd-l1
RU2012136817A (ru) СПОСОБЫ ЛЕЧЕНИЯ ДИАБЕТА АНТАГОНИСТАМИ Dll4
RU2015144666A (ru) Терапия для лечения рака, включающая антитела против клаудина 18.2
CN111065411A (zh) Pd-1抗体和vegfr抑制剂联合治疗小细胞肺癌的用途
JP2024109762A (ja) Il-17アンタゴニストを使用して汎発性膿疱性乾癬(gpp)を処置する方法
CN112153982A (zh) 用于通过施用il-4r抑制剂治疗特应性皮炎的方法
CN105377894A (zh) 以il-4r抑制剂治疗过敏症及强化过敏原特异性免疫治疗的方法
JP2016538277A5 (th)
WO2018223923A1 (zh) Pd-1抗体与vegf配体或vegf受体抑制剂联合在制备治疗肿瘤的药物中的用途
AU2016250388A1 (en) Treatment for rheumatoid arthritis
JP2019512472A5 (th)
EP3487881B1 (en) Methods of treating new-onset plaque type psoriasis using il-17 antagonists
CN105705518A (zh) 用于治疗类风湿性关节炎或作为镇痛药的中和gm-csf的抗体
US20250333522A1 (en) Compositions and methods for treating pain in subjects with rheumatoid arthritis
JP2019535716A5 (th)
KR20180017145A (ko) 소양증의 치료
FI3880186T3 (fi) PD-1-inhibiittoreiden intralesionaalinen antaminen ihosyövän hoitamiseksi
US20230192871A1 (en) Compositions and methods for treating noninflammatory pain in subjects with rheumatoid arthritis
CA3192882A1 (en) Anti-il-36r antibodies for treatment of chronic inflammatory pain
WO2025081174A1 (en) Combination treatment of autoimmune disorders
TH1901003133A (th) องค์ประกอบทางเภสัชกรรมสำหรับการเลี่ยงการติดโอปิออยด์
RU2019108441A (ru) Режим дозирования
CN112912140B (zh) 用于治疗化脓性汗腺炎的pan-elr+cxc趋化因子抗体